==== ก็แค่ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่อยากจะเป็นสามี และ เป็นพ่อให้ได้ดีกว่าที่เคยเป็นเมื่อวาน ====
Group Blog
 
All Blogs
 

ประสบการณ์ชีวิตใน Workforce รุ่นที่ 13 โดย ฝันหนาว

สวัสดีครับ พ่อน้องเฟิร์น


สวัสดียามบ่ายๆของวันหยุด(นานๆจะมีวันหยุดสองวันติดกัน) ตามที่ได้แจ้งไว้ว่าจบเฟส1ของการฝึกจะมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับชีวิตนักเรียน Workforce ซึ่งรุ่นล่าสุดนี้คือรุ่นที่ 13 แล้วครับ มาว่ากันถึงเรื่องชีวิตการเป็นอยู่ที่นี่กันบ้างครับ

ชีวิตที่นี่เรียบง่ายครับไม่ต้องกังวลอะไรมากเลย ตามโปรแกรมด้านล่างเลย

05:00 ตื่นนอน ทำภาระกิจส่วนตัวให้เสร็จ ล้างหน้าแปรงฟันก็พอ น้ำไปอาบที่ศูนย์ฝึกหลังจากวิ่งเสร็จ
05:25 ต้องไปซื้อข้าวสำหรับไว้กินที่ศูนย์ฝึกตอนเช้า ตรงหน้าเซเว่น วชิรา จะมีร้านข้าวกล่องมาขาย ซึ่งตอนไปซื้อก็จะเจอเพื่อนที่มาแวะซื้อกันเพียบเลย เจอกันโดยมิได้นัดหมาย อิอิ
05:45 ต้องถึงศูนย์ฝึกกันแล้วครับ ลงเวเลาเรียบร้อย สำหรับ พาหนะ จะเป็นจักรยาน ต้องมีไฟกระพริบหน้าและหลังด้วยพร้อมส่วมหมวกนิรภัยเสมอน่ะครับ มอร์ไซด์ก็เช่นกัน มีเพื่อนบางคนเอารถยนต์มาใช้ก็จะมีที่จอดหน้าศูนย์ฝึกให้ด้วยครับ 
06:00 หลังจากมาถึงศูนย์ฝึกแล้วเอากระเป๋าไปเก็บเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็เข้าแถวพร้อมกับยืดกล้ามเนื้อและออกไปวิ่งรอบ มทร ซึ่งตอนเช้าเราจะวิ่งกันอยู่ 2 รอบ นำวิ่ง โดย ครูฝึก นาวิกโยธิน แว่วเสียงแตรปลุก เราก็ลุกขึ้นมา ส่งเสียงเฮฮา เรากะพากันวิ่ง เอ้า หนึ่งกิโล เอ้าสองกิโล เอ้าสามกิโล อิอิ นิแค่ตัวอย่างน่ะครับ
พวกเรามีเพลงนำวิ่งกันหลายอัลบั้มเลย หลังจากวิ่งเสร็จเราก็จะมา เล่น PT คือเป็นการออกกำลังกายท่าทางต่างๆครับจบด้วย ดึงข้อ ซิตอัพ และ ดิฟ 
07:00 หลังจากเสร็จสิ้นการออกกำลังกายรอบเช้า เราก็ต้องไปอาบน้ำและกินข้าวครับ
07:45 ได้เวลารวมแถวสำหรับเตรียมตัวเคารพธงชาติ และมีการนำเสนอ Safety flash ในช่วงเวลานี้ด้วย ซึ่งก็จะเรียงเบอร์ๆๆๆเปลี่ยนกันพุดไปเป็นการฝึกการนำเสนอไปด้วย โดยหัวข้อก็จะเป็นอุบัติเหตุหรือ near miss ที่เกิดขึ้นใน Operation ของบริษัทครับ
08:00 ได้เวลาเคารพธงชาติครับ หัวหน้านักเรียนสั่งนักเรียนเตรียมตัวเคารพธงชาติ ต้องสั่งให้พอดีน่ะครับ สิ้นคำสั่งเพลงต้องขึ้นพอดี ไมงั้น โดนดันพื้นน่ะจ๊ะ เรามีวิธีสังเกตุกันว่าจะสั่งมะไหร่ถึงจะพอดีกับเพลงชาติขึ้น มันจะมีเสียง แต้ง แต้ง แต้ง นับเสียงนี้เลย ประมาณครั้งที่หกสั่งนักเรียนเตรียมตัวเคารถธงติ สั่งจบ เพลงขึ้นพอดี (ผมก็พึ่งมารู้ที่นี่เหมือนกัน อิอิ) หลังจากนั้น ก็ท่องคำปฏิญาณตนพร้อมกับบัญญัติ 10 ประการ จากนั้น
ก็จะมีครู OMST ซึ่งเป็นผู้มากด้วยประสบการณ์ผ่านงานบนแท่นมามากมายกว่า 30ปี กันเลยทีเดียว มาเล่ามาแชร์ประสบการณ์ ฟังไปมโนภาพตามไปด้วยครับ อิอิ 
08:30 ได้เวลาเข้าห้องเรียนกันแล้ว ก่อนเข้าห้องเรียนก็จะมีการไปเติมพลังด้วยการพื่มกาแฟและโอวัลตินก่อนเข้าเรียน ฟรี ฟรี ฟรี อิอิ มาถึงวิชาเรียนกันบ้าง ที่นี่เรียนอะไร เรียนแบบไหน มีดังนี้
1.วิชา Electrical 
2.วิชา Mechanic
3.วิชา Instrument
4.วิชา Production วิชานี้ ก็จะศึกษา Process ของ Oil&Gas ตั้งแต่ สำรวจ ผลิต และขายให้ ปตท กันเลยทีเดียว ซึ่งสนุกดีครับ ไม่เคยเรียนรู้ที่ไหนมาก่อน 
5.วิชา OE (Operation excellent) ก็จะเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยต่างๆครับ เซฟตี้ ต้องมาก่อนน่ะครับ อิอิ เรามีเวลาเสมอที่จะปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและปลอดภัย
วิชาเรียนก็จะมีหลักๆเท่านี้ แต่ละวิชาต้องได้ 80% ถึงจะผ่าน (ยกเย้น OE)
10:00 ได้เวลาเบรค 15 นาที ก็จะมีขนมเบรคมาให้กินกันครับ อร่อยมากๆขอบอก จากนั้นก็เข้าเรียนจนถึงเที่ยงครับ
12:00 เที่ยงแล้วๆๆๆ เป็นเวลาที่ทุกคนรอคอย อิอิ ใช่ครับ เป็นเวลาที่จะได้เจอนักศึกษาของ มหาลัยนี้ ที่โรงอาหารกลาง เดินจากศูนย์ฝึก 5 นาทีถึงครับ กินข้าวไปมองสาวไป ผ่านไปสามเดือน ก็มีหลายคนมีสาวๆคุยเรียบร้อย แอบอิจฉาอยู่นิดๆๆ จะใช้เวลาอยู่ที่โรงอาหารกันไม่นานครับ รีบกลับมาพักผ่อน ส่วนผมก็จะไปแวะร้านน้ำแถวหน้าศูนย์ก่อน แอบมองสาวเหมือนกัน อิอิ
13:00 เข้าเรียนช่วงบ่ายกัน เรียนสนุกครับ 
14:00 เบรคอีกแล้วครับ อิอิ
16:00 เลิกเรียนแล้ว เราก็มาเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับวิ่ง (สองเดือนผ่าน ก็จะวิ่งสลับกับว่ายน้ำ) ช่วงเวลานี้บางคนก็ไปฝึกดึงข้อ บางคนก็เล่นเวท จะมีช่วงเวลาให้พักผ่อนนิดๆก่อนวิ่งซึ่งจะเริ่มตอน ห้าโมงเย็น
17:00 ได้เวลาวิ่งแล้ว ก่อนวิ่งก็ตอ้งยืดกล้ามเนื้อก่อนเสมอน่ะครับเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ วิ่งช่วงนี้ จะวิ่งอยู่ 3-4 รอบ ครับ ระหว่างทาง ก็จะมีสาวๆมาวิ่ง มาออกกำลังกาย เยอะเลยล่ะครับ สนุกสนานกันไปพร้อมกับได้สุขภาพ วิ่งเสร็จก็ออกกำลังกายท่าต่างๆ จนถึงหกโมงเย็นก็เป็นอันเสร็จภารกิจของวันครับ บางกลุ่มก็เตะบอลหลังจากวิ่งเสร็จ ที่หน้าศุนย์ฝึกจะมีสนามหญ้าเล็กให้เตะบอลก้น 

ชีวิตในศูนย์ฝึกก็จะเป็นแบบนี้เหมือนๆกันทุกวัน ตอนนี้ก็ผ่านสามเดือนมาแล้วเหลือเวลาของการฝึกอีกสามเดือน ฝึกเสร็จจะมาเล่าประสบการณ์เฟส2ให้ฟังซึ่งจะเป็นการปฏิบัติลงมือทำแล้ว น่าจะสนุกสนานมากขึ้น เลื่อนขึ้นไปอ่านข้อความด้านบนสนุกสนานกันจังอยากให้ช่วงเวลาแบบนั้นกลับมาอีกครั้ง

ปล พ่อน้องเฟิร์นมีอะไรจะแนะนำกับช่วงสถานการณ์เช่นนี้บ้่างมั้ยครับ

โดย : ฝันหนาว วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา: 15:02:59 น.




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2559 8:44:43 น.
Counter : 1496 Pageviews.  

เล่าสู่กันฟังครับ เรื่องเส้นทาง Offshore เหมือนจะได้ สุดท้ายไม่ได้ (แล้วก็ได้ตอนจบ)

อีกตัวอย่างของความมุมานะ ความพยายามที่ดูเหมือนจะไร้ค่า ตามผมมาซิครับ ตามมาดูเส้นทางของเพื่อเราคนนี้กัน

=============================

สวัสดีครับ อานก ที่เคารพรัก

... เป็นระยะเวลาราวๆ 3 ปี แล้ว ที่ผมพยายามดันตัวเองให้เข้าสู่วงการ Offshore ให้ได้ แต่เพราะจบไม่ได้ตรงสาย (วิศวะไฟฟ้า อิเล็ก) จึงต้องลุยหนักหน่อย

... เพราะคำว่า PLC จากคำแนะนำ ของรุ่นพี่คนหนึ่งที่ทำงาน Offshore ผมจึงดันตัวเองไปทำงานที่เกี่ยวกับ PLC (ทำงานให้กับโรงงานคนไต้หวัน ในแผนก R&D) ซึ่ง ผมไม่ได้เรียนมาเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ต้องพยายามทำให้ได้ เพื่อการได้เข้าสู่ Offshore

... ยากมากๆ ตั้งแต่สัมภาษณ์ เขาจะเอาคนทำ PLC แต่เราไม่มีประสบการณ์ PLC แต่ไปพูดอีท่าไหนไม่ทราบ สุดท้าย "เขารับเรา" พอเข้าไป โดนกดดันสารพัด ตามสไตล์ เด็กจบใหม่ ผ่านไป 2 เดือน ผมดื้อสุดๆ ขอให้ตัวผมเองได้ทำ Project เกี่ยวกับ PLC ซึ่ง สุดท้าย หัวหน้าก็ยอม (ก่อนหน้านี้ เขาเอาผมไปซ่อมเครื่อง แก้โปรแกรม พวก ภาษา Basic กับ C# เสียมากกว่า)

... หลังจากนั้น 6 เดือน โปรเจค เป็นรูปร่างขึ้น ผมทำตั้งแต่ เจาะบอร์ด Wiring ดูระบบลม Pnumetic ที่ถูกสั่งจ่ายปิดเปิดผ่าน Solinoid Valve เข้าเครื่องจักร ส่วน PLC ลากสายเอง เขียนโค้ดเอง หมดจด จนกระทั่ง โปรเจค เข้าสู่กระบวนการ Debug โปรแกรม (ตอนนี้มีคนมารับช่วงดูแลต่อครับ)

... หลังจากนั้น เหมือนฟ้ามอบโอกาส มีบริษัท Service เจ้าหนึ่ง ที่มีรุ่นน้อง ปวส. ไปทำงาน บริษัททำเครื่อง Waukesha และ Service ให้กับ PTT NGV ทางเขาติดต่อมาว่า เจ้าของบริษัทอยากได้ คนดูแล PLC มาร่วมงาน ผมก็รีบเดินทางไปสัมภาษณ์ ผลคือ โอเค แต่รอก่อน เพราะโปรเจค ยังไม่มา แต่ถ้ามีโปรเจคเมื่อไร เรียกแน่นอน (สัมภาษณ์เมื่อ พฤศจิกายน 2014)

... ประจวบเหมาะกับ บริษัทที่ผมอยู่ ออกกฏใหม่ พนักงานต้องเซนสัญญา 1 ปี ทำงาน มีเงินพิเศษให้ แต่หากออกก่อนสัญญา จ่ายเงินคืน 3 เท่า ผมเลยถามทางน้องไปว่า ตกลง เขาจะเรียกทำงานเมื่อไร น้องบอกราวๆ ต้นปี 2015

... ผมตัดสินใจ ลาออก ตอนปีใหม่ พอดี เพื่อที่ว่า หากเซนสัญญาไป แล้วบริษัทใหม่ เรียก ผมจะได้ออกได้เลย ไม่มีปัญหาเรื่องสัญญาภายหลัง

... นับจากวันนั้น ยันวันนี้ ก็รอแล้วรอเล่า ก็ไม่ติดต่อมา ถามน้อง น้องก็บอกรอก่อนๆ สุดท้าย เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ตัดสินใจลงไปกรุงเทพ ตั้งใจจะไป Walk-in เข้า Expert Team บริษัททำงาน Offshore แต่ก็ถูกเบรกเอี้ยด เมื่อมีคนแนะนำให้ไป Exterran เพราะตอนนี้เปิดรับไฟฟ้า เอาประสบการณ์ PLC ไปคุยกับเขาดู

... วันศุกร์ (13 กุมภาพันธ์ 2015) ที่ผ่านมา กล้าบ้าบิ่นมากครับ เดินดุ่มๆ ไป Office Exterran แล้วยื่น resume วางตรงนั้นให้ HR ซึ่งเขาก็ งง มากๆ ว่า ทำไมมายื่น Resume ผมก็บอกไปตรงๆ ว่า มีคนแนะนำมาครับ อยากทำงานที่นี่ครับ มีประสบการณ์ PLC ครับ และผลที่ได้จากการสนทนาคร่าวๆ กับ HR ราวๆ 20 นาที ถึงที่มาที่ไป ก็คือ "แล้วยังไงทางเราจะติดต่อกลับไปคะ"

... ตอนนี้ก็เลยคว้างๆ หน่อยนึง เราจะรอถึงเมื่อไร เราจะปรึกษาใครดี ตอนนี้ เราจะไปทำงานตามสายเราอีกรอบดีไหม ไปเก็บประสบการณ์ PLC ต่อดีไหม สารพัดคำถามในใจ

ทั้งหมดทั้งมวล จึงเป็นเรื่องราว เล่าสู่กันฟัง มาให้ อานก ครับ เพราะผมไม่รู้จะปรึกษาใครเลย ถ้าไม่รบกวนมาก ขอคำแนะนำด้วยนะครับ

พิมพ์ยาวมากไป เพราะมันอัดอั้นตันใจเสียเหลือเกิน

===============================

ครับ IE Position จาก Exterran ผ่านแล้วครับ เหลือตรวจร่างกายครับ

สำหรับเรื่องราวการสัมภาษณ์ จะเรียบเรียง มามอบให้นะครับ พร้อมแนวข้อสอบ

ขอบคุณมากครับ 3 ปี กว่า ที่สู้มา เริ่มต้นจาก Blog ดีๆ ของ อานก จนเดินทางมาจุดนี้ได้ครับ

==================================

เอาละนะ

จบไม่ตรงสาย...
เกรดไม่ถึง 2.5 ...

...แต่ อยากทำงาน Offshore

เพราะบ้า ตอนนี้เลยได้งานที่ Exterran ในตำแหน่ง IE

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ พี่นก มากเลยนะครับ ที่เป็นแรงบันดาลใจ สู้ๆ ไม่ถอยยันสำเร็จ

ข้อสอบแนวยังไง สัมภาษณ์ยังไง เริ่มกันเลยดีกว่า...

ข้อสอบ 3 ชุด เทคนิคอล, อังกฤษ และ เซฟตี้ทั่วไป

เทคนิคอล จะเป็นเรื่องพื้นฐานของไฟฟ้าส่วนใหญ่ ไม่ยากมากนัก แล้วจะพ่วงด้วย PLC เขียนบรรยาย และดูโค้ด อันนี้ราวๆ 10 ข้อ
อังกฤษ อันนี้เป็น Reading มาเลย แล้วถาม ราวๆ 10 ข้อ จากนั้นเป็น Reading อีก แต่จะให้เติม Grammar ที่หายไป ราวๆ 10 ข้อ
เซฟตี้ เรื่องความปลอดภัยทั่วๆ ไป Near miss, Safety Harness แต่โดยมาดูแล้วจะกำกวม ต้องใจเย็นๆ 30 ข้อ

มาถึงตอนสัมภาษณ์ เจอซุป IE กับ คุณ HR ทั้งหมดทั้งมวล รวมผม ก็ 3 คน

Q: ไหน แนะนำตัวให้เรารู้จักหน่อยครับ
A: ชื่อ... จบ... เคยทำงาน...

Q: รู้ไหม บริษัทเราทำอะไร ???
A: Service เครื่อง Booster Comp ครับ รู้เท่านี้...

Q: แล้วที่ทำงานเก่า เป็นยังไง ???
A: เคย Trobleshoot ตัว Automation Machine ที่ควบคุมด้วย PLC ครับ ก่อนอื่นต้อง Analyze ปัญหาก่อน สิ่งแรกเลย จะดูที่ตัวเครื่องจักรก่อนครับ เกิดกลายเป็นว่า สายไฟหลุด หัวมันหลุด น๊อตที่ Terminal ขันไม่แน่น เรามัวแต่มาวุ่นกับ Code เลย หรือส่วนที่ซับซ้อนกว่ามันจะไม่ดี ไล่จากเล็กๆ แล้วไปใหญ่ แต่ต้องไว เพราะเวลาไม่ค่อยจะรอ

Q: เคยโดนกดดันในงานไหม ???
A: เคยครับ ช่วงเข้างานใหม่ๆ แล้วเขาให้เราแก้ปัญหา รีไรท์โค้ดโปรแกรม ใหม่หมด แล้วเราไปหยุดเครื่องที่เขาทำงานอยู่ ซึ่งแน่นอน เด็กใหม่ เห็นโค้ดโปรแกรมใครไม่ทราบ ก็ต้องไล่ ระหว่างที่ทำ ก็โดนพวก Operator พวกลูกค้า เดินมากดดัน สารพัด

Q: แล้วทำยังไง
A: ก็ต้องรับมือหลายๆ ด้าน แล้วแก้ปัญหาให้ไวที่สุด (ทั้งๆ ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย)

Q: เอาละ ของในกล่องนี้ รู้จักอะไรบ้าง หยิบออกมาดู แล้วบอกด้วยใช้งานยังไง
A: อันนี้ เวอร์เนีย ใช้วัดแบบนี้ๆ อันนี้โซลีนอยด์ วาล์ว ไว้เปิดปิดพอร์ต ตามไฟที่เราจ่ายเข้าไป ส่วนอันนี้ มัลติมิเตอร์

Q: ไหน วัดความต้านทาน ของ โซลีนอยด์วาล์ว ให้ดูหน่อย ใช้ มัลติ ตัวนั้นแหละ

ผมก็เอา มัลติ จิ้มสายไฟ 2 เส้น มันมี 3 เส้นนะ เขียว แล้วดำ อีก 2 พอกำลังจิ้มเท่านั้นแหละ

Q: เฮ้ย! ไม่ดูขั้วก่อนเหรอ ไหน + ไหน - มีตั้ง 3 สายนะ
A: วัดความต้านทานไม่ต้องสนใจขั้วก็ได้ครับ ส่วนอีกสายสีเขียวๆ นี่ ใช่กราวด์ ป่าวครับ

Q: ไม่บอก เรากำลังสอบสัมภาษณ์อยู่
A: สายเขียวเป็นกราวด์ ครับ เพราะตามมาตรฐานสายไฟแล้ว ตามสีก็นี่ ก็กราวด์นั่นแหละ

Q: รู้แล้ว จะถามทำไมเนี่ย
A: 555+

ก็วัดความต้านทานไป ปรากฏว่า ไม่ขึ้น

Q: เหยๆ วัดถูกไหม วัดแล้วทำไม ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
A: ผมว่า ไม่ มัลติ ก็โซลีนอยด์ ครับ ที่มีปัญหา

Q: รู้ได้ยังไง
A: เพราะวัดแบบนี้ ยังไงๆ มันก็ขึ้น ถ้าไม่สายไฟหักไหน ภายในโซลีนอยด์ น่าจะพัง ไม่ก็มัลติพัง สักอย่างแหละครับ

Q: ใช่ มัลติ ที่คุณใช้ มีปัญหานะ
A: อ่าววววว

หลังจากนั้นก็คุยเรื่อยเปื่อย ไม่มีอะไรครับ สบายๆ อย่าเครียด สุดท้ายก็ผ่านหมด ตรวจร่างกายก็ผ่าน รอโทรนัดเริ่มอบรมครับผม

ถ้าอานก หรือใคร ที่ได้อ่าน อยากได้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติม ยินดีตอบครับผม

จริงๆ มันมีเรื่องราวการเดินทาง กว่าจะมาถึงจุดนี้อีกเยอะครับ แต่มันจะยาวไปหน่อย แต่ถ้ามีคนสนใจ ยินดีจะเขียนออกมาให้ได้อ่านกันครับ น่าจะเป็นกำลังใจได้ดีเลยครับ เพราะอย่างที่เคยบอกกับ อานก ไว้ จบไม่ตรงสาย เกรดไม่ถึง มืดมนมากมาย แต่สุดท้าย ก็ทำได้ครับ

ขอบคุณมากครับ




 

Create Date : 27 มีนาคม 2558    
Last Update : 27 มีนาคม 2558 18:53:22 น.
Counter : 2565 Pageviews.  

จากพี่นก (nong fern daddy) ขอความช่วยเหลือดูๆงานให้หลานหน่อยครับ‏

ตอนนี้ผมกำลังช่วยหลานหางานจำพวกงาน admin / customer service / sales support / inside sales / packaging design / product design / PR อะไรทำนองนี้ครับ พื้นที่เป้าหมายก็ย่าน ห้วยขวาง ดินแดง บางแขน ดอนเมือง ดุสิต ลาดพร้าว จตุจักร ปทุมวัน สาธร สยามฯ รัชดาภิเษก อนุสาวรีย์ชัยฯ วิภาวดีรังสิต ชิดลม สีลม ราชประสงค์ ประตูน้ำ เพชรบุรี คือราวๆเดินทางไม่เกิน 45 นาที จากห้าแยกลาดพร้าว (เซ็นทรัลลาดพร้าว) น่ะครับ

ถ้าพอทราบว่ามีบ.ไหนเปิดรับ (หรืออาจจะเป็นบ.ที่คุณกำลังทำงานอยู่ด้วยตอนนี้) รบกวนขอข้อมูลด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

พี่นก / น้านก / ลุงนก (nong fern daddy)
ืืnnookk@hotmail.com




 

Create Date : 29 มกราคม 2558    
Last Update : 29 มกราคม 2558 16:31:23 น.
Counter : 612 Pageviews.  

"คำถามจริง" ที่โดนถามในการสัมภาษณ์ ข้อเขียน บ.ในวงการฯ เพื่อนๆจำเอามาแบ่งปัน (part 16) update 10/2

Field specialist MWD - Schlumberger

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนครับ ผมชื่อxxครับ และต้องขอบคุณพี่นกอีกครั้งนะครับที่ได้สร้างพื้นที่ดีๆเพื่อแบ่งปันสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับหลายๆคนที่ต้องการครับ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันที่ได้ประโยชน์จากบล็อกของพี่นกไปเต็มๆครับ สำหรับเนื้อหาสาระ ความรู้ต่างๆที่ผมได้นำไปติดตัว นำไปเป็นข้อมูลในการเตรียมตัว จนตอนนี้ผมได้งานกับ SLB แล้วครับ ในตำแหน่ง Field Specialist ในด้าน MWD ครับ

และแน่นอน ผมขอเล่าประสบการณ์ของผมเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ให้ท่านอื่นๆบ้างเผื่อจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ตามเจตนารมณ์ของพี่นกครับ ซึ่งขั้นตอนของผม จะต่างกับคนอื่น ซึ่งตอนนี้ผมก็ยังไม่ทราบเหตุผลว่าทำไม

เริ่มจาก ผมจบมาจากมหาวิทยาลัยxxx สาขาเทคโนโลยีเหมืองแร่ ส่วนวุฒิก่อนหน้านั้นจบ ปวช.สาขาอิเล็กทรอนิกส์จากxxxxxพอจบมาก็ทำงานอยู่บริษัทเหมืองแร่แห่งหนึ่งในไทย แล้วก็วันหนึ่งก็มารู้จักกับ Blog ของพี่นกโดยเข้าไปอ่านบอร์ดพันทิปถึงเรื่องราวของอาชีพคนที่ทำงานบนแท่นขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งดูน่าตื่นเต้นและน่าสนใจไม่น้อย จนทำให้รู้จักกับ blog ของพี่นก แล้วก็อ่านมาเรื่อย เป็นระยะเวลา สองปีได้ โดยที่ยังอ่านไม่หมด ประจวบกับ เวลานั้น ตนเองรู้สึกว่าอยากหาอะไรใหม่ๆทำแล้ว บอกกับตัวเองว่า นี่แหละความฝัน ทำงานบนแท่น สักวันต้องไปให้ได้ เหมืองแร่และพลังงานมันก็น่าจะปรับไปใช้กันได้แหละว้า แล้วก็มาสู้จุดเริ่มต้น
ราวๆ เดือนตุลาคม ปี 2013 ผมจับ Resume ของผมมาปัดฝุ่นใหม่ อัพเดทข้อมูลใหม่ และเข้าเว็บ SLB (รู้จักบริษัทนี้ก็เพราะ Blog ของพี่นก) ผมเข้าเว็บนี้เพื่อจะลองกรอกใบสมัครดู เผื่อมีเค้าสนใจ ในใจคิดว่าในเมื่อเค้าเปิดโอกาสให้สมัครอยู่แล้ว เอาซิวะ ลองสักตั้งให้มันรู้ไป ถ้าไม่เริ่ม เมื่อไหร่จะได้ไป

ผมสมัครในส่วนของ Field specialist และ Field engineer ไปครับ โดยส่วนตัวนั้น หวัง FS มากกว่า เพราะวุฒิของผมน่าจะไปทางนั้นได้มากกว่า(คิดไปเอง) ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ

จนราวๆต้นเดือนกรกฎาคมก็มีสายโทรศัพท์เข้ามา เป็นเบอร์ประหลาด ปลายสายบอกว่า สวัสดีครับคุณ xxx ผมเห็นประวัติของคุณที่ได้กรอกไว้กับทาง SLB ตอนนี้ยังสนใจอยู่รึเปล่า (ผ่านมา10เดือน จนผมลืมไปแล้วด้วยซ้ำ) ผมนิ่งไป 2 วินาทีเพื่อนึกว่า บริษัทไรฟะ ชื่อคุ้นๆนะ แล้วตอบกลับไปว่า สนใจครับ จากนั้น การนัดหมายเพื่อสอบข้อเขียนก็ได้เริ่มขึ้น โดยทางบริษัทส่งอีเมลและแผนที่พร้อมวันเลานัดหมายให้ผมเรียบร้อย ซึ่งสถานที่ทำการสอบข้อเขียนผมได้ไปสอบที่ Base พิษณุโลกครับ เพราะตัวผมเองทำงานอยู่ที่พิจิตร จึงสะดวกกว่าไปสอบที่ กทม.ครับ(ทางบริษัทสอบถามว่าสะดวกไปที่ไหน) จากนั้นผมก็มีเวลาราวๆ 1 สัปดาห์ครับในการเตรียมตัว ผมเข้า blog ของพี่นกเลยครับ เพื่อหาข้อมูลต่างๆ เรื่องแนวข้อสอบข้อเขียน ซึ่งช่วยได้มากจริงๆครับ พอถึงเวลาสอบผมตื่นเต้นนิดหน่อย ไปถึงก่อนเวลาแล้ว แต่ยังมีคนไปถึงก่อนผมด้วยผมเป็นคนสุดท้ายซะงั้น กรรมการเลยเรียกเข้าห้องสอบเลย ข้อสอบข้อเขียนแบ่งเป็นพาร์ทมีประมาณนี้ครับ
-คณิตศาสตร์ ม.ปลายครับ อันนี้ผมจำไม่ได้มากเพราะผมไม่เก่งเลย ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้อง ผมมั่วไปเยอะเลย
-กลศาสตร์ เรื่องรอก รอกตัวไหนเบาแรงที่สุด ทิศทางการหมุนของเฟือง การคิดอย่างเป็นระบบเชิงวิศวกรรม มีคำนวณไม่มากครับ คือแบบใช้การ make sense ซะมากกว่า เรื่องพวกนี้ผมเห็นแล้วยิ้มเลยครับ
-ภาษาอังกฤษ เป็นเรื่อง Gramma เลยครับ เติมคำในช่องว่างให้ประโยคสมบูรณ์ อันนี้สบายๆ

แล้วก็ภาษาอังกฤษ มีเนื้อเรื่องมาให้หนึ่งหน้ากระดาษครับ แล้วตอบคำถาม ซึ่งคำตอบก็อยู่ในเนื้อเรื่องนั่นแหละ

สุดท้ายเป็นพาร์ท Drawing ครับ ให้รู้ Front Top Side มา แล้วให้เขียน Perspective ซึ่งผมคิดว่ามันง่ายมาก แค่ Make sense ให้ได้ จินตนาการให้ออกครับ (ข้อสอบทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษนะครับ)

สำหรับข้อสอบ ผมจำได้คร่าวๆประมาณนี้ครับ ซึ่งผมทำเสร็จคนสุดท้าย ครับ ใจแป้วเลยทำไมคนอื่นมันเทพจังฟะ ทำเสร็จเร็วอิ๊บอ๋าย ผมจะรอดมั้ยเนี่ย พอเสร็จก่อนกลับ กรรมการบอกว่าจะแจ้งผลไปภายในสองสัปดาห์ครับ เดินออกมาผมอมยิ้มเลยครับนึกถึง blog ของพี่เลย มันใช่เลยจริงๆ และผมก็รอเวลาครับ รอเวลาสองสัปดาห์

พอถึงเวลาบริษัทก็โทรมาแจ้งผลครับ ผมสอบผ่าน ผมดีใจมากครับ และพี่ HR คนที่โทรมาก็นัดผมไปสัมภาษณ์กับเค้าครับ เป็นการสัมภาษณ์ผ่านระบบ Video conference ครับ ที่พิษณุโลกเช่นเดิม ซึ่งผมมีเวลาเตรียมตัวเล็กน้อยครับ ผมก็เข้า blog พี่นกหาข้อมูลถึงเรื่องคำถามในการสัมภาษณ์อีกเช่นเคย พร้อมกับซักซ้อมการแนะนำตัวไปด้วยครับ ซึ่งคำถามที่พี่ HR ถามมีประมาณนี้ครับเท่าที่จำได้ (การสัมภาษณ์ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษนะครับ) และผมทำงานแล้วนะครับ
- ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่ ทำหน้าที่อะไร อธิบาย
- มีปัญหาอะไรบ้างไหม เพื่อนร่วมงานเป็นยังไง แก้ปัญหายังไง
- รู้มั้ยว่าต้องไปทำงานแท่น กลางทะเล ไกลบ้าน ไกลครอบครัว วันสำคัญก็ไม่ได้อยู่กับครอบครัว
- ทำงานไกลบ้านได้มั้ย ทนได้มั้ย ปีใหม่ สงกรานต์ วันเกิด งานแต่ง งานอื่นๆ อาจไม่ได้มา
- ไลฟ์สไตล์ ชอบเที่ยวมั้ย เที่ยวแบบไหน ผจญภัย แคมปิ้ง ชอบจะพักแบบไหน โรงแรมหรู กางเต็นท์
- งานอดิเรกทำอะไรบ้าง
- เคยทำงานพาร์ทไทม์มั้ยระหว่างเรียน ทำอะไร
- ตอนเรียนทำกิจกรรมอะไร เข้าร่วมชมรมอะไรบ้าง ทำอะไรยังไง
- เกรดเฉลี่ยที่จบมา
- ตอนเรียน ปวช อิเล็กทรอนิกส์ นำความรู้ที่ได้มาใช้กับงานปัจจุบันยังไงบ้าง
- สภาพแวดล้อมยังไงถึงทำให้คุณตัดสินใจลาออกจากบริษัทๆหนึ่ง
- คุณมองอนาคตในอีก 5 ปีเป็นยังไง หากคุณทำงานในวงการ oil and gas คุณจะทำไปนานแค่ไหน

คำถามที่ผมจำได้คร่าวๆประมาณนี้ครับ สนทนากันอยู่ประมาณ ครึ่งชั่วโมงครับผ่านวีดีโอ ซึ่งก็มีตะกุกตะกักบ้างเรื่องสัญญาณวีดีโอ สัญญาณเสียง ทำให้ผมต้อง sorry ไปหลายครั้งเหมือนกันเพราะผมฟังไม่ถนัดจริงๆ แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีครับ หลังจากนั้นพี่ HR คนสัมภาษณ์ก็ให้ผมถามกลับบ้าง ผมถามถึงสวัสดีการของบริษัท แล้วก็ถามถึงสถิติว่า เคยมีคนทำงานอยู่บนแท่นนานที่สุดเท่าไหร่ที่ไม่ได้กลับบ้าน ผมถามไปว่า 1 ปี เคยมีมั้ย(ห้าๆๆๆ) และถามว่า Field specialist นี่เค้าทำอะไรบ้าง ซึ่งพี่เค้าก็ตอบและอธิบายได้ดีมากๆครับ หลังจากนั้นก็ตัดเข้ามาสู่ภาษาไทย พร้อมกับแจ้งว่าอีกสองสัปดาห์จะแจ้งผลกลับมา และผมก็รอเหมือนเช่นเคยครับ

สองสัปดาห์ผ่านไปพี่เค้าโทรมาแจ้งครับ ผมผ่านการสัมภาษณ์ขั้นแรก และนัดไปสัมภาษณ์กับฝ่าย Drilling and measurement และให้ผมไปทำการบ้านมาด้วยเกี่ยวกับงานด้านนี้ครับ ผมมีเวลาเตรียมตัวเกือบหนึ่งสัปดาห์ และแล้วผมก็เข้า blog ของพี่นกอีกครั้งเพื่อหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด รวมถึงหาข้อมูลจากทางเว็บ SLB เองด้วยครับ ซึ่งพี่ HR ก็นัดวันเวลา และสถานที่เดิมครับ ที่พิษณุโลก คราวนี้สัมภาษณ์กับผู้จัดการที่เป็นต่างชาติ 1 ท่าน คนไทย 2 ท่าน เป็นภาษาอังกฤษหมดครับ รอบนี้การสัมภาษณ์ยังคงเป็น Video conference เช่นเคย แต่ สัญญาณขัดข้องครับวันนี้ เลยผ่าน Facetime ผ่านIphone ของเจ้าหน้าที่ครับ ซึ่งคำถามจากท่านที่สัมภาษณ์คร่าวๆมีประมาณนี้ครับ
- แนะนำตัว
- ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่ ทำหน้าที่อะไร
- ต้องไปทำงานที่กลางทะเลนาน จะไหวมั้ย
- ต้องไกลบ้านนานๆได้มั้ย
- ปกติที่ทำงานเดิมทำงานกี่วัน หยุดกี่วัน
- รู้จัก Shale มั้ย ให้อธิบาย
- คุณรู้จัก SLB จากไหน ทำการบ้านมามั้ย MWD ทำอะไรยังไง
- มีเพื่อนทำงานในวงการนี้มั้ย
- มีทักษะอะไรอีกบ้างไหนลองบอกเราที (Soft Skill)
- ทักษะคอมพิวเตอร์คุณเป็นยังไงบ้าง
- คิดว่างานปัจจุบันคุณใช้ทักษะอะไรบ้างในการทำงาน
- อะไรคือสิ่งท้าทายที่สุดตั้งแต่คุณทำงานมา
- เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า คุณจะทนได้กับการทำงานไกลบ้าน กลางทะเล นานๆ ไม่ใช่แค่พูดว่าได้ ไม่ใช่ว่าพอไปถึงคุณก็เบื่อแล้วก็ขอกลับ
- ลองเล่าเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของที่ทำงานปัจจุบัน

คำถามที่โดนถามในรอบสองก็ประมาณนี้ครับ สุดท้ายเค้าก็เปิดโอกาสให้เราถามบ้างครับ ผมถามเรื่องเงินเดือนครับ แค่นั้นครับและจบการสนทนาด้วยการแจ้งกลับว่า อีกสองสัปดาห์จะแจ้งผลกลับมาครับ การสัมภาษณ์ครั้งนี้ เช่นเคยครับ สัญญาณ Facetime มาแบบดีบ้าง กระตุกบ้าง sorry ไปจนบางทีพี่เค้าคงรำคาญเลยแหละครับ สัมภาษณ์เสร็จผมก็ใจไม่ค่อยดีเลยครับ ทั้งการตอบคำถามด้วยและเรื่องภาษาด้วย เพราะสัญญาณมันกระตุกเท่านั้นแหละครับ นึกไรไม่ออกเลย แต่ก็ผ่านมาแล้ว ผมก็ตั้งหน้าตั้งตารอผลครับ

ผ่านมาสองสัปดาห์ พี่ HR เค้าโทรมาแจ้งว่าผมผ่านครับ เรารับคุณเข้าทำงานกับ SLB แล้วเค้าก็ส่งเอกสารมาให้เซ็น เป็น JOB Offer ในนั้นมีรายละเอียดต่างๆ และให้ผมเตรียมเอกสารที่ทางบริษัทเค้าต้องการ และก็นัดวันไปตรวจร่างกาย เสร็จแล้วก็ทำฟันครับมีฟันผุให้อุดให้เรียบร้อย ฟันคุดให้เอาออกให้หมดตามแพทย์สั่งครับ หลังจากกระบวนการเสร็จทั้งหมด ผมก็ยื่นใบลาออกจากที่ทำงานเดิมครับ และผมจะเริ่มงานใหม่กับ SLB วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ครับ สัปดาห์แรกเค้าให้ไปอบรม Sea survival ก่อนเลยครับ ส่งไปที่สมุทรปราการ ผมดีใจมากเลยครับที่ได้งานนี้ ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ของผมซึ่งต้องขอบคุณพี่นกมากๆครับ ที่สร้าง blog ดีๆแบบนี้ขึ้นมาครับ

สำหรับที่ผมเกริ่นไว้แต่แรกว่าประสบการณ์ของผมไม่เหมือนใคร ก็ตรงที่ ผมไม่ได้ทำ Group activities เลย และไม่ได้ไป field exposure ก่อนด้วยครับ ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าเหตุผลใด สุดท้ายนี้ก็ขอทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้าอยากจะไปถึงจุดที่ใฝ่ฝัน ไม่ว่าจะหนทางใดก็ตามครับ ต้องพยายาม ต้องเริ่ม ต้องทำ อย่านั่งฝัน ถ้ามัวแต่ฝันมันจะไปไม่ถึงครับ แต่ถ้าทำแล้วยังไปไม่ถึง อย่างน้อยก็ได้ทำเหมือนได้ออกเดินทางแล้วครับ สักวันต้องถึงแน่นอน ขอบคุณพี่นกมากครับ

============================

สัมภาษณ์ EMAS ตำแหน่ง Engineer trainee

มาส่งงานครับพี่นก สัมภาษณ์ EMAS ตำแหน่ง Engineer trainee
ก็มีการสอบข้อเขียนกับสัมภาษณ์ สอบข้อเขียนจะเป็นข้อสอบ toeic ฟัง 40 ข้อ บทความ+grammar 40 ข้อ ไม่ยากมาก

หลังจากนั้นจะมีให้ทำแบบทดสอบจิตวิทยาเพื่อดูว่าเราเป็นคนแบบไหน ส่วนสัมภาษณ์ก็มี manager ชาวต่างชาติคนนึง กับ hr ผญ คนนึง สัมภาษณ์ english หมด ไม่มีคำถาม technical เค้าก็ถามเรื่องทั่วๆไปว่า คุณดูอะไรเกี่ยวกับเราบ้าง คนที่จะเอามาทำงานในด้านนี้ควรเป็นคนอย่างไร อื่นๆผมจำไม่ค่อยได้แระ ก็ประมาณนี้ สัมภาษณ์ไม่เครียดครับ อาจเพราะผมพูดโต้ตอบกับเค้าโอเคด้วยลละมั้ง ที่สำคัญ"ภาษา" ครับ manager ท่านบอกว่าภาษาต้องมาก่อนเลย

ตอนนี้ผมก็ผ่านสัมภาษณ์แล้วครับ รู้สึกดีใจมากๆๆๆ อย่างบอกไม่ถูก เพราะตัวผมเองก็ไม่ใช่คนเรียนเก่ง เกรดสูง เหมือนคนอื่น แต่ผมมี passion และต้องการเรียนรู้ในด้านนี้มากๆ ต้องขอขอบคุณเค้าจริงๆ ที่เปิดโอกาสให้กับผม มีสิ่งนึงที่ manager เค้าย้ำกับผมว่า "คนที่จะเข้ามาทำงานในด้านนี้ไม่ต้องเป็นคนเก่ง คนอัจฉริยะ แต่คนที่มีความต้องการจะเรียนรู้ มี ambition motivation passion คนประเภทนี้แหละคือคนที่เค้าต้องการ"

ตอนแรกผมท้อใจมากครับ เพราะผมสมัครไปที่ไหนก็ไม่ติดเลย DS#8 ไม่ติดแม้กระทั้งสัมภาษณ์ 5555 แต่เหมือนมีโชคเข้ามายังไงยังงั้น อยู่ดีๆมีเบอร์แปลกโทรมาตอนหกโมงเย็นแต่ผมไม่ได้รับ พอวันรุ่งขึ้นผมนึกเอ็ะใจก็เลยลองโทรกลับไปดู เค้าก็เรียกไปสัมภาษณ์วันต่อไปเลยครับ การได้งานนี้บางมี จังหวะ โชค เวลา ก็มีส่วนนะครับ 55555 ตอนนี้ผมก็เตรียมตัวไปเทรนที่สัตหีบสองเดือนครับ แล้วก็มีโอกาสที่จะได้ลง offshore ด้วย ผมจะลง offshore ให้ได้อิอิ ขอบคุณบอร์ดนี้มากๆ เลยครับ

โดย : พระอาทิตย์ วันที่: 3 ตุลาคม 2557 เวลา: 22:57:33 น.

----------------------------------------------

SGS ตำแหน่ง Lab Chemist (Offshore) ของ Chevron

สวัสดีครับพี่นก

ขอเล่าประสบการณ์สอบสัมภาษณ์ที่ SGS ตำแหน่ง Lab Chemist (Offshore) ของ Chevron เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาครับ
เกริ่นก่อนว่า SGS ในแผนก Oil & Gas เป็นบริษัทจัดหาคนให้กับพวกบริษัทน้ำมันครับ (PTTEP, Chevron)

รอบแรก สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ (10 นาที)

1. ให้เล่าประสบการณ์ทำงานและฝึกงาน
2. เคยเรียนวิชาเกี่ยวกับด้านแลปเคมีไหม
3. เคยทำงานอะไรที่ต้องใช้เครื่องมือแลปไหม

รอบที่สอง สัมภาษณ์ที่ SGS แบ่งเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่หนึ่ง ข้อเขียน
1. ข้อสอบด้านความปลดภัย ประมาณ 15 ข้อ ลักษณะข้อสอบแบบว่ายกเหตุการณ์มา เช่น ถ้าเจอน้ำมันหล่อลื่นหกบนพื้นจะทำอย่างไร ถ้าเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงแต่หัวหน้าสั่งให้ไปซ่อมสายไฟจะทำอย่างไร จากนั้นก็เลือกคำตอบที่ดีที่สุด
2. ข้อสอบภาษาอังกฤษ ประมาณ 20-25 ข้อ มี 2 ส่วนคือ Error กับ อ่านบทความเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่เมืองหนึ่ง มี 4 ตัวเลือกครับ
3. ข้อสอบประเมินตัวเอง (อันนี้ผมจำไม่ได้ว่ากี่ข้อ) ให้อ่านและเลือกว่าข้อความนี้ตรงกับตัวเองระดับไหนจาก 1-5
4. ข้อสอบเชิงบรรยาย อ่านและตอบเป็นภาษาอังกฤษครับ เช่น ทำไมถึงอยากทำตำแหน่งนี้ คิดว่าลักษณะของหัวหน้าที่ดีคืออะไร ข้อดี-ข้อเสียของตัวเอง มองอนาคตของตัวเองเป็นอย่างไร
ส่วนที่สอง สัมภาษณ์กับกรรมการ 1 ท่าน (45 นาที)
1. แนะนำตัวเอง
2. ประสบการณ์ทำงานและฝึกงาน
3. ประสบการณ์ฝึกงานไม่ตรงกับสายที่เรียนมีปัญหาหรืออุปสรรคอะไร
4. ได้อะไรจากการทำงานและฝึกงาน
5. โปรเจคที่ืทำ
6. วิศวะเคมี กับ วิทยาศาสตร์เคมี ต่างกันยังไง
7. เคยใช้อุปกรณ์แลปเคมีอะไรบ้าง
8. อธิบายบางวิชา
9. เล่าประสบการณ์ด้าน Onshore หน่อย เคยไปแท่นไหน ทำอะไรและได้เรียนรู้อะไรบ้าง
10. ทำงานบนแท่นรับได้ไหม พวกแรงกดดันหรือห่างไกลจากครอบครัว ไม่ได้เจอครอบครัว 3 อาทิตย์ไม่คิดถึงเหรอ วันสำคัญๆ ก็ไม่ได้กลับบ้านนะ คุยกับทางบ้านแล้วหรือยัง (ประเด็นนี้เขาย้ำหลายรอบเลยครับ สงสัยต้องเอาแบบชัวร์ๆ)
11. อนาคตอยากเรียนต่อไหม
12. เรื่องสุขภาพ

รอบที่สาม สัมภาษณ์ที่ Chevron กรรมการ 2 ท่าน (45 นาที)
อันนี้ผมต้องขอยอมรับว่าจำเนื้อหาไม่ได้จริงๆ ครับ ฮ่าๆ เพราะจริงๆ แล้วก็ไม่อยากใช้คำว่า สัมภาษณ์ แต่อยากใช้คำว่า พูดคุยมากกว่า
เริ่มแรกก็แนะนำตัว ประสบการณ์ทำงานและฝึกงาน แต่จากนั้นต่างฝ่ายต่างก็ถามไปมาครับ ผลัดกันถามผลัดกันตอบ เลยจำรายละเอียดไม่ได้ครบ ทุกรอบที่สัมภาษณ์ พี่ๆ เขาถามละเอียดมากครับเช่น ทำอะไร ที่ไหน ทำไม เมื่อไร อย่างไร และอยากแนะนำว่าเราก็ต้องตอบแบบละเอียด ชัดเจนเหมือนกันครับ ถ้าตอบแบบผิวเผินก็ถูกชักถามจนกว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นไม่รู้หรือไม่มั่นใจ อย่าตอบเลยดีกว่าครับ

ทั้งหมดใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์กว่าๆ ครับ รวดเร็วมาก
ผลคือผมผ่านครับ กำลังจะได้ลงที่เอราวัณ ^^ ถ้าอนาคตได้มีโอากาสเจอพี่นก ผมขอจับมือแน่นๆ ชักทีนะครับ ฮ่าๆ

อยากฝากทุกคนว่า พยายามต่อไปและอย่าย่อท้อครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ส่งใบสมัครไปหลายทีแต่ก็ไม่ผ่าน เชื่อว่าสักวันต้องเป็นวันของเราครับ

==============================

Equipment Operator-Cementing ของ Baker Hughes วันที่31/10/57

นัดสัมภาษณ์ตอน 15.45 น.ผมมาถึง15.00 น.เท่าที่ดูมีมาสัมภาษณ์7-8 คนหรืออาจมากกว่า รอจน 16.30 น. พี่ xxx ที่เป็นก็ Manager ออกมาและบอกว่าเดี๋ยวจะนัดสัมภาษณ์อีกที ตอนนั้นเหลืออยู่ 5 คนที่รอสัมภาษณ์ คนอื่นก็เริ่มทะยอยออกไป ผมลงมาจากกรุงเทพเลยหน้าด้านเข้าไปขอพี่ xxx เลยว่าขอสัมภาษณ์ได้มั้ยครับ พี่เขาเห็นว่ามาไกลก็เลยให้สัมภาษณ์กับคนที่มาสมัครอีกคน บางคนก็ได้สัมภาษณ์แต่ไม่ได้สอบข้อเขียนก็มี เพราะภาษาอังกฤษไม่ผ่าน พี่ xxx สัมภาษณ์คนเดียวสัมภาษณ์ประมาณนี้ครับ เป็นภาษาอังกฤษ

1.แนะนำตัว
2.ทำงานอะไรอยู่หน้าทีความรับผิดชอบที่ทำอยู่ตอนนี้
3.ทำไมถึงอยากเปลี่ยนงาน อยากทำงานนี้เพราะอะไร
4.โสดหรือมีครอบครัว
5.จุดอ่อนคุณคืออะไร
6.พ่อแม่ทำงานอะไร

โชคดีที่ผมพอพูดได้เลยได้มีโอกาสทำข้อสอบ 30 ข้อ มีคณิตศาสตร์พื้นฐาน วิทย์พื้นฐาน เคมี แมคานิกส์ และวิชาความปลอดภัย เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด มีเวลาทำ 1 ชม มีแปลงหน่วย ทั้งอุณภูมิ ความดัน หาพื้นที่ ปริมาตร เส้นผ่าศูนย์กลาง เคมีกรดเบส ดึงตัวประกอบ เฟือง เป็นต้น ผมมั่นใจ 20 ข้อ ไม่มั่นใจ 5 ข้อ มั่ว 5 ข้อ หวังว่าจะผ่านนะครับรอโอกาสนี้มานาน รอผลสัปดาห์หน้าครับ

Drilling wellsite Operater (MWD) - Schlumberger

ขอแบ่งบันประสบการณ์ของผมครับ

เมื่อปลายๆ เดือน ตุลาคมที่ผ่านผมได้รับโทรศัพท์เบอร์แปลกๆ ขึ้นด้วย 02 พอรับโทรศัพท์ "สวัสดีค่ะ ใช่คุณ..... ไหมคะ โทรจากบริษัท Schlumberger ค่ะ เราเห็น resume ที่คุณส่งเข้ามา ไม่ทราบว่าสมัครตำแหน่งอะไรคะ ใน resume ไม่ได้ระบุไว้" ตอนนั้นผมก็กำลังนึกอยู่ว่า สมัครตำแหน่งไหนไปหว่า เลยตอบไปว่า wireline operater ครับ จริงๆผมก้อจำไม่ได้เหมือนกันว่าสมัครตำแหน่งอะไรไป ผมส่งไปเยอะมาก แต่นึกตำแหน่งนี้ได้ก่อนเลยตอบไป 5555 "ค่ะ ตอนนี้ wireline operater เรายังไม่เปิดรับค่ะ แต่ตอนนี้เราเปิดรับ Drilling wellsite Operater ไม่ทราบว่าคุณ..... สนใจไหมคะ" โอ้วว รีบตอบว่าสนใจครับอย่างไว 555 "ถ้าสนใจเรามีสอบข้อเขียนที่ ยาร์ท Schlumberger ที่พิษณุโลก วันที่ 27 ตุคาคม คะ สะดวกมาสัมภาษณ์ไหมคะ" สะดวกครับๆ "เดียวทางเราจะส่งอีเมล์แผนที่กับวันเวลาไปให้คุณคอนเฟริ์มอีกครั้งคะ" หลังจากนั้นอีกวันนึง ทาง Schlumberger ก็ส่งเมล์แผนที่กับวันเวลามาให้ ผมก็เริ่มมีกำลังใจอีกครั้งหลังจากเคยไปสัมภาษณ์มาหลายที่ไม่เคยผ่าน ผมก้อได้ บล๊อกของน้านก และเพื่อนๆในเฟสบุค นี่แหละครับช่วยผมได้เยอะเลย เข้ามาหาแนวข้อสอบ ตอนแรกผมก้อ ตื๊บเหมือนกันจะเริ่มตรงไหนก่อนดี เวลา 4 วันเอง ผมเลยอ่านเอาแค่คร่าวๆ เพราะคิดแล้วว่าอ่านละเอียดไม่ทันแน่ ผมเลยอ่าน เครื่องกลวันนึง ไฟฟ้าวันนึง ฟิสิกเบื้องต้นวันนึง ภาษาอังกฤษวันนึง อย่างละวันพอดี 55555

แล้วก้อถึงวันสอบข้อเขียน มีคนมาสอบ 8 คน เป็น ซับคอนแทคของ Schlumberger ไปซะ 4 คนแล้ว โห ผมนี่ใจแป้วเลยจะรอดไหมเนี่ย ดีได้เจอเพื่อนสมัยเรียนคนนึ่งมาสอบด้วย ค่อยมีเพื่อนคุยหน่อย พอเข้าห้องสอบ เหมือนจะเป็นห้องประชุมของ ออฟฟิต เข้าไปเขาให้เซ็นชื่อ แล้วแจกข้อสอบ คนละสองชุด เป็นข้อสอบช่าง 1 ชุด ภาษาอังกฤษ 1 ชุด ให้เวลา 1.5 ชม. โอ้ววเป็นภาษาอังกฤษหมด ติ๊บเลย ผมเลยทำข้อสอบช่างก่อนเพราะคิดแล้วว่าน่าจะพอไหว ถ้าทำภาษาอังกฤษก่อนไม่ทันแน่
ข้อสอบมี 2 ส่วน เป็นช่าง 29 ข้อ ออกพวกฟิสิกส์ ไฟฟ้า สมการ แล้วก้อเครื่องมือช่าง ไม่ยากเท่าไหร่ครับ แต่เป็นภาษาอังกฤษนี่แหละ ภาษาผมยิ่งไม่ค่อยได้อยู่หนักเลย
อีกส่วนเป็นภาษาอังกฤษ ให้อ่านบทความแล้วตอบคำถาม 5 ข้อ คำตอบ แล้วก้อที่เหลือเป็นพวก แกรมม่า 20 ข้อคับ บอกตามตรงเลยครับภาษาอังกฤษผมมั่วไปเกือบครึ่ง ผมออกก่อนหมดเวลา 2 นาที เพื่อ?? ผมทำเสดแล้วตรวจอีกรอบว่าทำครบไหม แล้วก้อเลยออกมาเลย ทำเท่ให้คนอื่นคิดว่าทำได้หมด 555

หลังจากสอบข้อเขียนมาก้อเงียบเลยจนผมคิดว่าไม่ผ่านแล้วเพราะภาษาไม่น่าผ่าน จนวันที่ 1ุ6 พ.ย. โทรศัพท์เข้ามา เอ้เบอร์คุ้นๆ พอรับ "สวัสดีค่ะ ใช่คุณ..... ไหมคะ โทรจากบริษัท Schlumberger ค่ะ เราโทรมานัดสัมภาษณ์งานตำแหน่ง Drilling wellsite Operater วันที่ 19 พ.ย. สะดวกไหมคะ" ไม่สะดวกก้อต้องสะดวกแล้วแหละคร๊าาบ หลังจากวางโทรศัพท์ยืนนิ่งไปแปปนึง เฮ้ยสอบผ่านเหรอเนี่ย แล้วก้อรีบเข้ามาบล๊อกน้านกอีกตามเคย เข้ามาหาแนวสัมภาษณ์ เวลาเตรียมตัว 3 วันเอง และดีที่มีเพื่อนในเฟสบุคช่วยบอกแนวให้ รู้สึกมีความหวังขึ้นทันที เพราะเท่าที่ผมรู้มาตำแหน่งนี้ทำงานอยู่ตู้ข้างๆที่ผมทำงานอยู่ เป็นงาน MWD เกี่ยวกับการประกอบ tool เซตโปรแกรม M/U BHA R/D BHA ใกล้ๆตัวผมนี่เอง ผมเลยเดินไปหา MWD engineer ถามเกี่ยวกับ การประกอบ tool เซตโปรแกรม M/U BHA R/D BHA โอ้วได้ความรู้เยอะเลย ผมคิดแล้วว่าถ้าไปแบบมือปล่าวไม่ได้แน่ ผมเลยต้องเอาข้อได้เปลียบของผมเคยทำงาน ในริค มาก่อนนี่แหละ เพราะเท่าที่เคยสัมภาษณ์มาหลายบริษัทผมติดตรงภาษาทุกที่ ผมเลยจะเอาตรงนี้เป็นข้อได้เปลี่ยบของผม ผมเลยเตรียมแค่แนะนำตัวเบื่องต้น จุดแข็งจุดอ่อน หน้าที่ปัจจุบัน ที่เหลือเป็นเกียวกับงานตำแหน่งนี้อย่างเดียวเลย

พอถึงวันที่ 19 กำลังแต่งตัวเตรียมตัวจะออกจากโรงแรมไปสถานที่สัมภาษณ์ มีโทรศัพโทรเข้ามา "สวัสดีค่ะ ใช่คุณ..... ไหมคะ โทรจากบริษัท Schlumberger ค่ะ พอดีคนสัมภาษณ์ไม่สบายกะทันหันค่ะ ทางเราเลยจะขอเลื่อนไปสัมภาษณ์วันที่ 21 ค่ะ ทางเราต้องขอโทษด้วยนะคะ เดียวเราจะส่งเมล์ไปยืนยันอีกรับคะ เงิปสิคร๊าาบ เตรียมตัวเต็มที่เลย แต่ก้อคิดในแง่ดียังมีเวลาเพิ่มอีก 2 วัน ผมก้อพยายามซ้อมพูดไว้เยอะๆเผื่อเขาถามอะไรมาจะได้ตอบได้ บอกตรงๆเลยภาษาผมค่อนข้างแย่ครับ

พอถึงวันที่ 21 ผมก้อไปสัมภาษณ์ พอถึง ยาร์ท Schlumberger ก้อไปนั่งรอหน้ารีเซฟชั่น ใจเต้นตุ๊บๆ เพราะหวังไว้กับตำแหน่งนี้มาก ผมได้คิวที่ 4 วันนี้มีสัมภาษณ์ 5 คน เห็นแบบนี้ความหวังเริ่มมา เพราะเขารับ 3 คน พอถึงคิวผม เข้าไปก้อ งงๆทำไมห้องเล็กๆจัง อ่อเขาสัมภาษณ์ผ่าน Video conference คนสัมภาษณ์เป็นผู้หญิงครับ เอ้สวยซะด้วย 555 เข้ามาเขาก้อบอกผมเป็นภาษาอังกฤษให้แนะนำตัว ผมก้อแนะนำตัวตามที่ท่องมาเลย ชื่อ อายุ ทำงานที่ไหน ตำแหน่งอะไร ทำหน้าที่อะไร
แล้วเขาก้อผมว่า ทำตำแหน่งนี้มา กี่ปี ผมบอก 4 ครับ
เขาเห็นภาษาผมไม่ค่อยได้มั้งเลยเปลี่ยนเป็นถามภาษาไทย เพราะผมถามซ้ำหลายครั้ง
- ผมโดนเลยครับเขาบอกว่าทำงานมาตั้ง 4 ปี ภาษาน่าจะได้มากกว่านี้นะ ผมเลยบอกไปว่าผมได้ภาษาที่ใช้ในการทำงานซะส่วนใหญ่ ภาษาที่เป็นทางการไม่ค่อยเก่งครับ
- เขาถามว่าผมรู้อะไรเกียวกับตำแหน่งนี้บ้าง นั้นไงเข้าทางผมเลยผมเลยอธิบายยาวเลยครับ
-แล้วเขาก้ออธิบายเพิ่มให้ผมฟังว่าต้องทำอะไรบ้างทำอย่างไร
-ทำงานกับบริษัทเราค่อยข้างจะจุกจิก คุณคิดว่าไง ผมเลยบอกไปว่า นโยบายของแต่ละบริษัทไม่เหมือนกัน แต่จุดหมายเหมือนกัน เพราะที่จุกจิก คงต้องการให้งานออกมาดี พนักงานทุกคนมีคุณภาพ
แล้วก้ออธิบายเกี่ยวกับระบบงานให้ฟังต่อ

แต่หลังๆผมเริ่มไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่ เพราะการคุยเหมือนเป็นการคุยถามกันซะมากกว่า บรรยากาศดีขึ้นเยอะเลย

แล้วก้อเปลี่ยนมาถามเป็นภาษาอังกฤษต่อ
- ทำไมคุณคิดว่าคุณเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ผมเลยบอกไปว่าเพราะผมผ่านงานบริษัทเซอร์วิสมา รู้ระบบงาน รู้ขั้นตอนการทำงาน รู้ operation รู้เรื่อง tool มาบ้างแล้ว ผมคิดว่าผมทำงานตำแหน่งนี้ได้
-จุดอ่อนของคุณคืออะไร ผมตอบไปว่า บ้างครั้งผมจริงจังกับงานมากเกินไปครับ
-มีวิธีแก้ไขอย่างไร ผมบอกไปว่า หลังออกกะก้อไปผ่อนคลาย ฟังเพลงดูหนัง
-คุณต้องการเงินเดือนเท่าไหร่ ผมบอกไป 25k

เรียบร้อยค่ะ

หลังจากไปสัมภาษณ์ไปก้อเงียบไปเกือบ 2 อาทิตย์ จนผมเริ่มถอดใจ เลยตัดสินใจ ส่งEmail ไปถามผลการสัมภาษณ์ ผ่านไป 2 วัน ทาง Schlumberger ก้อโทรกลับมา ยินดีด้วยนะคะ คุณผ่านการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์แล้ว คุณเป็นคนที่ทางบริษัทต้องการร่วมงานด้วย แต่ทางบริษัทไม่สามารถเซนสัญญาได้ตอนนี้ ต้องรอหลังปีใหม่ และน่าจะเริ่มงานได้เดือน กุมภา แต่ผลออกมาแล้วว่าคุณได้แน่นอน แต่อย่าเพิ่งลาออกนะคะ รอเซ็นหนังสือสัญญาที่เป็นทางการก่อนเราจะให้เวลา 1 เดือนเพื่อเคลียงานที่เก่า เดียวทางเราจะติดต่อมาใหม่นะคะ

ดีใจมากเลยครับ ผมมือสั่นตั้งแต่ได้ยินคำว่า "ยินดีด้วยนะคะ คุณผ่านการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์แล้ว"

ต้องขอบคณบล๊อกของน้านก และเพื่อนๆทุกคน มากเลยครับที่ช่วยทำให้ผมผ่านมันมาได้

และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังหางาน และรอผลนะครับ สักวันเราจะต้องทำได้ครับ ผมพยายามมา 3 ปี กว่าจะได้ สู้ๆครับ

ปล. ตอนนี้รอเซ็นสัญญา ต้นมกรา เริ่มงาน กุมภา ครับ

โดย: เสก WFT_SLS IP: 122.155.34.62 วันที่: 9 ธันวาคม 2557 เวลา:15:08:47 น.

============================

สวัสดีค่ะคุณพ่อน้องเฟิร์นและน้องภัทร

วันนี้ขอมาแบ่งปันประสบการณ์การสอบสัมภาษณ์ field engineer ของ slb ตอบแทนบล็อกดีๆที่แนะแนวทางและให้ความรู้นะคะ

ชื่อ xxx จบปริญญาตรี วิศวเคมี ที่มหิดลค่ะ ได้ส่งresumeเข้าไปที่เวปไซต์ของslb เมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่ง hr ได้โทรกลับมาหาเม วันที่ 4 ธ.ค. และมีสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษนิดหน่อยแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่ง xxx ผ่านรอบนี้ค่ะ ได้มีโอกาสมาเข้าสัมภาษณ์และทำกิจกรรมกลุ่มที่ตึกรสาในวันที่16ธ.ค.ค่ะ
กิจกรรมกลุ่มครั้งนี้ มีผู้สมัครทั้งหมด22คน เริ่มต้นในช่วงเช้าก็อธิบายเกี่ยวกับบริษัทจากนั้น ก็เข้าสู่ช่วงแนะนำตัว 3 นาที(แนะนำตัว จุดอ่อนจุดแข็ง จุดมุ่งหมายและทำไมถึงอยากเป็น field eng ที่นี่) จากนั้นก็เข้าพักเที่ยง มื้อนี้ทานพิซซ่า จากนั้นช่วงบ่ายเริ่มกิจกรรมกลุ่ม โดยแบ่งกลุ่มละ5-6คน เป้าหมายของกิจกรรมนี้คือ ให้สร้างpaper towerจากกระดาษหนังสือพิมพ์ 7หน้าครึ่ง และสก็อตเทป โดยสูงอย่างน้อย 100 ซม. วางลูกกอล์ฟได้อย่างน้อย 1 ลูก ที่ระยะอย่างน้อย 100 ซม.
จากนั้นเตรียมพรีเซ็นต์
คำถามพรีเซนต์ ก็เกี่ยวกับสิ่งที่เราทำเพิ่มเติมนอกแผน ข้อผิดพลาดและคิดว่ากิจกรรมนี้สามารถใช้คัดเลือกผู้สมัครได้หรือไม่
และผลออกมาว่าผ่านค่ะ ได้สัมภาษณ์รอบต่อไปในวันที่ 24 ธ.ค. เป็นการสัมภาษณ์กับhrคนเดิมค่ะ
การสัมภาษณ์ใช้เวลา 30 นาที เริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว การถามเกี่ยวกับการเดินทางคนเดียว การเดินทางกับเพื่อนๆ การทำกิจกรรมค่ายอาสา การเป็นผู้นำ ความชื่นชอบ การเตรียมตัวมาสัมภาษณ์ ถามความพร้อมหากจะต้องทำงานหนักที่นี่ ประเทศที่อยากไป และกิจกรรมการซ่อมแซมของใช้ กีฬาที่เล่น งานอดิเรก ความสามารถอื่นๆ ทำไมถึงอยากทำงานนี้
หลังจากสัมภาษณ์ ก็กลับมารอเมลผลที่บ้านค่ะ พี่hrบอกว่าจะแจ้งกลับมาภายในวันที่ 14 ม.ค. ตอนนี้ก็กำลังรออย่างลุ้นๆ มีหวังบ้างว่าจะได้ผ่านในรอบต่อไป แต่ก็แอบหวั่นๆ เนื่องจากส่วนตัวไม่ได้มีประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวมากนัก ส่วนมากเป็นการท่องเที่ยวกับครอบครัวมากกว่า ทำให้การตอบคำถามอาจจะไม่ค่อยตรงใจนักเกี่ยวกับการผจญภัยในต่างแดน
หวังว่าประสบการณ์ของเมจะช่วยให้เพื่อนๆที่จะเข้ามาสมัครที่slb เตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมและผ่านการคัดเลือกเข้าทำงานที่นี่นะคะ
ขอบคุณบล็อกแห่งนี้และ พี่ที่รู้จักคนหนึ่งที่ช่วยแนะนำบล็อกนี้ให้ xxx อ่านและเตรียมตัวค่ะ

Scholar ship 13-14 Aug/2015

เท่าที่จำได้ตอนนี้ เพื่อนๆคนไหนจำได้ เพิ่มเติมด้วยน่ะครับ
(ขอนอนฝันอีกสักคืนเด๊่ยวคิดออกจะมาเพิ่มอีก)
จังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ (1234 1324 …อะไรก็ว่ากันไป)
ก๊าซใดเบากว่าอากาศ (NGV น่าจะใช่น่ะ )
ระยะการสลับล้อรถยนต์ (6000-8000,8000-10000)
การอ่านค่าเวอร์เนีย (แบบ Scale น่ะ บ่แม่น ดิจิตอล)
ข้อดีของสายพานไทมิ่ง
เรื่องคลัช เหยียบคลัชไม่จาก เกิดจากอะไร (คลัตเบี้ยง งอ ระยะฟรีไม่พอ)
ระบบเกียร์ เกียร์เลื่อนไปเกียร์ว่าง เกิดจากอะไร (สลักอะไรเนี่ยล่ะพัง จำช้อยไม่ได้)
ระยะของลูกสูบมีไว้สำหรับอะไร (เวลาอุณหภูมิสูง มันจิขยายตัว)
NGV องประกอบอะไร (มีเทน) มีจุดติดไฟ จุดวาบ ลองศึกษา NGV LPG ดู
ระบบเชื้อเพลิง อันไหนเป็นยังไง เทียบกันแล้ว เครื่องแรงขึ้นหรือป่าว อะไรประมาณนี้
สมรรถนะเครือ่งยนต์ ออกหลายอันเยอะเลยล่ะ
ระดับน้ำมันเครื่อง เติมต่ำกว่าที่วัด ปานกลาง สูง สูงกว่า
น้ำมันเครื่อง เกรด ระดับความหนืด อ่านไปยุแต่จำไม่ได้
อุณหภูมิ 100 C น้ำมันเครื่องจะมีลักษณะอย่างไร เสียความหนื่ด อะไรพวกนี้ล่ะ
เทียบอุณหภูมิ F กับ C อันนี้เขาไม่ออกมาตรงๆ ย้ายข้างสมการมาให้ คิดไปคิดมา น่าจะถุกทุกข้อ
การมองภาพ Front Top Right มีอยู่สามสี่ข้อ ง่ายๆ
ถังน้ำรุปทรงกระบอก ขนาด 3m สูง 3m หาปริมาตร จำสูตรไม่ได้ เดาอีกข้อ
น้ำมัน กับ น้ำ อยู่ที่ก้นถัง อันไหนมีความดันมากกว่ากัน (เท่ากัน น้ำมันมากกว่า น้ำมากกว่า ไม่มีข้อถุก อะไรประมาณนี้)
E20 ส่วนผสม อันนี้ง่าย ลองดูน้ำมันชนิดอื่นไปด้วย
ขุดเจาะลงไปพื้นดิน จะเจออะไรก่อน (ก๊าซ น้ำมัน น้ำ สลับกันไปมา )
ฝาสูงโก่ง ต้องทำอย่างไร ไสออก เปลี่ยนใหม่ ก็ว่ากันไป
เครื่องมือวัดความโก่งฝาสูง ฟิลเลอร์เกจ
มีถามด้วยว่า ปัญหาแบบนี้จะใช้ฟิลเลอร์เกจแบบไหน (พึ่งรู้เหมือนกันว่ามีหลายแบบ มั่วครับ)
ฟูอิดหลายข้ออยู่ ระบบปิด ระบบเปิด ง่ายๆ
สูตรความดัน P=F/A แต่ในข้อยเขาก็สลับกันมาล่ะ สับขาหลอกให้เรางง
ฟังระยะห่างฟันเฟือง ใช้อะไรวัด (Dial gage เวอร์เนีย อะไรพวกนี้ล่ะ เดา )
มีรูปคาน มีมวลวางซ้ายและขวา มีจุด Support ตรงกลาง ถามว่าคานจะเอียงไปทางไหน ง่ายๆ
วาล์ว มีหลายข้อ ดูสัญลักษณ์ แล้วถามว่า มันคืออิหยัง
พวก Cylinder ล่ะ ถามว่า เปลี่ยนพลังงานของไหล เป็น พลังการกล อะไรพวกเนี่ย จำไม่ค่อยได้
มีการวัดกระแส วัดยังไง ง่ายๆ
การต่อแบบ สตาร์ เดลต้า ต่อทำไม ลดกระแสสตาร์ต
ลีเลย์ การทำงาน อิเล้กมีประมาณนี้ล่ะ วงจร อนุกรม ผสม ขนาด อ่านพื้นๆ น่าตอบได้
ปั๊ม มีกี่ชนิด ดูหัวข้อหลัก ไม่ถามลึก
ไฟหน้า ไฟเลี้ยง ไดชาร์ต อันไหนไม่ใช่ไฟจากแบต
PID Control
เพื่ม Gain
ลด Stead error
ลด Over shoot

โดย : ฝันยังไกลใจยังหนาว วันที่: 15 สิงหาคม 2558 เวลา: 21:24:27 น.

สวัสดีพี่นกอีกครั้งนะคะ ^^

ผ่านมาสองวันแล้วสำหรับการสอบข้อเขียน นุ่นคิดว่าหลายๆคน พอได้เห็นข้อสอบในวันนั้น คงตาลุกวาว และเกิดคำถามในหัวทันทีว่า อื้อหือ ช่างยนต์เพียบเลย ฮ่าๆๆๆ

วันนี้นุ่นขอมาเล่าถึงประสบการณ์การสอบโครงการนักเรียนทุนช่างเทคนิคปิโตรเลียมครั้งแรกของนุ่นนะคะ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับรุ่นต่อๆไป

สำหรับนุ่น คืนวันที่ 14 เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมาก นอนไม่ค่อยจะหลับเลยคะพี่นก จนกระทั่งตีสามก็ออกเดินทางไปพร้อมกับครอบครัว ซึ่งการเข้ากรุงเทพของเด็กบ้านนอก เป็นอะไรที่ต้องเผื่อเวลาอย่างมากคะ เลยไปถึงสถานที่สอบเร็วหน่อย ราวๆ 07.00 น. ก็ถึงมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมากคะ ในตอนนั้นผู้คนค่อนข้างเยอะ เพราะช่วงเช้าที่อาคาร KLB มีการสอบบรรจุของข้าราชการด้วยค่ะ ยิ่งทำให้นุ่นตื่นเต้นเข้าไปใหญ่เลย นุ่นได้แต่นั่งรอเอ๋อๆอยู่แถวหน้าอาคาร จนถึงเวลาประมาณ 10.00 น. ก็ได้เดินไปดูรายชื่อที่นั่งสอบบริเวณทางขึ้นชั้นสองคะ มีการติดป้ายไว้อย่างชัดเจน และมีพี่ๆจากทางเชฟรอน มาคอยชี้แจงรายละเอียดให้น้องๆได้ฟังตลอดเวลา จนกระทั่งเวลา 10.30 น. พี่ๆทางเชฟรอนก็ได้เรียกทุกๆคนที่มีรายชื่อ ไปทำการลงทะเบียน โดยจะมีพี่ๆจากเอเจนซี่ที่น่ารักทุกคน คอยชี้แจงอยู่คะ จากนั้นก็แยกย้าย เพื่อรอเรียกเข้าห้องสอบเวลา 12.15 น.
... และแล้ววววว ... เวลาที่รอคอยมานาน ก็มาถึงคะ อิอิ
12.15 น. พี่ๆจากทางเชฟรอน ให้น้องๆทุกคน เข้าแถว โดยแบ่งเป็นสองแถวคะ โดยแถวหนึ่งจะเข้าประตูด้านนึง และอีกแถวหนึ่งก็เข้าประตูอีกด้านหนึ่งคะ เมื่อเดินเข้าไปภายใน จะพบว่าเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ แอร์เย็นสบาย มีเก้าอีหลายร้อยตัว จัดวางอย่างเป็นระเบียบ และหน้าแถวแต่ละแถว จะมีรหัสภาษาอังกฤษเพื่อบอกแถวที่นั่งของแต่ละคนคะ เมื่อทุกคนนั่งที่เรียบร้อย ทางพี่ๆ ก็มีการแจ้งระเบียบการสอบต่างๆ เช่น กฏการปิดโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ต่างๆที่นำเข้ามาได้ และห้ามนำเข้ามา(ปีนี้ห้ามใช้เครื่องคิดเลขนะคะ) อธิบายการกรอกกระดาษคำตอบ(เฉพาะส่วนนี้ครูพี่รุ่งเป็นคนแจ้งรายละเอียดคะ) จากนั้นพอเวลา 13.00 น. ก็เริ่มทำข้อสอบได้คะ

ข้อสอบมีทั้งหมด 2 วิชาคะ วิชาแรกเป็นวิชาความถนัดทางช่าง มีทั้งหมด 150 ข้อ ให้เวลา 1.30 ชั่วโมง โดยส่วนใหญ่รายละเอียดข้อสอบต่างๆที่จำได้ ก็เหมือนกับที่คุณ "ฝันยังไกลใจยังหนาว" ได้ให้รายละเอียดไว้ในข้างต้นนะคะ แต่ข้อสอบปีนี้ นุ่นคิดว่า เค้าเน้นหนักไปที่ช่างยนต์ค่อนข้างมากนะคะ และที่สำคัญของการทำข้อสอบวิชานี้เลยคือ!!!! ต้องทำให้ทันในเวลาที่กำหนด ซึ่งจากการสังเกตุและรวมถึงตัวนุ่นเองด้วย นั่นคือ ทำไม่ทันคะ 10-20 ข้อท้าย ใช้คำว่าโคตรมั่วเลยก็ได้คะ อิอิ เพราะโจทย์ก็ไม่ได้อ่าน (ที่ใช้ว่าโคตรมั่วเพราะ ข้อก่อนหน้าก็มีการมั่วมาบ้างแล้ว แต่ยังได้อ่านโจทย์คะ) ส่วนวิชาที่สองคือวิชาภาษาอังกฤษ TEPPI ให้เวลา 1.30 ชั่วโมงเช่นกันคะ ซึ่งจะมีแต่ในส่วนของ reading นะคะ มีทั้งหมด 100 ข้อ โดยแบ่งเป็นส่วนของพวกแกรมม่า 50 ข้อ และในส่วนของบทความต่างๆอีก 50 ข้อ ซึ่งข้อสอบภาษาอังกฤษนี้ บอกตรงๆเลยคะ ว่าจำโจทย์มาบอกไม่ได้จริงๆ เกินความสามารถมากๆคะ อิอิ ซึ่งนุ่นเองมั่วไปหลายข้อเหมือนเดิม กว่าจะสอบสองวิชานี้เสร็จ ก็ปาเข้าไป 16.30 น. คะ

ตอนเดินออกมาจากห้องสอบเป็นอะไรที่โล่งมากค่ะพี่นก ไม่ใช่โล่งเพราะมั่นใจว่าทำได้นะคะ แต่โล่งเพราะคลายความกดดันไปได้มากเลยทีเดียวคะ

ซึ่งหลังจากนี้ก็รอลุ้นผลกันคะ โดยผลการสอบข้อเขียนจะถูกประกาศในวันที่ 20 สค. 58 นี้คะ โดยสามารถดูได้จากเอเจนซี่ที่เราสมัครไว้คะ นุ่นบอกตามตรงเลยคะ สำหรับคนที่มั่วเหมือนนุ่นนะคะ ว่าอยู่ที่ความสามารถนิดนึง 5555 ที่เหลือก็คงดวงล้วนๆเลยคะ

สุดท้ายนี้ สิ่งที่นุ่นนำมาบอกเล่า คงมีประโยชน์กับรุ่นต่อๆไปนะคะ และก็ต้องขอขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับบล็อคพี่นก ที่ได้ให้ความรู้กับนุ่นอย่างมากในการตามความฝันที่จะได้เข้าวงการนี้นะคะ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง นุ่นก็ได้ทำเต็มความสามารถ และทำตามความฝันไปก้าวนึงแล้วคะ

***หากข้อมูลตรงไหนผิดพลาด หรืออ่านแล้วงงๆก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ ^^ ...นุ่น...

*** ปล.ที่สำคัญนะคะ การที่เราไปเจอคู่แข่งมากหน้าหลายตา บางคนท่าทางเก่งมาก บางคนพกชีส พกหนังสือมานั่งอ่านหน้าอาคาร มันคงทำให้หลายๆคนกดดันไม่น้อย นุ่นอยากบอกว่า อย่าไปมองว่าเค้าคือคู่แข่งนะคะ ให้มองว่าที่เราทำอยู่ เป็นการแข่งกับตัวเราเองเท่านั้น ไม่งั้นมันจะทำให้ตัวเราเอง กดดันจนทำผลงานออกมาได้ไม่ดีคะ(จากประสบการณ์เลยคะ ^^)

โดย : noon วันที่: 17 สิงหาคม 2558 เวลา: 22:02:42 น.

Noon อ่านแล้วเพลินครับ
เดี๋ยวเอามั้งๆๆๆ

ตามที่ได้เม้นไว้ก่อนหน้านี้ ว่ามีใครจะร่วมเดินทางไปด้วยกันหรือป่าว
ผมออกเดินจากนิคมอุตสาหกรรม 304 อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
ออกเดินทางจากบ้าน(ขอเรียกปราจีนว่าบ้านแล้วกันมาทำมาหากินได้จิหาปีล่ะ แต่พื้นเพ คนอุดร อิสานบ้านเฮา) ออกจากปราจีน 18.00
ไปถึงโรงแรมรีเจนท์ ก็ 21.00 เช็กอินเสร็จ ก็เลยลองเดินหน้ารามดูเผื่อเจอเนื้อคู่..อิอิ ก้เดินไปดูอาคาร KLB พอเห็นแล้ว เนี่ยแหละพรุ่งนี้ต้องมาที่นี่..จากนั้นก็เลยเดินไปลานพ่อขุนราม..ใช่ครับกราบไหว้ขอพรจากพ่อขุนราม..เสร็จแล้วก็เดินกลับโรงแรมแวะกินก๋วยเตี๋ยวไก่หน้ารามซอย22 แซบๆๆครับ เข้าห้องพักนอนไม่หลับเลยครับ จนต้องตั้งนาฬิกาปลุกไว้สิบช่วงเวลา เดี๋ยวพลาดตื่นสายมาสอบไม่ทัน...ออกจากห้องพักเช้าวันเสาร์ก็เป็นเวลางาม 09.09 ครับ..แต่กว่าจะถึงอาคาร KLB ก็ 10.30 ครับ หน้ารามรถติดมากและในรามก็หาที่จอดรถลำบ๊ากลำบาก(ใครจะขับรถไปเองกะเวลาให้ดีๆน่ะครับสำหรับรุ่นต่อไป ผมคงหมดสิทธิ์ล่ะ 27+++)
ต่อๆๆอย่าพึ่งเบื่อกันน่ะครับ พอไปถึงอาคาร KLB ก็แชทหาเพื่อนในเฟสที่มีความฝันเหมือนกัน(ก็รุ้จักกันในกลุ่มในบล็อกเนี่ยล่ะครับ) อ้าวมีเพื่อนแล้วว้อย ลงทะเบียนเสร็จก็ไปหากันข้าวกันล่ะครับ
พอ 12.15 ก็ตาม Noon กล่าวไว้น่ะเบื้องต้นเลยครับ

มาถึงขอสอบภาษาปะกิด (English) ผมก็จำไม่ค่อยได้ เอาเป็นว่าผมสรุปได้จังซี่(แบบนี้)

เทบพี้ (TEPPI)

50 ข้อแรกน่ะครับเป็นเรื่อง Tense
Tense ผมจำไป 18 tense น่ะครับ Active,Passive
จำโครงสร้างเอา แต่ตอนสอบ Tense ทิ้งผมไปเลย..เศร้า
แล้วก็จำ Suffix คือ คำลงท้ายของคำศัพท์ เพื่อให้รู้ว่าเป็นคำประเภทไหน N,V,Adv,Adj ไปดูเอาโลดครับท่องจำเอา อิอิ
ในข้อสอบก็ให้เติมคำพวกเนี่ยล่ะลงไป ไปดูว่า อันไหนอยู่ก่อนอันไหนอยู่หลังกัน เช่น
Adjective
ต้องอยู่หน้า Noun และ อยู่หลัง V.to be เสมอ
ก็เติมลงไปล่ะครับ ได้บ้างมั่วบ้าง(สำหรับผมน่ะ)

Preposition พวก on at by with within คำพวกเนี่ยอ่ะครับผมรู้สึกว่าออกหลายเติบ(หลายข้อมาก)
conjunction คำเชื่อม Not only...But also ก็ออกด้วยน่ะจ๊ะ
If clause ออกด้วย จำได้ ถ้า if อันหลังมันต้อง Would แต่มันมี A,B เลยเดาล่ะครับ
เท่าที่จำได้ก็ประมาณนี้ล่ะครับสำหรับ 50 ข้อแรก ต้องรักษาเวลาด้วยน่ะครับ 50 ข้อแรกควรอ่านโจทย์ตอบเลย ไม่รู้ใช้เซ้นโลด
(ผมทำ 50 ข้อนี้ 1 ชั่วโมง)นั่นล่ะครับ อีก 50 ข้อหลัง reading มีเวลา 30 นาที
เวลาน้อยมันก็กดดัน อ่านแบบคร่าวๆแล้วใส่เลย 15 ข้อท้าย ก็ดวงแล้วครับ รวมๆแล้วพึ่งดวง 40 ข้อได้มั้ง (จะผ่านไม่เนี่ย)
มาถึง reading เขาถามอะไร เท่าที่จำได้น่ะ
1.มีเรื่องสัตว์ ตัวอะไรไม่รู้ แมงโกลา อะไรประมาณนี้ล่ะ มันเป็นสัตรประเภทไหน ผมตอบสายพันธ์เดียวกันกับหมา แล้วก็ถามว่ามันอาศัยอยู่ที่ไหน น่าจะ แอฟฟิกาไอแลน
2.มีเกี่ยวกับแท่นขุดเจาะด้วย ปลาทอง เขาพูดถึงเหตุการณ์ท่อรั่วมั้งครับ ปตท กับ เชฟร่อน ใครทำอะไรกับเหตุการณ์นี้ แล้วมีแท่นไหนมีต้อง shut down
3.แล้วก็มีนักศึกษาเข้าค่ายไปดูอะไรเนี่ยล่ะในป่า อ่านแล้วก็น่าจะพอตอบได้

เอาเป็นว่าไปลองคิดดุว่าตัวเองถนัดอันไหน แล้วก็ลองแบ่งเวลาทำดู ทำอันไหนก่อนก้ได้ขอให้ผ่านก็พออิอิ

ปล.คนที่เม้นท์ก็ไม่รู้จะผ่านก็ป่าว...ลุ้นๆกันครับ
ขอยืมคำพ่อน้องเฟิร์นมาพุดน่ะครับ ระฆังยังไม่หมดยกเราก็ยังไม่แพ้..

(https://www.facebook.com/profile.php?id=100000800432824) เข้ามาพุดคุยทักทายกันได้ครับผม

โดย : ฝันยังไกลใจยังหนาว วันที่: 17 สิงหาคม 2558 เวลา: 23:15:22 น.

ข้างล่างนี้เป็นไฟล์ชุดใหญ่รวมข้อสอบและข้อมูลของ WF และ scholarship รวบรวมและแบ่งปันโดยคุณ ฝันยังไกลใจยังหนาว sombat prommapit (sprommapit@gmail.com) ขอให้เครดิตและขอบคุณงามๆที่มีจิตแบ่งปัน

https://onedrive.live.com/embed?cid=40FC4A6917B2EB77&resid=40FC4A6917B2EB77%21370&authkey=AFC6X6CUGhqieJw

ผมมีคิวสอบสัมภาษณ์ ณ วันที่ 1 คับ ทุกคนดูมีความพร้อมมาก ขอชื่นชนสุภาพสตรีทั้งหลายเลยคับ บางคนร่างบอบบางแต่ใจสู้มากๆไม่มีถอย ส่วนเรื่อง Physical ตามที่พี่ ฝันยังไกลใจยังหนาว บอกเลยคับ ประมาณนั้นถ้าคนเคยออกกำลังกายบ่อยๆผมว่าน่าจะชิลๆมากคับ ส่วนคนว่างงานแบบผมทำเอาหอบคับร่างกายปรับสภาพไม่ทัน ส่วนในส่วนของ interview ก็สบายๆคับ จะออกแนวถามเรื่องประสบการณ์งานของเรา และถามว่ารู้จักบริษัทของเรามากน้อยแค่ไหน ทำไมถึงคิดจะมาเข้าสนใจเข้าร่วมโครงการนี้คับ

ผมขอบอกเลยว่าไม่มีใครแข่งกับใครคับ แข่งกับตัวเองทั้งนั้นคับ ก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์ผมบอกตัวเองอย่าตื่นเต้นๆ แต่ทุกคนก็ทราบไอความตื่นเต้นไม่เข้าใครออกใครยิ่งมีคนมาจ้องหน้าเราพร้อมๆกัน 3-4 คน ยิ่งทำให้เราไม่เป็นตัวเองตัวเองคับ

สุดท้ายนี้ฝากถึงทุกท่านที่ร่วมโครงการนี้ หากท่านมีรายชื่อหรือไม่มี ผมก็อยากจะบอกว่าเราทำเต็มที่แล้ว เรามีเป้าหมายเดียวกันคับ ขอให้เก็บทุกอย่างไว้เป็นบทเรียนอันล้ำค่าคับ

ขอบคุณอานกที่แบ่งปันพื้นที่เล้กๆให้ผมนะคับ ขอบคุณคับ

โดย : มนุษย์ว่างงาน วันที่: 2 กันยายน 2558 เวลา: 9:17:39 น.

ผู้หญิงผมว่าใส่กางเกงวอร์มขายาวน่าจะเข้ากับสถานที่มากกว่านะคับ เพราะข้างในออกจะทางการนิดนึงคับ ส่วนเสื้อก็เสื้อตัวโปรดสบายๆเลยคับ

ปล.พกยาดมไว้ด้วยก้ดีนะคับเห็นมีบางคนหายใจไม่ค่อยทันเพราะเสในห้องแอร์คับ มันค่อนข้างอึดอัดคับ พวกเครื่องดื่มเกลือแร่ทางเชฟรอนจัดเตรียมให้คับ

โดย : มนุษย์ว่างงาน วันที่: 2 กันยายน 2558 เวลา: 9:21:30 น

ที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ที่ผมไปสัมภาษณ์น่ะครับ
ใครยังไม่เคยไปสถานที่โปรดตรวจสอบให้ละเอียดและเผื่อเวลาไว้ด้วยน่ะครับ เพราะมีคนหลงทางด้วย (หลงทางเสียเวลา หลงคันนาเสียคัดเบ็ด..อิอิ)
ผมไปถึงอาคาร 3 ก็ตีห้าเกือบจะหกโมงล่ะ มีเพื่อนมารอก่อนด้วย บางคนก็ใส่ชุดกีฬาบางคนก็ชุดหล่อมาเลย พอผมเข้าไป ก็ทักทายสนทนาเฮฮา หาพวกไว้ก่อน จนถึงเวลาลงทะเบียน ก็เข้าไปลงชื่อและรับเอกสารที่ทางเชฟร่อนให้แล้วก็นั่งรอๆๆๆๆๆ รอแล้วก็รอเล่า ช่วงเวลานี้ HR แจกแจงแนะแนวว่า จะแบ่งการสัมภาษณ์เป็นสองแบบ ดังนี้
1.สัมภาษณ์เช้า ทดสอบร่างกายบ่าย
2.ทดสอบร่า่ยกายเช้า สัมภาษณ์บ่าย
แอนแอ๊นแอน HR แจ้งว่าคุณคือผู้โชคดีได้สัมภาษณ์เป็นคนแรก ขอแสดงความดีใจด้วย..ผมก็น้อมรับด้วยความตื่นเต้น ก็รอเวลา 08.00 จะเริ่มสัมภาษณ์ นั่งรอๆๆครับทำใจตายเป็นตาย ทำสมาธิทุกอย่าง และแล้ว HR ก็เดินมาเรียก.....ครับผม กรรมการบอกว่าอันนี้ทดสอบเฉยๆ เฮ้อ ความตื่นเต้นกลับมาอีกล่ะ นั่งทำสมาธิใหม่ อีกสิบนาที HR เดินมาเรียกอีก นี่เป็นการทดสอบรอบที่ 2 เขาถามผมว่าตื่นเต้นใช่มั้ย ตื่นเต้นมากๆครับ เอางี้ๆๆมานั่งรอหน้าห้องสัมภาษณ์เลยดีกว่า(HR สาว สวย ด้วยครับ) HR ไปยกเก้าอี๋มาให้ผมนั่ง เลย แต่ก็เดินไปยกเองล่ะ(จะให้สุภาพสตรียกได้ไงเนาะ สวยด้วย) HR ก็ถามทำไมไม่นั่งค่ะ ผมบอกว่าผมนั่งแล้วมันตื่นเต้น ขอเดินวนแถวนี้ก่อนครับ HR ก็บอกว่าเอางี้(ยื่นจ้องหน้าผม) และบอกว่า จะถามอันนี้ๆๆแบบนี้ๆๆ รู้สึกดีขึ้นยัง
โอ้..ผมรู้สึกดีมากๆๆเลยครับ(แบบว่าไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้ที่ไหนมาก่อนอิอิ ) และแล้วก็มีชายวัยผู้ใหญ่สองท่านเดินผ่านหน้าผมไปเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ Hr คนสวยก็บอกนี่ล่ะคนจะสัมาภาษณ์เรา มามะๆๆๆๆๆ (อันนี้ประสบการณ์ก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์น่ะครับ)
ต่อๆๆ ต่อไปนี้คือบรรยากาศในห้องล้วนๆๆ HR ก็เปิดประตูให้เลยครับ พร้อมกับเชิญให้นั่ง
HR=== ชื่อเล่นอะไรค่ะ
ผม === ผมชื่อแบงค์ครับ
HR === คุณทำงานบริษัทผลิต Hard Disk หรอ
ผม === ใช่ครับ ก็คุยเรื่องงานกันยาวเลยครับ ผมก็บอกไปว่าทำกับ Engineering เจอปัญหานั่นนี่ แก้ไขอย่างไร เพื่อนร่วมงานเป็นไง
สิ่งที่ดีทีสุด === ผมได้รับ award แห่งปีก็เล่าไป
เสียใจที่สุด === ผมทำ part เครื่องจักรเสียหายทำให้เสียเวลาในการซ่อมบำรุง...
รู้จักเชฟร่อนอะไรบ้าง === ก็เล่าไปโลด
ทำไมถึงอยากทำงานที่นี่ === ผมทำงาน hard disk มา 5ปี ผมอยากหาความท้าทายใหม่ๆก้เลยเริ่มคิดศึกษาว่าจะทำอะไรดี ก็เนี่ยล่ะ อันที่เราไปสมัคร แล้วแต่ลุกเล่นใครแต่ล่ะครับ เล่าไปล่ะสารพัดเหตุผลอยากทำเพราะว่า......และที่สำคัญคือ ถ้าผมได้ทำงานที่นี่
ไม่ใช่แค่ผมจะประสบความสำเร็จกับตัวเองเท่านั้นผมจะนำพลังงานมาพัฒนาประเทศชาติครับ (ทุกท่าน ว้าวๆๆ)
ใครมีเอกสารอะไรเอาไปด้วยน่ะครับ ตอนแรกผมเอาว่างไว้โต๊ะข้างนอก สุดท้ายก็ไปเอามา บรรยากาศเป็นกันเองมีบางช่วงกดดันครับ ตั้งรับดีๆๆ เราตอบไม่ได้ทุกคำถามหรอกครับ ต่อให้เป็นงานที่เราทำ ผมโดน ถามเยอะมาก อันที่ตอบไม่ได้คือ ฮาร์ดดิส คุณสีอะไร CCTV ในนั้นเป็นฮาร์ดดิสบริษัทคุณป่าว ไม่รู้ก็ตอบไม่รู้ครับ ผมไม่รู้ครับ ผมอยู่ในส่วนประกอบอันนี่.....มีหนึ่งคนกดดัน มีหนึ่งคนนืิ่งๆๆ และผมมี HR คอยช่วยตอบอยู่เรือ่ยๆ อิอิ ต่อ..คุณมีสิทธิ์เลือกน่ะ คิดดีแล้วหรือยัง คุณทำงาน Engineering ทำงานละเอียดอ่อน มาที่นี่ลำบากน่ะ หน้าตาแบบคุณ ถ้าผมเป็นแฟน ผมไม่ให้คุณมาทำงานแท่นหรอก ให้อยู่บ้านเฉยๆ เดี๋ยวเลี้ยงเอง ขำกัน.อิอิ ผมก็บอก ทุกวันนี้ผมก็ไม่ได้อยู่บ้านครับ บ้านอยู่อุดร มาทำงานปราจีน ปีหนึ่งได้กลับบ้าน ครั้งเดียวหรือสองครั้ง คุณไม่มีปัญหาใช่มั้ยทำงานไกลบ้าน ไม่มีปัญหาครับผม
ช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ก็ตามธรรมเนียม สิ่งที่ผมพูดไปไม่ได้มีเจตรนาอะไร เพียงแค่ต้องการให้คุณแสดงตัวตนเออกมา เป็นการทดสอบ EQ ครับผมผมเข้าใจครับ มีอะไรจะถามมั้ย
หลังจากโดนยำมารวมชั่วโมง ถึงทีผมล่ะ
ผมจบอิเล็กทรอนิกส์ ผมต้องไปทำงานอะไรบนแท่นครับ.....
ผมรู้มาว่า เชฟร่อนมีแหล่งผลิต 35 area (กรรมการ ผมจำไม่ได้ ) ทำไมมีแท่นพักอาศัย แค่นี้ครับ แล้วต้องไปดูพื้นที่อื่นมั้ยครับ
ถ้าผมฝึกจบแล้วตำแหน่งต่อไปผมคืออะไรครับ (คุณได้อะไรจากเราไปเยอะเลยน่ะ เนียนถามเราไปเรื่อย )
(ที่จริงก้ถามกันเยอะกว่านี้น่ะ แต่จำไม่ค่อยได้ ส่วนมากเกี่ยวกับงานที่ทำน่ะครับ )

ใครมีคำถามอะไร ลองมาโพสถามไว้ดูน่ะครับ เผื่อช่วยแนะนำได้....รอลุ้นผลครับ ทำดีที่สุดแล้ว

โดย : ฝันยังไกลใจยังหนาว วันที่: 2 กันยายน 2558 เวลา: 15:21:10 น.


เพิ่มเติมอีกสักหน่อย
ไหนลองเล่าความสำเร็จคุณมาสิ
ตอบ ผมได้เลื่อนตำแหน่งเป็นซีเนียร์ครับ เพราะผมมีโปรเจ็คที่ได้รับรางวัลครับ ก็อธิบายไปว่าทำโปรเจ็คอ่ะไร
แล้วความผิดพลาดล่ะมีมั้ย
ตอบ มีครับ คือผมทำงานบริษัท Hard disk อุปกรณ์เครื่องมือเล็กมากๆ มีครั้งหนึ่งผมทำมันหักครับและเครื่องจักรไม่สามารถรันได้ ทำให้เกิด Down time ไปหลายชั่วโมง เพื่อทำการเปลี่ยนอุปกรณ์ตัวนั้น ถ้าผมระมัดระวังมากกว่านี้ในการซ่อม เหตุการณ์นี้ก็จะไม่เกิดขึ้นครับ
แล้วคุณได้อะไรจากความผิดพลาดครั้งนี้ และทำอย่างไรกับมัน
ตอบ ผมได้เรียนรู้ว่าควรระมัดระวังในการทำงาน ควรตรวจสอบก่อน เรามีเวลาที่จะทำงานให้ปลอดภัยเสมอ และผมได้ทำ MMI ในการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ชิ้นนี้ให้กับช่าง เพื่อเป็นแนวทางป้องกันการผิดพลาดครับ
คุณเคยเจออุบัติเหตุมั้ย ในการทำงาน
ตอบไม่มีครับ
แล้วในชีวิตคุณล่ะ
ตอบ มีครับ ตอนผมอยู่ ป 1 รถกระบะพ่อสตาร์ตไม่ได้ เพื่อนบ้านได้มาช่วยกันเข็น ผมก็ไปเข็นด้วย และพอรถสตาร์ตติดพ่อก็เหยีบเต็มที่ บางคนก็ปล่อย บางคนก็กระโดดขึ้นรถ ส่วนผม เกาะท้ายไปเป็น 100m ทำให้ได้รับบาดเจ็บหนักครับ เข่าแตก นิ้วท้ายเป็นแผล...
คุณได้อะไรจากอุบัติเหตุบ้างและจะป้องกันอย่างไร
ตอบ ก่อนที่เราจะทำอะไร เราควรประเมินก่อนว่าสิ่งนั้นอันตรายหรือป่าว เช่น การยกของ ถ้านำ้หนักเยอะ ควรจะมีอะไรมาช่วยผ่อนแรงได้บ้างครับ
คุณจะอยู่กับเรานานมั้ย ส่วนมาก เอ็นจิเนียร์อยู่ได้ไม่นาน
ตอบ ตราบใดที่เชฟร่อนต้องการผม ผมก็จะอยู่กับเชฟร่อนแน่นอนครับ (เราได้บันทึกเสียงคุณไว้แล้ว)
คุณไปคิดดูก่อนมั้ย คุณมีสิทธิ์เลือกน่ะ
ตอบ ผมเตรียมตัวสำหรับโครงการนี้มาหนึ่งปีครับ ผมไม่มีวันเปลี่ยนใจแน่นอน ผมเลือกแล้วครับ ผมอยากทำงานด้านพลัังงาน
ถ้าคุณเจอพนักงานทำผิดกฏระเบียบคุณจะทำยังไง
ตอบ ถ้าเป็นส่วนช่าง ผมก็จะบอกน้องครับว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง มันอันตราย
แล้วเขาเชื่อคุณมั้ย
ตอบ เชื่อครับ ช่างที่ทำงานผม โอเครกันทุกคนครับ
แล้วถ้าคนอื่นล่ะ คุณจะทำอย่างไร
ตอบ ผมก็จะแจ้งให้หัวหน้างานเขาทราบครับ
อุปกรณ์ เชฟตี้ในการทำงานคุณมีอะไรบ้าง
ตอบ PPE ครับ ที่ผมใช้ในการทำงานก็มี แว่นตา เอาไว้ป้องการสารเคมี IPA และเว่นกันแสงเวลาส่องดูแสงของเครื่องครับ
ถุงมือ รองเท้าที่เซฟ ESD สำหรับชุดทำงานผมในห้องสะอาดเป็นชุดที่ใส่มิดชิดครับ มองเห็นกันแค่ตา
มีครั้งไหนมั้ยที่เครื่องคุณพังหนักๆเล่ามาสิ ทำอะไรกับมัน
ตอบ มีครับ หลอดไฟระเบิด ทำให้เราต้องเปลียน Parts หลายชิ้นและ setup เครื่องใหม่เลยครับ ก็อธิบายไป ทำอะไร ผลเป็นไง

(ผมไม่ได้เรียงคำถามน่ะครับ เพราะของจริงสลับไปสลับมาแล้วแต่จะถามและคุยเรื่องอื่นไปด้วย เท่าที่จำได้มี)
ถ้าคิดอะไรออกจะเพิ่มเติมทีหลังน่ะครับ

โดย : ฝันยังไกลใจยังหนาว วันที่: 3 กันยายน 2558 เวลา: 11:36:33 น.

คำถามที่ผมตอบไม่ได้ก็มีเยอะน่ะครับ ก็ตอบไม่ทราบ แต่ก้ไม่ได้ตอบไม่ทราบแบบไม่มีคำอธิบาย เช่น
Hard Disk ของคุณสีอะไร
ตอบ ในที่ทำงานผมจะแบ่งเป็นโปรดัก สำหรับเรื่องสีผมไม่ทราบครับ
CCTV ทำไมมันแพงจัง Hard Disk บริษัทคุณอยู่ในนนั้นหรือป่าว
ตอบ ผมไม่ทราบครับ ไม่รู้ใช้ ของบริษัทไหน ส่วนมาโปรดักที่ผมดูแล จะขายให้กับ Facebook Google HP ครับ
Hard Disk มันมีกี่ขนาดหรอ
ตอบ มี 2.5 in and 3.5 in
แล้วมันหมุนยังไงนะ ความเร็วมันอ่ะ แบบเล้กแบบใหญ่คุณเนี่ย
ตอบ 2.5 in ส่วนมากจะหมุน 5400 rpm 3.5 in หมุน 7200 rpm แต่บางรุ่น 2.5in หมุน 7200 ก็มีครับ
RPM คืออะไร
ตอบ เป็นความเร็วรอบต่อนาทีครับ
Hard Disk ผมมันพังบ่อยมาก คุณคิดว่ามันเป็นอะไร
ตอบ ปัญหาที่ทำให้ Hard Disk พัง ก็มีเรื่องฝุ่น และ การกระแทกครับ
งั้นโปรดักคุณก็ไม่ดีสิ seal มายังไง คุณเอาอะไรมาขายให้(ช่วงนี้เริ่มกดดันน่ะครับ)
ตอบ ก่อนที่จะเอามาขาย เรามีการทดสอบ ความร้อน ความเย็น ทดสอบทุกอย่างแล้วครับ
คุณคิดยังไงกับการสัมภาษณ์ครั้งนี้
ตอบ ผมมองว่าเป็นการแลกเปลี่ยนด้วยครับ
แลกเปลี่ยนยังไง นี่ผมกำลังถามคุณอยู่น่ะ (กดดันเพิ่มอีก)
ตอบ กรรมการถามผม และผมก็ตอบไป และผมก้ได้ถามกรรมการ ผมได้ความรู้จากตรงนี้ครับ
ผมเลยคืดว่าเป็นการแลกเปลี่ยนไปด้วย

อย่าตกใจนะครับเวลาโดนกดดัน ให้ตั้งสติและตอบ เขาต้องการรู้เราจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ายังไง

โดย : ฝันยังไกลใจยังหนาว วันที่: 3 กันยายน 2558 เวลา: 11:52:41 น.


สวัสดีคะพี่นก

นุ่นกลับมาแล้วอีกครั้ง ฮาๆๆๆๆ

หลังจากที่เมื่อวานได้ไปทำการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายและสัมภาษณ์

นุ่นจะขอเล่าเหตุการณ์เมื่อวานอย่างคร่าวๆเท่าที่พอจะจำได้นะคะ

นุ่นเดินทางออกจากจังหวัดพิจิตร ซึ่งถือเป็นเมืองขนาดใหญ่ อาจได้เป็นเมืองหลวงต่อจากกรุงเทพเลยก็ว่าได้คะ (ประชดนะ ความจริงเล็กกระจิ๊ดเดียว) ตอนเวลาประมาณเทียงคืน ไปถึงที่อาคารของเชฟรอนประมาณเกือบๆตีห้า ซึ่งพอไปถึง แน่นอนค่ะ ว่าคนแรกแน่ๆ ไม่มีใครมาเลย ฮาาๆๆๆๆ จนเวลาประมาณหกโมงเช้าก็เริ่มมีเพื่อนๆค่อยๆทะยอยมากันหลากหลายคน ซึ่งเวลาแปดโมงเช้า พี่ๆจากทางเชฟรอนก็ได้เรียกเข้าแถวเพื่อรับบัตร และเข้าไปทำการเริ่มฟังชี้แจงต่างๆ และเริ่มทำการตรวจร่างกายเบื้องต้น ด้วยการวัดส่วนสูง ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต ซึ่งในวันที่ 3 นี้ คนไม่ผ่านการวัดความดันในรอบแรกเยอะมากๆคะ อาจจะเป็นเพราะความตื่นเต้น หรือบางคนต้องอดนอนจากการเดินทาง แต่นุ่นโชคดีค่ะ ที่วัดครั้งเดียวแล้วผ่านเลย แอบตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน โดยหลังจากนี้ก็จะแบ่งเด็กๆว่าใครจะได้สัมภาษณ์ก่อนแล้วจึงสอบร่างกาย และใครจะได้สอบร่างกายก่อนแล้วจึงสอบสัมภาษณ์ ซึ่งนุ่นมีคิวสัมภาษณ์รอบบ่าย เลยได้ทดสอบร่างกายก่อนค่ะ โดยมีการทดสอบดังนี้คะ
1.การปั่นจักรยานไฟฟ้าค่ะ โดยจะเป็นการปั่นให้มีความเร็วอยู่ที่ 70 รอบต่อนาที(หน่วยนี่ไม่แน่ใจนะคะ)
2.การใช้นิ้วโป้งในการกดเครื่องมือเพื่อดูแรงของเราที่สามารถกดได้ และการบีบมือเพื่อวัดค่า อีกทั้งการทดสอบขึ้นลงบันไดจำนวน 5 ขั้นคะ
3.การผลักและดึง ลักษณะคล้ายกับรถเข็นที่ไม่มีลูกล้อ โดยมีน้ำหนักบนรถอยู่ที่ 40 กก. ซึ่งในส่วนนี้ ผู้หญิงสามารถขอลดน้ำหนักลงได้ 10 กก. คะ เหลือที่ 30 กก. แต่นุ่นถึกคะ 40 โลไปเลยย
4.การยกกล่องไม้ที่บรรจุน้ำหนัก ซึ่งผู้ชายจะใช้น้ำหนัก 40 กก. และผู้หญิง 25 กก.คะ รวมถึงการยกของน้ำหนัก 20 กก. แล้วทำการเดินวนระยะทางไปกลับน่าจะประมาณ 15 เมตรได้ค่ะ จำนวน 3 รอบ และสุดท้ายคือการเดินขึ้นลงบรรไดโดยถือของหนัก 10 กก. ด้วยคะ

หลังจากนั้นก็เป็นการรอสัมภาษณ์ของนุ่นคะ
โดยคิวการสัมภาษณ์ของนุ่นคือ 14.00 น. แต่ได้สัมภาษณ์จริงเวลา 13.15 น.ค่ะ ออกจากห้องก็เวลา 14.20 น. ของนุ่นใช้เวลา 1 ชั่วโมง 5 นาที ซึ่งคนอื่นๆก็ใช้เวลาราวๆนี้คะ อาจจะน้อยหรือมากกว่านี้เล็กน้อยคะ

มาถึงรายละเอียดของการสัมภาษณ์นะคะ
การสัมภาษณ์จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ห้องคะ โดยแต่ละคนก็จะถูกจัดคิวแตกต่างกันไป ซึ่งนุ่นได้สัมภาษณ์ในห้องที่ 2 ซึ่งประกอบไปด้วย คณะกรรมการชาย 2 ท่าน และหญิง(HR) 1 ท่าน
การสัมภาษณ์เริ่มต้นด้วยการให้แนะนำตัวเองเป็นภาษไทยคะ
โดยคำถามที่นุ่นเจอก็อย่างเช่น
-อธิบายงานที่ทำอยู่ ทำไมถึงออกจากงานที่เก่า
-เคยเสนออะไรที่เป็นประโยชน์ไหม
-เคยเป็นผู้นำอะไรบ้าง
-ทำไมคุณเลือกที่จะย้อนกลับมาเรียน ปวส. ทั้งๆที่คุณจบปริญญาตรีมาแล้ว (คือนุ่นเรียนเทียบโอนมาคะ)
-เคยทำอะไรที่เกี่ยวกับช่างเทคนิคบ้าง
-อธิบายโครงสร้างของวัสดุ(เหล็ก) อันนี้คำถามจากวุฒิป.ตรีคะ ทำอย่างไรให้เหล็กมีคุณภาพที่ดีขึ้น
-ตอนเรียนปวส.เรียนอะไรมาบ้าง ให้อธิบายรายวิชาสองรายวิชาคือ การออกแบบระบบไฟฟ้า และเครื่องมือวัดคะ ในส่วนของเครื่องมือวัดก็วาดวงจรมาให้ แล้วก็ถามว่าควรใช้มิเตอร์ต่อแบบไหนบ้าง ประมาณนี้คะ
-พ่อแม่ทำงานอะไร
-สิ่งที่คิดว่าเสียใจที่สุดในชีวิต แล้วคุณจัดการกับมันยังไง
-อธิบายว่าช่างเทคนิคในออฟชอร์เค้าทำอะไรกันบ้าง

หลักๆก็ประมาณนี้นะคะ แต่มันก็ยังมีอีกหลายคำถามคะ แต่นึกไม่ออก ^^ ซึ่งพอคณะกรรมการถามเสร็จ ก็เปิดโอกาสให้เราถามคำถามคะ ซึ่งนุ่นก็ถามไปหลายข้อพอสมควร และคำตอบที่ได้รับก็ชัดเจนมากๆคะ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ของนุ่น

พอนุ่นเดินออกมาเอาของ เอาเอกสารให้พี่ๆเชฟรอน
อยู่ๆพี่ HR ก็เดินออกมาหานุ่นคะ บอกว่าพี่ขอถามอะไรเราอีกอย่างได้มั้ย นุ่นก็เลยตอบว่าได้คะ พี่เค้าถามว่างั้นพี่ขอถามเป็นภาษาอังกฤษนะ พี่เค้าถามว่าทำไมอยากทำงานกับเชพรอน นุ่นก็เลยตอบไปเลยคะ ตามที่เข้าใจ แต่คำตอบก็ตะกุกตะกักบ้างคะ เพราะไม่ได้ตั้งตัวเลย

สุดท้ายนี้ก็หวังว่าสิ่งที่นุ่นนำมาเล่า คงจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆและรุ่นต่อๆไปนะคะ และก็หวังว่านุ่นจะได้เจอเพื่อนๆในบล็อกนี้ และเพื่อนๆคนอื่นๆที่ศูนย์เศรษฐพัฒน์นะคะ ^^ ....นุ่น....

โดย : noon วันที่: 4 กันยายน 2558 เวลา: 11:34:43 น.

มาแชร์ประสบการณ์เสียวของผม ก็วันที่ 4 กย 2558 ห้องสัมภาษณ์หมายเลข 4 ผมโดนคิวทอง ช่วง 11.00 -12.00 
ไม่มีอะไรมากครับผมจับเวลาสัมภาษณ์แล้วแค่ ประมาณ 35 นาทีเอง!! (น้อยจน ใจตกอยู่ตาตุ่มละครับ T T )
ส่วนคำถามที่โดนกะไม่มีอะไรมากครับ หลักๆกะเรื่อง
- งานที่ทำ
- ความปลอดภัยในการทำงาน
- ความเป็นผู้นำ
- สุดท้ายภาคภาษาอังกฤษ โดนถามทำไมถึงอยากทำงานกับ chevron ?
แค่นี้แหละครับ ไม่มีคำถามทาง ช่างเลย.... (มันน้อยจนผมใจเสีย นิดๆ )
เหมือนทางกรรมการจะ บรีฟเวลามากๆ ช่วงที่ให้ถามกลับ ทางพี่ HR (ผมเดาว่าน่าจะใช่เพราะเป็นผู้หญิง) บอกว่า "..เดียวพี่ให้เวลาอีกประมาณ 1 นาทีนะค่ะ " เอาละครับ (ความซวยมาเยือน ..) ผมเตรียมคำถามไว้เป็นสิบ เลยต้องรีบถาม ได้อยู่ 2 คำถาม 
เฮ้อ.....T T 
อาจจะต้องซื้อแห้วเข่งใหญ่รอไว้ เพราะ ความหวังมันริบหรี่เหลือเกิน 
แต่ยังไงก็ เหมือน ยกภูเขาออกใจจิตใจละ .... หาย เสียวทันทีหลังจากเสร็จการสัมภาษณ์
...ก็ขอโอยพร ให้ ทุกๆคนผ่านเด้อจร้า หวังว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะจ๊ะ


โดย: Jetsadaporn IP: 61.91.149.165 วันที่: 8 กันยายน 2558 เวลา:12:52:09 น.

บ. halliburton  ตำแหน่ง associate field professional logging and perforating เดือนสิงหาคม ปี 58 

ช่วงแรกจะเป็นการให้ทำข้อสอบข้อเขียนสามข้อโดยพี่ที่สัมภาษณ์จะเป็นคนให้โจทย์มา 
-1 ให้หาแรงดันที่ก้นหลุม โดยให้ ค่า S.G ของน้ำโคลน 
-2 ให้คำนวณค่ากระแสไฟฟ้าจากวงจร
-3 ให้คำนวณอัตราทดเฟือง
โดยระหว่างที่ผมทำก็จะชวนคุยไปเรื่อยๆ ซึ่งพี่เค้าก็พูดตรงๆว่าต้องการรบกวนสมาธิผม

ช่วงที่ 2 ก็จะสัมภาษณ์คุยกันเป็นภาษาอังกฤษครับ ให้แนะนำตัวเอง ถามว่าเคยทำโปรเจคตอนเรียน ทำกิจกกรมอะไรอย่างอื่นรึปล่าว

ช่วงสุดท้ายจะคุยกันเป็นภาษาไทยครับ คำถามก็จะเป็นแนววัดทัศนคติเรื่องการทำงานกับคนที่มีประสบการณ์มากกว่าให้เค้าทำงานตามเทคนิคใหม่ๆตามคำสั่งของเราที่ได้ไปอบรมมา ซึ่งผมก็ตอบไปว่า xxx แล้วก็มีคำถามเชิงเทคนิคมาด้วยครับ พี่เค้าถามว่ารู้จักประแจคอม้ามั้ย เคยต่อท่อน้ำที่บ้านบ้าง แล้วพี่เค้าก็ถามต่อว่าแล้วรู้จักค่า ID OD รึปล่าว พอเสร็จจากคำถามนี้พี่เค้าก็ถามอีกว่า weakness ของน้องคืออะไร




 

Create Date : 02 ตุลาคม 2557    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2559 15:20:00 น.
Counter : 7685 Pageviews.  

"คำถามจริง" ที่โดนถามในการสัมภาษณ์ ข้อเขียน บ.ในวงการฯ เพื่อนๆจำเอามาแบ่งปัน (part 15) update 23/9

WF 11 ราวๆ กพ. 2013

มาแชร์บ้างครับ เริ่มเลย ผมเข้าห้องไปครูฝึกเปิดประตูให้ด้วยครับ กรรมการแซวว่า แหมมีคนเปิดประตูให้ด้วย พอจากนั่งลงพี่ HR ไล่ลำดับ ให้เราพูดแนะนำตัว เป็นภาษาอังกฤษ พูดงานที่เกี่ยวข้องที่เคยทำมา พอหลังจากนั้นก็ถามเป็นภาษาไทย

-Family Background บ้านผมเปิดร้านเกม เค้าถามตั้งแต่ วางสายแลน ลงโปรแกรม การแก้ปัญหา
-ถามเรื่องฝึกงาน รายละเอียดการฝึกงาน(ถามละเอียดมากครับ)
-ถามว่าวิชานี้ทำไมถึงตก มันเกิดอะไรขึ้น
-ถามว่าจบมาตั้งแต่เดือนไหน ทำไมถึงยังไม่ทำงาน ผมตอบว่า หลังจบก็มาอ่าน TOEIC พอได้คะแนนมา ก็เริ่มสมัครงาน กรรมการพยักหน้า แล้วพูดว่าเป็นขั้นเป็นตอนดี
-แล้วพี่HRถามว่าเคยรื้อเคยซ่อมอะไรบ้างไหม ผมบอก พัดลม หลอดไฟ กลอนประตู กรรมการถามต่อว่าถอดพัดลมอย่างไร ผมลำดับ แล้วอธิบายให้ฟัง พอถึงที่ล็อกใบพัดกรรมการถามว่าหมุนทางไหน ผมอธิบายและทำท่าให้ดูว่าจับอย่างไรหมุนอย่างไร กรรมถามซ้ำตกลงหมุนทางไหน ผมบอกยังงงๆอยู่เลยครับ เพราะมันไม่เหมือนเกลียวปกติ กรรมการหัวเราะ แต่มีท่านนึงบอกว่าอันนี้ยากจริง ผมยังงงอยู่เลย
-ถามเกี่ยวกับ workforce : ผมก็ไล่รายละเอียดให้ฟังแล้วบอกว่าครูฝึกเป็นหน่วยซีล ฝึกแบบรบพิเศษ กรรมการฮากันทั้งห้อง บอกได้ยินแบบนี้แล้วยังกล้ามาอีกหรอ แล้วเค้าก็บอกเดี๋ยวนี้ฝึกเหมือนลูกเสือแล้ว 55
-สุดท้ายกรรมการให้ถามกลับ ถามเสร็จเรียบร้อยกรรมการยิ้มแย้มดีครับ พาผมรู้สึกดีไปด้วย ^^

ขอบคุณพื้นที่ด้วยครับ ปล.ขออภัยครับ ผมเรียบเรียงไม่ค่อยเก่ง

โดย: GC IP: 110.77.215.181 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:52:43 น.

==============================

WF#11

สอบสัมภาษณ์ ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2557

เริ่มแรกให้แนะนำตัวเป็นภาษอังกฤษตามหัวข้อเลยครับ หลังจากนั้นก็ยิงคำถามมาเป็นภาษาอังกฤษมา 1 คำถามเกี่ยวกับ Success ที่ผมได้ Present ไปก่อนหน้านี้ผมเคยได้แชมป์แข่งรถมอเตอร์ไซด์นะครับ จากนั้นก็ต่อด้วยภาษาไทยเลยครับ

- แข่งรถไม่กลัวบ้างหรอ (ไม่ครับ มีชุดแข่งที่แน่นหนาทำให้มั่นใจมากขึ้น)
- แล้วตอนนี้ขับรถเร็วไหม (ไม่ครับ )
- ทำไม (ผมกลัวรถจะพังครับ แต่ที่จริงอยากตอบว่ากลัวอันตรายจะเกิด แล้วส่งผลกระทบกับคนรอบข้างและคงหมดวัยแล้ว แต่ไม่ได้ตอบพลาดเลย)
- รู้จักโครงการนี้ได้ยังไง แล้วรู้อะไรเกี่ยวกับโครงการนี้บ้าง (ผมก็ตอบไปว่ามีเพื่อนทำอยู่ครับ และต้องเรียนในวิชาที่เกี่ยวข้องกับสายงานปิโตรเลียม อันนี้ตอบได้หมดนะครับ)
- ทำอะไรบ้างที่ทำงานเดิม ผมก็เล่าไปซักพักเนื่องจากที่ทำงานผมอยู่ในนิคมมาบตาพุดอยู่แล้วที่เป็นบริษัท Top 3 ในมาบตาพุด และหน้าที่ผมก็ค่อนข้างที่จะมากเมื่อเทียบกับวุฒิ ปวส ช่างเทคนิคผลิตทั่วไปกับโรงงานอืน รวมถึงต้องทำ LAB /SWP Issuer เองด้วย ระหว่างนั้นเขาก็จะแทรกคำถามมาเป็นระยะ เพื่อถามในส่วนที่เขายังสงสัยเช่น Air Compressor ทำงานยังไง ที่ทำงานใช้กี่ Bar และกี่ PSI , หลักการของ Chiller ทำงานยังไง ใช้น้ำยาอะไร
- Working at Hieght ต้องดูอะไรบ้างก่อนจะขึ้นทำงานที่สูง (ก็ดูสภาพที่ทำงานครับว่าเป็นยังไงมีกี่เกี่ยวของตะขอกันตกหรือป่าว # ลืมบอกไปว่าต้องดู Tag inspection และ สภาพของ Safety Hardness
- Red Tag Isolation ทำยังไง หยุดแล้วใครจะรับช่วงต่อ(คือว่าที่ทำงานผมทำ 2 วัน หยุด 2 วันนะครับ)
- Create / Update Procedure ทำยังไงเคยไม่ได้ Approved บ้างไหม (ผมตอบว่าเคยมีที่ไม่Approved ครับ)
- มี Program Safety อะไรบ้าง แล้วเคย Make ไหม (ผมตอบไปว่าเคยบ้างครับเนื่องจากผมมี BBP/PTA/LER ที่เกี่ยวข้อง EH&S ครับ)
- ให้เล่า Process มาให้พอเข้าใจและเห็นภาพ
- ที่ทำงานมีการซ้อมแผนดับเพลิงบ่อยไหม (ก็ปีละครั้งครับตามกฏหมายครับ) แล้วมีหน้าที่อะไร (ประเมิณสถานการณ์หากเจอเองและดับได้ก็ดับ แต่ถ้าไม่ได้ให้แจ้งผู้ทำงานที่เกี่ยวข้องให้รับทราบ ลืมบอกไปว่าแจ้งผู้รับเหมาหรือช่างที่ทำงานอยู่ให้ไปรวมที่จุดรวมพลและยกเลิก SWP ทั้งหมด แอบเสียดายพลาดเลย

**แล้วก็มาเรื่องจิตวิทยาครับ**

- ทำไมถึงอยากเปลี่ยนงาน (ตอบไปว่าอยากกลับไปใช้ชีวิตอยู่บ้านนอก อยากมีเวลาอยู่กับครอบครัวให้มากกว่านี้
- กรรมการก็บอกว่างั้นกรรมการก็บาปสิ แยกลูกแยกเมียกัน พอดีผมมีลูกชายอยู่ที่บ้านนอกอยู่แล้วครับ และถ้าหากได้จริง ๆ ก็คงต้องให้แฟนทำงานรอไปซักระยะนึงระหว่างที่ผมฝึก 6 เดือนครับ
- ที่ทำงานเก่าให้เงินเยอะขนาดนี้ 3.5-4 K. มาทำที่นี่ไม่ถึงน่ะ (ไม่เป็นไรครับ ผมคิดว่าไปอยู่บ้านนอกไม่น่าจะมีรายจ่ายอะไรมาก)
- วันหยุดเยอะขนาดนี้ทำอะไร (เล่นอินเตอร์เน็ตปั่นจักรยานเล่นริมทะเลตอนเย็น ลืมบอกอีกว่าต้องซักผ้ารีดผ้าเองในกรณีที่แฟนทำงานครับ HR บอกมีครบเลยนะ รถยนต์/มอไซด์/จักรยาน

##ท้ายสุดตามสูตรครับ กรรมการจะถามว่ามีอะไรจะถามหรือป่าว
คือเนื่องจากผมเป็นคนที่ชอบสงสัยอยู่แล้ว และได้เตรียมการในสิ่งที่ผมสงสัยไว้ในสมุดโน๊ตมาด้วย จึงได้ขออนุญาตหยิบสมุดโน๊ตออกมาและถามไปดังนี้นี้ครับ

1. เครื่องักรอุปกรณ์ที่อยู่ใต้น้ำมีวิธีการในการ PPM/MTC ยังไง
2. หลุมที่ขุดเจาะเสร็จแล้วใช้วิธีไหนในการปิด
3. หลุดที่ขุดเจาะใช้เครื่องมืออะไรในการ control pressure ที่มากขนาดนั้น

ระหว่างนั้นกรรมการจะตอบให้เราทีละข้อที่ถามครับ เสร็จแล้วก็จะมีกรรมการอีกท่านหนึ่งถามกลับมาว่า ไม่กลัวบ้างหรอว่าที่ถามมากรรมการจะไม่ตอบ

ผมตอบไปว่าไม่กลัวครับ แล้ว HR ก็ถามว่า ไปเอาคำถามมากจากไหนถึงได้ถามอย่างนี้ Internet หรือป่าว ผมตอบว่า ป่าวครับ คือเป็นนิสัยส่วนตัวของผมอยู่แล้วครับที่เป็นคนช่างสงสัย

เสร็จแล้ว ครับการสัมภาษณ์ของผม ประมาณนี้ที่จำได้ เห็นแฟนรออยู่หน้าห้องสอบบอกว่านานมาก นานกว่าคนก่อน ๆ อีก เราก็อยากคุยมากกว่านี้นะครับ คือแบบว่ากำลังไหลลื่นเลย หมดเวลาก่อน

โดย : จีระศักดิ์ วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา: 13:37:33 น.

==============================

Mechanical Engineer - PumpTek (Thailand) Limited

เพิ่งสัมภาษณ์เสร็จสดๆร้อนๆเลยครับ เป็น All English interview ครับ คนสัมภาษณ์ 2 คน สก็อตแลนด์คนนึง สเปนอีกคนนึง(สำเนียงสเปนฟังไม่ออกเลยครับ) ตอนแรกเค้าจะบรีฟเกี่ยวกับบริษัท และ ตำแหน่งที่เค้าสัมภาษณ์ก่อนว่าจะทำอะไร แล้วก็ถามว่า เราทำไมถึงสนใจตำแหน่งนี้ โดยเฉพาะของผมซึ่งการเรียนและประสบการณ์ไม่ตรงเลย ทำไมไม่สมัครตำแหน่งอื่น แล้วก็ถามว่าผมใช้รถอะไร ปีไหน เคยซ่อมรถมั้ย อยู่บ้านเคยซ่อมอะไรที่บ้านมั้ย

ถามว่าที่ทำงานเก่าเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับ oil & Gas มั้ย ของผมไม่มีให้ Introduce yourself ไม่มีถามลักษณะนิสัยเลยครับ ถามว่าต้องการเงินเดือนเท่าไหร่ ผมก็ตอบว่าคิดว่าน่าจะเท่าที่เก่าที่รวมค่าต่างจังหวัด เพราะผมไม่มีข้อมูลโครงสร้างบริษัทเค้าเลย เค้าก็บอก โอเคเค้าไม่มีปัญหา (แต่ผมว่าผมเรียกสูงไปนะ เผื่อเค้าต่อ สงสัยไม่คิดจะรับเลยไม่ต่อเลย ฮ่าๆๆ)

แล้วเค้าก็ให้ผมถามกลับ เค้าบอกว่าบริษัทเค้าเพิ่งตั้งในไทยมาปีครึ่ง แต่เค้ามีประสบการณ์เรื่องปั๊มมากกว่า 30 ปี ครับ แอบรู้มาว่าเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน สัมภาษณ์ไปประมาณ 40 นาทีครับ ฟังคนสเปนไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่คนสก็อตแลนด์สำเนียงชัด และ ฟังง่าย ถ้าเราทำเหมือนไม่เข้าใจ เค้าจะทวนให้ช้าลงและใช้คำที่ง่ายขึ้นครับ ของผมโอกาสได้งานนี้คงน้อย (QA/QC Engineer) เพราะที่ตอบเรื่องประสบการณ์ไม่ตรงผมตอบได้ไม่ค่อยดี แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยครับ ที่สำคัญรอบนี้ผมตื่นเต้นด้วย ต้องไปเตรียมตัวใหม่ เผื่อมีโอกาสที่อื่นด้วย หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆนะครับ

ปล. ผมใช้เทคนิคเตรียมคำถามไปถามเค้าตามคำแนะนำของพี่นกไป ดูเค้าค่อนข้างพอใจเลยครับ ^^

โดย : Nattapol Mix วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา: 15:01:17 น.

===================================================

สอบสัมภาษณ์ Field Engineer Schlumberger

ครั้งนี้ผมขอเล่าประสบการณ์สอบสัมภาษณ์ที่ Schlumberger นะครับ เผื่อเป็นประโยชน์ของคนอื่นๆ ... (Halliburton เงียบไปเกือบ 2 เดือนแล้ว หลังจากสอบข้อเขียน T T) ผมส่งใบสมัครในเวปช่วงปลายมกราคมครับ ตำแหน่ง Field Engineer แล้วช่วงปลายมีนาคมก็มีโทรศัพท์เข้ามาเป็นการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

1. ถามชื่อ ตำแน่งที่สมัคร สาขาที่เรียน
2. รู้จัก SLB ไหม / SLB ทำงานเกี่ยวกับอะไร
3. ทำไหมถึงอยากทำงานด้านขุดเจาะน้ำมัน ทั้งๆ ที่วิศวะเคมีไม่ค่อยเกี่ยวเลยนะ
4. ให้เล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาหน่อย และคิดว่าได้เรียนรู้อะไรจากตรงนั้น (ภาษาอังกฤษ)
5. ชอบเล่นกีฬาไหม / ชอบเล่นอะไร (ภาษาอังกฤษ)
6. สามารถทำงานที่ต้องพักนานๆ หลายวันได้ไหม หรือที่ทำงานไกลๆ (ภาษาอังกฤษ)

ใช้เวลาทั้งหมด 10 นาที ส่วนผมเองก็ตอบเรื่อยๆ นะครับไม่ได้ตื่นเต้นอะไร อาจจะมีช่วงภาษาอังกฤษที่ไม่เรื่อยเหมือนภาษาไทย และก็ไม่ตรงตามแกรมม่าสักเท่าไร เพราะผมนึกอะไรออกก็พูดไปตามนั้น ถ้าได้ผ่านเข้ารอบต่อไปจะมาเล่าให้ฟังครับ ^^

===========================================

PTTEP ADP well engineering 2014 มกราคม

สวัสดีครับพี่นก ผมติดตามอ่านblogของพี่นกมา2ปีแล้วครับ ขอขอบคุณพี่นกมากๆที่ได้แบ่งปันประสบการณ์และความรู้มากมาย ช่วงนี้เพิ่งสอบเสร็จพอดีเลยมีจังหวะมาแชร์ประสบการณ์สอบสัมภาษณ์ให้เพื่อนๆคนอื่นฟังแล้วก็มีคำถามมาถามพี่นกด้วยครับ

ตำแหน่ง well engineer ของ pttep (ADP 2014) ช่วงเดือนมกรา57 จริงๆมีสัมภาษณ์2รอบ แต่รอบแรกเป็นการสัมภาษณ์กับ HR ซึ่งเหมือนกับที่เพื่อนๆคนอื่นเล่า ผมเลยขอพูดถึงรอบ2อย่างเดียวนะครับ คณะกรรมการมี 4 คน เป็น HR 1คน engineer 3คน (ไทย 2 ต่างชาติ 1)


เริ่มด้วยให้อธิบายวิชาที่ถนัดที่สุด เลือก thermo2 แล้วก็อธิบายเกี่ยวกับพวกหอกลั่น (จบวิศวเคมีคับ) เค้าก็จะถามเป็นระยะ คำถามเท่าที่จำได้มี

1. ในboilerของหอกลั่นใช้อะไรเป็น heating medium
2. ทำไมสารตัวไหนออกด้านบนหอ ทำไมตัวไหนออกด้านล่างหอเพราะอะไร
3. ถ้าเปลี่ยนสารในนั้นเป็น crude oil อะไรจะออกบน ออกล่าง
4. ให้เขียนชื่อ+วาดสูตรโครงสร้างของสารC1, C2, C3, C4
5. Entropy คืออะไร อธิบายมาให้เข้าใจ

ต่อมาให้อธิบาย senior project เนื่องจาก project ที่ผมทำมีปฎิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับ H2S เลยโดนจัดหนักมาก แล้วถามต่อว่า H2S กับอากาศอันไหนหนักกว่า ที่ถูกคือ H2S หนักกว่านะครับ ต่อมาถามเกี่ยวกับฝึกงาน ผมฝึก process engineer เลยโดนถามเกี่ยวกับ พวก pump, seperator, piping, pressure vessel ไม่ลงลึกแต่จะเน้น conceptมากกว่า ประมาณว่า

1. ทำไมถึงต้องติดpumpตรงนี้
2. ทำไม separator ถึงใช้แบบ 2 phaseไม่ใช้แบบ 3 phase
3. ทำไมจุดนี้ต้องมี control valve
4. รู้ได้ไงว่าของไหลในท่อไหลแบบ laminar หรือ turbulent
5. ระหว่างการไหลทำไม pressure ในท่อถึงลดลงเรื่อยๆ
6. เขียนสูตร Reynolds number

ส่วนสุดท้ายเป็นคำถามทั่วไปถามว่า จบเคมีทำไมมาสมัคร upstream ไม่ไป downstream จะเรียนต่อมั้ย สมัครงานบริษัทน้ำมันหรือserviceอื่นๆไว้หรือเปล่า โอเคมั้ยที่ต้องไปอยู่fieldทั้งบนบก ในทะเล ประเทศที่กันดาร แล้วก็มีอะไรอยากถามมั้ย

คำถามที่อยากถามจากพี่นกคือ

(1) ลักษณะการทำงานว่าเราจะต้องไปๆกลับๆระหว่างออฟฟิศกับ field หรือว่าอยู่แต่ที่ field ตลอดเลย
ในช่วงแรกมักจะต้องออกไปหน้างานเสียก่อนสัก 2 - 3 ปี แล้วค่อยกลับเข้ามาในออฟฟิต

(2) มีโอกาสที่บริษัทจะส่งเราไปทำงานที่ต่างประเทศมากน้อยแค่ไหนครับ
ได้ไปแน่นอนครับ จะช้าหรือเร็วเท่านั้น

(3) career path ของตำแหน่งนี้เป็นยังไงบ้างครับ
เป็นสายหลักสายหนึ่งของหมวด well construction ครับ ไปได้ไกลมากๆครับ ไม่ต้องห่วงเรื่องทางไปเลยครับ

============================

Electro Mechanical LWD Technician Level III -Halliburton ปลายมีนา 2557

ข้อสอบที่ไปสอบตึก Suntowers มาครับ English Test 30 ข้อ แต่ IQ Test 50 ข้อ ให้เวลาทั้งหมด 1.30 ชม.

English Test แบ่ง เป็น 3 Part, Part ละ 10 ข้อ
1. Error sentence 10
2. Incomplete sentence 10
3. Reading 10 ข้อ เรื่องเกี่ยวกับ แมลง

IQ Test มี 50 ข้อ เนื้อหาเหมือนเดิมครับ พวกเลขอนุกรม หาที่ผิดในเลขอนุกรม, มีรูปเต็มๆให้ แล้วถามว่า Jigsaw ข้อไหน, อนุกรมรูปภาพ ถามรูปต่อไปเป็นรูปอะไร, กล่องคลี่มา แล้วก็ให้ต่อกลับเป็นกล่อง

โดย: Nut IP: 192.99.14.34 วันที่: 27 มีนาคม 2557 เวลา:12:48:23 น.

============================

Holistic Engineer Program / ADP Program ของ PTTEP 2014

การรับสมัครโครงการ Holistic Engineer Program / ADP Program ปีนี้ มีการสอบคัดเลือกเบื้องต้น 1 รอบ เป็นการสอบ Aptitude + Basic Engineering ซึ่งตัว Aptitude Test ก็เหมือนๆกับที่ท่านอื่นเคยนำตัวอย่างมาบอกในบล็อกนี้ ส่วน Basic Engineering นั้น จะเป็นข้อสอบที่ครอบคลุมทั้ง เครื่องกล เคมี ไฟฟ้า ระบบวัดคุม โยธา ซึ่งใครรู้กว้างก็จะได้เปรียบไป เนื้อหาเป็นช่วงปี 1-2 ของทุกสาขา และมีเรื่องเกี่ยวกับแท่นออกด้วย เช่น โครงสร้างใช้เหล็กประเภทไหน ระบบไฟฟ้าบนแท่น เป็นต้น

ส่วนการเข้าค่ายคัดเลือกถูกยกเลิกไปเนื่องจากเหตุการณ์ทางการเมืองในกรุงเทพ เมื่อสอบผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นแล้ว จะมีการแยกผู้ผ่านการคัดเลือกเป็น 2 โครงการ ซึ่งผู้สมัครเป็นผู้เลือกตอนส่งใบสมัคร คือ

- Holistic Engineer Program
- ADP Program

ผู้ผ่านการคัดเลือกรอบที่ 1 จะถูกเรียกมาสัมภาษณ์รอบแรก โดยผมสมัครโครงการ ADP ถูกสัมภาษณ์โดย HR 1 ท่าน เป็นการถามโดยทั่วๆไปไม่ลงลึกทางเทคนิค ผมมีแฟ้มผลงานไปด้วยก็ถูกถามเกี่ยวกับผลงานที่ทำ เรื่องการทำงานร่วมกับผู้อื่น มีสถาณการณ์สมมติถ้ามีปัญหาจะแก้ปัญหาอย่างไร เป็นต้น

รอซักสองสัปดาห์ก็ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสัมภาษณ์รอบแรก โดยผู้สมัครโครงการ Holistic Engineer Program จะถูกเรียกไปสัมภาษณ์รอบที่ 2 เลย
แต่โครงการ ADP จะต้องทำการสอบข้อเขียน 42 ข้อ ให้เวลา 8 ชั่วโมง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการคัดเลือกรอบสุกท้าย และทำการเรียกสัมภาษณ์รอบสุดท้าย โดยคณะผู้สัมภาษณ์มีประมาณ 8-9 ท่าน ประกอบไปด้วยวิศวกรไทยประมาณ 5 ท่าน และต่างชาติอีก 3-4 ท่าน โดยใช้ภาษาอังกฤษตลอดการสัมภาษณ์

ในการสัมภาษณ์รอบสุดท้ายของโครงการ ADP จะเป็นการสัมภาษณ์โดยเราพรีเซนต์สิ่งที่เรารู้ ตัวอย่างคำถามเช่น
- ชอบเรียนวิชาอะไร ถนัดวิชาอะไร เมื่อเราตอบไป เค้าก็จะบอกให้เราเขียนอธิบายบนไวท์บอร์ด ไปเรื่อยๆ
- เมื่อเราพูดอะไรไป แล้วทางกรรมการสนใจ เค้าก็จะถามจากที่เราพูดไปเช่น เรารู้จักคำว่า Well Completion เค้าก็จะให้เราอธิบายว่า Well Completion คืออะไร
- เคยทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็นทีมหรือไม่ ถามเคยบทบาทเป็นอย่างไร เคยทำงานร่วมกับชาวต่างชาติหรือไม่
- การสัมภาษณ์สามารถนำเอกสารผลงานเข้าไปให้คณะกรรมการดูได้ ใครมีผลงานเยอะ เค้าก็อาจจะถามเกี่ยวกับผลงานที่เราเคยทำ

เท่าที่คุยกับผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ท่านอื่น คำถามไม่ค่อยจะเหมือนกันเท่าไหร่ คือไม่มีคำถามที่วางไว้แน่นอน แล้วแต่สถาณการณ์พาไปครับ

ขอบคุณบล็อกพี่นกมากครับ ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในสายงานนี้ ผมจบเครื่องกลเกรดน่ารักๆ น้อยกว่า 3.00 ไปเกือบ 10% ไม่คิดว่าจะมีโอกาสนี้ในชีวิต

เพิ่มเติมสำหรับคำถามจากการสัมภาษณ์รอบที่ 2 โครงการ ADP 2014 ครับ

- อธิบายวิชาที่ถนัด ที่ชอบมากที่สุด
- ทำไมถึงสนใจด้านนี้เพราะโปรไฟล์ไม่เกี่ยวข้องกับด้านนี้เท่าไหร่ รวมไปถึง senior project
- อธิบายขั้นตอนการขุดเจาะเท่าที่รู้
- รู้จัก perforating หรือเปล่า ให้อธิบาย
- ทำไมต้องซีเมนต์หลุมในเมื่อท่อเหล็กก็แข็งแรงอยู่แล้ว
- อธิบายว่า Well Completion คืออะไร
- ให้บอกความแตกต่างของปั้ม (Centrigufal, Reciprocating)
- หลักการออกแบบปั้ม ESP
- เคยสมัครโครงการนี้ในปีที่แล้วหรือไม่ ถ้าเคย ผลเป็นอย่างไรบ้าง
- สมัครงานบริษัทอื่นนอกจาก PTTEP แล้วผลเป็นอย่างไร
- ทำไมไม่ฝึกงานบริษัทใน oil&gas (ผมฝึกบริษัทเกี่ยวกับการคมนาคมทางอากาศ)
- ทำไมถึงเลือกตำแหน่งนี้ ถ้าให้ทำตำแหน่งอื่นได้หรือไม่ ( มีให้เลือก 3 ตำแหน่งคือ Drilling Eng., Well Eng., Production Technology Eng.)

รวมๆแล้วการสัมภาาณ์รอบสุดท้ายใช้เวลาประมาณ 50 นาที

โดย: Phonetic IP: 115.67.4.30 วันที่: 5 เมษายน 2557 เวลา:17:52:33 น.

=========================

ประสบการณ์สอบสัมภาษณ์ที่ Schlumberger ราวๆต้น ปี 2014

ขอเริ่มเล่าประสบการณ์ทำกิจกรรมกลุ่ม SLB เลยนะครับ

ในอีเมล์แจ้งมาว่าจะเริ่มต้นเวลา 8.00 ตอนแรกคิดในใจว่า ผมน่าจะมาทันแบบเฉียดฉิวและน่าจะมีใครมาถึงก่อนผมหลายคน เพราะกะเวลาเดินทางผิด เนื่องจากบ้านอยู่ไกลพอสมควร (นี้เป็นเหตุผลอย่างหนึ่งหล่ะครับ ที่ผมไม่อยากทำงานแบบไปเช้าเย็นกลับ ฮ่าๆ) ซึ่งผมไปถึงที่นัดหมายเวลาประมาณ 7.30 ครับ ปรากฎว่าผิดคาดครับ ผมมาถึงเป็นคนแรกครับ มาถึงแล้วก็แลกบัตรก่อนขึ้นตึกไปตามระเบียบ ระหว่างนั้นก็เจอผู้มาทำกิจกรรมกลุ่มเหมือนกันครับ ก็เลยพูดคุยทำความรู้จักกัน จากนั้นก็เริ่มมากันเรื่อยๆ ผมก็ทำความสนิทสนมไปสัก 3-4 คน เพราะอ่านมาจากบล๊อกของพี่ว่าต้องทำงานร่วมกัน ก็เลยทำความคุ้นเคยกัน เผื่อว่าจะได้อยู่กลุ่มเดียวกัน งานจะได้ออกมาราบรื่น (ผลปรากฎว่าทั้งหมดไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกันเลยครับ)

ช่วงแรกก็มีพี่ SLB มาแนะนำบริษัทครับ ว่าเป็นบริษัทเกี่ยวกับอะไร มีแผนกอะไรบ้าง อนาคตเป็นอย่างไร (เหมือนตอนฟัง Career Talk ที่ SLB มาตามมหาลัยต่างๆ เลยครับ ผมยังจำพี่ที่เป็นกรรมการคนหนึ่งได้เลยครับ ว่าใช้พี่ลูกแก้วหรือเปล่า ผมจำพี่ได้ตอนพี่มาพูดที่ลาดกระบัง ฮ่าๆ แอบตีซี้กรรมการไป) พอพรีเซ็นต์เสร็จแต่เปิดโอกาสให้ถามคำถามครับ แต่ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษหมดนะครับ ผมก็ยิงคำถามที่สงสัยไปบ้าง (ถือโอกาสทดสอบทฤษฏีที่ว่า ถ้าเขาให้ถาม ต้องถามไป ก็เลยถามทุกครั้งที่มีจังหวะและสงสัย ฮ่าๆ) จากนั้นก็ให้พักสักเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มให้แต่ละคนออกมาแนะนำตัว + ข้อดีข้อเสีย + เหตุผลที่อยากทำงานที่นี่ ใช้เวลา 3 นาทีตามที่อีเมล์แจ้งมาครับ ต้องขอย้ำนะครับว่า 3 นาทีจริงๆ เพราะถ้าเกินพี่เขาจะให้หยุดทันทีครับ บางคนเตรียมตัวมาดีก็รอดไป คนไหนเตรียมตัวมาน้อยก็รู้ได้ทันทีเลยครับ ผมเห็นบางคนแอบดูที่จดมานะครับ ซึ่งพี่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ผมคิดว่าน่าจะมีผลต่อคะแนนอยู่เหมือนกัน ส่วนผมก็ท่องมานานครับ เลยจำได้แม่นและก็ทัน 3 นาที แต่อาจตัดบางบทไปเพราะมีบางจังหวะที่แอบลืม (จองตาคณะกรรมการทีไร ลืมบททุกที ฮ่าๆ) เวลาผมออกไปพูดผมจะเน้นเสียงดังๆ หนักแน่นไว้ก่อนครับ เพราะก่อนหน้านี้ถ้าเสียงใครเบา กรรมการได้ยินไม่ชัด กรรมการก็เตือนทันทีเลยครับ เกือบลืมบอกไปครับ เวลาออกไปพรีเซนต์จะเรียงตามตัวอักษรภาษาอังกฤษนะครับ ใครอักษรตัวแรกๆ ก็ไม่ต้องตื่นเต้นครับ เตรียมตัวดีๆ ไม่มีพลาด พอครบทุกคนก็มีช่วงเวลาพักครับ จากนั้นก็ประกาศรายชื่อกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 5-6 คน รอบนี้มีทั้งหมด 26 คนครับ ช 16 ญ 10 คนโดยประมาณ เกือบทั้งหมดเป็นเด็กจบใหม่ ทั้งป.ตรี ป.โท

ช่วงที่สองเป็นกิจกรรมกลุ่มให้ทำสะพานครับ ให้สูงจากพื้นอย่างน้อย 50 cm และสามารถให้ลูกกอล์ฟเคลื่อนที่ได้ไม่น้อยกว่า 50 cm ครับ โดยมีกระดาษ เทปกาว กรรไกร มาให้ครับ ถ้ากลุ่มไหนสะพานสูง ใช้กระดาษน้อยก็ยิ่งได้คะแนนเพิ่มครับ พี่ๆ เขาก็ให้เวลาแต่ละกลุ่มออกแบบสะพานก่อนครับ กลุ่มผมทำสะพานเป็นลักษณะอุโมงค์ปลายข้างหนึ่งตัน แล้วทำขาตั้งช่วยเพิ่มความสูงครับ แต่กลุ่มผมจะมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งครับ คือทำอุโมงค์ให้มีความชัน เพื่อให้ลูกกอล์ฟกลิ้งได้ (อันนั้นผมเข้าใจผิดเองครับ ว่าต้องปล่อยลูกกอล์ฟอย่างเดียว พลักลูกกอล์ฟไม่ได้ แต่กลุ่มอื่นจะใช้มือพลักลูกกอล์ฟครับ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ทำให้กลุ่มผมทำไม่สำเร็จตอนทดลองจริง เพราะลูกกอล์ฟมันไหลเร็วเกินไป ผมก็ตอบคำถามคณะกรรมการตอนช่วงถาบตอบไปว่าควรลดความชันลงครับ) พอทำไปสักพัก อยู่พี่เขาตะโกนว่าให้ทุกคนเงียบเสียง ตอนนั้นงงมากเลยครับ เพราะเท่าที่อ่านมาไม่เห็นมีใครบอกว่าให้ทุกคนเงียบเสียงเลย แอบนึกในใจว่าพี่เขาโกรธอะไรหรือเปล่า หรือว่าเพราะเราทำผิดกติกา แต่จริงๆ แล้วผมคิดว่าพี่เขาคงอยากทดสอบเราว่า หากต้องทำงานกับคนอื่นที่คุยกันคนละภาษา จะสามารถทำงานร่วมกันได้ไหมมากกว่า พอทำเสร็จก็ทดสอบจริงครับ ถ้าจำไม่ผิดมีกลุ่มที่สามารถใช้งานได้ 2 กลุ่มคน

ช่วงที่สามออกมาพรีเซนต์แต่ละกลุ่มครับ กลุ่มผมเป็นลำดับที่ 2 ครับ เลยคุยกันก่อนว่าให้แต่ละคนพรีเซนต์งานกันอย่างไรบ้าง ซึ่งหลักๆ ก็คือบอกไปครับว่าใครออกแบบส่วนไหน ใครทำอะไรมั้ง ผมก็ออกไปพูดครับว่าผมเป็นคนออกแบบขาตั้ง ซึ่งวัดความสูงโดยใช้ A4 เพราะผมรู้ว่าขนาดกว้าง*ยาวของ A4 เป็นเท่าไร และเสนอไอเดียทำให้อุโมงค์มันมีความชันครับ ส่วนหน้าที่ก็เป็นคนจับเวลา ติดเทปกาว ทำนองนี้ไป (อันนี้ผมแนะนำว่า ให้แต่ละกลุ่มมีหน้าที่จับเวลานะครับ เพราะพี่เขาจะไม่บอกเวลาว่าผ่านไปเท่าไร จะบอกช่วง 2-3 นาทีสุดท้ายแทน) พอพรีเซนต์เสร็จก็เริ่มโดนกรรมการยิงคำถามมาครับ (ผมว่าช่วงนี้ต้องตั้งใจฟังคำถามดีๆ ครับ เพราะว่าคณะกรรมการบางท่านเป็นผู้จัดการแผนกต่างๆ ที่เป็นชาวต่างชาติครับ บางท่านก็พอฟังออก บางท่านก็ฟังยากอยู่) ผมขอแชร์บางคำถามนะครับ เชื่อไหมว่าที่ออกแบบมาจะทำได้ จะปรับปรุงยังไงให้ดีขึ้น ทำไมอุโมงค์ใหญ่จังรู้ไหมว่ามันทำให้โครงสร้างไม่แข็งแรง ไม่รู้หรือว่าลุกกอล์ฟมันขนาดเท่าไร (อันนี้ผมตอบไม่รู้ครับ เพราะตอนลองทำที่บ้าน ผมใช้ไข่วางครับ แต่ไม่แน่ใจว่าคำถามนี้กรรมการอาจจะหมายถึงว่า ไม่เคยสังเกตขนาดลูกกอล์ฟหรือไง พวกตาม TV ข่าวกีฬา) และคำถามเด็ดก็มาปิดท้ายครับว่า จะเลือกใครเป็นหัวหน้า และถ้าเลือกทำงานกับคนในกลุ่ม 2 คน จะเลือกใคร (ผมอยากแนะนำว่า ช่วงถาม-ตอบไม่ได้กดดันอะไรเลยนะครับ ก็พูดคุยกันธรรมดา เหมือนเวลาทำงานหรืออ.ถามตอนอยู่มหาลัยครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปกลัวครับ) ใช้เวลาโดยเฉลี่ยของแต่ละกลุ่มประมาณ 30 นาทีครับ

ช่วงสุดท้ายประกาศผลครับมีผ่านทั้งหมด 11 คนครับ ซึ่งผมไม่ผ่านเข้ารอบต่อไปครับ กลุ่มผมประกอบด้วย ป.โทปิโตร จุฬา (ผ่าน) ป.ตรี วิศวะเคมี ธรรมศาสตร์ (ผ่าน) ป.ตรี วิศวะเคมี เกษตร (ไม่ผ่าน) ป.ตรี ทำงานแล้วเป็น Process Eng. (ไม่ผ่าน)

ผมรู้สึกเสียใจและท้อมากครับ เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ผ่านรอบต่อไป แต่ผมว่าผมทำดีที่สุดแล้ววันนั้น ทั้งการแนะนำตัวที่ออกมาได้อย่างที่ตั้งใจ ทั้งการทำกิจกรรมกลุ่มที่ผมรู้สึกดีใจครับที่ได้อยู่กลุ่มนี้ ทุกคนตั้งใจทำงานกันมาก มีการออกความคิดเห็นทั้งเหตุด้วยและคัดด้าน เสนอไอเดียใหม่ๆ และที่ทำให้ผมรู้สึกดีใจมาก คือเพื่อนๆ จาก 4 คน มี 3 คนที่เลือกผมทำงานด้วย และ 1 คนเลือกผมเป็นหัวหน้ากลุ่ม

ประสบการณ์ครังผมสอนให้ผมรู้จุดอ่อนของตัวเองอย่างหนึ่งครับว่า ภาษาอังกฤษของผมยังไม่แข็ง เพราะเวลาผมพูดอะไรออกไป แม้จะพอฟังความเข้าใจ แต่แกรมม่ายังผิดอยู่ เช่น You is ... แบบว่างงตัวเองมากครับว่าพูดออกมาได้ยังไง

แม้จะพลาดครั้งนี้แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ครับ ผมจะทำตามความฝันของผม และผมจะไม่มีวันถอย เหมือนกับคำพูดของกรรมการคำสุดท้ายก่อนออกจากออกห้องไปว่า This is not the end of the day

เนื้อหาที่เล่ามาอาจจะไม่ครบถ้วนทั้งหมด แต่ถ้าจุดไหนเป็นประโยชน์ พี่นกหยิบขึ้นบล๊อกได้เลยนะครับ และก็ขอบคุณพี่นกมากนะครับที่ช่วยดูบทแนะนำตัวให้ผม

===============================

Group activity SLB ต้น เม.ย. 2014

สวัสดีค่ะพี่นก หนู faroflop ที่ได้เข้าไปทักทายใน blog พี่นกนะคะ ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณบล็อกพี่นกมากๆเลยค่ะ หนูมาอ่านข้อมูลจากที่นี่ไปเยอะเลยทีเดียว แต่พอเข้ามาดูใน profile พี่นกแล้ว อ้าว พี่นกเป็นรุ่นพี่เราหรอเนี่ย สายตรงเลย ลาดกระบัง ไฟฟ้ากำลัง หนูรุ่น 49 ค่ะ เพิ่งจบมาสดๆร้อนๆ เลยจัดการเริ่มเขียน e-mail มาปรึกษาและแชร์ประสบการณ์เพิ่มเติมค่ะ

คือยังไงดี ต้องบอกก่อนเลยว่ามีความรู้เกี่ยวกับบริษัทนี้น้อยมากค่ะ แต่จะด้วยอะไรก็ตามก็ส่ง resume online ไป ประมาณ 5 วันหลังจากนั้นก็ได้ miss called จากเบอร์บ้าน แล้วดันโทร.กลับ เป็นจาก HR (สุดสวย) ของ Schlumberger ค่ะ ก็คุยได้ใจความว่าพรุ่งนี้จะมีการทำ Group activity นะคะ สะดวกมามั้ย (คิดในใจ...พรุ่งนี้!!) พี่เค้าบอกจะส่งรายละเอียดมาให้ รีบตอบนะ ก็โอเคค่ะตกลง แต่รอชั่วโมงก็แล้วสามชั่วโมงก็แล้วยังไม่มี ก็ร้อนใจนิดหน่อยนี่พี่เค้าลืมรึเปล่า? ฉันไปพรุ่งนี้จะแป้กมั้ย? แต่โชคดีมากๆที่มีเพื่อนในภาคก็ได้ไปเหมือนกัน 3 คน (แต่เพื่อนได้รับ call ไปตั้งแต่ 2 อาทิตย์ที่แล้ว = =) ก็เลยได้ข้อมูลมาว่าที่ไหนกี่โมง ต้องเตรียมอะไรบ้างซึ่งก็คือการแนะนำตัวจุดแข็งจุดอ่อนอย่างละ 3 ข้อ ก็เตรียมกันคืนนั้นเลย ค้นพบบล็อกพี่นกก็คืนนั้น อ่านกันตาแฉะ 555555

Group Dynamic Activity

ไปถึงก็ไปถามพี่เค้าก่อนเลย มีชื่อใช่มั้ยค่ะ? 5555 ปรากฏว่ามี โอเค ไม่มาฟรีแล้วเรา บวกกับเจอเพื่อนสนิทตอนมัธยมที่อยู่มหาลัยแถวสามย่าน ไม่ได้คุยกันก่อนเลยเพราะทุกอย่างมันฉุกละหุกมาก ก็มี present เกี่ยวกับบริษัทก่อนในตอนแรก รู้สึกประทับใจกับระบบการสร้างคนของที่นี่มากเลยค่ะ เค้าใส่ใจมากๆเพราะงานที่ทำมีความเสี่ยงสูงและต้องทำงานภายใต้สภาวะที่กดดัน ความผิดพลาดแทบจะต้องไม่มีเลย ฉะนั้นไม่แปลกใจที่การคัดเลือกจะโหดหินขนาดนี้ พอมาถึงรอบแนะนำตัวทุกคนมีเวลาแนะนำตัว 3 นาทีที่จะนำเสนอตัวเองให้ออกมาดีที่สุด มีชื่อติดที่หน้าอกทุกคน (เพิ่งเข้าใจความรู้สึกของคนประกวด The Star ก็วันนี้ 555) หลังจากฟังเพื่อนๆแนะนำตัว บอกเลยค่ะว่าแต่ละคน High Profile ในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียนหรือกิจกรรม ภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ดีทุกคน ฟังไปๆเรานี่ชักจะเฟล จากที่ไม่ค่อยมั่นใจอยู่แล้วยิ่งไม่มั่นใจไปใหญ่ พอถึงตอนตัวเองยอมรับว่าทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดต่อหน้าคนประมาณ 30 คนแบบนี้มาก่อน หลังจากนั้นก็ถึงเวลาของการทำกรุ๊ปค่ะ โจทย์คือตามที่เพื่อนคนนั้นได้บอกไป แต่ที่เพิ่มเติมคือ สำหรับกลุ่มนี้เป็นไฟฟ้ากำลังทั้งหมด 5 คนจากลาดกระบังและอีกหนึ่งคนจากเกษตรค่ะ ตอนประกาศว่าได้อยู่ด้วยกันนี่แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่เลยทีเดียวเพราะปกติพวกเราเป็นคนเฮฮา อยู่ด้วยกันทีไรนี่จะไร้สาระมากถึงมากที่สุด จะรอด? กลัวงานจะออกมาไม่ดี ยิ่งกดดันด้วยเวลาด้วยแล้ว เลยบอกเพื่อนใหม่อีกคนว่านายซวยแล้วที่ได้มาอยู่กับพวกเรา ขอโทษล่วงหน้าเลย 555555 แต่ข้อดีคือ สื่อสารง่าย มีข้อคิดเห็นอะไรคือเสนอกันมาตรงๆไม่มีกั๊กเลย แบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อนใหม่ก็น่ารักมากเลยค่ะ ช่วยเหลือกันทุกอย่างจนตอนสุดท้าย เนื่องด้วยโจทย์คือสร้างสะพานจากกระดาษ 30 แผ่น มีอุปกรณ์ให้คือกรรไกรกับสก็อตเทป ยาว 50 cm สูง 50 cm โดยจะต้องวางลูกกอล์ฟได้ โดยมีเวลาให้ออกแบบก่อน พวกเราก็ปรึกษากันว่าควรให้ความสำคัญกับฐานมากที่สุด เพราะต้องรับน้ำหนักเยอะ เลยจัดไปชนิดที่เรียกว่าแข็งแรงแน่ๆบวกกับตัวสะพานที่เสริมแบบ multi-layer ไม่เน้นสวย เน้นเสร็จและทนทานค่ะ ระหว่างที่ทำกรรมการก็จะเดินให้คะแนนรอบห้องเลยค่ะ เค้าก็จะคอยให้คะแนนเราตลอดเวลาที่ทำ พอไปถึงตอนทดสอบปรากฏว่าผลงานออกมาดีที่สุดจาก 5 กลุ่ม เค้าเลยให้โบนัสว่าจะวางลูกกอล์ฟเพิ่มได้อีกกี่ลูก ปรึกษากันได้สามวิ ก็ตอบไปว่า 4 แต่ว่าโลภไปหน่อย สะพานล่มไปตอนลูกที่ 3 ก็ไม่เป็นไรค่ะ หลังจากนั้นก็พักเที่ยงให้ไปเตรียมตัวมานำเสนองาน เราก็ไปคุยกันว่าใครจะนำเสนอในส่วนไหน ปัญหาขณะทำและแผนการฉุกเฉินไว้รองรับปัญหา (เก็บกระดาษไว้ก่อน 2 แผ่นก่อนทำเพื่อใช้ในตอนฉุกเฉินค่ะ) พอถึงตอนนำเสนอกรรมการประมาณ 4 คนก็จะถามค่ะ ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ใครออกแบบฐาน ทำไมต้องมีสามขา วัดความสูงยังไงเพื่อนก็บอกไปว่าเทียบจากความยาวกระดาษ A4 ที่ให้มา คิดมาก่อนรึเปล่าว่าจะชนะ อันนี้ตอบไปว่าไม่คิดมาก่อนเลยว่าด้วยวัสดุแล้วมันจะเป็นไปได้หรอ เพราะมี 6 คนถึงชนะกลุ่มอื่นรึเปล่า เลยตอบไปว่านี่ไม่ได้สังเกตเลยว่าจำนวนคนมากกว่า แต่ก็ดีที่มีไอเดียเพิ่มขึ้น มีคนคอยตรวจสอบและเช็คตลอดเวลาว่าเหลือกระดาษกี่แผ่น เหลือเวลาอีกกี่นาที ถัดมาคือคำถามบีบหัวใจว่าถ้าเลือกได้ 4 คนจะเลือกใครในกลุ่ม ค่อนข้างตกใจเล็กน้อยที่เพื่อนทุกคนในกลุ่มเลือกเราเป็นหนึ่งในนั้น

หลังจากนั้นก็ถึงเวลาตัดสินว่าจะได้เข้ารอบต่อไปหรือไม่ ประกาศกันสดๆ ใครได้ยกมือขึ้น ปรากฏว่ามีผู้เข้ารอบ 11 คนค่ะ เป็นคนจากกลุ่มเดียวกัน 3 คน 2 คนจากลาดกระบัง มีเราด้วย เย่!! และอีก 1 คนจากเกษตร แล้วก็คุณเพื่อนจากจุฬา ก็ได้ผ่านเช่นกัน จากนั้นก็มีการคุยกันเพิ่มเติมว่าเดี๋ยวจะติดต่อเพื่อนัดสัมภาษณ์อีกที วันนั้นเป็นอะไรที่จะไม่ลืมเลยค่ะ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แต่จำได้แทบทุกขั้นตอน

หลังจากวันนั้นก็หาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและจากบล็อกพี่นกถึงการทำงานบนแท่นอย่างจริงจัง ว่ามันมีตำแหน่งอะไรบ้างนะ เค้าทำงานกันยังไง รวมถึงบล็อกคำถามยอดฮิตต่างๆก็เตรียมค่ะ คืนก่อนสัมภาษณ์เกิดอาการไม่มั่นใจอีกแล้ว…

ได้สัมภาษณ์ตอน 11.30 ครึ่งค่ะกับ Recruiter ที่เจอวันนั้น เริ่มจากการแนะนำตัว ก็พูดแบบที่เตรียมมาค่ะ เหมือนจะจบเร็วไป พี่เค้าเลยบอกว่าจบแล้ว? 555 จากนั้นก็เริ่ม process จากเรื่องฝึกงานเลย ก็เล่าไปว่างานต้องเกี่ยวกับด้าน practical ซะส่วนมาก เป็นงาน maintenance ทำงานตากแดด หรือบางวันก็ต้องทำกลางคืนด้วยและต้องทำงานแข่งกับเวลาอีกทั้งทำงานร่วมกับช่างเทคนิค ก็จะถามว่าเค้าเชื่อฟังหรือเปล่า เคยทำงานมากที่สุดกี่ชั่วโมง หลังจากนั้นก็จะเริ่มเกี่ยวกับประวัติว่าเคยไปทำงานออกค่ายหรือเปล่า? อยู่ชมรมไหนบ้างมั้ย เคยทำงานร่วมกับคนอื่นหรือเปล่า (ไม่เคยค่ะ555) อ้าวงั้นเวลา 4 ปีในมหาลัยทำอะไรบ้าง? ก็บอกไปว่าอ่อ เรียนภาษาค่ะ ตอนปี 1-2 เรียนภาษาจีนแต่ไม่มีเวลาเรียนต่อเพราะปี 3 เรียนหนัก พอมาปี 4 ก็เรียนภาษาเยอรมัน เลิกเรียนก็ไปเล่นกีฬา ต้องการดูว่าเรามีการสื่อสารกับคนอื่นบ้างหรือเปล่า มีภาวะความเป็นผู้นำมากน้อยแค่ไหน มาที่เรื่องส่วนตัวอีกเช่นมีพี่น้อง? เคยไปจากบ้านไกลๆ? ต้องจากบ้านนานๆโอเครึเปล่า พ่อแม่ว่าไงบ้าง รู้ว่างานมันหนักแต่ทำไมถึงยังอยากจะทำอีก ถ้าตอนนี้ไม่มีภาระอะไร ให้ไปสงขลาหรือพิษณุโลกก็ว่างใช่มั้ย ถ้าต้องไปทำงานอิรักไม่มีปัญหานะ 5555 ก็บอกไปตามตรงทุกอย่างเลยค่ะ ขับรถเป็นมั้ย ว่ายน้ำเป็นหรือเปล่า แล้วก็ถามถึงแผนกงานที่อยากทำค่ะ ก็จบไฟฟ้านี่เนอะเลยตอบไปว่า Wireline ไม่มีการกดดันนะคะ คุยกันสบายๆมันเป็นคำถามที่เค้าต้องมั่นใจจริงๆว่าถ้าเค้าเลือกเราแล้ว เราจะไม่มีปัญหาทีหลัง รวมๆแล้วใช้เวลาไปประมาณ 45 นาทีค่ะ รู้สึกว่าบางคำถามเราควรจะตอบได้ดีกว่านั้นแต่ก็ทำดีที่สุดแล้ว ณ จุดนั้น คนรอบข้างให้กำลังใจดีมากค่ะ แต่ก็นะระหว่างที่ผลยังไม่ออกนี่มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ทรมาน….

แต่แล้วก็ได้รับโทรศัพท์ว่าได้ผ่านไปสัมภาษณ์รอบต่อไปกับ Operation Manager ในแผนกของ Drilling Tools & Remedial ค่ะ พี่เค้าก็ย้ำอีกรอบว่าไปคิดทบทวนมาดีดีนะว่าอยากทำในตำแหน่งของ Field Engineer จริงๆใช่มั้ย ให้เราไปหาข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งนี้มา เพราะ Manager ยังเคลียร์เรื่องเวลาไม่ลงตัว คิดว่า 2-3 อาทิตย์นี้น่าจะไปคุย วางโทรศัพท์ก็เช็คกับเพื่อนๆคนอื่นค่ะ ว่าเป็นยังไงบ้างเท่าที่รู้นะคะจาก 11 คนได้ไปสัมภาษณ์รอบต่อไป 3 คนในแผนก Wireline, Well intervention แล้วก็ Drilling ของเรา ที่เหลือคือผ่านสัมภาษณ์แต่ยังไม่มีตำแหน่งให้ (พี่นกค่ะ ถ้าหากข้อมูลส่วนนี้ไม่เหมาะสมจะโพสลงบล็อกก็ตัดออกเลยนะคะ หนูกลัวว่ามันจะเป็นการนำข้อมูลภายในบริษัทมาเผยแพร่)

จากที่ตอนแรกไม่มีความหวังเลยเพราะจากคำบอกเล่าของหลายๆท่านบอกว่ากระบวนการคัดคนของเค้ามีหลายขั้นตอนมากๆ แต่พอผ่านมาถึงรอบนี้ได้แล้ว รู้สึกว่ามันเป็นโอกาสที่น้อยคนจะได้รับ แม้จะมีรอบหินๆรออีกหลายด่านก็ตาม TT การได้มาเข้ากระบวนการคัดเลือกของชลัมนี่เปลี่ยนชีวิตไปเลยภายใน 1 เดือน พิมพ์ยาวกว่าที่คิดมาก พี่นกจะขี้เกียจอ่านมั้ยคะเนี่ย น้ำซะเยอะเลย^^ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับประสบการณ์และคำแนะนำต่างๆในบล็อกนะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจท่านอื่นๆ ส่วนไหนไม่เหมาะสมตัดออกได้เลยนะคะพี่ :D

==================================

สัมภาษณ์ drilling tool n remedial ของ schlumberger พค. 2014

ขอเล่าประสบการณ์ต่อจากตอนที่แล้วคือได้ไปสัมภาษณ์กับ Operation Manager ในตำแหน่ง Field Engineer ของ Schlumberger ก่อนไปค่อนข้างกังวลเพราะในแผนกที่จะไปทำนั้นแทบจะไม่เกี่ยวข้องกับที่จบไฟฟ้ามา แต่งานจะออกไปทางลักษณะของเครื่องกลอย่างที่ได้บอกพี่นกไป แต่พอเข้าห้องมาก็พบกับ Manager ชาวอเมริกันของแผนก Drilling Tools & Remedial หลายคนรวมถึงตัวเองด้วยก็อาจจะไม่ค่อยได้ยินชื่อแผนกนี้มาก่อน แต่พอไปศึกษาจาก website แล้วก็คือจะเป็นในเรื่องของ equipment ที่เราใช้ในการขุดเจาะเช่น เครื่องคว้าน หัวเจาะ คือ choose the right equipment to the right job นั่นเอง การสัมภาษณ์ค่อนข้างเป็นกันเองและไม่มีคำถามวิชาการเลย เริ่มต้นด้วยคำถามสบายๆอย่างไปโรงหนังครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

-Hero ที่ชอบ? เพราะอะไร ตรงนี้คิดว่าต้องการดูว่าเรามีทัศนคติยังไง เพราะแน่นอนว่าการที่เราจะชื่นชมใคร เราจะต้องมีคนนั้นเป็นแบบอย่าง
-คำถามเกี่ยวกับการฝึกงาน ไปทำอะไรมาบ้าง
-คิดว่าจุดอ่อนของตัวเองคืออะไร 2 ข้อ
-อะไรที่ทำให้ตัวเองผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ได้ คิดว่าอะไรเป็นจุดเด่นทำให้เค้าเลือกเรามา
-คุณวางแผนที่จะทำอะไรในระยะสั้น ระยะยาว
-ชอบวิชาอะไรในตอนเรียน เพราะอะไร และไม่ชอบวิชาไหน เพราะอะไร ต่อด้วย เข้าใจว่าการเรียนในคณะวิศวกรรมค่อนข้างหนัก มีวิธีจัดการกับความเครียดยังไง เป็นการดูว่าหากไปทำงานจริงภายใต้สภาวะที่กดดันแบบนั้นเราจะรับมือกับมันได้ยังไง
-เนื่องจากในการสัมภาษณ์รอบที่แล้วบอกกับพี่ Recruiter ไปว่าเราอยากที่จะทำงานในทีมเล็กๆมากกว่า ส่วนหนึ่งเลยทำให้ได้มาสัมภาษณ์ในส่วนนี้เพราะงานจะค่อนข้างจะเป็นอะไรที่ individual ต้องเป็นคนที่มี self-motivted บางทีการตัดสินใจที่สำคัญเรามีสิทธิ์ที่จะโทร.หาคนในตำแหน่งสูงกว่าได้ แต่ผลสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง จึงส่งผลกับคำถามต่อไปว่าแล้วต้องการคนในทีมกี่คน เพราะอะไร

คิดว่าการสัมภาษณ์นี้สนุกมากค่ะ ไม่มีการกดดันเลย ใน 1 ชั่วโมงที่คุยกันนั้น เหมือนเป็นการแชร์ประสบการณ์ของ Manager ให้กับเราซึ่งยังไม่ได้มีโอกาสไปสัมผัสงานตรงนั้นได้เห็นมุมมองใหม่ๆ และเข้าใจว่าการทำงานในตำแหน่งนี้ต้องใช้ความอดทนและความสามารถในการแก้ปัญหา รวมถึงจะต้องเป็นคนที่อยากจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆตลอดเวลา มีความกระตือรือร้น คือต้องมีทัศนคติที่ดีด้วยพร้อมที่จะเปิดรับเพราะอย่าลืมว่าต้องไปเจอคนอีกหลายชาติต่างภาษา ส่วนเรื่องจบไฟฟ้ามาเค้าก็บอกว่าไม่เป็นปัญหานะ อย่าไปเครียดกับมัน เพราะบริษัทจะส่งคุณไปเรียนใหม่หมด 5555 ขอแค่มีคนที่มีพื้นฐานทางวิศวกรรม คิดแบบวิศวกรเข้าไปทำงาน (ที่นี่รับวิศวกรทุกสาขาค่ะ เผื่อคนอื่นกลัวว่าเค้าจะกำหนดตายตัว)
ก่อนจะจบการสัมภาษณ์ มีคำถามสุดท้ายค่ะ มีค้อนกับตะปู ราคารวมกัน 1.10 ดอลล่าร์ ค้อนมีราคามากกว่าตะปูอยู่ 1 ดอลลาร์ ถามว่าตะปูราคาเท่าไหร่?

เพื่อความชัวร์ก็ต้องมีทดกันเล็กน้อยซึ่งเค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร นี่ก็ตั้งสมการเลยมีตัวแปรพร้อมเลยค่ะ แอบคิดในใจว่านี่เยอะไปไหมเรา คำตอบที่ได้ก็ถูก จึงให้อธิบายต่อมาว่าได้ยังไง ก็ว่าไปตามสมการที่เราตั้ง เค้าก็มีคนตอบผิดด้วยนะอะไรแบบนี้ ก็เป็นอันจบค่ะ พอออกมานอกห้องคิดในหัวแล้ว เฮ้ยมันก็ไม่ได้ยากนะ แต่ทำไมเราตอบไม่ได้ทันที 5555 (ปล.เอามาถามเพื่อนทีหลัง ก็มีคนตอบผิดจริงๆ) ก็เป็นอันจบการสัมภาษณ์ค่ะ หลังจากนั้นก็มาคุยกับ Recruiter อีกประมาณ 10 นาที กลับบ้านแบบมีความสุขเพราะคิดว่าวันนี้ทำดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ตั้งแต่การโทร.มา Pre-screen ในครั้งแรก ทำ group dynamic และสัมภาษณ์ทั้งสองรอบพบว่าบริษัทจะบอกและย้ำทุกครั้งว่านี่ไม่ใช่ Lifestyle ที่จะเหมาะกับทุกคนคือ It’s not a typical Monday to Friday. หยุดไม่พร้อมคนอื่น ต้องจากบ้านไปนานๆ งานหนักนะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องรับให้ได้ ถามตัวเองก่อนให้มั่นใจ

รู้ผลสัมภาษณ์หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ว่าจากการ review ทั้งหมดแล้ว เราน่าจะเหมาะกับงานนี้ แต่จะมีอีกหนึ่งขั้นตอนก่อนที่จะ offered job คือจะต้องไป Field Exposure เป็นการไปดูการทำงานจริงเป็นเวลา 1 อาทิตย์ ว่าการทำงานในตำแหน่ง Field Engineer เค้าอะไรกันบ้างนะ ใช้ชีวิตกันยังไง เป็นสิ่งที่เราต้องการจริงหรือเปล่า

============================================

ข้างล่างนี้เป็นแนวข้อสอบ แผนกเครื่องมือวัดและควบคุม สาขาปิโตรเลียม เทคนิคหาดใหญ่ ปี56 ที่ผมจำมาตอนไปสอบ แต่ไม่ติด 555+ (ได้แค่สัมภาษณ์ อิอิ)เผื่อจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง (อยากจะแชร์ใน blog นานแล้ว พึ่งหาเจอคับ TT) ที่นี่เค้ามี 2 สาขานะคับ ปิโตรเลียม,หลุมเจาะปิโตรเลี่ยม

เริ่มกันเลย วันแรกสอบวิชาสามัญ+ความรู้วิชาช่าง แบบ ปรนัยสอบกับคอมคับ

ภาษาไทย
- โวหาร,คำซ้อน
- การเขียนจดหมาย
- สำนวนสุภาษิต คำพังเพย

สังคม
- กฏหมายการเลือกตั้ง
- ภูมิศาสตร์

คณิตศาสตร์
- แก้สมการ หาค่าx,y
- เมตริก ดีเทอร์มิแนนท์
- เซต

อังกฤษ
- แนว coversation
วิทยาศาสตร์
- แรง
- เวกเตอร์ สเกลลา อัตราเร่ง ความเร็ว

ความรู้วิชาชีพ ( eng ทั้งคำถามและคำตอบ)
- ดาวเคราะห์
- ความรู้พื้นฐานช่างยนต์ เยอะมาก
- ชั้นหิน rock
- ท่อส่งน้ำมัน
- การสำรวจปิโตรเลียม

วันที่ 2 สอบ grammar ที่แผนกปิโตรทำขึ้น (แนะนำให้อ่านหนังสือ essential grammar in useเล่มสีแดงๆ 389. คับ)หลังจากนั้นถ้าคะแนนผ่านตามเกณฑ์ ก็ได้ไปสอบสัมภาษณ์ต่อคับ ถ้าไม่ผ่านก็กลับบ้านเลย^^

หลังจากได้ผู้รอดชีวิตเพื่อไปสัมภาษณ์ต่อ เค้าจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ปิโตรเลียม กับ หลุมเจาะฯ
กลุ่ม 1 ปิโตรเลียม ไปทดสอบร่างกาย วิ่ง 3 รอบ,ดึงข้อ, ซิทอัพ เสร็จแล้วก็ไปสัมภาษณ์
กลุ่ม 2 หลุมเจาะฯ สอบสัมภาษณ์ เสร็จแล้วไปทดสอบร่างกาย ***แต่ล่ะปีอาจไม่เหมือนกันนะคับ***

สัมภาษณ์กับ อ. ต่างชาติ (eng ทั้งหมด)
- แนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ
- ถามประวัติส่วนตัว ถามถึงทางบ้าน อยู่กับใคร มีพี่น้องมั้ย
- ถามตอนฝึกงาน ปวช. ทำอะไรบ้าง ลองบอกอุปกรณ์มา 5 อย่าง (ผมฝึกงานร้านแอร์)
- ทำไมถึงไปทำงานเสิร์ฟ แล้วทำที่ไหน (ใน resume ผมบอกว่าทำงานพาร์ทไทม์ด้วยคับ)

สัมภาษณ์กับ อ.คนไทย
-ถามเรื่องโครงการ
-คิดว่าเรียนได้มั้ย เพราะส่วนใหญ่จะเรียนเป็นภาษาอังกฤษ
-เกรดตอน ปวช. เท่าไหร่

หลังจากนั้นรอลุ้นคับจะติดมั้ย555+ เค้ารับปีล่ะ 40 คนคับ (ปิโตรเลียม 20,หลุมเจาะฯ20)
ทั้งหมดนี้ผมเจอกับตัวเองทั้งหมดคับ ผิดพลาดยังไงต้องขออภัยด้วยคับ

สุดท้ายนี้ผมขอให้พี่นกและครอบครัวมีความสุขมากๆ และพบเจอแต่สิ่งดีๆตลอดไป นำความรู้ใหม่ๆมาแบ่งปันพวกเราเสมอๆ ^^ แล้วผมจะกลับมาเล่าประสบการณ์ช่วงฝึกงานของผมให้ฟังนะคับ ขอบคุณคับ

(ถึงไม่เกี่ยวกับประสบการณ์สอบหางาน เป็นสอบเข้า ก็ยินดีเผยแพร่ให้ครับ เป็นแนวๆ แบ่งปันกันมา แบบนี้ รักตายเลย บล๊อกผม หลังๆนี่ก็ได้พวกเรานี่แหละ ไม่งั้นก็จิดชืด อิอิ ขอบคุณเจ้าของประสบการณ์ทุกท่านเลยนะครับ - พี่นก)

==========================
scholarship 12 2014

ข้อสอบ 57 ความถนัดทางช่าง
เรื่องเครื่องยนต์
เครื่องมือวัดในกระบวณการ thermocouple rtd 
สัญญาณมาตรฐานของกระแสและความดัน
สูตรความดัน
เรื่องเครื่องปรับอากาศ น้ำยาแอร์ที่ใช้ วัฏจักรทำความเย็น
เครื่องยนต์เบนซิล ดีเซล
ภาวะเรือนกระจก 
ปิโตรเลียม LPG NGV ระดับชั้นปิโตรเลียม
เครื่องมือวัดความโก่งฝาสูบ
คำนวณเรื่องความเร็ว
E20 
เรื่องออกเทน 
องค์ประกอบของอากาศ
สายพานไทมิ่งเปลี่ยนกี่กิโล
น้ำมันเครื่องเป็นสีดำเพราะ
ถามอาการเสียของเครื่องยนต์
มอเตอร์ซิงโครนัสคือ
การปรับความเร็วมอเตอร์แต่ละแบบ
ทรานซิสเตอร์ใช้เพื่อ
การทำงานรีเลย์
เท่าที่จำได้ตอนนี้นะครับ

โดย : มาแชร์ครับ วันที่: 13 กรกฎาคม 2557 เวลา: 19:32
---------------------------------------------------------------
สอบ ชลัมเบอร์เจย์ทั้งสองสมัย
ข้อเขียนจะเน้นเหมือคำถาม พื้นฐานทางวิศวกรรม ยากจริงๆๆ กับรีดดิ้งแกรมม่า คล้ายโทอิก แต่ง่ายกว่า สุดท้ายมี วัดไอคิวด้วย เป็นภาษาอังกฤษหมดครับ

สัมภาษก็อังกฤษ คำถามทั่วไป แนะนำตัว ที่สำคัญคือทำไมคุณอยากทำงานที่นี่ เป้าหมายในอณาคต และความเป็นผู้นำ เช่นผู้นำคืออะไร คุณเคยเป็นผู้นำไม๊ ยอมรับว่าพลาดตรงนี้จริงๆๆ เลยตกทั้งสองรอบ

พี่เค้าแนะนำมาว่าเราเหมาะกับงาน maintennance ที่ฝั่งมากกว่า ถ้าตำว่างจะเรียกอีกที

ปลใอยากทราบว่ามีใครรู้ฐานเงินเดือนของตำแหน่งนี้ กับ ค่า่ครองชีพที่โน่นไม๊ จะได้ตัดสินใจอีกที ครับ

โดย : ame วันที่: 18 กรกฎาคม 2557 เวลา: 17:10:08 น.

=======================

Scholarshiop 12

มีการบ้านมาส่งกันเยอะมาก ตามไปก๊อปมาแปะไม่ไหว อบอุ่นแบ่งปันกันดีมาก ตามลิงค์ไปอ่านใน comments ล่ะกันนะครับ

//www.bloggang.com/mainblog.php?id=nong-fern-daddy&group=11&month=11-05-2014&gblog=135

===========================

Production Engineer - SLB

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่า "ขอบคุณพี่นกมากๆ เลยนะครับ" ผมได้งานที่ SLB แล้วครับ ผมอยากจะแชร์ประสบการณ์ของตัวเองให้กับเพื่อนๆ ได้อ่าน เหมือนกับเพื่อนๆ คนอื่นที่เคยแชร์เรื่องของตัวเองเพื่อเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ที่ติดตามบล็อคของพี่นก กับมีปัญหานิดหน่อยจะขอคำปรึกษาจากพี่นกครับ

ก่อนอื่นต้องบอกว่า ผมติดตามบล็อคของพี่นกมานานตั้งแต่เรียนอยู่มหาลัยแล้วครับ ได้อ่านทุกเรื่องราวดีๆ จากบล็อคของพี่นกก็มาก พูดได้เต็มปากเลยครับว่า มันเป็นแรงบรรดาลใจให้ผมไม่ท้อ และก้าวเดินต่อไป เพราะกว่าทุกคนจะถึงจุดๆ นั้นได้ ก็ลำบากกันมาพอสมควรครับ โดยเฉพาะเรื่องราวของพี่นกเอง ผมอ่านแล้วเอามาปรับใช้กับตัวเองเยอะมากครับ

เรื่องราวของผม เริ่มจาก หลังจากที่เรียนจบในสาขาวิศวกรรมปิโตรเลียมในมหาลัยแห่งหนึ่ง ด้วยเกรดอันพอสมควร ก็ตกงานอยู่ 1 ปีเต็มครับ ระหว่างในหนึ่งปีนั้น ก็สัมภาษณ์งานกับหลายบริษัทเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Chevron, PTTEP, Halliburton, Scomi, NOV downhole, SDI, Weatherford, APDE, Mubadala Petroleum ครับ ตอนนั้นรู้สึกหมดหวังจริงๆ ว่างาน oilfield สมัยนี้หายากมาก เพราะทุกคนก็มุ่งแต่จะเข้ามาทำ ผมเลยเริ่มท้อใจมากครับพี่นก บวกกับมีอีเมลฉบับนึงส่งมาว่า ผมไม่ qualified for Field Engineer position ที่ Schlumberger วันนั้นผมเลยรู้สึกว่า ผมควรไปทำอย่างอื่นได้แล้ว แต่ก็ยังมีความหวังอยู่บ้างครับ ช่วงนั้นอ่านบทความในบล็อคของพี่นกเยอะมาก เลยคิดได้ว่า ถ้าผมถอดใจตอนนี้ มันไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่แพ้ แต่เป็นคนที่เค้าอยู่ข้างหลังเราด้วย คนที่คอย support เราอยู่ตลอด คือ พ่อกับแม่ และต้องส่งน้องเรียนด้วยครับ ผมจึงสมัครงานในเว็บ //www.slb.com ใหม่อีกครั้งนึง แต่ในตำแหน่ง Petrophysicist นะครับ หลังจากวันนั้น 2 เดือน ก็มีสายโทรเข้ามา ขอ interview ผ่านโทรศัพท์ครับ ผมไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย และมันตื่นเต้นมาก ปากสั่นไปหมด ผลปรากฏว่าจาก slb ครับ หลังจากนั้น อีก 1 เดือน พี่ hr เค้าก็โทรมาใหม่ ถามเราว่า "ดูจาก profile แล้ว น่าจะ fit กับ ตน. Reservoir Engineer มากกว่า สนใจมาสัมภาษณ์ไหม ?" เสร็จแล้วพี่เค้าก็นัดวันสัมภาษณ์ ผมยิ่งอ่านบล็อคของพี่นกใหญ่เลยครับ ณ ตอนนั้น แต่ส่วนใหญ่เค้าจะแชร์ประสบการณ์ที่ไปสัมภาษณ์ ตน. Field Engineerสำหรับผมมันเลยค่อนข้างแตกต่างไปบ้าง

ถึงวันสัมภาษณ์ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงครับ ถามคำถามทั่วไป ประมาณว่า "แนะนำตัวหน่อย, เคยทำกิจกรรมอะไรมาบ้าง, มีเพื่อนบ้างมั้ย, งานอดิเรกคืออะไร, ทำไมถึงอยากทำงานนี้, ถ้าไปอยู่ที่ไกลๆ อย่าง อัฟฟริกา จะไปไหม ทำไม, บอกครอบครัวรึยัง เค้าอนุญาติเหรอ, เห็นอะไรในตัวเองอีก 3 ปีข้างหน้า, ถ้าเจอหัวหน้าที่ยืนกรานว่าตัวเองถูก แต่เราเห็นชัดๆ ว่ามันผิด เรามีวิธีรับมืออย่างไร, มีคำถามอะไรจะถามอีกมั้ย" แต่ถาม-ตอบ เป็นภาษาอังกฤษนะครับ หลังจากนั้นอีก 5 วัน พี่เค้าก็โทรมานัดไปสัมภาษณ์รอบสุดท้าย กับ Operation manager, Account manager และก็ Production business manager ครับ แต่ละคนไม่ใช่คนไทยเลย ขอสารภาพก่อนนะครับว่า ทักษะภาษาอังกฤษของผมแย่เอามากๆ เลย

พอมาถึงวันสัมภาษณ์รอบสุดท้าย เค้าก็ให้ผมแนะนำตัวครับ แล้วก็บอกกับผมว่า จะให้ผมไปทำด้าน Production Engineer แทนแล้ว อันนี้ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกันครับว่าทำไม แต่ผมก็โอเคฮะ เพราะรู้สึกมันก็ตรงสายดี จากที่เค้าเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับงานให้เราฟัง คำถามสัมภาษณ์ก็คือ "บอกมาว่าจุดแข็ง จุดอ่อนของคุณคืออะไร อย่างล่ะ 3 อัน, ทำไมเราถึงต้องจ้างคุณ หลังจากนั้น คำถามเริ่มเป็น Technical มากขึ้นครับ วิชานี้เรียนเกี่ยวกับอะไร, หน้าที่ของ mud คืออะไร, ถ้าหากหลุมของเราเป็นแบบ multi completion มี productive zone 3 zones เราจะทำการ test หลุมอย่างไร, Stimulation คืออะไร และเมื่อไหร่ถึงทำ stimulation, stimulation technique มีอะไรบ้าง, อธิบาย Decline curve analysis, senior project ทำเกี่ยวกับอะไร, artificial lift method มีอะไรบ้าง มีเกณการเลือกใช้อย่างไร, อธิบาย EOR มีกี่แบบ, Oil recovery technique มีอะไรบ้าง, Production optimization คืออะไร" หลายคำตอบ ผมตอบไม่ได้ครับ ก็บอกเค้าไปตรงๆ ว่า "Honestly, I have no idea about it" เค้าก็ใจดีเฉลยให้เราฟังครับ เค้าก็บอกเราตอนท้ายว่า "เค้าก็คงไม่ได้คาดหวังว่าเราจะตอบได้หมด เพราะถ้าเราตอบได้หมด บริษัทก็คงไม่ต้องมีระบบที่เรียกว่า Training" สุดท้าย ผมก็ถามเค้าว่า แล้วจะประกาศผลเมื่อไหร่ เค้าตอบว่า ภายในสองอาทิตย์ครับ

ผมก็ได้แต่รอๆๆๆๆๆๆๆ พร้อมกับความหวังที่น้อยลงเรื่อยๆ วันแรกก็ไม่ได้หวัง 100% อยู่แล้ว มันเลยยิ่งลดลงๆ จนคิดว่าตัวเองคงไม่ได้หรอก อยู่ดีๆ 13 วัน หลังจากวันสัมภาษณ์ พี่ hr ก็โทรมาครับ บอกว่า positive feedback นะ ผมแทบดีใจลั่นบ้าน เค้าก็บอกรายละเอียดเกี่ยวกับ contract แล้วผมต้องไป มาเลเซีย เพื่อไปปฐมนิเทศ

จนตอนนี้ ที่กำลังพิมอยู่นี้ ผมอยู่ในช่วงปฐมนิเทศอยู่ครับพี่นก หลังจากนั้น ต้องไป school 1 วันที่ 19 ตค. 2014 ที่ อะบูดาบีครับ เป็นเวลา 2 เดือน มีเวลาเตรียมตัว 1 เดือนกว่า

===========================================

engineer pttep

ขอโทษคับพี่ที่ส่งการบ้านช้าคับ ที่ผมไปสัมภาษณ์ที่ ปตท. วันที่ 25 สิงหาคม 2557 คับ เป็นตำแหน่ง Engineer งานเกี่ยวกับซ่อมบำรุงอุปกรณ์ทั้งหมดที่เกี่ยวกับท่อส่งก๊าซคับ เช่น วาวล์ คอมเพรสเซอร์ ทำงานที่เขต10(ปราจีนบุรี) การสัมภาษณ์เหมือนเป็นการพูดคุย สอบถามเกี่ยวกับตำแหน่งงานคับ ภาษาไทยทั้งหมด พอสัมภาษณ์เสร็จก็มีการนำเสนอด้วย powerpoint ที่เค้าให้เวลาเตรียม 2 วันคับ ในหัวข้อ city gas in singapore ผมคิดว่าผมนำเสนอได้ไม่ค่อยดีคับ ตื่นเต้นมากเลยคับ 555 แต่ถึงไม่ได้ก็ไม่เป็นไรคับ อย่างน้อยผมก็ได้อะไรหลายอย่างในทุกๆครั้งที่สัมภาษณ์งาน ตอนนี้ส่งใบสมัครโครงการ horizon ของ chevron ไปแล้วคับ และวันจันทร์ก็กำลังจะส่งใบสมัคร drilling school 8 คับ ระหว่างรอก็อย่างบล๊อคพี่นกเตรียมพร้อมไว้คับ ถ้าผมมีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์จะมาแชร์นะคับ ขอบคุณคับ




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 2 ตุลาคม 2557 15:31:26 น.
Counter : 3560 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

Nong Fern Daddy
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 780 คน [?]




... Blog นี้ ...
แด่ ... แม่น้องเฟิร์นและน้องภัทร
เธอ..ผู้เปลี่ยนห้องที่มืดมิดให้สว่างไสวได้ด้วยรอยยิ้ม
เธอ..ผู้อยู่เบื้องหลังความเข้มแข็งและความสำเร็จทั้งมวล
... และ ...
เธอ ... ผู้เป็น "บ้าน" เพียงแห่งเดียวของผม

---------------------------------------------

หรือเพียง "ฝัน" ที่หาญท้าชะตาฟ้า ?

หรือจะเพียง "ศรัทธา" (ที่)ไร้ความหมาย ?

แม้จะเป็นแค่เพียง "ฝัน" จนวันตาย

แต่ผู้ชายคนนี้จะอยู่ข้างเธอ ... ตลอดไป ...

แด่ ... ลูกที่กล้าฝันของพ่อ

Friends' blogs
[Add Nong Fern Daddy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.