KenGSoHigH : Perfumer's BloG.
 
โลหะกลิ่นโลหิต .... โน๊ตไม้ตายในน้ำหอมสมัยใหม่ 0 comment




ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นักร้องและเซเลปหลายคนนิยมหันมาเอาดีทางด้านการทำน้ำหอมขายจะว่าไปมันก็ไม่ใช่ความเก่งกาจอะไรของนักร้องหรือเซเลปเหล่านั้นเลยซักนิด พวกเขาแทบไม่ได้มีความรู้อะไรในน้ำหอมที่ตัวเองเป็นเจ้าของชื่อเลยด้วยซ้ำอย่างมากก็ท่องจำตามผู้ว่าจ้างแบบนกแก้วนกขุนทองตอนตอบสื่อ 



     มีนักร้องสาวเสียงเย้าเต้าใหญ่แห่งอเมริกัน ได้ทำน้ำหอมกลิ่นพิลึกพิลั่นเพื่อหวังจะสนับสนุนลุคแปลกๆของเธอถ้าผมเอ่ยชื่อไปหลายๆคนต้องร้องอ๋อ ... น้ำหอมที่เธอเป็นเจ้าของแบรนด์มันช่างสัปดนเหลือทน เธอใช้กลิ่นเลือดผสมกับกลิ่นอสุจิ สองน้ำที่มาจากการ"หลั่ง" ของมนุษย์ ฟังดูแปลก แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมาะกับสำหรับคนที่มีจิตปกติสักเท่าไร



     วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องนี้ ... ผมเคยเล่าให้หลายๆท่านที่มาพบผมที่บริษัทบ้างหรือตามห้างสรรพสินค้าบ้างฟังว่า

ตอนเด็กๆ ผมยังไม่รู้สึกตัวว่าผมเป็นคนที่ไวต่อกลิ่นแต่ผมมักได้กลิ่นเลือดเป็นประจำ นั่นก็เพราะผมเลือดกำเดาออกบ่อยและง่ายมาก

หากอุณหภูมิร้อนเกินหรือเย็นเกิน เลือดกำเดาผมจะไหลทันที ดังนั้นตัวผมเองสามารถใช้เป็น Indicator ได้ดีกว่าเทอร์โมมิเตอร์เสียอีก

เมื่อเลือดกำเดาไหลลงคอ ผมจะได้กลิ่นเลือดเป็นประจำและทำให้ผมคุ้นชินกับกลิ่นนี้มากเป็นพิเศษ



     โตขึ้นมาหน่อย ผมเริ่มละเมียดละมัยกับกลิ่นรอบๆตัว ผมดมมันหมดทุกๆกลิ่นที่จะดมได้ ซึ่งผมก็ต้องมาสะดุดกับกลิ่นของโลหะ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอะลูมิเนียม กลิ่นเหล็ก กลิ่นเงิน ... หลายๆท่านอาจจะแย้งว่าแผ่นโลหะเหล่านี้มันมีกลิ่นด้วยหรือ

     ใช่ครับ ถ้าเราดมผ่านๆ เราจะไม่ได้กลิ่นของมัน แต่ถ้าเราเปรียบเทียบอากาศบริสุทธิ์กับอากาศที่ไหลผ่านผิวโลหะเราจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน



     ที่น่าตกใจคือ กลิ่นของผิวเหล็กกับกลิ่นของหยดเลือด มันแทบไม่ต่างกัน

หากจะบรรยาย มันเป็นกลิ่นโปร่งๆ สะอาดๆ ไม่ใช่กลิ่นคาวนะครับ กลิ่นคาวนั่นคือเลือดที่ไม่สด เลือดสะอาดๆที่เพิ่งไหล จะมีกลิ่นอ่อนๆลักษณะคล้ายกลิ่นตอนสำหลักน้ำแต่อ่อนกว่า ชวนให้นึกถึงผิวเหล็กขัดมันนั่นแหละครับ บางวูบของกลิ่นจะชวนให้นึกถึงกลิ่นเขียวๆของแตงกวาหรือว่านหางจระเข้ เป็นกลิ่นที่ไม่โดดเด่นแต่ผลักให้กลิ่นอื่นๆโดดเด่นได้เป็นอย่างดี



     อาจจะเป็นเพราะเลือดประกอบด้วยเม็ดเลือดที่เรียกว่า "ฮีโมโกลบิน" ซึ่งเจ้าฮีโมโกลบินนี้เป็นสารโมเลกุลใหญ่ที่ประกอบอณูย่อยของโปรตีนสายยาวๆที่มาเกาะล้อมรอบธาตุ "เหล็ก" นึกถึงไข่ดาวจะทำให้จินตนาการได้ง่ายขึ้น ไข่ขาวคือโปรตีนไข่แดงคือธาตุเหล็ก (ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นแบบนี้นะครับ ผมแค่สมมติให้เห็นภาพง่ายๆเท่านั้น) 



     ดังนั้น "โลหิตและโลหะ" จึงให้กลิ่นที่ไม่ต่างกันด้วยประการฉะนี้ ...



     มาถึงสารหอมที่ให้กลิ่นโทนโลหะ (Metalic note) สารในกลุ่มนี้ไม่ได้มีกลิ่นที่โดดเด่นชัดเจน ดมออกได้ง่าย บางครั้งมันก็ถูกจัดเป็นสารหอมในกลุ่มอื่นด้วยเช่นกัน เช่น Methyl Salicylate หรือกลิ่นน้ำมันมวย น้ำมันระกำบ้านเรานี่แหละ ถูกจัดเป็นโน๊ตโลหะเช่นกัน แต่ในบางครั้งเราก็จัดอยู่ในโน๊ตกล้วยไม้ครับ เช่นเดียวกับสารกลุ่ม Salicylate อื่นๆ สาร Calone ที่หอมเหมือนกลิ่นโอโซนหรือสาหร่าย เมื่อใช้แบบเจือจางมากๆก็จะหอมเหมือนผิวโลหะเช่นกัน สารจำพวกกลิ่นน้ำเลี้ยงในดอกไม้สีขาวเช่น Lylal และ Lilial ก็จัดเป็น Metalic note เช่นกันเมื่อใช้ในความเข้มข้นต่ำๆ



     กลิ่นในธรรมชาติที่พอจะทำให้เรานึกถึงโน๊ตนี้ได้ก็เช่น กลิ่นดอกพิกุล กลิ่นว่านหางจระเข้ หรือกลิ่นดอกซ่อนกลิ่นที่จางๆ



     ยามเมื่อเราต้องการความหอมสดชื่นแต่แฝงด้วยความทันสมัย กลิ่นโลหะนิยมนำมาปรุงในสูตรเพื่อให้ความบางเบา กดกลิ่นที่แรงลงไปลง ให้ลักษณะของความเป็นโคโลญจน์ราคาแพงได้เป็นอย่างดี ... น้ำหอมกลิ่นเลือดและอสุจิของเซเลปที่กล่าวไว้ข้างต้นจะออกวางตลาดในช่วงกลางปี 2012 ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่เคยมีใครได้กลิ่นแต่ผมรับประกันได้เลยว่าน้ำหอมกลิ่นนี้ก็คงมีกลิ่นเลี่ยนๆสุดขีดของดอกไม้ขาวนั่นแหละ แต่คนกลุ่มหนึ่งก็จะแห่ไปซื้อเพราะว่าคำนิยามนั่นเอง



     ผมอธิบายกลิ่นเลือดไปเรียบร้อยแล้วนะครับ แถมกลิ่นเหล็กให้ไปด้วยเพราะมันก็คือกลิ่นเดียวกัน ... กรุณาอย่าอ้อนวอนให้ผมอธิบายกลิ่นอสุจิต่อนะ อิอิ 





Free TextEditor


Create Date : 24 มกราคม 2555
Last Update : 24 มกราคม 2555 18:32:16 น. 0 comments
Counter : 880 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Thai-SkY
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




[Add Thai-SkY's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com