Lunch Queen (Lunch no Joou) สูตรรักข้าวห่อไข่ revisit
หลายอาทิตย์มานี้ fail หลาย ๆ อย่าง และเริ่มเบื่อเรียนภาษาจีน(เลิกเรียนมันเลยดีมั้ย?) เลยเปลี่ยนมาดูละครญี่ปุ่นที่ไม่ได้ดูมาหลายเดือน

มาราธอนดูละครเก่าที่อยากดูซ้ำไปหลายเรื่อง ทั้ง slow dance ที่เขียนถึงไปแล้ววันก่อน, kimiwa petto (ที่ดูยังไงก็ >>> เวอร์ชันหนังเกาหลี), 1 litre of tears (ที่ดูรอบนี้ไม่ร้องไห้ตาบวมเหมือนครั้งแรกที่ดู) แล้วก็ lunch queen สูตรรักข้าวห่อไข่ ที่จะเขียนถึงในวันนี้ :)

ละครเก่าขนาดนี้ (ภาพยัง 4:3 ไม่เป็น widescreen เลย) แต่ดูใหม่ก็ยังสนุก พล็อต/บทไม่ได้ perfect แต่ก็ดูเพลิน ๆ ได้ข้อคิด(?) เรื่องนี้มีองค์ประกอบที่ดีมากอยู่สองอย่างคืออาหารน่ากิน กับ หนุ่มหล่อ(หลายคน)

เวลาดูละครเก่าซ้ำจะมีเรื่องสนุกอย่างหนึ่งคือจะสังเกตเห็นดาราบทตัวประกอบที่สมัยนี้เล่นเป็นตัวเด่นแล้วหลายคน ตอนดูครั้งแรกจะยังไม่รู้จักและเนื่องจากบทไม่ได้เด่นก็เลยไม่ได้จำไม่ได้สนใจ แต่พอมาดูใหม่แล้วก็ ว้าว นี่มันคนนั้นนี่ คนนี้นี่ โห เล่นบทกระจอกงี้เลยเหรอ โห แต่ก่อนยังไม่หล่อเลยเนอะ ฯลฯ

lunch queen มีคนที่ดูแล้วตกใจคือเอตะ คือเอตะนี่ดูมาหลายเรื่องมากแต่ไม่เคยจำได้จนถึงเรื่อง last friends ถึงจะปิ๊ง แล้วพอดูละครเก่า ๆ ก็จะงงว่าเอ๊ะ อ้าว เอตะเหรอเนี่ย! ไม่เคยสังเกต! ในบรรดาละครที่เอากลับมาดูใหม่เร็ว ๆ นี้ เอตะเล่นเป็นเพื่อนพระเอกตั้ง 2 เรื่องคือเรื่อง lunch queen นี้กับ kimiwa petto ดูแล้วอู้...เอตะ...นายบทน้อยและไม่น่าสนใจเลย สมควรแล้วที่ฉันจำไม่ได้ และขอโทษเหอะ น่าสงสารมาก ทั้งสองเรื่องเอตะหลงรักสาวที่รักพระเอกอยู่ตลอดเลย น่าฉงฉานจริง ๆ...

นึก ๆ ไปแล้วนักแสดงญี่ปุ่นนี่เขาไต่เต้าจากล่างขึ้นบน ฝึกปรือฝีมือกว่าจะได้บทเด่นก็ต้องฝีมือถึง หน้าตารูปร่างก็พัฒนาแล้ว(หลังจากเข้าวงการแล้วคงต้องดูแลตัวเองให้ดีขึ้น) ออร่ากระจายกำลังได้ที่ :)

แต่นักแสดงไทยหาไม่ค่อยได้ ประเภทเริ่มจากตัวประกอบกิ๊กก๊อกก่อนเล่นเป็นตัวนำ อย่างน้อยก็ต้องเริ่มจากบทพระรอง นางรองเลยอ่ะเนอะ

แต่ที่ตกใจยิ่งกว่าเอตะ คือคิริทานิ เคนตะ ในบท Maggie!! ทำไมสิบปีผ่านไปหน้าตาทุกอย่างเหมือนเดิมเด๊ะเลย ไม่มีแก่ขึ้นแม้แต่นิดเดียว!!

เรื่องนี้ก็ขอพูดถึง tsumabuki satoshi อีกทีเถอะนะ ชอบ น่ารักอ่ะ ^^
(ต่อไปนี้จะ spoil นิดนึง แต่ว่านะ ป่านนี้จะยังมีคนไม่เคยดูเรื่องนี้ด้วยรึ?) ดูไปครึ่งเรื่องใคร ๆ ก็น่าจะรู้ว่าใครเป็นพระเอก แต่ที่ตอนหลังสุดละครไม่ยอมฟันธงคงเพราะคนเขียนคงจะสงสารซาโตชิหรือไม่ก็สงสารแฟน ๆ ซาโตชิรึเปล่า? >_<

ความคิดหนึ่งที่แว้บเข้ามาระหว่างดู คนเป็นนักแสดงเนี่ย ไม่ว่าจะแสดงดีแค่ไหนแต่บุคลิก ท่าทาง การพูด ฯลฯ ยังไง้ ยังไงมันก็ยังเป็นตัวตนของนักแสดงเองอยู่ดี (ยกเว้นบทที่ได้รับ extreme จัด เป็นคนพิการ คนบ้า ฯลฯ) เพราะฉะนั้นถ้าเป็นนักแสดงที่มีบุคลิกที่เราชอบ ไม่ว่าจะไปเล่นเรื่องอะไรเราก็คงยังชอบอยู่ดี อย่างซาโตชิเนี่ย ดูเป็นคนนิสัยดี๊ นิสัยดี แหย ๆ หน่อย ๆ ดูทุกเรื่องก็ชอบหมดเลย :)

แต่กลับกัน ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบบุคลิกเขา ก็คงจะไม่ชอบไปทุก ๆ เรื่อง :(

พล็อตของเรื่องนี้ว่าไปแล้วคือ shoujo manga (การ์ตูนตาหวาน)ชัด ๆ เพราะนางเอกได้เข้าไปอยู่ในบ้านที่มีแต่หนุ่ม ๆ หน้าตาดีไปหมดเลย แล้วแต่ละตอนผ่านไป(เกือบ)ทุกคนก็มาหลงรักนางเอกหมดเลย สงสัยอยู่ว่าคนดูเรื่องนี้เนี่ย ratio ญ/ช เป็น 99/1 หรือเปล่า? ผู้ชายที่ดูเรื่องนี้คงประเภทถ้าไม่ 1.ชอบ Takeuchi Yuko ก็คง 2. ชอบอาหารฝรั่งสไตล์ญี่ปุ่น (ดูแล้วอยากกิ๊นอยากกิน)

เห็นพล็อตเป็น fantasy ของสาว ๆ ขนาดนี้แต่ธีมของเรื่องไม่ได้เน้น romance เท่ากับเรื่องของคุณค่าของการรักษาสิ่งดี ๆ ให้คงอยู่ตลอดไป แม้ว่าความดีของสิ่งนั้น ๆ จะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตระดับชาติ หรือสลักสำคัญอะไรมากมายอย่างที่ตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องพูดออกมาว่า "ถึง(ร้าน)จะหายไป ก็ไม่มีใครเดือดร้อนจนถึงตายหรอก"

ในเรื่องแสดงให้เห็นถึงตัวละครประกอบหลาย ๆ คนที่รู้สึกดีที่ร้านอาหารเก่าแก่นี้ยังอยู่ที่เดิมและเสิร์ฟอาหารรสชาติเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้แต่มีความหมายกับหลายคน (ต่อไปนี้จะ spoil นิดนึง แต่ว่านะ ป่านนี้จะยังมีคนไม่เคยดูเรื่องนี้ด้วยรึ?) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแฟนเก่าของนางเอกที่ความหวังที่จะได้มากินอาหารอร่อย ๆ ที่ร้านนี้คงจะหล่อเลี้ยงชีวิตในคุกได้เป็นอย่างดี

คนตะกละอย่างจขบ.เข้าใจความรู้สึกของนางเอกมากเลย จขบ.เวลามีแพลนจะได้กินของอร่อยก็มีความสุขล่วงหน้าได้หลายวัน (คนในครอบครัวจขบ.ก็เป็น คิดว่าน่าจะเป็นทุกคนในโลกนี้นะ)

ส่วนคำพูดที่ตบหน้าจขบ.แรงสุดในเรื่องคือ "สิ่งที่ทำนายอนาคตได้ดีที่สุดคืออดีต"

โอ้ จริงแท้ที่สุดในโลก T-T



Create Date : 06 มิถุนายน 2555
Last Update : 6 มิถุนายน 2555 23:22:55 น.
Counter : 2800 Pageviews.

0 comment
"Slow Dance" revisit
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูรอบแรกแล้วคิดไว้เลยว่าอยากดูอีกรอบ แต่กว่าจะได้ดูอีกรอบจริง ๆ ก็ผ่านไป 6-7 ปี จำได้ว่าคราวที่แล้วชอบคู่หลักมาก ๆ ในขณะที่คู่รองรู้สึกน่าสงสารเพราะบทไม่เวิร์คเอาเสียเลย

มาดูคราวนี้ตอนแรก ๆ เริ่มรู้สึกว่าเข้าใจคู่รองมากขึ้นนะ สงสัยเพราะเราแก่ขึ้นเลยเข้าใจคนมากขึ้นหรือยังไง? แต่ดูไปเรื่อย ๆ จนจบก็กลับมาได้ข้อสรุปเหมือนเดิม คือ ทำไมบทคู่รองมันเป็นงี้วะ! -_-;;

อีกเรื่องที่อยากบ่นเกี่ยวกับบทคือ 1/3 หลังของเรื่องแผ่วมากเมื่อเทียบกับ 2/3 แรก ถ้าจขบ.ดูแค่ 2/3 เรื่องแล้วมาเขียน blog เลยสงสัยจะมีแต่ชม ชม ชม และชม :D ก็มันสนุกจริง ๆ แม้จะมีหลายคนบอกว่าเรื่องมันอืดไป แต่จขบ.ไม่เห็นรู้สึกยังงั้นเลย ไม่ช้าไม่เร็ว กำลังดี ตลกด้วย ประทับใจด้วย ชอบคนเขียนบท :D

นักแสดงนำเล่นดีมากกกกกกกกก ทั้งญ. Fukatsu Eri และช. Tsumabuki Satoshi โล่นี่ต้องยกใส่พานให้ Fukatsu Eri แต่ถ้าให้พูดต้องพูดถึงซาโตชิเพราะมันแปลกมากเลย ไม่รู้เป็นเพราะในชีวิตจริงซาโตชิเป็นคนดี๊ดีจนมันซึมเข้ามาเวลาเล่นละครหรือเปล่า แต่ถ้ามองกันอย่าง objective แล้ว บทริอิจิที่ซาโตชิเล่นมันเป็นคนไม่เอาไหนอย่างแรงเลยนะ นิสัยแย่ ขี้ขลาด ทำให้ผู้หญิงเจ็บ ไม่รู้จักคิด เป็นเด็ก ดูแลคนอื่นไม่เป็น ฯลฯ แต่คนดูกลับไม่เกลียดหมอนี่เลย ตรงนี้จขบ.ยังคิดไม่ออกว่าเป็นเพราะความดีของบทหรือตัวซาโตชิเอง

พูดถึงเนื้อเรื่อง เขาบอกว่าพูดถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ติดเบรคกับผู้ชายคนหนึ่งที่แตะเบรคตลอด ซึ่งคาแรกเตอร์ของริอิจิเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องความฝันอยากเป็นผู้กำกับหนัง หรือแม้แต่เรื่องผู้หญิง แบบว่ากลัวเจ็บเลยไม่กล้าเดินหน้าสักที

แต่คาแรกเตอร์ของอิซากิ (Fukatsu Eri) จขบ.ว่าก็ดีไปหมดนี่นา ไม่ใช่เป็นคนที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังซะหน่อย มีแค่เรื่องชอบพลั้งปากพูดสิ่งที่คิดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจแค่นั้นเองที่น่าจะเรียกได้ว่าไม่ติดเบรค นอกนั้นอิซากิก็ถือว่าเป็นผู้หญิงที่ดีมาก ๆ คนหนึ่งเลยทีเดียว เป็นคนตั้งใจทำงาน ซื่อสัตย์กับตัวเอง ใส่ใจคนอื่น ดีจนรู้สึกว่าริอิจิไม่เห็นคู่ควรด้วยตรงไหน 55555 ในขณะที่อิซากิจะเป็นคนคอยพูดเตือนสติริอิจิ คอยให้กำลังใจ แต่ไม่เห็นริอิจิทำอะไรให้อิซากิบ้างเลย เหมือนเป็นผู้รับอย่างเดียว

จขบ.ชอบละครที่เล่นเกี่ยวกับทางเลือกของชีวิตเป็นพิเศษ (ยิ่งช่วงนี้ยิ่งอิน) อย่างเรื่อง Orange Days ก็เหมือนกันเป็นเรื่องของเด็กมหาลัยปีสุดท้ายที่ต้องเลือกหนทางชีวิตว่าจะไปทำอะไรดีหลังจากออกรั้วมหาลัย ส่วนเรื่อง Slow Dance ก็มีคนที่ต้องคิดเรื่องหนทางของชีวิตหลายคน อิซากิกับเรื่องจะแต่งงานดีไม่ดี จะย้ายไปทำแบรนด์อื่นดีไม่ดี? ริอิจิกับเรื่องจะลาออกจากงานมาทำหนังตามที่ทุกคนเชียร์ดีไม่ดี? แล้วยังมีเอสุเกะ พี่ชายของริอิจิที่อยู่ ๆ ก็ลาออกจากแบงค์มาเปิดบาร์เฉยเลยอีก

*มีเรื่องที่อยากพูดถึงหลายอย่างแต่ไม่สามารถเรียบเรียงออกมาให้สวย ๆ ได้ ก็จะกระโดดไปกระโดดมาหน่อยนะ

ชอบที่เรื่องออกแบบไว้ให้อิซากิเป็นญ.ไม่ติดเบรค ริอิจิเป็นช.แตะเบรคตลอด แล้วทั้งคู่ก็มาพบกันที่โรงเรียนสอนขับรถโดยริอิจิเป็นครูสอนขับรถให้อิซากิ :D

ชอบบทสนทนาระหว่างริอิจิกับอิซากิ มันมาก กัดกันไปกัดกันมา ยังอยากดูซ้ำเป็นรอบที่สามอยู่ XD

ชอบที่ริอิจิเจออิซากิพูดใส่ที ชีวิตก็เปลี่ยนที แล้วริอิจิก็ยังพูดได้ว่าชอบที่มันเป็นอย่างนั้น >_< น่าร้ากกกกกกกกก

พูดถึงเอสุเกะมั่ง จริง ๆ ดูละครเรื่องนี้เพราะเอสุเกะ (Fujiki Naohito) แต่ขอโทษทีเหอะ ไม่เข้าใจตัวละครตัวนี้ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องเลย ยังคิดไม่ตกว่าควรจะ 1.ด่านาโอะที่เล่นได้ห่วยจนคนดูงงกับเอสุเกะเหลือเกิน 2.สงสารนาโอะที่บทมางงมากจนนักแสดงไม่รู้จะแสดงออกมายังไงเพราะไม่เก็ตตัวละครเอาเสียเลย

ตัวละครหลักอีกตัวคือมิโนะ (Hirosue Ryoko) เป็นตัวละครที่คนดู relate ด้วยได้ง่าย เราดูแล้วจะเข้าใจว่าเขากลัวอะไร กังวลอะไร อยากหนีอะไร แต่ตอนหลัง ๆ ที่เธอเปลี่ยนอาชีพกลายเป็น stalker นี่คาดว่าคนดูร้อยละ 75 จะรำคาญเธอ (อีก 25% ที่เหลือคือแฟนพันธุ์แท้ของเธอค่ะ) ไม่ต่างกับที่หงุดหงิดกับอีตาเอสุเกะ

คิด ๆ ไปแล้ว บทละครเนี่ยมันเขียนยากตอนใกล้ ๆ จบจริง ๆ เนอะ หลายต่อหลายเรื่องที่เริ่มมาดีซะ ตอนกลาง ๆ ก็สนุก แต่แล้วก็ต้องมาตายตอนจบ โดยเฉพาะละครที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคน climax ตอนจบของคู่หลักมักจะหนีไม่พ้น คนนึงต้องย้ายไปต่างประเทศ/ต่างจังหวัด เช่น Love Revolution, Hotaru no Hikari (เอ๊ะ ทำไมคิดออกแต่ละครนาโอะ)

เดี๋ยวดูละคร romance คราวหน้าต้องลองสังเกตดูว่ามีวิธีจบยังไง work ๆ ที่ climax ไม่เชยมั่ง (จขบ.แอบจริงจังเกินความจำเป็นอีกแล้ว)



Create Date : 28 พฤษภาคม 2555
Last Update : 28 พฤษภาคม 2555 10:31:21 น.
Counter : 1711 Pageviews.

1 comment
รีวิว(บ่น) ละครญี่ปุ่น season ที่แล้ว(fall 2011) 8+1เรื่อง
season ที่แล้วพอดีน้ำท่วมเลยมีเวลาดูละครเยอะกว่าปกติ จัดไป 8 เรื่อง และเนื่องจากจำนวนเรื่องเยอะเลยบ่นสั้น ๆ ละกัน

1.Watashiga Ren-aidekinai Riyu
"เหตุผลที่ฉันโสด" เป็นเรื่องของเพื่อน(รุ่นพี่รุ่นน้อง)ผู้หญิง 3 คนที่เผอิญวันหนึ่งตัดสินใจมาอยู่บ้านเดียวกัน และทุกคืนเอาแต่คุยเรื่องทำไมเราไม่มีแฟน 555555555 ตอนแรก ๆ กะจะเลิกดูและ รำคาญ รู้สึกหมกมุ่นไปมั้ย? (และเบื่อที่ karina ต้องเล่นบทหญิงห้าวอีกและ โยชิทากะก็ดูไม่น่ารักเท่าเรื่องก่อน ๆ) แต่ดู ๆ ไปก็สนุกดี เพลิน ๆ และจขบ.เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกโอเคกับตอนจบ (ที่หลายคนคิดว่าไม่ make sense)

2.Nazotokiwa Dinner no Atode
เรื่องของคุณหนูเรโกะที่เป็นตำรวจสืบคดีกับบัตเลอร์ที่ลอจิกดีมาก ช่วยคุณหนูไขคดีได้จากแค่ฟังคุณหนูเล่า ๆ เหตุการณ์ก็จะรู้ตัวฆาตกรเลย เรื่องนี้แรก ๆ ก็กะเลิกดูเหมือนกันเพราะการแสดงระหว่างคุณหนูและบัตเลอร์กับตัวคดีเองมันไง ๆ ไม่รู้ แต่ในที่สุดก็ดูจนจบเพราะคุณหนูแต่งตัวน่ารัก ๆ, บทตำรวจเจ้านาย(Shiina Kippei ขโมยซีนตลอด) และหลัง ๆ ไอเดียของเรื่องดีขึ้นเรื่อย ๆ

3.Kaseifu no Mita
ละครม้ามืดโกยเรตติ้งทะลุเพดานเรื่องนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้บ่นนอกจากยัยลูกสาวคนโต รำคาญทั้งบทและนักแสดงเลยทีเดียว แต่นอกจากนี้ทุกอย่างดีมาก แนะนำให้ดูเรื่องนี้ถ้าจะต้องเลือกดูแค่เรื่องเดียว อ้อ เรื่องนี้ดูแบบไม่รู้อะไรมาก่อนจะดีสุด

4.Mitsu no Aji
ละครหญิงสองแย่งชายหนึ่ง แถมหนึ่งในหญิงนั้นเป็นหลานของชายอีกต่างหาก -_-;; ไม่รู้อะไรดลใจให้ดู (เดาว่าเป็น Kanno Miho 75% และ Arata 25%) ดูไปสงสารตัวเองไปว่าทำไมต้องทนดู นาน ๆ จะเจอละครญี่ปุ่นบทแย่ได้ปานนี้ O_O ในที่สุดทนไม่ไหวเลยไม่ได้ดูตอนสุดท้าย แนะนำให้ดูถ้าชอบของแปลก

5.Sengyoshufu Tantei -Watashiwa Shadow-
เรื่องนี้ surprise มาก ดูไปตามหน้าที่เพราะมี Fujiki Naohito เล่น แต่ไม่คาดหวังอะไรเพราะนางเอกคือ Fukada Kyoko แต่ปรากฎว่ากลับเป็นเรื่องที่ชอบมากที่สุดเรื่องหนึ่งของ season นี้

เป็นเรื่องเกี่ยวกับแม่บ้านสาวคนนึงที่ดูไร้สมอง วัน ๆ เอาแต่กรี๊ดกร๊าดเอาอกเอาใจสามี (นาโอะ)ที่ดูยังไงก็เห็นชัดว่ารำคาญภรรเมีย แต่วันนึงก็ถึงจุดพลิกผันเพราะดันแอบเห็นว่าท่าทางสามีจะมีชู้! แต่แทนที่เธอจะเอาแต่นั่งร้องไห้กลับคิดจะสืบคดีสามีมีชู้นี้เอง :D สนุกมาก ๆ เลย ชอบบทจินไน นักสืบมืออาชีพที่คอยช่วยนางเอก (Kiritani Kenta)

6.11ninmo Iru
เรื่องนี้คาดหวังไว้มากเกินหรือไงไม่รู้ ดูแล้ว... คือก็มีช่วงที่ตลกฮา ๆ นะแต่ช่วงที่เอิ่ม...ก็เยอะเหมือนกัน แต่ในที่สุดก็ดูจนจบละนะ ยังไงก็ดีกว่า (Mitsu no Aji) เป็นเรื่องของครอบครัวลูกดกที่บ้านเล็กนิดเดียวแต่คนล้นบ้าน (คนเพิ่มมาได้ทุกตอน) โดนส่วนตัวจขบ.ชอบละครเรื่องอื่น ๆ ที่ Kudo Kankuro เขียนบทมากกว่าเยอะ (แต่เรื่องอื่นที่ไม่ชอบก็มีเหมือนกัน)

7.Yokainingen Bem
เรื่องนี้ไม่ได้ตั้งใจดูแต่เผอิญต้องโหลดให้เพื่อนอยู่แล้วเลยดูด้วย ปรากฎว่าดีเลยแหละ! ชอบ yokai ningen ทั้งสามตัว (ตอนร่างคนนะ ตอนร่างสัตว์ประหลาดน่าเกลียดเกิน) เมะก็งาม Anne ก็เล่นดีมาก ๆ (ปกติไม่ค่อยชอบแต่เรื่องนี้ชอบมาก) น้องที่เล่นเป็น Belo ก็น่ารักมาก ๆ ^^ ตอนแรก ๆ ดูไปอาจจะรู้สึกว่ามัน episodic แต่ไปเรื่อย ๆ จะเห็นว่าเดินเรื่องพล็อตหลักไปสู่บทสรุปได้ดี ตัวละครประกอบอื่น ๆ ก็ดีหมดเลย message ที่ให้ก็ตีแสกหน้ามนุษย์จนดูแล้วต้องหน้าม้วนด้วยความอาย บางคนอาจจะมองว่ามันตรง ๆ ทื่อ ๆ เด็ก ๆ ไปหน่อยแต่จขบ.ชอบนะ

8.Boku to Star no 99nichi
ความรักระหว่างดาราสาวชาวเกาหลีกับบอดี้การ์ดชาวญี่ปุ่น เรื่องนี้คิมแทฮีน่ารักมาก แต่งตัวก็สวย ไม่ต้องคิดมาก ดู ๆ ไปเลย 5555 แม้จะต้องทนรำคาญสำเนียงกับพฤติกรรมนางเอกไปหน่อย (อ้อ รำคาญยัยหลานพระเอกด้วย) กับมีจุดที่ไม่ realistic มากมาย (เช่น นางเอกโคตรเก่งภาษาญี่ปุ่นเลย ใช้คำยาก ๆ ตลอด ๆ แต่ก็จะมีบางฉากที่ไม่รู้คำง่าย ๆ (พล็อตบังคับ) เป็นต้น) เหมาะกับคนชอบเรื่องกุ๊กกิ๊ก ๆ

มาถึงเรื่องแถม Yasashii Jikan เป็นละครเก่าหลายปีแล้วแต่จขบ.เพิ่งได้ดู เกี่ยวกับความสัมพันธ์พ่อลูกที่พังทลายเพราะคนเป็นแม่ตาย คาดว่าตอนเรื่องนี้ฉายน่าจะมีคนแห่เปิดร้านกาแฟกันยกใหญ่ เพราะดูแล้วมันชวนฝันอยากมีร้านกาแฟจริง! โลเกชั่นคือฮอกไกโด บนเขาหนาว ๆ หิมะตก ลูกค้าในร้านนั่งเรียงที่เคาน์เตอร์ มือแต่ละคนหมุน ๆ บดกาแฟของตัวเองไปคุยกับมาสเตอร์(เจ้าของร้าน)ไป บรรยากาศอบอุ่นเกือบได้กลิ่นกาแฟออกมานอกจอ (จขบ.ปกติไม่กินกาแฟแต่ชอบกลิ่นกาแฟ) เนื้อเรื่องอาจจะเนิบนาบไปหน่อย เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ ตั้งกะต้นยันจบ แต่โชคดีมีตัวน่ารำคาญอยู่ตัวเดียวคือนางเอก



Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2555 17:17:57 น.
Counter : 1157 Pageviews.

1 comment
Don Quixote (ละครญี่ปุ่นนะจ๊ะ)
Don Quixote

ละครที่สนุกที่สุดที่ได้ดูมาใน season นี้ (แต่ก็ดูอยู่เรื่องเดียวอ่ะนะ)
พล็อตเรื่องเกี่ยวกับการสลับวิญญาณซึ่งฟังดูน่าเบื่อ ทำกันจนเฝือพอ ๆ กับพล็อตนางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชาย(แล้วทุกคนในเรื่องไม่มีใครดูออก ค้านสายตาคนดูเป็นอย่างยิ่ง)

หนัง/ละครสลับวิญญาณส่วนมากมักจะเป็นผู้หญิงสลับกับผู้ชาย (มั้ย?)
แต่เรื่องนี้เป็นหนุ่มสำนักงานดูแลเยาวชน สลับวิญญาณกับ หัวหน้าแกงค์ยากูซ่า!! (คิดได้ไง ฟังดู random มากๆ)

แล้วทำไมชื่อเรื่อง Don Quixote อันนี้ก็ดู random มาก ๆ เช่นกัน (คิดมาได้ไง?)
เราก็ต้องขอแอบไปพูดเรื่อง Don Quixote ก่อนว่ามันคืออะไร เพราะถึงแม้จะเป็นหนังสือที่ขายดีมากระดับโลก เป็นที่รู้จักไปหมดแพ้แต่ไบเบิ้ล แต่คิดว่าคนไทยทั่วไปเคยได้ยินแต่ชื่อ(มั้ง เหมือนจขบ.)

Don Quixote เป็นนิยายเมกซิกัน(มั้ง? ลืมและ) กล่าวถึงชายแก่คนนึงที่อยู่ ๆ ก็คิดว่าตัวเองเป็นอัศวิน ลุกขึ้นมาใส่เสื้อเกราะขี่ม้า(ลา?)ออกปราบอธรรมช่วยเหลือประชาชน และตั้งชื่อให้ตัวเองว่า Don Quixote

Don Quixote มีผู้ช่วยคนหนึ่งที่ก็คงเป็นชายไม่ได้เรื่องและประสาทอ่อน ๆ เหมือนกันถึงได้บ้าร่วมผจญภัยกับเขาด้วยได้ -_-;;

ทั้งสองคนขี่ม้าท่องไปยังเมืองต่าง ๆ และทำอะไรไม่ได้เรื่องได้ราว แต่ติ๊ต่างเอาเองว่าตัวเองได้ช่วยคนโน้นคนนี้ และการผจญภัยครั้งสุดท้้ายของเรื่องจบลงที่การที่ทั้งคู่ควบม้าเข้าหากังหันลมเพราะคิดว่าเป็นสัตว์ประหลาดที่ต้องไปปราบ (โอ้...)

แม้ Don Quixote จะเป็นเพียงชายแก่เขลาคนหนึ่ง แต่ก็นับว่ามีสปิริตและความกล้าหาญอยู่ไม่น้อย และต้นฉบับคงอ่านสนุกจนกลายเป็นหนังสือคลาสสิก (ชักอยากหามาอ่านเหมือนกัน)

(ถ้าจขบ.เล่าผิดตรงไหน ต้องขออภัยด้วย เพราะอ่านจากวิกิมาเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ก็ลืม ๆ แล้วไปเยอะ)

อ่ะ ถึงตรงนี้ก็ยังงงอยู่ใช่มะว่าแล้ว Don Quixote มาเกี่ยวอะไรกับข้าราชการสลับวิญญาณกับยากูซ่า? คืองี้ ในเรื่องมีตัวประกอบตัวหนึ่งคือ ซาจิโกะ เด็กผู้หญิงอายุ 17 ปีที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานเยาวชน ซาจิโกะได้อ่านหนังสือ Don Quixote ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วก็รู้สึกประทับใจในความ ??? (บ้าบิ่น? กล้าหาญ??) ของ Don Quixote จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้ามี Don Quixote จริง ๆ ในโลกนี้ที่ยอมต่อสู้เพื่อเด็ก ๆ ก็คงจะดีไม่น้อย
(บ้าบอดีมั้ย ดูจนจบแล้วยังตะหงิดอยู่เลย ว่ามันอะไรหว่า)

เล่าอย่างนี้แล้วคงพอจะเดาออกแล้วใช่ไหมว่า ยากูซ่าในร่างหนุ่มสำนักงานเยาวชนนี่แหละ จะมาเป็น Don Quixote ของเด็ก ๆ เอง! (ดูจบแล้วยังอึ้งอยู่เลยว่าคิดได้ไง random มาก ๆ)

ละครโดยส่วนใหญ่สนุกมากทุกตอน ตลก ได้ข้อคิด(ตามสไตล์ละครญี่ปุ่น ประเทศที่คงทนไม่ได้ถ้าต้องทำอะไรไร้สาระโดยสิ้นเชิง) และได้เห็นปัญหาของเด็ก ๆ หลากหลาย บางอย่างเราก็นึกไม่ถึง เพราะถ้าพูดถึงเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ เราก็มักจะนึกถึงเด็กที่โดนพ่อแม่ทุบตีเป็นหลัก (ซึ่งก็แน่นอน มีตอนที่เป็นเรื่องของปัญหาแบบนี้ด้วย)

และเนื่องจากละครเกี่ยวเนื่องกับ Don Quixote ก็เลยมีอะไรที่ไม่ค่อยได้เห็นในละครญี่ปุ่นทั่วไป ทั้งเพลงธีมละครที่เป็น Spanish และการเต้น Salsa ของคู่ยากูซ่าในเรื่อง

การแสดงของตัวละครทุกตัวก็ดีไปหมด ทั้งตัวเด่นตัวรองตัวประกอบ ที่จขบ.ชอบเป็นพิเศษคือ Matsuda Shota ตัวเอกของเรื่องและ Uchida เมียยากูซ่า (ช้อบชอบ)

ชมจนไม่รู้จะชมยังไงแล้ว เอาเป็นว่า ถ้าอยากหาอะไรสนุก ๆ ตลก ๆ ไม่หนัก แต่ก็ไม่ได้ไร้สาระ ก็ดูเรื่องนี้ไปเลย การันตีความสนุก!

(ถ้าจะต้องหาเรื่องด่าล่ะก็ มีอยู่สองเรื่อง คือการแสดงของลุงยากูซ่า(ตอนวิญญาณเป็นข้าราชการ)ดูตุ๊ดแต๋วไปหน่อย กับ คาแรกเตอร์ยากูซ่าเหมือนเด็กเห็นแก่ตัวธรรมดา ๆ คนนึงเท่านั้นเอง ไม่ได้มีความเป็นยากูซ่าเล้ย)




Create Date : 28 กันยายน 2554
Last Update : 28 กันยายน 2554 17:08:32 น.
Counter : 1997 Pageviews.

6 comment
Ikebukuro West Gate Park
เนื่องจาก season นี้มีตามดูละครอยู่เรื่องเดียวคือ Don Quixote เพราะฉะนั้นเวลาว่างที่เหลืออยู่ก็ต้องไปขุดเอาเรื่องเก่า ๆ มาดู

ปกติจขบ.เป็นคนไม่ค่อยดูอะไรซ้ำเท่าไร เท่าที่ผ่านมามีละครที่ดูซ้ำอยู่นับเรื่องได้ ถ้าจำไม่ผิดก็มี
- Orange Days
- Love Shuffle
- Liar Game
- Love Revolution
- Antique
*คงมีอีกแหละ แต่จำไม่ได้

นอกจากนี้ก็มีเรื่องที่คิดไว้ว่าจะต้องดูซ้ำอีก ดังนี้
- Ryusei no Kizuna
- Slow dance
**คงมีอีกแหละ แต่จำไม่ได้

จริง ๆ แล้วการที่จขบ.เป็นคนความจำเสื่อมเช่นนี้นับเป็นข้อดียิ่งใหญ่ข้อหนึ่ง เพราะทำให้สามารถดูละคร/หนัง และอ่านหนังสือสนุก ๆ เรื่องเดิมได้หลายครั้ง เพราะมักจะจำรายละเอียดไม่ได้เลย อย่างเรื่อง IWGP นี่ก็เหมือนกัน จำได้ว่าตอนดูครั้งแรกอึ้งในความเท่และเมพมาก แต่พอหลายปีผ่านไปกลับมาดูใหม่ พบว่าดูตอนแรกไปเกือบจะจบตอนแล้วยังงง ๆ กับตัวเองว่าชอบเรื่องนี้ตรงไหนวะ (นอกจากชอบการแสดงของโยสึเกะในเรื่องนี้) เพราะตอนแรกมันเสียเวลาไปกับการแนะนำตัวละครและปูเรื่องที่จะเป็นฐานไปทั้งซีรี่ยส์ ก็เลยมีแต่ซีนพระเอกและผองเพื่อนเที่ยวเล่นใน Ikebukuro ไปซะเยอะ

แต่พอดูไปเรื่อย ๆ อีกหน่อยก็เริ่มจำความได้ และพอดูไปสองสามตอนก็เริ่มทึ่งในความเท่ของเรื่องนี้เป็นรอบที่ 2

และเพิ่งรู้ (มั้ง หรือไม่ก็เคยรู้แล้วแต่ลืมสิ้นแล้ว) ว่าจริง ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่ original story แต่ดัดแปลงมาจากนิยายหลายเล่มในซีรี่ยส์เดียวกัน (มีดัดแปลงเป็นการ์ตูนด้วย)

ปัจจัยเสริมความน่าดู
- คนเขียนบทและผู้กำกับ Kudo Kankuro ไม่ธรรมดา เรื่องที่ไม่ต้องปีนกะไดดูของผกก.คนนี้ส่วนใหญ่จขบ.จะชอบ มันจะออกแนวบ้า ๆ บอ ๆ
- ตัดต่อภาพเท่ดี
- Kubozuka Yosuke เล่นคาแรกเตอร์ King ได้น่ารักน่าประทับใจมาก
- YamaP ช่วงที่น่ารักที่สุดในชีวิต
- เนื้อเรื่อง dark มากแต่นำเสนอแบบขำขัน

แน่นอนใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย
- แอบ episodic ตรงกลาง ๆ โดยเนื้อเรื่องหลักไม่ค่อยเดิน เลยมีการเบื่อนิดเบื่อหน่อยบ้าง
- มุขตลกบางทีอนาถหรือสกปรก
(แต่ข้อเสียเหล่านี้มันเล็กน้อยอย่าไปคิดมาก)

คนรู้ภาษาญี่ปุ่นอย่าลืมสังเกตความกระแดะในการ number ตอนว่าไม่ได้เรียงตอน 1 2 3 ธรรมดา

ปล. มี Special ด้วย แต่จขบ.คิดว่าสู้ series ไม่ได้ แถม Kubozuka Yosuke ออกน้อยอีก P ก็ไม่ออกแล้ว
ปล2. เรื่องใหม่ของ Kudo Kankuro ฉาย season หน้าน่าดูมาก เป็นเรื่องของเด็กผู้ชาย(Kamiki Ryunosuke!!)คนนึงที่ต้องหาเลี้ยงดูพ่อ แม่ และน้อง ๆ อีก 7 คน จน ณ วันนึงไม่ไหวแล้ว ต้องมาคุยกัน แต่ปรากฎนับไปนับมาในบ้านดันมีคน 11 คน (โผล่มาจากไหนหนึ่งเนี่ย!!)



Create Date : 22 กันยายน 2554
Last Update : 22 กันยายน 2554 17:41:08 น.
Counter : 875 Pageviews.

1  2  3  4  5  6  7  

lulla
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



Group Blog
All Blog