My Best 3 & Worst 3 J-Drama 2010
ปี 2010 ถือเป็นปีที่เราดูละครญี่ปุ่นเยอะมากปีหนึ่ง รวมทั้งหมด 15 เรื่อง (ไม่รวมอีกจำนวนหนึ่งที่เลิกดูกลางเรื่อง)

อืม... คิด ๆ ไปแล้วก็ไม่เยอะเท่าไรแฮะ ตกประมาณเดือนละเรื่องนิด ๆ เอง แต่ทำไมรู้สึกเหมือนดูละครอยู่ตลอดเวลาก็ไม่รู้แฮะ o_O;;

ยังไงก็แล้วแต่ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2009 ที่ดูไป 12 เรื่อง ก็ถือว่าปริมาณเยอะขึ้น แต่กลับหาเรื่องที่ชอบมาก ๆ ได้ยากเย็นเหลือเกิน ถือว่าเป็นปี FAIL ของละครญี่ปุ่นสำหรับเราเลยทีเดียว T-T

ถ้าพูดถึง BEST 3 ปี 2009 ล่ะ ไม่ต้องคิดมาก ลิสต์ได้ทันที
1. Liar Game 2
2. Love Shuffle
3. JIN

และเพื่อให้เห็นเปรียบเทียบได้ชัดเจน ขอลิสต์รายชื่อละครญี่ปุ่นที่ได้ดูในปี 2009
- Voice
- Mei-chan no Shitsuji
- Love Shuffle
- Zeni Geba
- Atashinchi no Danshi
- Yako no Kaidan
- MR.BRAIN
- The Quiz Show 2
- Liar Game 2
- Real Clothes
- Ohitorisama
- JIN




กลับมาดูละครที่ได้ดูในปี 2010 กัน มีดังต่อไปนี้ค่ะ
- Nakanai to Kimeta Hi
- Magerarenai Onna
- Tsuki no Koibito
- Sunaoni Narenakute
- Shinzanmono
- Hotaru no Hikari 2
- GOLD
- Nagareboshi
- Freeter ie wo kau
- Guilty
- Ogon no Buta
- SPEC
- Q10
- Juui Dolittle
- Reinoryokusha Odagiri Kyoko no Uso

เอาที่ Worst 3 กันก่อน
1. Tsuki no Koibito
2. Sunaoni Narenakute
3. Nakanai to Kimeta Hi

จะว่าไปแล้วเรื่องที่เราหวังมากเราก็ผิดหวังได้มากเช่นกัน เป็นเรื่องธรรมดา ขอกล่าวขยายย่อ ๆ สำหรับแต่ละเรื่องว่าผิดหวังตรงไหน

1. Tsuki no Koibito - ตอนแรกไม่ได้คิดจะดูละคร romance เรื่องใหม่ของทาคุยะเลย จริงอยู่ที่เราดูละครทาคุยะมาหลายเรื่อง คิดไม่ออกว่ามีเรื่องไหนที่ไม่ได้ดูบ้าง คิดว่าน้อยมาก ๆ ตั้งแต่ยุคเก่า ๆ อย่าง long vacation, love generation, beautiful life, hero, good luck, pride, engine, million stars falling from the sky, kereinaru ichizoku เรื่อยมาจนถึงยุคใหม่ ๆ หน่อยอย่าง mr. brain, change ดูหมด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นแฟนทาคุยะแต่อย่างใด นี่ขนาดไม่ได้เป็นแฟนนะเนี่ย ดูเป็นสิบ แต่คิดว่าแฟนละครญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างเรา คือถึงแม้จะไม่ได้เป็นแฟนทาคุยะ แต่ก็ได้ดูละครของเขาเยอะ เพราะเห็นชื่อก็การันตีว่าละครไม่แย่แน่นอน

แต่ tsuki no koibito แย่! แย่ได้อย่างไม่อยากจะเชื่อว่าละครญี่ปุ่นแย่ได้แบบนี้เลยเหรอ T-T
ขอสารภาพว่าดูละครเรื่องนี้เพื่อ matsuda shota (ตามกรี๊ดมาจาก liar game) และทนดูจนจบเพื่อดูว่าตัวละครของ shota จะมีอะไรให้ดูให้ตื่นเต้นให้ชื่นชมไหม

ดูละครเรื่องนี้แล้ว รู้สึกว่าละครญี่ปุ่นเขียนบทไปตอน ๆ โดยไม่ได้วางเค้าโครงพล็อตหลักหรือยังไง? หรือถ้าวางก็วางคร่าวมาก ๆๆๆ คุณทำละคร romantic ไม่ได้ทำ suspense thriller ถ้าคนดูดูแล้วไม่เข้าใจความรู้สึก ความคิดของตัวละคร ไม่สามารถ identify กับตัวละคร การกระทำของตัวละครดูไม่น่าเชื่อถือ mysterious เหลือเกิน จนคนดูไม่อยากเอาใจช่วย ไม่รักตัวละคร แล้วจะทำละคร romantic ไปทำไมคะ?

เข้าใจว่าตั้งใจทำให้มันคลุมเครือ ไม่อยากให้มัน predictable แต่นี่มันเกินไปไหม มัน random จนคนดูเกิดความรู้สึกว่า เออ จบยังไงก็ได้เว้ย ขอให้จบเร็ว ๆ แล้วกัน จะได้เอาเวลาไปดูเรื่องอื่นล้างตา(ซักที) :P

สำหรับคนที่ผิดหวังอยากดู romance แต่กลับได้ดู mystery แทน แนะนำให้ดู Nagareboshi ล้างตาค่ะ



2. Sunaoni Narenakute (spoil แหลก) - เรื่องนี้โคตรหวังแห่งปี ที่สุดแห่งยอดคาสต์ จูริ & เอตะ แสดงนำ ฝันที่เป็นจริง(ซักที) แถมมี eye candy อย่าง tamayama tetsuji และ jejung TVXQ แถมมาอีก (แม้ว่ารายหลังอาจทำให้ต้องลุ้นอยู่บ้างว่าจะแสดงออกมาไหวไหม)

ขอมอบรางวัลสุดยอดเสียดายคาสต์แห่งปีให้กับเรื่องนี้ค่ะ (ส่วนฝั่งละครเกาหลีขอมอบรางวัลนี้ให้กับ marry me, mary)

เรื่องนี้ไม่ต้องด่าอะไรอย่างอื่น ด่าบทเนี่ยแหละ ไม่น่าเชื่อว่าจะเขียนโดย Kitagawa Eriko คนเดียวกับที่เขียน series สุดเลิฟอย่าง Orange days คาดว่าเจ๊สภาพจิตใจไม่ปกติอย่างแรงตอนเขียนเรื่องนี้ หวังว่าเรื่องหน้าจะกลับมาดีเหมือนเดิมได้

เป็นละครที่เหมือนจะ modern เพราะมีการใช้ twitter เป็นสื่อสำคัญในเรื่อง แต่เชื่อหรือไม่ เนื้อเรื่องเชยมากค่ะ

อีกอย่างในเรื่อง เจ๊ใช้ twitter ราวกับ group chat น่าแปลกใจว่าบรรดาตัวละครห้าตัวในเรื่องที่ทุกคนต่างมีปมในใจเนี่ยอยู่ ๆ มาทำตัว group chat ใน twitter กันได้อย่างไร ยกเว้นตัวพีชที่นางเอก(ฮารุ)เป็นคนดึงเข้ามาทีหลัง ไอ้สี่คนแรกนี่อยู่ ๆ มันมาหากันเจอใน twitter ได้ยังไงหรือ? o_O แล้วก็คุยกันไปมาอยู่ไม่กี่คนนี่แหละ ไม่ต้อง twitter ก็ได้นะ

จากการติดตามข่าวสาร (คาดหวังมากก็ invest มาก) พบว่าเจ๊เอริโกะไม่เคยเล่น twitter มาก่อน ก็มาเริ่มเล่นเพราะจะต้องเขียนบทเรื่องนี้แหละ พอละครออนแอร์ตอนแรกเท่านั้นแหละ ชาวญี่ปุ่นรุมกันด่าเจ๊ทาง twitter จนเจ๊ต้อง set private บล็อกคำด่าเลยทีเดียว ที่เค้าด่าก็เพราะเจ๊เขียนบทราวกับว่า twitter เป็นสื่อใช้หาคู่สำหรับคนมีปัญหาหรืออะไรทำนองนั้น เป็นการให้ไอเดียผิด ๆ กับคนดู (ตอนละครออนแอร์ใหม่ ๆ twitter ยังไม่บูมในญี่ปุ่นเท่าตอนนี้)

ข้อเสียอีกอย่างของเรื่องคือ หาตัวละครที่น่ารัก เป็นกำลังใจให้คนดูดูต่อไปได้ยากเหลือเกิน แต่ละคนเลือกทำอะไรแต่ละอย่างน่าหงุดหงิดทั้งนั้น แม้แต่ตัวละครที่มีเสน่ห์ที่สุดในเรื่องอย่างนากาจิ(เอตะ) ที่แทบทุกคนในเรื่องมาหลงรักจนน่าจะเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น "มะรุมมะตุ้มรุมรักนาคาจิ" เนี่ยก็ยังเป็นคนที่แย่มากๆๆๆๆๆๆ เป็นชู้กับเมียชาวบ้านเขาแล้วยังมา flirt กับฮารุ(จูริ)อีก กรำ

ละครยังเต็มไปด้วยการดำเนินเรื่องที่แปลก ๆ เช่น พีชฆ่าตัวตาย ทุกคนบินมาหาที่โรงพยาบาลในทันที ราวกับเป็นเพื่อนสนิทเรียนด้วยกันมาตั้งแต่มัธยม เฮ้ ได้ข่าวว่าเพิ่งรู้จักกันไม่ถึงอาทิตย์? แต่ก็แปลกเช่นเดียวกันที่เหมือนจะแคร์กันปานนั้น แต่ทันทีที่หมดซีนเยี่ยมที่รพ. ทุกคนก็ลืมสิ้นว่าพีชมีปัญหา ไม่เห็นมีใครพยายามจะช่วยหรือถามไถ่เท่าไรเลย (แม้แต่ฮารุที่เป็นเพื่อนสนิทมานานก่อนหน้านี้แล้ว)

เรื่องเกี่ยวกับน้องชายนางเอกและนักเรียนโรคจิตที่โรงเรียนที่ฮารุสอนอยู่ก็เหมือนกัน ปูเรื่องมาซะอย่างดี ให้เวลากับมันอย่างสม่ำเสมอในช่วงแรก สุดท้ายเป็นการ set up เพื่อให้ฮารุโดนทำร้าย เพียงเพื่อจะเปิดโอกาสให้ doctor(เจจุง)มาทำตัวเป็น hero ช่วยชีวิต จะได้ทำให้เนื้อเรื่องเดินไปข้างหน้าได้ตามที่คนเขียนบทต้องการ (ซึ่งก็คือการจับคู่ฮารุ+doctor เพื่อเป็นอุปสรรคต่อคู่พระเอกนางเอก) แค่นั้นเองเหรอ? กรำ

ยังมีเรื่องให้ด่าอีกเยอะสำหรับเรื่องนี้ แต่พอก่อนดีกว่า เหนื่อย

สำหรับคนที่อยากดูเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนช่วยกันแก้ปัญหาของกันและกัน แนะนำให้ดู magerarenai onna จะได้รับสิ่งที่ต้องการมากกว่าเรื่องนี้เยอะค่ะ


3. Nakanai to Kimeta Hi - เรื่องนี้ depressing มาก นางเอกเป็นพนักงานใหม่เพิ่งจบหมาด ๆ และโดนรุมแกล้งในที่ทำงาน ใช้คำว่ารุมแกล้งฟังดูน่ารักน่าเอ็นดูไงไม่รู้ ในความเป็นจริงคือแกล้งกันปางตายเลยทีเดียว

จะว่าเรื่องนี้มันหดหู่เราเลยให้คะแนนมันน้อยก็ไม่ใช่ จริงอยู่มันทนดูได้ลำบากเพราะบรรยากาศมืดมน เนื้อเรื่องทำร้ายจิตใจเหลือเกิน แต่ถ้าจะให้ชี้นิ้วจริง ๆ มันก็กลับมาที่บทอีกอยู่ดีนั่นแหละ

บทไม่ได้แสดงให้เห็นความคิด ความเป็นมาของตัวร้าย (ทั้งตัวเป้ง และตัวจิ๋ว ๆ ทั้งหลาย)เท่าที่ควร ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เฮ้ย ทำไมมันต้องทำถึงขนาดนั้นวะ คนเราอะไรมันจะเลวได้สุด ๆ ปานนั้น พ่อนางเอกเคยฆ่าพ่อแม่พวกมันหรือไงวะ ทำไมไร้ความเป็นคนเยี่ยงนี้

ในชีวิตนี้เราก็เคยเจอคนไม่ดีมาบ้าง แต่ไม่เคยเจอพร้อมหน้ากันเป็นหมู่คณะในบริษัทเดียวกัน แผนกเดียวกัน(หรือติดกัน)แบบนี้ @_@

และในการแก้ conflict ของเรื่อง ทำได้ไม่ค่อยน่าพอใจ ดู ๆ ไปแล้วคนดูจะงงว่าบทของคานาเมะ จุนนี่มีเทวดาเข้าสิงหรืออย่างไร ทำไมเป็นพ่อพระได้ขนาดนั้น

กับพวกตัวเลวทั้งหลาย ไม่ต้องเจอของแข็งเลยใช่ไหม? แต่ละคนนี่พอตาสว่าง กลับตัวเป็นคนดี(?) นี่ทำยังกับว่าสิ่งแย่ ๆ ที่เคยทำกับนางเอกนี่แค่อะไรเบาะ ๆ อย่างเช่น เดินเหยียบเท้า ยังไงยังงั้น

ถ้าดูเรื่องนี้แล้วไม่พอใจไม่สะใจกับบทสรุปของเรื่อง แนะนำให้ดู Guilty ล้างตาค่ะ



บ่นเยอะแล้วมาชมบ้าง :P
Best 3
1. -
2. -
3. -

ไม่มี!! ปีนี้ไม่มีเรื่องที่ชอบอย่างแรงเลยสักกะเรื่อง!

แต่เพื่อไม่ให้น่าเกลียด เราจะพยายามใส่ยัดเข้าไปแล้วกัน
Best 3 (Take 2)
1. Shinzanmono
2. Magerarenai Onna
3. GOLD

คือปกติเนี่ย อย่างปีที่แล้วก็ตาม Best3 ของเราไม่ใช่เรื่องที่ดีที่สุดหรอก แต่เป็นเรื่องที่เราชอบที่สุด ชอบแล้วอยากดูซ้ำด้วย แต่ในปีนี้ไม่ค่อยมีเรื่องที่อยากดูซ้ำเลย เรื่องหลายเรื่องที่ได้ดูในปีนี้ก็ไม่ได้ขี้เหร่ ถือว่าเป็นละครดีหลายเรื่อง แต่ไม่ได้กินใจ โดนใจถึงขนาดจะอยากเอามาดูอีก

Shinzanmono, Magerarenai Onna เป็นละครที่ solid บทดี การแสดงดี ทุกอย่างดี ถ้าอยากดูละครของปีที่แล้วแต่ไม่รู้จะดูอะไร ขอให้ดู shinzanmono เป็นตัวเลือกที่ save ที่สุด ยกเว้นเป็นคนขี้เบื่อ ต้องการอะไรเร้าใจตลอดเวลา ก็อาจจะหลับก่อน

Magerarenai Onna อาจจะเสี่ยงกว่าเล็กน้อย เพราะบางคนอาจจะรับ character นางเอกไม่ได้ สุดโต่งเกินไป เรื่องนี้เป็นละครที่ไม่เน้นความรัก ไม่มีปมปริศนาให้ค้นหา เน้นเรื่องการใช้ชีวิตกับอุดมการณ์ ศักดิ์ศรี ใครที่คิดว่าเรื่องพวกนี้ไม่น่าสนใจก็ขอให้ข้ามไป

GOLD เรื่องนี้ชอบมากจนกระทั่งละครเริ่มเข้าช่วง 1/4 สุดท้าย ละครเขียนบทโดย Nojima Shinji (Love Shuffle, Bara no nai Hanaya, Koukou Kyoushi 2003, etc.) ซึ่งบทที่เขาเขียนจะออกแนว creative แหวกกว่าชาวบ้าน และมักจะเดาตอนจบไม่ได้ด้วยสิ

แต่เรื่อง GOLD นี้ Nojima ล้ำไปกว่านั้น คือไม่เพียงเดาตอนจบไม่ออกเท่านั้น ดูไป 3/4 ของเรื่องแล้วยังเดาไม่ออกด้วยว่าเรื่องจะสื่ออะไร ดูไปจะบ่นไปว่า "จะทำอะไรของแกวะ! ตูงง!" แต่ด้วยศรัทธาที่มีต่อผู้เขียนบทเราก็จะดูด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่ามันจะต้องสรุปได้อย่างสวยงาม คุ้มค่าแก่การงงแน่นอน

แต่เมื่อดูจบแล้ว หักมุมกว่าเก่า คือยังงงต่อไปนั่นเอง "อะไรของแกวะ โนจิมา!"

เข้าข่าย หวังมาก ผิดหวังมาก...

แต่สิ่งที่ทำให้ GOLD ยังได้อยู่ข้างล่าง ไม่ได้ลอยขึ้นไปติดอันดับ Worst 3 กับเพื่อน ๆ ข้างบนก็เพราะ
1. บทสนทนาตลก ๆ ระหว่างยูริและเลขา
2. เลคเชอร์ยาว ๆ ของยูริที่มีแทบทุกตอน ชอบมาก โดนใจ กล้าดี

- ขอจบการบ่นแต่เพียงเท่านี้ (รู้ตัวว่าไม่ค่อยได้ชมอะไร) -



Create Date : 03 มกราคม 2554
Last Update : 3 มกราคม 2554 16:08:20 น.
Counter : 1319 Pageviews.

1 comments
  
ตอนนี้กำลังรอดู Jin 2 แบบซับไทยแบบใจจดใจจ่อ ค่ะ
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่กำลังรอดูก็คือ Nankyoku Tairiku
ของทาคุยะ คุงค่ะ
รอคอย ^^

โดย: nobuta wo produce วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:20:56:23 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

lulla
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



Group Blog
All Blog