Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2561
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
11 กรกฏาคม 2561
 
All Blogs
 

พา 13ชีวิต ออกจากถ้ำหลวง ภูเขานางนอน(ภาค2)



ช่วย13ชีวิต ติดถ้ำหลวง ภูเขานางนอน(ภาค 1)

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=imaginer&month=07-2018&date=09&group=1&gblog=190












เป็นเวลา 9 วัน 5 ชั่วโมง 41 นาที 15 วินาที
ในที่สุดก็ได้รับข่าวดีจาก
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ว่าหน่วยซีลดำน้ำเข้าไปพบทั้ง 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี่
วันที่ 2 กค. 61



















คนไทยบางคนเรียกว่า "งมงาย" แต่ฝรั่งเรียกว่า "ปาฏิหาริย์"

“จอร์น” นักดำน้ำชาวอังกฤษกลับไปให้สัมภาษณ์กับสื่อที่บ้านเขาว่า ………ทุกอย่างคือปฏิหารย์

เขาเกือบไม่ได้เจอเด็กๆ แต่ด้วยความบังเอิญเชื่อกที่นำไปปักในถ้ำมันหมดแค่นั้นจริงๆ เลยโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเพื่อหายใจแล้วบังเอิญก็เจอดวงตาของคนทั้ง 13 ที่กำลังจ้องมองมาที่เขา ตรงนั้นเป็นเนินนมสาว เป็นเนินใหญ่และไล่ระดับสูงขึ้นไป เมื่อเด็กๆเห็นมีคนมาเลยรีบไต่ลงมาข้างล่าง ทันที่ที่เห็นเด็กร้องว่า”ขอบคุณ ขอบคุณ” แล้วพยายามบอกว่า มีกระเป๋าอยู่ข้างนอก เด็กหิวมาก มีความคาดหวังว่าจะมีคนมาข่วยพวกเขา จึงถามว่า จะออกไปได้เมื่อไหร่ แต่เด็กอาจฟังที่เขาบอกไม่เข้าใจ หรือเข้าใจแต่ไม่มาก …เด็กจับประเด็นได้แค่ว่า “เดี๋ยวก็มีคนมาช่วย” เลยเริ่มหันไปตั้งคำถามกันเองว่า “เขามาช่วยเราหรือเขามาแค่สำรวจ”แล้วก็มีเสียงเด็กคนนึงตกลงมาในน้ำ มีเสียงบอกว่า”ขึ้นมาเถอะพี่ขึ้นมาเถอะ” เด็กคนที่ตกน้ำร้อง”อ้าว เขาไม่ได้มาช่วยเราเหรอ” เด็กอีกคนเลยบอกว่า “ไม่หรอก เขาบอกจะกลับมาใหม่ มาพาเราออกไป”

นักดำน้ำยังเล่าต่ออีกว่า “เขาไม่คิดว่าจะได้เจอเด็กๆ เพราะหน้าที่เขาและริชาร์ดคือการนำเชื่อกเข้าไปปักในถ้ำเพื่อให้หน่วยซีลของไทยตามมาได้ถูก เขาไม่ได้มีหน้าที่ติดตามหาเด็ก ๆ แต่เพราะปฏิหาริย์ เชือกที่นำเข้ามามันไปหมดตรงที่เด็กอยู่หากถ้าเชือกยาวกว่านั้นก็ไม่เจอ จังหวะที่เค้าได้เห็นดวงตาของทั้ง 13 จ้องมองมาที่เขา เขารู้ทันที่ว่านี่คือเด็กๆทั้ง13คนที่ติดในถ้ำ ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เจอหน้าเด็กๆ(ยิ้ม)

เวิร์นเล่าต่อด้วยว่า หากเชือกที่จอห์นนำมาปักสั้นลงไปแค่ 15 ฟุต สิ่งที่เค้าจะได้เห็นหากเงยหน้าขึ้นมาจากน้ำคือความมืด ผนังถ้ำ เค้าก็จะกลับไปโถงที่ 3 เริ่มต้นใหม่เหมือนเดิมเพราะเชือกหมดแล้ว ก็จะไม่เจอเด็กๆ เรียกว่าเป็นจังหวะของเชือกหมด





































































คุณหมอทหารคนไทยที่ได้รับเลือกดูแลทีมหมู่ป่าอย่างใกล้ชิด































ข้อความจากเด็กๆ ทีมหมูป่าและโค้ช ฝากทีมนักดำน้ำต่างชาติ ออกมาจากเนินนมสาว เมื่อคืนวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 อยากสื่อสารอะไรบ้าง ไม่ต้องเป็นห่วง แข็งแรงทุกคน ออกไปอยากกินอาหารหลายอย่าง ออกไปอยากกลับบ้านเลย คุณครูอย่าให้งานเยอะ

ดอม - ผมสบายดีครับ แค่อากาศอาจจะเย็นไปหน่อย แต่ไม่ต้องเป็นห่วงครับอย่าลืมจัดวันเกิดผมด้วย

อดุลย์ - ตอนนี้ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราแล้วนะครับ คิดถึงทุกคนครับ อยากกลับแล้วนะครับ

บิว - ไม่ต้องเป็นห่วงนะ พ่อ-แม่ บิวหาย 2 อาทิตย์เดี๋ยวไปช่วยแม่ขายของทุกวันว่างเน้อ จะรีบไปเน้อ

ตี๋- ไม่ต้องเป็นห่วง มีความสุขมาก

ไตตัน - พ่อแม่ไม่ต้องห่วงผมนะครับ สบายดี ฝากบอกพี่ยอดเตรียมตัวพาไปกินไก่ทอด รักนะครับ

มาร์ค - แม่อยู่บ้านสบายดีไม ผมสบายดีนะครับ ฝากไปบอกครูด้วยนะครับ (รักแม่)

มิกซ์ - ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ คิดถึงทุกคนนะครับ ตา น้า แม่ พ่อ และพี่น้อง รักทุกคนนะครับ ผมอยู่ในนี้มีความสุขดี พี่ๆ หน่วยซีลดูแลอย่างดีครับ รักทุกคน

พงษ์ - รักพ่อ-แม่นะครับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ปลอดภัยแล้วครับ รักทุกคน

นิค - แม่-พ่อ นิครักพ่อกับแม่เน้อ กับน้องโตย ถ้าออกไปได้ พ่อ-แม่พาไปกินหมูกระทะหน่อย นิครักพ่อ-แม่-แม่

ไนท์ - ไนท์รักพ่อแม่ปี่เน้อ บ่าต้องเป็นห่วงไนท์เน้อ ไนรักทุกคน

เติ้ล - เติ้ลคิดถึงพ่อแม่หนา คิดถึงจุ๊บแจงด้วย รักพ่อแม่หนาครับ บ่ะต้องเป็นห่วงเติ้ลดูแลตัวเองได้

โน้ต - เปิ้ลปลอดภัยดี ไม่ต้องเป็นห่วง รักพ่อแม่และทุกคนหนา

โค้ชเอก -ถึงอากับย่า ผมสบายดีครับ อย่าเป็นห่วงผมมากไปนะ ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ อาบอกย่า ทำน้ำพริกกับแคมปหมูไว้ด้วยนะครับ ออกไปแล้วจะไปกินครับ รักทุกคนครับ

โค้ชเอก- ถึงผู้ปกครองเด็กๆ ทุกคนน ตอนนี้เด็กๆ สบายดีครับ มีพี่ๆทีมงานดูแลเป็นอย่างดี และขอสัญญาว่าจะดูแลเด็กๆ ให้ดีที่สุด ขอขอบคุณทุกกำลังใจและกราบขอโทษผู้ปกครองด้วยครับ

Cr. Thai NavySEAL , @mthai








เป็นข่าวที่คนติดตามดังทั่วโลก ลุ้นแทบจะแย่งซีนฟุตบอลโลก

















































จ.อ.สมาน กุนัน ผู้เสียสละชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในถ้ำหลวง

จ.อ.สมาน กุนัน อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ เสียชีวิตในเวลา 01.00 น. ขณะปฏิบัติภารกิจลำเลียงขวดอากาศภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยจ.อ.สมาน ได้รับภารกิจตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. ให้ลำเลียงขวดอากาศ จากโถง 3 ไปยังบริเวณสามแยก และเริ่มดำน้ำเมื่อเวลา 20.37 น. เมื่อเสร็จภารกิจ ขณะดำน้ำกลับ ได้หมดสติในน้ำ คู่ดำน้ำได้ทำการปฐมพยาบาล (CPR) แต่ไม่ได้สติ จึงนำกลับมายังโถงสามเพื่อปฐมพยาบาลอีกครั้ง แต่ จ.อ.สมาน ไม่ได้สติและเสียชีวิตลงเวลาประมาณ 01:00 น.

จะมีคนแปลกหน้าสักกี่คน ที่ยอมเสียสละชีวิตตัวเอง เพื่อช่วยคนแปลกหน้า 13 คนที่ตัวเองไม่รู้จัก
วันนี้มีคนแปลกหน้ามากมาย มาร่วมกันจัดกิจกรรม #RunforSaman หาเงินช่วยเหลือครอบครัว จ.อ.สมาน กุนัน
🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭ซึ่งล่าสุดได้เงินบริจาคทะลุ 3 ล้านไปเรียบร้อยครับ🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭🇹🇭

Cr. Fb. Ake Wirote






จ่าสมาน เสียชีวิต เพราะท่อหายใจหลุดออกจากปากแล้วหาไม่เจอมันมืดมาก














พบรักที่ริมโขง








ภรรยาผู้ใจดีไม่โทษหรือโกรธพวกหมูป่า และเข็มแข็ง สมกับเป็นภรรยาของทหาร







ผบ.หน่วยซีล










7 กรกฎาคม เวลา 14:44 น.

พระอาทิตย์ทรงกลด @ ถ้ำหลวง 13.30 น.
ทุกครั้งที่เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดขึ้น ตามความเชื่อของคนไทยก็จะมีเสียงพูดกันปากต่อปากกันว่า วันนี้เป็นวันดี เป็นลางดี พระอาทิตย์ทรงกลดเป็นแสงแห่งชัยชนะ ภาวนาให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ผ่านพ้นวิกฤตได้....สาธุ///



















ผู้ว่าแถลงพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำ



















มือซีลใส่ประคำครูบาชุ่มจับมือกับต่างชาติ แสดงร่วมมือกันจะพาหมูป่าออกมา




































10.53น. ผอ.ศอร.ย้ำเด็กมีความพร้อมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ รวมถึงสถานการณ์ ก่อนที่จะนำออกมา

10.41น.ผอ.ศอร.เผยเริ่มปฎิบัติการนำเด็ก-โค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวง ตั้ง10โมงเช้าวันนี้ ไม่เกิน15.00น. จะมีความคืบหน้าทีมนักดำน้ำต่างชาติ13คนจะลงไปช่วยในลักษณะ 1:1 คาดว่าคนแรกจะออกมาได้21.00น.

8.00 น. นายภาสกร บุญญลักษม์ รอง ผวจ.เชียงราย คุยกับครอบครัวและผู้ปกครองของทั้ง 13 คน

06.35 น. ตำรวจแจ้งให้สื่อทุกสำนักทั้งไทยและต่างชาติ ออกจากบริเวณหน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน โดยให้ย้ายไปปฏิบัติงานที่ อบต.โป่งผา

** 8 ก.ค.61 **





























บังเอิญทีมหมูป่าเคยเป็นพี่ให้ ร่วมวิ่ง"ก้าวคนละก้าว"
กลายเป็นผู้รับจากโครงการได้ช่วยตัวเอง





















































7





16



























34



35




-------





ปฏิบัติการโลกตะลึง 412 ชั่วโมงในถ้ำหลวง ภารกิจนำ13 หมูป่ากลับบ้าน

ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ลุ้นระทึกไม่น้อยไปกว่าภารกิจกอบกู้โลกของเหล่าฮีโร่ในจักรวาลมาร์เวล สำหรับการกู้ภัยใต้ดินที่ท้าทายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ “412 ชั่วโมง 17 วัน” ในปฏิบัติการค้นหา “13 ชีวิต” ทีมหมูป่า อะคาเดมี ที่สูญหายไปในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ที่ทั้งฝ่ายไทยและต่างชาติ ระดมสรรพกำลังช่วยเหลืออย่างเต็มที่

กระทั่ง สามารถนำ “12 หมูป่า + 1 โค้ช” ออกจากถ้ำหลวงอย่างปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นการสิ้นสุดปฎิบัติการอย่างงดงาม ในวันที่ 10 ก.ค. 2561 หลังติดอยู่ภายในถ้ำหลวงตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. 2561 รวมเวลา 412 ชั่วโมง หรือ 17 วัน

แกะรอย412 ชั่วโมงระทึก
ไทม์ไลน์ปฏิบัติการ “พาทีมหมูป่ากลับบ้าน” ลำดับเหตุการณ์ย้อนกลับเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2561ทีมฟุตบอลเยาวชนและ โค้ช “หมูป่าอะคาเดมี แม่สาย” จำนวน 13 คน อายุระหว่าง 11 - 16 ปี จากหลายโรงเรียนในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย สูญหายภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย

ปฏิบัติการค้นหา “ทีมหมูป่าฯ” ดำเนินไปอย่างยากลำบาก ทีมค้นหาเผชิญอุปสรรคทั้งสภาพอากาศและสภาพทางภูมิศาสตร์ ความช่วยเหลือจากทั่วสารทิศทั้งไทยและเทศหลั่งไหลสู่ถ้ำหลวง ผสานความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) หรือ “หน่วยซีล” กองทัพเรือ เข้ามามีบทบาทสำคัญในภารกิจค้นหาผู้สูญหายภายในถ้ำ รวมทั้ง ความช่วยเหลือจากนักดำน้ำกู้ภัยต่างชาติ จากองค์กรช่วยเหลือผู้ประสบภัยติดถ้ำจากประเทศอังกฤษ หรือ Derbyshire Cave Rescue Organisation

นับเป็น9 วัน 9 คืน จากวันที่ทั้ง 13 คน หายตัว ในที่สุด “ทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษ” ซึ่งทำงานร่วมกับ “หน่วยซีล” ก็สามารถเข้าไปพบตัวเด็กๆ และโค้ชจนได้ ณ บริเวณ “เนินนมสาว” ซึ่งอยู่เลยจากพัทยาบีชไปอีกราว 300 - 400 เมตร พร้อมกับบันทึกวิดีโอออกมาให้ได้รับชมกันด้วยความยินดี เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2561

แต่ภารกิจกู้ภัยครั้งนี้เต็มไปด้วยอุปสรรค ยังไม่สามารถนำตัวทีมหมูป่าฯ ออกมาจากถ้ำหลวงได้

กระทั่ง ดีเดย์ช่วงเช้าวันที่ 8 ก.ค. 2561 “นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร” ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย 13 ชีวิต ในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย (ผอ.ศอร.) ส่งสัญญานเริ่มปฏิบัติการกู้ภัยที่ท้าทายและอันตรายที่สุดในโลก

ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์แถลงถึงความพร้อม100 เปอร์เซ็นต์ทุกๆ ด้าน ในการนำทีมหมูป่า อะคาเดมี ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ. เชียงราย และคาดว่า “หมูป่าคนแรก” จะออกมาจากถ้ำเร็วที่สุด 21.00 น. ของวันเดียวกัน

ย้อนกลับไป ค่ำคืนการค้นพบทีมหมูป่าฯ โดย “จอห์น โวลันเธน” ทีมนักดำน้ำกู้ภัยชาวอังกฤษ ค้นพบทีมหมูป่า ภารกิจสำคัญของ ศอร.คือการกู้ชีพกู้ภัยนำตัวทั้งหมดออกมา ทว่า ตลอดเวลามีอุปสรรคสำคัญ 2 อย่าง คือ “น้ำและเวลา” เป็นการสู้กับธรรมชาติที่มนุษย์ไม่มีทางที่เอาชนะได้ แต่ยังมีเสี้ยววินาทีที่จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้


จวบจน วันที่ 8 ก.ค. 2561องค์ประกอบทุกอย่างเหมาะสม เจ้าหน้าที่ระดมใช้เครื่องสูบน้ำเร่งปั๊มน้ำในถ้ำหลวงออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำลดลงอย่างชัดเจน โถง 1 โถง 2 และโถง 3 ภายในถ้ำหลวง

ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ พร้อมด้วย พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคํา รอง มทภ.3 พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รอง ผบช.ภ.5 นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ นพ.ทศเทพ บุญทอง สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ร่วมกันแถลงข่าวปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่า 13 ชีวิต เริ่มต้นปฏิบัติการลำเลียง 13 ชีวิตหมูป่าออกจากถ้ำหลวง


โดยเชื่อมั่นว่ามีความพร้อม 3 ด้านที่ทำให้ตัดสินใจเริ่มภารกิจนำทีมหมูป่าฯ ออกจากถ้ำในวันนี้ ประกอบด้วย ร่างกายและจิตใจของ13 เยาวชนนักเตะและโค้ชทีมหมูป่าฯ ซึ่งมีความพร้อมสูงมาก ทั้ง 13 คนมีจิตใจเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น ทุกคนรับทราบภารกิจและพร้อมที่จะออกมาพร้อมกับพวกเราไม่ว่าจะเผชิญอะไร ขณะที่ครอบครัวทั้ง 13 คน รับทราบแล้วภารกิจแล้วและเห็นด้วย และทีมแพทย์มีการซักซ้อมเป็นอย่างดี

“ยืนยันว่า เราพร้อมทุกด้านเรียบร้อย น้องทราบ ยินดี แข็งแกร่งพอที่จะออกมากับพวกเรา ขอให้พวกเราทุกคนรอฟังข่าว ส่งกำลังใจช่วยให้การปฏิบัติภารกิจประสบความสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์” ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ กล่าว


สู่แผนลำเลียงหมูป่าออกจากถ้ำ
ดีเดย์เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ถือเป็นปฎิบัติการกู้ภัยใต้ดินที่ท้าทายที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่รวมพลังช่วยเหลือจากนักประดาน้ำที่ดีที่สุดในโลกทั้งไทยเทศมากกว่า 90 คน โดยการลำเลียงหมูป่าออกจากถ้ำในครั้งนี้ ได้คัดเลือกทีมผู้เชี่ยวชาญดำน้ำจากต่างประเทศจำนวน 13 คน และเจ้าหน้าที่หน่วยซีลที่มีศักยภาพสูงสุด 5 คน เข้าไปปฏิบัติการในถ้ำหลวง

“ทีมดำน้ำที่เข้าไปทั้ง 18 คน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกู้ภัยในถ้ำ นักดำน้ำ 13 คนจากทั่วโลกเรียกได้ว่าเป็น “ทีมรวมดาราโลก” มาจากแทบทุกประเทศเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ส่วนหน่วยซีลของไทย 5 นาย คัดพิเศษสามารถทำงานร่วมกับนักดำน้ำต่างชาติได้เป็นอย่างดี”ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ยืนยัน

กล่าวสำหรับเส้นทางลำเลียงทีมหมูป่าฯ นั้น มีการซักซ้อมไว้หลายเส้นทาง ทั้งทางอากาศ และทางบก ส่วนจะเลือกทางไหนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยมีเฮลิคอปเตอร์รองรับอยู่ 2 จุด และมีรถพยาบาล 13 คัน

ทั้งนี้ แผนปฏิบัติภารกิจตั้งแต่เวลา 10.00 น.ของวันที่ 8 ก.ค. 2561นักดำน้ำต่างชาติชุดแรก ผ่านโถง 3 ไปยังจุดสามแยก โดยการดำน้ำระยะทางประมาณ 800 เมตร ซึ่งแอ่งน้ำที่โถง 3 เป็นแอ่งที่กว้าง แต่ระดับน้ำลดลงมาก ผ่านได้ไม่ยาก

จุดสำคัญที่ยากลำบากในการดำผ่านไม่ได้ คือจุดสามแยก ที่ต้องดำน้ำลึกเพื่อลอดช่องแคบ และอีก 1 จุดที่ยากลำบากมากคือ บริเวณก่อนถึงเนินนมสาว ซึ่งมีช่องแคบลดเลี้ยวเป็นแอ่งขึ้นลง ช่องแคบดังกล่าวมีความกว้างเพียง 70 ซม. ระยะทางที่จะต้องดำต่อเนื่องกว่า 500 เมตร จะมีเพียงบางจุดที่มีจุดพ้นน้ำให้พักบางช่วง รวมระยะทางจากปากถ้ำไปยังจุดเนินนมสาว มีระยะทางประมาณ 4.3 กม.

เตรียมรับหมูป่ากลับบ้าน
ทีมแพทย์เตรียมพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ เปิดเผย มีการซักซ้อมกันอย่างดี และซ้อมติดต่อกัน 3 - 4 วัน เช่น นำเด็กมาทดสอบเพื่อปฏิบัติจริง ซ้อมการปฏิบัติบัติต่อทีมหมูป่าทันทีที่ออกมา ซึ่งเป็นการซ้อมภารกิจในพื้นที่ปิด พร้อมกันนี้มีการเคลียร์พื้นที่ทั้งหมด เพื่อความสะดวกในการลำเลียงทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต

ขณะที่ พล.ต.ต.ชูรัตน์ รองผบช.ภาค 5 กล่าวขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายในขณะเจ้าหน้าที่ลำเลียงทีมป่าฯ นำส่ง ร.พ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เพราะต้องทำเวลารีบพาส่ง ร.พ. ให้ได้เร็วที่สุด โดยขอความร่วมมือ ให้อยู่ห่างในระยะรัศมี 200 เมตร ห้ามเข้าใกล้ รถเลี้ยว รถจอดอย่ากีดขวางพื้นที่ลำเลียงที่ไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ 2 จุด และจะไม่อนุญาตให้ ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปใกล้ หรือกีดขวางเส้นทาง โดยเด็ดขาด

แผนการเคลื่อนย้ายทั้ง 13 ชีวิตทีมหมูป่า ไปยัง ร.พ.ศูนย์เชียงรายประชานุเคราะห์ ทีมแพทย์มีแผนในการลำเลียง 2 รูปแบบ

1. ลำเลียงจากภายในถ้ำมายัง โรงพยาบาลสนาม เพื่อแยกตามอาการ แบ่งเป็นสีเขียว คือไม่มีอาการเจ็บป่วย หรือเจ็บป่วยเล็กน้อย สีเหลืองเจ็บป่วย หรือบาดเจ็บปานกลาง และสีแดง เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บรุนแรง โดยมีทีมแพทย์ 13 ชุด รองรับทั้ง 13 คน

2. หลังจากคัดแยกแล้วจะลำเลียงไปยังศูนย์อุบัติเหตุ ร.พ.เชียงรายประชานุเคราะห์ หากไม่เจ็บป่วยมากจะลำเลียงทางรถพยาบาลฉุกเฉินที่เตรียมไว้ 13 คัน แต่หากรายใดมีอาการเจ็บป่วยมาก จะประเมินสถานการณ์ลำเลียงโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ไปยังฝูงบิน 416 สนามบินเก่า อยู่ห่างร.พ. 500 เมตร และ 3.รักษาตามอาการของแต่ละคน โดยแยกแต่ละคนเพื่อให้ทีมแพทย์รักษาภายในห้องที่จัดเตรียมเอาไว้ที่ศูนย์อุบัติเหตุ ร.พ.เชียงรายประชานุเคราะห์ โดยมีทีมแพทย์ 13 ทีมดูแล

เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำชาวออสเตรเลีย จะรับหน้าที่สำคัญตรวจสุขภาพความพร้อมลำดับสุดท้ายของ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าฯ ก่อนลำเลียงออกจากถ้ำหลวง โดยมีแผนเลือกเด็ก 4 คนแรก ที่อ่อนแอสุดออกจากถ้ำหลวงเป็นชุดแรก เปลี่ยนจากเดิมซึ่งวางแผนจะนำเด็กที่แข็งแรงออกมาก่อน เพราะจากการตรวจร่างกาย หากปล่อยเด็กอ่อนแอเหล่านี้อยู่ในถ้ำต่อไปอาจส่งผลกระทบต่อชีวิต


นายแพทย์แฮร์ริส ดำน้ำเข้าไปตรวจดูและประเมินสภาพร่างกายของเด็กๆ และโค้ช ทีมหมูป่า 13 คน เมื่อบ่ายวันเสาร์ ที่ 7 ก.ค. 2561 หนึ่งวันก่อนถึงวันปฏิบัติการพาเด็กๆ ออกจากถ้ำหลวง ได้ชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ไทยถึงเหตุผลที่มีความจำเป็นต้องพาเด็กๆ ที่อ่อนแอที่สุดออกมาก่อนว่า เป็นเพราะหลังจากตรวจสภาพร่างกายเด็กๆ ทีมหมูป่าแล้ว เห็นว่าเด็กๆ ที่อ่อนแออาจจะไม่รอดชีวิต หากทิ้งพวกเขาไว้ในถ้ำต่อไป จึงได้โน้มน้าวให้เจ้าหน้าที่ไทยมีการปรับเปลี่ยนแผน ในการพาเด็กๆ ที่อ่อนแอที่สุดออกมาก่อน ขณะที่ระดับน้ำในถ้ำหลวงลดลง จึงทางการไทยตัดสินใจเริ่มภารกิจพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง


หมูป่าทะยอยออกจากถ้ำ
ในที่สุดด้วยพลังความร่วมมือจากทุกฝ่าย ฝ่าฟันอุปสรรคความยากลำบากอย่างไม่ย่อท้อ ปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง กระทั่ง สามารถนำ “12 หมูป่า + 1 โค้ช” ออกจากถ้ำหลวงอย่างปลอดภัย ถือเป็นการสิ้นสุดปฎิบัติการอย่างงดงามท่ามกลางความยินดีของชาวโลก ในวันที่ 10 ก.ค. 2561 หลังติดอยู่ภายในถ้ำหลวงตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. 2561 รวมเวลา 17 วัน 412 ชั่วโมง

17.30 น. วันที่ 8 ก.ค 2561 “หมูป่ากลุ่มแรก” จำนวน 4 คน ออกจากถ้ำหลวงและถูกนำตัวไปพักที่ ร.พ.สนามบริเวณปากถ้ำ ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มุ่งหน้าไปยัง ร.พ.เชียงรายประชานุเคราะห์

11.00 น. วันที่ 9 ก.ค. 2561 “หมูป่ากลุ่มที่ 2” จำนวน 4 คนเท่ากับวันแรกทยอยอออกจากถ้ำหลวงอย่างปลอดภัย โดยทั้งหมดถูกนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยัง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์

และตั้งแต่ 17.00 วันที่ 10 ก.ค. 2561 “หมูป่ากลุ่มที่ 3” ซึ่งเป็นชุดสุดท้ายก็ได้ทยอยออกจากถ้ำหลวง และหลังจากตรวจร่างกายเบื้องต้นโดยแพทย์ ที่ รพ.สนาม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวขึ้นรถพยาบาล ก่อนลำเลียงไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เพื่อนำตัวส่ง ร.พ.เชียงรายประชานุเคราะห์


สิ้นสุดปฏิบัติกู้ภัยระทึกโลก เพจ Thai NavySEALโพสต์ข้อความรายงานว่า “ทีมหมูป่า 12 คน และโค้ช ได้ออกจากถ้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมเวลา 17 วัน 412 ชั่วโมงที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง”

ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ในฐานะผู้บัญชาการ ศอร. แถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นภารกิจช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงในวันที่ 3 ต่อหน้ากองทัพสื่อมวลชนด้วยความรู้สึกตื้นตัน ความว่า


“นี่คือพลังแห่งความรัก กำลังใจ บอกแก่ชาวโลก... อยากให้ประเทศไทยรักกันเหมือนวันนี้ที่เราทำได้สำเร็จ... อยากให้เอาบทเรียนของแม่สายไปใช้ให้ประเทศไทยก้าวไกล พัฒนา... ทีมไทยแลนด์ได้ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดได้เป็นครั้งแรกของโลก เป็น Mission Possible” ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ กล่าวด้วยความหวัง

แผนฟื้นฟูถ้ำหลวงฯ-สร้างพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต
อย่างไรก็ดี หลังสิ้นสุดภารกิจนำทีมหมูป่าฯ 13 ชีวิตออกจากถ้ำได้สำเร็จ สิ่งสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องดำเนินต่อไปก็คือ สำรวจความเสียหายสิ่งแวดล้อมภายในและนอกถ้ำหลวง ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนเร่งฟื้นฟูวให้ระบบนิเวศกลับมาเป็นปกติ เรียบร้อยแล้ว

โดยเบื้องต้นกรมอุทยานฯ ปิดถ้ำหลวงชั่วคราว 6 เดือน เพื่อเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศกลับคืนสภาพเดิม กำหนดโซนนิ่งพื้นที่ต้องห้าม คาดว่าใช้เวลา 1 ปี พร้อมเตรียมเสนอแผนพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต โดยแนวทางการฟื้นฟูพัฒนาถ้ำหลวงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต้องทำให้เกิดความปลอดภัย เช่น มาตรการป้องกันการเข้าออก ไม่ควรเข้าไปในฤดูน้ำระบบแจ้งเตือน ป้ายแจ้งเตือน เป็นต้น รองรับการพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในอนาคต

ทั้งนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ วางแผนสำรวจพื้นที่เพื่อจัดทำแผนฟื้นฟูล่วงหน้าทั้งสภาพพื้นที่ ภูมิทัศน์ในระยะสั้น และระยะกลาง ซึ่งจากกการประเมินเบื้องต้นการเข้าปฎิบัติภารกิจค้นหาทีมฟุตบอล ถึงแม้จะมีผลกระทบบ้าง เช่น การเจาะโพรงทั้งภายนอกและภายในถ้ำ แต่อยู่ในวิสัยที่สามารถฟื้นฟูได้ ไม่ได้ทำให้เสียหาย และมีการเตรียมมาร์กแต่ละจุดเอาไว้แล้ว

นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยรายอะเอียเพิ่มเติมว่า แผนฟื้นฟูและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีทั้งแผนงานเร่งด่วน และแผนระยะยาวที่อาจต้องใช้ระยะเวลา 6 เดือน - 1 ปี โดยร่วมมือวางแผนกับผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพยากรธรณี กรมทรพยากรน้ำบาดาลและนักวิชาการด้านถ้ำ

“สิ่งที่ทำได้ทันทีคือระบบฝายที่นำท่อต่อทางน้ำ ต้องรื้อท่อออกทั้งหมด เพื่อให้ระบบน้ำไหลกลับเข้าถ้ำหลวง ส่วนโพรงที่สำรวจเป็น 100 โพรง มีแค่ 3 โพรงขนาดใหญ่ที่มีการเจาะสำรวจ หลังจากนี้ต้องอุดกลับไปสู่สภาพเดิม แต่ต้องให้กรมทรัพยากรธรณี มาช่วยดำเนินการ เพื่อให้สภาพด้านนอกของถ้ำคืนสู่สภาพเดิม รวมทั้งต้องเร่งกำหนดโซนนิ่งถ้ำ และเขตบริการนอกถ้ำให้ชัดเจน กำหนดการเข้า-ออก การติดตั้งระบบตรวจวัดระดับน้ำ การเตือนภัย ”

ขณะที่ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ เปิดเผยขณะแถลงปิดภารกิจพาหมูป่า 13 ชีวิตกลับบ้านว่ามีแผนสร้าง “พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต” เพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ถึงคุณค่าของปฏิบัติการครั้งสำคัญ รวบรวมเรื่องราวเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตสำหรับนักท่องเที่ยวในอนาคต

ผู้จัดการ สุดสัปดาห์


15







“ในหลวง ร.9 ท่าน มา”!!...”หมอภาคย์” สะอื้น เล่า

เรื่องเล่า สุดบีบหัวใจ คนไทย!!

“น้องบิว” เห็นภาพ ในหลวง ร.9 ทรงจูง เด็กๆ3คน ขึ้น ฮ.

เรื่องเล่า ในถ้ำหลวง ที้ทำให้ “หมอภาคย์” ..หมอที่แข็งแกร่ง ที่สุดในปฐพี ยังต้องหลังน้ำตา

ททบ.5 สัมภาษณ์พิเศษ เปิดใจ พันโท นายแพทย์ ภาคย์ โลหารชุน ผบ.พัน เสนารักษ์ ที่3 .... ที่เข้าไปดูแล เด็กๆทีมหมูป่าฯ ในถ้ำหลวง

เชื่อ 13 หมูป่า และ พวกตนเอง รอดออกมาจากถ้ำหลวง และปลอดภัย เพราะ บารมี “ในหลวง ร.9-ร.10”.... น้ำตาหลั่ง เสียงสะอื้น จุดอก เล่า “น้องบิว” ขึ้น ฮ.เห็นภาพ”ร.9” ทรงจูงเด็กๆ3คนขึ้นฮ....ชี้ อยู่ในถ้ำ 9 วัน 9คืน และ ออกวันสุดท้าย 9 คน ชี้ ร.9ทรงมา/ รอดมา เพราะ ร.10 ทรงหาสิ่งของที่เราขาด มาให้

หมอภาคย์ เล่า ผ่าน ททบ.5 ปฏิบัติการ ช่วยทีมหมูป่า 9 วัน ในถ้ำหลวง เผย เดิม วางแผน ออก 6-6-(1+4) โค้ชเอก คนสุดท้าย-3หน่วยซีลและ ผม. แต่มีแัญหา เรื่อง full face mask ขนาดเล็ก ยังไม่มา จึง เปลี่ยนแผน เอาออก เป็น 4-4-(5+4) เราอยู่ 9 วัน ออกวันสุดท้าย 9 คนพอดี ก่อนเข้าถ้ำ ผมก็คิดถึง ร.9 ไหว้พระองค์ แล้วตอนอยู้ในถ้ำ ก็รู้สึกได้ว่า พระองค์ ทรงมา พระองค์ ไม่ได้ไปไหน ทรงอยู่กับเรา โดยเฉพาะ “น้องบิว” เล่าว่า ตอนที่ดำน้ำออกมาแล้ว ถูกส่งตัวขึ่น ฮ. น้องเห็นภาพ ในหลวง ร.9 ทรงจูงมือ เด็กๆ 3คนขึ้นฮ.

นอกจากนี้ การที่พวกเรา รอกมาได้ เพราะ ร.10 ที้ทรง ช่วยหา สิ่งที่เราหาด หาไม่ได้ มาให้. รวมทั้ง ขวดอากาศ มาให้เรา ส่งมาทันที ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณฯ


20





โดยนายบรรพต กล่าวว่าหลังจากแพทย์อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมดูอาการของเด็กๆ ที่ชั้น 8 อาคารอุบัติเหตุฉุกเฉิน 14 ชั้น โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ทางนางธนพร พรมมา ภรรยาของตน ก็ได้เข้าไปเยี่ยมดูอาการของน้องดอม ได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกในช่วงสั้นๆ

ก็ได้รับทราบเหตุการณ์ว่าในวันเกิดเหตุนั้นทั้ง 13 คน ได้เข้าไปในถ้ำโดยตั้งใจว่าจะเข้าไปเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะกลับออกมาจึงไม่ได้เตรียมอาหารหรือขนมไปด้วยตามที่ปรากฎเป็นข่าว และเมื่อไปถึงบริเวณสามแยกห่างจากปากถ้ำประมาณ 3 กิโลเมตรแล้ว ปรากฎว่าได้มีน้ำหลากมาอย่างแรง ทำให้ต้องทิ้งกระเป๋าและรองเท้าเอาไว้ที่ปากโพรงเพื่อหนีน้ำและเป็นหลักฐานที่ทำให้มีคนตามไปถูก

นายบรรพต กล่าวอีกว่าเมื่อหนีน้ำไปในโพรงตรงสามแยกก็มีเนินทรายที่ปิดกั้นด้านหน้า จึงพากันใช้มือตะกุยทรายเพื่อเปิดทาง จนเกิดร่องรอยการตะกุยให้ผู้ติดตามได้พบเห็นเพิ่มเติม

ก่อนจะพากันหนีลึกเข้าไปจนถึงเนินนมสาวแล้วรอการช่วยเหลือดังกล่าว ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาร่วม 10 วันดังกล่าวน้องดอมบอกว่าไม่ได้มีอาหารรับประทานเลย เพราะหนีน้ำเข้าไปได้แต่ตัวและไฟฉาย แม้แต่กระเป๋าที่นำไปด้วยก็ต้องทิ้งเอาไว้ที่ปากโพรง ทุกคนยังชีวิตอยู่ด้วยน้ำ

โดย นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ โค้ชเอก คอยช่วยเหลือโดยให้ทุกคนอยู่รวมกัน และหากใครหิวก็ให้เปิดไฟฉายแล้วไปกินน้ำที่หยดลงมาจากหินงอกหินย้อยที่อยู่บริเวณใกล้เคียง


ด้าน นางคำเอ้ย พรมเทพ อายุ 64 ปี ย่าของน้องดอม กล่าวว่าแม่ของน้องดอมมาเล่าให้ฟังว่าพื้นที่ที่เด็กๆ ไปอยู่เป็นเนินสูงที่คอยหลบหนีน้ำและน้ำจะขึ้นๆ ลงๆ

เมื่อน้ำลงเด็กๆ ก็จะพากันมาอยู่ริมน้ำและเมื่อน้ำขึ้นก็จะพากันหนีขึ้นไปอยู่บนเนินอีกเพราะส่วนเนินพื้นไม่เรียบ ทั้งหมดพากันใช้มือตะกุยพื้นเพื่อให้ราบเรียบพอที่จะสามารถอาศัยหลับนอนได้ กระทั่งเมื่อมีนักประดาน้ำชาวต่างประเทศไปพบจึงพากันวิ่งลงมาแล้วตะโกนว่าหิวๆ จนมีคนตกน้ำ


ย่าน้องดอมเผยอีกว่า หลานชอบกีฬา เขาจะมีจักรยานภูเขา 1 คัน และพื้นราบ 1 คัน รวมทั้งชอบเล่นฟุตบอล เคาะบอลมาตั้งแต่อนุบาล ซึ่งช่วงที่หลานหายไปในถ้ำก็ตกใจและเป็นลมล้มพับไปหลายรอบเพราะเราเลี้ยงเขามาตั้งแต่แรกเกิด แต่ก็เชื่อว่าโค้ชเอกจะดูแลเขาได้และหน่วยซีลจะตามหาจนเจอ


หลังหลานออกจากโรงพยาบาล ถ้าอยากบวชก็จะให้ไปบวช ทดแทนบุญคุณที่คนทั้งประเทศและทั่วโลกมาช่วยเรา แต่อันดับแรกที่ย่าจะให้ทำก่อนคือไปประกอบพิธีสืบชะตาที่วัดถ้ำผาจมหรือเกาะทรายที่ตั้งอยู่ใกล้บ้าน และตนเองก็จะพร่ำสอนให้หลานเป็นคนดี และไม่ให้คิดมาก เพราะกลัวว่าหลานจะคิดมากที่ต้องมาประสบเหตุและทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย




น้องดอม น้องไตตั้น เล่าเรื่องราว หลังติดในถ้ำลำบากขนาดไหน



น้องดอม เล่าให้แม่ฟังว่า ในวันที่ 23 มิ.ย. หลังจากที่ซ้อมบอลเสร็จ น้องดอมก็ได้เข้าไปที่ ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ซึ่งกะว่าจะเข้าไปเที่ยวแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น จึงไม่ได้ซื้อขนมเข้าไปตุน มีเพียงขนมเล็กๆน้อยๆ ที่ติดอยู่ในกระเป๋าเป้ หลังจากที่ซ้อมบอลเสร็จ แต่ขณะนั้นฝนตก น้ำป่าไหลเข้ามาบริเวณในถ้ำ ทำให้ทุกคนต้องวิ่งเข้าไปด้านในเพื่อหนีน้ำ ซึ่ง น้องดอมเล่าว่า วินาทีนั้น ทุกคนตกใจมาก แต่โค้ชเอกบอกว่า ให้พวกเรารีบหนี โดยตอนนั้นทุกคนเดินลุยน้ำ เพื่อหาช่องทางหนี โค้ชเอกได้นำไฟฉายมาส่องใต้น้ำ เห็นโพรงเล็กๆ ทุกคนจึงได้ใช้มือตะกุยโคลน และยกหินออก เพื่อหลบเข้าไปลึกๆ


โค้ชเอกบอกให้นั่งอยู่นิ่งๆไม่ต้องใช้พลังงานเยอะ หากใครหิวน้ำก็ให้เอาไฟฉายสองขึ้นไปบนเพดานถ้ำ แล้วหารูที่น้ำฝนไหลมาและกินประทังชีวิต ซึ่งในตอนนั้นทุกคนไม่รู้วันรู้คืน มีการพูดคุยกันบ้าง เพื่อคลายเครียด โดยในวันที่มีนักดำน้ำชาวอังกฤษ พบเจอทีมหมูป่านั้น ความจริงแล้ว ทีมหมูป่า อยู่สูงกว่าที่ทุกคนเห็นในคลิป แต่ตอนนั้น เห็นว่ามีคนมา จึงได้รีบวิ่งลงมาเพื่อตะโกนขอความช่วยเหลือ และจากนั้น ก็มีหน่วยซีลเข้าไปอยู่กับทีมหมูป่า เพื่อรอวันที่จะช่วยเหลือออกมา

ส่วน น้องไตตั้น ได้เล่าให้แม่ฟังว่า ไม่มีเสบียงตุนเข้าไปในถ้ำแต่อย่างใด โค้ชพาเด็กๆ เข้าไปเที่ยวเล่นภายหลังซ้อมฟุตบอลตามปกติ กะว่าจะอยู่สัก 1 ชั่วโมง เพราะต้องกลับบ้านไปเรียนพิเศษ แต่ฝนเกิดตกน้ำไหลมาแรงและเร็วมาก โค้ชเอกจึงได้บอกทุกคนช่วยกันขุดดิน ปั้นดินเพื่อเป็นกำแพงกั้นน้ำ แต่น้ำไหลแรงและมาเร็วมากจนเอาไม่อยู่ เมื่อน้ำทะลักไหลแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆ ก็พากันหนีเข้าไปข้างในลึกไปเรื่อยๆ

3 คืนแรก หิวมาก หิวจนแสบท้อง ร้องไห้ กินได้เพียงแต่หยดน้ำฝนที่หยดมาตามซอกหิน กลางคืนหนาวมาก โค้ชเอกจะเป็นคนกอดน้องไตตั้นไว้ป้องกันความหนาว สอนน้องไตตั้นและทุกคนให้นั่งทำสมาธิเพื่อป้องกันอาการเหนื่อยหอบ ไม่ให้เสียพลังงานมากและไม่ให้รู้สึกหิว ตอนนอนก็รู้สึกเบลอๆ พูดละเมอเพ้อตลอด ในถ้ำมันมืดสนิท นอนแทบไม่ได้ เบียดเสียดยัดเยียดกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ ของแซ่บโคราช

13



24












23








"พี่ใบเตย" หน่วยซีลคนที่สวยที่สุดในถ้ำ

ไม่เพียงแต่เป็น "พี่หน่วยซีล" เขายังเป็น "พ่อ" เป็น "เพื่อน" ที่ช่วยผ่อนคลายหวาดกลัวให้แก่เด็กๆ ตลอดหลายวันที่ติดถ้ำหลวง

- เสียสละเสื้อผ้า เหลือแต่กางเกงใน เพื่อให้เด็กๆ เอาไปใช้เป็นผ้าปูนอน
- เขาเอาฟรอยด์มาห่อทำเป็นเกาะอก และกระโปรง กลายเป็น "ใบเตย อาร์สยอง" (เขาแซวตัวเอง) จนเรียกเสียงฮือฮาสนั่นถ้ำ
- "ผมรับประกันเลย เซ็กซี่ที่สุดแล้ว" หมอภาคย์ยืนยันอีกเสียง
- "King Of Caves" อีกหนึ่งฉายาของพี่ใบเตยที่เด็กๆ ตั้งให้ เพราะเล่นหมากฮอสเก่งมากๆ

21

















































หลังจากพบเจอน้อง ๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 รายแล้ว
ล่าสุดทีมงานท่อซิ่งพยานาคยักษ์ ระบุจะอยู่ต่อ
เพื่อช่วยสูบนํ้าออกจากไร่นาของชาวบ้าน กว่า 5,000 ไร่ ให้หมดเสียก่อนแล้วค่อยเดินทางกลับภูมิลำเนา


















2






ทุกทีม ทั้งนักดำน้ำจากทั่วโลก ทีมแพทย์ ทีมสนับสนุนนานาชาติ ทีมซีลนอกราชการ ทีมครูบา ทีมสนับสนุนทางจิตวิญญาณปลุกขวัญกำลังใจ ทีมส่งเสบียง ทีมอัดอากาศ ทีมดูดน้ำ ทีมไฟฟ้า ทีมปีนถ้ำ ทีมแม่ครัว ทีมซักผ้า ทีมทำความสะอาดห้องน้ำ ทีมเก็บขยะ ชาวแม่สาย และผู้คนจากทั่วโลกที่ส่งกำลังใจมาถึงพวกเราจนปฏิบัติการนี้สำเร็จ

วันนี้ พลังของพวกเราทั้งโลก ทำให้ปฏิบัติการนี้ .....เป็นปฏิบัติการที่โลกจะต้องจดจำไปอีกนาน


17






3







12



















ABC ออสเตรเลียสัมภาษณ์ทีมกู้ภัยออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐ #พาทีมหมูป่ากลับบ้าน เผยนาทีที่ขออนุมัติแผนจากรัฐมนตรีของไทยซึ่งทุกคนเตรียมใจไว้ว่าน่าจะต้องมีผู้เสียชีวิตในระหว่างการดำน้ำออกมาราว 3 - 4 คน อันนี้ยาวที่สุดแต่ค่อนข้างละเอียดที่สุดแล้ว แนะนำอ่านเหมือนเดิมครับ

ABC (ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นคนละช่องกับ ABC ของสหรัฐ) ทำสารคดีเรื่องการกู้ภัยที่ถ้ำหลวงในรายการ Four Corners โดยมีไฮไลต์คือการสัมภาษณ์นักดำน้ำอังกฤษ ผู้บังคับทีมช่วยเหลือของสหรัฐ และคู่ดำน้ำของ Dr. Richard Harris ชาวออสเตรเลีย

Jason Mallinson นักดำน้ำในถ้ำชาวอังกฤษที่เราน่าจะจำกันได้ให้กล่าวว่า นี่เป็นหนึ่งในภารกิจที่ยากที่สุด อันตรายที่สุด และเสี่ยงที่สุดที่เขาเคยทำ ไม่ใช่ในแง่ของความปลอดภัยของเขา แต่เป็นในแง่ของความปลอดภัยของคนที่เขาจะต้องรับผิดชอบ เขาไม่เคยทำอะไรที่เสี่ยงขนาดนี้มาก่อน และคิดว่าคงจะไม่ต้องทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว แต่นั่นเป็นทางเลือกเดียวในตอนนั้น

เขาเสริมว่าตัวเขาเองมั่นใจว่าจะพาตัวเองออกมาได้ มั่นใจว่าจะเชือกนำทางจะไม่หลุดมือ มั่นใจว่าจะนำเด็กออกมาได้ แต่เขาไม่มั่นใจ 100% ว่าเด็กที่นำออกมาจะมีชีวิตอยู่หรือไม่

เช่นเดียวกับนาวาอากาศตรี Charles Hodges ของกองทัพสหรัฐ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมกู้ภัยของสหรัฐที่ทำหน้าที่รับเด็กจากนักดำน้ำและตรวจสอบสุขภาพเด็กในโถง 3 กล่าวว่า ความเป็นไปได้ที่ภารกิจนี้จะสำเร็จนั้นต่ำมากเท่าที่จะนึกออก เขาทำใจไว้ว่าอาจจะต้องมีเด็ก 3 4 หรือ 5 คนที่เสียชีวิตในระหว่างการกู้ภัย และเขาก็บอกกับท่านผู้ว่าไปว่าเขามั่นใจว่ามีโอกาสที่ภารกิจจะสำเร็จ 60 - 70%

เขายังเผยว่าการดำน้ำพาเด็กออกมานั้นเป็นทางเลือกสุดท้ายจริง ๆ แต่ถ้าให้เด็กอยู่ในนั้นเป็นเวลา 4 - 5 เดือน และประมาณการว่าจะต้องเตรียมอาหารแห้งให้เด็กขั้นต่ำสุดวันละ 1 มื้อ เท่ากับจะต้องเตรียมอาหารถึง 1,800 มื้อเป็นอย่างน้อยเข้าไปข้างใน ซึ่งไม่มีที่พอในถ้ำ และจะต้องใช้การดำน้ำเข้าออกถึง 18 เที่ยว ดังนั้นการให้เด็กรอคนหมดหน้าฝนจึงเป็นทางเลือกที่เป็นไปไม่ได้ ยิ่งเมื่อพิจารณาจากฝนที่กำลังเข้ามาซึ่งอาจทำให้นักดำน้ำไม่สามารถส่งอาหารได้ครบตามที่คำนวณไว้

เขาเสริมว่าเขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ไม่เพียงแต่มันจะเป็นข่าวดี แต่เด็ก ๆ ยังได้กลับไปพบผู้ปกครอง และนั่นคือสิ่งสำคัญที่อยู่ในใจของเขา

และหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญก็คือ Dr. Richard Harris และคู่บัดดี้ดำน้ำคือ Craig Challen ผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบสุขภาพเด็ก ๆ และให้ยาระงับอาการตกใจก่อนที่จะนำเด็กออกมา รวมถึงประเมินสุขภาพเด็กตลอดทาง ซึ่งเขาเป็นฟันเฟืองสำคัญในความสำเร็จของภารกิจนี้

Jason Mallinson ยังบอกอีกว่าถ้าไม่มี Dr. Richard Harris ภารกิจนี้ก็ไม่มีทางสำเร็จ เพราะเขาอยู่กับเด็ก ๆ พูดกับเด็ก ๆ ทำให้เด็กสงบลง ด้วยความเชี่ยวชาญจากการเป็นแพทย์ฉุกเฉิน (คุณหมอ Harris เป็นแพทย์ในบริษัท medSTAR ซึ่งเป็นบริษัทขนย้ายผู้ป่วย - ผู้แปล)

ส่วนคู่บัดดี้ของคุณหมอคือ Craig Challen เผยว่าพวกเขาเกือบพลาดรับโทรศัพท์จากรัฐบาลไทยที่โทรมาขอความช่วยเหลือ เพราะเขาจัดกระเป๋าเตรียมไปเที่ยวทุ่ง Nullarbor ในออสเตรเลียใต้เรียบร้อยแล้ว แต่กลับกันพวกเขาต้องรื้อของทุกอย่างออก เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำให้พร้อม และไปสนามบินภายใน 45 นาที

ทั้งสองเดือนทางมาถึงถ้ำหลวงในวันที่ 6 ก.ค. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ จ่าเอกสมาน กุนัน (ยศในขณะนั้น) เสียชีวิต เมื่อถูกถามว่าข่าวการเสียชีวิตของจ่าเอกสมานทำให้ตระหนักถึงอันตรายของภารกิจมากขึ้นหรือไม่ Craig Challen กล่าวว่า ไม่ต้องสงสัยว่านี่เป็นภารกิจที่อันตราย แต่เราซึ่งเป็นนักดำน้ำในถ้ำนั้นสามารถดูแลตัวเองได้เพราะนี่คือสิ่งที่เราทำมาตลอด แต่สำหรับคนอื่น ๆ และ #หน่วยซีล ของ #กองทัพเรือไทย ซึ่งแม้จะเป็นกลุ่มคนที่มีความสามารถสูงมากแต่นี่ไม่ใช่สภาวะแวดล้อมที่พวกเขาคุ้นเคยและได้รับการฝึกมา

นาวาอากาศตรี Charles Hodges เสริมว่าเมื่อจ่าเอกสมานเสียชีวิต ทุกคนพักภารกิจ ถอยออกมา และมาประเมินความเสี่ยงกันใหม่ว่ามีความเสี่ยงใดที่ยอมรับได้ แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ตระหนักว่ามันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร เพราะสุดท้ายก็ยังมีเด็ก ๆ และโค้ชที่ต้องช่วยออกมาอยู่ดี ดังนั้นยังไงเราก็ต้องเดินหน้าต่อ ดังนั้น แม้ว่าการเสียชีวิตของจ่าเอกสมานจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและในใจของเขาก็ระลึกว่าจ่าเอกสมานคือวีรบุรุษของคนไทยและคนทั้งโลก แต่พวกเขาก็รอช้าไม่ได้ และพวกเขาจะไม่ปล่อยให้การเสียชีวิตของจ่าเอกสมานต้องสูญเปล่า

หลังจากการค้นพบเด็ก ๆ แล้ว ทีมกู้ภัยทุกคนเริ่มรู้ตัวลึก ๆ ว่าการนำเด็กออกมาด้วยการดำน้ำคงต้องเป็นทางเลือกเดียว ทางหน่วยซีลของไทยได้เข้าพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไทยเพื่ออธิบายให้ท่านฟัง รวมถึงทีมกู้ภัยทั้งหมดที่อธิบายแผนการเป็นขั้นเป็นตอนให้กับท่านรัฐมนตรีฟัง ซึ่งตัวนาวาอากาศตรี Charles Hodges มั่นใจว่าแผนจะได้รับการอนุมัติเพราะเขาเชื่อว่าแผนการนี้ได้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี

นาวาอากาศตรี Charles Hodges กล่าวกับท่านรัฐมนตรีว่า ท่านครับ โลกทั้งโลกกำลังดูเราอยู่ เรามีเด็ก 12 คนและโค้ชติดอยู่ในถ้ำ และเรามีความรู้สึกร่วมกับเหตุการณ์เป็นอย่างมาก แต่โชคร้ายที่ในสถานการณ์แบบนี้เราจะไม่ใช้อารมณ์ ดังนั้นเราตัดสินใจทุกอย่างด้วยเหตุและผลและพยายามเอาอารมณ์ออกทั้งหมด และตอนนี้สถานการณ์มาถึงจุดที่เหลือทางเลือกเพียงทางเลือกเดียว และถ้าไม่ตัดสินใจที่จะดำน้ำพาเด็กออกมา สถานการณ์จะกลายเป็นผู้ตัดสินใจให้เราแทน

เขาคิดว่าท่านรัฐมนตรีเข้าใจในเหตุและผล ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานหน่วยซีลของไทยก็มาบอกกับเขาว่า แผนการทั้งหมดได้รับการอนุมัติและเราจะเดินหน้าทันที

พันจ่าอากาศเอก Derek Anderson หนึ่งในนักดำน้ำจากกองทัพอากาศสหรัฐกล่าวว่า หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มฝึกกันในสระน้ำที่ได้รับอนุเคราะห์จากโรงเรียนละแวกนั้น และได้เด็ก ๆ มาเป็นตัวอย่างฝึก การฝึกเริ่มจากง่าย ๆ และใช้อุปกรณ์จำลอง และเป็นการฝึกความเข้าใจก่อนที่จะเริ่มใช้อุปกรณ์จริง และเด็กตัวอย่างจริง ซึ่งก็จะเริ่มฝึกจากการใส่อุปกรณ์ให้เด็ก การนำเด็กดำน้ำ การส่งผ่านเด็กไปยังนักดำน้ำคนอื่น และพยายามลงรายละเอียดไปเรื่อย ๆ จนมั่นใจว่าทุกคนได้ฝึกมากที่สุดเท่าที่ทักษะของตนจะมี ทุกคนได้ฝึกร่วมกัน และทุกคนจะทำให้ดีที่สุดแม้ว่าจะมีความเสี่ยงมากก็ตาม

จุดเล็ก ๆ อย่างข้อความของเด็ก ๆ ที่ Jason Mallinson เกิดไอเดียให้เด็ก ๆ เขียนออกมาให้ผู้ปกครองได้กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สร้างกำลังใจชั้นดีที่ทำให้ทีมกู้ภัยมั่นใจมากขึ้น Jason Mallinson ยังย้ำถึงความกล้าหาญที่น่าทึ่งของเด็ก ๆ ที่เมื่อพวกเขาอธิบายแผนการให้เด็ก ๆ ฟัง ไม่มีใครเลยที่แสดงอาการตกใจหรือร้องไห้ เด็ก ๆ ยอมปฏิบัติตามภารกิจทั้งหมด ซึ่งมันน่าทึ่งมากเมื่อเทียบกับอายุของพวกเขา

Craig Challen เสริมอีกว่าในบ่ายวันเสาร์ เขาและหมอ Harris เข้าไปตรวจสอบเด็ก ๆ และพบว่าพวกเขามีกำลังใจดีมาก โดยหน่วยซีลทั้ง 4 นายที่อยู่กับเด็ก ๆ ทำหน้าที่ได้ดีมากในการเสริมกำลังใจให้เด็ก ๆ ดังนั้นทุกอย่างดูพร้อมมาก แม้ว่า Jason Mallinson จะซ่อนความกังวลไว้ข้างในว่า ถ้าฝนจะตกหนักอย่างที่พยากรณ์ไว้จริง ทุกอย่างมันจะยิ่งยุ่งยากขึ้นก็ตาม

และนั่นเป็นปัจจัยที่ทำให้ท่านผู้ว่าตระหนักว่าปฏิบัติการจะต้องเริ่มภายในวันอาทิตย์นั้น และท่านก็ประกาศวัน D-Day นักดำน้ำต่างชาติ 13 คนพร้อมหน่วยซีลของไทย 5 คนเริ่มดำน้ำเข้าไปหาเด็ก ๆ

เช่นเดียวกับการแถลงข่าวของทีม #หมูป่า ที่คงจะได้ฟังกันไปแล้ว นักดำน้ำออสเตรเลียบอกว่าผูุ้ที่ตัดสินใจว่าใครจะออกมาเป็นกลุ่มแรกคือเด็ก ๆ และหน่วยซีลของไทย โดยพวกเขารอรับการตัดสินใจเท่านั้น หลังจากนั้น เมื่อพิจารณาถึงความสามารถในการดำน้ำของเด็ก ๆ อุปสรรคทางภาษา และอายุของเด็ก ๆ ทำให้ทุกคนตัดสินใจที่จะต้องทำทุกอย่างให้เด็ก ๆ โดยเด็ก ๆ ไม่ต้องทำอะไร

พันจ่าอากาศเอก Derek Anderson จากกองทัพอากาศสหรัฐกล่าวว่าทีมกู้ภัยแบ่งถ้ำออกเป็น 9 โถง ในส่วนที่ซับซ้อนที่สุดจะเป็นหน้าที่ของนักดำน้ำอังกฤษซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ในส่วนอื่น ๆ ก็จะแบ่งกันไปตามความเชี่ยวชาญและทักษะของแต่ละคน เรื่อยไปจนถึงคนเกือบ 150 คนที่รับผิดชอบตามจุดต่าง ๆ ตั้งแต่โถง 9 จนถึงหน้าถ้ำ ทุกคนทำงานกันเป็นทีมเดียวกันแต่มีหน้าที่ต่างกัน

Jason Mallinson หนึ่งในนักดำน้ำอังกฤษที่รับหน้าที่พาเด็ก ๆ ดำน้ำออกมากล่าวว่าในวันแรก ๆ ทัศนวิสัยยังดีอยู่ แต่ในวันสุดท้ายเขามองไม่เห็นอะไรเลย นั่นทำให้พวกเขาเหนื่อยมากในแง่ของจิตใจ

Dr. Richard Harris จะดำน้ำมากับเด็ก ๆ ในช่วง 350 เมตรแรก และเมื่อมาถึงช่วงแห้งที่ยาว 200 เมตร Craig Challen จะรับหน้าที่ถอดหน้ากากของเด็ก ๆ ออก ตรวจสอบอุปกรณ์ และพาเด็ก ๆ สไลด์ข้ามเนินดินไปจนถึงช่วงที่จะต้องดำน้ำอีกครั้ง ใส่อุปกรณ์ และพากลับลงน้ำ ซึ่งจะเห็นได้ว่าถ้าจะต้องใช้นักดำน้ำ 2 คนต่อเด็ก 1 คนมันจะต้องใช้เวลานานมาก สุดท้ายก็เลยกลายเป็นการดูแลหนึ่งต่อหนึ่ง

และก็จะมีช่วงแห้งที่เป็นช่วงสูงชันที่จะต้องแขวนเด็กเอาไว้บนเชือกกู้ภัยและค่อย ๆ พาเด็กไปราว ๆ 150 เมตร เพราะมันอันตรายเกินไปที่จะให้เด็กลงเดินและข้ามช่วงสูงชันนั้น โดยเด็ก ๆ จะถูกแขวนด้วยเชือกแขวนที่ปรับปรุงพิเศษเพื่อการนี้ Jason Mallinson เสริมว่าจะมีช่วงที่ต้องดำน้ำขึ้นตรง ๆ ซึ่งนักดำน้ำไม่มีทางรู้ว่าจะถึงช่วงนั้นเมื่อไหร่จนกว่าจะเอาหัวโขกกับผนังถ้ำ ซึ่งเมื่อมันเกิดขึ้น นักดำน้ำก็จะรู้ว่าจะต้องดำขึ้นตรง ๆ ไปตามช่องแคบ ๆ นักดำน้ำต้องลองว่าจะพาเด็กกับนักดำน้ำไปพร้อมกันได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็ต้องถอย และลองให้นักดำน้ำดำคนเดียวดู ถ้าไม่ได้ก็ต้องถอย ลองดันเด็กไปตามช่องดู ถ้าไม่ได้ก็ต้องถอยอีก มันเป็นกระบวนการที่กินเวลานานและน่ากลัวมาก เพราะถ้าเกิดดันเด็กไปชนผนังถ้ำและกระแทกหน้ากากของเด็ก ๆ หลุด เด็กก็จะต้องเสียชีวิต หรือถ้านักดำน้ำทำเชือกนำทางหลุดมือ พวกเขาก็จะตกอยู่ในอันตรายมาก

แต่เมื่อทุกคนพาเด็กสี่คนแรกออกมาได้ทุกคนก็ทั้งโลงใจและรู้สึกหมดแรงในเวลาเดียวกัน แต่ความกดดันก็ยังมีอยู่เพราะทุกคนรู้ว่าฝนกำลังมาแล้ว และนั่นไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงลดลงเลย พันจ่าอากาศเอก Derek Anderson กล่าวว่ามันจึงเป็นการฉลองสั้น ๆ หลังจากนั้นทุกคนก็ต้องกลับไปตั้งสมาธิ ทำตัวเป็นมืออาชีพ เพราะทุกคนรู้ว่านี่เป็นความสำเร็จเล็ก ๆ ในภารกิจที่ใหญ่กว่า และรู้ว่าถ้าฝนตกลงมาก่อนหน้าที่คาดไว้แม้เพียงนิดเดียว ภารกิจกู้ภัยจะต้องยุติลง เพราะมันจะเสี่ยงมากเกินไปต่อทั้งเด็ก ๆ และนักดำน้ำเอง และแม้เด็กชุดที่สองจะออกมาสำเร็จซึ่งหมายถึงความสำเร็จ 8 ครั้งจากความพยายาม 8 ครั้ง มันก็ไม่ทำให้พวกเขาเบาใจลง

เขาจำได้ว่าหลังจากวันที่สอง เขาเข้าไปบอกกับนักดำน้ำอังกฤษว่า พวกคุณสุดยอดอย่างกะ Rock Star และนี่จะต้องถูกจารึกในประวัติศาสตร์แน่นอน

ในภารกิจวันสุดท้าย Dr. Richard Harris เลือกที่จะอยู่กับเด็ก ๆ และหน่วยซีลของไทยเป็นกลุ่มสุดท้าย ซึ่ง Craig Challen บอกว่าทำงานของหมอ Harris ว่ายอดเยี่ยมมาก ๆ

นาวาอากาศตรี Charles Hodges เล่าถึงช่วงสุดท้ายของภารกิจว่า เมื่อคุณรู้ว่าเด็ก ๆ ออกมากันหมดแล้ว หน่วยซีลของไทยออกมากันแล้ว ในตอนสี่ทุ่มที่ทุกคนยืนอยู่ตรงนั้นทุกคนก็ปล่อยให้อารมณ์กลับเข้ามาในจิตใจอีกครั้ง มันรู้สึกได้ว่าทุกคนได้ทำอะไรสักอย่างสำเร็จ ทุกคนที่มาจากต่างที่กันมาทำงานด้วยกัน และโลกก็เฝ้ามองอยู่ Craig Challen เสริมว่าเขารู้สึกโลงมาก แต่หน่วยซีลของไทยยังมีงานต้องจัดการ ดังนั้นเขาจึงออกมากันช้ากว่า 2-3 ชั่วโมง

ซึ่งนั่นก็ทำให้มีเรื่องดราม่าในตอนสุดท้ายของภารกิจจนได้ พันจ่าอากาศเอก Derek Anderson สารภาพตามตรงว่ามันอาจจะเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่ ณ วินาทีนั้นปั้มน้ำหนึ่งตัวในโถง 3 เสีย และยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งรอรับหน่วยซีลกลุ่มสุดท้ายให้ออกมา เมื่อได้รับแจ้งว่าระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกคนตื่นเต้นมาก แต่สุดท้าย ทุกคนออกออกมาได้อย่างปลอดภัย

Craig Challen บอกว่านักดำน้ำได้ไปเยี่ยมเด็ก ๆ ที่โรงพยาบาลหลังจากนั้น ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เด็ก ๆ นั่งกินอาหารกันอย่างมีความสุข พวกเราไม่สามารถบรรยายได้ว่าพวกเรามีความสุขมากขนาดไหน เพราะตอนแรกทุกคนคาดว่าภารกิจนี้จะเป็นภารกิจกู้ศพแทนที่จะเป็นภารกิจนำผู้ป่วยออกมาทั้ง ๆ ที่ยังมีชีวิต เขายังต้องถามตัวองว่าสิ่งนี่มันเป็นความจริงหรือเปล่า เพราะมันดูเหมือนจะดีเกินกว่าที่จะเป็นความจริง

เรืออากาศเอก Jessica Tait มาเสริมเป็นคนสุดท้ายว่า เธอจำได้ว่าเมื่อมาถึงที่ถ้ำใหม่ ๆ มีใครในทีมบางคนที่แม้จะเป็นคนที่แข็งแกร่งมากบ่นว่า เขาไม่รู้ว่าแม้แต่ตัวเขาเองจะมีชีวิตรอดจากเหตุการณ์แบบนี้ได้ไหม แต่นี่เป็นแค่เด็ก ๆ เท่านั้น และสำหรับเธอ มันแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะมีชีวิตรอดของเด็ก ๆ และโค้ชที่คอยนำเด็ก ๆ ให้รอดชีวิตได้ คนพวกนี้คือผู้ที่กล้าหาญและเธอรู้ว่าเหตุการณ์นี้จะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์สำหรับความกล้าหาญของพวกเขา/TAF แปล

#พาทีมหมูป่ากลับบ้าน #ถ้ำหลวง #ThaiCaveRescue

Cr. ThaiArmedFroce.com

















Michael Yon

Thailand: Just got extremely funny note from a retired Thai military officer
ประเทศไทย: เพิ่งได้รับข้อความที่ตลกจริงๆ จากทหารเกษียณราชการชาวไทย ท่านหนึ่ง

ปรากฎว่า ทีมช่วยเหลือ และ หน่วยซีลของไทย ให้เด็กๆ ตัดสินใจว่าใครจะออกจากถ้ำก่อน

เด็ก ก็คือเด็ก และ เป็นคนไทย คิดว่า เมื่อตัวเองออกไปนอกถ้ำแล้ว ก็จะไปเอาจักรยานที่พิงไว้ ปั่นกลับบ้าน 555!

ไทยแท้ๆ (ไม่รู้ว่าคนไทยจะเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ แบบนี้ เป็นแบบไทยๆ จริงๆ)

เด็กๆ ไม่รู้เลยว่า คนนับล้านๆ ทั่วโลก และ เฮลิคอปเตอร์ รอพวกเขาอยู่ โรงพยาบาลจัดเตรียมทุกอย่างพร้อม นายแพทย์ท่านหนึ่งบอกผมว่า มีการมอบหมายหน้าที่ทีมงานแพทย์ สำหรับแต่ละคน ทั้ง 13 คนโดยเฉพาะ มีแพทย์และทีมพยาบาลดูแลส่วนตัว

แต่ พวกเขาเป็นเด็กชาวบ้านธรรมดา และ คิดว่า ก็แค่ปั่นจักรยานกลับบ้านแค่นั้น

นายทหารท่านนั้นบอกว่า ดังนั้น เด็กๆ เลือกคนที่บ้านไกล ให้ออกไปก่อน เพราะ พวกเขาต้องปั่นไกลกว่าคนอื่น เพื่อจะไปบอกข่าวพ่อ/แม่

การเป็นแบบนี้ ทำให้คนจำนวนมากหลงรักประเทศไทย

Wild Boars! หมูป่า!

บางคนบอกว่า อยากเห็นลานเล่นฟุตบอลของทีมหมูป่า มีสภาพที่ดีกว่าเดิม ประเทศไทยอย่างที่รู้กัน กำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่

ถ้าสักวัน ได้เห็นหมูป่าสักตัว เติมโตเป็นซีลของกองทัพเรือไทย คงจะดีไม่น้อย

Apparently the rescuers and Thai Navy SEALs let the boys help decide who would get to leave the cave first.

The boys, being boys and from Thailand, thought they were just going to get to leave the cave and ride their bikes home. Haha! So Thailand! (Whether they were all Thai or not, that is very Thailand.)

The boys had no idea that millions of people around the world, and a helicopter were waiting for them. The hospital was totally prepped. A doctor told me that all 13 had their own medical staff assigned to them. Everyone had their own doctors and nurses assigned.

But they are rural boys and thought they would just pedal their bicycles home.

So, he said, the boys decided that the boys who lived farthest away could go out first because they had to pedal first to tell their parents about the condition of the group.

This is part of why so many people love Thailand.

Wild Boars!

Some people have said it would be nice to see the Wild Boars get a better football pitch. Knowing Thailand, work already is planned.

Would be great to see at least one boy grow up and become a Navy SEAL.


















อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ เล่าว่า
นั่งแท็กซี่แล้วคนขับบ่น ถึงกรณีหมูป่า
ว่าทำให้เสียงบประมาณประเทศชาติ

อาจารย์เลยแลกเปลี่ยนกับแท็กซี่ว่า

ถ้าลองเราตั้งงบฯสักหนึ่งพันล้านบาท
เพื่อทำโครงการประชาสัมพันธ์
ความดีงามด้านต่างๆของประเทศไทย
แล้วให้สื่อต่างๆทั่วโลกช่วยเผยแพร่ข่าวนี้
ตลอดทั้งวัน ทุกวันต่อเนื่อง

งบสักหมื่นล้านคงไม่เพียงพอที่จะ
ทำให้ทั่วโลกสนใจหันมามอง
และได้เห็นว่าในสถานการณ์ยากลำบาก
คนไทย มีความสามัคคี มีความดีงาม
ในด้านต่างๆขนาดไหน

ฝรั่งมีอาการตื่น.. ตื่นขึ้นมา จากการเห็น
แม่ครัวยืนทำกับข้าวเลี้ยงคนต่อเนื่อง

สำหรับบ้านเรา การออกโรงทาน
ในงานบุญ ถือเป็นเรื่องธรรมดามาก
ที่จะยืนผัดเส้นหมี่เป็นวันๆ เพื่อเลี้ยงผู้คน

ในธรรมดาของพวกเรา
สามารถทำให้พวกฝรั่งตื่นรู้ขึ้นมา

เป็นความธรรมดาที่ดีงาม

เมืองไทย และ คนไทย
ยังมีสิ่งที่ดีงามอีกมากมาย
ในมิติทางด้านจิตใจ และวิถีชีวิตของเรา

เป็นความธรรมดาที่พวกเราเคยชิน
แต่เมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นปรากฏขึ้น
ความธรรมดาเหล่านี้และ
ความร่วมแรงร่วมใจกันของทุกฝ่าย
สะเทือนไปในระดับโลก

ดังนั้นเสียงบประมาณเพียงเท่านี้
เพื่อช่วยเหลือน้องน้องออกมา
จึงนับว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

.....

อาจารย์กล่าวถึงชาวนา
ที่ยอมให้น้ำท่วมเข้าไร่นาของตน
ความรู้สึกที่ว่า
“เราเสียหายแต่เราไม่โกรธ
และเราพร้อมแบกรับ”
นี้เป็นความหมายที่ยิ่งใหญ่งดงาม
ที่ชาวไทยและทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกัน

.....

สำหรับน้องน้องหมูป่า 13 คน
อาจารย์บอกว่าให้นึกภาพ
ถ้าเป็นผู้ใหญ่หรือเป็นเด็กในเมือง
ไปติดถ้ำ คงแย่
เพราะคนแก่คิดมาก กลัวนั่นกลัวนี่
ถ้ำจึงหมายถึง ความหวาดกลัว

แต่สำหรับหมูป่า ถ้ำในใจ หมายถึง
ความรับผิดชอบ ความเป็นเพื่อน
การให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
สิ่งนี้ทำให้เกิดพลัง

พลังนี้ยืนยันว่า ตลอด 9 วัน
ที่ยังไม่มีคนไปพบน้องๆ
เกิดความหมายอะไรในใจน้องๆ ขึ้น
ที่น้องๆได้เรียนรู้จากเรื่องนี้

ดังนั้นหากพ่อแม่จะสอนลูกหลาน
ควรจะสอนให้ลูก
มีหัวใจที่รู้สึกดี ที่จะมีชีวิต
รู้สึกดี ที่จะเผชิญเหตุการณ์ต่างๆ

ให้ลูกรู้ว่า
เราไม่สามารถจัดการโลกข้างนอก
ให้เป็นไปตามใจปรารถนา

แต่เราสามารถทำใจ
ให้เผชิญความเป็นจริงได้

ปีนี้ฟุตบอลโลกไม่รู้ว่าใครจะเป็นแชมป์
แต่อาจารย์กล่าวว่า
ทีมหมูป่าอคาเดมี่ คือแชมป์ตัวจริง
ที่อยู่ในใจของชาวโลกแน่นอน

จากงานบรรยายที่โรงเรียน รุ่งอรุณ โดย อจ.ประมวล เพ็งจันทร์

Cr. @Uraiporn-Pum+Au
















ภรรยาจ่าแซมและหมอภาคย์ถือผ้าไตรจีวร บวชพระบวชเณรกับทีมหมูป่า



































 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2561
0 comments
Last Update : 20 กันยายน 2561 19:54:12 น.
Counter : 1206 Pageviews.


เนเวอร์แลนด์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 90 คน [?]







แนะนำให้ชม

บัวหิมะ
บัวหิมะ
วิธีเลี้ยงบัวหิมะ
เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน
บั้งไฟพญานาคที่ไปดูมา
ติดอันดับTOP Page Views
อาหารและการดูแลสุขภาพ ผู้ป่วยมะเร็งและคนทั่วไป
เที่ยวขอนแก่น
Michael Jackson
คอนเสิร์ตบอย Peacemaker
คลิปเจ้าขุน
การกลับมาของX Japan

ท่องเที่ยว

UFOที่เคยเห็น
บั้งไฟพญานาคที่ไปดูมา
หาดใหญ่และปัตตานี
ไข่มุกอันดามัน
อะ พีพี
เกนติ้ง
กัวลาลัมเปอร์
หาลิงเข้าถ้ำทะเลภูเขาเลยจ้า นอนดูหมอกที่ปราจีนบุรี
เที่ยวปราจีนบุรีต่อ
เลยจะถึงไหมละนี่
พักค้างแรมที่เลย
เลยจนเกือบถึงลาว
ขุดกรุเขื่อนป่าสัก
บึงแก่นนคร ขอนแก่น
พระธาตุขามแก่น
เดินทางไปลพบุรี
กินข้าวอิงภูชัยภูมิ
ลาว เวียงจันทร์
ลาว2
ปิดทริปเที่ยวลาว
ล่องเรือเจ้าพระยา
รถไฟลอยฟ้า ฟ้า ไทย
รถไฟใต้ดินไทย
ทะเลน้ำจืดหาดวังโกขอนแก่น บ้านปราสาทโคราช
วังน้ำเขียวโคราช
ชอปปิ้งหนองคาย
ตัวเมืองขอนแก่น
น้ำผุดทับลาว ชัยภูมิ
สนามหลวง2
ไปดูงานศิลป
สายน้ำกับปลาที่ไปปล่อย
งานExpro
เขื่อนอุบลรัตน์
เที่ยวป่าวัดพรไพรวัลย์
ล่องแพอ่างเก็บน้ำห้วยไร่
ทะเลหมอกภูพานน้อย
วัดเจดีย์ชัยมงคล
ครั้งหนึ่งที่เคยโบกรถ
น้ำหนาว,เพชรบูรณ์
พระพุทธชินราช,พระธาตุลำปางหลวง
น้ำพุร้อน,วัดร่องขุ่น
มหาลัยแม่ฟ้าหลวง,น้ำตกก้างปลา
เวียงแก่น,ภูชี้ฟ้า
ดอยแม่สลอง
อุทยานฯขุนแจ
สวนโลกราชพฤกษ์
วัดเจดีย์7ยอด,วัดเจดีย์หลวง
ดอยสุเทพ,ทุ่งสแลงหลวง
โครงการครูบ้านนอก
วัดหลวงพ่อโตใหญ่ที่สุดในโลก
ที่พักปากช่อง
เลย-ลาว-ท่าลี่
ถึงระยองแล้วจ้า
ทะเลตอนเช้า
งานเที่ยวภาคใต้






foodietasteเนเวอร์แลนด์
 foodietasteเนเวอร์แลนด์

Friends' blogs
[Add เนเวอร์แลนด์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.