ไม่ต้องห่วงฉัน


หนูไม่รู้นะว่ามีใครมาอ่านบล็อกของหนูมั่ง แต่หนูคิดว่าคุณหมอต้องเป็นหนึ่งในนั้น และถ้าคุณหมออ่านก็อยากจะบอกคุณหมอว่าหนูกำลังจะออกห่างจากบล็อกทีละนิดแล้วนะคะ คุณหมออาจจะเห็นว่าหนูเล่นเยอะ แต่หนูพยายามจะเล่นน้อยลงแล้วค่ะ และก็จะพยายามทำตามที่คุณหมอสั่ง นั่นคือ ให้ดูแลตัวเอง และดูแลคุณยาย

ตอนนี้หนูก็ทำหน้าที่เหมือนเดิม ดูแลบ้าน ดูแลตัวเอง ดูแลคุณยาย เพียงแต่ไม่ได้พาคุณยายไปฟอกไตแล้วเท่านั้น เพราะคุณน้าเป็นคนพาไปทั้งสามวัน

ตอนนี้หนูก็รู้สึกกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เพราะถ้าจะออกจากบ้านไปไหนคนเดียว ไปที่ไกลจากบ้าน จะต้องขออนุญาตคุณแม่ก่อน ถ้าคุณแม่ไม่อนุญาตก็ต้องอยู่แถวๆ บ้านนั่นแหละ หรือไม่ก็ต้องไปกับคุณแม่

หนูรู้ว่าที่บ้านเป็นห่วง แต่หนูก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรล่ะนะ

หนูรู้สึกดีใจ ที่คุณแม่อนุญาตให้หนูออกจากบ้านไปไหนคนเดียวได้ โดยค่อยๆ ห่างจากบ้านไปทีละนิด ตอนนี้หนูไปโลตัส สุขุมวิท 50 คนเดียวได้แล้ว เดี๋ยวต่อไป หนูจะลองขออนุญาตไปมาบุญครองดู

ตอนนี้หนูก็พยายามจะออกห่างจากบล็อกแล้วนะ หนูมีกิจกรรมที่หนูจะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แล้ว นั่นคือ เรียนภาษาญี่ปุ่นออนไลน์ หนูไปซื้อสมุดคัดญี่ปุ่นมาแล้ว ถ้ามีเวลาว่าง นอกเหนือจากช่วยงานที่บ้านแล้ว หนูก็จะเรียนภาษาญี่ปุ่น เรียนด้วยตัวเอง ค่อยๆ ศึกษาไป

และยังมีอีกอย่างคือ การดูดวง หนูเริ่มศึกษาด้วยตัวเองโดยใช้ไพ่ป๊อก ไพ่ที่เล่นกับแม่นี่แหละมาดู แล้วก็ลองดูสิว่าคำตอบจะเหมือน จะตรงกับหมอดูที่เป็นหมอดูจริงๆ หรือเปล่า หนูลองเล่นโดยเข้าไปในพันทิป ห้องพรหมชาติ แล้วก็ดูจากกระทู้ต่างๆ ลองทายคนที่เขามาให้หมอดูดูดวง และก็ลองดูคำตอบจากหมอดูว่าตรงกับที่เราทาย เราเปิดไพ่ไหม

ลองๆ ไปก็สนุกดีนะ มันทำให้เราห่างจากบล็อกได้ด้วยล่ะ

นอกจากนี้ก็อ่านหนังสือ เขียนนิยาย ในชีวิตมีอะไรให้ทำอีกเยอะ อยู่ที่เราจะทำหรือไม่เท่านั้น เราจะเอาจริงกับมันหรือเปล่า

ถ้าเราไม่เอาจริง ก็เท่ากับว่าเราก็จะกลับมาอยู่ในวังวนเดิม ที่มันก็ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น ให้ขบคิด

ชีวิตมันต้องมีอะไรที่พัฒนาขึ้นสิ มันจะอยู่จุดเดิมไม่ได้ (นี่ถ้าพ่อมาอ่านประโยคนี้ พ่อคงภูมิใจน่าดู สมัยก่อนตอนที่ทำงานบริษัท พ่อมักจะบอกเสมอว่าให้พัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ตอนนั้นหนูขี้เกียจ หนูอยากอยู่ตำแหน่งเดิม เงินเดือนไม่ต้องขึ้นก็ได้ ซึ่งสวนทางกับความคิดพ่อ)

ความคิดพ่อกับความคิดแม่จะต่างกันเยอะ แต่ตอนนี้น่าจะเข้าพวกกันได้ เพราะปัญหาในครอบครัว ในครอบครัวของหนู หรือของฉัน หรือของผมเนี่ย ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวนะที่ป่วยทางจิต น้องของผมก็ป่วย น้องของผมเป็นไบโพลาร์ ตอนนี้ก็ยังคงทานยาอยู่

การที่ลูกมาป่วยทั้งสองคนเนี่ย พ่อกับแม่ต้องเริ่มคิดอะไรเยอะขึ้นละ

ก็อยากให้ทุกคนรู้ว่าชีวิตของผมไม่ได้สบายนะ ต่อไปถ้าพ่อแม่ไม่อยู่ ผมก็ต้องเป็นคนดูแลน้องต่อ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง แต่คิดว่าก็น่าจะรับมือได้น่ะ ถ้าผมไม่ป่วยหนักกว่าเขา

ถ้าผมป่วยหนัก เขาป่วยหนัก ภรรยาเขาก็คงหนักล่ะ ไหนจะต้องดูแลลูก ดูแลสามี และยังมีพี่สามีอีก คงเหนื่อยน่าดู ก็อย่าให้ไปถึงจุดนั้นเลย

ผมถึงบอกไง ว่าผมจะต้องพยายามห่างจากที่ที่ทำให้ผมมีปัญหา

ถ้าผมไม่ได้มาเล่นบล็อกแต่แรก ผมคงไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะถ้าไปอยู่ที่อื่น มันก็คงไม่มีเรื่องการเมือง

แต่อย่างว่า มันเหมือนถูกกำหนดมาแล้ว อะไรมันจะเกิด มันก็ต้องเกิดละนะ ก็แค่รับมือกับมัน แค่นั้นเอง

และใครที่กำลังกลุ้มกับเรื่องของตัวเอง บอกเลยว่าไม่ต้องกลุ้ม เพราะบ้านผมเจอเยอะกว่า เจอหนักกว่า เพียงแต่ผมไม่ได้เขียนมาเป็นไดอารี่เท่านั้นเอง

ผมเอาแต่เรื่องตลกๆ มาให้ดู แต่ชีวิตจริงผมไม่ตลกนะ อยากบอกให้รู้

แล้วก็ขอย้ำว่า ใครมีปัญหาอะไรก็แก้ๆ กันไป เพราะผมจะค่อยๆ ออกห่างจากบล็อกทีละน้อย และคิดว่าวันหนึ่งผมคงจะออกห่างได้อย่างถาวรสักที



Create Date : 12 กรกฎาคม 2562
Last Update : 12 กรกฎาคม 2562 20:32:27 น.
Counter : 70 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

BlogGang Popular Award#15



comicclubs
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]



All Blog
  •  Bloggang.com