KenGSoHigH : Perfumer's BloG.
 
 

น้ำหอมก๊อป VS น้ำหอมแบรนด์ ..... ความจริงในขวดแก้วแห่งเงินตรา (ตอนจบแล้วครับ)

KenGSoHigH


มาถึงตอนจบของไตรภาคบทแรกแล้วครับ ...... หลังจากที่เราได้รู้จักว่าน้ำหอมก๊อปในบ้านเราผลิตกันยังไง และมีอะไรเป็นจุดบอดบ้าง ผมจะกล่าวถึงน้ำหอมแบรนด์ในแบบเดียวกันอย่างรวบรัดที่สุดนะ....

เริ่มต้นที่กระบวนการผลิตกลิ่น (ปรุงน้ำหอม) ... นักปรุงน้ำหอมส่วนใหญ่จะวาง Objective ของกลิ่นเอาไว้ก่อนทำการผสมจริงเสมอ เช่นน้ำหอมสำหรับสาวหวาน สีชมพู เซ็กซี่ และอ่อนโยนเหมือนดอกไม้ .... จากนั้นเขาจะไปสรรหาส่วนผสมชั้นดี ซึ่งมีทั้งสารเคมี (ราวๆ 99%) และอาจมีน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติผสมบ้าง (ราวๆ 1%)  เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยมีราคาแพงครับ และควบคุมคุณภาพยากมากๆ

การผสมกลิ่นนั้น โดยส่วนใหญ่นักปรุงน้ำหอมนิยมใช้กลิ่นแนวหลัก (Accord) หลายๆแนวมาผสมกัน เช่น มะลิ กุหลาบ ลิลี่ แอปเปิล แพร์ เป็นต้น แล้วค่อยทำการปรับเปลี่ยน (Modify) กลิ่นผสมนั้นอีกที

แต่ก็มีหลายคนที่นิยมปรุงน้ำหอมโดยแบ่งกลุ่ม Top Middle และ Base note ...เอาล่ะ ยิ่งพูด เดี๋ยวจะยิ่งลึกครับ ว่างๆ ค่อยมาคุยกันเรื่องนี้ยาวๆอีกที ....

เชื่อมั๊ยครับว่าราวๆ 50% ของน้ำหอมในท้องตลาดตอนนี้ .... ล้วนแต่เป็นกลิ่นที่ใกล้เคียงกันทั้งสิ้น น้ำหอมบางกลิ่น บางยี่ห้อ อาจเหมือน หรือโคตรเหมือนกับอีกยี่ห้อนึงก็ได้ครับ .... ผมไม่แน่ใจว่า Perfumer ผู้ผลิตเขาจงใจให้เหมือน หรือเป็นการตลาดรูปแบบหนึ่ง

ในปัจจุบันนักผสมน้ำหอมมีสารหอมให้เลือกใช้ 2000-3000 กลิ่น และเพิ่มขึ้นทุกปี ผมไม่เชื่อว่าการที่ผสมน้ำหอมออกมาแล้วกลิ่นคล้ายกันขนาดนี้ เป็นเรื่องบังเอิญครับ ..... แต่ที่น่าขำคือ "ผู้ซื้อ" บางคน ที่ชอบดมอย่างเมามัน แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วกลิ่นมันซ้ำกัน .... ต่อไปนี้หากท่านซื้อน้ำหอมกลิ่นออกใหม่ อย่าลืมเช็คกับของเดิมนะครับ จะได้ไม่ตกเป็นทาสการตลาด (ที่เขี้ยวสุดๆ)  

เอาล่ะ ... เมื่อได้กลิ่นที่ต้องการแล้ว ก็ถึงกระบวนการผสม โดยจะนำหัวน้ำหอมผสมกับแอลกอฮอล์เหมือนน้ำหอมก๊อบเลยครับ ไม่มีอะไรมากมาย ..... การกำหนดประเภทของน้ำหอมเป็น EDP EDT และ EDC ก็คือขั้นตอนนี้ครับ

เมื่อผสมน้ำหอมเสร็จแล้ว น้ำหอมของแท้ทุกแบรนด์จะต้องผ่านการบ่มก่อน ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 6 เดือนเลยทีเดียว เพื่อให้ส่วนผสมทั้งหลาย เกิดปฏิกริยากันอย่างสมบูรณ์ ได้กลิ่นที่ละมุน เสถียร และเข้ากันได้มากที่สุด

เทคโนโลยีการบ่มนี้ อาจมีหลายวิธี ซึ่งมักจะเป็นความลับทางอุตสาหกรรม เช่น การจ่ายกระแสไฟฟ้าไปที่ขั้วอาโนด (Anode) หรือการเติมผงเงินลงไปเพื่อเร่งการบ่มให้เร็วขึ้น ก็สุดแล้วแต่ครับ 

จากนั้นก็จะนำน้ำหอมมากรองส่วนมลทินออกไป จนได้น้ำหอมที่ใสบริสุทธิ์ และมีกลิ่นหอมหวลชวนดม ...

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า น้ำหอมของแท้จะมีจุดเด่นอยู่ที่ "ขวด" ครับ .... แพคเกจจิ้งจะเป็นสัญลักษณ์และซิกเนเจอร์ให้กับน้ำหอมและแบรนด์นั้นๆ ..... ในปัจจุบันที่ประเทศเยอรมันมีการสอนสาขาวิชานี้ด้วยครับ ....


จริงๆขวดน้ำหอมสวยๆนี้ มีต้นทุนไม่เท่าไรเมื่อเทียบกับธุรกิจชนิดอื่น ...... น้ำหอมร้านของผมเคยคิดที่จะตัดสินใจสั่งทำขวดน้ำหอม .... ซึ่งตอนนี้อยู่ในกระบวนการ PR ร้าน (แน่ล่ะ ยอมรับว่าบล็อกนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง) หากวันนึงที่ลูกค้าผมมากพอ ผมคงมี "ขวด" เป็นของตัวเอง

ขวดน้ำหอม 1 ขวดนั้น ราคาไม่เกิน 70 บาทครับ ... ค่าทำกล่องอีกไม่เกิน 30 บาทหรอก รวมๆแล้วค่าบรรจุภัณฑ์น้ำหอม 100 บาทก็เอาอยู่ครับ ...... ค่าเงินจมเงินลงทุนรวมแล้วก็อยู่ที่ 2-3 แสนปลายๆ นับว่าไม่ยาก หากอยากจะทำ .... แต่ทำแล้วสำเร็จมั๊ย ก็อีกเรื่องนึงครับ

ถึงตรงนี้ก็คงได้เห็นภาพรวมแล้วนะครับ ว่าการผลิตน้ำหอมเป็นยังไง
กระบวนการทั้งหลายดูเหมือนไม่ค่อยต่างกัน น้ำหอมของแบรนด์อาจเหนือกว่าตรงที่การคัดสรรส่วนผสม แต่น้ำหอมก๊อบก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่ในบ้านเราการขายน้ำหอมเป็น Me Too! Product ซะมากกว่า การพัฒนาคุณภาพจึงไม่เกิด


และที่ปฏิเสธไม่ได้เลยอีกหนึ่งอย่างคือ น้ำหอมแบรนด์ มีการตลาดที่ดี มีการ PR สินค้าที่เป็นเลิศ ของราคาเพียงร้อย จึงสามารถขายได้หลายพัน เรียกว่ากำไร 2000% เป็นอย่างต่ำทุกแบรนด์ ......


หากคุณใช้ "น้ำหอม" เพื่อสะท้อนรายได้ หน้าตาทางสังคม หรืองานศิลปะ น้ำหอมแบรนด์ก็ดูเหมือนจะเหมาะสำหรับคุณ ..... แต่หากคุณใช้ "น้ำหอม" เพื่อสะท้อนรสนิยม ภาพของบุคลิก ประโยชน์การใช้งาน เพียงแค่น้ำหอมก๊อบทั่วไป ก็อาจจะตอบโจทย์ได้เช่นกันครับ


ทั้งนี้ มันก็มีขอบเขตของน้ำหอมก๊อบเองเช่นกัน .... ขวดน้ำหอม ชื่อกลิ่น และแผ่นป้ายโฆษณา ทุกอย่างนี้คือทรัพย์สินทางปัญญา ..... มันไม่เหมาะสมที่จะไปก๊อบซะทุกอย่างนะครับ


สำหรับตอนนี้ ใครต้องการสอบถามเรื่องน้ำหอมสามารถเข้าไปพูดคุยได้ที่
//www.kengsohigh.com
นะครับ มีเว็บบอร์ดให้พูดคุยกันแล้ว






Free TextEditor




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2552   
Last Update : 28 พฤษภาคม 2552 10:19:04 น.   
Counter : 1098 Pageviews.  


น้ำหอมก๊อป VS น้ำหอมแบรนด์ ..... ความจริงในขวดแก้วแห่งเงินตรา (ต่อ)

KenGSoHigH


ต่อจากเมื่อวานครับ
//www.oknation.net/blog/imakeperfume/2009/05/17/entry-1


เมื่อวานผมค้างไว้ที่ Propylene Glycol ตัวนี้ร้านสำเพ็งตั้งชื่อใหม่ว่า ป๊อบ ครับ น่ารักเชียว...

จากเรื่องส่วนผสมของน้ำหอม ซึ่งดูเหมือนจะจบแล้วล่ะ .... ยกเว้นบางเจ้า การตลาดเขาดีขึ้นมาอีกนิด ก็จะบอกว่าผสมสารฟุ้งกลิ่น ผสมนู่น ผสมนี่ ก็แล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์ครับตรงนี้
บางที ........ อาจไม่มีอะไรในกอไผ่ก็ได้


การผลิต
มาถึงการผลิต ....... น้ำหอมซีซีมีการผลิตไม่ยาก คือการนำหัวน้ำหอมผสมกับแอลกอฮอล์ จากนั้นก็เติมน้ำกลั่น ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมตั้งแต่สมัยเริ่มมีน้ำหอมในโลกนี้ครับ Simply Is The Best จริงๆ
เว้นเสียแต่บางคนไม่ยอมใช้น้ำกลั่นน่ะสิ แต่ไปใช้น้ำประปาแทน เพราะน้ำกลั่นมันหายาก

น้ำกลั่นใช้เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำหอมครับ บางครั้งพบว่าดับกลิ่นแอลกอฮอล์ได้ด้วย ..... แต่ถ้าหากใช้น้ำประปาซึ่งมีทั้งคลอรีน และปริมาณโลหะหนักอยู่ จะทำให้เกิดปฏิกริยาหลายๆอย่างกับหัวน้ำหอม หรือแม้แต่แอลกอฮอล์ได้ ซึ่งล้วนแต่ทำให้กลิ่นเปลี่ยนไปทั้งนั้น ........ และจากที่ผมเรียนมา ผมตั้งสมมติฐานด้วยว่า น่าจะเกิดสารก่อมะเร็งด้วยครับ


บางคนผสมเสร็จแล้วก็บ่ม บางคนไม่บ่ม ตรงนี้ก็ทำให้ผลที่ได้ต่างกัน ........ น้ำหอมที่ไม่ผ่านการบ่ม จะยังคงเหลือกลิ่นที่รุนแรงของแอลกอฮอล์อยู่ (แน่นอนล่ะ ... ผู้ทำน้ำหอมซีซี ที่ซื้อวัตถุดิบโดยไม่มีความรู้ประกอบ คงไม่น่าจะรู้จักเกรดของแอลกอฮอล์ และในท้องตลาดที่ขายแอลกอฮอล์ตอนนี้ ส่วนใหญ่รับจากรมสรรพสามิตประเทศไทย ซึ่งกลั่นหยาบๆเท่านั้น ....... ทำให้กลิ่นแอลกอฮอล์คล้ายกลิ่นเหล้าขาว)


ผมไม่ลงลึกถึงเคมีของมันระกัน ....... เด๋วจะเหนื่อยสายตากันครับ

บรรจุภัณฑ์ของน้ำหอมซีซี ก็หนีไม่พ้นขวดลวดลายสวยๆ สันสันฉูดฉาด (บางคนเติมสีผสมอาหารลงในน้ำหอมอีกต่างหาก ...... แม่เจ้าโว้ยยย นี่น้ำหอมหรือน้ำล้างหน้าคณะลิเกล่ะเนี่ย) ....... ขวดพวกนี้มันก็สวยนะ แต่เมื่อมันมาอยู่รวมกัน มันเป็นเกราะเจ็ดสี มณีเจ็ดแสงยังไงไม่รู้ล่ะ เอาล่ะ....กลุ่มลูกค้ามันต่างกัน

การบรรจุ
การบรรจุน้ำหอมของน้ำหอมซีซีมักใช้ Syringe หรือเข็มฉีดยา ดูดจุ๊บ ปล่อยจ๊วบกัน ....... ดีครับ วิธีนี้ สะอาดดี .......... แต่พี่ไทยเราบางคนคงขี้เกียจล้างหลอด
กลิ่น Chanal No.5 ที่หญิงจ๋าๆ ยันกลิ่น Instinct ของผู้ชายเถื่อน พี่แกก็ใช้อันเดียวกันนั่นแหละ กลิ่นที่ลูกค้าได้รับนั้น มันจะเป็นกลิ่นอะไรล่ะครับ ผสมเพศกันเสร็จสรรพ ....... หรือนี่คือสาเหตุที่สมัยนี้เพศที่สามบูมขึ้นมา ........ แต่จริงๆน้ำหอมสำหรับเพศที่สามก็มีนะครับ หอมด้วยล่ะ


การเก็บรักษาของน้ำหอมซีซี
ไม่มีอะไรมากล่ะครับ ใส่ขวดแก้วใสสวยๆ วางโชว์ไว้หน้าร้าน ใครผ่านไปผ่านมาก็เห็นง่ายดี ........ เช้ามาก็จ๊ะเอ๋ดวงอาทิตย์ อาบแดดซักครึ่งวัน น้ำหอมพวกนี้จึงกลิ่นเปลี่ยน และเหม็นเปรี้ยวง่ายไงครับ ..... สารหอมที่นำมาผสมน้ำหอมนั้น แพ้แสงอาทิตย์มากที่สุด เมื่อมันสลายตัว .... มักจะกลับไปเป็นสารตั้งต้นคือแอลกอฮอล์ และกรดอินทรีย์ (กลิ่นเปรี้ยวๆ คล้ายน้ำส้มสายชู)

 ตอนนี้ก็จบสมบูรณ์กับเรื่องยาวๆ แต่แค่เฉพาะในส่วนของน้ำหอมซีซีนะครับ
ยังเหลือน้ำหอมของแท้ และบทวิเคราะห์

ใครขายน้ำหอมซีซีอยู่ เข้ามาอ่านแล้วคงเห็นจุดอ่อนที่อาจจะเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วนะครับ รู้แล้วอย่านิ่งเฉยล่ะ ......... ผมเชื่อว่าหากเราตั้งใจ และจริงใจกับลูกค้าแล้ว ลูกค้าจะรับรู้ถึงสิ่งนั้นแน่นอน

คราวหน้าจะมาเล่าต่อกับกระบวนการผลิตของน้ำหอมของแท้กันแบบเต็มๆครับ


สำหรับตอนนี้ ใครต้องการสอบถามเรื่องน้ำหอมสามารถเข้าไปพูดคุยได้ที่
//www.kengsohigh.com
นะครับ มีเว็บบอร์ดให้พูดคุยกันแล้ว






Free TextEditor




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2552   
Last Update : 27 พฤษภาคม 2552 11:45:11 น.   
Counter : 1740 Pageviews.  


น้ำหอมก๊อป VS น้ำหอมแบรนด์ ..... ความจริงในขวดแก้วแห่งเงินตรา

www.kengsohigh.com


สวัสดีครับมิตรรักแฟนเพลงทุกท่าน .... ภูธรมาเชียว แหะๆ ^^
ครั้งนี้เป็นบทความที่สองของผมแล้ว หลังจากที่ผมได้ประกาศให้ชาวโลก(แถบๆกรุงเทพฯและปริมณฑล)ได้รับรู้ถึงอินเนอร์อันสุดอาร์ตของผม ว่าผมอยากเป็น "Perfumer"


เนื่องจากตั้งแต่ผมเปิดร้านน้ำหอมมา มีหลายสายหลังไมค์โทรมาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องน้ำหอมเป็นจำนวนมาก ซึ่งผมเองอยากจะอัดเทปเอาไว้เปิดซ้ำๆเหลือเกิน .... วันนี้ ผมจึงขอพื้นที่เล็กๆ ในการอธิบายเรื่องน้ำหอมเชิงการผลิตให้ได้อ่านกันครับ


ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ธุรกิจน้ำหอมแบ่งขาย หรือน้ำหอมซีซีในบ้านเราบูมมากครับ
จากข้อมูลการขายสินค้าไลน์หัวน้ำหอมในประเทศไทย กินมูลค่าเงินเป็นหลักพันล้านบาทครับ
(เป็นน้ำหนักหลักหลายล้านปอนด์ต่อปี) เพียงเท่านี้ก็ทำให้เห็นได้แล้วว่า ประเทศไทยเรานิยมน้ำหอมแบ่งขายกันขนาดไหน


อาจเป็นเพราะอากาศร้อนๆ ชื้นๆ ที่เอื้อต่อการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ง่ายกระมัง
ซึ่งหลายท่านก็ยังเข้าใจผิดว่า น้ำหอมช่วยลดกลิ่นเหม็น ..... จริงๆแล้วไม่ใช่เลย
น้ำหอมเป็นวัตถุปรุงแต่งกลิ่นต่างหากครับ (ไม่อย่างนั้นคงใช้น้ำหอมฉีดดับกลิ่นตดกันจนก้นอักเสบไปบ้างแล้ว)

ดังนั้นผมขอกล่าวถึงน้ำหอมก๊อปก่อนนะครับ ..... ลากมาถึงพอดี


วัตถุดิบ
แหล่งขายวัตถุดิบสำหรับทำน้ำหอมแหล่งใหญ่คงไม่แพ้ย่านสำเพ็ง แหล่งขายของครอบจักรวาล
(ครอบทุกจักรวาลด้วยซ้ำครับ .... เกิดมาจนจะวัยรุ่นตอนปลายแล้ว ผมเห็นที่ไทยนี่แหละ ที่มีย่านไชน่าทาวน์ที่สมบูรณ์ที่สุด หาอะไรเจอหมด)


สูตรน้ำหอมก๊อปกว่า 90% ของประเทศไทย มาจากที่นี่ทั้งนั้นครับผม
และเป็นที่น่าแปลกตรงที่ พี่ไทยเราไม่เคยคิดจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรเลย เขาให้ใส่อะไรก็ใส่มันอย่างนั้น ..... เท่าที่ผมมีสูตรในมือตอนนี้คือ


1. หัวน้ำหอม .....................................  7-25 %
กลิ่นไหนฮิต ฉันขอด้วย! 
2. มัสก์ ............................................  unknown
ผสมอยู่ในแอลกอฮอล์แล้ว ฉันได้มา ฉันก็ใช้เลย
3. มันก์เข้มข้น ...................................  2-5%
เขาบอกใส่แล้วกลิ่นติดทน ฉันก็ใส่แบบไม่ยั้งเลย
4. แอลกอฮอล์ ..................................  60-75%
เกรดอะไร ช่างแม่เพื่อนเหอะ
5. น้ำกลั่น ......................................... 2-5%
ใส่ไปเหอะ เขาให้ใส่

แล้วที่ผมแปลกใจอีกอย่างคือ ใครนะเป็นคนช่างตั้งชื่อสารเคมีจริงๆ เรียกกันจนเพี้ยน
อย่าง มัสก์(Musk) สารหอมที่ได้จากกวางภูเขาเพศผู้ กลิ่นหอมอุ่น คล้ายกลิ่นเนื้อชายหรือหญิงแรกรุ่น มักใช้เป็น Fixative หรือสารให้กลิ่นติดทน .... ตอนนี้ชื่อของเขาเพราะขึ้นมากมายครับ ท่านผู้อ่าน ทั้งน้ำมันมาศ น้ำมันมัด น้ำมันมัดขาว ต่อไปผมว่าคงเป็นน้ำมันมัสศรี บุรีอาภา รยาย้วย แทบม้วยมรณ์แน่ๆ ^^

มัสก์เอง ใช้ผสมน้ำหอมเพื่อให้กลิ่นติดทนก็จริง แต่มันเป็นในกระบวนการปรุงกลิ่นครับ (Blendng) ไม่ใช่กระบวนการเจือจาง มัสก์เองก็เป็นสารหอม มีกลิ่นเฉพาะตัว Perfumer ได้คิดตำรับไว้แล้ว ว่าในน้ำหอมกลิ่นนั้น ควรใช้มัสก์เท่าไร .......... มัสก์ที่มากเกินไป ทำให้ Top note ไม่ค่อยกระจาย ความฟุ้งของกลิ่นลดลง และน้ำหอมจะมีกลิ่นหวานอุ่น และเจือจางคล้ายแป้ง เมื่อถึงช่วงเวลาของ Base note


นอกจากสารประกอบพวกนี้ ผมยังเห็น Propylene Glycol ถูกนิยมนำมาใช้อีกด้วยครับ
โดยให้ Definition ว่าเป็นสารลดกลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ .... สารตัวนี้เป็นตัวเจือจางกลิ่นในอุตสาหกรรมกลิ่นผสมอาหาร (Flavour) สารป้องกันการแข็งตัวของน้ำสำหรับเติมรถยนต์ในประเทศที่หนาวเย็น และเป็นสารกลุ่ม Moistueriser ในเครื่องสำอาง

การนำมาใช้ในน้ำหอมผสม เป็นผลดีตรงช่วยลดอัตราการระเหยของกลิ่นครับ
ทำให้น้ำหอมระเหยช้าลง (แต่การเติมปริมาณเท่าไรแล้วเป็นผลดี ต้องทำการทดลองครับ) ถ้าใช้น้อยเกินไป ก็ไม่ให้ผลอะไร แต่ถ้าใช้เยอะเกินไป สารตัวนี้จะดูดน้ำที่ใต้ผิวหนังมนุษย์ออกมาไว้ที่รอบๆโมเลกุลของมันเอง ทำให้ผิวแห้งทันตาเห็นครับ .... และจากสูตรที่ผมเห็น ตามที่ร้านเขาแนะนำ มันมากเกินไปครับ **


เอ ....... ชักยาวแล้วสิ จากสถิติ ข้อความยาวๆ คนมักขี้เกียจอ่าน ผมขอพอเท่านี้ดีกว่า เก็บไว้เป็นภาคสองระกันครับ (ยิ่งเขียน ยิ่งมันส์มือ)

สำหรับตอนนี้ ใครต้องการสอบถามเรื่องน้ำหอมสามารถเข้าไปพูดคุยได้ที่
//www.kengsohigh.com
นะครับ มีเว็บบอร์ดให้พูดคุยกันแล้ว



Free TextEditor




 

Create Date : 26 พฤษภาคม 2552   
Last Update : 26 พฤษภาคม 2552 14:52:54 น.   
Counter : 1318 Pageviews.  


เมื่อผมคำรามว่า ... อยากเป็นนักปรุงน้ำหอม (Perfumer) โว้ย

KenGSoHigH


ตอนเด็กๆ ท่านเคยฝันอยากเป็นอะไรซักอย่างมั๊ยครับ
หลายคนคงฟังเพลงพี่เบิร์ดที่ชื่อว่า "หนูอยากเป็นอะไร" แล้วอาจมีดวงไฟเล็กๆ ถูกจุดขึ้นในหัวใจที่ใหญ่ไม่เกินกำปั้นในเวลานั้น
ผมเองก็เช่นกัน ...


เริ่มต้นที่ผมอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะอยากจะผลิต "ยาอมตะ" เพื่อที่จะสามารถทำให้พ่อและแม่ผมอยู่กับผมไปตลอดกาล (ตอนนั้นยังไม่รู้จักคำว่า เภสัชกร)


โตขึ้นมาอีกหน่อยพระพุทธเจ้าก็ทรงมาทำให้ผมรู้จัก "เกิด แก่ เจ็บ ตาย"
ผมเปลี่ยนความอยากเป็นอีกครั้ง ผมอยากเป็น "หมอ" เพื่อที่จะได้รักษาคนที่ผมรัก


พอผมเห็นดารา ผมก็อยากเป็นดารา เห็นนักร้องก็อยากเป็นนักร้อง เห็นนักการเมือง(สมัยนั้น)ก็อยากเป็นนายก แล้วก็อยากๆๆๆๆ อีกนับไม่ถ้วน


จนจบม.ปลาย จับพลัดจับผลูผมก็สอบได้ทุนเรียนดีคณะวิยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย จนได้มาอยู่คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาเคมี มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์


เอาละวะ ... ความฝันของผมตอนเด็กเริ่มเข้าเค้าแล้ว (จริงๆไม่ว่าผมจะเข้าคณะอะไร ก็เข้าเค้าหมดแหละ อยากซะเยอะขนาดนี้)


แต่ที่ไหนได้มาเรียนเคมีเข้าจริงๆแล้ว มันไม่ตรงกับที่ผมอยากรู้เลยครับพี่น้อง .... ไม่รู้เพราะหลักสูตรประเทศไทย หรือว่าความทุพลภาพของผม


.... พระเจ้า!! เทอร์โมไดนามิกส์ สมการโชร์ดิงเจอร์ ทฤษฏีผลึก Claisen Rearrangement โครมาโตรกราฟี Capillari electrophoresis บลาๆ ...... เรียนกันจนตับอักเสบไปเลย


แล้ว ........... ชีวิตผมล่ะ รู้เรื่องพวกนี้แล้วไม่เห็นจะได้นำไปใช้จริงๆซักอย่างเลย ตื่นเช้ามาก็นำลายบูดย้อยข้างแก้มเหมือนเดิม

ผมอยากเป็นเทพ เข้าใจม๊ายยยย!!


ผมไม่ยอมหมดหวังเพราะระบบการศึกษาไทยหรอก ผมมีความรู้พื้นฐานทางเคมีบวกกับความอาร์ตตัวพ่อนิดๆ ผสมกับชาติก่อนที่ผมคงเป็นหมา ... ทำให้ชาตินี้ผมดมกลิ่นได้ดีเป็นพิเศษ ผมมีพรนรกจำแนกกลิ่นตดคนได้ และไม่เคยผิดซักครั้ง


ผมให้ความสำคัญกับทุกองค์ประกอบของกลิ่น จนเริ่มจับถึงโน๊ต(กลิ่นเดี่ยวๆ)ที่อยู่ในทุกกลิ่นที่ถูกลมหมุนพัดเข้ารูจมูกของผม แล้วนำไปโยงเข้ากับฐานข้อมูลสารเคมีที่อยู่ในสองส่วนลิมบิก


ผมเริ่มไม่สนใจเรียนตั้งแต่ปี 3 แล้วหันมาสนใจกลิ่นแทน ... ผมมักใช้เวลาการทำ Project ของผม แอบไปทำการวิจัยเล็กๆเรื่องกลิ่น ส่วนผสมของน้ำหอม การทำน้ำหอม การสังเคราะห์กลิ่น จนผมได้ Know How ที่เป็นสูตรเฉพาะ ทำให้น้ำหอมของผมกลิ่นเสถียร ติดทน และใช้งานได้ดีแม้ในสภาพอากาศประเทศไทย

Now I can rule the world!!!



แต่โชคชะตาไม่ได้ขีดไว้ให้ผมเดินมาสายนี้ได้ง่ายๆเท่าไรหรอก
ตอนเรียนผมมีอุปสรรคอย่างสูงจนเกือบถูกรีไทร์ เมื่อผมเรียนจบผมทิ้งงานทุกอย่างที่เป็นเคมีทั้งๆที่ผมได้งานคนแรกในคณะด้วยซ้ำ แล้วออกมาตามฝันเล็กๆน้อยๆ เช่น เป็นสจ๊วตทำงานต่างประเทศ ไปทำงานที่อังกฤษ หรือเป็นพนักงานโรงแรม แต่สาบานได้ แต่ละที่ไม่เคยเกิน 3 เดือน ...


ผมขี้เบื่อ และกล้าตัดสินใจ ... อะไรที่ผมไม่ชอบ ผมจะปล่อยมันไปอย่างไม่ใยดี


จนในปัจจุบัน ผมได้กลับมาสู่วงโคจรที่ผมชอบที่สุด
ผมเป็นเจ้าของร้านน้ำหอม KenGSoHigH ร้านน้ำหอมที่ผมผลิตเอง และให้คุณภาพสูงกว่าน้ำหอมเคาน์เตอร์

ถ้าจะถามผมว่า ผมพอแล้วหรือยัง ... ผมตอบอย่างหนักแน่นได้เลยว่า "ยัง"


มันยังห่างไกลความฝันของผมมากนัก ผมไม่ต้องการเป็นเงาของใคร
ผมอยากเป็นเทพแห่งกลิ่น ผมจะต้องผสมกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของผมเอง
ผมจะต้องนำศาตร์แห่งการผสมกลิ่นเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยให้ได้ เนื่องจากพี่ไทยเรามีวัตถุดิบมากมาย


ไม่ว่าจะยากเพียงใด หรือต้องใช้เงินมหาศาลขนาดไหน
ผมจะกัดฟัน และขู่คำรามออกไปให้โลกได้รู้ว่า


"ผม(กู)จะเป็นนักปรุงน้ำหอม (Perfumer) โว้ยยยย!!!!"


เยี่ยมชมและเลือกน้ำหอมที่เหมาะกับบุคลิกของท่านได้ที่
www.KenGSoHigH.com



Free TextEditor




 

Create Date : 21 พฤษภาคม 2552   
Last Update : 21 พฤษภาคม 2552 13:32:26 น.   
Counter : 783 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

Thai-SkY
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




[Add Thai-SkY's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com