กรกฏาคม 2556

 
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
31
 
 
All Blog
5 เรื่องน่ารู้…ของจิมิ (สาวๆ ควรอ่านค่ะ)
1. เรื่องน่ารู้…ของจิมิ

ไม่ว่าคุณจะเรียกส่วนนั้นของคุณว่าอย่างไร…ส่วนสงวนจุดซ่อนเร้น จุดบอบบาง น้องสาว ฯลฯ แต่ชื่อที่ยอดฮิตติดตลาดคงจะหนีไม่พ้น "จิ๋ม" หรือที่ฮอตฮิตตอนนี้ก็คงเรียก "จิมิ" ไปแล้ว.. เรื่องราวของจิมิที่น่ารู้มีมากมาย และเป็นเรื่องราวที่ผู้หญิงทั้งหลายควรจะรู้เสียด้วย เพื่อการมีสุขภาพอนามัยที่ดีของอวัยวะเพศอันจะนำมาซึ่งการมีสุขภาพที่ดีโดยรวม

การเรียนรู้เรื่องราวของส่วนสำคัญที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในของผู้หญิงนั้น มีความหมายแทบทั้งสิ้น ขนบริเวณอวัยวะส่วนสงวนก็เช่นกัน ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะกักเก็ยกลิ่นที่ไม่ต้องการให้ใครได้ดมให้ระเหยออกไปภายนอก โดยปกติแล้วในระหว่างรอบเดือนของคุณผู้หญิงนั้น จะสังเกตว่าช่วงเวลาที่ใกล้มีรอบเดือนจะมีตกขาวมากขึ้นและทำให้เกิดกลิ่นอับๆ หรือกลิ่นเปรี้ยวประหลาดๆ อยู่ กลิ่นดังกล่าวนั้นถ้าระเหยออกไปภายนอกและโชยไปในอากาศ คงจะทำให้เจ้าของไม่เป็นสุขอย่างแน่แท้ ขนบริเวณที่ปิดปากทางเข้าส่วนสงวนจะทำหน้าที่กักเก็บกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ไว้ภายใน

นอกจากนี้แล้ว ขนในบริเวณส่วนสงวนยังงอกขึ้นมาเพื่อความสวยงามด้วย ลองคิดดูว่า ถ้าบริเวณนั้นโล่ง ๆ ไปแล้ว เวลามองดูก็ไม่ได้มีอะไรเป็นจุดเด่น กล่าวกันว่าขนบริเวณดังกล่าวนั้นจัดเป็นสิ่งที่เร้าอารมณ์ของคนรักได้ไม่น้อยทีเดียว รวมทั้งการที่เขาได้สัมผัสกับขนที่นุ่มราวกับไหมนั้น ย่อมทำให้อารมณ์ของเขาบรรเจิดเพริศแพร่วไปไม่มากก็น้อย

ด้วยเหตุนี้คุณผู้หญิงทั้งหลายจึงต้องจำไว้ว่า ไม่ควรที่จะโกนขนบริเวณนั้นออกอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าเวลาจะไปคลอดหรือผ่าตัด เพราะการศึกษาวิจัยทางการแพทย์บ่งบอกว่าโกน หรือไม่โกนออกก็สามารถที่จะผ่าตัดหรือคลอดได้สะอาด และปลอดเชื้อเท่าเทียมกัน

โรงพยาบาลที่ทันสมัยและมีความรู้ทีทันยุคทันเหตุการณ์ เขาจึงเลิกโกนขนบริเวณส่วนสงวนไปนานแล้ว เหลือแต่ประเภทเชย ๆ ล้าหลังวิทยาการเท่านั้นที่ยังคงโกนกันอยู่

และก็ไม่ควรจะไปแว็กซี่ออกด้วย!!…. เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบของรูขุมขนเป็นเรื่องเรื้อรังต่อไปอีก แต่จะเล็ม ๆ บ้างพองามคงจะไม่มีใครว่า และถ้าคุณผู้หญิงบางคนอยากจะไฮไลท์เป็นสีสันที่สวยงามบ้างก็ไม่น่าเกิดอันตรายแต่อย่างใด เพียงแต่ไม่แนะนำให้ย้อมสีถาวรเพราะสารเคมีที่จะใช้ย้อมอาจทำให้เกิดการระคายเคืองกับผิวอ่อน ๆ บริเวณนั้นได้

2. เรื่องของ…กลีบบัวคู่

ปากทางเข้าส่วนสงวนของคุณผู้หญิงนั้นมีกลีบเนื้อข้างละกลีบมาปิดอยู่เหมือนบานประตูที่จะเปิดออกให้หนุ่มเหน้าที่รักเท่านั้นผ่านความเป็นชายของเขาเข้าไปสัมผัสรักที่ลึกซึ้งภายใน หลายต่อหลายคนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ "กลีบบัวคู่" ดังกล่าวไม่มากก็น้อย

ช่น…มีบทพิศวาสด้วยการสุขสมกับตนเอง โดยการใช้น้ำฉีดไปที่กลีบเนื้อด้านใน นาน ๆ ไปจะทำให้สีคล้ำจนแฟนรู้ไหม?

…การให้เขาใช้ปากทำรักให้บ่อย ๆ จะทำให้กลีบเนื้อเกิดระคายเคืองและเปลี่ยนสีไปด้วยหรือไม่?

…การใช้ไวเบรเตอร์ รวมทั้งการร่วมรักบ่อย ๆ เป็นประจำจะทำให้กลีบเนื้อยืดยาวออกไปจนไม่สวยไหม??

คงจะต้องอรรถาธิบายว่า บริเวณปากทางเข้าส่วนสงวนของคุณผู้หญิงนั้น จะมีกลีบเนื้อด้านละกลีบมาปิดเอาไว้ ด้านในจะมีสีชมพูและค่อนข้างจะนุ่ม ส่วนด้านนอกก็จะเป็นผิวหนังธรรมดาซึ่งทนทานต่อการเสียดสี ดังนั้นถ้าด้านในได้รับการสะเทือนหรือระคายเคืองบ่อย ๆ จากอะไรก็ได้ สิ่งที่จะเกิดตามมาก็คือ ความอ่อนนุ่มจะลดลง เริ่มแข็ง และไม่ยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นตามลักษณะของการใช้งาน การรักษาสุขภาพให้มีสุขภาพสมบูรณ์มีฮอร์โมนเพศหญิงในระดับที่เพียงพอ จะทำให้ผิวของกลีบเนื้อดังกล่าวทางด้านในยังคงมีความอ่อนนุ่มชุ่มชื้นอยู่

และถ้ากลีบเนื้อดังกล่าวยื่นออกมาจนเกิดการเจ็บปวดเวลาร่วมรัก หรือเปลี่ยนสีคล้ำไปไม่สวยงาม การผ่าตัดตกแต่งโดยการทำศัลยกรรมเสริมเพื่อตัดเอาส่วนที่ไม่ต้องการออกไปที่เรียกว่า Labioplasty ถ้าได้ทำโดยแพทย์ที่ชำนาญแล้วก็จะกลับมาสวยงาม และมีประสิทธิภาพดีดังใจหวัง

แต่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มความงาม โดยการไปฝังมุก ฝังเพชร หรือเจาะรูใส่ตุ้มหูอะไรพวกนั้นหรอก เพราะรังแต่จะทำให้เจ็บตัวและระคายเคืองไปเปล่าๆ สู้ใช้เท่าที่มีอยู่ให้เต็มที่ดีกว่า


3. ทำไมหนอยังเป็นสาวอยู่เลย…ลมออกเสียแล้ว

ผู้หญิงหลายต่อหลายคนเสียความมั่นใจไปมากเลย เพราะเพิ่งจะได้ลองรสพิศวาสเป็นครั้งแรก ๆในชีวิตกับผู้ชายในฝันคนนั้น กลับปรากฏว่าหลังจากเสร็จสมอารมณ์หมายแล้วปรากฏว่าจิมิของเธอดัน…เรอออกมา

บางคนบอกว่า…ของหนูผายลบมออกมาทำอย่างไรดีคะ อับอายขายหน้าแฟนจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน หนูเพิ่งมีคนนี้แหละเป็นคนแรกไม่ได้ใช้งานสมบุกสมบันสักหน่อย และก็ไม่เคยคลอดลูกมาก่อนเครื่องเครามันจะหลวมแบบนี้ได้อย่างไร

ก็คงจะต้องอธิบายว่า ไม่จำเป็นเสมอไปหรอกว่าต้องผ่านสังเวียนมามาก หรือเคยคลอดลูกมาก่อนจึงจะเกิดการเก็บกักลมไว้ภายในจุดซ่อนเร้นจน “เรอ” ออกมาหลังจากสุขสมอารมณ์หมายแล้ว

ผู้หญิงบางคนมีอารมณ์ค่อนข้างมากเวลาร่วมรัก เพราะฉะนั้นจึงหลั่งน้ำหล่อลื่นออกมามาก ทำให้ช่องทางรักลื่นมากจนผิวสัมผัสของส่วนนั้นของเธอและเขาไม่กระชับแน่น เกิดช่องว่างทำให้ลมเข้าไปขังอยู่ภายใน… โดยที่ช่องคลอดไม่จำเป็นจะต้องหลวม

ผู้หญิงบางรายกลัวเรื่องพวกนี้มากก็พยายามก็จะเกร็งส่วนสงวนของเธอเอาไว้ จะต้องทราบก่อนว่า จิมิของเรานั้นช่องทางของเธอถ้าแบ่งออกเป็นสามส่วนจากด้านนอกเข้าไป ส่วนแรกหนึ่งในสามเท่านั้นที่เวลาเกร็งแล้วจะเกิดการหดตัว พอด้านนอกหดรัดตัวด้านในสองในสามก็เกิดการคลายตัวเหมือนกระเปาะเก็บลมเข้าไว้ภายในเช่นกัน

เห็นไหมว่า ไม่จำเป็นต้องหลวมสักหน่อย จึงจะมีลมออกหลังจากร่วมรัก!!!

แต่ขอแนะนำเทคนิคง่าย ที่จะทำให้ช่องทางรักของจิมิเกิดการฟิตเต็มที่คลอดแนวรบภายใน

เริ่มจากนั่งตัวตรงบนเก้าอี้ ห้อยขาสองข้างวางบนพื้นแบบสบาย ๆ จากนั้นให้เอามือสองข้างวางประสานที่หน้าตัก ยืดตัวขึ้นเต็มที่ แขม่วท้องแล้วก็ขมิบก้นเหมือนเวลากลั้นถ่ายอุจจาระนั่นแหละ นับ 1 – 10 ช้า ๆ แล้วปล่อย ทำใหม่ซ้ำ ๆ กันให้ได้วันละ 50 ครั้ง จะทำเป็นชุด ๆ ละ 10 ครั้ง หรือจะปฏิบัติการทีเดียวก็ได้แล้วแต่สะดวก

พอทำได้จนเกิดความเคยชิน และชำนาญแล้ว ค่อยเลื่อนเป็นปฏิบัติการขั้นที่สอง จัดการนอนหงายราบ ศีรษะหนุนหมอนพอสบาย นอนชันขาทั้งสองข้างขึ้น ขาชิดกัน ต่อจากนั้นก็ยกสะโพกขึ้น แขม่วท้องและขมิบก้นตามวิธีการเช่นเดียวกับท่านั่ง….จนเกิดความชำนาญแล้วทำเป็นกิจวัตรประจำวัน

ถ้าทำได้เช่นนี้แล้ว ไม่นานเกินรอประมาณ 6 เดือนผ่านไป…จะเริ่มรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ความฝันกลายเป็นจริง 

ใครๆ เขาว่าเป็นท่าบริหารผัวหลงกันทั้งนั้น ไม่ลองก็ไม่รู้….


4. เมื่อจิมิ…คัน

อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อจิมิของเราเกิดคันขึ้นมา…แน่นอนว่าคุณภาพชีวิตของเจ้าของจิมิจะต้องเลวลงไปอย่างแน่นอน

เพราะพอคันก็อยากจะเกา พอเกาผิวก็จะถลอกเกิดการอักเสบเพิ่มความแสบขึ้นกลายเป็นทั้งแสบทั้งคัน และก็จะกลายเป็นวัฏจักรที่ว่า ยิ่งเกายิ่งมัน ยิ่งคันยิ่งเกา เกาไปเกามาเลยทั้งแสบทั้งคัน ทั้งวันไม่เป็นอันทำอะไร

บางคนฟอกสบู่วันละ 3 เวลาก็ยังคัน บางคนไม่ค่อยยอมอาบน้ำอาบท่าก็คัน

เพราะจิมินั้น เธอเป็นพวกมัชฌิมาปฏิปธา คือเดินสายกลาง สะอาดมากไปก็คัน สกปรกมากไปก็คัน ต้องสะอาดพอดี ๆ

และเธอไม่ชอบความชื้นแฉะ เธอชอบแห้ง โปร่ง โล่ง สบาย

การฟอกสบู่ยาฆ่าเชื้อโรคที่มีสารเคมีที่อาจระคายเคืองผิวอ่อน ๆ บริเวณนั้นบ่อย ๆ ก็ทำให้เกิดการคันได้

การล้างฟอกทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดเฉพาะที่ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือสารเคมีที่ทำให้เกิดกลิ่นสังเคราะห์หลายชนิดก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและคันได้

การโกนขนบริเวณส่วนสงวนออกก็ทำให้เกิดการคันและระคายเคืองได้ เพราะขนที่ขึ้นมาใหม่จะแข็งเวลาทิ่มแทงเนื้ออ่อน ๆ ก็จะทำให้เกิดการอักเสบ

การกินยาปฏิชีวนะบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเพื่อการรักษาสิว หรือฆ่าเชื้อที่ใดก็ตามจะไปทำอันตรายแบคทีเรียที่เป็นมิตร ซึ่งอาศัยอยู่ภายในจุดซ่อนเร้นของจิมิ ทำให้เชื้อราที่เป็นศัตรูภายนอกรุกรานจนเกิดการอักเสบและคันได้

การสวมชุดชั้นในที่เป็นผ้าสังเคราะห์ หรือการใช้ผ้าอนามัยแผ่นเล็กเพื่อการซึมซับตกขาวเป็นประจำ นาน ๆ ไปก็อาจจะแพ้ผ้าใยสังเคราะห์ดังกล่าวและเกิดการคันได้

แม้กระทั่งการโรยแป้งหลังอาบน้ำ ถ้าเป็นแป้งเก่าเก็บหรือเก็บไว้ในที่อับชื้น แป้งเหล่านั้นก็อาจจะมีเชื้อราอาศัยอยู่ เมื่อนำมาโรยจิมิก็เท่ากับโรยเชื้อราบงไปทำให้เกิดการคันขึ้นมาอีก

ธรรมชาติของประเทศในเขตร้อนชื้นเช่นประเทศไทยนั้น จิมิต้องการความแห้ง โล่ง โปร่ง สบาย เพราะฉะนั้นจำไว้เลยว่า ….ถ้านุ่งชุดชั้นในที่ทำจากผ้าฝ้ายได้ ก็ไม่ควรจะนุ่งชุดชั้นในจากผ้าใยสังเคราะห์ และถ้านุ่งชุดชั้นในแล้วก็ควรจะเป็นชนิดที่ไม่รัดแน่นบริเวณโคนขา เพราะจะทำให้อับลมอากาศถ่ายเทไม่สะดวก นี่ถ้าแนะนำได้อยากจะแนะนำให้นุ่งกางเกงในบ๊อกเซอร์แบบที่ผู้ชายนุ่งเสียเลย ไม่เชื่อลองหากางเกงในประเภทบ๊อกเซอร์ตัวเล็กๆ บาง ๆ มานุ่งดูเห็นแล้วเซ็กซี่ไม่น้อยทีเดียวแถมอากาศยังถ่ายเทได้สะดวกอีกด้วย

…ถ้ารับประทานยาปฏิชีวนะมาเป็นเวลานาน ๆ ควรจะไปปรึกษาแพทย์ เมื่อเกิดอาการคันหรือตกขาวผิดปกติ อย่านิ่งนอนใจปล่อยทิ้งเอาไว้

…ไม่ควรยืมชุดชั้นในของคนอื่นมาสวมใส่อย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะได้เชื้อโรคอะไรติดมาได้โดยไม่รู้ตัว

…การนุ่ง Pantyhose นั้นไม่เหมาะกับสาว ๆ ที่ไม่ได้ทำงานในห้องแอร์เพราะจะทำให้เกิดการร้อนอับชื้น เป็นต้นเหตุของการหมักหมมภายในจนเกิดการคันระคายเคืองตามมา ยิ่งบางคนนุ่งทั้ง Pantyhose และกางเกงตัวนอกที่รัดแน่น ๆ เช่น กางเกงยีนส์อีก แบบนี้ไม่นานเชื้อราก็ถามหาจนน้องจุ๋มจิ๋มคันคะเยอ

…อย่านุ่งกางเกงในนอน!!! แล้วคุณผู้หญิงก็จะไม่คันอีกต่อไป…


5. เมื่อจิมิป่วย
ในยุคที่โลกเราเต็มไปด้วยมลภาวะมากมายแบบนี้ รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บที่ติดต่อจากการมีความสัมพันธ์ทางเพศ ก็ย่อมมีโอกาสทำให้จิมิป่วยได้ไม่มากก็น้อย

ทีนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าน้องหนูเริ่มป่วยแล้ว และต้องไปปรึกษาคุณหมอ ก่อนที่อาการจะหนักเยียวยา 

อาการต่อไปนี้บ่งบอกว่าจิมิของเราเริ่มจะไม่ค่อยดีแล้ว

- ตกขาวธรรมดาที่เป็นสีขาวขุ่นๆ เหมือนแป้งเปียก เริ่มมีการเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง เขียว เทา มีเลือดปน หรือมีเลือดปนหนองออกมา

- ปัสสาวะเริ่มแสบขัด หรืออยากปัสสาวะบ่อยๆ น้ำปัสสาวะไม่ใสดังเดิมเริ่มขุ่นหรือมีตะกอนปน

เวลามีบทพิศวาสกับเขาคนนั้นก็จะเจ็บแสบ คัน และไม่สบายตัว หรือบางครั้งหลังจากร่วมรักแล้วเขาก็เกิดอาการคันบริเวณส่วนนั้นของเขาด้วย ยิ่งถ้าหลังจากร่วมรักแล้วมีเลือดออกตามมาไม่ว่าจะเป็นเลือดสด ๆ หรือออกกะปริดกะปรอยติดต่อกันหลายวัน ย่อมเป็นสัญญาณอันตรายที่จะต้องรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจจะเป็นได้ตั้งแแผลอักเสบเรื้อรังที่ปากมดลูกจนถึงเป็นมะเร็งปากมดลูก

มีผื่นคันบริเวณด้านนอก เป็นแผล มีติ่งเนื้อประหลาดโผล่ออกมาที่ผิวหนังด้านนอกของส่วนสงวน

มีก้อนบวม เจ็บ อักเสบ เหมือนมีหนองที่ปากทางเข้าส่วนสงวนทั้งสองข้าง ซึ่งอาจเกิดการอักเสบของต่อมบาร์บาลินได้ และถ้ากลายเป็นหนองจะมีอันตรายมากขึ้น

ประจำเดือนออกมาผิดปกติ ปวดประจำเดือนมากโดยเฉพาะยิ่งถ้าประจำเดือนหมดแล้วก็ยังปวดท้องน้อยด้านล่างอยู่ บางคนอาจมีประจำเดือนออกมากะปริดกะปรอยยาวนานตลอดเดือน ก็เป็นอาการเตือนอีกอย่างว่าจะต้องพาจิมิไปเข้าโรงซ่อมสุขภาพแล้ว

เจ็บปวดรวดร้าวเวลามีสัมพันธ์สวาทกับหนุ่มคนนั้น ไม่ว่าจะเป็นตอนเริ่มต้นหรือปวดตามจังหวะการร่วมรัก โดยเฉพาะถ้าปวดไปทวารหนักด้วยแล้ว เป็นอาการที่บ่งบอกว่าน่าจะมีเยื่อพังผืดในอุ้งเชิงกราน หรือมีการอักเสบเรื้อรังในอุ้งเชิงกรานก็ได้

ไม่ว่าจะมีอาการอะไรดังกล่าวข้างต้น ควรจะพาจิมิไปให้คุณหมอตรวจได้แล้ว และถ้าจะให้ดีอย่าลืมพาจิมิของเราไปตรวจเช็กภายในและเช็กมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปี

เท่านี้ จิมิของเราก็จะสดใส ซึ่งก็ย่อมนำไปสู่ความสุขสมในทุกเรื่องราว

หวังว่าคุณผู้หญิงทั้งหลายคงจะรู้จักจิมิของคุณเพิ่มมากขึ้นแล้ว และรู้วิธีที่จะทำให้มีสุขอนามัยที่ดี เพื่อชีวีจะได้เป็นสุข

ที่มา lady inter

ถาม-ตอบปัญาเพศศึกษา : //www.yenta4.com/lovecare/



Create Date : 01 กรกฎาคม 2556
Last Update : 1 กรกฎาคม 2556 12:49:03 น.
Counter : 539 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

emayza
Location :
ปทุมธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]