KenGSoHigH : Perfumer's BloG.
 
 

น้ำหอม น้ำตา ฟ้าหม่น และโศกนาฏกกรรมแห่งความรัก


ผมไม่เคยคิดว่าน้ำหอมจะเปลี่ยนอารมณ์ของผมได้ขนาดนี้ ... หรือนี่คือเรื่องจริงแห่งตำนานเทพกรีก ที่ยังคงสาปทุกคน ที่ตกอยู่ในห้วงลึกแห่งความเศร้าระทม ของรักที่ไม่มีวันลงเอย


 นานมาแล้ว ในกาลเวลาที่โลกยังถูกเชื่อมโยงด้วยมิติทั้ง 36 ... ภูติแห่งไพรพณาและสายนทียังเริงร่าด้วยกัน นางไม้ผู้หนึ่งนามว่า "เอคโค" (Echo) ผู้มีแก้วเสียงอันงดงามและเสนาะกังวาน เป็นผู้คอยขับกล่อมและเล่าเรื่องราวต่างๆให้หมู่มิตรในป่าใหญ่ฟังอยู่เสมอ ความงามแห่งแก้วเสียงเป็นที่เลื่องลือไปถึงเทพีอโพรไดต์ (Aphrodite) เทพีแห่งการพยาบาลแห่งโอลิมปัส นางโปรดปรานเอคโคจนกระทั่งให้พรข้อหนึ่งแก่เอคโค ... ยามใดที่เจ้ามีรักกับใครสักคน จงมาบอกข้า แล้วข้าจะให้อีรอส (Eros) เทพแห่งความรักไปปักศรกลางใจ ให้เจ้าสมหวัง


 ถึงกระนั้นเอคโคยังไม่ใช้พรนั้น


 วันหนึ่งเทพที่ซูส (Zeus) หนีภรรยาหมายเลขหนึ่ง เฮรา (Hera) มาสมสู่กับอิสรยภูติสาวแห่งแม่น้ำ เอคโคเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด หล่อนเจอกับเฮรา และรู้ว่าเฮรากำลังมาตามหาสามี เธอเลือกที่จะโกหกเฮราว่าซูสกำลังตามหาเฮราอยู่ และกลับไปที่โอลิมปัสแล้ว แต่โชคร้ายที่ความหวังดีต่อเทพที่หลงราคะกลับเป็นดังหอกที่ย้อนมาทิ่มแทงตัวเธอ เฮราโกรธมากที่ไม่พบซูสที่โอลิมปัส และรู้ว่าเอคโคหลอกเธอ ความแค้นในความรักขออิสตรีบันดาลให้เกิดคำสาปแช่งที่อัศจรรย์ เธอสาปเอคโคให้ไม่สามารถพูดกับใครได้ตามปกติ ให้พูดได้เฉพาะคำสุดท้ายของคนที่พูดด้วยเท่านั้น


 เธอตัดสินใจเดินทางไปให้อโพรไดต์ช่วย .. แต่พรหมลิขิตที่พิการ ขีดให้ระหว่างทางเธอได้พบกับ "นาซิสซัส" (Narcissus)  เด็กหนุ่มผู้เป็นมนุษย์แต่หล่อขั้นเทพ หล่อจนทำให้ผู้หญิงทุกคนที่พบเจอต้องสลบไปด้วยราคะพิจักษ์นั้น ทั้งสองพบกัน ... และใช่แล้ว เอคโคผู้ไม่เคยคิดว่าจะรักใคร นางหลงรักนาซิสซัสตั้งแต่แรกเห็น


 นาซิสโซทั้งแปลกใจและดีใจที่เห็นเอคโคเป็นนางแรกที่ไม่สลบต่อความหล่อเหลาของเขา นาซิสโซจึงปรี่เข้าไปหมายว่าจะถามทาง เอคโคพยายามจะพูดคุยด้วย แต่นางทำได้เพียงทวนคำพูดสุดท้ายของชายหนุ่ม ชายหนุ่มโกรธที่ถูกภูติเกรียนใส่ จึงจากนางไป


 เอคโคเสียใจในความรักครั้งนี้ นางอ้อนวอนอโพรไดต์ให้ช่วยถอนคำสาป แต่คำสาปนี้อยู่นอกเหนืออิทธิฤทธิ์ของเทพีพยาบาล การถูกมองเป็นอากาศธาตุจากสายตาของคนรัก มันเจ็บปวดยิ่งนัก เจ็บปวดยิ่งกว่าการไร้ตัวตนอย่างแท้จริง เอคโคจึงขอให้อโพรไดต์ทำให้นางหายไป ร่างกายของนางจึงค่อยๆเลือนหาย นางยอมอยู่เป็นเงาเสียงของอากาศตั้งแต่นั้นมา


 อโพรไดต์เข้าใจหัวอกผู้หญิงด้วยกัน และเจ็บช้ำแทนเอคโค นางจึงสาปนาซิสซัสให้ต้องหลงรักคนที่ไม่อาจรักตอบเขาได้


 นาซิสซัสแวะที่บึงแห่งหนึ่ง เมื่อเขาจ้องมองไปที่พยับเงาของเขาในบึงนั้น ก็ปรากฏหน้าของหญิงสาวแสนด้วยขึ้นมา ทั้งที่จริงแล้วนั่นคือเงาของเข้าเอง เขาหลงรักหญิงสาวนางนั้นแบบที่ไม่เคยรักใครได้เท่านี้มาก่อน


 ทุกครั้งที่เขาพูดกับหญิงสาวนางนั้น ก็จะมีเพียงเสียงสะท้อนก้องกลับมาร่ำไป นาซิสซัสก็ยังหลงรักเสียงนั้น และพร่ำพูด พร่ำคุยกับเสียงนั้นร่ำไป ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน


 เวลาผ่านไป รากกายก็มีรากงอกออกมา องคาพยพต่างๆก็กลายเป็นลำต้น ใบ และดอก เส้นผมสีทองกลายเป็นเกสรยาวสลวย กลายเป็นดอกนาซิสโซที่เจริญเติบโตได้ดีริมน้ำ และได้อยู่คู่กันแต่ไม่ได้รักซึ่งกันและกันอย่างแท้จริงตลอดไป ...


 ความเงียบเหงาแห่งเรื่องเศร้าแห่งความรักเหล่านี้ เป็นอารมณ์ที่ตกตะกอนในใจของผมยามที่ผมกำลังผสมกลิ่น Love of Narcisso ผมเลือกใช้กลิ่นที่กึ่งหอมกึ่งเหม็นของ P-cresyl phenyl acetate ตัวแทนของกลิ่นดอก Narcisso ที่พบในธรรมชาติ


 ผมเติมความหอมละมุนและปราณีตลงไปด้วยกลิ่นของมะลิฝรั่งเศส และดอกพุดสามสี หรือดอก Yesterday today and tomorrow กลิ่นที่สงบทั้งหมดเหล่านี้ ความรู้สึกสูงส่งเป็นราชวงศ์ หอมละเอียด แต่หากเข้าใจถึงกลิ่นแล้วจะพบว่ากลิ่นนี้มันเงียบเหงา และระทมได้อย่างสร้างสรรค์จริงๆ ..


 ตอนนี้น้ำหอมร้าน KenGSoHigH ลดราคาจากขวดละ 500 บาท เหลือเพียง 395 บาทแล้วนะครับ ... (กลิ่นนี้ยังไม่มีขายครับ)


www.KenGSoHigH.com 






Free TextEditor




 

Create Date : 24 มีนาคม 2553   
Last Update : 24 มีนาคม 2553 13:00:15 น.   
Counter : 565 Pageviews.  


เทคโนโลยีการตรึงกลิ่นน้ำหอม // ความแตกต่างระหว่างน้ำหอมตลาดล่างกับตลาดบน


เมื่อวันก่อนมีโทรศัพท์มาหาผมโดยไม่ได้นัดหมายถึง 3 สาย ... ทั้งสามสายขอคำปรึกษาเรื่องเดียวกันคือการทำน้ำหอมที่มีความติดทนสูง


   จริงๆมันก็ไม่ได้ง่ายๆเลยนะครับ สำหรับการปรับปรุงคุณภาพน้ำหอมให้มีความติดทนสูง ผมกะว่าจะยกเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ๆตอนสอนนักศึกษาเทอมหน้านี้ด้วยซ้ำ ... เนื้อหามันออกจะเป็นเคมีฟิสิกส์ ที่ต้องเข้าใจสมบัติทางเคมีของสารที่นำมาใช้บางส่วน และต้องมีความกว้างขวางในการหาสารที่ต้องการให้ได้


   ผมกำลังจะมีรายงานวิจัยเร็วๆนี้เกี่ยวกับการควบคุมการปลดปล่อยกลิ่นน้ำหอม ซึ่งผมวิจัยร่วมกับม.แม่ฟ้าหลวงและสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ตอนนี้ยังไม่เสร็จครับ ยังหาเวลาไปทำไม่ได้เลย ร้านน้ำหอมกำลังขายดี อิอิ)


   ในตลาดล่างจะมีสูตรตายตัวอยู่สูตรหนึ่งคือการใช้ Musk มาเติมลงในน้ำหอมอีกครั้ง ซึ่งก็มีชื่อเรียกต่างๆกันไปเช่น Muskcofix Musk50% Musk10% Whitemusk หรืออะไรก็ตามแต่ ซึ่งชื้อเหล่านี้ก็ถูกตั้งขึ้นโดยผู้จำหน่าย จริงๆแล้วไม่ได้บกบอกเปอร์เซ็นอะไรตามที่เขียนไว้เลยครับ


   Musk ที่ขายกันอยู่นี้ แท้จริงคือ GalaxolideTM เป็นสารหอมชนิดหนึ่งใช้เป็น Base note ซึ่งโดยตามจริงแล้ว musk มีอีกหลายประเภทและทางโรงงานน้ำหอมก็ผสมมาให้อยู่แล้ว แต่การมาเติมมัสก์ลงไปอีกก็เพื่อให้กลิ่นติดทนขึ้น ซึ่งก็เป็นจริงครับ กลิ่นติดทนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่เป็นกลิ่นมัสก์อย่างเดียวนะที่ทน กลิ่นน้ำหอมมันก็ระเหยไปตามปกติอยู่ดี


  นี่จึงเป็นสาเหตุว่า ทำไมใช้น้ำหอมบางเจ้าแล้วเมื่อกลิ่นจางลงแล้วกลิ่นมันตุๆ ไม่หอมเหมือนเพิ่งฉีด อันนี้ก็ว่ากันไป ไม่ได้คิดจะโจมตีนะครับเพราะสมัยก่อนที่ผมจะมาสนใจศึกษาน้ำหอมเต็มตัว ผมก็ใช้มาเช่นกัน


  การตรึงน้ำหอมของตลาดบนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพของน้ำหอมเช่น การเติมสารต้านการเสื่อมสลายของน้ำหอม และใช้เทคโนโลยีการปลดปล่อยกลิ่นของแท้เลย


  ไม่นานมานี้ร้านน้ำหอมของผมเพิ่งเปลี่ยนสูตรใหม่โดยใช้สารอนุพันธ์ของน้ำตาลชนิดหนึ่งในการตรึงกลิ่น สารตัวนี้ถูกใช้ที่ Givaudan บริษัทน้ำหอมอันดับ 1 ของโลก ณ. ปัจจุบัน เท่าที่ทราบไม่มีใครอีกเลยใช้ที่ประเทศไทย


  วันนี้ที่ผมเขียน Topic นี้เพราะว่าผมเพิ่งพัฒนาเจ้าอนุพันธ์ของน้ำตาลตัวนี้ให้ง่ายแก่การใช้งาน ประโยชน์ของมันอยู่ที่การที่มันไม่มีกลิ่นและสามารถตรึงน้ำหอมได้ทุกชนิด ทุกตัวโน๊ต ทำให้กลิ่นไม่เพี้ยนแต่อย่างใด แต่ปัญหาที่ยิ่งใหญ่คือความยุ่งยากในการใช้งานเพราะมันหนืดยิ่งกว่าตังเมอีกครับ (แต่ผมก็พัฒนาได้แล้ว)


  สารตัวนี้ย่อยสลายตัวเองได้ตามธรรมชาติ และผ่านกระบวนการสังเคราะห์น้อยกว่า ที่สำคัญที่สุดเป็น food grade ครับ เรื่องความปลอดภัยเนี่ย แทบไม่ต้องพูดถึงเลย ...


  เห็นร้านน้ำหอมซีซีช่วงนี้แข่งกันถูกผมล่ะกลัวจริงๆว่าน้ำหอมเหล่านั้นจะผสมมัสก์บางชนิดที่กำลังจะถูกห้ามใช้เพราะเป็นสารก่อมะเร็ว


  วันนี้คร่าวๆแบบได้สาระเล็กน้อยกับเรื่องนี้ก่อนนะครับ ไว้รายงานการวิจัยผมถูกตีพิมพ์ได้ลิขสิทธิ์เมื่อไร จะมาโม้กันอีกรอบครับผม






Free TextEditor




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2553   
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2553 21:12:12 น.   
Counter : 858 Pageviews.  


กรุ่นกลิ่นน้ำหอมวันวาเลนไทน์ 2010 ... ทำไมมันช่างเป็นกุหลาบที่หลากหลายอย่างนี้


.... แล้วปีนี้ผมก็จัดการผสมน้ำหอมทันวันวาเลนไทน์พอดี ....
ขอแปลงร่างเป็น Cupid สเปรย์น้ำหอมแทนยิงลูกศรซักครึ่งเดือน


     สำหรับผมฤดูที่สำคัญที่สุดของการใช้น้ำหอมไม่ได้อยู่ที่ฤดูหนาว หรือฤดูร้อนอย่างที่น้ำหอมหลายๆกลิ่นถูกผสมออกมาเฉพาะกาลนั้น หากแต่เป็น "ฤดูรัก" ที่จะทำให้กลิ่นน้ำหอมที่ "ยอดดวงใจ" ของแต่ละคนใช้แล้วจะทำให้หอมเป็นพิเศษ เรียกว่ากลิ่นแทบจะแทรกผ่านผิวหนังชั้น Epidermis ซึมสู่กระแสเลือด ผ่านเข้าหัวใจทั้ง 4 ห้องแล้วส่งไปตีความที่สมองส่วนขวาที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับอารมณ์ได้ภายในเสี้ยววินาที


    ปีนี้ผมเริ่มต้นคิดแนวกลิ่นตั้งแต่ธันวาคม ว่าจะทำ Theme อะไร สุดท้ายก็มาลงที่กุหลาบครับ (ปีที่แล้วเป็นช็อคโกแลต คาดว่าปีต่อๆไปจะหมดมุข 555)


    วาเลนไทน์ 2010 นี้ ผมเข็นเอาน้ำหอมกลิ่นกุหลาบ 4 สีอันได้แก่ กุหลาบแดงแห่งความรัก กุหลาบชมพูแห่งความห่วงใย กุหลาบส้มแห่งความปรารถนา และกุหลาบขาวแห่งงานฉลอง ออกมาขาย เนื่องจากกลิ่นกุหลาบนั้นแม้ใครจะบอกว่ามันก็เป็นกลิ่นกุหลาบนั่นแหละ แต่สำหรับผม...มันไม่เหมือนกัน กุหลาบแดงให้ความรู้สึกลึกลับ ล้ำค่า และลุ่มลึก กุหลาบชมพูเป็นกลิ่นน่ารักๆมีความละมุนแบบแป้งๆนิดหน่อย กลิ่นจางๆคล้ายน้ำผึ้งเลยล่ะ กุหลาบสีส้มเป็นกลิ่นหอมเข้มแข็ง และอบอุ่น ส่วนกุหลาบขาวจะหอมบริสุทธิ์สมกับสีเลยครับ สะอาดสะอ้านมากมาย


   ปีนี้หากยังไม่มีของขวัญให้สุดที่รัก ก็สามารถซื้อหากลิ่นทั้งสี่และอธิบายถึงความเอาใจใส่ช่างเลือกสิ่งที่มีความหมายไปให้กันนะครับ


   นอกจากนี้ยังมีกลิ่น Signature Scent สำหรับเทศกาลนี้โดยเฉพาะอีก 2 กลิ่นคือ กลิ่น Dark Rose de Aqua เป็นกลิ่นกุหลาบสีดำทมิฬที่หอมสดชื่นและมีกลิ่นเครื่องหนังขัดเงาวาววับผสมอยู่ เหมาะกับผู้ชายที่เงียบขรึม มีระยะห่าง แต่ก็มีเสน่ห์จากการเข้าถึงยากตรงนั้น กลิ่นนี้หรูมากๆและไม่ซ้ำใครครับ เพราะคงไม่มีใครบ้าเท่าผมที่นำกลิ่นกุหลาบนำๆ มาทำน้ำหอมผู้ชายแบบนี้ แต่ผมรับประกันครับใช้แล้วชอบแน่นอน ไม่เกร่ออีกต่างหาก


   อีกกลิ่นนึงนี้ ทุ่มสุดตัวนำเสนอเลยครับ กลิ่น "at the moment of LOVE" เป็นกลิ่นที่หอมหวานละมุนลิ้นแม้จะไม่ได้ชิม ทำให้รู้สึกเหมือนอมลูกอม แต่สักพักจะมีกลิ่นอุ่นๆคล้ายๆกับอ้อมกอดที่แสนจะปลอดภัยของใครบางคน ให้ความรู้สึกที่ดีมากๆ กลิ่นนี้ผสมจากลิ้นจี่ และกุหลาบ พัฒนามาจากกลิ่น Litchi and Rose ที่ผมเคยนำมาโม้เมื่อคราวก่อน ... ลองดูนะครับ ผมว่ามันเข้ากับบรรยากาศและอากาศตอนนี้มากๆ


ทั้งหมดนี้อ่านรายละเอียดเต็มๆ เพื่อเสพความเคลิบเคลิ้มได้ที่
www.KenGSoHigH.com






Free TextEditor




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2553   
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2553 21:23:32 น.   
Counter : 530 Pageviews.  


[อธิบายกลิ่น] ดอกโมก ... ดอกไม้ไทยที่หอมบริสุทธิ์แบบไร้เดียงสา


รูปเป็นลิขสิทธิ์ของ Na Kmit'L


ทุกเย็นย่ำ กลิ่นหอมๆของดอกไม้ชนิดหนึ่งที่จัดเป็นไม้พื้นฐานของนักจัดสวนจะโชยกลิ่นหอมอ่อนๆ สะอาด บริสุทธิ์ ออกกลิ่นเขียวนิดๆหากดมตรงๆ ดอกไม้ที่มีนามอันเป็นมงคลนี้คือ "โมก"


    เมื่อคืน ผมไปนั่งกินอาหารญี่ปุ่นแถวๆสาธรหลังเรียนเรียนป.โทกับเพื่อนที่เรียนด้วยกัน ด้วยความเกรงใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ หลังจากพวกเราชำระเงินเรียบร้อยแล้ว และนั่งแช่อีกราวๆครึ่งชั่วโมง จึงย้ายสถานที่มายืนคุยกันต่อหน้าลานจอดรถ ที่มีแนวต้นโมกปลูกอยู่


    ถึงแม้ว่ามันจะเป็นดอกไม้ที่ผมดมจนชินกลิ่นแล้ว แต่ผมก็ไม่ยอมเสียเวลาคุยเปล่าๆ โดยที่จมูกและจินตนาการของผมไม่ได้ทำงาน ผมจึงไปหางานให้ทักษะทั้งสองทำ โดยการเด็ดดอกไม้มาดม อาจเป็นเพราะเพิ่งกินอิ่ม คุยเล่นจนหัวสมองปลอดโปร่ง บวกกับการได้เปลี่ยนสถานที่ การเด็ดดอกไม้เที่ยวนี้ สะเทือนถึงดวงดาวครับ เนื่องจากผมเห็นอะไรแปลกๆ ในกลิ่นของดอกโมก ในแบบที่ผมไม่เคยพบมาก่อน


    โมกที่ผมเด็ดมานั้นเป็นโมกพวก (จริงๆกลิ่นก็คล้ายๆกับโมกลาครับ ไม่ต่างกันก็ว่าได้) เมื่อคืนอากาศในกรุงเทพฯเย็นสบาย ความชื้นในอากาศน่าจะสูง ทำให้กลิ่นที่ผมได้มันสมบูรณ์และอิ่มตัว กลิ่นแรกสัมผัสเป็นความหอมเบาๆ สดชื่น กลิ่นกลางเริ่มมีความตัน หนัก และชื่นฉ่ำราวกับกลิ่นน้ำคลอง กลิ่นสุดท้ายเป็นกลิ่นเขียวๆของกลีบดอกไม้ ต่างจากแต่ก่อนที่ผมได้กลิ่นลมโชยของดอกโมกเป็นเพียงกลิ่นหอมหวานละมุนอย่างเดียว


    พอดีมีพี่ที่เป็นเจ้าของโรงงานผลิตสบู่อันดับ 1 ของไทย ที่เจ้าตัวรักความก้าวหน้า ด้วยการหันมาสนใจศาสตร์แห่งกลิ่นเพื่อที่จะนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้ามาทานอาหารด้วยกัน ... ผมจึงมีโอกาศได้อธิบายเรื่องกลิ่นให้ฟัง และพาคุณพี่เดินไปดมดอกโมกที่ยังติดอยู่กับต้น


   เชื่อมั๊ยครับว่ากลิ่นดอกที่เด็ดมาแล้ว กับกลิ่นดอกที่ยังคาต้นนั้นไม่เหมือนกัน ... แม้แต่ดอกที่คาต้นอยู่ทุกดอก ก็ไม่เหมือนกัน บางดอกดมแล้วหอมละมุน บางดอกดมแล้วมีกลิ่นคล้ายเครื่องเทศผสมดอกไม้ หรือบางทีกลิ่นก็คล้ายกับโค้กมากๆครับ ไม่ใช่จมูกผมคนเดียวที่ได้กลิ่นแบบนี้ พี่เจ้าของโรงงานก็ยืนยัน


   ใครที่ผมเคยสอนเรื่องการผสมน้ำหอมไป หรือหากเป็นลูกศิษย์ของผมตามงานต่างๆอ่านวรรคข้างบนคงจะเกิดไอเดียนะครับ กลิ่นที่หอมคล้ายๆเครื่องเทศซึ่งสามารถนำมาผสมในโน๊ตดอกไม้ได้คือสารที่มีชื่อว่า Eugenol พบมากในอบเชย และกานพลู (ยูจีนอลมีกลิ่นเหมือนอบเชยเลยล่ะครับ) นอกจากนี้เรายังสามารถพบ Eugenol ในดอกไม้ต่างๆอีกมากมายเช่น ดอกพุด ดอกกุหลาบ ดอกคาร์เนชัน ดอกพิกุลก็ยังมี


   นี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กลิ่นดอกโมกเมื่อจางแล้วจะให้ความรู้สึกหอมบริสุทธิ์ บางครั้งเหมือนกับกลิ่นแป้งโบราณๆ ที่หอมไทยๆ เป็นกลิ่นเฉพาะตัว กลิ่นแบบนี้สามารถผสมเลียนธรรมชาติได้ครับ และสามารถนำหัวน้ำหอมที่ผสมได้ไปผสมในผลิตภัณฑ์พวกโลชัน สบู่ หรือแม้แต่แป้งได้เช่นกัน


   เสียดายเท่าที่ผมเคยดมกลิ่นดอกโมกที่เป็นน้ำหอมในตลาดบ้านเรา ยังไม่เคยเจอคนที่ทำกลิ่นดอกโมกได้หอมใกล้เคียงซักราย ส่วนใหญ่เป็นการผสมน้ำหอมขึ้นมาใหม่ แล้วตั้งชื่อว่าดอกโมกหลอกให้คนเข้าใจผิดแล้วไปซื้อใช้ ลูกค้าบางคนดอกจริงก็ยังไม่เคยดม แต่ซื้อมาใช้แล้วหอมจึงเข้าใจผิดว่าดอกโมกกลิ่นแบบนั้นก็มี


   ตัวผมเองก็ร้านน้ำหอมเล็กๆ ถึงจะผสมกลิ่นดอกโมกได้ ก็ขายลำบากเพราะต้นทุนสูงลิบ รอแต่คนที่ต้องการคุณภาพนำหน้าเท่านั้นแหละ ถึงจะร่วมหัวจมท้ายกันได้ครับ ......


www.KenGSoHigH.com 






Free TextEditor




 

Create Date : 17 มกราคม 2553   
Last Update : 17 มกราคม 2553 18:54:02 น.   
Counter : 1450 Pageviews.  


ผมกำลังจะได้เป็น วิทยากร .. สอนวิชาน้ำหอมล่ะคร้าบบ


สั่งสมบารมีมา 2 ปีจากการเป็นติวเตอร์ให้เพื่อนๆในมหาลัย และการบ้าน้ำลายเรื่องน้ำหอมตามสื่อต่างๆ ..... แล้ววันนี้สิ่งที่คิดไว้ก็ใกล้ๆจะเป็นจริงแล้วครับ


   เป็นที่น่าแปลกใจที่ผมเริ่มต้นปีใหม่ได้เหมือนคำทำนายดวงตาม FWD mail ที่ผมไม่ค่อยจะเปิดอ่านเท่าไร .. ในดวงของราศีแมงป่องปีนี้ระบุไว้ว่า จะรุ่งเรื่องการศึกษา ไม่ว่าจะเรียนต่อ หรือสอนคน


   เริ่มต้นด้วยวีคที่แล้ว ผมได้รับการติดต่อจากสถาบันขายน้ำหอมแห่งหนึ่งให้เป็นวิทยากรสอนเกี่ยวกับการผสมน้ำหอม (เรื่องง่ายๆ แต่ตลาดน้ำหอมในไทยยังทำผิดๆมาตลอดสิบปี) ต่อด้วยธนาคารไทยพาณิชย์สาขาหนึ่ง ที่เห็นแววความบ้าจิตวิทยาของผม ก็เลยถูกเชิญให้ไปพูดในงานวันเปิดธนาคาร(แต่ผมปฏิเสธไปแล้ว เพราะติดงานลูกค้า) และล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คณะวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางที่ผมกำลังจะเรียนจบป.โทในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ ได้ทาบทามผมไปเป็นอาจารย์สอนวิชาน้ำหอม (Aromatherapy and spa)


  ทางมหา'ลัยถามผมว่า ผมถนัดสอนเกี่ยวกับเรื่องอะไรของน้ำหอม ... เล่นเอาผมน้ำท่วมปาก เพราะคิดหนักว่า จริงๆก็ถนัดทั้ง module น่ะแหละ ตอนผมนั่งเรียน ผมแทบจะลุกขึ้นไปสอนอาจารย์อยู่แล้ว ไม่เห็นหรือ ..... และสุดท้าย ผมก็พูดอย่างที่คิดออกไปจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า ...


  เรื่องอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ ขอให้บอก ... KenGSoHigH ไม่เคยเสียความมั่นใจในคุณภาพของตัวเอง(และสินค้า)


  สุดท้ายอาจารย์ที่มาติดต่อบอกว่า ไว้เรียนจบแล้วเขาจะให้มาเป็นอาจารย์เลย


  ก็ดีครับ ... ผมจะได้เป็นอาจารย์พิเศษ ไม่ใช่อาจารย์ประจำ ... ยังเหลือเวลามานั่งเบลนด์น้ำหอมกลิ่นใหม่ๆ และก็ยังได้เผยแพร่วิชาน้ำหอม ที่ผมเชื่อเหลือเกินว่า จมูกคนไทยดีกว่าจมูกฝรั่ง แต่ประเทศเรา ไม่เคยมีคนสนใจ และไม่เคยมีใครอยากทำอาชีพนี้มาก่อน


  ช่วงนี้น้ำหอมที่ร้านขายดีมากๆครับ อาจจะเพราะจัดโปรโมรชันหนักไปเมื่อปีใหม่ กับน้ำหอมกลิ่นใหม่ๆที่ผมเบลนด์เองบ้าง นำเข้ารายเดียวของร้านน้ำหอมในไทยบ้าง ลูกค้าเลยชอบใจกันใหญ่


  กลิ่นน้ำนมข้าวที่นำมาทำเป็นน้ำหอม (ที่เคยเขียนไว้บล็อกที่แล้ว) ตอนนี้ก็เสร็จเรียบร้อย เอจจิ้งแล้วด้วยครับ กลิ่นเป็นที่ถูกใจโดยเฉพาะฝรั่งทั้งหลาย เพราะเป็นของแปลกสำหรับเขาครับ


 


www.KenGSoHigH.com 






Free TextEditor




 

Create Date : 14 มกราคม 2553   
Last Update : 14 มกราคม 2553 10:43:27 น.   
Counter : 1850 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

Thai-SkY
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




[Add Thai-SkY's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com