บันทึกความคิด ประจำวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 (3)


มีความรู้สึกว่าคุณลุงนเรศยังอยู่


คุณลุงนเรศเป็นสามีของป้าตุ้ย และป้าตุ้ยก็เป็นพี่สาวของพ่อของเรา

คุณลุงนเรศกับป้าตุ้ยเคยเข้าป่า

คุณลุงนเรศเคยทำงานให้พรรคเพื่อไทย

คุณลุงนเรศสีแดง ครอบครัวของคุณลุงก็สีแดง ลูกๆ ของคุณลุงก็สีแดง

คุณลุงนเรศใจดี คุณลุงนเรศน่ารักมากนะ เวลาเราเขียนกลอน แต่งกลอน คุณลุงจะชื่นชมอยู่เสมอ และเราก็รู้สึกว่าเรารักคุณลุงนเรศมาก รู้สึกผูกพัน แม้จะไม่ได้ใกล้ชิดกัน หรือแวะเยี่ยมกันบ่อยๆ ก็ตาม

เมื่อช่วงต้นปี คุณลุงนเรศเสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็งตับ

เราไม่แน่ใจว่าคุณลุงนเรศเสียชีวิตวันไหน แต่เห็นน้องมิ่งลูกสาวคนเล็กของคุณลุงโพสต์ภาพปกเฟซเป็นภาพคู่กับคุณลุงเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ก็เลยคิดว่าวันที่ 5 มีนาคมนี้แหละน่าจะเป็นวันที่คุณลุงเสียชีวิต

คุณลุงนเรศเป็นอิสลาม ศพของคุณลุงจึงไม่ได้ถูกเผา

เราคิดว่าการที่ฝังศพเอาไว้ วิญญาณน่าจะยังอยู่ (อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวของเรานะ) แต่เราก็ไม่คิดอะไร จนเมื่อช่วงหัวค่ำเมื่อวาน เราก็คิดถึงคุณลุงนเรศ เรารู้สึกเหมือนกับว่าเราสื่อสารกับคุณลุงนเรศได้

เราได้คุยกับคุณลุงนเรศเรื่องสี เราได้บอกคุณลุงว่าคุณลุงไม่ต้องห่วงนะ ตอนนี้เรากำลังช่วยอยู่ เรากำลังช่วยสีแดง กำลังช่วยน้องขวัญ น้องมิ่งอยู่นะ

การที่เราแต่งงานกับแบงค์ แต่งงานกับสีแดง มันจะช่วยน้องขวัญได้มาก เพราะน้องขวัญเป็นช่างแต่งหน้า แล้วแบงค์เองก็เป็นช่างแต่งหน้า ถ้าเราแต่งงานกับแบงค์ น้องขวัญจะสบาย เพราะเวลามีปัญหาอะไรก็สามารถปรึกษาแบงค์ได้ แบงค์จะเป็นที่ปรึกษาให้น้องขวัญ น้องมิ่งได้อย่างดีเลยล่ะ

แต่เราก็ได้บอกกับคุณลุงว่าเราจะไม่ได้อยู่คู่กับแบงค์ตลอดไป วันหนึ่งเราจะต้องหย่า แล้วถ้าถึงวันนั้น หลังจากนั้นน้องขวัญ น้องมิ่งจะต้องเตรียมตัวให้ดีๆ เพราะจะไม่ได้สบายอีกต่อไปแล้ว น้องขวัญกับน้องมิ่งจะต้องเจอปัญหา น้องขวัญกับน้องมิ่งจะต้องรับมือกับปัญหาเหล่านั้นด้วยตัวเอง ซึ่งพอถึงตรงนี้ น้ำตาเราก็ไหล เราเลยรู้สึกได้ว่าเราได้คุยกับคุณลุงอยู่จริงๆ

มันไม่ใช่น้ำตาของเรา แต่เราว่ามันเป็นน้ำตาของคุณลุงนเรศ

คุณลุงนเรศก็เหมือนกับรู้ว่าสีแดงเองก็ต้องเจอปัญหาเหมือนกัน ลูกของคุณลุงจะต้องเจอกับปัญหาหนัก และเราเองก็ไม่สามารถช่วยได้ เพราะเราได้ช่วยจนสุดทางแล้ว ช่วยอย่างเต็มที่แล้ว

ไม่ใช่ว่าเราไม่ช่วยนะ เราช่วยสีแดงอย่างเต็มที่แล้ว ช่วยมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว หลังจากที่เราหย่าขาดกับแบงค์ ปัญหาจะถาโถมมาที่ครอบครัวคุณลุง

เราก็ทำได้เพียงเป็นกำลังใจให้ เพราะสุดท้ายแล้วทุกคนก็ต้องเรียนรู้และแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง หรือไม่ก็ต้องทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิด

เราเป็นที่พึ่งให้ใครทุกคนไม่ได้หรอก ได้เพียงแค่ชั่วขณะเท่านั้น เพราะเราเองก็ต้องรักษาชีวิต รักษากายใจของเราเองด้วยเช่นกัน

เราจึงอยากบอกว่าน้ำตาที่ไหล ไม่น่าจะมาจากของเรา แต่น่าจะมาจากน้ำตาของคุณลุง

เรารู้สึกว่าคุณลุงยังอยู่ เรารู้สึกอย่างนั้น รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

เรารู้สึกว่าคุณลุงน่าจะเป็นห่วงครอบครัวอย่างมาก แต่คุณลุงก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้

เราเองก็เช่นกัน ถ้าเราได้ช่วยจนถึงที่สุดแล้ว มันก็คงจะจบแค่ตรงนั้นล่ะ...



Create Date : 23 กรกฎาคม 2562
Last Update : 23 กรกฎาคม 2562 16:17:36 น.
Counter : 53 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

BlogGang Popular Award#15



comicclubs
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]



All Blog
  •  Bloggang.com