Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
3 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
*สูตรหน้าใส เด้งๆ*

น้ำผึ้ง3ช้อน
น้ำส้มแอปเปิล1ช้อน

ทาๆพอกไว้แล้วล้างออก



แค่นี้แระ

ผล

ทาแล้วแสบตานิดหน่อย เพราะคงเป็นคนผิวอ่อนไหวระเหยเข้าตามั้ง
แต่บางคนทาก็ไม่แสบ


แต่ โอววว จอร์สมันยอดมากเลยยยยยยยย

ดีมักม๊ากกกกกกกกก

รู้สึกถึงผิวชุ่มชื่นเนียนนุ่มใสอย่างไม่รู้สึกมาก่อน

เวิร์คคะเวิรคและถูก2ขวดนี้10ปีจะใช้หมดไหมนี่
ในงบ300กว่าบาท น้ำผึ้ง100กว่า น้ำส้มแอปเปิล220บาท
หาซื้อได้ตามร้าน เอเดนหรือร้านอาหารสุขภาพทั่วไป








อ้างองค์แอนอ้างอิง



สปาที่ฮาวาย สูตรนี้ก็เป็นสูตรที่เขาใช้บำบัดผิวพรรณของผู้มารับบริการ

ข้อดีของสูตรนี้คือไม่ต้องมีสารเคมีใดๆของส่วนประกอบทางเครื่องสำอางเลยค่ะ คุณสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องกลัวจะเกิดการแพ้สารเคมีใดๆ

ส่วนประกอบ

1.น้ำผึ้งแท้-- ในน้ำผึ้งจะมีฮอร์โมนธรรมชาติคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ช่วยทำให้ผิวเต่งตึง เนื่องจากสารที่คล้ายฮอร์โมนนี้จะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน ทำให้ริ้วรอยลดลงนั่นเองค่ะ และในน้ำผึ้งยังมีสารอาหารต่างๆเช่นวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่ช่วยทำให้เซลล์ผิวเปล่งปลั่งขึ้น โดยเฉพาะ กรดอะมิโนที่ชื่อว่า ซีสเทอีน
กรดอะมิโนตัวนี้ มีฤทธิ์ในการทำให้เม็ดสีเมลานินในผิวหนังสร้างได้น้อยลงค่ะ นี่เองจึงเป็นสาเหตุให้บางท่านนำน้ำผึ้งไปพอกหน้าแล้วหน้าขาวขึ้น ในอาหารเสริมที่กินเพื่อให้ผิวขาวขึ้นก็มีสารตัวนี้ผสมลงไปค่ะ (ทำงานร่วมกับ กลูทาไธโอน) ในเครื่องสำอาง ก็มีครีมหลายยี่ห้อ ที่ผสมกรดอะมิโนตัวนี้ลงไปค่ะ



2.น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล---(Apple Cider Vinegar) ขอเรียกสั้นๆว่าน้ำส้มแอปเปิ้ล นะคะ ในน้ำส้มแอปเปิ้ลนี้ มีเอนไซม์ที่ช่วยล้างพิษได้ดีมาก พร้อมทั้งแร่ธาตุสารอาหารต่างๆมากมายอย่างอุดม นักธรรมชาติบำบัดนิยมใช้ผสมน้ำดื่มหลังตื่นนอนตอนเช้า เพื่อล้างพิษค่ะ สังเกตว่าเดี๋ยวนี้จะมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสกินแคร์ที่บอกว่าผสมเอนไซม์ที่ดูแลรักษาผิวได้ อันนี้ก็จริงค่ะ แต่อาจจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายของคุณไม่ใช่น้อยๆ อีกทั้งเอนไซม์เมื่อไปอยู่ในเครื่องสำอางอาจเสื่อมสภาพได้เนื่องจาก เอนไซม์จะคงสภาพดีก็ต่อเมื่ออยู่ในค่าPHที่เหมาะสมและ อุณหภูมิที่เหมาะสม บางทีหากทำสกินแคร์ใดๆที่ผสมเอนไซม์ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ปฏิกิริยาทางเคมีในอนาคตเมื่อใช้ๆไป เอนไซม์จะเสื่อมลงหรือไม่ ทำให้อาจใช้สินค้านั้นๆไม่ได้ผลค่ะ และอาจแพ้ได้ในอนาคต แต่ก็มีหลายบริษัทชั้นนำที่สามารถคิดสูตรให้เอนไซม์คงสภาพได้จริง แต่ราคาก็แพงเป็นเงาตามตัว นอกจากนี้ในน้ำส้มแอปเปิ้ลยังมีสาร AHA ที่อ่อนโยนต่อผิว หากมีการนำมาใช้กับผิว น้ำส้มแอปเปิ้ลจะมีพร้อมทั้งสารอาหารต่างๆ เอนไซม์บำบัด และ กรดAHA จึงช่วยบำรุง ล้างพิษ และผลัดเซลล์ผิว ได้ดีเยี่ยม



วิธีทำ

1.นำน้ำผึ้งแท้มาผสมกับน้ำส้มแอปเปิ้ล น้ำผึ้ง 5ส่วน น้ำส้มแอปเปิ้ล 1-2ส่วน ทั้งนี้เมื่อผสมแล้วลองเทสต์ที่ท้องแขนดูสัก1ชม. เพื่อดูว่าผิวเราระคายเคืองหรือไม่ เนื่องจากน้ำส้มแอปเปิ้ลมีค่าPHเป็นกรด ดังนั้นต้องลองเทสต์ดูก่อนว่า ความเข้มข้นเหมาะกับสภาพผิวคุณแค่ไหน

2.นำมาพอกบนผิวหลังอาบน้ำ-ล้างหน้า ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายค่ะ จะช่วยให้ผิวเนียนใสขึ้นค่ะ ไม่ต้องทำทรีทเม้นท์อะไรเลยค่ะ ผิวจะนุ่มไม่หยาบ ผิวจะค่อยๆขาวขึ้น ลดจุดด่างดำ และยังลดริ้วรอยได้ค่ะ ต้องใช้เวลาค่ะ ทำทุกวันสม่ำเสมอ พอกวันละ30นาทีค่ะ

3.นำมาพอกหัวนม รักแร้ หัวเข่า ข้อศอก ขาหนีบ ก็จะช่วยลดรอยหมองคล้ำได้ค่ะผิวจะเต่งตึงขึ้นด้วย ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อครีมเลย แต่ต้องใช้เวลานะคะ

4.ในน้ำผึ้งมีฮอร์โมนธรรมชาติคล้ายเอสโตรเจนในเพศหญิง ดังนั้นนำมาพอกทรวงอกก็จะช่วยให้เต่งตึงขึ้นได้ค่ะ ต้องใช้เวลาเช่นกันค่ะ


การหาซื้อ

น้ำผึ้งแท้ก็หาซื้อได้ตามร้านขายสินค้าเพื่อสุขภาพนะคะ ถ้าเข้าไปในร้านเหล่านั้น ก็มักจะมี น้ำส้มแอปเปิ้ลวางขายอยู่ด้วยค่ะ โดยส่วนตัวจะไปร้านเอเดน หรือไม่ก็เลมอนฟาร์ม หรือที่ มุมสุขภาพของโฮมเฟรชมาร์ท ที่เดอะมอลล์ทุกสาขาน่ะค่ะ

เคล็ดลับในการเลือกซื้อน้ำส้มแอปเปิ้ล ให้เลือกขวดที่มีตะกอนเยอะๆค่ะ เพราะตะกอนนั่นแหละคือตัวสารอาหารและเอนไซม์มารวมกันอยู่พื้นล่างขวด ดังนั้นมองที่ฐานขวดก่อนอื่นเลยนะคะ



น้ำผึ้งจัดเป็นอาหารที่มนุษย์รู้จักมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีสรรพคุณทางยาและคุณค่ามาก แม้แต่ในสมัยพุทธกาลมีการถวายข้าวมธุปายาส ซึ่งมีการผสมด้วยน้ำผึ้ง ทำให้พระวรกายของพระพุทธเจ้ากลับมาสมบูรณ์แข็งแรง นอกจากจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว น้ำผึ้งยังมีประโยชน์กับความสวยความงามด้วยค่ะ ก่อนที่เราจะมาติดตามนานาประโยชน์ของน้ำผึ้งเราควรจะมาทำความรู้จักกับน้ำผึ้งก่อนค่ะ

น้ำผึ้งเกิดจากการที่ผึ้งนำน้ำจากเกสรดอกไม้ที่เป็นน้ำหวานจากธรรมชาติมาแล้วใช้กรด Enzyme ในห้องผึ้งเปลี่ยนแปลงมาเป็นน้ำผึ้ง ซึ่งน้ำผึ้งที่ได้มานั้นย่อมขึ้นอยู่กับวัตถุดิบหรือชนิดของเกสรดอกไม้ที่ผึ้งได้ไป รวมถึงแหล่งของพืชและพื้นดินนั้น ๆ ที่ผึ้งเจริญเติบโตอยู่ เพราะฉะนั้นน้ำผึ้งที่ได้จากรังผึ้งในป่าใหญ่ จึงมีความสมบูรณ์และมีแร่ธาตุอาหารที่แตกต่างจากน้ำผึ้งเลี้ยง ส่วนน้ำผึ้งเลี้ยงจะมีการเติมน้ำหวานจากน้ำตาลและเกสรเทียมซึ่งทำให้คุณค่าลดน้อยลงไป

วิธีสังเกตว่าเป็นน้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติทำได้โดยการนำน้ำผึ้งใส่ไว้ในขวด ตั้งทิ้งไว้สักพัก จะพบว่ามีเกสรดอกไม้ลอยอยู่ด้านบน ซึ่งเป็นลักษณะตามธรรมชาติของน้ำผึ้งป่านั่นเอง

มาดูถึงคุณประโยชน์ของน้ำผึ้งกันบ้าง จะพบว่าในน้ำผึ้งมีสารเอนติออกซิเดนท์ เช่นเดียวกับที่มีในผักใบเขียวและยังมีวิตามินบี ซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม เกลือแร่ และกรดอะมิโน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ แร่ธาตุที่กล่าวมาล้วนมีความจำเป็นต่อร่างกายที่จะเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ บำรุงโลหิต บอกเป็นภาษาโภชนาการมาพอสมควร ลองยกตัวอย่างที่เห็นง่าย ๆ ดีกว่า

ช่วยปรับสมดุลร่างกายและควบคุมน้ำหนัก ผู้ที่รักสุขภาพและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคปวดข้อ เป็นตะคริวอยู่บ่อย ๆ หรือโรคอ้วน สามารถนำวิธีนี้ไปใช้ดื่มเป็นประจำ เพื่อสุขภาพที่ดี และช่วยบรรเทาโรคต่าง ๆ ได้ ซึ่งได้มีการพิสูจน์และใช้กันมานานในอเมริกาและยุโรป โดยนำน้ำผึ้งไม่ผ่านความร้อน (Raw Organic Honey) 3 ช้อนชา และน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลไม่ผ่านความร้อน (Raw Organic Apple Cider Vinegar) 3 ช้อนชา ผสมน้ำเปล่า 1 แก้ว ดื่มทุกเช้าหลังตื่นนอน และระหว่างมื้อเป็นประจำทุกวัน จะทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและสดชื่น

อาหารเช้าสำหรับสาวทำงานและผู้รักสุขภาพ เพียงนำผลไม้ต่าง ๆ มาหั่น เช่น มะละกอ กล้วย ส้ม ตามชอบ ราดด้วยโยเกิร์ต ลูกเกด และน้ำผึ้ง ไปผ่านความร้อน คุณก็จะได้อาหารเช้าที่มีประโยชน์ อร่อย อุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุอาหาร เอนไซน์ และโปรตีนที่ย่อยง่าย

ผู้ที่นอนไม่ค่อยหลับ ผสมน้ำผึ้งกับน้ำผุ่นหรือนมร้อนจะช่วยให้คุณหลับสบาย แต่ถ้าได้ร่วมกับการนั่งสมาธิซัก 5 นาทีก่อนนอน เพื่อให้ท่านได้หยุดพักความคิดและปล่อยวางลงบ้าง จะยิ่งทำให้คืนนั้นเป็นคืนที่คุณได้พักผ่อนเต็มที่

สำหรับผิวหน้าสดใส ผู้ที่มีปัญหาสิวเสี้ยนหรือต้องการบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ มีวิธีง่าย ๆ ดังนี้ หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและเช็ดให้แห้งแล้ว นำกล้วยหอม 1/2 ลูก นำมาบดผสมกับน้ำผึ้งไม่ผ่านความร้อน แล้วนำมาทาบนหน้า ทิ้งไว้ซัก 10-15 นาที แล้วล้างออก น้ำผึ้งไม่ผานความร้อนจะมีเอ็นไซน์ ซึ่งทำให้หน้าคุณชุ่มชื่นและนุ่มนวลขึ้น

เพื่อผมเงางาม หลังสระผมเสร็จนำน้ำผึ้งไม่ผ่านความร้อนผสมกับน้ำมะกอกอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ นำมาชโลมผมแล้วทิ้งไว้ซัก 3-5 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผมคุณจะนิ่มและเงางามตามธรรมชาติปราศจากสารเคมีใด ๆ

จะเห็นได้ว่า "น้ำผึ้ง" มีคุณประโยชน์มากมายต่อร่างกายอย่างมาก ซึ่งตั้งแต่สมัยโบราณหมอชาวบ้านหรือแพทย์แผนโบราณจะนำน้ำผึ้งเดือน 5 หรือน้ำผึ้งแท้มาเป็นส่วนผสมในการปรุงยา หรือเป็นตัวประสานในยา เช่น นำมาปั่นเป็นลูกกลอน เป็นน้ำกระสายละลายผงยา และน้ำผึ้งจัดเป็นตัวยาสมุนไพรสำคัญอย่างหนึ่งทีเดียวในการเอามาทำยาอายุวัฒนะในทุก ๆ ครั้ง นั่นก็เป็นเพราะคุณค่าอันมีประโยชน์อย่างมากมายที่ทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงอายุยืนยาวมากกว่าปกติ


//www.ku.ac.th/e-magazine/may47/know/bee.html


Apple Cider Vinegar หรือ ACV ซึ่งก็คือ น้ำส้มสายชูหมักชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้กรรมวิธีหมักหัวเชื้อน้ำส้มกับผลแอปเปิ้ล โดยปกติน้ำส้มที่ได้จะมีความเป็นกรดสูง รสเปรี้ยวจัด เนื่องจากมีส่วนผสมของกรด Acetic Acid ประมาณ 5 % และให้สีคล้ายน้ำชา ในความจริงถ้าจะพูดถึงแอปเปิ้ลละก็ แทบจะทุกๆชนชาติเลยทีเดียว ที่มีการใช้ผลไม้ชนิดนี้มาบำรุงสุขภาพให้แข็งแรง ซึ่งในความเป็นจริงนั้น แอปเปิ้ลเองก็เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยธาตุอาหารต่างๆกว่า 30 ชนิด พร้อมเกลือแร่ และวิตามินมากกว่า 6ชนิด โดยเฉพาะธาตุโพแทสเซียม และเส้นใยเฉพาะ ที่มักพบในแอปเปิ้ลที่เรียกว่า เพ็คติน(Pectin) ซึ่งล้วนแต่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายทั้งสิ้น

ดังนั้นเนื่องด้วยประโยชน์มากมายนี้เอง จึงมีการนำสารสกัดในรูปหัวน้ำส้มแอปเปิ้ล เข้ามาใช้ในหลายๆจุดประสงค์ ซึ่งโดยปกตินั้นด้วยความที่หัวน้ำส้มเองก็มีรสเปรี้ยวจัด สูตรการรับประทานส่วนใหญ่จึงนิยมนำมาเจือจางด้วยน้ำสะอาด หรือให้เติมน้ำผึ้ง เพื่อกลบรสชาตินั่นเอง ทีนี้เราลองมาดูซิว่าโดยทั่วไปแล้วเรานำ Apple Cider มาใช้อย่างไรกันบ้าง เริ่มด้วย

ช่วยชะลอความชราและรักษาความเป็นหนุ่มสาว โดยผสม Apple Cider กับ น้ำผึ้ง 1:1 แล้วทาน 15 CC (1 ช้อนโต๊ะ) หลังตื่นนอน และก่อนนอน แล้วดื่มน้ำตาม 1 แก้ว
ลดน้ำหนักและไขมันสะสม เนื่องด้วยเส้นใยเพคตินนั้นเองที่สามารถ ขัดขวางการดูดซึมของไขมันและคลอเรสเตอรอล ที่มาจากกระบวนการย่อยอาหาร รวมทั้งยังเป็นตัวช่วยให้ร่างกายเพิ่มการใช้ไขมันสะสมที่เก็บตามเนื้อเยื่อต่างๆได้ด้วย โดยทาน Apple Cider 15 CC พร้อมน้ำผึ้ง 30 CC แล้วตามด้วยน้ำ Grape Fruit ที่ไม่หวาน 1 แก้ว ทาน 30 นาทีก่อนอาหารทุกมื้อ
เร่งขจัดสารพิษในกระแสเลือดและอวัยวะภายใน เนื่องจาก Apple Cider มีฤทธ์ในการป้องกันการเกาะตัวของไขมันและสารเมือกต่างๆที่อวัยวะภายในร่างกาย พร้อมส่งเสริมการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายและอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ถุงน้ำดี ให้เป็นปกติ โดยทาน 10-15 CC.เช้าและก่อนนอน
บำรุงผมและเล็บ โดยทาน 10 CC พร้อมน้ำ 1 แก้วหลังอาหาร 3 เวลา

บางตำรามีการใช้เพื่อแก้ผมแตกปลาย รังแคและอาการคันศีรษะ เนื่องด้วยความเป็นกรดและมีเอนไซม์ธรรมชาติหลายชนิด โดยอาจจะนำไปนวดกับรากผมเบาๆให้ทั่วแล้วทิ้งไว้ 2-3 ช.ม. แล้วสระผมด้วยแชมพูปกติ

ทำให้สดชื่นหลังออกกำลังกายหรือทำงานหนัก โดยดื่ม Apple Cider 15 CC ผสมน้ำผึ้ง 15 CC ละลายน้ำแล้วดื่มทันที จะทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าทันที
นอกจากนี้ Apple Cider ยังมีฤทธิ์เป็นสารปฏิชีวนะ ซึ่งสามารถใช้ลดเชื้อในช่องคอหากมีอาการเจ็บคอ โดยนำ Apple Cider 15 CC ผสมน้ำอุ่นแล้วกลั้วคอทุกๆ 1-2 ชม.จะช่วยบรรเทาอาการได้ดี

แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยโรคไต อาจต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง

//www.livewellguide.com/woman/thai/200441.html


แอปเปิล ไซเดอร์ วีนีการ์ (APPLE CIDER VINEGAR)
VS
น้ำผึ้ง(HONEY BEE)

ส่วนที่ 1 ว่าด้วยแอปเปิล ไซเดอร์ วีนีการ์ (ACV)

ACV คือ น้ำส้มสายชูหมักจากผลแอปเปิล มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง รสเปรี้ยวจัด มีส่วนประกอบของกรด 5 % ( 5%Acetic Acid) มีสีเหลืองคล้ายสีชา มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซี่ยมสูง ซึ่งธาตุโพแทสเซี่ยมมีคุณสมบัติ ช่วยในการแบ่งเซลล์ ถ้าร่างกายขาดธาตุนี้ ร่างกายจะมีอาการผิดปกติคือ เติบโตช้า แก่เกินวัย ผมร่วง และหงอกเร็ว ฯลฯ และ ACV ยังประกอบด้วยธาตุอาหารกว่า 30 ชนิด มีวิตามินมากกว่า 6 ชนิด มีกรดอะมิโน และสารเพ็คติน ล้วนแต่เป็นประโยชน์แก่ร่างกายทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติเป็นยาอีกด้วย คือเป็นพวก ยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าเชื้อ และมีเอนไซม์หลายชนิดรวมอยู่ด้วย

ACV ช่วยร่างกายได้หลายประการ กล่าวคือ

ชะลอความแก่ ช่วยให้เป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่เสมอ
ช่วยย่อยอาหาร คือช่วยระบบย่อยอาหาร แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
ช่วยระบบหายใจ แก้ไซนัส แก้เจ็บคอ แก้หวัด แก้การเกิดเสมหะ
ช่วยลดน้ำหนักได้ดี
ช่วยลดการปวดข้อ
แก้โรคคัน กำจัดรังแค แก้ผมแตกปลาย
ช่วยความจำให้ดีขึ้น
ป้องกันโลหิตจาง
แก้อ่อนเพลีย
ส่วนที่ 2 ว่าด้วยน้ำผึ้ง (HONEY BEE)

น้ำผึ้งเป็นผลิตผลของน้ำหวานจากดอกไม้ แหล่งน้ำหวานอื่นๆ ที่ผึ้งเก็บมา และผ่านการเปลี่ยนแปลงทางเคมีจากเอนไซม์ในต่อมน้ำลายของผึ้งที่ขับออกมา แล้วเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคส และฟรุกโตส ให้เป็นน้ำตาลแปรรูป ซึ่งเป็นน้ำตาลเชิงเดี่ยว ได้แก่ น้ำตาลกลูโคส 38.19% และเดกโทรส 31.28 % นอกจากนั้นเป็นน้ำตาลเชิงคู่ และเชิงซ้อนอีก 10% และยังมีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์อีกมากมาย ได้แก่ โพแทสเซี่ยม แคลเซี่ยม โซเดียม ฟอสฟอรัส ซัลเฟอร์ เหล็ก แมงกานีส นอกจากนั้นยังมีพวกน้ำย่อย เช่นเอนไซม์กลูโคออกซิเดส ที่ทำหน้าที่เปลี่ยน น้ำตาลกลูโคส เป็นกรดกลูโคนิค และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งตัวหลังนี้มีคุณสมบัติยับยั้งและทำลายเชื้อโรคได้ น้ำผึ้งมีวิตามินอยู่หลายชนิด ได้แก่ วิตามิน บี1 วิตามิน บี 2

ไนอาซิน วิตามิน บี 6 แพนโทซินิคแอซิค และวิตามิน ซี ในปริมาณต่างๆกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดของดอกไม้ องค์ประกอบสุดท้ายที่มีอยู่ในน้ำผึ้ง คือ น้ำ น้ำผึ้งที่ถูกบ่มโดยสมบรูณ์จะมีน้ำอยู่ประมาณ 17-20 % เท่านั้น

ส่วนที่ 3 ว่าด้วยการใช้แอปเปิล ไซเดอร์ วีนีการ์ ร่วมกับน้ำผึ้ง

เมื่อท่านทราบคุณสมบัติของน้ำแอปเปิล ไซเดอร์ วีนีการ์ และน้ำผึ้งแล้ว ท่านจะใช้ร่วมกัน หรือ ใช้อย่างเดียว ก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านต้องการจะใช้เพื่อรักษา หรือป้องกันโรคอะไร ดังนี้

*ช่วยชะลอความแก่ (ให้หนุ่มสาวอยู่เสมอ) นำน้ำผึ้ง 1 ส่วน ACV 1 ส่วน ผสมให้เข้ากันเป็นอย่างดี กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ระยะตื่นนอนใหม่ๆและ ก่อนเข้านอน ควรดื่มน้ำตาม 1 แก้ว

*ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ใช้ ACV อย่างเดียว 2 ช้อนชา ละลายในน้ำดื่ม 1 แก้ว ดื่มทุกครั้ง ขณะรับประทานอาหาร

*แก้ท้องร่วง ท้องเสีย ก่อนทานอาหาร 30 นาที ใช้น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา ผสมกับน้ำ ACV 2ช้อนชา ผสมกันแล้วดื่ม

*แก้โรคไขข้ออักเสบ ให้ดื่มน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา หรือ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับ ACV 2 ช้อนชาหรือ 1 ช้อนโต๊ะ ดื่มน้ำตาม 1แก้วทุกครั้งหลังอาหาร

*ช่วยลดน้ำหนักได้ดี ให้ใช้ ACV 1 ช้อนแกง ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนแกง แล้วผสมน้ำ grape fruit ที่ไม่หวาน 1 แก้ว ดื่ม 30 นาที ก่อนทานอาหารทุกมื้อ

*ช่วยให้ความจำดีขึ้น ให้ใช้ ACV 2 ช้อนชาผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา ดื่มน้ำตาม 1 แก้ว ดื่มวันละ 2 ครั้ง ตื่นนอนตอนเช้าและก่อนนอน

*แก้ปลายผมแตกแห้ง กำจัดรังแค หรือคันศรีษะ เนื่องจาก ACV เป็นกรดสูง และมีเอนไซม์ ประกอบด้วยหลายชนิด จึงสามารถรักษามิให้ผิวหนังมีโรครังแค หรือ ผมแห้ง หรือคันศรีษะได้ การรักษา คือ เอาสำลี จุ่มน้ำจนเปียกแล้วจุ่ม ACV แล้วนำไปนวดหนังศรีษะ ให้หมักทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง(อาจจะใช้หมวกพลาสติกครอบไว้) หลังจากนั้นสระผมด้วยแชมพู หรือ นำเอา ACV ที่อุ่นๆ ไปทาศรีษะให้เปียกจนทั่ว แล้วใช้หมวกพลาสติกคลุมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วจึงใช้น้ำธรรมดาล้างออก

*แก้เจ็บคอ ใช้ ACV 1 ส่วน และน้ำผึ้ง 1ส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วดื่มครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ทุกๆ 4 ชั่วโมง หรือใช้ ACV อย่างเดียว 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำอุ่น แล้วอมกลั้วคอ ทุก ๆ 1 ชั่วโมง กลั้วในลำคอ ให้ลึก ไปถึงส่วนล่างของลำคอ แต่อย่ากลืนลงไปในกระเพาะ เมื่อการเจ็บคอบรรเทาลง ให้กลั้วคอต่อไปทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพราะ ACV ทำหน้าที่เป็นสารปฏิชีวนะ

*แก้อ่อนเพลียและเมื่อยล้า หลังทำงานหนัก หรือหลังจากออกกำลังกาย แนะนำให้ท่านดื่มน้ำผึ้งผสม ACV ท่านจะหายเพลียได้ โดยใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับ ACV 1ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำดื่ม 1 แก้วเต็ม ๆ

*แก้ปวดหัว การปวดหัวที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจาก อาหารที่เรารับประทานเป็นด่างมากเกินไป การทาน ACV ที่เป็นกรดอ่อนๆ ลงไป จะช่วยให้อาหารลดความเป็นด่าง คือเป็นกลาง การปวดหัวก็จะหายไป หรือลดบรรเทาอาการปวดหลังลงได้ ทางที่ดี ท่านควรทาน ACV 2 ช้อนชา ผสมกับ น้ำผึ้ง 2 ช้อนชาเต็มๆ ทุกครั้งที่ทานอาหาร


ยังมีอีกมากมายที่น้ำผึ้ง และ ACV ช่วยท่านได้
อนึ่งท่านที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคไต และโรคเบาหวาน ควรพบแพทย์สม่ำเสมอ ถ้าท่านจะทานน้ำผึ้ง หรือ ACV ขอ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน

อัตราส่วน

3 ช้อนชา = 1 ช้อนโต๊ะ
1 ช้อนชา = 5 มิลลิลิตร
1 ช้อนโต๊ะ = 15 มิลลิลิตร
รวบรวมและเรียบเรียง โดยอาจารย์ปรัชญา ธัญญาดี เลขาชมรมคนรักต้นไม้ F.M.97


//www.trinityradio.com/html/apple_cider_vinegar.html







Create Date : 03 พฤษภาคม 2549
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2553 19:11:46 น. 2 comments
Counter : 22643 Pageviews.

 
จะลองไปทำครับ เผื่อหน้าด้านกะเขา หน้าเด้ง


โดย: ชายคา วันที่: 3 พฤษภาคม 2549 เวลา:22:48:34 น.  

 
กำลังลองอยู่เพราะหน้าเราเหี่ยวมากอ่ะ


โดย: ข่อยเอง IP: 84.73.92.195 วันที่: 5 พฤษภาคม 2549 เวลา:5:42:25 น.  

เนเวอร์แลนด์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 89 คน [?]







แนะนำให้ชม

บัวหิมะ
บัวหิมะ
วิธีเลี้ยงบัวหิมะ
เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน
บั้งไฟพญานาคที่ไปดูมา
ติดอันดับTOP Page Views
อาหารและการดูแลสุขภาพ ผู้ป่วยมะเร็งและคนทั่วไป
เที่ยวขอนแก่น
Michael Jackson
คอนเสิร์ตบอย Peacemaker
คลิปเจ้าขุน
การกลับมาของX Japan

ท่องเที่ยว

UFOที่เคยเห็น
บั้งไฟพญานาคที่ไปดูมา
หาดใหญ่และปัตตานี
ไข่มุกอันดามัน
อะ พีพี
เกนติ้ง
กัวลาลัมเปอร์
หาลิงเข้าถ้ำทะเลภูเขาเลยจ้า นอนดูหมอกที่ปราจีนบุรี
เที่ยวปราจีนบุรีต่อ
เลยจะถึงไหมละนี่
พักค้างแรมที่เลย
เลยจนเกือบถึงลาว
ขุดกรุเขื่อนป่าสัก
บึงแก่นนคร ขอนแก่น
พระธาตุขามแก่น
เดินทางไปลพบุรี
กินข้าวอิงภูชัยภูมิ
ลาว เวียงจันทร์
ลาว2
ปิดทริปเที่ยวลาว
ล่องเรือเจ้าพระยา
รถไฟลอยฟ้า ฟ้า ไทย
รถไฟใต้ดินไทย
ทะเลน้ำจืดหาดวังโกขอนแก่น บ้านปราสาทโคราช
วังน้ำเขียวโคราช
ชอปปิ้งหนองคาย
ตัวเมืองขอนแก่น
น้ำผุดทับลาว ชัยภูมิ
สนามหลวง2
ไปดูงานศิลป
สายน้ำกับปลาที่ไปปล่อย
งานExpro
เขื่อนอุบลรัตน์
เที่ยวป่าวัดพรไพรวัลย์
ล่องแพอ่างเก็บน้ำห้วยไร่
ทะเลหมอกภูพานน้อย
วัดเจดีย์ชัยมงคล
ครั้งหนึ่งที่เคยโบกรถ
น้ำหนาว,เพชรบูรณ์
พระพุทธชินราช,พระธาตุลำปางหลวง
น้ำพุร้อน,วัดร่องขุ่น
มหาลัยแม่ฟ้าหลวง,น้ำตกก้างปลา
เวียงแก่น,ภูชี้ฟ้า
ดอยแม่สลอง
อุทยานฯขุนแจ
สวนโลกราชพฤกษ์
วัดเจดีย์7ยอด,วัดเจดีย์หลวง
ดอยสุเทพ,ทุ่งสแลงหลวง
โครงการครูบ้านนอก
วัดหลวงพ่อโตใหญ่ที่สุดในโลก
ที่พักปากช่อง
เลย-ลาว-ท่าลี่
ถึงระยองแล้วจ้า
ทะเลตอนเช้า
งานเที่ยวภาคใต้






foodietasteเนเวอร์แลนด์
 foodietasteเนเวอร์แลนด์

Friends' blogs
[Add เนเวอร์แลนด์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.