Sekai kara neko ga kieta nara ถ้าแมวหายไปจากโลกนี้


ไม่ต้องคิดมาก ดูเรื่องนี้เพราะ sato takeru :P
แล้วก็ miyazaki aoi

พล็อตเป็นเรื่องเกี่ยวกับการต้องสูญเสียบางอย่างไปทีละอย่าง ๆ เพื่อแลกกับการต่ออายุตัวเองไปแต่ละวัน ๆ

ความคาดหวังก่อนเข้าไปดูในโรงคือ ฉันต้องร้องไห้พราก ๆ แน่นอน
เพราะในโฆษณามันเป็นภาพคนดูญี่ปุ่นซับน้ำตากันเป็นแถบ ๆ 

ปรากฎเข้าไปดูแล้วก็ไม่เท่าไรแฮะ ซึม ๆ ไหล ๆ แค่บางฉาก :P
หนังภาพสวย 
location สวย มา search ดูทีหลัง พบว่าคือ hakodate
ในเรื่องไม่ได้บอกว่า set ในยุคค.ศ.ใด เพราะบ้านเรือนในหนังแลดูแอบโบราณ แถมยังมีร้านเช่าดีวีดีอีก
แต่ในเรื่องก็มี smartphone ใช้อยู่นะ เลยไม่ค่อยแน่ใจ...

location อีกที่ในเรื่องก็สวย คืออาร์เจนตินา โดยเฉพาะฉากน้ำตก iguazu (นี่ก็กลับมา google เหมือนกัน)
ซึ่งเป็น location เดียวกับในหนังเรื่อง happy together ซึ่งเราเคยดูนานแล้วแต่จำไม่ได้
ในเรื่องมีพูดถึง happy together บ่อยเหมือนกัน ไม่รู้ว่าคนเขียนนิยายเป็นแฟนหนังเรื่องนี้ หรือเป็นสิ่งที่คนทำหนังใส่เข้ามาเองเหมือนกัน
ว่าไปแล้วหนังเรื่องนี้เหมาะกับคนบ้าหนังมาก เพราะในเรื่องพระเอกบ้าหนัง เลยจะมีการพูดถึงหนังคลาสสิกเรื่องต่าง ๆ ตลอด ๆ 

บทที่ sato takeru เล่นนี่ cast มาได้ดีมาก บทผู้ชายจืด ๆ แต่อาศัยเสน่ห์เฉพาะตัวของนักแสดงทำให้ดูไม่น่าเบื่อ (สรุปสั้น ๆ ว่าทาเครุน่ารัก)
อาโอยจังนี่เห็นทีแรกแอบช็อค ดูมีอายุขึ้นเยอะเลย วันคืนมันผ่านไปเร็วและนานขนาดนี้แล้วหรือนี่?

แมว แมวน่ารักมาก ปกติเราเฉย ๆ ไม่ได้เป็นคนบ้าแมว แต่ดูเรื่องนี้แล้วแมวน่ารักจริง ๆ แฮะ ไม่รู้เป็นเพราะชื่อน่ารักด้วยเปล่านะ อยากรู้ว่าชื่ออะไรต้องไปดูเอง :)

message ของเรื่องนี้คิดว่าคนที่ดูแต่ละคนคงได้รับมาด้วย impact ที่ไม่เท่ากัน
สำหรับเราไม่ค่อยกระแทกเข้าไปที่ใจเท่าไร อยู่ผิว ๆ น่ะ

การที่แอบสงสัยในใจไประหว่างดูว่า "เอ โทรศัพท์หายไปจากโลกนี้แล้ว เน็ตยังอยู่ไหมนี่?" อะไรทำนองนี้คงไม่ได้ช่วยเท่าไรด้วย 555



Create Date : 09 มิถุนายน 2559
Last Update : 9 มิถุนายน 2559 23:08:35 น.
Counter : 513 Pageviews.

3 comment
The Imitation Game & Begin Again
ที่อยากดู The Imitation Game บอกเลยว่าเป็นเพราะเราเป็นคนคอมพิวเตอร์ ก็เลยอยากรู้อยากเห็นว่าชีวิตคุณ Alan Turing ที่เคยเห็นชื่อในตำรานี่เขาเป็นยังไงบ้างนะ

ได้ไปดูแล้วก็ไม่ผิดหวังเลย หนังสนุกมาก ตลอดเรื่องไม่มีเบื่อเลย

และแม้คุณ Turing จะไม่หล่อ แต่ Matthew Goode หล่อมาก และเราก็ชอบเคียร่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หนังเรื่องนี้เลยมีอาหารตาเกินพอ :))

แต่หนังจะดีถึงขั้นได้ Best Picture ออสการ์รึเปล่า อันนี้ก็ยังลังเล (แต่คือเรื่องอื่นที่เข้าชิงก็ไม่ได้ดูอ่ะนะ) เพราะระหว่างที่ดู ๆ อยู่ ก็มีความคิดสองอย่างเข้ามาซึ่งแสดงให้เห็นว่าหนังไม่ได้เอาเราอยู่จริงตลอดเรื่อง (ว่างไปคิดฟุ้งซ่านอย่างอื่นได้นิ)

ความคิดแรกคือ การที่นั่งตัดเล่าเรื่องสลับไปมาระหว่างหลาย timeline นี่มันแสดงว่าถ้าเล่าเรื่องตรง ๆ นี่มันจะไม่สนุกพอรึเปล่าน้า?

ความคิดที่สองคือ มันช่างหนั๊งหนังเนอะ อย่างฉากที่เห็นคุณ Turing มานั่งต่อสายเครื่อง Christopher อยู่คนเดียวนี่มัน... โห เอาจริงดิ... ยากที่จะเชื่อได้ว่าเหตุการณ์จริงจะเป็นเช่นนั้น, หรืออย่างฉากคุยสังสรรค์ในบาร์แล้วยูเรก้าวิ่งไปถอดรหัส enigma สำเร็จนี่ก็แบบ... กลัวดูไม่ดรามาติกพอใช่ไหม ยากที่จะเชื่อได้ว่าคนฉลาด ๆ กลุ่มนั้นจะไม่เคยมีความคิดพื้น ๆ พวกนั้นมาก่อน พวกเขาเป็น professional นะ

และหลังจากดูจบและค้นพบว่าที่จริงเครื่องไม่ได้ชื่อ Christopher ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่า การทำหนังเกี่ยวกับบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงเนี่ย มันจะทำอะไรตามใจชอบได้แบบนี้เลยเหรอ? เพียงเพื่อให้มันดรามาติก เผื่อจะบีบน้ำตาคนดูได้มากขึ้นหน่อยไรงิ?? งั้นเหรอ??

ทั้ง ๆ ที่หนังก็สนุกมากนะ และแนะนำชาวบ้านให้ดูไปทั่วเลยด้วย...
แต่คิดว่าคงมีเรื่องอื่นที่เหมาะสมกับ Best Picture กว่านะ... พรุ่งนี้รู้กันนะ :)

----------------------------------------------------

Begin Again เคียร่าอีกแล้ว :)
ชอบเคียร่ามาก เป็นผู้หญิงที่เท่มาก แค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ก็กรี๊ดแล้ว
เรื่องนี้มีเล่นกีตาร์ร้องเพลงอีก เสียงก็หวานมาก

แต่ตอนแรกเห็น poster แล้วนึกว่าเป็นหนังรัก
ดูแล้วไม่สบายใจไปตลอดเรื่องเลย นึกว่าเคียร่าจะต้องลงเอยกับ mark ruffalo ซึ่งเป็นตาแก่หัวเถิก เป็นอะไรที่รับไม่ได้อย่างแรง

ความรู้สึกเหมือนดูไปกลั้นหายใจไปจนเกือบจบเรื่อง เหนื่อยมาก

หนังเนื้อเรื่องน้อยมาก งงว่านี่หนัง hollywood หรือ? อีกนิดเดียวจะเป็นสารคดีแล้ว
และเพราะดูไปกลั้นหายใจไป+คิดว่าหนังขาดเนื้อหาไปมาก+คิดว่าเพลงเพราะจริง ๆ อยู่เพลงเดียว คือ Lost Stars ก็เลยไม่ค่อยชอบหนังเรื่องนี้ คือไม่ผ่านสำหรับเรานะ :')





Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2558 23:58:55 น.
Counter : 391 Pageviews.

1 comment
Wolf Children
animation สัญชาติญี่ปุ่นที่เล่าเรื่องราวของแม่ลูกสองที่ต้องลำบากลำบนเลี้ยงลูกอยู่คนเดียว เพราะพ่อตายไปแล้ว และที่เพิ่มความลำบากเข้าไปอีกคือการที่ลูกทั้งสองไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาแต่เป็นมนุษย์หมาป่า

หนังตอนแรก ๆ เรียบ ๆ ช้า ๆ แต่เริ่มมาสดใส มีชีวิตชีวา ก็เมื่อตอนที่คลอดลูกสองคนนี้ออกมานั่นแหละ เด็กสองคนน่ารักมากๆๆๆๆ :)

เราดูเรื่องนี้โดยไม่ได้อ่านอะไรมาก่อนเลย ดูๆไปก็เดาไม่ออกว่าหนังจะไปทางไหน จะว่าเป็น coming of age ก็ไม่เชิงเพราะหนังเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับเรื่องความลำบากในการเลี้ยงดูลูกมากกว่า ดูไปก็งงไปว่าเอ หนังมันจะเล่าชีวิตสามแม่ลูกไปเรื่อย ๆ จนถึงไหนหว่า จะจบยังไง พอดูจนจบเท่านั้นแหละ เข้าใจเลยว่าหนังต้องการจะสื่ออะไร

แน่นอนแต่ละคนอาจจะตีความไม่เหมือนกัน แต่เราคิดว่าหนังเรื่องนี้ต้องการเชิดชูความเป็นแม่ ความรักของแม่ที่ยอมลำบากสายตัวแทบขาดเพื่อลูก และในขณะเดียวกันหนังก็สอนคนเป็นพ่อเป็นแม่เหมือนกันว่าลูกเลี้ยงได้แต่ตัว พอเขาโตแล้วเขาก็ต้องเลือกทางเดินของเขาเอง อย่าไปฝืนธรรมชาติเขา (ลูกเลือกมีชีวิตแบบหมาป่า ก็ต้องปล่อยเขาไป เพราะนั่นคือธรรมชาติของเขา)

อีกอย่างก็คืออย่าไปยึดติดว่าตอนเด็ก ๆ เขาเป็นอย่างนี้ ตอนโตแล้วเขาก็ควรจะมีชีวิตแบบนี้ๆ เพราะเด็กสามารถเปลี่ยนได้ตลอดระหว่างเติบโต (ยูกิกับฮานะนี่โตมาแล้วเหนือความคาดหมายมาก สลับกันเฉยเลย)

ธีมเรื่องแบบนี้ จริง ๆ จะนำเสนอเป็นครอบครัวมนุษย์ธรรมดาก็ได้ แต่ก็คงไม่น่าสนใจ น่ารัก และสื่อสารได้ชัดเจนขนาดนี้แน่นอน :)



Create Date : 04 มกราคม 2558
Last Update : 4 มกราคม 2558 10:59:48 น.
Counter : 1234 Pageviews.

0 comment
ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ (I Fine Thank You Love You)
หนังสนุกและตลก แต่ก็มีจุดที่เป็นข้อด้อยอยู่เหมือนกัน เช่น
- มุขสกปรก อย่างฉากเหม็น ๆ ก้น ๆ อี๋ ๆ ไรพวกนี้ ถ้าไม่มีจะดีมาก เข้าใจว่ามุขคำพูดกับมุขสถานการณ์จะคิดยากกว่า แต่ก็นะ...
- ตัวละครแฟนโจ๊กนี่เกินมามาก แลดูขาดความหมาย ไม่เข้าใจว่ามีทำไม ตัวละครตุ๊ยตุ่ยก็ไร้บทบาทได้อย่างไม่น่าเชื่อว่ามีเพื่อเล่นมุขพูดไทยสำเนียงฝรั่งอยู่ฉากเดียวแค่นั้น
- น่าจะมีฉากที่แสดงความดีของพระเอกที่จะทำให้นางเอกหลงรักได้มากกว่านี้ เพราะดูจบ บอกตรง พูดมาคำแรกเลยว่าถ้าพระเอกไม่หล่อแบบซันนี่ นางเอกจะรักลงได้ไง
- น่าจะมีฉากพระเอกคิดได้ว่าการไม่ปล่อยแฟนเก่าไปมันทำให้ผู้หญิงลำบากใจแค่ไหน จากการที่เห็นนางเอกต้องคอยหลบพระรองตลอด อันนี้น่าจะมี impact โชว์ให้เห็นพัฒนาการด้านความคิดของพระเอกว่าพระเอกตัดใจจากคนเก่าได้ ก่อนจะรู้ตัวว่ารู้สึกดีกับนางเอกขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้คนดูเชื่อในความรักของพระเอกนางเอกได้มากขึ้น

สิ่งที่ชื่นชม
- ไอซ์กับซันนี่ น่ารักเว่อร์ ไอซ์สวยผ่องมาก ๆ ภาษาอังกฤษก็เป๊ะเว่อร์ได้อีก
- sequence cinderella ที่นางเอกไปบ้านพระรอง ไอเดียแบบนี้สิที่เราต้องการ ไม่ใช่พวกมุขโส ๆ
- การที่หนังจบด้วยนักแสดงมาเต้น (อารมณ์ตอนเดินออกจากโรงหนังดีกว่าถ้าจบที่ฉากสุดท้ายของหนังจริง ๆ)




Create Date : 03 มกราคม 2558
Last Update : 3 มกราคม 2558 15:28:04 น.
Counter : 308 Pageviews.

0 comment
Stand By Me Doraemon
Stand by me Doraemon

เห็นแรก ๆ รู้สึกพวกโนบีตะน่าเกลียดจัง แต่ดูไปเรื่อย ๆ ก็โอเค เริ่มชิน ส่วนโดราเอมอนไม่ต้องพูดถึง น่ารักมาก ๆ น่ารักที่สุดเท่าที่เคยเห็นโดราเอมอนมา

production ดีเลิศสมกับเป็นหนัง งาน animation งานพากย์(เสียงญี่ปุ่น)ทุกอย่างดีหมด มีหลาย sequence ที่ showcase ความเป็นหนัง 3D แม้แต่เราที่ดูแบบ 2D ยังรู้สึกได้ถึงความสามมิติ แม้ไม่ต้องสวมแว่นก็ตื่นตาตื่นใจกับฉากเหาะได้ :)

เนื้อเรื่องก็อย่างที่หลาย ๆ คนเห็นตรงกันว่าสร้างขึ้นให้ผู้ใหญ่ไปดู ไปอิ่มเอมกับการได้เจอโดราเอมอน โนบีตะและผองเพื่อนอีกครั้ง ไปร้องไห้ซาบซึ้งกันให้พอใจไปเลย :P

ตอนแรกเปิดเรื่องมา มันเริ่มตั้งแต่หลานทวด(เรียกแบบนี้เปล่า?)ของโนบีตะส่งโดราเอมอนมาให้อยู่คอยช่วยเหลือโนบีตะให้มีอนาคตดีขึ้น เราดูแล้วก็หวั่น ๆ โห เล่าตั้งแต่เริ่มต้นขนาดนี้มันจะเล่าเรื่องไปจนจบได้ภายในเวลาแค่ชั่วโมงครึ่งด้วยเหรอ? แต่ดูไปเรื่อย ๆ แล้วก็ประทับใจกับการเล่าเรื่อง คือเป็นวิธีการเล่าแบบไม่แคร์คนดูที่ไม่รู้จักโดเรมอนมาก่อนเลย ตัวละครทุกตัวโผล่กันเข้ามาโครม ๆ เรื่องชีวิตประจำวันที่โดเรมอนเอาของวิเศษมาช่วยโนบีตะนี่ก็เล่าเป็น montage ฉึบ ๆ เรียงไปเลย ประหยัดเวลา เพราะยังไงคนดู 99% ก็คุ้นเคยกับการ์ตูนเรื่องนี้อยู่แล้ว โล่งใจไปที่ไม่ต้องมีฉากมีอธิบายให้พ่อแม่ฟังว่าหุ่นยนต์สีฟ้านี่คืออะไร ฯลฯ

หนังทำมาจากการ์ตูนโดราเอมอนทั้งหมด 7 ตอน ที่ก็ไม่ได้ต่อเนื่องกันแต่เอามาร้อยเรียงกันได้พอเหมาะพอดีมาก และหนังก็ไม่ได้พยายามเร้าอารมณ์บีบน้ำตาคนดู (Always ยังจงใจบิ๊วมากกว่าอีก) แต่คนดูร้องเองด้วยความผูกพันที่มีกับตัวละครราวกับเป็นเพื่อนเก่า (คนดูยิ่งแก่น่าจะยิ่งร้องเยอะ 555)

7 ตอนจากต้นฉบับที่เอามาดัดแปลง คือ
1. 未来の国からはるばると ตอนแรกเลยที่โดราเอมอนมาจากอนาคต
2. 雪山のロマンス โรแมนซ์บนภูเขาหิมะ
3. のび太の結婚前夜 วันก่อนแต่งงานของโนบีตะ
4. さようならドラえもん ซาโยนาระ โดราเอมอน
5. 帰ってきたドラえもん โดราเอมอนกลับมา
6. たまごの中のしずちゃん ชิซุจังในไข่
7. しずちゃんさようなら ชิซุจัง ซาโยนาระ
(ก๊อบชื่อตอนมาจาก wiki เลยไม่รู้ชื่อภาษาไทย)

หลายคนพอเห็นเป็นการ์ตูนก็นึกว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ดูคงไม่สนุก แต่บอกเลย โดราเอมอนเวอร์ชันนี้ทำให้ผู้ใหญ่(ที่โตมากับโดราเอมอน)ดู หนังที่เรารู้เรื่องหมดแล้ว แต่ดูแล้วยังสนุกกับมันได้ ยังมีอารมณ์ร่วมกับมันได้ เราว่าเยี่ยม ^^

ปล. แต่ก่อนไม่คิดอะไร แต่เพิ่งรู้สึกว่าการที่ไจแอนท์กับซูเนโอะแกล้งโนบีตะตลอด ๆ แต่ก็ยังถือว่าเป็นเพื่อนไปผจญภัยด้วยกันไรงี้นี่มัน... จะเป็นการส่ง message ผิด ๆ ไปให้เด็ก ๆ ว่ารุนแรงกับเพื่อนได้ เพื่อนให้อภัยหรือเปล่านะ? แต่คงไม่มีเด็กที่ไหนดูโดเรมอนแล้วจะคิดแบบนั้นเนอะ บางทีการเป็นผู้ใหญ่ก็ทำให้เราขี้กังวลเกินไป? 555



Create Date : 03 มกราคม 2558
Last Update : 3 มกราคม 2558 14:31:53 น.
Counter : 414 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  

lulla
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



Group Blog