|
|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
ความศักดิ์สิทธิ์.. หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์
ได้หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์องค์เล็กน่ารักมากชอบมากเลย ดลใจอยากให้ได้ แถมได้หนังสือประวัติความเป็นมาและพุทธานุภาพ พึ่งได้รู้เลยอยากเผยแพร่เพราะเข้าใจผิดมาหลายครั้งคิดว่าปางนาคปรก และช่วงนี้วิกฤตหลายอย่างเผื่อคนอื่นจะได้ชีวิตดีขึ้นเมื่อได้ศรัทธาบูชาท่าน
เมื่อวันที่ 28-29 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา ฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดงานพิธีสมโภชและพุทธาภิเษกพระพุทธสิริสัตตราช หรือหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ ขึ้น ณ สำนักวัฒนธรรม (ริมบึงสีฐาน) มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ (จำลอง) สร้างจากหินแกรนิต และถือเป็นองค์จำลองที่สร้างขึ้นเป็นองค์ที่ 107
หนังสือ

พรรษาที่ 2 พ.ศ.2502 นิมิตเริ่มต้นที่จะได้ หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์
ขณะที่หลวงปู่สอ ฝึกสมาธิอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด ท่านเห็นงูใหญ่สีทองเลื้อยเข้ามาในกุฏิ นึกว่าจะมากินท่าน ท่านจึงปลงจิตสู่กรรม คือ ถ้าเคยสร้างกรรมไม่ดีกับงูในอดีตชาติก็ขอให้ทำร้ายหรือกินก็ยอม แต่ถ้าไม่เคยมีเวรต่อกันก็ขอให้หนีไป แต่งูกับเลื้อยใกล้ท่านดันตัวท่านลอยขึ้นไปขดลำตัวให้ท่านนั่ง แล้วเข้าไปอยู่ในตัวท่าน เลยเอื้อมมือไปจับดู รู้สึกหัวงูทะลุออกด้านหลังและแผ่ปกคลุมอยู่คล้ายกับนาคปรก แล้วก็งูก็เลื้อยออกไปทางเดิม นิมิตชัดเจนต่างจากทั่วไป เพราะเหมือนเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงเพราะสัมผัสได้
ในพรรษาที่ 6 พ.ศ.2506 วันหนึ่งขณะเดินดูรอบวัดได้ยินเสียงในตัวท่านว่า "สัญลักษณ์ของท่านจะตกทอดจากอากาศ ในพรรษาที่8ขึ้น9ค่ำเดือน9 บางคนที่เขาเก็บไว้จะนำมาถวายภายหลัง"
ในพรรษาที่ 8 พ.ศ.2508 ขณะนั่งผักผ่อนท่านนึกถึงนิมิตที่เกิดขึ้น"อะไรหนอ คือสัยลักษณ์ของเราที่จะได้มาในวันนี้" ท่านก็ได้ยินเสียงเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ดังลั่นในวัดเห็นเครื่องบินจริง ๆ เห็นคนนั่งในเครื่องบินเป็นพระอินทร์ ดูจากลักษณะการแต่งกายชุดเขียวมีผ้าเฉลียงบ่าสีเขียวใส่กำไลแขน ในมือถือพิณสามสาย หลวงปู่ระลึกถึงพุทธประวัติ ตอนที่บำเพ็ญทุกกิริยาทรมานวรกายเพื่อให้ตรัสรู้ธรรมไม่ได้สักทีเพราะตึงเกินไป ได้มีพระอินทร์ดีดพิณถวายเพื่อเตือนสติ ถ้าสายพิณตึงหย่อนเกินไปก็ไม่ไพเราะและพิณเสียหายได้ แต่เมื่อปรับระดับกลางก็น่าฟังสำเร็จประโยชน์ พระองค์จึงเลิกทรมานตนเองบำรุงวรกายให้มีกำลังแล้วดำเนินความเพียรทางจิตจนบรรลุ
พระอินทร์ได้เดินเข้าไปใต้กุฎิหลวงปู่ แล้วก็หายไปไร้ร่องรอยทั้งพระอินทร์และเครื่องบินที่จอด ขณะกำลังคิดอยู่นั้นได้ยินเสียงรถเข้ามาในวัด จิตบอกท่านว่า"มาแล้วนะ มาแล้ว" ไม่นานก็เห็นรถบรรทุกวิ่งเข้ามาจอดในบริเวณที่เครื่องบินลงจอดพอดี
เห็นคน 2 คน ฝ่ายชายถือขันดอกไม้มาหาท่าน ฝ่ายหญิงถือห่อผ้าขาวนั่งในรถ ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน เขาเดินมากราบท่านบนกุฏิ แล้วเอาพระพุทธรูปที่อยู่กับภรรยามาถวาย สิ่งที่ปรากฎ คือ พระพุทธรูปปางนาคปรกแบบโบราณ จิตท่านบอกว่า ..ใช่แล้ว!
ผู้ชายได้เล่าให้ฟังว่า เขาได้พระพุทธรูปองค์นี้จากพี่ชายก่อนแต่งงาน พอแต่งงานมีครอบครัว ภรรยาของตนฝันแทบทุกคืนว่า พระพุทธรูปองค์นี้ท่านสั่งให้เอาท่านไปถวายหลวงพ่อวัดป่า จนกระทั่งเมื่อคืนได้บอกบังคับว่าพระพุทธรูปไม่ใช่ของพวกเธอ เป็นของหลวงพ่อวัดป่าให้เอาไปถวายเช้าวันพรุ่งนี้ ไม่ทราบว่าสืบทอดกันมาอย่างไรเท่าที่จำได้จากปู่ พ่อและพี่ชาย จนตกมาเป็นสมบัติของหลวงปู่สอ
หลวงปู่สอเอาไปให้อาจารย์มหาบัวดู ท่านว่า ของดีรักษาให้ดี
ให้หลวงปู่ขาวดู ท่านบอกว่าเป็นของดีจริง ๆ รักษาไว้ให้ดี หลวงปู่ขาวขอเอาไว้ภาวนาดูประมาณ 1 อาทิตย์ แล้วเล่าให้ฟังว่า ตกกลางคืนจะมีแสงสว่างรุ่งเรืองออกมาจากองค์พระ มอบคืนหลวงปู่สอพร้อมพูดว่า"พระพุทธรุปนี้เป็นของดีจริง ๆนะ ดูลักษณะท่านซิปกป้องคุ้มครอง ต่อไปภายหน้าบ้านเมืองจะได้พึ่งพาอาศัยท่าน ให้รักษาไว้ให้ดี ๆ"
หลวงปู่ฝั้นท่านบอกว่า "ดีจริง ๆ หายากนะ พระที่เกิดจากสมาธิอย่างนี้ ร้อยองค์พันองค์ก็ไม่มีองค์หนึ่งนะ"
พระพุทธรูปองค์นี้สื่อความหมายกับหลวงปู่ได้ จะบอกหรือตักเตือนเทศน์เหมือนอาจารย์หวังดีต่อศิษย์ ท่านอาราธนาใส่ย่ามไปธุดงค์ไปไหนต่อไหนเป็นเวลาประมาณ 20 ปี
ในคราวได้มาใหม่ ๆ หลวงปู่สอท่านเรียนถามท่านชื่ออะไรท่านบอกว่าท่านเป็นสัจธรรม ให้เรียกชื่อท่านว่า หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์
ลักษณะพระพุทธรูปเจ็ดกษัตริย์ เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรก สูงประมาณ 15 นิ้ว หล่อแบบโบราณเนื้อสัมฤทธิ์หนักประมาณ 10 กล. สันนิษฐานของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร อายุ 800 ปีเศษ ซึ่งใกล้เคียงกับที่หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์บอกหลวงปู่ เข้ามาในไทยครั้งแรกที่จ.นครปฐม จะมีอยู่ 2 องค์ องค์หนึ่งอยู่ในเจดีย์นครปฐม ส่วนอีกองค์ก็อยู่กับหลวงปู่สอ วัดป่าบ้านหนองแสง ต.สิงห์ อ.เมือง จ.ยโสธร
เรื่องราวหลวงปู่สอ พันธุโล
* หลวงปู่เคยทำความเพียรอดข้าวอดน้ำ 15 วัน ชนิดเอาชีวิตเป็นเดิมพัน คือตั้งจิตอธิฐานว่า จะนั่งทำสมาธิเป็นเวลา 15 วัน โดยไม่ลุกไปไหน ไม่ฉันอาหาร ถ้าไม่เกิดความรู้หรือธรรมมะอย่างใดอย่างหนึ่ง จะไม่ยอมลุกจากที่นั่งเป็นอันขาด แม้ตายก็ยอมตาย"
วันแรกที่นั่งอยู่เปียกแฉะด้วยเหงื่อกาฬที่ไหลออกมา ภาษาพระป่าเรียกว่า"ยางตาย" พราะไม่ใช่เหงื่อธรรมดาแต่เกิดจากการต่อสู้ชนิดเอาเป็นเอาตายจริง ๆ ผ่านไป 5-6 วันจิตใจที่ถ้อถอยกลับกล้าแข็งยิ่งขึ้นถึงจะเมื่อยล้าบ้าง จนครบ 15 วัน หลังจากทำสำเร็จ 2 วันต่อมา รู้สึกว่ามีพระมานั่งที่ไหล่ทั้งสองข้างแล้วเทศน์อบรมสั่งสอนตลอดเวลา ไปกราบเรียนถามอาจารย์มหาบัวท่านก็เคยเป็นเหมือนกัน 1 ปี แล้วก็หายไป หลวงปู่สอก็ปล่อยให้เป็น 3 ปีจึงหาย
หลวงปู่เคยอดอาหาร 1 เดือนแทนที่จิตใจจะท้อถอยหรือกลัวเจ็บปวดกลัวตาย จิตใจกลับมีแต่ความสบายไม่กังวล ขณะเดียวกันเวลาจิตสงบก็สงบอย่างแนบแน่นเป็นเวลาหลายชั่วโมง ประหนึ่งว่า โลกไม่มีร่างกายก็ไม่มีความรู้สึก เมื่อจิตถอนออกมาก็ใช้ปัญญาสัจธรรมความจริงที่มีอยู่จนบรรเทาความหลงได้
* เกี่ยวกับการตายของมนุษย์บาปบุญ คืนหนึ่งหลวงปู่นั่งสมาธิมีเสียงคนเดินมาท่ามกลางความมืดยามวิกาลแล้วพูดว่า"หลวงพ่อเอาห่อบังสุกุลให้ผมหน่อย" สำเนียงแข็งและห้วนคงไม่ใช้มนุษย์แน่ หลวงปู่ตอบว่า"อาตมาให้เณรเอาไปเก็บที่โรงครัวให้ไปเอาเอง" ผีบอก"ไม่ไป หลวงพ่อไปเอาให้หน่อย" เมื่อเห็นว่าพูดกันไม่รู้เรื่องหลวงปู่เลยลุกไปบอกให้ลูกศิษย์ไปเอาแล้ววางไว้หน้ากฏิ
ทันใดนั้น... ก็ปรากฏเงาตะคุ่มเดินเข้ามาผีหยิบเอาห่อบังสุกุลเดินหายไปในความมืด แต่ที่น่าแปลกที่ห่อบังสุกุลยังคงอยู่ที่เดิม
หลวงปู่เล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า ผีตนนั้นคือเปรต ตนนี้ก่อนตายเคยเป็นมนุษย์ เป็นคนชอบทำบาปไม่สนใจการทำบุญให้ทาน เมื่อตายก็มาเป็นเปรต แม้ญาติพี่น้องจะทำบุญให้ก็ไม่ได้รับ เพราะไม่อยู่ในสถานะที่จะรับได้ จึงต้องอยู่ในความทุข์ทรมานตามผลกรรม
หลวงปู่บอกว่า เปรตหรือผีไม่ใช่สิ่งน่ากลัวเพราะเขาไม่ดุร้ายอะไร ธรรมชาติเขาเป็นเช่นนั้น คืออยู่กับผลกรรมของตัวเองเราจึงไม่ควรกลัวผีอีกต่อไป
หลวงปู่สอเคยปรารภให้ศิษย์ฟังว่าท่านจะมรณภาพเมื่ออายุ 80 ปี หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ได้บอกท่าน แต่ลูกศิษย์หลายคนเคยกราบเรียนถามว่า"หลวงปู่คงไม่มรณภาพอายุ 80 ปีแล้วใช่ไหม" หลวงปู่ตอบว่า" ไม่ เทวดา นิมนต์ไว้เขายังไม่อยากให้ตาย ยังอยากให้ทำประโยชน์ต่อไปอีก"

หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์(พระพุทธสิริสัตตราช )
เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะแปลก คือ มีพญางูใหญ่ 7 ตัว 7 หัว แผ่คลุมองค์พระซึ่ง ไม่เหมือนกับโดยทั่วไปที่มีพญานาค 1 ตัว 7 หัวบ้าง 5 หัว องค์พระคล้ายศิลปะเชียงแสนหรือทางเวียงจันทน์

ด้านหลังเป็นนาค 7 ตัว

พุทธานุภาพและพุทธคุณหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์
พุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่เคารพศรัทธาใน หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ได้สร้าง หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์จำลองเพื่อนำไปประดิษฐานที่ต่าง ๆ เพื่อหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ไปประดิษฐานที่ใดความสงบร่มเย็นจักได้ครอบคลุมสถานที่นั้น จังหวัดนั้นและใกล้เคียง
โดยมีความเชื่อมั่นว่าพุทธานุภาพจะช่วยให้ปัญหาสำคัญของประเทศ เช่น เศรษฐกิจตกต่ำ ภัยแล้ง คลี่คลาย ดังที่เคยปรากฏสมัยพุทธกาล ด้วยภาวะที่เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าผู้คนต่างมีจิตใจถดถอย สลดหดหู่ จึงได้สร้างหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์จำลองให้อธิษบานบารมีให้ชีวิตประจำวันคิดดีทำดีประสบแต่สิ่งที่ดีงาม มีความร่มเย็นถั่วกัน เมื่อสุขทุกครอบครัวเมืองก็เจิญรุ่งเรือง ชาติก็สันติสุข สงบร่มเย็น
ประโยชน์ต่อเนื่องหลายประการโดยเฉพาะก่อเกิดความอุดมสมบูรณ์ด้านน้ำฝนตามเขื่อนต่าง ๆ จึงปรากฏหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์จำลองตามเขื่อนหลายแห่ง
เมื่อพ.ศ. 2541 การสร้างหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์บารมีของท่านจะช่วยให้ค่าเงินบาทดีขึ้นอัตตราต่อบาทจะลดลงจะลดเหลือ 30 บาทกว่า เป็นที่น่าอัศจรรย์ เมื่อเริ่มเททองหลวงพ่อเจ็ดจำลองกษัตริย์องค์แรก อัตตราแลกเปลี่ยนลดลงจาก 40 กว่าบาท จนมาแตะที่ 30 กว่าบาท ดังที่หลวงปู่ท่านกล่าวไว้
หรือกรณีไฟป่าครั้งร้ายแรงเกิดขึ้นเช่นที่ ภูเรือ ห้วยขาแข้ง อินทนนท์ เมื่อกราบขอบารมีหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ ภายใน 1-2 วัน ฝนก็ตกลงมาดับไฟได้อย่างน่าอัศจรรย์ หลวงปู่กล่าวว่า หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์เป็นสัญลักษณ์แห่งฝนและความร่มเย็น หลวงปู่มั่น ภูริทัตตะมหาเถระยกย่องว่า "เป็นพระสำคัญจะปกป้องคุ้มครอง ให้ความร่มเย็นเป็นสุขแก่บ้านเมือง"
ผู้ที่ได้รับพระไปบูชาจำนวนมากต่างเล่าว่า ได้ปรากฏกำลังใจในการสู้วิกฤตเศรษฐกิจ ประสบผลสำเร็จด้านธุรกิจการค้า มีงานทำ มีโชคลาภ กิจการที่ใกล้จะล้มละลายก็กลับพลิกฟื้น มีงานป้อนไม่ขาดสาย มีการดำรงชีพที่สะดวกสบายขึ้นอย่างอัศจรรย์
ปรากฏการณ์
- วัดเวฬุวัน ต.นิคม อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธิ์ ระหว่างประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาติภายในเศียรหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์จำลอง อัศจรรย์บนท้องฟ้ามีเมฆไหล 4 ทิศรวมกันแยกออกเป็นเหมือนเศียรพญางู 7 ตัว เรียงกันเหนือมณฑลพิธี
- งูเหลือมใหญ่เข้ามาภายในพิธีหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์จำลอง บริเวณบ้านเรือนไทย ลาดพร้าว งูจะมาปรากฏเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับงานบุญหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์เท่านั้น
- ผู้ได้รับหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ไปบูชามีจำนวนมากพอควรที่เกี่ยวข้องหรือพบเห็นงู ถ้าไม่พบงูจริงก็จะฝันเห็น
- ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก 4 ต.ค. 2542 หลวงปู่สอไปถึงประกอบพิธีแล้ว ระหว่างนั่งผักผ่อนได้มีนกจำนวนมาก 300-500 ตัวขึ้นไป บินมารอบบริเวณประดิษฐานหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ พร้อมส่งเสียงลั่น คล้ายยินดีปรีดา ฝูงนกบินวนอยู่นานประมาณ 20 นาที ก็ค่อยหายไป ท่านว่า"นกมาแสดงความชื่นชมยินดีกับพวกเรา" ตั้งแต่นั้นมา น้ำเต็มเขื่อนเป็นประวัติการณ์
เมฆที่เรียงตัวคล้ายงู


สำหรับผู้มีหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ท่านจะช่วยเหลือนั้นจะต้อง
1 มีสัจจะ 2 มีศีลธรรม 3 ห้ามฆ่างูเบียดเบียนงูทุกชนิด เพราะงูเป็นสัญลักษณ์ท่าน นอกนั้นก็มีองค์ประกอบอื่น เช่น มีบุญเก่า รู้จักทำบุญทำทานตลอดชีวิต
* เอื้ออำนวยให้เกิดโชคลาภ มีโยมที่เป็นลูกศิษย์ประสบปัญหามีการฟ้องร้องคดีกับญาติพี่น้อง "อย่าเป็นคดีความกันเลย เขาอยากได้ที่ดินมรดกก็ให้เขาไปเถอะ หลวงพ่อจะช่วยเหลือเอง" ก็ปฎิบัติตาม หลังจากนั้นเวลานั่งสมาธิหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์จะมาให้กำลังใจเสมอ แนะนำกิจการที่เหมาะสมต้องกู้เงินธนาคารซื้อที่สร้างบ้าน แม้มีเพียงเงินเดือนน้อยนิด แต่ด้วยความดีมีศีลธรรมและยึดมั่นเขาก็ได้ผ่านปัญหา การเงินการงานดีขึ้น มีคนมาขอซื้อที่ที่ซื้อมีถนนตัดผ่าน ปัจจุบันเขามีตึกอาชีพมั่นคง มีความสุข ความอบอุ่น เป็นผู้นำเพื่อนญาติมิตรบำเพ็ญบุญมาตลอด
* ให้การค้าขายประสพความสำเร็จ หลายคนที่ได้เหรียญหรือพระกริ่งหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ไปสักการะบูชา และเป็นคนมีศีลธรรม เมื่อตั้งจิตอธิษฐานขอพึ่งบารมีท่าน ไม่นานก็รับผลสำเร็จ
เช่น แม่ค้าขายอาหารโดนพิษเศรษฐกิจเล่นงานหนัก รถก็ถูกยึด ค้าขายไม่ดี ทุกข์ใจมากหันไปดื่มเหล้า มีคนแนะนำไปกราบอธิษฐานหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ที่บ้านเรือนไทย ก็มีกำลังใจ มีความอบอุ่นใจ มีที่พึ่งทางใจ
หลังจากนั้นก็ค้าขายดีมากขึ้น จากที่ท้อแท้ ทุกข์ใจและไม่ค่อยทำบุญทำทานและชอบดื่มเหล้าประจำ เปลี่ยนตัวเองใหม่ ไหว้พระสวดมนต์ ทำบุญทำทานประจำ ฟังธรรม พยายามงดเว้นดื่มเหล้า ปัจจุบันซื้อรถใหม่ มีโชคลาภ
อีกท่านได้บริจาคสร้างหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์และวิหารตลอดมา และนำอาหารบริการในงาน ได้รับหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ไปบูชาที่บ้านและติดตัวเสมอ หลังจากนั้นค้าขายดีขึ้นมีกำไรมากขึ้น สามารถเก็บเงินใช้หนี้หมดภายในเวลาไม่ถึงปี ซื้อรถใหม่เกือบล้านได้
โดยอธิษฐานขอว่า"แม้จะไม่มีโชคอย่างอื่น ก็ขอให้ลูกหลานค้าขายดี ๆ หมดหนี้สินภายใน 1 ปี และมีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายในครอบครัว" คงด้วยบุญที่มีศีลธรรมทำบุญทำทานเสมอและชวนหมู่คณะไปร่วมทำบุญเสมอศรัทธาหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์คุณพระรัตนตรัยจึงประสพความสำเร็จ
* ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย รถเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง คนขับรถระลึกถึงหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ที่ติดตัวไป รถพังหลังคายุบเหลือแต่ด้านคนขับไม่เป็นไร คนขับเลือดหยดเดียวก็ไม่มีความเจ็บปวดก็ไม่มี
หลายรายก็ห้อยหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์แล้วปลอดภัยจากอุบัติเหตุ
รายคนขับรถบรรทุกหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์จำลองไปกรุงเทพ เกิดหลับในหลายนาที ช่วงนั้นมีเสียงกระซิบว่า"ให้ชะลอรถและชิดซ้าย" ก็ปฏิบัติตาม สะดุ้งตื่น ถ้าไม่ทำตามเกิดอุบัติเหตุแน่นอน
*ช่วยบรรเทาทุกข์จากโรคภัยไข้เจ็บ มีคนเคยได้พระกริ่งหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ไปบูชาเคยพ้นทุกข์จากโรคนิ่วในไต ปวดมากนัดหมอเตรียมห้องผ่าตัด เขาได้อธิษฐานหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ที่ห้อยคอและกำพระไว้แน่นว่า" ขออย่าให้ลูกเป็นอะไรมากเลย ขออย่าให้ต้องผ่าตัดเลย ขอให้หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ช่วยด้วยเถิด" ปรากฏว่าไม่นานอาการปวดก็ลดลงพอไปโรงพยาบาลอาการหายไป แวะไปห้องน้ำปัสสาวะเม็ดนิ่วก็ตกออกมาไม่ต้องผ่าตัด
อีกท่านหนึ่งเป็นผู้บำเพ็ญบุญมานาน เธอชักชวนหมู่คณะไปล้างครัวห้องน้ำในวัด มีความศรัทธาหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์และหลวงปู่สอ เธอสุขภาพไม่แข็งแรง โรคภัยรุมเร้า อานิสงค์การทำความสะอาดต่าง ๆภายในวัดอาจช่วยให้โรคบรรเทาหรือหายได้
มีอยู่คืนหนึ่งฝันว่ามีคนเข้ามาหาพูดว่า "จะมาช่วยรักษาโรคให้นะ เดี๋ยวก็หาย"เสร็จแล้วเขาก็เอาไม้สีฟันใส่ในโรคดึงออกมาแล้วพูดว่า"หายแล้วนะ" ตอนเช้าไปปัสสาวะมีสีเขียวปนเลือดออกมา แต่ไม่ตกใจกลับแช่มชื่นเบิกบานใจเป็นพิเศษ จากที่เป็นโรคตับจะมีชีวิตอยู่ได้แค่ประมาณ 5-6ปี จากจะต้องเปลี่ยนตับ ได้หายเป็นปกติ เพราะพุทธานุภาพหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์และหลวงปูสอ
* ช่วยให้ปลอดภัยจากไฟไหม้บ้าน บ้านพักโดนไฟไหม้จึงอัญเชิญองค์หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์จำลอง 9 นิ้วลงมาอธิฐานทำน้ำมนต์ โดยเอาน้ำสรงองค์พระเสร็จแล้วก็เอาใส่ภาชนะไปพรมรอบบ้านพัก ไฟก็จะค่อย ๆ ดับลง และเปลี่ยนทิศไปทางอื่น
อีกรายมีพระกริ่งหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ อยู่วันหนึ่งไฟไหม้รถจักรยานยนต์ ตัวเองติดอยู่ในบ้าน จึงอธิฐานกับหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ที่ห้อยอยู่ประตูกุญแจว่า "ขอหลวงพ่อช่วยลูกด้วย ขออย่าให้รถระเบิด และอย่าให้ไฟไหม้เข้ามาในบ้านเลย" ชาวบ้านก็พากันวิ่งมาช่วยแต่เข้าบ้านไม่ได้เจ้าของบ้านไม่เปิดประตู เขาลังเลว่าจะเปิดประตู ทันใดนั้นมีเสียงกระซิบที่หูว่า "อย่าเปิดประตูนะ! เดี๋ยวจะไม่ปลอดภัย!" ไม่นานเขาก็ค่อยเปิดประตู เอาผ้าชุบน้ำคลุมรถ ชาวบ้านก็หาเชือกมาดึงรถออกจากตัวบ้าน รถก็ระเบิดแต่ไม่มีใครเป็นอันตราย
* ช่วยตักเตือนให้ละชั่วทำดี
* พระโดนขโมยได้คืน พระวัดใกล้เคียงโดนขโมยถามหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ท่านบอก 15 วันจะได้คืนให้ไปตามทางจ.หนองคายก็จะได้คืน มีคนยึดได้แล้ว เมื่อไปตามก็ได้คืนตำรวจยึดได้
*ช่วยให้ฝนตกที่เขื่อนสิริกิต์
| Create Date : 05 พฤศจิกายน 2552 |
| Last Update : 5 พฤศจิกายน 2552 16:22:29 น. |
| |
0 comments
|
|
|
|
|
|
|
|