KenGSoHigH : Perfumer's BloG.
 
 

ทำไมน้ำหอมถึงมีกลิ่นแอลกอฮอล์ ... นี่ไม่ใช่ข้อแก้ตัวจากผู้ผลิต (ที่ดี) แต่อาจจะเป็นข้อแก้ตัวของผู้ผลิตที่ผลิตไปวันๆ












หลังจากออกบูธแล้วได้รับความสำเร็จถล่มทลายในครั้งที่ผ่านมา

ก็ถึงเวลามาเช็ค Feed back จากลูกค้าที่มีต่อน้ำหอมที่ซื้อจากผมไป



ส่วนใหญ่จะเป็นอีเมล์ที่ติดต่อเข้ามาสอบถามว่าจะสั่งซื้อได้อย่างไร (เนื่องจากตอนนี้ผมปิดเว็บไซต์ส่วนสั่งซื้อเนื่องจากมีออร์เดอร์สั่งผลิต

จำนวนมากจนทำไม่ทัน) และอีเมล์สอบถามว่าเมื่อไรจะมีการเปิดสอนปรุงน้ำหอมอีก (เร็วๆนี้ล่ะครับ)



จริงๆไม่มีลูกค้าถามเรื่องการได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากน้ำหอมของผมเลย แต่ว่าผมนึกขึ้นได้ว่ามีลูกค้าหน้างานท่านหนึ่ง (เพียงท่านเดียว)

ที่บอกว่าน้ำหอมมีกลิ่นแอลกอฮอล์ ... 



ตามจริงแล้วไม่แปลกครับที่น้ำหอมจะมีกลิ่นแอลกอฮอล์ เพราะส่วนผสมหลักๆนั้นมีแอลกอฮอล์ (ในแบรนด์ของผมใช้ Alcohol ~ 70% vol)

แต่น้ำหอมที่คุณภาพดีมากๆจะได้กลิ่นแอลกอฮอล์เพียงจางๆเท่านั้น เนื่องจากผู้ผลิตจะใช้แอลกอฮอล์ Perfumer Grade มาเป็นส่วนผสม

แอลกอฮอล์ชนิดนี้จะผ่านการกลั่นอย่างต่ำถึง 3 ครั้ง เพื่อสกัดเอาน้ำมันมลทินทิ้งไป 



น้ำมันมลทินเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสารกลุ่ม Aldehyde (แอลดีไฮด์) ซึ่งเกิดจากปฏิกริยาของแอลกอฮอล์กับอากาศเรียกว่าปฏิกริยาออกซิเดชัน

ปฏิกริยายอดฮิตที่ใครๆที่ตามอ่านบล็อกของผมคงรู้จัก เพราะผมพูดถึงบ่อยมาก

นอกจาก Aldehyde แล้วยังมีสารกลุ่ม Ketone (Ketone) และกรดอินทรีย์บางส่วนด้วย ทั้งหมดนี้จะเป็นเพียงสารมลทินโมเลกุลเล็กๆ

จึงระเหยง่ายและระเหยออกมาพร้อมกันกับแอลกอฮอล์ ทำให้แอลกอฮอล์มีกลิ่นแปร่งๆ เปรี้ยวๆ หรือไม่ก็กลิ่นแบบสารเคมีหากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ



เหตุผลเดียวกันนี้จึงนำไปใช้อธิบายเรื่องหลักการเก็บสุราด้วยเช่นกันว่า สุราดีๆเขาให้ปิดขวดแน่นๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศ บางยี่ห้อเขาใส่ลิ้นเทที่คอขวดมาให้ด้วยเลย รวมถึงต้องเก็บให้ห่างความร้อนและแสงแดด เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ก่อให้เกิดปฏิกริยาออกซิเดชันได้

(แต่ไม่เคยมีใครแนะนำให้แช่ตู้เย็น ... มีแต่พี่ไทยเรานี่แหละที่ปลูกฝังความเชื่อผิดๆกันว่าให้เก็บน้ำหอมในตู้เย็น)



กลับมาเรื่องของผมต่อ ... เมื่อผมพิจารณาแล้วว่า แอลกอฮอล์ที่ผมใช้ก็เป็นเกรด Perfumer แม้แต่สารผสมหลายๆตัว ผมยังเลือก Perfumer grade 

ซึ่งทั้งหายากและราคาแพง ก็ยังอุตสาห์ส่งอีเมล์และนำเข้ามาใช้เองคนเดียว รวมถึงการผลิตที่เราใช้ระบบสุญญากาศเกือบทั้งกระบวนการ

จึงเป็นไปไม่ได้ที่น้ำหอมจะมีกลิ่นแอลกอฮอล์ที่รุนแรงจนรู้สึกได้



ประเด็นต่อมาคือ จากประสบการณ์การขายน้ำหอมที่ผ่านมา ทำให้เห็นความหลากหลายของการตีความกลิ่นจากลูกค้าชนิดที่ว่า "เหนือจินตนาการ" ของผม

ผู้ซึ่งมีสมองสุดแฟนตาซี ... กลิ่นโทนเปลือกไม้ และโทนผลไม้ที่มีส่วนผสมของอัลมอนด์กับเชอร์รี่ จะเป็นโทนกลิ่นที่ลูกค้าบางท่านตีความเป็นกลิ่นแอลกอฮอล์ เนื่องจากมีกลิ่นที่หอมเปรี้ยว และสะอาดสดชื่น กลิ่นของมันหากดมผ่านๆก็คงคล้ายๆแอลกอฮอล์อยู่ ซึ่งเท่าที่อ่านดูจากเว็บบอร์ดวิจารณ์น้ำหอมต่างประเทศ ก็พบปรากฏการณ์เช่นนี้เหมือนกัน



สารจำพวก Benzaldehyde หรือ Terpineol จะเป็นคีย์เวอร์ดหลักให้เกิดปรากฏการณ์นี้



ดังนั้นต่อไปหากท่านต้องไปดมน้ำหอมที่มีส่วนผสมของ 

Bergamot, Almond, Pine needle oil, Guaic wood, Agarwood, Cherry, Lavender (บางสายพันธุ์), และเปลือกไม้ต่างๆ

หากได้กลิ่นคล้ายๆแอลกอฮอล์ต้องมาพิจารณาต่อว่าเป็นกลิ่นอะไรกันนะครับ



ปล. การเกิดปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดในทุกคน ดังนั้นไม่ต้องสงสัยนะครับว่าทำไมน้ำหอมยังใช้กลิ่นเหล่านี้เป็นวัตถุดิบอยู่



คลิก Like ให้กับ KenGSoHigH ได้โดยพิมพ์ KenGSoHigH ในช่องค้นหาในหน้า Facebook นะคร้าบบ ^^

//www.facebook.com/pages/KenGSoHigH/213220938707762








Free TextEditor




 

Create Date : 23 กันยายน 2554   
Last Update : 23 กันยายน 2554 16:29:13 น.   
Counter : 2609 Pageviews.  


กาแฟขี้ชะมด ... กาแฟที่มีกลิ่นเหมือนตดคนฝรั่ง




เมื่อเดือนก่อนผมเพิ่งกลับจากเวียดนามมาครับ พอดี Supplier จากสเปนเขาไปที่นั่นพอดี เลยนัดไปคุยงานกัน

ก่อนจะกลับเลยให้ลูกน้องเขาที่เวียดนามพาไปหาร้านขายกาแฟท้องถิ่น ... เน้นว่าท้องถิ่นจริงๆ



เนื่องจากที่เวียดนามมีร้านขายเมล็ดกาแฟที่เกือบจะถูกกลืนกลายเป็น International เยอะแล้ว

ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใส่ Flavour หรือกลิ่นสังเคราะห์ลงไปเพื่อสร้างความหลากหลาย

แน่นอน ผมทำงานน้ำหอม ผมไม่นิยมของเทียมทำง่ายๆแน่นอนครับ



ผมได้ไปซื้อกาแฟขี้ชะมดมาจากร้านหนึ่งแถบชานเมือง Hochimin City 

ร้านนี้ค่อนข้างเป็นชาวบ้านๆมาก ถามหากาแฟที่คุณภาพดีทีุ่สุดจนในที่สุดก็เจอกาแฟขี้ชะมดครับ

ทีแรกเขานึกว่าผมจะไม่รู้จัก เลยไม่กล้าอธิบายว่าเป็นกาแฟที่ได้จากอึสัตว์ ก็เลยอธิบายว่าที่ไทยเราก็มี

สนนราคาก็ไม่แพงมาก เพราะ Supplier ช่วยต่อราคาให้

กิโลไม่ถึงแสนอย่างที่ใครคิดครับ 555+

(ซื้อมา 1 โล แบ่งเป็น 10 ถุงเล็กแจกชาวบ้าน)



วันนี้เพิ่งแกะมาชงครับ .... ที่บ้านผมไม่มีเครื่องชง เลยดัดแปลงกาต้มชาเป็นที่ชงแทน



ปกติการดึงความหอมของกาแฟออกมาต้องใช้ไอน้ำแรงดันสูง 

แต่ผมใ้ช้หลักการสกัดสารแทน (แหนะ ... แอบนำความรู้ป.ตรีมาใช้นิดหน่อย)



ผมชงแบบไทยๆ คือใส่ครีมเทียม นมข้นหวาน และน้ำตาล

ชงเสร็จก็ดื่มแบบเย็นๆ คือใส่น้ำแข็ง ราดด้วยนมสด



กลิ่นของกาแฟขี้ชะมดนั้นหอมหนักแน่น แต่ก็ไม่หนักเกินไป เพราะมีกลิ่นที่นุ่มลึกของสารประกอบพวก Indole และ Civetone ผสมอยู่ ประกอบกับการที่กำมะถันในกาแฟถูกย่อยแล้ว จะให้กลิ่นคล้ายๆกับเนยถั่วหรือวานิลลาเกรียมๆครับ ... หากดมให้ดีๆจะได้กลิ่นคล้ายมะลิช้ำๆผสมอยู่ และมีกลิ่นเหมือนเปลือกกล้วยหอมด้วย



หากสูดดมผ่านๆจะให้กลิ่นคล้ายๆดินและช็อกโกแลตเข้มข้นครับ



ด้วยความรู้ทางด้านการผสมน้ำหอมของผมนั้น พอจะคาดเดาได้ว่า การชงกาแฟขี้ชะมด

ไม่สามารถชงด้วยความร้อนสูงหรือกระบวนการที่ใช้แรงดันสูงได้ ดังนั้นถึงมีเครื่องชงกาแฟก็ไม่ควรใช้ครับ



สารกลุ่มกำมะถันที่อยู่ให้กลิ่นเฉพาะสำหรับกาแฟขี้ชะมดนั้น มีความเสถียรต่ำ

หากถูกความร้อนหรือแรงดันสูงๆ อาจสลายตัว และให้กลิ่นที่ไม่ต่างจาก "ข้าวโพดคั่ว"

ของ "แพง" จะกลายเป็นของ "ถูก" ไปโดยอัตโนมัติครับ



แต่รู้สึกว่าตอนนี้กาแฟ "ขี้" ชนิดใหม่ที่กำลังจะมาแรง คือกาแฟ "ขี้ลิง" นะครับ

เอามาเล่าให้ฟัง .... 





Free TextEditor




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2554   
Last Update : 1 พฤษภาคม 2554 13:36:04 น.   
Counter : 980 Pageviews.  


อย. ย่อมาจากอย่างยากจริงหรือ ... แล้วอย.กับน้ำหอมเกี่ยวอะไรกัน









เมื่อวานนี้ผมไปสิงสถิตย์ที่อย.ทั้งวัน เนื่องจากไปอบรมเป็นผู้จดแจ้งส่วนประกอบเครื่องสำอางผ่านทางอินเตอร์เน็ต
จากที่เคยได้ยินคำเป่าหูบ่อยครั้งเรื่องความยุ่งยากของกระบวนการราชการไทยเอย การเข้าระบบอย.แล้วถูกเพ่งเล็งเอย
ในที่สุดผมก็ตัดสินใจพาบริษัทของผมเข้าสู่ระบบอย.ไทยครับ


เนื่องจาก 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ ผมถูกติดต่อให้ทำน้ำหอมให้กับลูกค้ารายใหญ่และลูกค้าต่างประเทศชนิดที่เรียกว่าทำงานกันไม่ทัน
อาจจะเป็นเพราะผลจากการ PR ตัวเองในปีที่แล้ว กระแสปากต่อปาก หรือเป็นช่วงบุญส่งผลก็มิอาจทราบได้
ทำให้ผมต้องหันมามองเรื่องของมาตรฐานการผลิต และลดการตลาดลงไปโดยปริยายเพราะมีเวลาไม่พอ 
(ท่านจึงไม่เห็นผมอัพบล็อกบ่อยๆเหมือนอย่างเคย)


สิ่งแรกที่ผมตัดสินใจทำคือ การให้ความเชื่อมั่นกับลูกค้าทุกคนไม่ว่าจะเป็นลูกค้าสั่งผลิต หรือลูกค้าปลีกว่า
น้ำหอม KenGSoHigH เป็นน้ำหอมที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ไม่ใช่เพียงน้ำหอมที่มีศิลปะแห่งกลิ่นอัดแน่นเต็มขวดอย่างเดียว
ผมจึงไปขึ้นทะเบียนเป็นผู้ผลิตน้ำหอมที่กองควบคุมเครื่องสำอาง สำนักงานอาหารและยา และได้ ID ผู้ผลิตมาเรียบร้อย


และเนื่องจากน้ำหอมของผมไม่ใช่เพียงการนำหัวน้ำหอมมาผสมแอลกอฮอล์ขาย และไม่ใช่สูตรน้ำหอมทั่วไปแบบที่ชาวเภสัชเรียนกันมา
แต่มันเป็นสูตรน้ำหอมที่ผ่านการทำ R&D โดยผมเอง ไม่มีการก็อปปี้ ไม่มีการประนีประนอมในเรื่องคุณภาพ ส่วนผสมในน้ำหอมขวดนึงของผมนั้น
จึงมากมายหลายอย่าง เรียกง่ายๆว่า "เยอะ" เพราะผม "จัดเต็ม" อยู่เสมอ


มันจึงเป็นการจำเป็นที่ผมจะต้องไปจดแจ้งสูตรกับทางอย. เพื่อให้ผ่านการพิจารณาว่าน้ำหอมของผม "ปลอดภัย"


ในระหว่างการอบรม ผมได้ใช้ฐานข้อมูลส่วนประกอบทางเครื่องสำอาง และมีเรื่องให้ภูมิใจว่า
ในน้ำหอมของผมนั้น มีสารรักษาคุณภาพ (Stabilizer) ตัวหนึ่ง ที่เป็นสารใหม่ มีการใช้กันบ้างแล้วในยุโรป
แต่ยังไม่มีการใช้สารนี้กับน้ำหอมในไทย ... ผมเป็นคนแรกอีกแล้ว


ภูมิใจ แต่ก็เริ่มชินแล้วครับ ... สำหรับเทคโนโลยีทางกลิ่น ผมขอเป็นผู้นำที่ยังไม่ดังก็แล้วกัน


ปล. การเข้าระบบอย.ไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ต้องจ่ายใต้โต๊ะ ไม่ต้องเกรงอะไรครับ ถ้าเรามีความรู้ในทักษะการผลิตจริงก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
ปล2. เครื่องสำอางไม่จำเป็นมีเครื่องหมายอย.ติดข้างกล่อง แต่ต้องปฏิบัติตามกฏข้อบังครับในการทำฉลาก และต้องจดแจ้งตำรับทุกตัวครับ
อย่าเพิ่งต่อต้านว่า ของที่ไม่ได้ผ่านอย.บางอย่างดีออกจะตายไป


เพราะอย.ไม่ได้การันตีคุณภาพ และอย.ไม่ได้การันตีความปลอดภัย เพียงแต่อย.เป็นเครื่องมือที่ใช้จัดการผู้ผลิตหากมีปัญหากับผู้บริโภคครับ


การดำเนินการที่อย.ใช้เวลาวันแรกไม่ถึง 3 ชม. อบรมอีก 1 วัน .... หากสินค้าใดดีจริง กล้าให้ตรวจสอบ ก็ควรมาเข้าระบบกันเถอะครับ เดี๋ยวนี้เขาพัฒนาแล้ว


ของที่ดีจริง ต้องดีทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านครับ ^^
 
www.KenGSoHigH.com
(ยังปิดการขายน้ำหอมเหมือนเดิม เนื่องจากขวดน้ำหอมจากอิตาลียังมาไม่ถึงครับ)








Free TextEditor




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2554   
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2554 13:49:50 น.   
Counter : 798 Pageviews.  


หัดทำน้ำหอมกลิ่นฝรั่งเศสแท้ๆ .... ไม่ยากเท่าไร แต่ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน

KSH Fougere


พักนี้จะหาโอกาสนั่งผสมน้ำหอมก็หาได้ยากเหลือเกินครับ ... อาจจะเป็นเพราะชื่อเสียงของผมที่เริ่มไปไกล เป็นผลจากการที่ผมออกหลายสื่อในช่วงที่ผ่านมา เมื่อวันพ่อที่ผ่านมา ผมจึงถือเอาเป็นฤกษ์ดีในการทำน้ำหอมกลิ่นใหม่ซะเลย


   ท่านใดเป็นนักใช้น้ำหอมคงรู้จักโทนกลิ่น Fougere กันดี (อ่านว่า ฟูแจร์) น้ำหอมโทนนี้มีจุดกำเนิดที่ประเทศฝรั่งเศส ในเฮาส์เล็กๆสมัยนั้น แต่ดังมากในสมัยนี้อย่าง Houbigant


   น้ำหอมโทนนี้ผสมจากกลิ่นดอกสาเวนเดอร์เป็นกลิ่นหลัก แต่ถูกปรับให้มีความหวานและเข้มข้นคล้ายกลิ่นผิวเนื้อมนุษย์จาก Tonka Bean และ Oakmoss ในเบสโน๊ต เพียงแค่ใช้สองส่วนนี้ในการผสมกลิ่น ก็จะได้น้ำหอมโทนฟูแจร์แบบโบราณๆแล้วล่ะครับ


   กลิ่นลาเวนเดอร์เป็นโน๊ตที่สำคัญของน้ำหอมทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง เนื่องจากความหอมแบบคลาสสิค เป็นกลิ่นควันนิดๆ และหอมกลิ่นเขียวหน่อยๆ ทำให้เพิ่มความลึก และความละมุนให้กับน้ำหอมได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเข้าคู่กับโน๊ตอื่นใดๆ ก็ไปด้วยกันได้เกือบจะทั้งนั้น เว้นเพียงแต่หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้กลิ่นรุนแรง และพุ่งแซงกลิ่นอื่นๆ ไม่กลมกล่อมครับ


   กลิ่น Tonka bean หรือปัจจุบันเราใช้สารที่เรียกว่า Coumarin นั้น เป็นกลิ่นที่หอมข้น หวาน มัน ยิ่งกว่านมกระป๋องเสียอีก แต่ให้กลิ่นเพียงจางๆ เป็นโน๊ตที่ใช้เติมเต็มน้ำหอมโทนดอกไม้และกลิ่นน้ำได้เป็นอย่างดี


   กลิ่น Oakmoss หรือกลิ่นหญ้ามอส ตัวหัวเชื้อจะมีสีเขียวเข้มจนเกือบดำ ให้กลิ่นที่สากแต่ชุมชื้น เมื่อใช้ผสมน้ำหอมกลิ่นใดๆแล้ว จะทำให้น้ำหอมกลิ่นนั้น มีความนุ่มขึ้นมาก แต่ในบางทีที่เราใช้ผสมกับน้ำหอมโทน Musk จะทำให้กลิ่นเหมือนแป้งฟุ้งๆแทน จึงนิยมใช้ในปริมาณที่น้อย


   กลิ่นโทน Fougere เป็นกลิ่นในจินตนาการที่สื่อถึงต้นเฟิร์นที่เพิ่งถูกฝนชะโลมใส่ มีกลิ่นดินกระเด็นมาติด ... น้ำหอมโทน Fougeere จึงเปิดตัวด้วยกลิ่นสดชื่นคล้ายสมุนไพรจากลาเวนเดอร์ ตามด้วยกลิ่นไม้แห้งๆเหมือนกลิ่นดินในตอนจบ มักพบในน้ำหอมผู้ชายมากกว่าผู้หญิง สามารถนำไปปรับสูตรทำน้ำหอมกลิ่นอื่นๆได้อีกหลายๆแนว ตัวอย่างของน้ำหอมโทนนี้ก็เช่น Cool Water, Drakkar noir เป็นต้น


   ผมเติมกลิ่นดอกกล้วยไม้ น้ำมันจากดอกมะลิอันแสนแพง และกลิ่นหญ้าแฝกลงไปด้วย ทำให้ได้กลิ่นที่หอมละมุนยิ่งนัก .... คาดว่ากลิ่นนี้คงจะเริ่มทำขายได้เดือนมกราคมนี้ล่ะครับ


www.KenGSoHigH.com


ตอนนี้งดรับออร์เดอร์ชั่วคราวนครับ ... เนื่องจากทางร้านขายดีมาก ผลิตไม่ทัน และทำให้ขวดน้ำหอมหมดสต๊อกครับ 






Free TextEditor




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2553   
Last Update : 7 ธันวาคม 2553 15:37:35 น.   
Counter : 1064 Pageviews.  


และแล้ว .... ร้านน้ำหอมเล็กๆของผม ก็ได้ใช้ขวดน้ำหอมจากอิตาลี


นับว่าไม่เสียแรงข้ามน้ำ ข้ามทะเล ข้ามหน้าข้ามตาสะพานขาวบ้านเฮา ไปซบตักงาน COSMOPROF 2010 ที่ฮ่องกงเมื่อวีคที่ผ่านมา .... ในที่สุดร้านน้ำหอมเล็กๆของผม ก็ปรับมาตรฐานใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง


    ใครว่าน้ำหอมเป็นแค่เรื่องของน้ำหอม ... ผมว่าน้ำหอมเป็นเพียง 50% เท่านั้น ภาพลักษณ์ที่ปรากฏไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ตลอดจนถึงแบรนด์เป็นอีกครึ่งหนึ่งที่สำคัญและสามารถชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นได้ได้เลยทีเดียว


    บางทีกับผู้ผลิตเล็กๆอย่างผม หรืออย่างชาวบ้าน OTOP มันก็น่าสงสารนะครับ ความผิดเดียวที่เรามีคือ พวกผมและชาวบ้านไม่มีสายป่านยาวพอที่จะเนรมิตความเชื่อให้กับคนหมู่มากได้ ... การมีแบรนด์และมีภาพลักษณ์ที่ดี ทำให้คนเราลืมจุดด้อยได้เกือบจะหมดสิ้น


    แต่ก็อีกนั่นแหละ .... กว่าจะสร้างแบรนด์ได้ หากไม่ใช้วิธีหว่านเมล็ดเงิน ทุ่มงบโฆษณา ทุ่มงบสร้างกระแส มันก็ใช่ว่าจะสร้างได้ง่ายๆเมื่อไร ... ส่วนตัวผม ผมชอบการสร้างแบรนด์แบบค่อยเป็นค่อยไป สร้างแบรนด์แบบที่เป็นตัวตนเราจริงๆ เพราะมันยั่งยืนและน่าภูมิใจมากกว่า


    ผมพิถีพิถันเลือกขวดน้ำหอมพอๆกับการสร้างสูตรน้ำหอมใหม่ๆ อาจจะเป็นเพราะทุกวันนี้ผมใช้ขวดจากประเทศใกล้ๆนี้ ผ่านบริการของทางสะพานขาว จ้าวแห่งบรรจุภัณฑ์ ... ซึ่งคุณภาพมันก็ดีในระดับหนึ่งหากเทียบกับขวดตลาดนัดที่ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดใดๆมากมาย .... แต่มันก็ยังไม่บรรจบกับมาตรฐานในแบบของผม .... 2 ปีเต็มๆ ที่ผมต้องต้องเสียเวลาตามหาโรงงานขวดแก้วดีๆ ที่เคยทั้งเกือบเจอ และเกือบซื้อ แต่เมื่อความจริงปรากฏ มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าขวดแก้วส่วนใหญ่จากจีน มันมีข้อเสียเล็กๆน้อยๆด้วยเสมอ หรือที่ผมเรียกสั้นว่า "ไม่เนี๊ยบ"


   ครั้งนี้ผมได้ติดต่อกับผู้จัดการฝ่ายส่งออกของโรงงานขวดแก้วจากอิตาลีโดยตรง โรงงานนี้ทำงานเชิงศิลปะมากกว่าการค้า ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์น้ำหอมของผม


   ผมยังสามารถหาขวดน้ำหอมเผื่อให้กับลูกค้าของผมจากโรงงานนี้อีกด้วย .... แต่ก็นะ ต่อให้ผมตั้งใจหายังไง หากผมยังขายของถูก ยังไม่ทุ่มงบโฆษณา ดีไปก็เท่านั้นแหละครับ .... แต่อย่างน้อย ผมก็เชื่อว่าวันหนึ่งจะมีคนเห็นค่า และเข้าใจในสิ่งที่ผมทำ เข้าใจในงานและความใส่ใจของผมทั้งหมด


   เหมือนกับทุกครั้งที่ผมออกงาน .... ที่ผมไม่เคยได้รับคำติซักครั้ง และลูกค้าที่ฟังผมอธิบายในสิ่งที่ผมทำ จะกลายเป็นเพื่อนกับผม พูดคุยเรื่องน้ำหอมอย่างสนุกปาก .... นั่นแหละที่ผมต้องการ


ปล. ขอบคุณนะครับ


www.KenGSoHigH.com 






Free TextEditor




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2553   
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2553 11:51:26 น.   
Counter : 1539 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

Thai-SkY
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




[Add Thai-SkY's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com