Review K-drama ปี 2010
เนื่องจากเป็นคนความจำสั้น ดังนั้นต้องรีบเขียนถึงละครที่ดูไปแล้วไว้ก่อน ที่หลังถ้าไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้ดูไปรึยังน้า หรือมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรน้า สนุกมั้ยน้า ฯลฯ จะได้กลับมาอ่านได้ ^^

แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น เรื่องที่ดูไปหลายเดือนแล้วก็ลืมเลือนไปเยอะแล้วเหมือนกัน -_-;;

สรุปละครเกาหลีที่ดูในปี 2010
- Pasta
- Cinderella Sister
- Personal Taste
- Sungkyunkwan Scandal
- Marry Me, Mary

ห้าเรื่องเท่านั้น ซึ่งก็นับว่าเยอะแล้วเมื่อเทียบกับปี 2009 ที่ดูแค่ You're Beautiful ไปเรื่องเดียวเท่านั้นเอง

พูดสั้น ๆ ถึงแต่ละเรื่องดีกว่า

Pasta - ละครเกี่ยวกับนางเอกที่มุ่งมั่นอยากเป็น Pasta Chef กับพระเอกที่เป็น Chef ฝีมือดีแต่ปากจัด

เรื่องนี้ตัดสินใจดูเพราะมันเกี่ยวกับของกินที่ชอบ ค่อนข้างชอบนางเอกอยู่เป็นทุนเดิมนิดนึง (แม้จะไม่สวย แต่ก็ไม่ถึงกับขี้เหร่นะ) และเหมือนเรตติ้งในเกาหลีจะดี ในเวบละครก็ดูจะ popular ใช้ได้ ก็เลยลองดูบน streaming site ตอนนึงก่อน

ปรากฎว่าสนุกแฮะ...

การพบกันของนางเอกและพระเอกไม่ธรรมดา ไม่เชยเหมือนเรื่องอื่น ๆ
บทสนทนาระหว่างพระเอกกับนางเอกก็มีชีวิตชีวา
บุคลิกพระเอกก็แบบ... อืม นิสัยไม่ค่อยดีเลยเนอะ ^^;;
แต่นางเอกอึดเว้ย ชอบ ^^
พาสต้าน่ากินแฮะ
ฯลฯ

เลยตัดสินใจดูจนจบเรื่องเลย :)
น่ารักดี ไม่ผิดหวัง

แต่ก็ใช่ว่าละครจะดีเลิศเพอร์เฟ็คไม่มีอะไรให้บ่นเลย (บ่นตัวแม่อย่างเรา หาเรื่องบ่นได้ทุกเรื่อง) ตัวอย่างเช่น
1. ละครยาวพอสมควร ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะ 20 ตอนจบ มีเวลามากมายให้เล่าเรื่อง ตัวละครทั้งในครัวและนอกครัว(ทีมเสิร์ฟ)มีเยอะก็จริง แต่ไม่สามารถเอามาใช้ให้เต็มที่ได้เลยสักตัว แต่ละคนให้ความรู้สึกเป็นตัวประกอบจริง ๆ เราจะไม่รู้สึกผูกพันกับตัวประกอบพวกนี้เท่าไร จำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำ น่าเสียดายเวลา ไม่รู้มัวแต่เอาไปเล่าอะไร ฉายอะไร O_O!

2.ละครเรื่องนี้ portray บรรดาคนทำอาหารในครัวเหมือนเป็นคนใจร้าย ไม่มีน้ำใจ นิสัยไม่ดีกันแทบทุกคน ทำไมเขียนให้เป็นแบบนี้? จะบอกว่าตั้งใจจะทำให้นางเอกดูน่าสงสาร ต้องเหนื่อยทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต ก็จะเกินไปไหม? อะไรจะแล้งน้ำใจกันได้เป็นหมู่คณะแบบนี้? ตอนที่ความแตกเรื่องพระเอกนางเอกชอบกัน คนในครัวนี่แสดงท่าทางราวกับว่า ไม่เคยมีความผูกพันใด ๆ กับนางเอกเลย ทั้ง ๆ ที่นางเอกช่วยทำงานหนักให้เชฟเหล่านี้มาถึงสามปีแล้ว!! โฮ้ย

3.ไร้พล็อตเป็นชิ้นเป็นอัน ละครเรื่องนี้ดำเนินเรื่องไปเรื่อย ๆ มีเหตุการณ์โน้นนี้เกิดขึ้นแล้ว resolve ไปเป็นเรื่อง ๆ ไป ตัวละครบางตัวอย่างนางร้ายซึ่งก็ไม่ค่อยร้าย เข้าใจว่าไม่อยาก cliche อยากฉีกขนบ แต่ฉีกมากไปจนคนดูงงว่าสรุปยัยคนนี้มันต้องการอะไรกันแน่ ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ งงค่ะ @_@ ตัวละครพระรองก็ขาด ๆ เกิน ๆ พอกัน

4.และเนื่องจากละครเดินไปอย่างไร้ทิศทางอย่างที่ได้กล่าวในข้อ 3. แล้ว ก็ส่งผลให้เกิดสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ ละครไม่รู้จะจบยังไง อะ ก็เลยโปะมันเข้าไปท้ายเรื่องว่านางเอกจะต้องไปต่างประเทศ (ปัญหายอดฮิตที่ใช้จบละครญี่ปุ่นในสมัยหนึ่ง นางเอกและพระเอกจะต้องพรากจากกันแล้ว โอย พระเอกจะรั้งนางเอก(หรือกลับกัน)ได้หรือไม่ climax น่าตื่นระทึกจริง ๆ!)

แต่ทั้งสิ้นทั้งปวง แม้จะมีอะไรน่าขัดใจอยู่บ้าง แต่ PASTA ถือเป็นละครที่ดูสนุกใช้ได้เรื่องหนึ่ง ไม่ผิดหวังค่ะ!




Cinderella Sister (Cinderella Unni) - ละครเกี่ยวกับนางเอก(อึนโจ)ที่แม่แต่งงานใหม่เลยต้องย้ายมาอยู่กับพ่อเลี้ยงและฮโยซอนซึ่งเป็นน้องสาวเลี้ยง(ฟังดูแปลกๆ?)

เรื่องนี้จขบ.แอบงงว่าชื่อละครหมายถึงใครกันแน่
ถ้ามองในแง่ที่ว่าฮโยซอนต้องมาอยู่กับแม่เลี้ยงและพี่สาวใจร้าย(เย็นชาใส่เธอตลอด) คนที่เป็นซินเดอเรลลาก็คือฮโยซอน แต่เห็นได้ชัดว่าตัวเอกของเรื่องนี้คืออึนโจ เพราะฉะนั้นชื่อเรื่องก็ควรเป็น Cinderella's Sister "พี่สาวของซินเดอเรลลา" ใช่หรือไม่?

แต่ในความจริงแล้วชื่อละครไม่มี 's (ในชื่อภาษาเกาหลีไม่มีตัวแสดงความเป็นเจ้าของ)

และถ้าเรามามองดูเนื้อเรื่องจริง ๆ แล้ว คนที่เป็นซินเดอเรลลาในที่นี้ ไม่ใช่ฮโยซอนหรอก เป็นอึนโจต่างหาก! เพราะแม่เลี้ยงเรื่องนี้ดันไม่สนใจไยดีลูกตัวเอง มัวแต่เอาเวลาไปคอยเอาอกเอาใจลูกเลี้ยงสารพัด!! อึนโจเลยต้องเล่นบทเป็นนางซินเวอร์ชันเก็บกดซะเอง

(สรุป Cinderella Unni หมายถึง พี่ซินเดอเรลลา คล้าย ๆ กับที่น้อง ๆ เรียก พี่โบอา ว่าโบอา ออนนี่ และเรียก พี่แทยอน ว่า แทยอน ออนนี่ ในเรื่องนี้ ฮโยซอน ก็สามารถเรียก อึนโจ ว่า ซินเดอเรลลา ออนนี่ ได้เหมือนกัน เพราะอึนโจคือนางซินในเรื่องค่ะ สรุปว่าบางเวบที่ชอบเขียนชื่อเรื่องว่า Cinderella's Sister เขียนผิดนะคะ)


เรื่องนี้สนุกมากกกกกกกกกกกกกกก
สนุกมากจริง ๆ
อย่างน้อยก็ช่วงที่ตัวเอกยังเป็นเด็กมัธยมกัน สนุกมากกกกกกกกกกกก
ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเด็กมัธยมกันไปทั้งเรื่องซะอีก น่าเสียดาย ที่ไม่กี่ตอนก็ดันโตกันแล้ว
แล้วความสนุกก็ลดลง :'(

แต่ก็ไม่ได้แย่ แต่ละครมันหม่นหมอง มืดมน มีแต่ตัวละครเศร้าสร้อย ร้องห่มร้องไห้ หารอยยิ้มได้ยากเหลือเกิน หลัง ๆ จขบ.เลยต้องดูด้วยสปีด 2x มันจะได้จบเร็ว ๆ

โดยสรุปแล้ว ถือเป็นละครที่ดูแล้วไม่ผิดหวัง ถ้าว่าง ๆ ก็หยิบเรื่องนี้มาดูแค่ตอนต้น ๆ ที่สนุกโคตร ๆ ก็ได้ การแสดงของมุนกึนยอง(อึนโจ)ไม่ทำให้เสียเวลาดูแน่นอน!



Personal Taste - เรื่องเกี่ยวกับสาวอกหักที่จับพลัดจับผลูต้องแชร์บ้านร่วมกับหนุ่ม(หล่อมาก)ที่เหมือนจะเป็นเกย์?

สำหรับสาว ๆ ที่อยากดู romantic comedy ไม่ต้องคิดมาก หลับหูหลับตาดูเรื่องนี้ไปเลย เพราะ Lee Minho หล่อมากกกกกกกกกก :P

แต่นางเอก ซน เยจิน นี่สิ... เยจินที่เคยน่ารัก สดใส มาเรื่องนี้ ดูแก่และโทรมไปในทันใด >_< ยิ่งเข้าคู่กับหนุ่มรุ่นน้องอย่าง Lee Minho ยิ่งดูแก่ขึ้นไปอีก T-T

เรื่องกุ๊กกิ๊ก ๆ ตลก ๆ ในละครเรื่องนี้ทำได้ดี เพราะด้วยความที่นางเอกเข้าใจผิดว่าพระเอกเป็นเกย์โดยเนื้อเรื่องก็เป็นพื้นฐานที่จะทำให้มีเหตุการณ์ตลก ๆ ให้พระเอกต้องทำหน้าตากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่เสมอ ๆ แถมยังต้องมาแชร์บ้านอยู่ด้วยกันอีก ก็ยิ่งทำให้มีซีนน่ารัก ๆ เกิดขึ้นได้อย่างธรรมชาติ

แถมบ้านที่ทั้งสองคนอยู่ยังสวยมากด้วย จริง ๆ แค่ดูบ้านก็เพลินแล้ว บ้านในเรื่องเป็นสไตล์เกาหลีโบราณ (เทียบกับไทยก็คือบ้านแบบเรือนไทย) แต่ดัดแปลงให้ดูโมเดิร์น :)

เรื่องนี้ไม่ได้ถ่ายที่บ้านนี้ให้ดูเก๋ ๆ เป็นฉาก background สวย ๆ เฉย ๆ แต่บ้านยังเป็น item สำคัญสำหรับพล็อตเรื่องด้วย ที่พระเอกเข้ามาอยู่ในบ้านนางเอกนี้ก็เพื่อจะค้นหาความลับในดีไซน์ของบ้านหลังนี้ (พระเอกเป็นสถาปนิก)

นอกจากตัวละครหลัก ๆ อย่างพระเอกนางเอก พระร้ายนางร้าย และบรรดาผองเพื่อนแล้ว ในเรื่องนี้ยังมีตัวละครเกย์มีอายุ(มากเท่าไรประเมินไม่ถูก)ที่มีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องด้วย เป็นตัวละครที่ทุกคนดูแล้วต้องรักแน่นอน คิด ๆ ไปแล้วหายากมากสำหรับละครเกาหลีที่จะมีตัวละครประเภทนี้ คือส่วนใหญ่นอกจากตัวละครหลัก 4 ตัว(หญิงสองชายสอง) บรรดาผองเพื่อนและพ่อแม่แล้ว ในละครก็มักจะไม่ค่อยมีใครมีบทบาทอีกถ้าไม่ใช่ตัวตลก ^^;;

แต่ที่ถือเป็นจุดบอดของละครแบบเห็นได้ชัด เห็นจะหนีอะไรไปไม่ได้นอกจากตัวนางร้าย ดูตั้งแต่ต้นจนจบไม่เข้าใจเธอเลย และคาดว่านักแสดงที่เล่นก็คงไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมฉันต้องร้ายด้วย? กับเพื่อนที่แสนดีอย่างนางเอก ร้ายด้วยทำไม? กับแฟนนางเอกที่แย่งมาได้แล้ว อยู่ ๆ เลิกทำไม? จริง ๆ ถ้าเขียนบทของตัวละครตัวนี้ให้ดูมีที่มาที่ไป ดูว่าการกระทำมาจากกระบวนความคิดอะไรสักอย่าง ไม่ใช่ว่า random จัดสักแต่เกิดมาเป็นตัวร้ายฉันก็ต้องร้าย ๆ ไปวัน ๆ เรื่องมันก็คงดูไม่แอบโบ๋ ๆ แบบนี้

โดยสรุปแล้ว Personal Taste มีอะไรที่น่ารักน่าดูเยอะ ช่วงกลาง ๆ กับท้าย ๆ ที่มีน่าเบื่อ(และบางซีนดูโง่ ๆ) บ้างก็สามารถดูให้ผ่านไปเร็ว ๆ ได้ด้วยความเร็ว 2x



Sungkyunkwan Scandal - HanaKimi, You're Beautiful, F4 ในสมัยโชซอน

หญิงสาวยากจนจับพลัดจับผลูได้เข้าไปเรียนในโรงเรียนชายล้วนโดยต้องปกปิดเพศตัวเองเป็นความลับ เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในสมัยเกาหลีโบราณ

ฉลาดมาก คิดได้ไง?

ตัดสินใจดูเพราะมิคกี้ยูชอน(พระเอก)อย่างเดียว ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพลอตหรอก

แวบแรกที่อ่านพลอต(ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าทำจากนิยาย) รู้สึกว่า KBS คงอยากทำเรื่องผู้หญิงแอบอยู่ในดงผู้ชายแบบ You're Beautiful ขายวัยรุ่น แต่เพื่อหลีกเลี่ยงความจำเจเลยใส่ element ของการเป็นละคร period เข้าไป จะได้ดูแปลกใหม่ เนื้อเรื่องก็คงเดิม ๆ วัยรุ่น ๆ อยู่ดี

แต่ตอนดูจริง ๆ เนื้อเรื่องมีมากกว่านั้น มันเกี่ยวพันถึงประวัติศาสตร์ ละครพูดถึงความแตกต่างระหว่างชนชั้น การที่เพศหญิงไม่ได้รับการปฏิบัติเสมอภาคกับผู้ชาย (ผู้หญิงสมัยนั้นจริง ๆ ห้ามเรียน) ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก การยึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเอง ฯลฯ

ละครเรื่องนี้ดูโดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นละครที่ดีเรื่องหนึ่ง เห็นถึงความตั้งใจของผู้สร้างและนักแสดง เนื้อเรื่องมีการพยายามใส่สาระ และให้ความรู้ผู้ชม

แต่จขบ.ดูแล้วรู้สึกเหมือนโดนยัดเยียดยังไงไม่รู้ คิดว่าเป็นเพราะอคติส่วนตัวตั้งแต่แรกที่เห็นข่าวกับโปรเจคนี้ด้วย

รู้สึกเหมือนคุณตั้งใจจะขายความบันเทิงให้เด็กมัธยมด้วยคุณลักษณะและอารมณ์เดียวกับ You're Beautiful แต่พยายามยกระดับตัวเองเป็นแดจังกึม ซึ่งพอไม่เนียนแล้วมันก็ดูหลอก ๆ

อีกอย่างนางเอกไม่ได้ดูมีความเป็นเด็กผู้ชายเลยแม้แต่น้อย ดูยังไงก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสาวสวยเป็นกีเซง(คล้าย ๆ เกอิชา)อีกต่างหากมาชอบตามท้องเรื่องได้ งง @_@

ฉากอีกฉากที่งงเต้ก คือฉากที่พระเอกอุ้มฮโยอึน (คนที่ดูละครแล้ว ทุกคนคงงงเต้กเหมือนข้าพเจ้า) คนเขียนบทน่าจะพยายามหาทางให้เรื่องมันเป็นไปตามที่อยากจะให้เป็นโดยไม่ต้องยัดการกระทำที่อธิบายไม่ได้ให้ตัวละครทำแบบนี้

แต่นอกจากเรื่องที่ตะหงิด ๆ พวกนี้กับช่วงแรก ๆ ของละครที่รู้สึกว่าอืด ๆ แล้ว ส่วนอื่นก็ไม่ค่อยมีอะไรให้บ่น (ฮา) แต่งเรื่องได้ดีทีเดียว

นักแสดงก็เล่นได้ดีมาก ยูชอนเล่นได้ดีสำหรับเรื่องแรก ไม่ขัดหูขัดตาอะไรที่ได้รางวัล best rookie award

แต่ที่ต้องพูดถึงเป็นพิเศษหนีไม่พ้น อาอินและจุงกิในบทเจชินและยงฮาตามลำดับ เล่นได้น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกก
(สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู เจชินและยงฮาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนของพระเอกนางเอกในเรื่อง ดำเนินเรื่องไปพักหนึ่ง สี่คนนี้จะสนิทกัน รวมกันเป็น F4 สมัยโชซอน)

จขบ.ดูเรื่องนี้เพราะยูชอน แต่ดู ๆ ไปก็เริ่มเบื่อที่จะดูพระเอกนางเอก (เพราะตามบทเป็นคนน่าเบื่อกันทั้งคู่ ไม่ค่อยมีสีสัน) แล้วก็เลยมารอดูเจชินกับยงฮาเป็นหลัก ทีมงานก็ช่างรู้ใจคนดู(ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสาววายหรือไงไม่รู้) ใส่ gay undertone มาอย่างไม่บันยะบันยัง จนแอบงงไม่ได้ว่าเรื่องแบบนี้มา hint ออก national TV ได้ด้วยเหรอ

แล้วก็ต้องมายิ่งกรี๊ดไปใหญ่เมื่อรู้ว่าคู่เจชินกับยงฮาเป็นคู่หนึ่งที่ได้รับรางวัล best couple award ด้วย ^^;; เกาหลีล้ำไปมั้ย?? กรี๊ด (วงเล็บ คู่พระเอกนางเอกก็ได้นะจ๊ะ best couple award เนี่ย)

สรุป ถ้าอยากดูละครหวานแหวว+สาระ two in one ในเรื่องเดียว แนะนำให้ดู sungkyunkwan scandal ไม่เสียใจแน่นอนค่ะ



Marry Me, Mary! - หญิงสาวคนหนึ่งแต่งงานกับผู้ชายสองคนโดยไม่ได้ตั้งใจ(เป็นไปได้ยังไง!) ท้ายที่สุดแล้ว เธอจะเลือกใคร

ละครเรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของ "หวังมาก ก็ผิดหวังมาก"

มุนกึนยอง, จางกึนซอก, คิมเจวุค + พลอตน่าสนุกโคตรแบบนั้น ออกมาเป็นละคร FAIL ได้ยังไง? ต้องขอตบมือให้คนเขียนบทจริง ๆ เธอช่าง genius

เราลองมาลิสต์สิ่งที่เธอทำให้ละครที่ส่วนผสมการันตีความน่าดูให้กลายเป็นละครที่ต้องทนดูกัน ว่ามีอะไรบ้าง
1. ใส่ตัวละครพ่อแม่ที่น่ารำคาญที่สุดในโลกเข้ามา
- พ่อนางเอก -> คนไร้ประโยชน์
- แม่พระเอก -> นอกจากไร้ประโยชน์แล้วยังขยันสร้างปัญหา ไร้จิตสำนึก
- พ่อพระรอง -> น่ารังเกียจ
เรื่องนี้ไม่มีผู้ใหญ่ได้เรื่องได้ราวเลยสักคน

2.ให้นางเอกทำตัวน่ารำคาญ แท้จริงแล้วมุนกึนยองเป็นนักแสดงที่มีความสามารถ ใคร ๆ ต่างก็ยอมรับ เมื่อต้นปียังได้ดูฝีมือจาก Cinderella Sister อยู่เลย แต่เรื่องนี้ผกก.สั่งให้แสดงให้น่ารำคาญหรือไงไม่รู้ เสียงเรียก มู กยอล ลา... ยังหลอนหูจขบ.ไม่หาย

3.ให้พระเอกเป็นคนโลเล ดูไร้ความรับผิดชอบ ขาดความเป็นพระเอก - ทั้งเรื่องนี่นับไม่ถ้วนว่าพระเอกเปลี่ยนใจเดี๋ยวจะทำเพลงให้พระรอง เดี๋ยวไม่ทำให้ รวมทั้งสิ้นทั้งหมดกี่ครั้ง เอะอะมีอะไรนิดหน่อยก็จะเลิก ๆ ดูจากบทเรื่องนี้แล้ว คนดูชาติอื่นจะเข้าใจผิด(?)ได้ว่าคนเกาหลีเห็นงานเป็นเรื่องเล่น เพราะเห็นเป็นแบบนี้กันหมดเลย นางรองก็เป็น บทอื่นในเรื่องก็เหมือนกัน เดี๋ยวจะทำ เดี๋ยวก็ไม่ทำอยู่นั่นแหละ ไม่มี professional เลยสักคนใช่ไหม?

4.ให้พระรองไม่ทำอะไรเลย! พระรองไม่ทำอะไรเลยจริง ๆ มีหน้าที่อยู่ตรงนั้น จูบนางเอกเป็นครั้งคราวให้พระเอกมาเห็น จะได้งอนได้ อูย...... บทที่อุตส่าห์ปูมาอย่างดีว่าพระรองเคยรู้จักกับนางเอกตอนเด็ก ก็มีไว้เล่าเฉย ๆ จริง ๆ ไม่ได้เอามาใช้ต่ออะไรเลย แล้วมันอะไรนักหนากับประโยค "boku ga iru" ทำยังกับมีความหมายลึกซึ้ง โรแมนติกมาก ขอบอกว่าแป้กมากค่ะ

5.ให้นางรองเป็นตัวร้ายสภาพจิตไม่ปกติ จริง ๆ นะ อะไรของเธอ มาดราม่าใส่ชาวบ้านไปทั่ว ตอนแรกก็ดูดี ๆ อยู่ นึกว่านางรองเรื่องนี้จะมีอะไรให้ชื่นชมบ้าง ไม่ใช่ตัวร้ายหนึ่งมิติทั่ว ๆ ไป ซึ่งจริง ๆ แล้วนางร้ายเรื่องนี้ก็ไม่ได้ 1D จริง ๆ แหละ เพราะเธอมีมิติแอบสภาพจิตผิดปกติแถมมาด้วยเป็นมิติที่สอง น่าจะมีคนพาไปพบจิตแพทย์บ้างอะไรบ้าง

6.ตัวละครเพื่อน ๆ ทั้งหลายก็ไม่ได้ช่วยอะไรละครเลย มีไว้ให้พระเอกนางเอกมีคนคุยด้วยเฉย ๆ ไม่งั้นก็จะเป็นว่าพระเอกนางเอกต้องคุยกันเองหรือคุยกับตัวเองทั้งเรื่อง อ้อ เพื่อน ๆ มีประโยชน์อีกอย่างก็ฉากกินเหล้า ช่างเป็นเพื่อนที่ฉาบฉวย และคิดที่จะหัวเราะสนุกสนานไปวัน ๆ แค่นั้นจริง ๆ

7.บทที่เหมือนพายเรืออยู่ในอ่าง ไม่เดินหน้าไปไหน คือถ้าจะพูดแฟร์ ๆ แล้วก็มีการเดินหน้าอยู่บ้างในช่วงแรก ๆ เพื่อ set up เรื่อง แต่พอถึงจุดหนึ่งเนื้อเรื่องก็จะวนอยู่ที่ พระเอกนางเอกวิ่งหนีพ่อนางเอก และพระรองพยายามแก้ปัญหาที่บริษัท วนไปอย่างนี้เรื่อย ๆ จนกระทั่งละครหมดตอนที่จะต้องฉาย ก็...จบก็ได้ (เย้ ทุกคนดีใจ จบซะที)

พวกนักแสดงทั้งหลายคงรู้สึกเสียใจมาก ที่คิดผิดมาเซ็นสัญญาทำละครเรื่องนี้ เฮ้อ เสียดายเวลาและเงินทอง

เอาเข้าจริง ละครเรื่องนี้เปรียบเหมือนเป็น showcase ของกึนซอก เธอได้แสดงความสามารถในการร้องเพลง ได้เผยเรือนร่างอรชรและผมสลวยสวยเก๋

เออ ว่าไปแล้ว สิ่งที่รู้สึกประทับใจสิ่งเดียวในเรื่องนี้ คือ การที่ให้พระเอกมีความสุขที่สุดเวลาได้ทำทรีทเมนท์ผม ไอเดียบรรเจิดและ unique มาก :)

ทั้ง ๆ ที่คณะนักแสดงและพล็อตน่าจะดึงดูดคนดูได้ไม่ยาก แต่ละครเรื่องนี้ก็เรตติ้งตกต่ำมาก (ด้วยหลายสาเหตุดังที่ได้กล่าวไปแล้ว) ประมาณกลางเรื่องถึงกับมีการเปลี่ยนตัวคนเขียนบท แต่ในเมื่อละครมันเละตุ้มเป๊ะขนาดนั้นไปแล้ว มันก็สายไปแล้วล่ะ

verdict : stay away at all cost อย่าไปดูมันเลย




Create Date : 09 มกราคม 2554
Last Update : 9 มกราคม 2554 17:11:04 น.
Counter : 1095 Pageviews.

3 comments
  
5555 Marry marry me ยังไม่เคยดูเองซะที เพราะติที่ว่ากึนซอกสวยเกินไป ชอบผมสั้นในลุคส์ที่ดูแมนๆ กว่านี้มากกว่า แต่ก็ยังไม่ตัดใจซะทีเดียว จนกระทั่งทยอยอ่านความเห็นในอินเตอร์เน็ตนี่แหละค่ะ ถึงตัดใจได้ เพราะบางคนถึงกับยกให้เป็นซีรีย์ยอดแย่แห่งปีด้วยซ้ำ

5555 อีกทีกับ Personal taste เพราะเป็นคนหนึ่งที่หลับหูหลับตาดูซีรีย์เรื่องนี้ สาเหตุเพราะ ลีมินโฮ หล่อมากกกกกกกกกก
โดย: prysang วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:18:10:19 น.
  
ดู Marry ไป 2 EP ก้อเลิกดูเลยค่ะ "หวังมาก ก็ผิดหวังมาก" จิงๆ
โดย: Very VIP วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:21:07:36 น.
  
5555555555 บอกแล้วว่า "อย่าไปดูมันเลย" :P

ลี มินโฮ นี่เดี๋ยวนี้ก็ยังเพ้อไม่หายค่ะ เดินผ่านหน้าร้านโดนัทยี่ห้อหนึ่งแล้วยังต้องเหลียวหลังเป็นประจำ :P
โดย: lulla วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:22:45:33 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

lulla
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



Group Blog
All Blog