==== ก็แค่ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่อยากจะเป็นสามี และ เป็นพ่อให้ได้ดีกว่าที่เคยเป็นเมื่อวาน ====
Group Blog
 
All Blogs
 

ขุดเจาะ สำรวจและผลิตปิโตรเลียม onshore offshore



เอาล่ะครับ หลังจากเป็นไดโนเสาร์ไซเบอร์มานาน ได้ฤกษ์มีเพจกับเขาเสียที ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งนอกจากที่ blog ที่สามารถติดต่อพูดคุยกันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ว่า blog ก็ยังอยู่นะ ไม่ได้จะปิด blog ทักทายกันมาได้ทั้ง 2 ที่ครับ





 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2559    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2559 16:22:48 น.
Counter : 846 Pageviews.  

เมื่อไรจะฟื้นเสียที - อุทาหรณ์สำหรับคนที่อยากเข้ามาทำงานวงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมต้นน้ำนอกชายฝั่ง

จั่วหัวไว้แบบนี้ก็ใช่ว่าผมจะรู้คำตอบหรอกนะครับ ถ้าผมรู้คำตอบคงเก็งราคาน้ำมันรวยเละไปแล้ว ไม่มานั่งเป็นลูกจ้างกินเงินเดือนอยู่แบบนี้ แต่อยากจะชี้ให้เห็นถึงวัฏจักรของวงการฯรอบนี้ให้เป็นอุทาหรณ์


อย่างที่เราทราบๆกันดีว่าลักษณะเฉพาะของงานและวงการเราคือ

1. เป็นงานที่ใช้ทักษะเฉพาะ ผันตัวไปทำงานอย่างอื่นหรือด้านอื่นได้ค่อนข้างลำบาก
2. จากเหตุผลข้อแรก ทำให้มีคนทำงานด้านนี้เป็นน้อย ตามหลักอุปสงค์อุปทานจึงทำให้ค่าจ้างค่าตัวสูงเมื่อเทียบกับงานชนิดเดียวกันหรืองานคล้ายคลึงกัน แต่ทำบนฝั่งหรือทำในวงการอื่น
3. การจ้างงานในวงการฯมีความเป็นพลวัตรสูง ขึ้นอยู่กับปัจจัยราคาน้ำมัน
4. น้ำมันเป็นสินค้าการเมืองระดับโลก ปัจจัยที่มีผลต่อราคาน้ำมันจึงไม่ตรงไปตรงมาเหมือนราคาสินค้าอุปโภคบริโภคชนิดอื่น

ดังนั้นถ้าจะก้าวขาเข้ามาในวงการนี้ เอาหม้อข้าวและอนาคตครอบครัวมาผูกไว้กับวงการนี้ จำเป็นต้องตระหนักในลักษณะเฉพาะข้างต้น รอบนี้ราคาน้ำมันตกลงมากเป็นประวิติการณ์ ทำให้มีการ ลด ละ เลื่อน เลิก กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจและผลิตมากมาย ผลกระทบจึงเป็นลูกโซ่ คิดง่ายๆว่า ถ้า บ.น้ำมันหยุด ยกเลิก หรือ เลื่อน การขุดน้ำมัน แท่นขุด 1 แท่น ก็จะไม่มีงาน บน 1 แท่นขุดน้ำมัน ใช้คนราวๆ 80-120 คน ขึ้นกับขนาด ชนิด ประเภทของแท่น เรือสนับสนุน เฮลิคอปเตอร์ บ.ผู้รับเหมาช่วงให้บริการการขุดเจาะ(service companies) วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ฯลฯ ก็ต้องหยุดกันไปหมด นี่แค่แท่นเจาะแท่นเดียวนะครับ ทั่วโลกไม่รู้กี่ร้อยแท่นขุดเจาะที่หยุดไป คนเหล่านี้จะไปไหน ทั้งคนในงานสนาม และ คนในออฟฟิต นี่ผมแค่ฉายภาพคร่าวๆให้ดูพอให้เห็นเป็นน้ำจิ้มว่า ตอนนี้พวกเราเป็นอย่างไรกัน

ในข่าวร้ายก็ยังพอมีข่าวดีครับ ทุกอย่างที่มีขึ้นก็ต้องมีลง ทุกอย่างที่มีลงก็ต้องมีขึ้น ผมอยู่ในวงการนี้มา 27 ปี เจอวัฏจักรราคาน้ำมันมาสองรอบครึ่งแล้ว (ตอนผมเข้าวงการใหม่ๆ ราคาน้ำมันเพิ่งผงกหัวขึ้น เลยนับว่าเจอมาแค่ครึ่งรอบ) รอบนี้เป็นรอบที่สี่ ที่เจอราคาน้ำมันดิ่งเหว ผมกำลังจะบอกว่า มีวันฟ้าใสรออยู่ วัฏจักรครั้งที่ผ่านๆได้สอนอะไรผมบ้าง ผมอยากส่งผ่านสิ่งที่ผมเรียนรู้ให้พวกเราที่อยากเข้าวงการฯ จะได้เตรียมตัวรับมือกับวัฏจักรนี้

1. อย่าประมาท ยามที่มีงานทำ จงเก็บหอมรอมริบให้ดีๆ
2. ลงทุนอย่างเหมาะสมตามความเสี่ยงที่พอรับได้ ไม่ว่าจะลงทุนในกิจการจริงๆ หรือ ลงทุนทางอ้อมในหุ้น กองทุน อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ
3. มีอาชีพเสริมสัก 1 อาชีพ อาชีพเสริมจะเป็นเบาะรองรับกันกระแทกอย่างดี ในเวลาแบบเวลานี้
4. เมื่อถึงคราวราคาน้ำมันตก ก็ให้กัดฟันทน ไปทำอาชีพเสริม หรือเอาดอกผลที่ลงทุนออกมากินมาใช้ประทังไปก่อน ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นแบบนี้อีกนานเท่าไร เหมือนสัตว์จำศีลนั่นแหละครับ ลด ละ เลื่อน เลิก ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น รอวันฟ้าใส ราคาน้ำมันกระเตื้องขึ้น ค่อยออกจากจำศีลมาหางานหาการทำกัน
5. ถ้ายังอยู่ในวัยและมีความพร้อมที่จะศึกษาต่อ ก็ควรใช้โอกาสนี้ในการไปศึกษาต่อ เพิ่มดีกรี ความรู้ให้ตรงกับสายงาน พอจบมาก็อาจจะพอดีกับราคาน้ำมันขึ้น มีงานรองรับพอดี

ฟังดูเหมือนง่ายๆและสามัญสำนึกทั่วๆไป อาชีพไหนก็ควรทำแบบนี้ใช่ไหมครับ แต่สำหรับวงการเรา ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก เพราะการจ้างงานมันแปรผันได้ง่ายและเร็วอย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น และเชื่อผมไหมล่ะครับ หลายคนไม่ทำแบบนี้ พอราคาน้ำมันตก ได้ซองขาวออกจากงาน ไปไม่เป็นเลยครับ

พี่นก ...




 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2559 14:51:56 น.
Counter : 672 Pageviews.  

ไม่ต้องบินให้สูงอย่างใครเขา ....



ส่งกำลังใจมาให้ครับ




 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2558 11:43:23 น.
Counter : 1694 Pageviews.  

ใครอยากไต่เต้าเริ่มจากศูนย์ในวงการนี้ มาอ่านทางนี้ครับ ประสบการณ์ตรง คุณทนทำได้อย่างนี้ไหม

ประสบการณ์ตรงครับ วิศวกรคนหนึ่งรับค่าแรงรายวัน 300 บาท อยู่ 3 ปี
เขากำความฝันไว้แน่น อึดโคตร ทนว่ายน้ำไปแบบไม่เห็นฝั่ง ...
วันนี้เขาก็ยังเหนื่อยอยู่ แต่ไม่ได้เหนื่อยบนฝั่ง
เขาเหนื่อยอยู่บนที่ที่เขาฝันไว้
ไม่เริ่ดหรู ...
แต่ก็เป็นฝันที่แลกมาด้วยหลายๆอย่างของลูกผู้ชายคนหนึ่ง
คนที่ไม่คลายมือที่กำฝัน ...
ต้นทุนความพร้อมและที่มาของแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน
บางคนเดินมาทางตรง บางคนเดินมาทางอ้อม
แต่ที่สำคัญ ... ไปให้ถึง

อ่านชีวิตเขากันได้เลยครับ ....
(ผมไม่ตัดต่อเลยนะครับ เอาแบบสดๆ ได้อารมณ์ เห็นภาพตามกันไป ..)

-------------------------------------------

สวัสดีครับพี่นก ขออนุญาต มาศึกษาความรู้จากบล็อกนี้ด้วยครับ ปัจจุบัน ผมทำงานบนริก และได้นำแนวคิด ทัศนคติในการทำงาน offshore จากหลายอย่างในบล็อกนี้ไปใช้เป็นแนวทาง กำลังใจ การใช้ชีวิต บนแท่น ขอบคุณทุกความรู้ในบล็อกนี้จากทุกๆคนครับ

กับข้าวอร่อยทั้งครัวไทยและครัวฝรั่ง เวลาว่างก็ว่าง เวลาเหนื่อยสุดๆของที่สุดครับ

และที่สำคัญความรู้บนแท่นเยอะมากจริงๆ ขอให้ทุกคนที่กำลังพยายามไปที่จุดเริ่มต้นของความฝัน พบจุดนั้นเร็วๆครับ


โดย: T-XX IP: 192.99.14.34 วันที่: 11 ธันวาคม 2557 เวลา:11:14:37 น.

T-xx - ยินดีด้วยครับ ว่างๆก็ช่วยเล่าเรื่อง เหนื่อยสุดๆของที่สุด เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่คิดจะไปทำงานบนนั้นด้วยนะครับ แบ่งปันประสบการณ์กัน หลายคนนึกไม่ออกว่ามันแค่ไหน แล้วคิดว่าไหว ลองมาเล่าสู่กันฟังนะ

โดย: Nong fern daddy (Nong Fern Daddy ) วันที่: 11 ธันวาคม 2557 เวลา:17:24:00 น.

ขอบคุณครับพี่นก สำหรับโอกาสให้ผมเล่าประสบการณ์ครับ

-ขอเริมตั้งแต่ประสบกาณ์ก่อนได้ลงแท่นก่อนน่ะครับ ผมก็จบ ป.ตรี วิศวฯ เช่นเดียวกับหลายๆท่านครับ เคยไปสัมภาษณ์มาก็หลายที่ ทั้ง บริษัทใหญ๋ กระทั่งบริษัทเล็ก ( บริษัทเล็กที่เป็น vender ของ service company อีกที ) แต่หลุดหมดครับ เกินความสามารถบ้างครับ กรณีบริษัทเล็ก เขาบอกผมเลยว่า ถ้าพี่รับน้อง เดี๋ยวน้องก็ไป ฉนั้นพี่ให้โอกาสน้องได้ทำงานกับบริษัทใหญ่ๆดีกว่า 5555 ฟังแล้วนุ่มครับ ส่วนบริษัทใหญ่ ผมก็เก่งไม่ถึงขั้นฝ่าด่านอรหันต์ไปได้ ----- และแล้วก็ไปได้ service company แห่งหนึ่งครับ เขาให้โอกาส โดยที่เริ่มเป็นแค่ labor ลูกจ้างรายวันๆละ 300 บาท ( แรงงานพม่าครับ ) โดยที่ผมก็ไม่รู้ว่าระยะเวลาแค่ไหนที่จะได้ปรับเป็น staff อย่างไร และผมก็ไม่ถามครับ ไม่มีข้อแม้ ไม่มีเงื่อนไข นายจ้างหรือหัวหน้าว่าไงก็ว่าตามกันครับ เพราะผมคิดว่าเขาให้โอกาสผมแค่นี้ผมเอาครับ ที่เหลือเป็นหน้าที่ผม และชีวิตการทำงานบนฝั่งก็เริ่มครับ เริ่มจาก ขัดสี ทาสี เก็บ กวาดขยะ ยก แบก หาม ครบครับ แต่ผมมีความสุขครับ เพราะผมทำหน้าที่ของผมในแต่ล่ะวันดีที่สุด พอหมดเวลางานปกติ 5 โมงเย็น จำเป็นต้องทำโอทีครับ เพราะค่าจ้างวัน 300 บาท ยังไงก็ต้องทำ ผ่านไปได้ 5-6 เดือน supervisor บอกว่า ใครก็ได้ถ้าว่าง ไปช่วยงานเอกสารหน่อย เพื่อน labor คนอื่นไม่มีใครไปเลยครับ เพราะแต่ล่ะวันก็เหนื่อยอยู่แล้ว ( นึกถึงงานกรรมกรดูครับ )
และเอกสารก็หาอักษรไทยไม่ค่อยเจอ ไหนจะใช้งาน คอมพิวเตอร์อีก บลาๆ ครับ ผมก็เลยเอาเวลาที่บริษัทให้พักเบรกนั่นแหละครับ ไปช่วยงาน supv. แต่เชื่อมั้ยครับ รายละเอียดในเอกสารมันมีสาระอยู่มากมาย มันเกี่ยวกับ equipment ทั้งหมด มีทั้ง drawing, certificate, spare part list, part number, description ของอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ ทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือที่ว่าก่อนจะส่งออกไปแท่นหรือส่งกลับมาจากแท่นก็ต้องผ่านที่นี่ครับ และ supv ก็เริ่มเชื่อและไว้ใจฝีมือผม จากช่วงแรกๆที่หัวหน้าจะไม่ค่อยลาพักร้อน พอผมเริ่มทำแทนได้ หัวหน้าลาพักร้อนเป็นว่าเล่นเลยครับ สรุป ผมก็ต้องทำทั้งงานซ่อมและเอกสาร เวลาพักไม่ค่อยมีเหมือนคนอื่น ยิ่งช่วงสิ้นปี โดยเฉพาะ 2-3 สัปดาห์ก่อนสิ้นปี ผมกลับบ้าน ห้าทุ่มถึงเที่ยงคืนเกือบทุกวัน ยิ่งใกล้ปลายปี ก็ ตี 3 - ตี 4 ครับ เพราะช่วงนั้นบริษัทจะตัดงบ บลาๆ ครับ ในแต่ล่ะวันผมไม่เคยคิดเรื่อง offshore เลยครับ คิดแค่ว่า วันนี้ผมทำอะไรบ้าง รู้ เข้าใจ การทำงานของ อุปกรณ์และเครื่องมือแค่ไหนแล้ว ผ่านไปปีกว่า ผมสามารถตอบคำถามของ supv eng. ที่ถามต่อหน้าการะประชุมของบริษัทได้ เป็นคำถามเกี่ยวกับ ชื่อ รายละเอียด สเปค หน้าที่ ของ อุปกรณ์ตัวหนึ่งที่ใช้บนแท่น นั่นแหละครับ ผลของความพยายาม แต่กว่าจะไปถึงระดับนั้นได้ ขอบอกว่าเหนื่อยครับ เหนื่อยแค่ไหน หลายท่านคงนึกออกน่ะครับ และผ่านไปเกือบ 3 ปี ที่ได้ค่าแรง 300 บาท บวกโอทีคิดตามโครงสร้างของ 300 บาทครับ และยังไม่ได้ปรับเป็น staff วันนึง ฝรั่งท่านนึง เดินอยู่ด้วยท่าทางเร่งรีบ แล้วกำลังจะดูอะไรสักอย่างที่ อุปกรณ์ตัวหนึ่ง ผมก็อยากใช้ภาษา ก็เลยเข้าไปถามแบบดื้อๆ ( พอดีไม่มีใครอยากใช้ภาษา ) ฝรั่งคนนั้นก็มองหน้าผม แล้วบอกว่าช่วยยกอุปกรณ์นี้หน่อยแกจะดูรายละเอียด ผมไม่ทำตามฝรั่งคนนั้น แต่ผมบอกว่า อุปกรณ์ตัวนี้คือ..... มีส่วนประกอบอะไรบ้าง...... ทำหน้าที่.... รุ่นไหน.....

ฝรั่งนั้นมองหน้าแล้วถามผมว่า คุณแน่ใจหรือ ผมตอบว่า ฉันแน่ใจครับท่าน แล้วแกก็ไป และหันมาพูดว่า ฉันจะไปตอบอีเมลล์ให้ลูกค้า

ผ่านไปสัก 3-4 เดือน ผมเจอฝรั่งคนนั้นอีก ผมก็เลยบอกแกว่า ผมสนใจไปทำงาน offshore แกเงียบ และผมบอกต่อว่า ผมมีประสบการณ์ที่ เกือบสามปี ทำแผนกนั้น ทำเกี่ยวกับอะไรบ้าง รู้อะไรบ้าง แกถามกลับคุณแน่ใจเหรอ ผมตอบว่า งาน offshore นั่นคือความหวังของผม แกก็เงียบ พอดีหมดเวลาพักเบรก ผมก็ไปทำงานต่อ ( ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีใครรู้เลยว่าผมแสดงเจตนาของผมต่อฝรั่งคนนั้น )

อยู่มาวันนึง supv. ของผม บอกว่าฝรั่งชื่อ..... เขาถามพี่ว่า ลูกน้องคุณน่ะมี เรซูเมมั้ย ถ้ามีส่งให้หน่อย

ผมก็เลยส่งเรซูเมผมให้ supv. และกระบวนการคัดคนลงแท่นก็ดำเนินไปตามโครงสร้างของบริษัท สุดท้ายผมก็ได้ทำ offshore

++++++++++
ชีวิตใน offshore คุณจะหลับจะตื่นกี่โมงก็ได้ไม่มีใครปลุก ( ถ้า leader ไม่สั่ง ) แต่เมื่อถึงเวลางานคุณต้องพร้อมและทำสำเร็จ สมบูรณ์ ทันเวลา อาหารการกิน มีทั้งครัวไทย ครัวฝรั่ง อร่อยทุกอย่าง แต่อย่ากินลืมนะครับ เพราะโรคไขมันในเลือดจะถามหา ของกินมีตลอด 24 ชั่วโมง นั่งๆ ในออฟฟิศ ( บนแท่นจะมี สำนักงานของ service company ด้วยครับ ) DSM ฝรั่งเดินผ่าน โยนช็อคโกแลตให้อีก

+++++++++
สักครู่มาเล่าต่อครับ ไปดู TD แป๊บ

โดย: T-XX IP: 192.99.14.36 วันที่: 12 ธันวาคม 2557 เวลา:9:24:28 น.


ต่อครับผม

ยิ่ง ล่าสุด ตอนแรกกะว่าจะเริ่มงานประมาณตอน เที่ยงคืน สักพักเลื่อน เป็นช่วง ตี 2 - ตี 3 เลื่อนอีก เป็น ตี 4 ทำตั้งแต่ตอนตี 4 กว่าจะเสร็จ เกือบ สิบโมง รวมแล้วประมาณ 5 ชั่วโมง บน rig floor ที่ไม่ได้พัก แขน ขา ไม่ได้อยู่นิ่ง หู ตา ต้องไว พลาดไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่อันตราย อยากจะนั่งพักสัก 5-10 นาที ก็ไม่ได้พัก เพราะเพื่อนเขายังไม่พัก ก็ต้องทำต่อไปและต้องไม่พลาด ถ้าเราพลาด เพื่อนและเราอาจเจ็บถึงขั้นสาหัสหรือสูญเสีย หรือถ้าเพื่อนพลาดเราก็แย่ ฉนั้น นอกจากระวังไม่ให้ตัวเองพลาดแล้ว ต้องคอยสังเกตุเพื่อนด้วยเช่นกัน เหม่อไม่ได้เลยครับ น้ำหนัก Top drive ไม่ต้องพูดถึง บางครั้งเวลาเสร็จงาน กำลังเดินลงบันได อยากจะนั่งมากๆ เพราะขา แขน ทุกส่วนมันล้ามากๆ ล้ามากจนไม่อยากจะเดิน แต่พอจะนั่ง ก้มมองลงไปดู สูงมาก น้าก็ลึกประมาณ 70-80 เมตร ( ถามเขามา ) นั่งไม่ลง และถ้าฝืนนั่ง อาจโดน BBS CARD ได้ หลายเรื่อง

ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงบน rigfloor ไปต่อชั้นอื่นอีก เกือบๆ 4 ชั่วโมง ตาลอยเลยครับ 555

และที่สำคัญ น้ำโคลนเป็นอะไรที่คันมาก ยิ่งถ้าคนที่แพ้ แย่แน่ครับ

ผมปราถนาจะมาทำงาน offshore แอดมินจากฝั่งจะส่งไปไหนก็ต้องไปครับ ไปเจอ แท่นแบบ ขาหยั่ง ยังดีหน่อย แต่ถ้าไปเจอ แท่นที่เป็น tender โคลงตามสภาวะคลื่นครับ ใครเมาเรือ หนักเลยครับ ยิ่งถ้าเดินขึ้นบันไดจะไปแพลทฟอร์ม เจอช่วงจังหวะคลื่นลูกใหญ่ๆ ขาสั่นได้ครับ 555

ที่สำคัญ เวลาอยู่บน rigfloor เวลางานของเรา DSM ทั้ง lead ทั้ง DSM TRN ชอบมากๆ ยิ่งถ้าเราตอบแบบไม่มั่นใจ หรือมั่นใจแบบผิดๆจะเจอสายตาแบบ มึงเสร็จตูแน่ โอกาส ล่วงมีสูงครับ แต่ถ้าตอบถูก อธิบายให้เขาฟังเข้าใจง่ายและแม่น เขาก็เสร็จเราครับ 555 DSM ส่วนมากที่เขาถามเราเขาจะรู้คำตอบแล้ว แต่ลองภูมิ แต่บางคนถามเพราะอยากรู้จริงๆ เพราะฉนั้น หน้าที่เราคือ ต้องรู้จริง รู้ละเอียด ตอบชัดเจน แม่นยำ ถ้าไม่แน่ใจก็บอกไม่แน่ใจ ครับ

----------------------
สุดท้ายขอให้ทุกท่านโชคดีครับ ความพยายาม ศรัทธา และความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่และงานอาจทำได้ยากแต่ถ้าทำได้ ผลของมันหอมหวานเสมอครับ

ผมก็กำลังพยายามฝึกฝนตัวเองให้ดีและดีกว่าทุกๆวัน ถึงแม้ว่าจะยาก และเชื่ออย่างนึงว่า ความทุกข์มันอยู่กับเราไม่นาน สักพักมันก็ไป


ครั้งหน้ามีอะไร จะขอมาเล่าให้ฟังอีกครับ อาจอ่านๆดูแล้ว หาสาระแทบไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็เป็นอีกเสียงนึงจากคนกลางทะเล สู้ๆๆ ครับทุกท่าน

โดย: T-XX IP: 192.99.14.34 วันที่: 12 ธันวาคม 2557 เวลา:10:13:17 น.




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2557    
Last Update : 12 ธันวาคม 2557 13:16:00 น.
Counter : 1740 Pageviews.  

Well Services คืออะไร

มีน้องคนนึงอุตส่าห์สละเวลาแบ่งปันตอบคำถามเพื่อนๆเอาไว้ในบล๊อก ผมเห็นว่าน่าจะแบ่งปันต่อในวงกว้าง เลยเอาขึ้นบล๊อกใหม่ให้เลย

--------------------------------

งาน Well Services มีทั้งส่วนที่เป็น Oil Company และ Services Company และงานมีความหลากหลายมาก

ตัวอย่างงานหลักๆ ในแผนก Well Services

1. Slickline คือการเอา tools ต่างๆ ผูกติดกับเส้นลวด (ขนาดลวดเท่าๆ ลวดราวตากผ้า) ลงไป do something กับหลุม ใช้หลักการ mechanical movement

2. Wireline คล้ายๆ slickline แต่เส้นลวดจะใหญ่กว่า และสามารถส่งกระแสไฟฟ้าผ่านลวดไปได้ เพื่อลงไป activate tools งานหลักๆ ของ Wireline คือ Perforation job และ Pipe recovery

3. Coiled Tubing ให้ลองจินตนาการถึงท่อสายยางฉีดน้ำรดต้นไม้ แต่ท่อนั้นเป็นท่อสเตนเลส สามารถปั้มของเหลวผ่านลงไปในท่อนั้นได้ ส่วนใหญ่ทำ Sand Clean out คือปั้มน้ำเกลือลงไปเป่าทรายที่ทับถมอยู่ก้นหลุมให้ฟุ้ง แล้วทำให้ทรายเหล่านั้นลอยขึ้นมาบนปากหลุม

4. Snubbing Unit คือ แท่นชนิดหนึ่ง ขนาดสูงประมาณตึกสามชั้น, แต่แท่นที่พวกเราเคยเห็นจะมีระบบ Hoisting (ไม่รู้แปลเป็นไทยว่าอะไรดี ขอแปลว่าระบบยกขึ้น-หย่อนลง) โดยใช้ลวดสลิงทำเป็นรอก เพื่อดึง-ถอนก้าน สำหรับ Snubbing แล้ว การยกขึ้น-หย่อนลง ใช้ระบบ Hydraulic ต่อกับ slip (ตัวจับก้าน) งานหลักๆ คือ เอาไว้ ดึงก้าน-หย่อนลง ของท่อผลิด (Completion and Re-Completion)

5. Workover Rig คือ มีลักษณะคล้ายแท่นที่เราเห็นกันในทีวีนั้นแหละ แต่ขนาดจะเล็กกว่าครึ่งนึง เอาไว้ดึงก้าน-หย่อนลง เหมือน Snubbing unit แต่ไอ้เจ้า workover rig จะมีกำลังการดึงเยอะกว่า Snubbing unit มาก

6. Completion คือการออกแบบท่อผลิต ส่วนใหญ่ Completion Eng. เป็นคนออกแบบ แล้วส่งต่อมาให้ workshop เอา พวก completion assembly มาต่อ (make-up) ใน workshop แล้วส่งต่อไปที่ rig เพื่อให้ rig หย่อนท่อผลิตทั้งหมดลงไปในหลุม

7. Well Head Maintenance คือ การซ่อมบำรุงหัวบ่อ ให้สามารถใช้งานได้ ไม่ให้ความดันในหลุมรั่วออกมา ดูแลอุปกรณ์ป้องกันความดันให้ใช้งานได้ (barrier)

8. Well Testing คือ หลุมที่พึ่งเจาะเสร็จใหม่ๆ เราต้องทดสอบคุณภาพของหลุม เช่น ความดันใต้หลุม (Reservoir pressure), อัตราการไหลของน้ำมัน (Flow rate), แก๊สที่ขึ้นมาพร้อมน้ำมัน (Associated gas), คุณภาพของน้ำมัน (API)

9. Hydraulic fracturing คือ การปั้มของเหลวที่เป็นเจล (มันหนืดๆ คล้ายๆ แป้งเปียกแต่เป็นสีใส) แล้วเอาเม็ดทรายกลมมน (Colorado sand or proppant) คลุกลงไปในเจลด้วย แล้วจะได้ของเหลวคล้าย เจลเล่ ไลท์ ในเซเว่น ปั้มอัดลงไปในหลุม ด้วยปั้มตัวเท่าช้าง ใช้ปั้ม 4 ตัว ลงไปทำให้ชั้นหินกักเก็บมีรอยร้าว แล้วน้ำมันจะไหลมาทางรอยร้าวนั้น

10. Rigless workover คือ งานดึงก้านของม้าโยก (sucker rod) ดึงออกมาเพื่อ maintenance ใช้รถเครน 50 ตันดึงขึ้นมา

ถ้าขาดตกบกร่องไป พี่นกช่วยเสริมด้วยนะครับ


โดย: ผมอยู่บริษัทเดียวกับพี่นก IP: 171.6.221.19 วันที่: 24 พฤษภาคม 2557 เวลา:11:47:00 น.

================================================

ไม่มีอะไรจะเสริมครับ เพราะ ไม่มีความรู้ด้านนี้เท่าไร เป็นแต่ขุดหลุม 555 แต่ก็นะ มันเยอะมากจริงๆ มากกว่าที่น้องเขาอธิบายไว้มาก เอาแค่บรรทัดเดียว coil tubing มันก็ทำอะไรได้มากมายมหาศาลเลยครับ รู้แค่บรรทัดเดียวของที่น้องคนนี้ว่ามาก็หากินได้ตลอดชีวิต




 

Create Date : 30 มิถุนายน 2557    
Last Update : 30 มิถุนายน 2557 9:02:43 น.
Counter : 3189 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  

Nong Fern Daddy
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 773 คน [?]




... Blog นี้ ...
แด่ ... แม่น้องเฟิร์นและน้องภัทร
เธอ..ผู้เปลี่ยนห้องที่มืดมิดให้สว่างไสวได้ด้วยรอยยิ้ม
เธอ..ผู้อยู่เบื้องหลังความเข้มแข็งและความสำเร็จทั้งมวล
... และ ...
เธอ ... ผู้เป็น "บ้าน" เพียงแห่งเดียวของผม

---------------------------------------------

หรือเพียง "ฝัน" ที่หาญท้าชะตาฟ้า ?

หรือจะเพียง "ศรัทธา" (ที่)ไร้ความหมาย ?

แม้จะเป็นแค่เพียง "ฝัน" จนวันตาย

แต่ผู้ชายคนนี้จะอยู่ข้างเธอ ... ตลอดไป ...

แด่ ... ลูกที่กล้าฝันของพ่อ

Friends' blogs
[Add Nong Fern Daddy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.