Group Blog
All Blog
ตามรักข้ามเวลา...บท 8/2




เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่ามินตราจะขึ้นมาบนห้องเขาซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นอารมณ์ของธันว์ก็เย็นลงมากแล้ว เมื่อทำใจไว้แล้วว่าจะตัดคู่ควงทุกคนออกไปจากชีวิต ก็ไม่ควรใส่ใจกับภาพถ่ายที่ถูกลบทิ้งเหล่านั้น ตอนที่มินตราเดินเข้ามา เขาจึงพิมพ์งานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างใจเย็น และเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเด็กสาว เขาก็หมุนเก้าอี้ไปเผชิญหน้า ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่มินตราถามขึ้น

“พี่ธันว์มีอะไรใช้มิ้นหรือเปล่าคะ”

ผู้ที่แก่วัยกว่าถอนหายใจเมื่อเห็นสีหน้าของเด็กสาว ด้วยใบหน้าหวานนั้น...สดใส ดูไม่เป็นพิษเป็นภัย และที่สำคัญมีแต่แววตาเทิดทูนให้กับตัวเขา ที่สุดธันว์จึงกล่าวเสียงอ่อนๆ “นั่งที่ปลายเตียงสิ หรือจะลากเก้าอี้ที่โต๊ะเครื่องแป้งมานั่งก็ได้”

มินตราเลื่อนเก้าอี้มานั่งหน้าเขาและเฝ้ามองด้วยสายตาตั้งคำถามเงียบๆ

ธันว์เริ่มต้นขึ้นว่า “ไหนมิ้นเคยบอกว่าไม่ได้ยุ่งอะไรกับข้าวของของพี่แล้ว นอกจากกระปุกหนูตะเภานั่น”

เด็กสาวหน้ามุ่ย “แล้วพี่ธันว์เห็นว่ามิ้นยุ่งอะไรอีกละคะ”

ธันว์ชูซีดี “ไหนบอกพี่สิ เจ้าซีดีแผ่นนี้มันมาได้อย่างไร แล้วทำไมรูปถ่ายในเครื่องคอมพ์พี่หายเกลี้ยง” เขาถามอย่างอดทน น้ำเสียงราบเรียบ

มินตรายิ้มแหยๆ เธอลากเก้าอี้ไปชิดอีกฝ่าย เอื้อมมือไปนวดขาอย่างประจบ พลางว่า “มิ้นก็ว่าจะบอกพี่อยู่เหมือนกัน แต่ลืมไป พี่เจอก็ดีแล้ว คืออย่างนี้นะคะ เมื่อวานตอนที่มิ้นเข้ามาในห้องพี่ มิ้นกะว่าจะใช้คอมพ์เพื่อเปิดเพลงเล่นไปด้วยระหว่างทำความสะอาดห้อง แต่ทีนี้คอมพ์มันเล่นช้ามากๆ มิ้นคิดว่าคงเพราะหน่วยความจำเครื่องไม่พอ เลยคลิกๆ โปรแกรมดู พบว่าเจ้าภาพพวกนั้นกินเนื้อที่มากที่สุด มิ้นก็เลยจัดการทำความสะอาดเครื่องให้ แล้วมิ้นก็คิดว่าพี่อาจจะยังใช้ประโยชน์จากภาพพวกนั้นอยู่ ก่อนลบก็เลยจัดการไรท์ลงแผ่นซีดีให้พี่ มิ้นปรารถนาดีกับพี่อย่างนี้แล้ว พี่ยังคิดจะดุมิ้นได้ลงหรือคะ” มินตราถามด้วยน้ำเสียงละห้อย

“ปรารถนาดีแต่ประสงค์ร้ายน่ะสิ คอมพ์พี่หน่วยความจำมากมาย ฟังไม่ขึ้นเลยแม่ตัวยุ่ง บอกเหตุผลมาตรงๆ ดีกว่าว่าลบทำไม ถ้ายังตอบเลี่ยง และเฉไฉไปน้ำขุ่นๆ อย่างนี้ พี่จัดการเราแน่”

มินตราทำปากยื่นอย่างงอนๆ “พี่จะจัดการมิ้นได้ลงหรือคะ ใจคอคิดจะทำโทษมิ้นเชียวเหรอ ในเมื่อเราตกลงคบหาเป็นแฟนกันแล้ว”

ธันว์แยกเขี้ยว “บอกความจริงมาตรงๆ แล้วพี่จะยกโทษให้”

เด็กสาวทำหน้าชั่งใจ “ถึงมิ้นจะบอกความจริงไป พี่ก็คงไม่เชื่อ แล้วอย่างนี้มิ้นควรจะบอกพี่หรือคะ?”

“อย่ามาทำหัวหมอกับพี่ ยังไงเราก็ต่อรองกับพี่ไม่ได้ เพราะผิดเต็มประตู บอกเหตุผลมาซะดีๆ ว่าทำไมต้องลบรูปถ่ายพวกนั้น ถ้าขืนยังพูดโยกโย้ ใช้ลูกเล่นแพรวพราวอย่างนี้ พี่จัดการกับเราแน่”

มินตรายิ้มแหยๆ “พี่จะจัดการกับมิ้นได้ลงคอจริงๆ น่ะ มิ้นเป็นแฟนพี่นะ”

“ยิ่งเป็นแฟน ยิ่งต้องกำราบ” ธันว์โต้กลับทันควัน แฟน... คำๆ นี้ช่างอ่อนหวาน ในชีวิตเขาไม่เคยใช้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน เพราะยังไม่คิดที่จะจริงจังกับใคร แต่ในเวลานี้กลับถูกทวงถามสถานะนั้นจากเด็กสาวที่เขาเพิ่งเจอหน้าได้ไม่ถึง 3 วัน

ก็แปลกดี... นึกแล้วลอบสำรวจใบหน้าสะสวยและเยาว์วัยของมินตราเงียบๆ

“โห...มีอย่างนี้ด้วย มิ้นกะจะเซ็นสัญญากำราบผู้ชายเจ้าชู้อย่างพี่ก่อนนะ ไหงพี่มาชิงกำราบมิ้นล่ะ”

ธันว์ทำตาโตลุกวาบ “นี่เราคิดจะเซ็นสัญญามัดมือชกเพื่อกำราบพี่เหรอ ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะ ก่อนที่เราจะออกกฎมาควบคุมพี่ ไปหยิบปากกากับกระดาษมาเซ็นข้อตกลงของพี่ก่อนเลย”

“อ้าว...” มินตราร้องคราง

“พี่บอกว่าไปหยิบปากกากับกระดาษมาเลย” ธันว์สำทับ เขาลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ตั้งใจจะเรียกเด็กสาวมาเตือนเรื่องอะไร

เด็กสาวหน้ามุ่ย ลุกไปหยิบกระดาษและปากกาบนโต๊ะทำงานของเขามาถือในมือเพื่อเตรียมจด

“จดตามคำบอกพี่”

มินตราบ่นอุบอิบ “ไหนใครว่าจะให้รางวัลถ้าล้างจานโดยไม่ทำตัวเองเจ็บตัว แล้วดู...เรียกมาทำโทษ คนอะไร พูดไม่จริง”

“บ่นอะไร” ธันว์เลิกคิ้ว

มินตราเงยหน้ายิ้มประจบ ทำตาไร้เดียงสา

ธันว์จิ้มหน้าผากกลมมน ก่อนว่า “รางวัลก็ส่วนรางวัล ทำโทษก็ส่วนทำโทษ แต่ตอนนี้เราต้องจดเงื่อนไขของพี่ก่อน”

“เจ้าค่ะๆ”

เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้านางสาวมินตรา มิชิแกน ตกลงที่จะเป็นแฟนกับนายธันว์ พาณิชยุภักดิ์ พร้อมทั้งยินดีที่จะรับข้อเสนอต่อไปนี้เพื่อปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น...” ธันว์ยิ้มด้วยแววตาใสซื่อเมื่อเห็นเด็กสาวเบิ่งตาโต “จดไปสิ”

มินตราก้มจดปลายปากกาด้วยมือข้างที่ไม่เจ็บซึ่งเป็นข้างที่ถนัด เธอเงยหน้าถามเมื่อจดเสร็จ “ถามจริง ที่มิ้นเป็นอยู่นี่ มันแลวร้ายตรงไหนถึงต้องให้ปรับปรุงให้ดีขึ้นน่ะ” ถามด้วยน้ำเสียงชวนหาเรื่อง

“นั่นข้อแรกเลย ห้ามถามแฟนด้วยน้ำเสียงหาเรื่อง”

“โห...เกินไปล่ะพี่ธันว์” เธอส่งเสียงโวยวาย

“จดไปเลยข้อแรก ห้ามถามแฟนด้วยน้ำเสียงชวนหาเรื่อง” ธันว์ย้ำ แต่เมื่อเห็นเด็กสาวตีหน้ายุ่ง ไม่ยอมจด เขาก็สำทับว่า “ไม่เอาน่า...พี่พยายามสอนการเป็นแม่บ้านแม่เรือนให้อยู่นะ อนาคตเวลาที่เราแต่งงานกันจะได้เป็นแม่ศรีเรือนที่ดีให้พี่ไง”

มินตราทำตาโต เธอก้มหน้างุดโดยไม่ถามอะไรอีก ภาพนั้นจุดรอยยิ้มขำบนเรียวปากธันว์

“ข้อต่อไปละคะ” เธอเงยหน้าถาม

“ข้อต่อไป สัญญาว่าจะไม่โกหกแฟน จะพูดความจริงทุกอย่างแม้ว่าจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายแค่ไหนก็ตาม”

มินตราชะงักมือที่กำลังจะจด เพียงครู่เดียวก็ลากปลายปากกาต่อด้วยจังหวะสม่ำเสมอ “ข้อต่อไปเลยค่ะ” เธอบอกโดยไม่เงยหน้ามองเขา

“ข้อสาม จะเชื่อฟังแฟนทุกอย่าง ไม่ดื้อ ไม่เอาแต่ใจ”

“เชื่อฟัง แต่เถียงได้ใช่ไหม” มือจดแต่ปากแซว

“ถ้าเถียง เขาจะเรียกว่าเชื่อฟังเหรอ”

“ก็เชื่อฟังอย่างมีเหตุผลไง ไม่ใช่หลับหูหลับตาเชื่อ นั่นเขาเรียกว่าไร้สติ ไม่เอาน่า...พี่ธันว์คงไม่อยากได้แฟนประเภทปัญญานิ่มสมองกลวงใช่ไหมคะ พวกชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ว่าตามกันทุกเรื่อง อย่างนั้นน่าเบื่อตาย ชีวิตคงขาดรสชาติพิลึก” ปากยังคงเถียงแม้ว่ามือจะจดตามคำพูดเขาทุกคำ เธอก็เป็นอย่างนี้แหละ ขอให้ได้โต้แย้งไว้ก่อน

ธันว์ทำหน้านิ่วเพราะไม่ทันไร เด็กสาวก็เริ่มเถียงเขาแล้ว

มินตราเงยหน้ามองเมื่อเห็นเขาทำหน้าตึง เธอก็ยิ้มประจบ “แหม...แค่แหย่น่า มิ้นจดตามคำบอกของพี่ทุกคำแล้วนะคะ”

“ไม่ใช่แค่จด แต่ต้องทำตามด้วย”

“เจ้าค่ะ...เจ้าค่ะคุณแฟนที่รัก แหม...เห็นแววสามีจอมเผด็จการรำไรนะนั่น”

ธันว์หน้าแดงก่ำ ขณะที่มินตราเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เธอยิ้มแหยๆ ตามมาด้วยการหัวเราะแห้งๆ ตบท้าย แล้วว่า “มิ้นพูดคะนองปากไปหน่อย ไม่ได้ตั้งใจหมายความตามนั้นหรอก พี่ธันว์ต้องเป็นสามีที่เยี่ยมมากแน่ๆ มิ้นเชื่ออย่างนั้น”

คนฟังรู้สึกร้อนวูบวาบทั่วใบหน้ามากยิ่งขึ้น ธันว์กระแอม “ไม่ใช่เรื่องเผด็จการ แต่เรื่องสามี...เราพูดคำนั้นออกมาได้อย่างไม่เคอะเขินเลย”

มินตราชะงัก “พี่ธันว์เขินกับคำว่าสามีหรือ? ว้าว...น่ารักจัง สามี..สามี มิ้นว่าคำนี้เป็นคำเบสิกออก เหมือนคำว่าภรรยา พี่ ป้า น้า อา ซึ่งเป็นคำนามทั่วไป”

ธันว์ชะงัก เขารู้แล้วว่าเด็กสาวพูดโดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะหมายความตามที่พูด ชายหนุ่มถอนหายใจเมื่อคิดว่าเขาผิดเองที่ดันคิดไปไกลกว่าความหมายของเด็กสาว เจ้าตัวกระแอมอีกคำรบแล้วว่า “งั้นจดข้อที่สี่ จะทำงานบ้านและงานครัวโดยไม่ก่อเรื่องให้ตัวเองเจ็บตัว”

มินตราก้มหน้าจดตาม ปากพึมพำว่า “และถ้าทำสำเร็จแฟนที่ชื่อธันว์คนนี้ จะให้รางวัลด้วยการจุ๊บทุกครั้ง”

“ข้อเสนอไม่เลวนะ งั้นเพิ่มไปด้วยก็ได้”

มินตราชะงัก เธอเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เด็กสาวยิ้มแหยๆ “จะเอาจริงเหรอคะ มิ้นแค่พูดเล่น”

“เสียใจ มันหลุดมาจากปากเราแล้ว เพราะฉะนั้นว่ากันตามนั้น”

มินตราเปลี่ยนมายิ้มหวานจ๋อย “คิดจะมาตลบหลังมิ้นเหรอ เสียใจ...ไม่สำเร็จง่ายๆ หรอก”

ธันว์ส่ายหน้า เรียวปากคลี่ยิ้มอ่อนโยน

“เสร็จแล้ว มีข้อต่อไปไหมคะ”

ธันว์นิ่งอย่างใช้ความคิด ครู่ต่อมากล่าวว่า “ข้อห้าเป็นข้อสุดท้าย สัญญาว่าจะทำตัวเรียบร้อย ไม่ทำเรื่องป่วนให้ตัวเองรวมถึงคนอื่นโดยเฉพาะแฟน เดือดร้อน”

มินตราขมวดคิ้ว ยังไม่ยอมก้มจดง่ายๆ “ฟังๆ ดูเหมือนพี่หวังดีกับมิ้นอยู่หรอกนะ แต่เจ้าประโยค... ไม่ทำเรื่องป่วนให้คนอื่นโดยเฉพาะแฟนเดือดร้อน พี่ว่ามันฟังดูทะแม่งๆ ไปไหม”

คนถูกถามตีหน้าไร้เดียงสา “แปลกตรงไหน ไม่เห็นแปลกเลย จดไปเถอะแม่ตัวยุ่ง”

มินตราทำหน้ายุ่งมากขึ้น เธอบ่นอุบอิบว่าเผด็จการ แล้วจึงยอมก้มหน้าจดตามคำบอกของเขา ครู่ใหญ่ต่อมา เจ้าตัวก็ยื่นกระดาษให้ “ตรวจทานได้เลยค่ะว่าเป็นไปตามที่พี่ต้องการหรือเปล่า”

ธันว์หยิบกระดาษไปอ่าน เขาพบว่าเด็กสาวจดตามคำบอกได้อย่างแม่นยำ ไม่ตกหล่น และไม่มีการปรับแต่งถ้อยคำหรือเสริมแต่งคำพูดของเขาแต่อย่างใด ชายหนุ่มรับปากกาจากมือเด็กสาวมาเขียนเพิ่มเติมว่า ‘ให้มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป’ จากนั้นก็เซ็นชื่อตัวเองต่อท้าย ก่อนจะส่งกระดาษคืนเด็กสาว

“เซ็นชื่อเราต่อท้ายลายเซ็นพี่ด้วย”

“เหมือนสัญญาทาสยังไงไม่รู้” มินตราแสร้งว่า มือตวัดปลายปากกาเซ็นชื่ออย่างว่องไว

“คราวนี้ทำตามสัญญาตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป ด้วยการบอกพี่มาตรงๆ ว่าทำไมถึงต้องลบรูปถ่ายของพี่ทิ้ง”

มินตราอ้าปากค้าง “อะไรยังไม่ลืมอีกหรือ”

“ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกแม่คุณ”

“แต่ในทางกฎหมาย เขาบอกว่านิติกรรมใดๆ จะไม่มีผลย้อนหลังกับเรื่องให้คุณให้โทษ”

“มินตรา…” ธันว์เรียกเน้นเสียง

มินตรายิ้มปะเหลาะ “มิ้นขอโทษ ก็แค่แหย่ อย่าโกรธเลยน่า...นะ นะ”

“บอกความจริงให้พี่รู้ได้หรือยังว่าทำไมถึงต้องลบรูปถ่ายพวกนั้นทิ้ง”

“ถ้ามิ้นบอกแล้วพี่จะไม่ดุ ไม่ทำโทษมิ้นหรือเปล่าล่ะ ถ้ารับปากก็โอเค”

ธันว์พยักหน้า “ก็ได้ นักโทษทำผิดครั้งแรกยังให้รอลงอาญา เพราะฉะนั้นกับเรา พี่ยกโทษให้ก็ได้” ธันว์พูดหน้าตาเฉย “บอกได้หรือยังว่าทำไมต้องลบ”

มินตรายิ้มแหยๆ “มิ้นไม่ชอบให้พี่ถ่ายรูปคู่กับผู้หญิงคนไหน ไม่อยากให้พี่เก็บรูปพวกนั้นไว้ในคอมพ์ เหตุผลทั้งหมดก็มีแค่นั้น” ยังคงมองเขาอย่างขยาดๆ “พี่สัญญากับมิ้นแล้วนะว่าจะไม่ดุ”

ธันว์นิ่งอึ้งกับคำตอบของเด็กสาว เขามองมินตราด้วยสายตาที่คาดไม่ถึง พูดไม่ออกไปเสี้ยววินาที “เราเกิดความรู้สึกนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ในเมื่อเราเพิ่งรู้จักกันด้วยซ้ำ” เขาอดถามตัวเองไม่ได้ว่ามินตราจะรู้ตัวเองบ้างไหมว่าสิ่งที่กำลังรู้สึกคือความหึงหวง แต่เขาไม่เข้าใจเลยว่าเธอเอาความรู้สึกอย่างนั้นมาจากไหน ในเมื่อพวกเขาเพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงอาทิตย์ ฉะนั้นธันว์จึงมองเด็กสาวอย่างระแวงแกมสงสัย แววตาเขาบอกถึงความไม่เข้าใจและแฝงคำถามอยู่ในที

“เรารู้หรือเปล่าว่าความรู้สึกที่กำลังเป็นอยู่ ถ้าเป็นคนรักกันเขาเรียกว่าหึงหวง แต่ถ้าแค่คนรู้จักกันธรรมดาๆ เขาเรียกว่าริษยา”

“ความรัก...ต่อให้เพิ่งเจอกันแค่วันเดียวหรือปีเดียว หากลงว่ารักแล้ว ความหมายก็ไม่แตกต่างกันหรอก” เธอโต้

“แต่เราจะมารักพี่ได้อย่างไร ในเมื่อเราเพิ่งเจอกัน พี่สงสัยเรื่องนี้ตั้งแต่หัวค่ำที่เราบอกรักพี่แล้ว”

มินตราหน้าซับสีเลือด “มิ้นบอกพี่ไม่ได้ ถึงตอนนี้ก็ยังยืนยันว่าบอกไม่ได้ มันไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่พี่จะรู้ เอาเป็นว่าเมื่อถึงเวลานั้นมิ้นจะบอกพี่เอง พี่ไม่ต้องห่วงไปหรอก”

“เรากำลังทำให้พี่สงสัยมากขึ้นนะ”

“อีกไม่นานพี่จะรู้ค่ะ อย่ากังวลไปเลย มิ้นไม่เป็นอันตรายกับพี่หรอก มิ้นไม่เคยคิดร้ายกับพี่ ขอให้สบายใจได้ และพี่จะเรียกความรู้สึกของมิ้นที่ลบรูปถ่ายของพี่ว่าอะไรก็ช่าง มิ้นไม่สนใจ ไม่อยากรับรู้และจะไม่ค้นหาคำตอบเพื่อมาอธิบายพฤติกรรมตัวเองให้วุ่นวายด้วย อย่างเดียวที่มิ้นจะบอกพี่ได้ ก็คือ มิ้นมีแต่ความปรารถนาดีให้พี่”

ธันว์นิ่วหน้าอย่างใช้ความคิด “ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มต้นกันใหม่ ก่อนอื่นบอกพี่ว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า อาจจะเป็นที่ไหนสักแห่งที่เราบังเอิญรู้จักกันแล้วพี่จำเราไม่ได้ หรือไม่ก็อาจเป็นเราที่รู้จักพี่ฝ่ายเดียวโดยที่พี่ไม่รู้จัก เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า?”

มินตราส่ายหน้า “อย่าพยายามเลยค่ะ ถึงยังไงมิ้นก็บอกพี่ไม่ได้ มิ้นให้สัญญาไปแล้วว่าถึงเวลาที่เหมาะสมมิ้นจะบอกพี่เอง”

“แล้วเมื่อไหร่จะถึงเวลานั้น”

“ไม่นานเลยค่ะ ครบ 7 วันที่เรารู้จักกันเมื่อไหร่ ทวงถามมิ้นได้เลย มิ้นจะสารภาพทุกอย่าง”

“ทำไมต้องรอ 7 วัน ทำไมไม่เป็นวันนี้วินาทีนี้ ทำไมต้องนานขนาดนั้น”

“ก็เพราะว่านั่นเป็นวันที่เหมาะสมที่สุดน่ะสิคะ ซึ่งรออีกไม่นานเลย แค่ 5 วันเท่านั้น” มินตราตอบโดยไม่ให้ความกระจ่างแก่เขา เธอยิ้มกว้างอย่างเอาใจแล้วเอ่ยเปลี่ยนเรื่องพูด “คราวนี้ถึงตามิ้นบ้างแล้ว เอาปากกาและกระดาษมาจดตามคำบอกของมิ้นซะดีๆ”

ธันว์อ้าปากค้าง ชั่งใจชั่วครู่ก็คว้ากระดาษและปากกามาเตรียมจด เจ้าตัวถอนหายใจเมื่อคิดว่าให้อย่างไรก็คงโน้มน้าวให้อีกฝ่ายใจอ่อนไม่ได้








Create Date : 29 เมษายน 2553
Last Update : 1 พฤษภาคม 2553 0:18:55 น.
Counter : 411 Pageviews.

6 comments
  
นางเองชื่อน่ารักจังเลย
อิอิ
ชื่อเหมือนหนูเลยอ้า
โดย: yopathum วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:3:10:30 น.
  
ชอบบทสนทนาระหว่างธันว์กับมิ้นท์ช่วงตอนทำสัญญากันจังเลยค่ะ น่ารักจริง ๆ
โดย: alanta IP: 202.149.29.82 วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:8:36:45 น.
  
เซ็นสัญญารัก

-"เจ้าคะๆ" ===>เจ้าค่ะๆ

-มัน(แลว)ร้ายตรงไหน ===>มันเลวร้ายตรงไหน
โดย: mimny วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:14:36:53 น.
  
เคยอ่านแล้วนิ เห็นว่าจะรวบเล่มไม่ใช่หรือ เรื่องเดิมชื่อข้ามเวลามาหารัก หรือรักข้ามเวลา ประมาณนี้ จำไม่ได้
โดย: พี่อ้น IP: 192.168.12.121, 58.137.207.252 วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:15:56:23 น.
  
เป็นการนำเรื่องเก่ามารีไรท์ใหม่เพื่อให้กระชับขึ้นค่ะ
โดย: คณิตยา วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:19:36:31 น.
  
จะอีกกี่ครั้งก็รู้สึกเอ็นดูหนูมิ้นทุกครั้งเลยค่ะ นางเอกของคุณอุ๋ยน่ารักจริงๆเลย ใครจะต้อนยังไงก็ไม่มีจนมุมเลย ลื่นไหลแบบเนียนๆไปเรื่อย อิอิ
โดย: pantan IP: 58.9.15.50 วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:20:19:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

คณิตยา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]









รู้จักคณิตยา/คีตฌาณ์

ก้าวสู่โลกแห่งการขีดเขียนในปี 2549 มีผลงานเป็นรูปเล่มกับสนพ.ในเครือสถาพรบุ๊คส์ทั้งหมด 11 เล่ม ไล่ตั้งแต่ รหัสทรชน ทางสายหมอก กุหลาบในเปลวไฟ ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ อริ...ที่รัก บอดี้การ์ด รักเพียงฝัน ตามรักข้ามเวลา ไฟรัก บันทึกแห่งรัก(the Book of Love) มิราเบลล์...ตราบคีตาบรรเลง เป็น 1 ในนิยายชุดแด่เธอที่รัก สาปรัก และใต้ปีกรัก

รหัสทรชน เป็นละครทางช่อง 3 เมื่อปี 2554 แสดงโดย เคน และชมพู่ สร้างโดยค่ายยูม่า และ ไฟรัก ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นภาษาเวียดนาม วางแผงเดือนสิงหาคม 2556



พูดคุย ทักทาย แลกเปลี่ยนความเห็น และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง fb โดยกดไลค์เป็นแฟนเพจได้ทาง https://www.facebook.com/keetacha?ref=hl ขอบคุณค่ะ

---------------


ตอนนี้อุ๋ยทยอยนำนิยายที่หมดลิขสิทธิ์กับพิมพ์คำไปวางจำหน่ายในรูปแบบ E-book บนเว็บ ebooks และเว็บ Mebmarket ค่ะ

ใต้ปีกรัก...ราคาอีบุ๊ก 179 บาท

บันทึกแห่งรัก...ราคาอีบุ๊ก 255 บาท จากราคาปก 310

ไฟรัก...ราคาอีบุ๊ก 279 บาท จากราคาปก 350 บาท

กุหลาบในเปลวไฟ...ราคาอีบุ๊ก 230 บาท



รหัสทรชน ราคาอีบุ๊ก 200 บาท จากราคา 300 บาท 673 หน้า





ทางสายหมอก ราคาอีบุ๊ก 265 บาท จากราคา 280 บาท 690 หน้า



ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ ราคาอีบุ๊ก 125 บาท จากราคา 180 บาท 360 หน้า



รวมเรื่องสั้น...ฉบับวัยหวาน ราคาอีบุ๊ก 45 บาท จากปก 55 บาท



อริ...ที่รัก ราคาอีุบุ๊ก 195 จากปก 240 บาท



หวานใจ...บอดีการ์ด...ราคาอีบุ๊ก 145 บาท จากปก 180 บาท



รักเพียงฝัน...ราคาอีบุ๊ก 225 จากปก 250 บาท



ตามรักข้ามเวลา...ราคาอีบุ๊ก 240 จากปก 270 บาท





















New Comments