KenGSoHigH : Perfumer's BloG.
 
 

Bedroom Studio ::: คิดบนเตียง ทำข้างเตียง


 


     หลายครั้งมั๊ยครับ ที่ความคิดดีๆมักจะเกิดตอนแก้ผ้าอาบน้ำ หรือเวลาที่คุณกำลังเบ่งอุนจิ ... เริ่มต้นก็เสื่อมอีกแล้ว 555+


     โดยสถิติแล้ว ยิ่งเราเค้นให้เกิดความคิดเท่าไร มันก็ยิ่งทำให้ความคิดไม่เกิดซักที อาจเป็นเพราะความเครียดที่เข้ามาบดบังจินตนาการ แต่เวลาใดที่เราปลดปล่อยตัวเอง กลับสู่พื้นฐานมากที่สุด เช่นเวลาอาบน้ำ เวลาถ่าย เวลานอน หรือเวลาที่ xxx มนุษย์มักจะมีไอเดียสุดบรรเจิด ผุดปิ๊งขึ้นมาเสมอ


     ผมเองก็ไม่ต่างกัน คอนเซ็ปต์การผสมน้ำหอมของผม มักจะเกิดตอนที่ผมไม่ได้ตั้งใจให้เกิด ... ผมรู้สึกว่าจินตนาการของมนุษย์ ต้องเกิดจากความอิสระอย่างแท้จริง ไม่ใช่การตั้งใจให้เพ่งคิดให้เกิด


     ผมไม่ชอบการทำงานในบรรยากาศที่เป็นการทำงานเกินไป ผมไม่ชอบถูกพันธนาการด้วยเวลา เครื่องแบบ สังคม หน้าที่ หรือเงื่อนไขใดๆ .... อาจจะเป็นเพราะงานที่ผมทำ ต้องอาศัยจินตนาการเป็นสำคัญ


     การผสมกลิ่นต่างๆเข้าด้วยกันไม่ใช่เรื่องง่าย และเรียนรู้ได้ด้วยการท่องจำเลยครับ ทุกสิ่งที่อย่างขมวดเข้าด้วยกันด้วยจินตนาการ แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธว่าสิ่งหลักๆของมัน ก็อยู่ที่ "ความจำ" เช่นเดียวกัน .... คนที่จะผสมน้ำหอมเก่งๆ ต้องเป็นคนที่มีจินตนาการนำ แล้วตามด้วยความจำที่ดี แต่มันก็เหมือนกับงูกินหาง ..... วัตถุดิบการผสมน้ำหอมมีเป็นพัน หากจะจำให้ได้ ต้องจำเป็นภาพ เป็นความรู้สึก ซึ่งนั่นก็ต้องอาศัยจินตนาการอีกเช่นกัน


     นักผสมน้ำหอมเกือบทุกคน จึงไม่ชอบงานออฟฟิส หรืองานที่เป็นทางการเกินไป ... และโดยส่วนใหญ่ที่ผมรู้จัก พวกเขา (รวมถึงผม) ความรับผิดชอบต่ำมาก


     ผมลดข้อจำกัดเรื่องการทำงานออกไป ด้วยการทำงานให้สนุก ทำงานไม่ให้เหมือนว่านี่คือการทำงาน นั่นก็คือ ผมไม่กรอบชีวิตของผมด้วยเวลา สถานที่ และการแต่งกาย


     ผมจะผสมน้ำหอมก็ต่อเมื่อใจผมอยากจะทำ ผมจะตื่นขึ้นมากลางดึก แล้วไปนั่งผสมน้ำหอม หากไอเดียผมเกิดตอนนั้น ผมอาจจะทำงานทั้งๆที่ยังใส่ชุดนอน ห้องนอนของผมก็คือออฟฟิสที่มีทุกอย่างเพรียบพร้อม


     ไลฟ์สไตล์แบบนี้ อาจไม่เหมาะกับคนยุคที่แล้ว เพราะแทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มันต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก ผมแทบจะพูดได้เลยว่า เพื่อนร่วมงานของผมคือคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต


     ข้อดีคือความสะดวกและได้เนื้องานมาก แต่ข้อเสียที่ตามมาคือ "ความเหงา" 


     ผมเรียกการทำงานสไตล์นี้ว่า "Bedroom Studio" ครับ      


     ขอผมเป็นคนแรกทีเถอะ ที่จะคิดคำศัพท์เก๋ๆ ... ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่


สำหรับตอนนี้ ใครต้องการสอบถามเรื่องน้ำหอมสามารถเข้าไปพูดคุยได้ที่
//www.kengsohigh.com
นะครับ มีเว็บบอร์ดให้พูดคุยกันแล้ว    






Free TextEditor




 

Create Date : 23 มิถุนายน 2552   
Last Update : 23 มิถุนายน 2552 11:48:42 น.   
Counter : 534 Pageviews.  


น้ำ ...ของผู้ชาย (โปรดใช้วิจารณญาณในการเข้าชม)


อ๊ะๆ .... ผมรู้นะว่าคลิกเข้ามาเพราะอะไร


     ว่างเว้นจากการอัพบล็อคไปหลายวัน เพราะกำลังซุ่มทำน้ำหอมกลิ่นใหม่อยู่ครับ .... ถึงแม้ว่าทำแล้วไม่รู้จะต่อยอดยังไงก็ตาม

     เคยคิดกันมั๊ยครับว่าคนเก่งมีโอกาสน้อยกว่าคนมีเงิน ผมเพิ่งมารู้ซึ้งถึงสัจธรรมนี้ ก็ตอนที่ผมเป็นเจ้าโปรเจคคิดอะไรได้หลายอย่าง แต่ไม่มีปัญญาจะทำซักอย่าง สุดท้ายก็ต้องเก็บความคิดดีๆเหล่านั้น ใส่บนหิ้งไว้บูชา


     กว่าจะได้ความคิดดีๆแต่ละอย่างนั้น มันเหนื่อยยากแสนเข็ญครับ ลูกผู้ชายทุกคนจะยอมลงทุนลงแรง และติดเกียร์เทอร์โบมุ่งทะยานไปสู้เป้าแห่งความฝันให้ได้ เหงื่อจะหยด จะหยาดแค่ไหนไม่เคยสนใจ


     แต่สิ่งที่ชายหนุ่มไม่สนใจนี่แหละ เป็นกลิ่นแห่งความมาดมั่นที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมผสมน้ำหอมใหม่ในหลายๆวันที่ผ่านมา


     กลิ่น "เหงื่อ" ผู้ชาย .... การหลั่งน้ำแห่งความทะเยอทะยาน มันเป็นกลิ่นหอมอันเป็นประกายและเย้ายวน เหมาะกับผู้ชายเงียบขรึม เจ้าเล่ห์ในแววตา มีมาดความเป็นบุคคลชั้นสูงที่ปกปิดความกระหายใคร่รู้ภายใน

     น้ำหอมกลิ่นนี้มี Top note อันประกอบด้วยกลิ่นเปลือกมะนาวเขียว เมลอนฉ่ำน้ำ แอ๊ปเปิลเขียวคาลิฟอร์เนีย เบอร์กามอทดิบ และกลิ่นโซดา ประกอบกลิ่นแรกสัมผัสด้วยความหอมอันเป็นประกาย (Sparkling) ของใบไทม์ ลาเวนเดอร์ออกไซด์ ดอกมะลิประเทศไทยที่กำลังตูม ก้านกุหลาบขาว หญ้าฝรั่น มีความพิเศษด้วยความหอมเย็นของพิมเสน วัตถุดิบที่ไม่ค่อยมีใครนำมาใช้ผสมน้ำหอมเท่าไร ปิดท้ายด้วยความสงบคล้ายอาการนอนแผ่หลาของชายหนุ่มที่เหน็ดเหนื่อยด้วยกลิ่นมัสก์เรืองแสง ไม้จันทน์ ไม้ซีดาร์ และกลิ่นอากาศเหนือมหาสมุทร

      ความพิเศษของน้ำหอมกลิ่นนี้คือ เมื่อกลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นเงื่อแล้ว จะทำให้เกิดความละมุนของกลิ่นมากยิ่งขึ้น คล้ายลักษณะของกลิ่นเนื้อผู้ชาย อันสามารถเพิ่มเสน่ห์ให้ผู้ใช้กลายเป็นสัญลักษณ์ของชาติบุรุษขึ้นมาในทันที


      ตอนนี้ผมผสมกลิ่นนี้สำเร็จ 99% แล้วครับ ต้องนั่งสมาธิตรวจดูว่ายังขาดอะไรไปบ้างหรือเปล่า ... จริงๆตั้งชื่อไว้แล้วด้วย แต่ขออุบเอาไว้เพราะอาจมีผลหากทำเป็นการค้าในอนาคตครับ

      ไม่รู้กลิ่นนี้จะเป็นอีกหนึ่งโปรเจ็คบนหิ้งหรือเปล่า .... นี่ถ้าผมเป็นลูกไฮโซ พร่งนี้คงได้เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นนี้ที่พารากอนแล้วล่ะ ... แต่ก็นะ ถ้าผมรวย ผมก็อาจไม่มานั่งสนใจผสมน้ำหอมก็ได้ 


      ตรรกะสองหัวแบบนี้ .... ไม่แน่ใจเรียกว่าตรรกะโลกแตกหรือเปล่า  


สำหรับตอนนี้ ใครต้องการสอบถามเรื่องน้ำหอมสามารถเข้าไปพูดคุยได้ที่
//www.kengsohigh.com
นะครับ มีเว็บบอร์ดให้พูดคุยกันแล้ว   






Free TextEditor




 

Create Date : 11 มิถุนายน 2552   
Last Update : 11 มิถุนายน 2552 11:58:33 น.   
Counter : 626 Pageviews.  


วันนี้จมูกผมไม่ได้กลิ่นอะไรเลย ...... บ่วงหงส์

KenGSoHigH


     ไม่รู้เพราะช่วงสองสามวันที่ผ่านมา พระพิรุณดื่มน้ำเยอะหรืออย่างไร ทำให้ท่านปล่อยมาซะทั่วพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเลย ทั้งถี่ ทั้งมาก .... หรือท่านจะเป็นเบาหวาน ??


     ประจวบเหมาะกับพวกเพื่อนๆของผม ที่กระหน่ำโทรกันเข้ามาตอนช่วงหนังตากำลังจะปิด 5-6 ทุ่ม ...... และก็หนีไม่พ้นเรื่องอกหัก รักคุด ตุ๊ดด่า ทำให้ผมต้องกลายเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ไป


     ละอองฝน+พักผ่อนน้อย ทำให้ผมเป็นหวัดครับ ...... ร่างกายของเราเป็นที่ตั้งของความเสื่อมอย่างแท้จริง เกิดแก่ เจ็บ ตายเนี่ย เราเลี่ยงไม่ได้เลยจริงๆนะครับ


     ทุกครั้งที่ผมเป็นหวัด ผมจะไม่พยายามทำตัวอ่อนแอเท่าไร .... ผมจะทำงานตามปกติ ดูทีวี กินอาหารตามปกติ และจะไม่สนใจให้ความสำคัญมันหรอกว่าเราไม่สบาย เราเป็นเอง เราหายเองได้ครับ ... ไม่รู้จะดิ้นรนกินยา หรือหาทางรักษากันทำไม


     ผมใช้เวลาที่ผมไม่สบาย ฝึกจิต ฝึกใจด้วยซ้ำ ....กายของเรามันไม่เที่ยงอย่างนี้หนอ ........


     ครั้งนี้อาการที่ผมเป็นอย่างหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนรุนแรงกว่าครั้งอื่นคือ "ผมหายใจไม่ออก" ครับ ...... มันพาลทำให้ผมจิตตกตรงที่ ผม "ไม่ได้กลิ่น" ใดๆด้วย


     แล้วผมจะทำงานน้ำหอมของผมอย่างไรล่ะ


     เชื่อมั๊ยครับ ประเด็นเล็กๆแค่นี้ ...... ทำผมหงุดหงิด และวิตกไปยกใหญ่เลย การที่ผมได้ใช้จมูกตัวเองทุกๆวัน ในการผสมกลิ่น แต่วันนี้ เหมือนผมไม่มี "จมูก" แล้ว .... เหมือนโลกมันหายไปครึ่งหนึ่ง


     บางครั้งการ "ไม่มี" เสียตั้งแต่ตอนแรก มันยังดีซะกว่าการที่เรามี แล้ววันหนึ่งมันหายไปนะครับ


     เมื่อคืนได้มีโอกาสดูละครเรื่อง "บ่วงหงส์" เห็นนางเอกเป็นคนเจ้าอารมณ์ เพราะเคยเป็นคนที่ "มี" มาก่อน แล้วก็มาตกสวรรค์ "ไม่มี" ในบัดดล


     สำหรับคนปกติ ที่ไม่ได้พิจารณาไตรลักษณ์ .... เหตุการณ์แบบนี้อาจทำให้บ้า หรือฆ่าตัวตายไปได้เลยนะครับ


     ความทุกข์ที่เกิดจากการยึดติดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันเป็นความทุกข์ที่เฉพาะบุคคลจริงๆ


     อย่าปล่อยให้จิตใจตัวเองไปเกาะกับอะไรจนเกินไปกันนะครับ .... ทุกสิ่งในโลกนี้ เป็นความจริงเพียง "ชั่วขณะ" หนึ่งเท่านั้นเอง .. เมื่อนาฬิกาแห่งจักรวาลหมุนไป ทุกสิ่งก็จะกลายเป็นเพียง "สมมติมายา" เท่านั้นเอง ...


    เราอาจจะกอด "ลม" อยู่ก็ได้


สำหรับตอนนี้ ใครต้องการสอบถามเรื่องน้ำหอมสามารถเข้าไปพูดคุยได้ที่
//www.kengsohigh.com
นะครับ มีเว็บบอร์ดให้พูดคุยกันแล้ว  






Free TextEditor




 

Create Date : 01 มิถุนายน 2552   
Last Update : 1 มิถุนายน 2552 11:55:53 น.   
Counter : 813 Pageviews.  


~. น้ำหอมกลิ่น อุ น จิ .~


         สืบเนื่องมาจาก entry ที่แล้ว เรื่องน้ำหอมกลิ่น "มะลิ"
จนกระทั่งวันนี้ ตอนนี้ ..... ผมยังทำ Finish formulation ไม่ได้เลยครับ
ยิ่งดมไปทุกวันๆ แล้วรู้สึกว่า มันยังขาดอะไรอีกนิดๆหน่อยๆ เพื่อให้เหมือนดอกมะลิในธรรมชาติจริงๆ


ผมนำกลิ่นที่ผมผสมได้ ไปให้ Perfumer ที่มีชื่อเสียงระดับโลกคนนึงดม
เขาเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทน้ำหอมใหญ่ ที่ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ ปัญภูริ HARNN หรือ THANN ก็ใช้บริการอยู่

คำแรกที่ผมได้รับกลับมาคือ "Excellent" เนื่องจากเขาเองก็เป็นผู้ผลิตสูตร Jasmine Sambac หรือน้ำหอมกลิ่นดอกมะลิลา ที่ขายกันเกลื่อนโลกตอนนี้ (กลิ่นนี้ถูกส่งออกไปขายทั่วโลกจริงๆนะครับ .... หากท่านเป็นขาช็อปกลิ่นหอมๆมาจุดตะเกียง ผมว่าท่านคงเคยดมกลิ่นมะลินี้)

แต่ไม่รู้สิ ...... ถึงเขาจะชมผม ผมก็ยังรู้สึกว่ามันยังขาดอยู่ดี

         เช้าวันหนึ่ง (เมื่อวันอาทิคย์ที่ผ่านมา) ขณะที่กำลังผสมน้ำหอมเพลินๆ จมูกมันก็ไปได้กลิ่นดอกจำปี ไม่รู้ว่ามาจากที่ไหน มันเป็นกลิ่นดอกจำปีช้ำๆ และใกล้เน่า .... กลิ่นมันแน่นๆ หนักๆ ได้กลิ่นแล้วมันชวนสลดใจครับ

อีกนัยหนึ่ง กลิ่นมันเหมือนกับอุจจาระมนุษย์ ผู้ซึ่งธรรมชาติสร้างมาให้เป็นสัตว์กินพืช แต่ค่อยๆมากลายพันธุ์กินสัตว์ด้วยกันเอง จนในปัจจุบันอิฐ หิน ปูน ทราย บ้านเมือง มนุษย์ก็ยังมองว่าเป็นอาหารได้ ในอนาคตมนุษย์คงกินอะไรที่คาดไม่ถึงอีกหลายๆอย่าง


มนุษย์ผู้พิศมัยเนื้อสัตว์ จะได้รับโปรตีนซึ่งจะถูกย่อยเป็นกรดอะมิโนต่อไป ส่วนเกินของกรดอะมิโนจะถูกขับออกจาร่างกายในรูปของ Indole ซึ่งเป็นสารอะโรมาติกสองวงติดกัน (Bicyclic Aromatic) สารนี้ถูกเปลี่ยนกลับไป-กลับมาระหว่างอินโดลและกรดอะมิโนทริปโตฟาน


Indole เป็นสารสำคัญที่ให้กลิ่นใน " ขี้ " หรือ อุนจิ .... ผมล่ะอยากให้คอมพิวเตอร์ส่งกลิ่นได้จริงๆ เพราะท่านจะได้รู้ว่าสารตัวนี้ มันเหม็นขนาดไหน เอาเป็นผมไม่อยากเปิดใช้ถ้าไม่จำเป็นเลยครับ


แต่ของเหม็นๆนี่แหละที่มาเติมเต็มกลิ่นดอกมะลิของผม ... วูบแรกที่ผมได้กลิ่นจำปีช้ำลอยมา ผมรู้ทันทีว่านี่คือ "โน๊ต" ที่ผมต้องการ ผมเพิ่มปริมาณอินโดลลงไปอีก 1 %


แถ่นแท๊น .... มะลิที่ผมมีในมือตอนนี้ หอมหวลชวนดม และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น เพราะกลิ่น "ขี้" ครับ ....... บางครั้ง กลิ่นเหม็นๆ มันก็ทำให้หลายๆอย่างหอมขึ้นมาได้เนอะ


ผมว่าที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องให้กลิ่นดอกมะลิเป็นยอดแห่งกลิ่นหอม ท่านคงแฝงกุศโลบายบางอย่าง ที่ท่านกำหนดสมาธิและสอนออกมา กลิ่นมะลิจะหอมไม่ได้เลย หากขาดสิ่งให้กลิ่นอย่างอินโดลอันต่ำต้อย และน่ารังเกียจ หากแต่การเติมเต็มของสิ่งไร้ค่านี้ ทำให้สิ่งที่ขาดอยู่ หอมโชยนาสายิ่งนัก


คงไม่ต่างจากชีวิตมนุษย์ .... หากเราไร้ซึ่งประสบการณ์อันเลวทราม หรือความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ ก็คงไม่สามารถทำให้เราแข็งแกร่ง และยืนหยัดเป็นยอดคนอยู่ได้


และถ้าหากเรายังรังเกียจ ไม่ยอมรับในความผิดพลาดนั้นๆ .... ก็เหมือนกลิ่นมะลิ ที่ขาด "สารอินโดล" .... หอมแบบขากๆ แต่ไม่สามารถสมบูรณ์ด้วยกลิ่นอันชวนเสน่หาได้ .............


สำหรับตอนนี้ ใครต้องการสอบถามเรื่องน้ำหอมสามารถเข้าไปพูดคุยได้ที่
//www.kengsohigh.com
นะครับ มีเว็บบอร์ดให้พูดคุยกันแล้ว






Free TextEditor




 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2552   
Last Update : 30 พฤษภาคม 2552 9:57:07 น.   
Counter : 760 Pageviews.  


ช่วยด้วยคร้าบบ .... ผมกำลังหลงตัวเองอยู่ อย่างแรงเลยล่ะ


          เห็น entry ที่ผ่านมามีคนเข้าไปชมเยอะ จนติดอันดับบล็อกที่มีคนเข้าชมเยอะของวัน ..... แล้วมันก็ดีใจครับ ..... ดีใจที่มีคนรู้จักผมแล้ว กับดีใจที่ผมก็ได้รู้จักหลายๆท่านเหมือนกัน

          ตั้งแต่เมื่อวานซืน (19พค.) ผมนั่งหน้าบ้าน ใช้เวลาหนึ่งในสามของยามที่เปลือกตาเปิด มาผสมน้ำหอมกลิ่นดอกมะลิครับ เนื่องจากผมไขว่คว้าหากลิ่นดอกมะลิที่เป็นมะลิจริงๆ ไม่ใช่แค่อารมณ์ หรือแค่ชื่อเท่านั้น

          ไม่รู้เพราะความบังเอิญ หรือฝีมือนิดๆ .... ในที่สุด ผมก็ทำได้ ......
         
          หน้าบ้านผมมีมะลิหลายสายพันธุ์ขึ้นอยู่เยอะมาก ผมไปเด็ดดอกมะลิลามานั่งสูดดม แล้วพยายามใช้สมาธิแยกกลิ่นออกมาเป็นกลิ่นเดี่ยวๆ บวกกับไปหาบทความการวิจัยเกี่ยวกับการวิเคราะห์สารหอม จนในที่สูตรผมก็ตั้งตำรับกลิ่นดอกมะลิได้เป็นครั้งแรกในชีวิต ..... ให้ใครดมเขาก็บอกว่า "หอม"

          ผมยังไม่หยุดแค่นั้น "มะลิฉัตร" ที่หน้าบ้านก็ออกดอกเต็มต้นอีกเช่นกัน ผมไปเด็ดมา แล้วนำมาแยกกลิ่นอีกตามเคย มันมีอะไรที่คล้ายกับมะลิลา แต่กลิ่นมันหอมเย็นกว่า และละมุนกว่าเล็กน้อย ผมก็เลยจัดการผสมตามนั้น

          กลายเป็นสองวันนี้ ผมได้กลิ่นมะลิสองสายพันธุ์แล้ว ..... ปอดผมชุ่มไปด้วยไอมะลิแห่งความสำเร็จแล้วครับ

          ที่บอกว่าสำเร็จเพราะว่า ในตอนนี้มีบริษัทที่ทำกลิ่นมะลิลา (Jasmine Sambac) อยู่เพียงโรงงานเดียวในไทย ซึ่งสาบานได้เลยว่า มันแค่ต่างจากมะลิที่หาซื้อได้จากร้านสำเพ็ง แต่กลิ่นมันไม่สมบูรณ์ มันไม่ใช่มะลิที่ดมแล้วสดชื่น สงบจิต มิหนำซ้ำ ดมนานๆแล้วมันอยากจะเรอทิ้งด้วยซ้ำอะครับ

         คีย์หลักของมะลิลาบ้านเราที่ต่างจากมะลิฝรั่งคือ สารประกอบที่ให้กลิ่นเหม็นเขียวคล้ายใบหญ้าถูกขยี้นามว่า Cis-3 Hexenyl Acetate .... หลายครั้งที่ของเหม็นมาทำให้กลิ่นโดยรวมหอมน่าชวนดม

         น้ำหอมส่วนใหญ่ มักใช้สำรอกปลาวาฬ หรือ Amber ที่เหม็นชวนแขยงสุดๆ หรือส่วนผสมอีกชนิดของมะลิคือ Indole ..... ตัวนี้จะมีกลิ่นเหม็นเหมือนอึคน ที่กินแต่เนื้อสัตว์ครับ ....... แต่เมื่อนำมาผสมกับกลิ่นมะลิแล้ว มันจะทำให้กลิ่นดูซับซ้อน นุ่มลึก และมีมิติมากๆ

         กลิ่นมะลิตัวนี้มันหอมเหมือนธรรมชาติมากๆครับ หอมหวานฟุ้งๆ แต่ก็มีไอของความเขียวขจีอยู่ด้วย ปลายกลิ่นมีความหอมสดชื่นเรื่อๆเหมือนอากาศหน้าฝนตอนนี้ กลิ่นมันช่างสะอาดบริสุทธิ์จริงๆ

         วันๆผมนั่งดมแต่กลิ่นดอกมะลิที่ตัวเองสร้างขึ้นมา ..... จินตนาการภาพแห่งความสำเร็จของวันที่คนจะได้รู้จักกลิ่นนี้ จินตนาการถึงน้ำหอมผู้หญิงที่จะมีกลิ่นหอมๆนี้เป็นส่วนผสม ...... เฮ้อ มันทำให้ผมเคลิ้มไปไกล ..... หรือว่านี้คือฤทธิ์สงบประสาทของกลิ่นดอกมะลิ

         ผมภูมิใจเล็กๆที่จมูกคนไทยสามารถทำได้ครับ .... อาจเป็นเพราะนี่คือดอกไม้ไทย ดอกไม้ที่เราชินกลิ่นมาตั้งแต่เด็ก ดอกไม้ที่พระพุทธเจ้ายกย่องให้เป็นราชินีแห่งดอกไม้หอม ....... คนไทยเรามีความประณีต และละเอียดอ่อนในตัวครับ หากได้มาเรียนวิธีการผสมกลิ่นแบบที่ฝรั่งเขาได้เรียนกัน ผมว่าไทยนี่แหละจะเป็นเจ้าของอุตสาหกรรมนี้ แข่งกับฝรั่งเศสเลย

        เสียดายที่ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึงศาสตร์นี้ และหาคนสนับสนุนยาก
        การศึกษาไทยเน้นสอนให้จบเพื่อไปเป็นลูกจ้างมากกว่า ........

        ผมถอนตัวเองไม่ขึ้นจากกลิ่นที่ผมผสมกลิ่นนี้แล้วล่ะ ...... ผมหลง (ฝีมือของ) ตัวเองไปแล้วครับ .......


       ช่วยแงะผมขึ้นมาที


สำหรับตอนนี้ ใครต้องการสอบถามเรื่องน้ำหอมสามารถเข้าไปพูดคุยได้ที่
//www.kengsohigh.com
นะครับ มีเว็บบอร์ดให้พูดคุยกันแล้ว






Free TextEditor




 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2552   
Last Update : 29 พฤษภาคม 2552 9:52:45 น.   
Counter : 522 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

Thai-SkY
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




[Add Thai-SkY's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com