Group Blog
 
All blogs
 

พนันเรียนพนันรัก




พนันเรียนพนันรัก...คณิตยา





“นายกล้าดียังไงถึงมาอ่อนข้อให้ชั้นนายน็อต”

นรติเงยหน้าจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นบู๊ล้างผลาญขึ้นมามองเด็กสาวใบหน้าจิ้มลิ้มผมหน้าม้าหุ่นทอมบอยหัวโจกประจำชั้น ตรงหน้า

“คราวนี้อะไรอีกล่ะ” เขาทำหน้าหน่ายหน่อยๆ เมื่อเอ่ยถามหล่อน นักเรียนร่วมห้องต่างทยอยกลับบ้านกันหมดแล้วเพราะเลยเวลาเลิกเรียนมาเกือบ 10 นาที ในห้องจึงเหลือเพียงเขากับหล่อน แม่สาวห้าวเกินตัวคนนี้ ที่จริงตัวหล่อนไม่สูงนัก เล็กนิดเดียวเมื่อมาเทียบกับเขา เตี้ยกว่าเขาเกือบ 2 คืบด้วยซ้ำ แต่กล้าทำกร่างใส่เขาซึ่งเป็นนักบาสเก็ตบอลประจำโรงเรียน

“อะไรอีกล่ะ” เกียรติยาจีบปากจีบคอเลียนเสียงเขา จนเขาต้องอมยิ้มในความเอาเรื่องของเธอ “หนอยมาทำไก๋ นายรู้อยู่แก่ใจนะนายนรติ”

“รู้อะไรล่ะเกี้ยว”

“ก็เรื่องที่นายอ่อนข้อให้ชั้นวิชาฟิสิกส์ไง นึกหรือว่าถ้านายไม่อ่อนข้อให้ แล้วชั้นจะเอาชนะนายไม่ได้” เธอหมายถึงคะแนนเก็บครั้งสุดท้ายที่ผ่านมานั่นเอง

“นึกว่าเรื่องอะไร ก็แค่คะแนนเก็บไม่ใช่หรือ มีผลต่อจีพีเอไม่กี่มากน้อย ถ้าจะคุยกันผมว่าเดินคุยกันไปดีไหม เพื่อนๆ เขากลับกันหมดแล้ว” นรติกล่าวพร้อมกับจัดกระเป๋าไปพลาง

“ไม่ ชั้นจะเสียเวลากับนายไม่กี่นาทีเท่านั้น” เกียรติยาแย่งหนังสือมาจากมือเขา ไม่เข้าใจนัก..ท่าทางเขาก็ไม่สนใจการเรียน เวลาว่างก็เห็นขลุกแต่กับบาสฯ หรือไม่ก็หนังสือการ์ตูน แต่ทำไมคะแนนเขาถึงออกมาดีนะ เทอมนี้คะแนนเก็บเขานำเธอไป 3 วิชาแล้ว

“ก็ได้พูดไปซิ” เขาว่าง่ายๆ แล้วทรุดนั่งบนเก้าอี้ตามเดิม ตาสีน้ำทะเลมองใบหน้าจิ้มลิ้มขำๆ เขากำลังคิดว่าเธอคงน่ารักกว่านี้หากเปลี่ยนทรงผมจากผมหน้าม้าเป็นผมทรงอื่นเหมือนที่นักเรียนหญิงคนอื่นๆ ทำกัน เช่น ผมยาวเคลียไหล่ หรือซอยสั้นเหมือนเด็กญี่ปุ่น

“เพราะอะไร นายต้องอ่อนข้อให้ชั้น ถ้านายไม่อ่อนข้อชั้นก็ชนะนายอยู่แล้ว”

“รู้ได้ไงว่าผมอ่อนข้อ ผมอาจจะอ่อนวิชาฟิสิกส์ก็ได้ไม่ใช่หรือ”

“โกหก พี่กู้บอกชั้นหมดแล้ว นายมีอะไรจะปฏิเสธอีกไหมล่ะ”

นรติชะงัก เมื่ออาทิตย์ก่อนกีรติพี่ชายของเกียรติยาบอกเขาว่าเธอคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือเป็นบ้าเป็นหลังเพื่อเอาชนะเขา เขาสงสารเธอจึงยอมอ่อนข้อให้ ที่จริงเขาไม่ตั้งใจแข่งเรียนกับเกียรติยานักหรอก เพียงแต่เขาเรียนดีอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว มีแต่เธอที่อยากเอาชนะเขา

“ทำไมถึงเกลียดผมนัก ผมจำได้ว่าตั้งแต่ผมย้ายเข้ามาเรียนที่นี่ ผมยังไม่เคยทำอะไรให้คุณขัดใจเลยซักครั้ง แต่คุณคอยงัดข้อกับผมตลอด” นรติตั้งข้อสังเกตขึ้น

“รู้ได้ไงว่าไม่เคยทำให้ชั้นขัดใจ” เกียรติยาสวนกลับทันที

ภาพที่อาจารย์และเพื่อนนักเรียนห้อมล้อมเขาผุดขึ้นมาในความคิด เดี๋ยวนี้ใครๆ ต่างยกย่องให้เขาเป็นติวเตอร์ ทั้งๆ ที่ตำแหน่งนั้นเคยเป็นของเธอมาก่อน เขาเป็นขวัญใจของทุกคนแม้แต่รุ่นน้องยังถูกเขาร่ายมนต์นั่งริมสนามคอยเชียร์เขาเล่นบาสฯ ทุกเย็น

นรติเลิกคิ้วสูงอย่างไม่เข้าใจนัก “ผมทำอะไรให้คุณขัดใจ”

“นายทำให้ชั้นเรียนอ่อนลง ชั้นเคยเป็นที่หนึ่งของห้องตลอดมา แต่พอนายเข้ามาใครๆ ต่างมาโอ๋นาย
นายทำให้ชั้นหมดความสำคัญลง”

อ้อ.. นรติลากเสียงในใจ เพราะเหตุนี้เองหรอกหรือ ใจนึกแต่ปากตอบไปอีกทางว่า “คุณไม่ได้เรียนอ่อนลง คุณเรียนเก่งเหมือนเดิม เพียงแต่ผมไอคิวสูงกว่าคุณเท่านั้น”

“หมายความว่าไงที่พูดอย่างนี้ แน่ใจแล้วหรือที่พูดออกมา” เกียรติยาตวาดแว้ด แล้วกระชากคอเสื้อเขาหมับ เขาเพียงแต่ปัดมือหล่อนเบาๆ แน่นอนมันยังเกาะหมับอยู่แน่

“เอาอย่างนี้ไหมล่ะ ถ้าเทอมนี้จีพีเอคุณสูงกว่าผม ก็พิสูจน์ได้ว่าคุณเก่งกว่าผม แต่ถ้าต่ำกว่านั่นแสดงว่าคุณแพ้ผม และถ้าแพ้คุณต้องเป็นแฟนผม”

“ได้ แต่ถ้านายแพ้นายต้องเป็นคู่ซ้อมให้ชั้นเหมือนกัน เป้านิ่งกระสอบทรายน่ะเข้าใจไหม” เกียรติยาจิ้มอกเขาแรงๆ

“คิดให้ดีก่อนนะ” เขาเตือนเธอ “เป็นแฟนผมจนกว่าผมจะเบื่อนะไม่ใช่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว”

“แน่นอน หรือว่านายกลัวที่จะต้องเป็นกระสอบทรายให้ชั้น”

“ไม่อยู่แล้ว” เขายื่นข้อมือให้เธอจับเป็นทีรับคำท้าพนัน แต่จอมเฮี้ยวของเขายอมแตะเพียงปลายนิ้วเขาเท่านั้น


====================



“จำเป็นด้วยหรือเกี้ยวที่ต้องอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำไม่เห็นเดือนเห็นตะวันอย่างนี้”

กีรติวางแก้วโกโก้ที่แม่ชงให้น้องสาวมาวางให้ตรงหน้า แล้วจึงทรุดนั่งตรงข้ามเกียรติยา ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาเขาเฝ้าสังเกตน้องสาวมาตลอด ยิ่งใกล้เวลาเอนทรานซ์เท่าไหร่น้องสาวเขายิ่งคร่ำเคร่งกับหนังสือมากขึ้นเท่านั้น แทบจะไม่ผละไปจากกองหนังสือด้วยซ้ำถ้าไม่เป็นเวลาทานข้าว

“เพื่อนๆ โทรมานัดไปเที่ยวไปดูหนังก็ไม่ยอมไป พบปะเพื่อนฝูงบ้างเถอะ จบแล้วก็ต้องแยกย้ายไม่ได้เจอกันอีก”

เกียรติยาถอดแว่นตาวางบนหนังสือ เธอยกโกโก้หอมกรุ่นขึ้นจิบ ขณะมืออีกข้างยกขึ้นนวดขมับ “ไม่ได้ซิคะเดี๋ยวแพ้นายน็อต เกี้ยวไม่ยอมแพ้นายนั่นหรอก”

เขามองใบหน้ายาวรีของน้องสาวอย่างเห็นใจ ใบหน้านั้นสวยหวานและฉายแววว่าสวยคมเฉี่ยวเมื่อเติบโตเป็นหญิงสาว เกียรติยานิสัยดีเอื้อเฟื้อกับเพื่อนทุกคน แต่ยกเว้นกับนรติคนเดียวที่เธอคอยหาเรื่องเอาชนะคะคาน ครูประจำชั้นของเกียรติยาซึ่งเป็นแฟนเขาบอกอย่างนั้น

แต่เขาพอจะเข้าใจนิสัยเกียรติยา น้องเขาถูกพะนอจนเคยตัว เอาแต่ใจเพราะทุกคนคอยลงให้ก็แม้แต่ครูและเพื่อนนักเรียนด้วยกันยังคอยเอาใจนี่นะไม่รู้หลงเสน่ห์อะไรน้องสาวเขา เมื่อมาเจอคู่ปรับอย่างนรติที่ไม่ยอมลงให้ในทุกเรื่อง ขานั่นจึงกระเง้ากระงอดและเขาก็รู้สึกผิดนิดหน่อยที่เป็นคนยุนรติให้เอาชนะน้องเขา

เขานึกถึงเด็กหนุ่มลูกครึ่งน้องของคนรัก นรติเป็นเด็กดีเอาการเอางาน เขามาสมัครเป็นเด็กเสิร์ฟในช่วงพาร์ทไทม์ของผับเขา น็อตคงติดนิสัยทำงานควบคู่กับการเรียนมาตั้งแต่ตอนอยู่เมืองนอก

“แพ้แล้วไง พี่ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน ดีซะอีกจะได้รู้จักรสชาติเพิ่มอีกรส เรารู้แต่รสสมหวังมาตลอดแล้ว” กีรติต้องยอมรับว่าน้องเขาเก่งและฉลาด หากหล่อนตั้งใจทำอะไรแล้วงานนั้นก็ไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง อย่างเอ็นท์ครั้งนี้เขาเชื่อมั่นว่าน้องเขาต้องติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ สมความตั้งใจแน่

“เป็นซิคะ ถ้าแพ้เกี้ยวต้องเป็นแฟนหมอนั่น เกี้ยวไม่เอาด้วยหรอก เกลียดจะตาย” เกียรติยาย่นจมูกจนเขาต้องแกล้งบีบจมูกโด่งปลายเชิดนั่นอย่างมันเขี้ยว

“นี่ท้าพนันกันด้วยหรือ คิดยังไงถึงท้าพนันเป็นแฟนกันเนี่ย” กีรติถามอย่างสนใจ

“หมอนั่นซิคะท้าก่อน หนอยนึกหรือว่าชนะเค้า คอยดูเถอะนายนั่นต้องเป็นคู่ซ้อมให้เกี้ยว เกี้ยวก็หนึ่งใน
ตองอูรู้จักเกี้ยวน้อยไปล่ะ”

“พี่ว่าเป็นแฟนน็อตก็ไม่เลวนี่ น็อตเป็นเด็กดีเอาการเอางาน โตขึ้นพี่ว่าต้องได้เป็นหมอสมใจแน่ เราก็จะฝากผีฝากไข้ได้ไง อีกอย่างถ้าเรามีแฟนจะได้เป็นผู้หญิงกับเขาขึ้นมาบ้าง นี่อะไรกร่างยังกับเด็กผู้ชาย มีอย่างที่ไหนอยู่ชมรมมวยสากล มีผู้หญิงที่ไหนบ้างฮึจะเซี้ยวอย่างเรา”

“มีก็แล้วกัน ถ้าไม่มีก็ไม่เกิดชมรมนี่หรอก ฮึถึงยังไงเกี้ยวไม่ยอมแพ้เขาหรอก เสียหน้าตาย หมอน่ะถ้าเกี้ยวจะเป็นเกี้ยวก็เป็นได้ แต่เกี้ยวชอบวิศวะมากกว่า” เธอกล่าวอย่างปรามาส

“คำก็เกลียดสองคำก็เกลียด ถามจริงๆ เกี้ยวเคยถามตัวเองบ้างไหมว่าทำไมถึงเกลียดน็อตนัก” กีรติถามน้องยิ้มๆ

เกียรติยาชะงัก เพราะจริงๆ แล้วเธอก็ไม่เคยหยุดถามตัวเองซักครั้งนั่นแหละว่าทำไมถึงไม่ชอบเขานับตั้งแต่เขาย้ายเข้ามาเรียนมัธยมหกที่นี่ แต่เกียรติยายังสงสัยว่าถ้าถามแล้วตัวเธอจะได้คำตอบไหม

“เราน่ะอิจฉาน็อตรู้ตัวบ้างหรือเปล่า เห็นเขาเป็นขวัญใจของทุกคนแล้วทนไม่ได้” กีรติแกล้งว่า ผลคือเขาถูกน้องสาวดุนหลังออกมาจากห้องทันทีที่พูดจบ ที่จริงน่าจะพูดว่าผลักออกมาน่าจะถูกต้องกว่า

“ไม่จริง เกี้ยวไม่ใช่คนอย่างนั้น ไปเลยนะพี่กู้ ถ้าจะมาแหย่เกี้ยวอย่างนี้ เกี้ยวไม่ชอบ” เธอได้ยินเสียงหัวเราะของพี่ชายอยู่หลังประตู

ร้ายจริง เพราะอย่างนี้ซิครูชิตาถึงไม่ยอมโอเคด้วยซักที…เกียรติยาย่นจมูกใส่ประตู


====================




“เห็นเกี้ยวบอกว่าเธอท้าพนันเขาเรื่องเรียน คิดยังไงถึงไปท้าอย่างนั้น เกี้ยวเป็นนักมวยหลายเหรียญทองอยู่นะ ไม่นับโล่ที่อยู่ในห้องโถงอีก ถ้าเธอแพ้ตัวน่วมแน่หมัดยัยนั่นหนักอยู่นะน็อต”

นรติชะงักจากการเลี้ยงลูกบาสฯ นิดหนึ่ง เขาตบลูกบาสฯ ให้กระดอนแล้วโยนลงห่วงโดยไม่ต้องเล็ง ลูกบาสฯ หมุนวนสามรอบแล้วจึงยอมลงห่วงอย่างไม่เต็มใจนัก เขาวิ่งไปเกี่ยวลูกมาเลี้ยงแล้วโยนลงห่วง ทำอย่างนี้อยู่สามครั้งจึงส่งไปให้กีรติ

เขาชวนแฟนพี่สาวมาเป็นเพื่อนซ้อม เพราะเขาจะแข่งบาสฯในอีกสองเดือนข้างหน้านี้แล้ว

“อ่านหนังสือเตรียมสอบไปถึงไหนแล้ว” กีรติยาโยนลูกบาสฯ ส่งคืนให้น็อตและเปลี่ยนคำถาม เมื่อเห็นว่าคำถามแรกไม่ได้รับคำตอบแน่แล้ว

“ยังไม่ได้เริ่มเลยฮะ”

“อะไรนะ เธอนอนใจเกินไปแล้ว เกี้ยวเขาอ่านจบไปหลายรอบแล้ว เค้าคร่ำเคร่งมากเลยนะ อ่านตั้งแต่สองทุ่มยันตีสาม”

“ขนาดนั้นเชียวหรือครับ” เขารู้สึกตกใจนิดหน่อยที่เธอเอาจริงเอาจังขนาดนั้น เขาชะล่าใจเกินไปหรือเปล่า เห็นทีต้องเริ่มอ่านหนังสือจริงจังแล้วกระมังหากอยากได้เกียรติยาเป็นแฟน

“ใช่ พี่เห็นเค้าคร่ำเคร่งเกินไปอย่างนี้แล้ว ไม่สบายใจเลยเดี๋ยวล้มป่วยขึ้นมา”

“จะเปลี่ยนใจหรือฮะ พี่กู้เองที่ยุผมให้ปราบเธอ” นรติเตือนความจำ ขณะลอยตัวขึ้นชู้ด

“ก็ใช่ พี่เป็นคนยุเธอ แต่ถ้าเค้าต้องล้มป่วยพี่คงรู้สึกผิด”

“ใจเสาะ ผมยังไม่เริ่มอ่าน พี่จะกลัวอะไร แล้วเกียรติยาก็แข็งแรงเธอไม่ล้มป่วยลงง่ายๆ หรอกครับ” เขาโยนลูกบาสฯ ใส่หน้านายจ้างที่เขานับถือดังพี่ชาย แล้วเดินไปทรุดนั่งที่ม้านั่งข้างสนาม สามชั่วโมงที่เขาซ้อมมาตลอดเวลาสามารถเรียกเหงื่อจากกายเขาได้มากพอสมควร เขายกผ้าขนหนูขึ้นเช็ดหน้า เหลียวไปมองคนรักพี่สาว ขานั้นไม่มีเหงื่อซักหยด ก็น่าอยู่หรอกยืนเฉยไม่ออกแรงวิ่งเลย ถ้าจะมีเหงื่อบ้างก็น่าจะมาจากการอยู่กลางแดดมากกว่าจะมาจากการเป็นเพื่อนซ้อมของเขา

“งั้นพี่ต้องเป็นห่วงเธอซินะถึงจะถูกน็อต” กีรติมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนรติ เห็นจมูกโด่งตรงเป็นส่วนที่เด่นที่สุด รองลงมาเป็นตาสีฟ้าและปากบางสีอ่อนตามธรรมชาติ ดังเด็กที่พลานามัยสมบูรณ์ทั้งหลาย

“เพราะยัยเกี้ยวเขามั่นใจในตัวเองมาก” กีรติสำทับยิ้มๆ

“หรือครับ” นรติยิ้ม นึกถึงใบหน้าจิ้มลิ้มเจ้าของผมหน้าม้า นิสัยเกียรติยาไม่เคยเปลี่ยน ตอนเรียนอนุบาลเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น เขายังจำได้ว่าเธอไม่เคยยอมแพ้เขามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทั้งเรื่องเรียนหรือเรื่องกีฬา แต่เขาสงสัยว่าเธอจะยังจำเขาได้ไหม… คงจำไม่ได้เพราะตอนนั้นเธอเด็กมาก ได้เรียนด้วยกันก็เพียงปีเดียว เขาก็ต้องย้ายตามพ่อไปอยู่ต่างประเทศภายหลังที่ท่านหย่าร้างกับแม่ พี่ชิตาอยู่กับแม่ขณะที่เขาอยู่กับพ่อ ทว่าเขายังไม่เคยลืมเธอนับตั้งแต่จากเมืองไทยไป เหตุนี้เขาจึงขอพ่อกลับมาเรียนต่อที่เมืองไทยอีก ภายหลังจบมัธยม 5 เพื่อจะกลับมาอยู่จังหวัดเดียวกับเธอ

“ไม่สะดุ้งสะเทือนเลยนะ ถามจริงเถอะไปท้าพนันกับเขาทำไม รักชอบเกี้ยวรึก็เปล่า”

“ใครบอกไม่รัก” กีรติลุกขึ้นเก็บสัมภาระ “ผมรักเธอมาตั้งแต่สมัยอนุบาล พี่กู้คงจำได้ผมเคยเรียนอนุบาลกับเขาหนึ่งปี”

“เธอทำให้พี่ตกใจนะน็อต นั่นมันนานมาแล้วนี่ 4-5 ขวบด้วยซ้ำมั้ง”

“ก็ไม่แปลกนี่ครับ ผมประทับใจเค้าไม่ลืม ผมยังจำเขาได้เสมอ เพราะเหตุนี้ผมจึงขอพ่อกลับมาเรียนเมืองไทย”

“พี่ว่าเกี้ยวได้คู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อแล้วล่ะ เราเหมาะกับยัยเกี้ยว พี่อยากให้เราชนะพนันนะ” เขาตบบ่า นรติเบาๆ

“แน่นอนครับ ผมก็ไม่อยากเป็นกระสอบทรายให้เธอเล่นงานเหมือนกัน”


====================



วันนี้เป็นวันพิเศษหลายโอกาสด้วยกัน เป็นทั้งวันจบการศึกษา วันประกาศผลการเรียน และวันประกาศผลชนะเลิศบาสเก็ตบอลอย่างเป็นทางการ โรงเรียนเธอชนะเลิศและเพราะเหตุนี้นักบาสเก็ตบอลจึงไปรวมตัวกันที่สนามหญ้าและเลี้ยงฉลองกันอย่างสนุกสนาน มีทั้งอาจารย์และนักเรียนมากมายที่ไปร่วมสนุกกันที่สนาม

สายตาเธอสอดส่ายเห็นเขาจนได้ รุ่นน้องกำลังหันหลังให้เขาเขียนอะไรให้อยู่บนหลังเสื้อ เธอมองรอบโรงเรียนรู้สึกอาลัยอาวรณ์โรงเรียน อาจารย์ และเพื่อนๆ เป็นครั้งแรก เพื่อนหลายคนต่างแลกเสื้อเขียนคำอาลัยให้แก่กัน บางคนกำลังแลกเปลี่ยนรูปถ่ายเป็นที่ระลึก บ้างก็กำลังจับกลุ่มกันถ่ายรูปตามซุ้มต่างๆ ดูแล้วเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก เธอละจากหน้าต่างเมื่อได้ยินเสียงออดดังเป็นสัญญาณเข้าห้องเรียน อีกไม่กี่นาทีเธอก็จะรู้ผลสอบแล้ว หัวใจเธออดเต้นระทึกไม่ได้

นรติละจากหน้าต่างเมื่อเห็นใบหน้าขาวๆผลุบกลับไปแล้ว เขาละกลับมาคุยกับนักเรียนหญิงรุ่นน้องว่า “พี่ต้องเข้าห้องเรียนแล้ว แค่นี้ก่อนล่ะกัน” เขาส่งปากกาคืนให้แล้วซอยเท้าถี่ๆ เข้าห้องเรียน

“ถ้าจิ๊กจะโทรไปหาบ้างได้ไหมคะ” เสียงเล็กๆ ตะโกนถามไล่หลัง เขาจึงหันมาโบกมือให้แทนคำตอบ

“ฮื่อ ชั้นคงไม่ได้เจอแกอีกนาน” นนทรีโผเข้ากอดเกียรติยาพร้อมทั้งร่ำไห้อย่างไม่มีน้ำตา

“ทำไม แกจะไปตายหรือยัยนน” เกียรติยาประชดเพื่อนขณะวาดแขนโอบตอบเพื่อน น้ำตาซึมขอบตาด้วยรู้สึกอาลัยอาวรณ์เพื่อนไม่ต่างกันนักเพียงแต่นิสัยเธอไม่ถนัดพิรี้พิไร

นนทรีได้ยินคำตอบเพื่อน เธอจึงหมดอารมณ์หวาน หันมาทรุดนั่งบนขอบโต๊ะอาทิตยาแทน

“เฮ้อ กว่าจะได้เจอกันอีกก็ไม่รู้เมื่อไหร่ ต่อไปต้องแยกย้ายกันไปเรียนคนละทิศคนละทางแล้ว” นนทรียัง
คงบ่นกระปอดกระแปด

“ก็เอนท์เข้าที่เดียวกันซิ” เกียรติยาแนะ

“จุฬาฯ น่ะหรือ ยังกะหมูๆ นักนี่ เทอมนี้จะรอดหรือเปล่ายังไม่รู้เลย สงสัยต้องกลับมาแก้ศูนย์ซะล่ะมั้ง”

“อย่ามาตีตนไปก่อนไข้น่า แกอาจผ่านไปได้ตลอดรอดฝั่งก็ได้ แล้วถ้าคิดถึงชั้นก็โทรมานัดเจอกันได้ นัดเจ้าอาร์ เจ้าเนย์ด้วยก็ได้ เอ๊ะ..ว่าแต่อาร์กับเนย์หายไปไหนนี่”

“ไปสนุกอยู่ข้างล่างมั้ง นู่นไงพูดถึงก็วิ่งหน้าตื่นมาโน่น ไงจ๊ะ ออดไม่ดังเป็นกลับเข้าห้องไม่ถูกใช่ไหม” นนทรีหันไปกระเซ้าเพื่อนทั้งสองคนที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง

เธอเหลือบตามองนรติที่เดินตามหลังมาติดๆ หน้าตาเขายังมีเศษครีมติดใบหน้า แม้ศีรษะจะชื้นเพราะเจ้าตัวทำความสะอาดแล้วก็ตาม นรติเงยหน้าขึ้นสบตาเกียรติยาชั่วครู่ เห็นเธอสะบัดหน้ากลับไปยังหน้าต่างด้านนอกเขาก็อมยิ้ม

“อาจารย์ชิตามาแล้ว” สิ้นเสียงของอาทิตยา เสียงจ้อกแจ้กจอแจเมื่อครู่ก็เงียบกริบลง ตามติดมาด้วยเสียงวิ่งตึงๆ เข้าที่นั่งประจำของแต่ละคน

“นักเรียนเคารพ”

อาจารย์ชิตาพูดอรัมภบทถึงงานกีฬาที่ผ่านมาแล้วจึงพูดเข้าเรื่อง เธอแสดงความยินดีกับผู้ที่จะสอบผ่านและจบการศึกษา และแสดงความเสียใจกับคนที่ต้องสอบซ่อมและกรอกแบบฟอร์มตั้งแต่ต้นเทอมว่าสอบซ่อม แล้วจึงพูดซักซ้อมถึงงานอำลาที่ทางโรงเรียนจะจัดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

เกียรติยาเหลือบตามองนรติที่นั่งอยู่ริมห้องอย่างไม่ตั้งใจ เห็นเขาเหลือบมองมาอยู่ก่อนแล้วและกำลังยิ้มให้ เกียรติยาจึงสะบัดหน้ากลับ และหันมาเจออาทิตยาที่กำลังส่งกระดาษอะไรให้

“อะไรน่ะ” เธอรับมาเปิดอ่านงงๆ

“ของน็อตน่ะ ส่งต่อๆ กันมา ขอโทษนะชั้นเปิดอ่านเมื่อกี้แล้ว” อาทิตายาป้องปากขอโทษ สีหน้าเธอไม่ได้เสียใจเหมือนกับคำพูดนัก

“…”

ถ้าอาทิตยาได้อ่าน แน่นอนว่าก่อนหล่อนต้องผ่านสายตาเพื่อนๆ อีกหลายสิบคนแน่ ก็เพื่อนเธอแต่ละคนเฮี้ยวๆ กันทั้งนั้น

..ไม่ว่าผลจะออกมาหัวหรือก้อย หลังฟังผลสอบไปทานเอ็มเคกับผมไหม ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ.. ลงชื่อนรติ เธอพับกระดาษกลับเช่นเดิม ไม่ได้เหลือบแลไปทางเขาซักนิด

“ผลอะไรหรือ มีอะไรลับลมคมในกันน่ะ เธอกับน็อตน่ะ” อาทิตยากระซิบปากถาม

“ไม่มีอะไรหรอก” เธอส่ายหน้า ตั้งใจฟังอาจารย์ชิตาที่กำลังประกาศผลสอบเต็มที่

“ดังนั้นที่หนึ่งของสายวิทย์เราคือนรติจ้ะสามจุดหกแปด เชือดเฉือนเกียรติยาไปเพียงศูนย์จุดศูนย์สาม เกียรติยาจ๊ะหนูได้สามจุดหกห้าจ๊ะ”

สิ้นเสียงของอาจารย์ชิตา เกียรติยาก็ค่อยๆหน้าซีด ท้ายที่สุดเธอก็รู้สึกอากาศรอบตัวร่อยหรอลงทุกทีจนกระทั่งเธอหมดสติล้มฟุบลงกับไปโต๊ะ ไม่มีสติรับรู้สรรพสิ่งรอบตัวอีกต่อไป

“อาจารย์คะ เกียรติยาเป็นลมค่ะ”

“อ้าว ไม่สบายหรือ พาเพื่อนไปห้องพยาบาลสิ”

“ค่ะ” อาทิตยากุลีกุจอพยุงเพื่อนขณะที่แขนอีกข้างมีนนทรีและเนติยาช่วยประคอง

“ผมช่วยดีกว่าฮะ” นรติขันอาสา เขาลุกขึ้นมาช่วยพยุง อาทิตยามองเขาสลับกับมองร่างที่ไม่มีสติของเพื่อนอย่างจับพิรุธ และอย่างช้าๆ ที่ต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นนรติก้มตัวช้อนเข่าอุ้มเกียรติยา


====================



“ไง แค่แพ้พนันแค่นี้ ถึงกับเป็นลมเลยหรือ เห็นเพื่อนๆ บอกว่าเราถึงกับต้องนอนห้องพยาบาล”

“ซ้ำเติมไม่เลิกนะพี่กู้” เหตุการณ์ผ่านมาเกือบ 2 อาทิตย์แล้ว แต่ดูเหมือนพี่ชายเธอจะไม่ลืมเลือน เพราะเอาแต่แซวไม่เลิกลา วันนั้นเธอจำได้ว่าเธอต้องกลับมานอนซมต่อที่บ้านอีก 2 คืนเพราะพิษไข้เล่นงาน

กีรติหัวเราะแทนคำตอบ “นานๆ พี่จะเห็นเราแพ้ใครสักที ก็ต้องมีซ้ำเติมกันบ้างเป็นธรรมดา”

“ธรรมดาหรือ 2 อาทิตย์ติดต่อกันเขาไม่เรียกว่าธรรมดาแล้ว แต่เขาเรียกโรคจิตรู้ไหม” เกียรติยาถลึงตาใส่เขาแล้วปาหมอนอิงใส่หน้าพี่ชาย กีรติยกมือรับอย่างไม่ยากนักแล้วโยนคืนให้น้องสาว เขาหัวเราะขำๆ เมื่อเห็นหน้างอเง้าของเธอ

“ยังไม่หายโกรธน็อตอีกหรือ พี่เห็นเขาดีกับเราออก หรือว่าที่หงุดหงิดอยู่นี่เพราะเขาไม่โทรมา”

“ไม่ใช่สักหน่อย อย่าพูดชุ่ยๆ น่าพี่กู้ พี่กู้น่ะนัดครูชิตาบ่าย 2 ไม่ใช่หรือไปสักทีสิ เกี้ยวจะได้ดูการ์ตู”

“จะไล่ใช่ไหม ก็ได้ๆ พี่ไปล่ะ”

เกียรติยาย่นจมูกใส่เขา แล้วหันมาให้ความสนใจกับวีซีดีตรงหน้า แต่ภาพที่เธอเป็นลมที่ห้องพยาบาลกลับคอยตามแต่หลอกหลอน เธอสะบัดหน้าเหมือนจะสลัดภาพเหล่านั้นออก แต่ภาพนั้นก็ยังไม่ลบไปมันเด่นชัดเหมือนอยู่ในจอทีวีตรงหน้านี้เอง...




เกียรติยารู้สึกตกใจมากเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าอยู่สองต่อสองกับนรติ ไม่พบร่างของเพื่อนสนิทอย่างนนทรี เนติยา หรืออาทิตยา ที่บ้านมารับกลับหมดแล้ว...นรติบอกเธออย่างนั้น

‘ลุกไหวหรือเปล่า ผมช่วยพยุง’

‘ไม่ต้อง’ เธอสะบัดข้อมือหนาที่เอื้อมจะมาช่วยประคอง

‘ทำอวดดี ทีเมื่อครู่ยังสลบไสลอยู่ในอ้อมแขนผม’ นรติทวงบุญคุญหน้าตาเฉย

‘อ้อ จะทวงบุญคุณ ใครใช้ให้นายมาช่วยล่ะ’

‘ปากดีอย่างนี้ น่าจะทิ้งให้เป็นลมอยู่กลางห้องนั่นล่ะ ไม่ช่วยอุ้มมาก็ดีหรอก ตัวคุณไม่เบาหรอกนะเกี้ยว เห็นตัวเล็กบอบบางอย่างนี้เถอะ’

เกียรติยาเม้มเรียวปากแน่น ‘ตาบ้า หาว่าฉันอ้วนหรือ’ เธอเขวี้ยงหมอนใส่หน้าเขา ทว่าเขากลับรับทันแล้วหัวเราะ จากนั้นก็ทรุดนั่งบนหัวเตียงเธอ

‘ยังไม่ขอบคุณผมเลยที่ช่วยพาคุณมาหองพยาบาล’ นรติทวงบุญคุณหน้าตาย หน้าตาคมคายยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อมองใบหน้าที่ยังอิดโรยตรงหน้า ‘เอ แฟนควรจะขอบคุณแฟนด้วยกันยังไงนะ ผมจำได้ว่าคนอิตาลี่ชาติผมเขาใช้...’

‘ใครไปรับปากเป็นแฟนนายแต่เมื่อไหร่ ลุกออกไปเลยฉันจะกลับบ้าน’ เกียรติยาผลักบ่าเขา

‘นี่จะเบี้ยวพนันกันหรือ ผมไม่ยอมหรอก’

‘ฉันก็ไม่ยอมเหมือนกัน นายขี้โกงฉัน วันๆ นายไม่สนใจการเรียน แต่ผลสอบกลับออกมานำหน้าฉันไม่ยุติธรรมสักนิด’

‘ก็แสดงว่าไอคิวผมสูงกว่าคุณไง ผมชนะพนัน’ นรติสรุปยิ้มๆ

‘ไม่ใช่ นายไม่ได้ฉลาดกว่าฉัน’ เกียรติยาแผดเสียง

‘งั้นแข่งใหม่อีกรอบไหมล่ะ แต่ครั้งนี้ไม่เอาเป็นแฟนหรอกนะ กระจอกเกินไป’

‘บ้าหรือ เราเรียนจบแล้ว จะเอาการสอบที่ไหนมาแข่งอีก’ เธอตวาดเขา

‘มหาลัยไง ถ้าจีพีเอคุณ 4 ปีเฉลี่ยแล้วสูงกว่าผม ก็แสดงว่าคุณเก่งกว่าผม ผมจะยอมเป็นคู่ซ้อมเป้านิ่งให้คุณไปตลอดชีวิต แต่ถ้าคุณแพ้ คุณต้องแต่งงานกับผมทันทีที่เราเรียนจบ’

ทำไมเกียรติยาถึงรู้สึกว่าวิธีไหนๆ เธอก็ไม่ได้กำไรนะ... ‘ไม่มีทาง มหาวิทยาลัยไหนนายเลือก ฉันจะเขี่ยมหาวิทยาลัยนั้นเป็นลำดับแรก ฉันจะไม่ยอมเอ็นท์ที่เดียวกับนายเด็ดขาด’ เกียรติยาประกาศ

‘กลัวผมรึไง’

‘ฉันไม่ได้กลัว แต่ฉันเกลียดนาย ไม่อยากเดินร่วมแผ่นดินเดียวกับนาย ได้ยินไหม’

นรติอึ้ง ชั่วขณะที่เขารู้สึกหมดกำลังใจ ตัดสินใจเอ่ยถามหล่อนขึ้นตรงๆ ว่า ‘ทำไมเกลียดผมนัก ผมทำอะไรให้คุณไม่ชอบหน้าหรือ’

‘ฉันเกลียดนายที่นายชนะฉัน’

‘งั้นต่อไปผมสัญญาผมจะยอมแพ้คุณในทุกๆ เรื่อง อ้อ..ยกเว้นเรื่องรักเรื่องเดียว’

‘ไม่มีทาง ใครไปรักกับนาย’

‘พูดยากพูดเย็นจริง อย่างนี้จับคนไข้ปล้ำซะดีไหมนี่’ นรติแกล้งขู่

เกียรติยาสะดุ้งโหยง ก็ทั้งห้องไม่เห็นมีใครนอกจากเธอกับนรติ ‘อย่านะ นายต้องไม่เอานิสัยห่ามๆ มาใช้กับฉันนะ’ เกียรติยาขู่กลับแต่ดูเหมือนไม่เป็นผลเพราะเขายังคงย่างสุขุมเข้ามา และเธอมองเขาอยู่แล้วเมื่อเห็นเขาขยับ เธอจึงพลิกตัวหนีทันที แต่แรงเด็กสาวที่เพิ่งสร่างจากการเป็นลมมีหรือจะต้านแรงนักกีฬาอย่างเขาได้ เธอจึงหวีดร้องเมื่อโดนเขาตะครุบตัว นรติแกล้งจับร่างบางกดแนบกับฟูก จมูกเขาต่างแก้มเธอไม่ถึงคืบ เมื่อกล่าวว่า ‘สำหรับคำขอบคุณที่ช่วยพามาห้องพยาบาล’ พูดจบเขาก็ก้มสูดความหอมจากแก้มเนียนใสทันที เขาก้มไปสูดความหอมไปฟอดเต็มๆ เกียรติยาหลับตาปี๋ เธอพยายามหลบจมูกเขาจนแก้มข้างหนึ่งของเธอจมหายไปกับฟูกที่นอน

‘ชื่นใจจริง อย่างนี้สิถึงหายเหนื่อย’ นรติกล่าวยิ้มๆ ก่อนจะก้มจูบอีกครั้ง ‘นี่สำหรับค่าปรับที่เบี้ยวพนันผม และ...’ และเขาก้มจูบต่อที่หน้าผากนูน ‘รับขวัญคุณเป็นแฟนผม’

เนื้อตัวเกียรติยารู้สึกร้อนซู่ไปหมด ทำไม..ทำไมเธอไม่สวนหมัดไปสักเปรี้ยงนะ ก็ไหนเหรียญทองมวยสากลไงยัยเกี้ยว..เกียรติยานึกตำหนิตัวเอง

‘รู้ไหมว่าผมอยากทำอะไรกับคุณเป็นอันดับแรกหลังจากเราเป็นแฟนกันแล้ว’

‘อะไร’

นรติไม่ยอมพูดต่อ จนเธออดถามอย่างอดรนทนไม่ได้เป็นคำรบสองเขาจึงแกล้งปัดผ่านริมฝีปากจิ้มลิ้ม ร่างบางดิ้นขลุกขลักจนเขาต้องออกแรกกดมือเธอแนบลำตัว ‘ผมอยากเปลี่ยนทรงผมคุณ ผมทนไม่ได้จริงๆ ถ้าแฟนผมจะตัดผมทรงเชยๆ อย่างนี้’

‘นี่ นายมีสิทธิ์อะไรมาบงการชีวิตฉัน ไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์ทรงผมฉันด้วย’

‘มีสิ สิทธิ์ของคนเป็นแฟนไง จริงๆ นะผมรักคุณ’

เมื่อเห็นเกียรติยาทำหน้าไม่เชื่อถือเขาจึงเอ่ยย้ำอีกครั้งว่า ‘ผมรักคุณจริงๆ รักมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาลด้วยซ้ำมั้ง คุณคงจำไม่ได้หรอก’

‘ฉันจำไม่ได้’ เกียรติยาสวนทันควัน

‘ผมก็คิดอย่างนั้น เพราะตอนนั้นยังเด็กมาก’ นรติพยายามไม่ผิดหวัง ‘ช่างเถอะ ยังไงผมก็ฝังใจคุณมาตลอดเวลาแล้ว และตอนนี้ผมก็สมหวังแล้ว ว่าแต่อันดับแรกคุณจะเลือกอะไร..’ นรติวกมาสู่เรื่องเดิม เรื่องที่เขาอยากคุยกับเธอนับตั้งแต่ตอนส่งจดหมายขอนัดทานเอ็มเคแล้ว

‘เดี๋ยว ฉันยังข้องใจนะ นายรู้จักฉันแค่ปีเดียวแล้วต้องย้ายตามพ่อกลับเมืองนอก นายจะเอาเวลาไหนมารักฉัน’ เกียรติยายังสงสัย

‘ไหนว่าจำผมไม่ได้’ นรติยิ้มอย่างภูมิใจ

‘ฉันจำหน้านายไม่ได้ แต่จำหัวนายได้นี่ ทั่วทั้งห้องมีนายคนเดียวหัวสีทอง’

นรติหัวเราะ เขาไล่จูบเธออย่างชอบใจ ‘คุณไม่เคยยอมแพ้ผมเลยมั้ง ผมถึงรักคุณ ว่าแต่คุณยังไม่ตอบผมเลยว่าเลือกคณะอะไรเป็นอันดับแรก’

‘สำคัญนักหรือ’ เกียรติยามองเขาหน้าแดงก่ำ ยังคงรู้สึกอายที่ถูกเขาไล่จูบ

‘ผมอยากให้เราเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ถ้าเป็นไปได้คณะเดียวกันได้ยิ่งดี ไม่อยากให้เรียนแยกกัน เดี๋ยวต้องเลิกกันเหมือนรุ่นพี่’

‘ถ้าคนเรามันจะเลิกกันนะ ต่อให้เห็นหน้ากันทุกวันก็เลิกกันได้ ไม่ได้เกี่ยวกับใกล้หรือไกลหรอก เผลอๆ เห็นหน้ากันทุกวันสิพาลเบื่อกันเร็วขึ้น’

‘คุณจะเบื่อหน้าผมหรือ’ นรติถามตรงๆ

‘ฉันไม่ชอบความพ่ายแพ้นะ’

‘แพ้คนที่ตัวเองรักจะเป็นไรไป’

‘ใครรักนาย’

‘ผมรักคุณ โอเคผมจะพยายามเรียนให้ด้อยกว่าคุณ ถ้าเราอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ตกลงไหม’

‘ไม่ต้องฉันเกลียดความพ่ายแพ้ก็จริง แต่ฉันก็เกลียดคนที่อ่อนข้อให้ฉันด้วย มันดูถูกกันเกินไปรู้ไหม’ เกียรติยายิ้มอกเขาก่อนจะผลักอกและฉวยโอกาสผุดลุกนั่ง เธอจัดกระโปรงให้เรียบร้อยแล้วกระโดดผลุงลงจากเตียง ประกาศก้องว่า ‘ฉันจะแข่งกับนายอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ว่า ไอคิวฉันไม่ได้ด้อยกว่านาย’

‘แพทย์มหิดลอันดับ 1 นะ’ นรติท้ายิ้มๆ

‘ได้ วิศวะจุฬาฯอันดับ 2 และ 3 รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์’

‘ตกลง แล้วถ้าไม่ติดสักอันดับล่ะ หรือว่าเราติดคนละอันดับ’

‘ก็ถือว่าเจ๊าไง ฉันกับนายถือว่าไม่มีการพนันกันตั้งแต่ต้น’

‘ไม่ได้ล่ะ งั้นผมต้องติวให้คุณตั้งแต่วันนี้ไปทุกวันแล้ว ขืนผมติดแต่คุณไม่ติดจะทำไง’

‘นี่ น้อยๆ หน่อย’ เกียรติยาเท้าสะเอว ‘นึกหรือว่าฉันจะเอ็นท์ไม่ติด ทำไมไม่คิดบ้างว่านายนั่นแหละอาจไม่ติดก็ได้’

นรติหัวเราะ ‘เพราะนั่นไง ผมถึงบอกเราต้องไปติวด้วยกัน ทุกวัน’



และตราบจนวันนั้นเธอก็หลงกลเขามาถึงวันนี้ 2 อาทิตย์แล้วสินะที่เขาตามมานั่งติวกับเธอที่บ้านทุกวัน มีแต่วันนี้ที่เขาห่างหายไป ไม่มาและไม่ยอมโทรมาบอกสาเหตุที่มาไม่ได้ด้วย

บ้าจริง...แล้วทำไมเธอต้องไปคิดถึงเขานะ เกียรติยานึกพร้อมกับกำหมัดใส่หมอนอิง

“อ้าวๆๆๆ แค้นอะไรหมอนนัก หรือทำอะไรผมไม่ได้เลยไปลงกับหมอน” นรติทักพร้อมกับก้าวลงมาจากบันได บ้านเกียรติยาสร้างคล้ายกับบ้านเขาที่ต่างประเทศ คือหน้าบ้านยกพื้นสูง ส่วนตัวบ้านยกต่ำลงมา ต้องลงจากบันไดจึงลงมาสู่ห้องรับแขก

เกียรติยาไม่ตอบ สะบัดแล้วหันไปจ้องทีวีเหมือนเดิม

“แน่ะไม่ตอบ งอนที่ผมมาเลทใช่ไหม พ่อกับแม่แล้วก็พี่กู้ไปไหนนี่”

“ไปงานเลี้ยง พี่กู้ไปหาพี่สาวนายไง”

“อ้อ...” นรติพยักหน้ารับรู้อย่างไม่รู้จะตอบอะไรดีกว่านั้น แล้วเขาก็เปิดเป้ ดึงหนังสือปกหนาออกจากกระเป๋ามาวางบนโต๊ะ เกียรติยาเห็นท่าทีเขาซึ่งบ่งบอกว่าจะเริ่มอ่านหนังสือ เธอจึงคว้าหนังสือคณิตศาสตร์ไปนั่งอ่านกับเขาที่โต๊ะญี่ปุ่นด้วย

“ผมมีข้อสอบย้อนหลัง 10 ปี สนใจไหม”

เกียรติยาพยักหน้า มองตามสายตาเขาที่เปิดขึ้นมาให้เธออ่านและลองทำโจทย์ มีเสียงอธิบายตามมาว่า “เป็นข้อสอบ 10 ปีที่แล้ววิชาคณิตศาสตร์ ลองทำดูนะถ้าไม่ได้ก็ถามผม”

เกียรติยารับหนังสือมาดู และลองทำข้อสอบนั้นเงียบๆ เป็นข้อสอบสมการ ที่ต้องถอดสแควร์รูท เช่นเคยมันสลับซับซ้อนเกินกว่าจะใช้สูตรเดียวคิดได้ เธอจึงเงยหน้าจะถามเขา แต่พลันที่เห็นเขาก้มอ่านนิตยสารอะไรสักอย่างขะมักเขม้น เธอจึงชะโงกหน้าไปดู และเมื่อเห็นว่าเป็นหนังสือปลุกเสือป่า เธอก็หน้าแดงก่ำ กระชากหนังสือจากมือเขาแล้วบริภาษว่า

“นี่ ฉันให้มาติวไม่ใช่มาอ่านหนังสือโป๊”

“แหม ก็ต้องมีผ่อนคลายกันบ้างสิเกี้ยว น่าเอามาคืนผม” นรติทำเสียงรอมชอม เห็นท่าทางแฟนสาวกระชากอย่างไม่ออมแรงอย่างนั้นแล้ว นึกหวั่นว่าจะกลับมาในสภาพที่ไม่เหลือเค้าเดิมนัก

“นายนี่มันตัณหาจัดจริงน็อต” พูดจบเธอก็ฉีกนิตยสารออกครึ่งกลาง เกิดเสียงดังแควกตามมาชัดเจน นรติคอย่น นึกเสียดายเงินออมจากงานกลางคืนที่ถูกแปรสภาพไปเป็นเศษกระดาษในพริบตา

“โห นั่นคุณฉีกแบงค์ม่วงผมน่ะนั่น” นรติพูดอย่างไม่จริงจังนัก

“ถ้านายเอามาอีก ฉันจะฉีกอีก”

นรติแกล้งทำคอย่น “คุณน่ะใจร้าย ผมอ่านหนังสือพวกนี้เพื่อฝึกปรือประสบการณ์นะ”

“ประสบการณ์บ้าบออะไร”

“ประสบการณ์ที่จะเอามาใช้กับคุณไงที่รัก” พูดจบนรติก็แกล้งชะโงกหน้าไปจูบเกียรติยา พร้อมกับมือหนาเอื้อมไปปลดนิตยสารโป๊อีกครึ่งเล่มที่อยู่ในมือเธอ

ไม่ได้ตั้งใจลงโทษ เพียงแค่ตั้งใจบอกเธอว่า เขาคิดถึงเธอแค่ไหน...นรติจูบริมฝีปากเด็กสาวนิ่งนาน จนร่างบางในอ้อมแขนอ่อนระโทย เกียรติยานึกหาคำปฏิเสธไม่ออก รู้แต่ว่าสมการที่เธอตั้งใจจะเอ่ยปากถามเขาก่อนหน้านี้ บัดนี้เธอได้คำตอบแล้วว่าโจทย์สมการจะมีเขาเป็นแกนเอ็กซ์ มีเธอเป็นแกนวายและมีผลลัพธ์ออกมาเป็นความรักของพวกเธอทั้งสอง



====================



จบ












 

Create Date : 16 ธันวาคม 2549    
Last Update : 13 มกราคม 2551 12:02:34 น.
Counter : 367 Pageviews.  


BlogGang Popular Award#13


 
คณิตยา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]








รู้จักคณิตยา/คีตฌาณ์

ก้าวสู่โลกแห่งการขีดเขียนในปี 2549 มีผลงานเป็นรูปเล่มกับสนพ.ในเครือสถาพรบุ๊คส์ทั้งหมด 11 เล่ม ไล่ตั้งแต่ รหัสทรชน ทางสายหมอก กุหลาบในเปลวไฟ ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ อริ...ที่รัก บอดี้การ์ด รักเพียงฝัน ตามรักข้ามเวลา ไฟรัก บันทึกแห่งรัก(the Book of Love) มิราเบลล์...ตราบคีตาบรรเลง เป็น 1 ในนิยายชุดแด่เธอที่รัก สาปรัก และใต้ปีกรัก

รหัสทรชน เป็นละครทางช่อง 3 เมื่อปี 2554 แสดงโดย เคน และชมพู่ สร้างโดยค่ายยูม่า และ ไฟรัก ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นภาษาเวียดนาม วางแผงเดือนสิงหาคม 2556



พูดคุย ทักทาย แลกเปลี่ยนความเห็น และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง fb โดยกดไลค์เป็นแฟนเพจได้ทาง https://www.facebook.com/keetacha?ref=hl ขอบคุณค่ะ

---------------

สวัสดีค่ะ

สืบเนื่องจากมีแฟนคลับนิยายมาสอบถามนิยายเก่าๆ อุ๋ยหลายคน และหลายคนที่อุ๋ยต้องปฏิเสธไปด้วยความเกรงใจอันเนื่องจากนิยายที่อุ๋ยมีเก็บอยู่ก็เหลือน้อยเต็มที ฉะนั้น อุ๋ยขอมาโหวตสำหรับคนสนใจเพื่อพิมพ์ใหม่โดยอุ๋ยจัดพิมพ์เอง โดยถ้าเรื่องไหนถึง 50 เล่ม อุ๋ยค่อยจัดพิมพ์เรื่องนั้น

1.ทางสายหมอก (เรื่องนี้ในเว็บสถาพรบุ๊คขายหมดแล้ว และในท้องตลาดหายากมากๆๆ และเป็นหนึ่งในงานเขียนเก่าๆ ของอุ๋ยที่มีคนถามหามาตลอด และตอนนี้ตามเว็บต่างๆ ก็กลายเป็นของหายาก อุ๋ยไปเจอเว็บหนึ่งขึ้นว่าเป็นนิยายเก็บสะสม จึงขายเต็มราคา 280 บาท ฟังดูน่าปลื้มใจมากๆๆ ป.ล.ถ้ายอดจองถึง 50 จริงๆ อุ๋ยจะเพิ่มบทพิเศษในส่วนของเอียนกับความรักของเขา)

2.อริที่รัก เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่มีแฟนคลับถามหามามาก แต่เว็บไซต์สถาพรบุ๊ค ขายหมดแล้ว แต่ยังคงหาซื้อในเว็บมือสองได้บ้าง (แต่สารภาพ ตัวอุ๋ยเองจะหาซื้อ ยังหาไม่ได้) ถ้ามีคนสนใจยอดจองถึง 50 เล่ม อุ๋ยจะพิมพ์ใหม่ โดยเพิ่มบทพิเศษชีวิตรักของเควินและอลิสาหลังจากมีลูกแฝดแล้ว ไปตามติดชีวิตของดาราฮอลลีวูดดังว่าหลังผ่านชีวิตแต่งงานแล้ว ความรักของเขาจะเข้มขึ้นหรือไม่)

3.ตามรักข้ามเวลา เป็นอีกเรื่องที่เว็บไซต์สถาพรบุ๊ค ขายหมดแล้ว ส่วนเว็บมือสอง จะยังหาได้อยู่หรือไม่ อันนี้อุ๋ยยังไม่ได้สำรวจ แต่สำหรับคนที่สนใจสอบถามงานเขียนเรื่องนี้มา ถ้ามีการจองถึง 50 เล่ม อุ๋ยจะพิมพ์ใหม่โดยเพิ่มบทพิเศษว่าหลังจากที่ธันว์และมินตรา มีลูกด้วยกันแล้ว ชีวิตรักของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ยังคงอบอุ่นหรือยังคงพัวพันกับเครื่องแมชชีนเครื่องนั้นซึ่งกำลังจะถูกใช้เพื่อเดินทางไปสู่อนาคตหรือไม่....)

4.ไฟรัก ความจริงเรื่องนี้ยังหาซื้อได้ที่เว็บไซต์สถาพรบุ๊คส์ แต่ฉบับที่อุ๋ยมาเปิดจอง จะเป็นฉบับเต็มที่ไม่ตัดทอนฉากเลิฟซีนเลย โดยหากมีจอดจองถึง 50 เล่มถึงจะพิมพ์เพิ่มและจะเพิ่มบทพิเศษว่าหลังจากที่ภาติยะกลับมาคืนดีกับท่านย่าของเขาแล้ว ญาติๆ โดยเฉพาะญาติสาวๆ มีมุมมองต่อเขาอย่างไรบ้าง และแน่นอนชีวิตรักของเขากับแพรไหม จะยังคงแซ่บและร้อนแรงหรือไม่ จะเป็นซีนพิเศษที่เพิ่มเข้ามาในกรณีที่มีการจัดพิมพ์ใหม่)

เบื้องต้นหยั่งเสียงแค่ 4 เล่มก่อนค่า โดยคนที่จะจอง รบกวนทิ้งอีเมลด้วยนะคะ เพราะผลการสำรวจกว่าจะครบ 50 เล่ม อาจจะใช้เวลานาน บางเรื่องอาจจะใช้เวลาเกิน 1 ปีขึ้นไป ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นอุ๋ยจะเมลไปสอบถามซ้ำอีกครั้งก่อนตีพิมพ์ว่า จะยังต้องการอยู่หรือไม่

ป.ล.สำหรับคนที่ต้องการจองเรื่องไหน รบกวนแจ้งที่เดียวคือ

https://www.facebook.com/keetacha

เพื่อง่ายต่อการรวบรวมข้อมูล

ขอบคุณมากค่ะ

คณิตยา/คีตฌาณ์



...................




ตอนนี้อุ๋ยทยอยนำนิยายที่หมดลิขสิทธิ์กับพิมพ์คำไปวางจำหน่ายในรูปแบบ E-book บนเว็บ ebooks และเว็บ Mebmarket ค่ะ

ใต้ปีกรัก...ราคาอีบุ๊ก 179 บาท

บันทึกแห่งรัก...ราคาอีบุ๊ก 255 บาท จากราคาปก 310

ไฟรัก...ราคาอีบุ๊ก 279 บาท จากราคาปก 350 บาท

กุหลาบในเปลวไฟ...ราคาอีบุ๊ก 230 บาท



รหัสทรชน ราคาอีบุ๊ก 200 บาท จากราคา 300 บาท 673 หน้า





ทางสายหมอก ราคาอีบุ๊ก 265 บาท จากราคา 280 บาท 690 หน้า



ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ ราคาอีบุ๊ก 125 บาท จากราคา 180 บาท 360 หน้า



รวมเรื่องสั้น...ฉบับวัยหวาน ราคาอีบุ๊ก 45 บาท จากปก 55 บาท



อริ...ที่รัก ราคาอีุบุ๊ก 195 จากปก 240 บาท



หวานใจ...บอดีการ์ด...ราคาอีบุ๊ก 145 บาท จากปก 180 บาท



รักเพียงฝัน...ราคาอีบุ๊ก 225 จากปก 250 บาท



ตามรักข้ามเวลา...ราคาอีบุ๊ก 240 จากปก 270 บาท





















New Comments
Friends' blogs
[Add คณิตยา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.