KenGSoHigH : Perfumer's BloG.
 
 

สนุกมากๆครับ กับการเป็นวิทยากรสอนปรุงน้ำหอมในองค์กรใหญ่ครั้งแรก .... King Power


ผมได้รับโทรศัพท์ติดต่อจาก King power ครั้งแรกก็ราวๆ 3 เดือนก่อนหน้านี้ จนถึงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จึงได้เป็นฤกษ์ดีสำหรับการเป็นวิทยากรในองค์กรที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติครั้งแรกของผม ด้วยหัวข้อที่ว่า "Discover your scent 2"


หากท่านใดเป็นสมาชิก King Power คงทราบดีครับว่าองค์กรแห่งนี้เอาใจใส่ลูกค้าด้วยการทำ CRM ที่สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการเชิญเข้าร่วม workshop ต่างๆที่มีทุกเดือน หรือการทำบุญร่วมกัน

ผมถูกเชิญไปเป็นวิทยากรเรื่อง Discover your scent 2 ซึ่งเป็นเนื้อหาที่เข้มข้นที่สุดตั้งแต่ที่ผมเคยสอนมา โดยโจทย์จากทาง King power คือการบรรยายประวัติความเป็นมาของน้ำหอม การเลือกซื้อน้ำหอมให้ถูกต้องกับบุคลิก การใช้น้ำหอม และที่เป็นฟินาเล่คือ "การปรุงน้ำหอม" ที่เป็นหนึ่งเดียวในโลก


เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงปลายฝน ที่ยังมีฝนตกชุก ผมจึงเลือกโทนกลิ่นดอกไม้ขาวผสานกับอากาศที่เป็นไอเย็นสดชื่นไปทำการปรุงกันกับผู้เข้าอบรมแบบชนิดที่ว่า "ตัวถึงตัว จมูกถึงจมูก"


เห็นเนื้อหาเยอะๆ และมีแต่เนื้อๆแบบนี้ เชื่อมั๊ยครับว่าทั้งหมดเกิดขึ้นภายใน 2 ชั่วโมงเท่านั้นครับ


ผู้เข้าอบรมตื่นตาตื่นใจกับการได้ลงมือปรุงน้ำหอมครั้งแรกในชีวิต ... สูตรที่ผมคิดไปนั้นใช้สารหอมเพียง 14 ตัว แต่กลิ่นก็เพียงพอที่จะหอมฟุ้งและทำให้ระลึกถึงพื้นฐานของการทำน้ำหอมขั้นสูงได้เลยทีเดียว หลายๆท่านสร้าง Masterpiece ของตัวเองในวันนั้น (แม้จะเกิดจากความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม)


ผมดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกาย และสนับสนุนแรงบันดาลใจของใครหลายๆคนที่รักในศาสตร์ของกลิ่น ในการบรรยายที่ผ่านมาทำให้ผมได้เห็นว่ามีคนไทยหลายๆคนชื่นชอบในการปรุงน้ำหอม และเรียกร้องให้ผมเป็นคอร์สของผมเอง


เท่านี้ผมก็วัดตัวเองได้แล้วว่า ... ผมประสบความสำเร็จในงานวิทยากร และบรรลุวัตถุประสงค์ที่ผมตั้งไว้แต่แรกว่า "ผมจะเผยแพร่ศาสตร์การปรุงน้ำหอมในประเทศไทย" 


ขอบคุณ King Power และผู้เข้าอบรมทุกท่านครับ


www.KenGSoHigH.com






Free TextEditor




 

Create Date : 30 กันยายน 2553   
Last Update : 30 กันยายน 2553 13:30:03 น.   
Counter : 662 Pageviews.  


ควอนตัมกับการได้กลิ่น ... Another one of controversial theory // บล็อกนี้อ่านยาก แต่ผมอยากเขียน

KenGSoHigH_Quantum


     จู่ๆมันก็เกิดแรงฮึด อยากจะเขียนอะไรที่เป็นวิทยาศาสตร์จ๋าๆไว้ซักเรื่องในบล็อกของผม เนื่องจากผมไปลงสมัครประกวด Thailand blog award 2010 หมวดวิทยาศาสตร์เอาไว้ อีกเหตุผลหนึ่งคือผมเป็นนักเคมี (ที่แม้บางทีอาจจะทำตัวเหมือนนักจิตวิทยา) สิ่งที่ผมโปรดปรานมากๆคือเรื่องควอนตัม


     ผมยังจำได้สมัยที่อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สอนผมในวิชาฟิสิกส์เคมี ปีที่ 2 เรื่องควอนตัม ... มันเป็นศาสตร์ที่น่าฉงน เราสามารถตอบทุกคำถามได้ด้วยคำว่า "ถึงแม้กระนั้น มันก็ยังไม่แน่นอนว่าจะเป็นอย่างนี้" แต่นักวิทยาศาสตร์ก็พยายามทำความไม่แน่นอนให้แน่นอนด้วยการพิสูจน์ให้ลึกลงไปอีก แต่ก็ยิ่งเจอแต่ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นมาด้วยกันทั้งนั้น


     ทุกสิ่งในจักรวาลล้วนแต่เป็นอนัตตาตามหลักคำสอนของพุทธองค์ ไม่มีตัวตนด้วยกันทั้งนั้น ... เราอยู่ในจักรวาลแห่งความสั่นสะเทือนตลอดเวลา มีความว่างคั่นอยู่ทุกขณะ แต่ก็ใช่ว่าจะแปลว่าทุกอย่างไม่มีจริง เพียงแต่เป็นความจริงชั่วขณะ ... ลองดูได้ว่า ให้ท่านเอามีดมาเฉือนนิ้วเล่น ยังไงมันก็ต้องเจ็บและเลือดไหล จะบอกว่านิ้วและมีดไม่มีจริงไม่ได้


     เรื่องของกลิ่นก็เช่นกัน เราเคยเชื่อกันแต่ก่อนด้วยสมมติฐานทางชีววิทยาว่า กลิ่นเกิดจากการที่โมเลกุลของสารให้กลิ่น (Odorant) ที่มีขนาดเข้ากันได้เป๊ะกับเซลล์ตัวรับ (Receptor) ซึ่งเป็นเซลล์ชนิดหนึ่งในโพรงจมูก เกิดการรับกันได้และเชื่อมกันพอดีคล้ายแม่กุญแจ(receptor cell) กับลูกกุญแจ (Odorant) ; Lock and key เมื่อเข้าคู่กันได้แล้ว เสียบแทงกันอย่างเมามันก็เกิดแรงกระตุ้นส่งสัญญาณไฟฟ้าไปที่สมองแล้วแปลความกลิ่นออกมา เราเรียกทฤษฏีนี้ว่า ทฤษฏีรูปร่าง (Shape theory)


     แต่คำถามมันก็เกิดขึ้นมาว่าทำไมสารที่มีโมเลกุลคล้ายกัน เช่น เอธานอลและ ethane thiol แต่ให้กลิ่นต่างกันสุดขึ้ว เอธานอลกลิ่นแหลมเหมือนวอดกา แต่ ethane thiol ให้กลิ่นเหมือนไข่เน่า (สารทั้งสองชนิดนี้ต่างกันที่ตัวนึงมีอะตอมออกซิเจนและอีกตัวมีอะตอมกำมะถัน) ซึ่งเทียบได้กับลูกกุญแจที่มีรูปร่างคล้ายกันมาก แต่เข้าคู่กับแม่กุญแจคนละโรงงานกันเลยทีเดียว


     คำโต้แย้งเกี่ยวกับทฤษฏีรูปร่างเริ่มถูกนำเสนอออกมา โดยการใช้ควอนตัมเข้ามาแทนที จุดเด่นของทฤษกีควอนตัมคือการเพ่งสิ่งเล็กๆแล้วดูพฤติกรรมของมันเพื่อใช้อธิบายสิ่งใหญ่ๆ จากเดิมคือ โมเลกุลจะมีรูปร่างที่พอดีกันในการเข้าคู่กับเซลล์ตัวรับ แต่ควอนตัมมองว่าโมเลกุลนั้นจะสั่นสะเทือน ควงสว่่าน สวิงกิ้งหรืออะไรก็แล้วแต่ จนดูเผินๆแล้วมีรูปร่างเป็นอย่างหนึ่ง แล้วค่อยเข้าไปเข้าคู่กับเซลล์ตัวรับนั้น


     โดยการเข้าคู่กันมีกลไกการเกิดปฏิกริยาโดยมีจุดยึด 2 ด้าน ด้านหนึ่งเข้าไปล็อกกับที่รับอิเล็กตรอน และอีกด้านหนึ่งไปยึดกับด้่านที่เป็นด้านให้อิเล็กตรอน เกิดการจับตัวกันได้อย่างแข็งแรง ทำให้ตัวรับสัญญาณแปลสัญญาณว่า "เปิด" กลไกยังถูกอธิบายลึกเข้าไปอีกซึ่งยากแก่การอธิบายโดยผมตอนนี้ เนื่องจากความรู้ผมยังไม่เพียงพอ


     กลไกที่ยากนั้น ผมสันนิษฐานว่าเป็นกลไกการเกิดท่ออุโมงค์โดยอิเล็กตรอน ไปทำให้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าของสารให้กลิ่นบิดเบี้ยว และเกิดการสลับคุณสมบัติรับ-ให้อิเล็คตรอน คล้ายการดีดเส้นลวดที่ถูกขึงตึงๆให้สั่น ลวดจะเปลี่ยนตำแหน่งบน-ล่างอย่างรวดเร็วจนทำให้เหมือนว่าเกิดท่ออุโมงค์เล็กๆในนั้น


     จากทฤษฏีเดิมคือ Lock and Key การเป็นทฤษฏีการรูดบัตร (swipe card) (การรูดบัตรไม่ว่าจะเป็น key card หรือบัตรเครดิต ล้วนแต่อาศัยความจำเพาะเจาะจงของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้ต่างก็เป็นควอนตัมที่เราจับต้องได้)


     แต่เหล่านักชีววิทยา หรือนักฟิสิกส์บางส่วนอาจยังไม่เชื่อโดยสนิทใจว่ากลไกการได้กลิ่นของมนุษย์จะเป็นควอนตัมไปเสียจริงๆ เพราะทฤษฏีการสั่นสะเทือนเป็นกลศาสตร์นิวตันที่เกิดก่อน อธิบายอะไรๆได้ง่ายกว่า .... แต่ลองจินตนาการดูสิครับ หากมนุษย์เข้าใจกลไกการได้กลิ่นในระดับควอนตัมได้จริง วงการการผสมน้ำหอมคงสั่นสะเทือนและก้าวไปสู่อีกยุคนึงแน่นอน สารที่มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่ให้กลิ่นต่างกันสุดขั้ว มันต้องมีอะไรสักอย่างที่อธิบายซึ่งกันและกันได้ในระดับควอนตัม


     ในอนาคตมนุษย์อาจค้นพบวิธีการผสมน้ำหอมโดยอาศัยความแตกต่างกันสุดขั้วของสารให้กลิ่น รังสรรค์กลิ่นน้ำหอมที่ลึกซึ่งและซับซ้อนได้กว่าเดิม


     ไข่เน่าและวอดกา ... อาจจะกลายเป็นกลิ่นคาร์เวียร์หรือกลิ่นแชมเปญราคาขวดละเป็นสิบล้าน


พูดคุยกันได้ที่เดิมที่
www.KenGSoHigH.com


รบกวนช่วยโหวตให้ผมด้วยนะครับที่
//www.thailandblogawards.com/viewblog.php?u=http%3A%2F%2Fwww.oknation.net%2Fblog%2Fimakeperfume


ขอบคุณครับ 






Free TextEditor




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2553   
Last Update : 31 กรกฎาคม 2553 13:49:41 น.   
Counter : 573 Pageviews.  


[ธาตุน้ำหอม] Light Blender อากาศธาตุที่ขาดไม่ได้ในการปรุงน้ำหอม .... ธาตุน้ำหอมตอนอวสาน

KenGSoHigH_Flower


   บางสิ่งที่สำคัญแต่เราไม่สนใจ บางสิ่งที่ดูเหมือนไร้ค่าแต่ห้ามขาด และบางสิ่งที่เปรียบเสมือนตัวเชื่อมให้เกิดความต่อเนื่อง
จนก่อให้เกิดมหาธาตุอันสูงส่ง เป็นตัวกลางที่ยากจะเข้าถึง เป็นสิ่งที่มีตัวตนแต่จับต้องไม่ได้ ..... ใครบ้างจะรู้จักสัมผัสแห่ง "อากาศ"


ในทางพุทธศาสนา "อานาปาณสติ" เป็นการฝึกสติด้วยการรู้ลม เป็นวิปัสนากรรมฐานที่พระพุทธเจ้าทรงกล่าวถึงมากที่สุด
เนื่องจากลมหายใจคือสิ่งแรกที่มนุษย์มีตั้งแต่จนวินาทีสุดท้ายที่ชีวิตดับ ท่านทรงเห็นค่าว่านี่คือ GPS ของชีวิต
เพราะเมื่อเรารู้ลมหายใจของเราแล้ว สัมผัสแห่ง "สติ" จะเกิดทั่วและถึงพร้อมแก่กาย เวทนา จิต ธรรมนั้นทันที


ความรู้เบื้องต้นแห่งศาสตร์การทำน้ำหอมของผม ไม่ต่างจากความรู้เบื้องต้น(ที่เพียงพอ)ของชีวิตเท่าไรนัก
แต่ก่อนที่ผมยังไม่เคยฝึกรู้ลมหายใจ จิตมันถูกครอบงำด้วยอารมณ์และอุปกิเลส สร้างภพ สร้างชาติกันมั่วซั่ว ถ้าโชคดีหน่อยก็เกิดความสุข โชคร้ายหน่อยก็เป็นทุกข์ แต่เมื่อพิจารณาเป็นก็รู้ได้ทันทีว่ามันทุกข์ล้วนๆ เพราะห่วงสุข


กับการผสมน้ำหอม ... แรกเริ่มเดิมที ผมปรุงน้ำหอมจากกลิ่นหลักๆที่ต้องการให้เป็น ซึ่งส่วนใหญ่กลิ่นที่เราสูดดมได้นั้น
มาจาก Top note หลายๆคนคงคิดว่าความหอมของน้ำหอมนั้นมาจากกลิ่นแรกสัมผัส ในจักรวาลความคิดของผมก็ไม่ต่างกัน
จนกระทั่งเมื่อผมตั้งสติได้ (อาจจะเป็นผลมาจากการเจริญสติ) กลิ่นแรกสัมผัสมันเป็นภาวะของกลิ่นที่รุนแรงเพียงชั่วคราว
หลอกลวงเราให้ลุ่มหลงกับกลิ่นนั้นจนลืมทุกสิ่ง แท้จริงแล้วกลิ่นหลัก (Heart note) คือกลิ่นที่บอกความเป็นตัวตนของน้ำหอมนั้นๆ
ซึ่งกลิ่นหลักนี้ เป็นการผสมกันของกลิ่นแรกสัมผัสและกลิ่นกลาง ซึ่งกลิ่นกลางนี้เองที่เป็นตัวเลี้ยงกลิ่นน้ำหอมให้หอมสมบูรณ์


โน๊ตที่ทำกลิ่นกลางมักเป็นส่วนผสมที่เรียกว่า "ตัวผสาน" หรือ Blender ทำหน้าที่ผสานกลิ่นต่างๆให้เข้ากัน
และเชื่อมต่อกัน (Bridge) ให้รู้สึกเหมือนไร้รอยต่อ (Harmonization) โน๊ตเหล่านี้เป็นกลิ่นแห่งอากาศธาตุที่ให้ความรู้สึกบางเบา โปร่ง สบายและกระจายได้ครอบคลุม (Overwhelm) ตัวอย่างของโน๊ตเหล่านี้ได้แก่ Linalool สารหลักที่เรามักจะเจอในกลิ่นจากดอกไม้ Lyral กลิ่นเบาๆ
ที่แทรกอยู่ในกลิ่นดอกไม้ขาว Lilial กลิ่นเกือบหนักแต่หอมหวานในคอที่เจอจากอากาศบนยอดเขา Nerolidol กลิ่นแห่งดอกส้มบางๆราวกับกลิ่นแสงแดดในเทือกสวน


นี่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้นนะครับ ในความเป็นจริงมีสารอื่นๆให้เราเลือกใช้ได้อีกเยอะตามความต้องการ ผมไม่อยากให้คำจำกัดความใดๆไปมากกว่านี้ เนื่องจากไม่อยากให้ผู้อ่านเกิดการใช้เทียบเคียงในภายหลัง เพราะโน๊ตเหล่านี้สามารถใชัได้เหนือจินตนาการใดๆที่ใครสักคนจะคาดถึงมากครับ


เมื่อเราผสมกลิ่นเหล่านี้เข้าด้วยกลัน กลิ่นเบาๆจนเกือบไร้กลิ่นของมันจะอัดแน่นจนทำให้เกิดกลิ่นที่แน่น นุ่มนวล และละมุน


ในน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ กลิ่นที่เปรียบได้ว่าเป็นกลิ่นอากาศได้แก่ Rosewood, Lavender, Geranium, Lotus, Bergamot ฯลฯ
ลองผสมตามสูตรข้างล่างนี้เพื่อสัมผัสกลิ่นไอเบาๆของอากาศได้นะครับ


Imagine there's the air
Lavender ........................ 10 หยด
Geranium .......................   2 หยด
Bergamot .......................   5 หยด
Rosewood .......................  2 หยด (แพงครับตัวนี้)
Rosemary .......................   2 หยด


พูดคุยกันได้ที่เดิมที่
www.KenGSoHigH.com


รบกวนช่วยโหวตให้ผมด้วยนะครับที่
//www.thailandblogawards.com/viewblog.php?u=http%3A%2F%2Fwww.oknation.net%2Fblog%2Fimakeperfume


ขอบคุณครับ  






Free TextEditor




 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2553   
Last Update : 29 กรกฎาคม 2553 16:23:25 น.   
Counter : 680 Pageviews.  


[ธาตุน้ำหอม] Spiceไอระอุดุจอัคนีแห่งสุรีย์ฉาย เกิดกลิ่นอำไพแห่งแท่นไม้อันรสสุคนธ์

KenGSoHigH_Spice


     ในทุกๆอันตรกริยาล้วนแต่ต้องการพลังงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ธาตุที่เป็นบ่อเกิดของพลังงานคงหนีไม่พ้น "ธาตุไฟ" ธาตุที่ให้ความร้อนจากการสันดาปอากาศอันดาษดื่น พลังงานส่วนเกินบางอย่างถูกกักเก็บไว้ในลักษณะของน้ำมันสีอำพัน ที่แทรกตัวอยู่ในต่อมกลิ่นของพืชจำพวกเครื่องเทศ แม้จะไม่ได้อยู่ในรูปของเปลวไฟ แต่ลักษณะที่ถ่ายทอดมาจากธาตุกำเนิดของมันไม่ได้กระดอนไปไกลต้นเท่าไรนัก


     กลิ่นเครื่องเทศต่างๆไม่ว่าจะเป็นอบเชย (cinnamon) โป๊ยกั๊ก หญ้าฝรั่น กานพลู พริกไทล้วนแต่ให้ความรู้สึกฉุนที่จมูกทั้งนั้น ทั้งนี้เนื่องจากสารเคมีที่เป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ มักอยู่ในรูปของกรดอินทรีย์ และแอลกอฮอล์ ที่มีพลังในการระเหยตัวเองอย่างสูง และเจาะจงต่อการรับรู้กลิ่นที่จมูกของมนุษย์อย่างรุนแรง ทำให้แม้แต่อนูของสารหอมเหล่านี้เพียงธุลีผุ่น ก็ทำให้มนุษย์ที่จมูกเกือบบอด รับรู้กลิ่นได้อย่างมหาศาลเช่นกัน


     กลิ่นแห่งไฟของเครื่องเทศให้ความรู้สึกอบอุ่น จนถึงเดือดดาลในบางที โน๊ตน้ำหอมโทนเครื่องเทศจึงนิยมใช้ทำน้ำหอมผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และนิยมใช้ทำน้ำหอมเพื่อตอนกลางคืนมากกว่าตอนกลางวัน หลายๆกลิ่นที่ผสมโน๊ตแห่งเครื่องเทศจะชวนให้เกิดอารมณ์ฉุนเฉียว กล้าหาญ และมุ่งมั่น ผู้ชายที่ชอบน้ำหอมโทนนี้จึงมักเป็นชายชาติทรนง บ้างาน และไขว่าคว้าหาความสำเร็จแบบสามารถเอาตัวเข้าแลกได้ ในส่วนลึกเขายังมีอารมณ์เร่าร้อน กลัดมัน และมีลีลาการกระแทกกระทั้นแบบลืมไม่ลง น้ำหอมที่มีโน๊ตหลักแห่งเครื่องเทศจึงมักจะใช้เพื่อแทน Sex Appeal ได้เช่นกัน


     นอกจากความรุนแรงที่เราหวังได้จากโน๊ตแห่งไฟแล้ว กลิ่นเครื่องเทศโดยเฉพาะกานพลูยังสามารถไปเจือความฟุ้งของกลิ่นดอกไม้ลงได้ ทำให้เกิดความรู้สึกหวานและโปร่งสบาย เช่นดอกคาร์เนชัน มีปริมาณ Eugenol ซึ่งเป็นสารองค์ประกอบหลักของกานพลูอยู่ 20% เช่นเดียวกับที่พบในดอกกุหลาบแต่มีความเช้มช้นที่ต่ำกว่า จึงไม่แปลกอะไรที่เรามักจะเห็นสูตรผสมน้ำมันหอมระเหยหลายๆสูตรมีกานพลูผสมอยู่ แต่หากใช้ในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้เกิดการแสบร้อนผิวได้


     ความฉุนแห่งธาตุไฟ ยิ่งฉุนเท่าไร ยิ่งแสบจมูกเท่านั้น ... และด้วยคุณสมบัตินี้เอง ทำให้เกิดความเหมือนในความแตกต่างอันน่าเหลือเชื่อ ในความเย็น ยิ่งเย็นเท่าไรยิ่งแสบจมูกเท่านั้นเช่นกัน ... โน๊ตเครื่องเทศบางชนิดเช่น พริกไทดำ จึงถูกนำมาแต่น้ำหอมธาตุน้ำ หรือธาตุพืชที่หอมสดชื่น ให้กลายเป็นธาตุน้ำแข็งที่หอมเย็นจับใจ ไฟจึงไม่ได้มีไว้เพื่อละลายน้ำแข็งอย่างเดียว แต่ในกรณีนี้ ไฟคือผู้สร้างน้ำแข็ง


     ธาตุไฟเมื่อคู่กับกลิ่นไม้ๆ และวานิลลาแล้ว จะทำให้รู้สึกอบอุ่นราวกับอยู่ในบ้านยามมีงานฉลอง ... มนุษย์เราชินกับความร้อนมากกว่าความหนาวเย็นครับ ไออุ่นยามที่เราเคยนอนม้วนในท้องแม่คงเป็นความทรงจำระดับจิตไร้สำนึก ที่ค่อยๆเผยออกมายืนยันให้เรารู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัยยามเมื่ออยู่ในที่อุ่นๆ เช่น อ้อมกอดของคนรัก หรือบ้านของเราเอง กลิ่นแห่งไฟก็เช่นเดียวกัน ผมนำสูตรการผสมน้ำหอมกลิ่นงานคริสมาสต์มาให้ลองไปผสมเล่นกันด้วยครับ


Cristmas sweet home
Cinnamon ................. 2 หยด
Ginger ..................... 4 หยด
Vanilla ..................... 1 หยด
Cypress .................... 2 หยด


พูดคุยกันเพิ่มเติมได้ที่ www.KenGSoHigH.com 






Free TextEditor




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2553   
Last Update : 21 กรกฎาคม 2553 11:34:10 น.   
Counter : 523 Pageviews.  


[ธาตุน้ำหอม] Calone กลิ่นหอมตัวแทนแห่งธาตุน้ำ

KenGSoHigH_Seaweed


บางครั้งที่เราพูดถึงน้ำ มันก็แตกสาขาความคิดออกไปเป็นน้ำได้อีกหลายๆประเภท น้ำจืด น้ำเค็ม แม่น้ำ ลำคลอง ลำธาร น้ำใส น้ำฝน ความชุ่มฉ่ำ ความสงบ สีที่เป็นตัวแทนแห่งน้ำหลักๆคือสีน้ำเงิน แต่สีเขียวน้ำทะเล สีฟ้าใส ก็ยังเป็นตัวแทนของน้ำได้เหมือนกัน


   ดังนั้นหากผมจะพูดถึงน้ำ มันก็คงยากที่ทุกท่านจะเข้าในสิ่งเดียวกันกับที่ผมคิด เว้นเสียแต่ผมจะกรอบประเด็นให้ง่ายเข้าไปด้วยการชี้นำ .... และการสื่อสารแบบนี้นี่เอง ที่ทำให้เราเหล่า Perfumer ชอบที่จะผสมน้ำหอมกลิ่นน้ำๆกันมากที่สุด


   กลิ่นหนึ่งที่น้ำทุกๆน้ำจะต้องมีคือ กลิ่นแห่งความสะอาด ฝาดจมูก คล้ายความรู้สึกยามที่เราสำลักน้ำแล้วแสบจมูก แต่ก็ทำให้ได้กลิ่นคล้ายๆโอโซนระเหยและลมที่พัดผิวดอกไม้ด้วยเช่นกัน


   สารตัวหนึ่งที่ให้กลิ่นเช่นนั้นคือ Calone หรือ methylbenzodioxepinone สารที่พบการันตีว่า กลิ่นมันเหมือนท่าน้ำไม่มีผิด ผมชอบนั่งเรือจากท่าราชวงศ์ มาแถวๆเทเวศน์ หรือไม่ก็ท่าน้ำนนท์เลย เนื่องจากผมชอบสูดกลิ่นแม่น้ำเจ้าพระยา กลิ่นที่หลายคนชอบเถียงว่ามันเน่าไปแล้ว แต่หากจมูกของคุณแยกกลิ่นได้จริง มันเป็นกลิ่นสายน้ำที่มีศักดิ์ตระกูลดีมาก ให้ความรู้สึกชั้นสูง และสมควรถูกนำมาทำเป็นน้ำหอมแห่งราชวงศ์ยิ่งนัก


   Calone น่าจะเป็นองค์ประกอบหลักที่ให้กลิ่นหอมสดชื่นแบบสงบๆ แต่ใช้เพียงกลิ่นนี้กลิ่นเดียวจะประกอบออกมาเป็นกลิ่นน้ำๆได้นะครับ ผมยังสัมผัสถึงกลิ่นเครื่องเทศที่ไม่ฉุนเจืออยู่ด้วยนิดๆอย่างเช่นกลิ่นของ Anethole ซึ่งเป็นสารองค์ประกอบหลักในโป๊ยกั๊ก และกลิ่นของสาร Kephalis, Iso ESuper, Adoxal ซึ่งเดิมทีถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของกลิ่นไม้ ... แต่ผมอยากให้ทุกท่านไปลองดมกลิ่นขอนไม้ที่ลอยตามน้ำมาดูสิ นั่นแหละกลิ่นน้ำของจริงครับ ... มากยิ่งกว่ากลิ่นน้ำแท้ๆเสียอีก


   น้ำหอมแบรนด์ดังๆหลายๆยี่ห้อมักต้องใช้กลิ่นน้ำๆผสมอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เพื่อเหตุผลการปรับกลิ่นให้ละมุน และสดชื่น ไม่ปวดหัวจนเกินไป .. อย่างเช่น Leau'd' Par pour Homme ของ KenZo เป็นน้ำหอมกลิ่นน้ำที่ผสานเข้ากับกลิ่นไม้ และให้ความรู้สึกสะอาดเหมือนกระดาษเปียกน้ำ .... Cool Water ของ Davidoff เป็นน้ำหอมอมตะที่เป็นตัวแทนของน้ำหอมธาตุน้ำจนปัจจุบัน ก็หนีไม่พ้นจากการใช้ธาตุไม้ ผสมธาตุน้ำ (Calone และ i-Bornyl acetate)


   หากจะถามถึง essential oil ที่ให้ความรู้สึกชุ่มฉ่ำเหมือนน้ำล่ะก็ ผมก็หาคำตอบมาไว้ให้แล้วครับ Oakmoss Resinoid, Anise, Mint ชนิดต่างๆ, lavender ก็สามารถใช้ตกแต่งกลิ่น top note ของน้ำหอมธาตุน้ำได้เช่นกัน


   ลองผสมตามสูตรข้างล่างนี้ เพื่อเข้าถึงบรรยากาศของธาตุน้ำครับ


   1. Oakmoss Resinoid 0.1 หยด


   2. Lavender 100% (steam dist.) 2 หยด


   3. White Champaka 0.2 หยด 


   4. Anise 3 หยด


หากมีข้อสงสัย เชิญที่


www.KenGSoHigH.com






Free TextEditor




 

Create Date : 21 มิถุนายน 2553   
Last Update : 21 มิถุนายน 2553 13:20:49 น.   
Counter : 740 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

Thai-SkY
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




[Add Thai-SkY's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com