บันทึกความคิด ประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 (วันเกิดพ่อ)


ก่อนอื่นก็ต้องพูดถึงวันเกิดพ่อซะหน่อย วันนี้ทางบ้านเราโทรไปอวยพรวันเกิดของพ่อแล้ว เราเองก็ได้อวยพรวันเกิดพ่อทั้งทางโทรศัพท์ และส่งข้อความไลน์ไปหา

วันนี้ทางบ้านเรายังไม่ได้เลี้ยงวันเกิดพ่อ เพราะทางบ้านนู้นเขาจัดงานแล้ว ถ้าจัดงานสองบ้าน เดี๋ยวพ่อจะเหนื่อย ขับรถไป ขับรถมา บ้านเราก็เลยจะไปเลี้ยงวันอื่นแทน เดี๋ยวค่อยถามพ่อดูว่าพ่อจะกินอะไรที่ไหน หรือว่าจะกินที่บ้าน

ถ้าไปกินข้างนอกก็คงไม่ไกลจากบ้าน แต่ถ้าไปกินข้างนอก ยายก็คงจะเหนื่อยหน่อยนึง แต่ยายก็คงจะตื่นเต้นล่ะ นานๆ จะได้ไปกินอะไรนอกบ้านบ้าง

ส่วนเรายังไงก็ได้ เพราะไม่ว่าอะไร เราก็ว่าอร่อยหมด เพราะเรารู้ว่าถ้ากินที่บ้าน เขาจะสั่งอะไร ถ้าไปกินนอกบ้าน จะกินกันร้านไหน ก็จะมีตัวเลือกที่เราพอจะรู้ๆ อยู่

สำหรับบันทึกนี้ ก็ไม่ได้มาบันทึกเรื่องร้านอาหาร เราจะมาบันทึกเรื่องความคิดของเราที่แวบเข้ามา และอาจจะมีผลกับเราในอนาคต

วันนี้เราฝันว่าเราได้เรียนภาษาพม่า และเราก็ได้เสิร์ชเรื่องนักธุรกิจ เพราะเราเป็นนักธุรกิจ ซึ่งมันไปตรงกับเรื่องราวจริงๆ ของพ่อ แต่พ่อไม่ได้เรียนภาษาพม่านะ พ่อเคยไปทำงานที่พม่าเฉยๆ และพ่อก็เป็นนักธุรกิจ

เราไม่รู้ว่านี่เป็นวันเกิดพ่อ เราเลยนอนกลางวันฝันถึงเรื่องราวอะไรต่างๆ เหล่านี้หรือเปล่า และทำไมมันถึงเชื่อมโยงกัน เราเองก็ไม่รู้

ถ้าในอนาคตเราเป็นนักธุรกิจจริง เราคงเป็นนักธุรกิจที่โง่มาก เพราะเรื่องการบริหาร เราก็ไม่เคยเรียนเลย และเราเองก็ไม่อยากจะเป็นด้วย เพราะเราเบื่อที่ต้องทำงานกับคน เราชอบทำงานกับเอกสาร แต่การเป็นนักธุรกิจคงจะทำงานกับเอกสารอย่างเดียวไม่ได้ มันต้องอยู่กับคนด้วย ซึ่งตรงนี้แหละเราไม่ชอบ เราเบื่อการสื่อสาร เราเบื่อเรื่องผลประโยชน์

แต่ถ้าจะให้เราเรียนภาษาพม่า เราเรียนได้นะ ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็ได้ เรื่องภาษานี่เราชอบอยู่

วันนี้ก็มาบันทึกเอาไว้ว่าเราคิดอย่างนี้ในวันนี้ วันข้างหน้าเราจะคิดอะไรออกอีกบ้าง เดี๋ยวมาลองดูกัน แต่อยากจะบอกว่า เราได้เรียนอะไรเยอะแยะเลยนะในอนาคตน่ะ แต่เรายังไม่ได้เขียนถึง ครั้งนี้ถือโอกาสเขียนถึงซะเลย

ในอนาคตเราจะได้เรียนทำอาหาร เรียนภาษาอังกฤษ เรียนภาษาญี่ปุ่น (ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ด้วยตัวเอง) ได้เรียนดนตรี ได้เรียนพลศึกษา

เขียนๆ อ่านๆ ดูแล้ว เหมือนเราจะได้กลับไปเรียนมัธยมใหม่ นี่ตกลงเราบ้า หรือเพ้อเจ้อวะ อยากกลับไปเป็นเด็กหรือเปล่า

เขียนๆ คิดๆ แล้วยังตลกตัวเอง คนบ้าอะไรจะกลับไปเรียนพลศึกษา วิชาที่ไม่ถนัดเนี่ย ต้องบ้าแล้วแน่ๆ (แต่จริงๆ ก็บ้าอยู่)

เมื่อวานถามหมอแล้วว่าตกลงเรามาป่วย ต้องมารักษาด้านจิตเวชนี่เราเป็นโรคอะไร เพราะไบโพลาร์นี่เราก็ไม่ใช่ เราไม่เคยใช้จ่ายอะไรฟุ่มเฟือย หมอบอกว่าเราเป็นโรคระแวง

คนที่อ่านๆ อยู่ก็คงจะงงใช่ไหมว่าเราระแวงอะไร เพราะในบล็อกเราอิสระกว่าคนอื่นเยอะ ไม่เห็นต้องระแวงอะไร แต่เราอยากจะบอกว่าเราระแวงสังคมภายนอก แต่ตอนนี้เราไม่สนใจแล้ว มีโทรศัพท์แปลกๆ มาเราก็รับ เห็นอะไรที่แปลกๆ เราก็มองผ่าน หรือแม้กระทั่งเสียงพูดคุยที่มากระทบโสตประสาทเรา เราก็วางเฉย

แต่เรายังต้องกินยาอยู่ เพราะหมออยากให้กิน จริงๆ กินยาก็ไม่ได้มีผลอะไร ตกดึกอาเล็กก็จัดหนักเหมือนเดิม บางทีก็อยากให้หมอลองมาเป็นเราดูบ้าง หมอจะได้เต้น “บอกมาคืนนี้ อยากได้กี่ครั้ง ถ้าฉันบอกรักเธอ...”

อาเล็กนี่หื่นจริงๆ อยากบอกให้รู้ เอาไม่หยุดเลย

แบงค์นี่ก็ซาดิสม์

ตองก็นานๆ เอาที

ส่วนพี่เสือ น้านนาน นานๆ จะเอาสักที พี่เสือนี่น่าสงสารที่สุด เป็นเลสเบี้ยน ได้เอาน้อยกว่าคนอื่น แต่เรารักพี่เสือนะ รักมากกว่าสามคนนั่น เพราะผูกพันด้วยอะไรหลายๆ อย่าง คิดถึงพี่เสือนะ อยากบอกให้รู้

เอาล่ะ วันนี้ก็ขอจบบันทึกไว้เพียงเท่านี้ก่อน อยากจะไปนอนต่อละ ง่วง ยาที่หมอให้มากิน ก็ทำให้ง่วงได้ง่วงดี ทั้งๆ ที่ไม่อยากง่วง ไม่อยากนอน เพราะเอนหลังปุ๊บ สามคนนั่นจะมา ไม่รู้ว่าใครจะมาก่อนใคร

บอกตรงๆ ป่วยแล้วก็เหนื่อยหัวใจ ไม่ใช่ไม่เหนื่อย ใครไม่ป่วย คุณโชคดีแล้ว คุณอย่ามาป่วยก็แล้วกัน

ไปละ...



Create Date : 16 กรกฎาคม 2562
Last Update : 16 กรกฎาคม 2562 16:37:01 น.
Counter : 6 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
ว่าด้วยเรื่อง SEX


ตอนที่เขียนเรื่องนี้ ก็เป็นตอนที่ 14 ไฟล์ที่ 14 พอดี ก็ไม่รู้ว่าอาจงใจให้มันตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์หรือเปล่า วันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ ที่ใครต่อใครที่มีคู่ต่างรอให้วันนี้มาถึง จะได้มีอะไรเซอร์ไพรส์กัน จะต่างจากคนโสดที่อยากให้วันที่ 14 นี้หายไปจากปฏิทิน เพราะเจ็บปวดใจที่ไม่มีคู่

ชีวิตนี้จะมีใครมาจีบบ้างไหมวะ ตอนมัธยมฉันก็เคยคิด บางทีเห็นเพื่อนในกลุ่มมีแฟนแล้วก็อยากมีบ้าง มันก็เป็นความรู้สึกเด็กๆ อ่ะนะ

แต่พอโตมา ฉันรู้สึกว่า ฉันใช้ชีวิตคนเดียวมันสนุกกว่า ฉันอยากไปไหน ฉันก็ไป แต่ถ้าวันหนึ่งฉันมีแฟน ชีวิตฉันคงจะเปลี่ยนไปแน่นอน ฉันคงจะได้เห็น ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ คงได้จับมือกับแฟนอะไรอย่างนี้ ถ้าฉันไม่จับก่อน เขาก็ต้องจับฉันแน่นอน ฉันรู้สึกว่าอาเล็กไม่ปล่อยแน่ มันคงจะเป็นการไปเดินเที่ยว ไปเดินห้างในอีกรูปแบบหนึ่งที่มันตื่นเต้นดี

ฉันว่าฉันต้องเหงื่อออกเต็มมือแน่ เพราะขนาดตอนฉันอยู่มอต้น ได้จับมือกับรุ่นพี่ผู้ชายเนื่องด้วยมีกิจกรรมร่วมกันในงานกีฬาสี ฉันยังเหงื่อออกเต็มมือเพราะความตื่นเต้นเลย

งานนี้ ฉันว่าถ้าฉันต้องจับมือเขาครั้งแรก ฉันต้องตื่นเต้นมากๆ แน่ๆ เลย และคนอย่างอาเล็กนี่ไม่ปล่อยหรอก ฉันรู้ว่าเขาจะไม่มีทางปล่อยให้ฉันเดินเที่ยวคนเดียวโดยที่เขาไม่จูง

คิดถึงเรื่องอนาคต แล้วก็อดตื่นเต้นไม่ได้

ไหนจะเรื่องบนเตียงอีก

เรื่องบนเตียงนี่ ฉันรู้สึกว่าเขาจะต้องเด็ดดวง น่าจะตื่นเต้นกันทั้งคืน ฉันว่านะ

“บอกมาคืนนี้ อยากได้กี่ครั้ง ถ้าฉันบอกรักเธอ อยากฟังกี่ครั้ง ก่อนหมดคืนนี้ อยากได้กี่ครั้ง ฉันจะบอกรักเธอ ต่อให้เป็นร้อยล้านครั้งก็ยอม”

ชินวุฒต้องมาแน่ แค่คิดก็เสียวแล้ว

นี่ยังไม่รวมแบงค์นะ แบงค์นี่น่าจะมาก่อนอาเล็ก แล้วไหนจะตองอีก ไหนจะพี่เสือ โอ้ว สนุกกันละงานนี้ ชีวิต SEX ที่จะเต็มไปด้วยหลากหลายรสชาติ เมามันทั้งประตูหน้า ประตูหลัง แค่คิดก็รู้สึกจะสะดุ้งทั้งคืนแล้ว

เหนื่อยอะ ก็อยากจะบอกทุกๆ คนว่าเบาๆ กันหน่อย ปรานีกันบ้าง ฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ใช่เครื่องจักร เห็นใจกันบ้าง เอากันแต่พอประมาณ ตื่นเช้ามาจะได้มีเรี่ยวมีแรงไปทำอย่างอื่นกันต่อ ไม่ใช่ล่อกันทั้งคืน ตื่นเช้ามาลุกไปทำงานไม่ไหว อย่าให้ถึงขนาดนั้นเลย

ทางสายกลางยังใช้ได้อยู่ ถ้าไม่กลาง จัดหนักละก็ เดี๋ยวจะส่งไปอยู่วัด ไปบวชกันซะให้เข็ด

พวกนี้นี่หื่นกันจริงเลย

เอาล่ะ แค่นี้พอละ เรทมาก เดี๋ยวจะอัปบล็อกไม่ได้

คืนนี้ขอให้นอนหลับฝันหวานกันทุกคน หรือจะฝันเปียกก็ได้แล้วแต่
 



Cr. Youtube ::
ชิน ชินวุฒ - คืนนี้อยากได้กี่ครั้ง | เกรซ | Sing Your Face Off | 27 มิ.ย. 58



Create Date : 13 กรกฎาคม 2562
Last Update : 13 กรกฎาคม 2562 19:28:26 น.
Counter : 30 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
ไม่ต้องห่วงฉัน


หนูไม่รู้นะว่ามีใครมาอ่านบล็อกของหนูมั่ง แต่หนูคิดว่าคุณหมอต้องเป็นหนึ่งในนั้น และถ้าคุณหมออ่านก็อยากจะบอกคุณหมอว่าหนูกำลังจะออกห่างจากบล็อกทีละนิดแล้วนะคะ คุณหมออาจจะเห็นว่าหนูเล่นเยอะ แต่หนูพยายามจะเล่นน้อยลงแล้วค่ะ และก็จะพยายามทำตามที่คุณหมอสั่ง นั่นคือ ให้ดูแลตัวเอง และดูแลคุณยาย

ตอนนี้หนูก็ทำหน้าที่เหมือนเดิม ดูแลบ้าน ดูแลตัวเอง ดูแลคุณยาย เพียงแต่ไม่ได้พาคุณยายไปฟอกไตแล้วเท่านั้น เพราะคุณน้าเป็นคนพาไปทั้งสามวัน

ตอนนี้หนูก็รู้สึกกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เพราะถ้าจะออกจากบ้านไปไหนคนเดียว ไปที่ไกลจากบ้าน จะต้องขออนุญาตคุณแม่ก่อน ถ้าคุณแม่ไม่อนุญาตก็ต้องอยู่แถวๆ บ้านนั่นแหละ หรือไม่ก็ต้องไปกับคุณแม่

หนูรู้ว่าที่บ้านเป็นห่วง แต่หนูก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรล่ะนะ

หนูรู้สึกดีใจ ที่คุณแม่อนุญาตให้หนูออกจากบ้านไปไหนคนเดียวได้ โดยค่อยๆ ห่างจากบ้านไปทีละนิด ตอนนี้หนูไปโลตัส สุขุมวิท 50 คนเดียวได้แล้ว เดี๋ยวต่อไป หนูจะลองขออนุญาตไปมาบุญครองดู

ตอนนี้หนูก็พยายามจะออกห่างจากบล็อกแล้วนะ หนูมีกิจกรรมที่หนูจะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แล้ว นั่นคือ เรียนภาษาญี่ปุ่นออนไลน์ หนูไปซื้อสมุดคัดญี่ปุ่นมาแล้ว ถ้ามีเวลาว่าง นอกเหนือจากช่วยงานที่บ้านแล้ว หนูก็จะเรียนภาษาญี่ปุ่น เรียนด้วยตัวเอง ค่อยๆ ศึกษาไป

และยังมีอีกอย่างคือ การดูดวง หนูเริ่มศึกษาด้วยตัวเองโดยใช้ไพ่ป๊อก ไพ่ที่เล่นกับแม่นี่แหละมาดู แล้วก็ลองดูสิว่าคำตอบจะเหมือน จะตรงกับหมอดูที่เป็นหมอดูจริงๆ หรือเปล่า หนูลองเล่นโดยเข้าไปในพันทิป ห้องพรหมชาติ แล้วก็ดูจากกระทู้ต่างๆ ลองทายคนที่เขามาให้หมอดูดูดวง และก็ลองดูคำตอบจากหมอดูว่าตรงกับที่เราทาย เราเปิดไพ่ไหม

ลองๆ ไปก็สนุกดีนะ มันทำให้เราห่างจากบล็อกได้ด้วยล่ะ

นอกจากนี้ก็อ่านหนังสือ เขียนนิยาย ในชีวิตมีอะไรให้ทำอีกเยอะ อยู่ที่เราจะทำหรือไม่เท่านั้น เราจะเอาจริงกับมันหรือเปล่า

ถ้าเราไม่เอาจริง ก็เท่ากับว่าเราก็จะกลับมาอยู่ในวังวนเดิม ที่มันก็ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น ให้ขบคิด

ชีวิตมันต้องมีอะไรที่พัฒนาขึ้นสิ มันจะอยู่จุดเดิมไม่ได้ (นี่ถ้าพ่อมาอ่านประโยคนี้ พ่อคงภูมิใจน่าดู สมัยก่อนตอนที่ทำงานบริษัท พ่อมักจะบอกเสมอว่าให้พัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ตอนนั้นหนูขี้เกียจ หนูอยากอยู่ตำแหน่งเดิม เงินเดือนไม่ต้องขึ้นก็ได้ ซึ่งสวนทางกับความคิดพ่อ)

ความคิดพ่อกับความคิดแม่จะต่างกันเยอะ แต่ตอนนี้น่าจะเข้าพวกกันได้ เพราะปัญหาในครอบครัว ในครอบครัวของหนู หรือของฉัน หรือของผมเนี่ย ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวนะที่ป่วยทางจิต น้องของผมก็ป่วย น้องของผมเป็นไบโพลาร์ ตอนนี้ก็ยังคงทานยาอยู่

การที่ลูกมาป่วยทั้งสองคนเนี่ย พ่อกับแม่ต้องเริ่มคิดอะไรเยอะขึ้นละ

ก็อยากให้ทุกคนรู้ว่าชีวิตของผมไม่ได้สบายนะ ต่อไปถ้าพ่อแม่ไม่อยู่ ผมก็ต้องเป็นคนดูแลน้องต่อ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง แต่คิดว่าก็น่าจะรับมือได้น่ะ ถ้าผมไม่ป่วยหนักกว่าเขา

ถ้าผมป่วยหนัก เขาป่วยหนัก ภรรยาเขาก็คงหนักล่ะ ไหนจะต้องดูแลลูก ดูแลสามี และยังมีพี่สามีอีก คงเหนื่อยน่าดู ก็อย่าให้ไปถึงจุดนั้นเลย

ผมถึงบอกไง ว่าผมจะต้องพยายามห่างจากที่ที่ทำให้ผมมีปัญหา

ถ้าผมไม่ได้มาเล่นบล็อกแต่แรก ผมคงไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะถ้าไปอยู่ที่อื่น มันก็คงไม่มีเรื่องการเมือง

แต่อย่างว่า มันเหมือนถูกกำหนดมาแล้ว อะไรมันจะเกิด มันก็ต้องเกิดละนะ ก็แค่รับมือกับมัน แค่นั้นเอง

และใครที่กำลังกลุ้มกับเรื่องของตัวเอง บอกเลยว่าไม่ต้องกลุ้ม เพราะบ้านผมเจอเยอะกว่า เจอหนักกว่า เพียงแต่ผมไม่ได้เขียนมาเป็นไดอารี่เท่านั้นเอง

ผมเอาแต่เรื่องตลกๆ มาให้ดู แต่ชีวิตจริงผมไม่ตลกนะ อยากบอกให้รู้

แล้วก็ขอย้ำว่า ใครมีปัญหาอะไรก็แก้ๆ กันไป เพราะผมจะค่อยๆ ออกห่างจากบล็อกทีละน้อย และคิดว่าวันหนึ่งผมคงจะออกห่างได้อย่างถาวรสักที



Create Date : 12 กรกฎาคม 2562
Last Update : 12 กรกฎาคม 2562 20:32:27 น.
Counter : 22 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
อาชอบผู้ชาย


อาชอบที่หนูเป็น โอ๋ ไอศูรย์

อาชอบที่หนูเป็น ฟิล์ม รัฐภูมิ

อาตลกอะ อาชอบจริงดิ

อาเป็นเกย์ อาเป็นไบ อาเป็นอะไรเนี่ย

ตลกใหญ่ละ

ถ้าชอบจริง เดี๋ยวเป็นผู้ชายให้ทั้งสัปดาห์เลย 79



Create Date : 11 กรกฎาคม 2562
Last Update : 11 กรกฎาคม 2562 21:41:14 น.
Counter : 12 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
ฝากบอกพี่ศรีด้วยว่า พี่ศรีกำลังร้องเพลงของผมอยู่นะครับ




ผม โอ๋ ไอศูรย์ วาทยานนท์ ครับ

"ฉันจะบิน บินไป ไกลแสนไกลไม่หวั่น
ภูเขาจะสูง หรือทางจะชัน
ไม่กลัวไม่หวั่นไม่ไหว..."




Cr. Youtube :: ฉันจะบิน - โอ๋ ไอศูรย์



Create Date : 11 กรกฎาคม 2562
Last Update : 11 กรกฎาคม 2562 12:43:38 น.
Counter : 26 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  

comicclubs
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]



All Blog
  •  Bloggang.com