Group Blog
 
All blogs
 

เลือดทรชน...บทที่ 1





พูดคุยกันก่อนนะคะ...


อย่างที่บอกว่าเป็นคนชอบเขียนนิยายแนวบู๊ปนโรมานซ์ปนสืบสวนนิดๆ เมื่อติดบทที่ 1 ในเรื่องหมอกเปลี่ยนสี จึงอดที่จะมาเขียนเรื่อง "เลือดทรชน" ไม่ได้ เลือดทรชน ที่นำมาโพสต์ เป็นฉบับรีไรท์จากของเดิมค่ะ พร้อมกันนี้ก็กำลังจะเขียนอีกเรื่องควบคู่ไปด้วยคือ เรื่องข้ามเวลา...หารัก (ซึ่งตอนนี้ก็ปันบทนำใกล้เสร็จแล้ว) เผื่อตันเรื่องหมอกเปลี่ยนสีและเลือดทรชน

ยังคงน้อมรับคำติชมเหมือนเดิม ขอบคุณค่ะ




เลือดทรชน


ตอนที่ 1


ประเทศเทมปาร์ ทะเลจีนใต้

ตอนที่วิทยุติดตามตัวดังขึ้น เอลิเซียกำลังขดตัวหลับอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างไม่สบายตัวนักเพราะเพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยงฉลองเลื่อนตำแหน่งของเพื่อนตำรวจด้วยกัน หลังได้รับการแจ้งเหตุจากร้อยเวรว่ามีการฆาตกรรมเกิดขึ้นที่ถนนสาย M12 หญิงสาวก็ตรงดิ่งมายังสถานที่เกิดเหตุแห่งนี้ทันที

เอลิเซียมองภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาเฉยเมย ต่างกับตำรวจผู้ช่วยซึ่งบัดนี้ถลาไปอ้วกในห้องน้ำ ศพที่นอนตายเหยียดยาวอยู่บนเตียงคือ ชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ลำคอเขาถูกปาดด้วยของมีคม ทำให้เลือดไหลกระฉูดเปรอะทั่วเตียงและเลยไปสาดซัดผนังด้านบนเหนือหัวเตียง หัวใจตับไตทะลักออกมาและมีร่องรอยของการถูกกัด ตอนที่เอลิเซียไปถึงเลือดสดๆ ยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผล

“หายใจเสาะหรือยัง ถ้าหายแล้วช่วยเปิดเครื่องบันทึกด้วย” เอลิเซียพูดขึ้นในทันทีที่ผู้ช่วยหนุ่มออกมาจากห้องน้ำ น้ำเสียงหญิงสาวราบเรียบปราศจากความรู้สึก

“ครับผู้กอง” ตอบรับด้วยน้ำเสียงเฉยชาปานกัน แล้วมองอีกฝ่ายฉีดสเปร์ยเคลือบฝ่ามือและใต้รองเท้าบู๊ทเพื่อป้องกันรอยนิ้วมือและรอยรองเท้าทับรอยของคนร้าย มาคินฉีดสเปรย์ของตัวเองบ้างแล้วจึงเปิดเครื่องบันทึกดิจิตอลซึ่งสามารถเก็บได้ทั้งภาพและเสียง

“ผู้กองเอลิเซีย โอมาร์และผู้ช่วยมาคิน ไรอัน นักสืบแห่งกรมตำรวจ มาถึงที่เกิดเหตุเวลาหนึ่งนาฬิกาของวันที่.. พบผู้ตายชื่อนายคาวีร์ ตรีชวา อายุ 31 ปี นักข่าวสายเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์เทมปาร์ไทมส์ แต่งกายด้วยชุดนอนขายาวสีฟ้าอ่อน” เอลิเซียเอ่ยแล้วหยิบไอดีการ์ดของอีกฝ่ายมาอ่านวันเดือนปีเกิด รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ เสร็จแล้วจึงหย่อนหลักฐานทุกอย่างลงไปในถุงเก็บหลักฐาน เปิดกระเป๋าเครื่องมือ หยิบมาตรวัดออกมาวัดความลึกของบาดแผลต้นคอ เอ่ยต่อว่า

“แผลที่ต้นคอเกิดจากของมีคมแต่อาวุธไม่ได้ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ บาดแผลมีความลึกประมาณ 2 เซนติเมตร เนื้อตัวไม่มีบาดแผลของการต่อสู้นอกจากบาดแผลของการถูกคว้านท้อง ล้วงเอาหัวใจตับไตออกมา เศษอวัยวะบางส่วนยังตกอยู่บนเตียง มีร่องรอยของการถูกแทะ ขยับเข้าไปเก็บภาพโคสอัพตรงคอและพุงหน่อยมาคิน” ประโยคท้ายหันไปกล่าวกับตำรวจผู้ช่วยแล้วถอยออกมาห่างเตียง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับประตูห้องนอนเปิดผัวะเข้ามา ตามมาด้วยเสียงห้าวของร.ต.ท.คันชร

“ขอโทษทีอลิซที่ผมมาช้า” ร.ต.ท.คันชรพูดขึ้น พร้อมกับจ้องมองตำรวจหลายรายที่อยู่ในบริเวณนั้น ข้างล่างตำรวจท้องที่ขึงเชือกสีเหลืองกั้นอาณาบริเวณที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว สายตาเขาไปสิ้นสุดอยู่ที่ร.ต.อ.เอลิเซีย หญิงแกร่งแต่หน้าหวานเซ็กซี่ของกรมตำรวจ..หวานระดับที่ว่าถูกทาบทามให้ถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นมาแล้ว แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธไป พวกเขาเป็นนักสืบและหน่วยรักษาความปลอดภัยของกรมตำรวจ

เอลิเซียเป็นคนจริงจังกับงาน สุขุมเยือกเย็น ใบหน้ามักติดจะเย็นชาจนถูกวิจารณ์ลับหลังว่าสวมหน้ากากมาทำงาน นั่นคือใบหน้าที่แสนคุ้นตายามทำงานของเพื่อนร่วมงาน แต่สำหรับนอกเวลางานแล้ว หญิงสาวเฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง ขี้เล่นและมีอัธยาศัยดี บุคลิกผิดกันราวกับเป็นคนละคน

โทษไม่ได้กับบุคลิกสองด้านของหญิงสาวเพราะครอบครัวที่เป็นตำรวจมาหลายชั่วอายุคนถูกปรักปรำว่าขายชาติ แล้วต่อมาก็ถูกไฟครอกในอุบัติเหตุไฟไหม้บ้าน พวกเขาเสียชีวิต..เป็นการตายยกบ้านก่อนที่จะได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ เอลิเซียซึ่งขณะนั้นเรียนด้านกฎหมายที่สหรัฐฯ จึงตัดสินใจเบนไปเรียนตำรวจเพื่อกลับมาเป็นตำรวจพิสูจน์ความบริสุทธิ์และล้างมลทินให้ครอบครัว นิสัยพื้นฐานที่เคยร่าเริงเมื่อมาเจอปัญหาครอบครัว จึงทำให้บางฉากบางมุมของชีวิต มีความเครียดและกดดันแฝงอยู่ลึกๆ อยู่บ้าง

“ไม่เป็นไรค่ะ ที่พักคุณอยู่ไกลจากที่เกิดเหตุ”

“ที่พักคุณก็อยู่ไกลเหมือนกันอลิซ”

“บังเอิญแถวที่ฉันอยู่ รถไม่ติด”

รัฐบาลวางผังเมืองใหม่ มีการจัดระเบียบบ้านเรือนและที่พัก โดยทุบบ้านเรือนที่ทำจากไม้และอุปกรณ์ที่ไม่คงทนทิ้งไป เปลี่ยนมาสร้างอาคารสำนักงานและคอนโดมิเนียมสูงแทน วัสดุที่นำมาใช้แข็งแรงทนทานแต่ในขณะเดียวกันก็ยืดหยุ่น เป็นความล้ำเลิศของวิศวกรที่คิดค้นขึ้นเพื่อตัดปัญหาอาคารถล่มพังครืนลงมาเนื่องจากแผ่นดินไหว

มีการสร้างผังเมืองและระบบสาธารณูปโภคใหม่หมด จากนั้นทำการย้ายประชากรเข้าไปอยู่ในคอนโดมิเนียมสูงเหล่านั้น ส่วนบ้านพักที่เป็นหลังๆ มีขึ้นสำหรับนคนชั้นกลางและสูงเท่านั้นเพราะที่ดินและภาษีที่ดินแพงลิ่ว สำหรับขอทานหรือพวกยากไร้ รัฐบาลย้ายไปอยู่ในชุมชนรอบนอกซึ่งมีการจัดที่พักและสวัสดิการรองรับให้โดยเฉพาะ ประชากรโดยรวมมีความเป็นอยู่ที่ดีมาก มีบริการสาธารณะครบครัน ทั้งสวนหย่อมสวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้าและสถานบันเทิงโก้หรูอลังการ ทุกอย่างสวยสมบูรณ์แบบจนดูเหมือนประชากรน่าจะมีมาตรฐานการใช้ชีวิตที่ดีมาก แต่ความเป็นจริงแล้ว ไม่เลย..บ้านเมืองยังคงมีปัญหาอาชญากรรม การค้าประเวณี ยาเสพติด และที่สำคัญนักการเมืองคดโกงคอรัปชั่น

เอลิเซียคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยขณะที่หูได้ยินคันชรพูดว่า

“ขามา..ที่พักผมรถก็ไม่ติดเหมือนกัน”

เอลิเซียนิ่วหน้า “แล้วคุณพูดขึ้นมาเพื่อหวังอะไร”

“ก็หวังจะขอโทษคุณ”

“งั้นฉันก็รับคำขอโทษคุณแล้ว พอใจหรือยัง” เห็นอีกฝ่ายพยักหน้า เธอจึงพูดว่า “งั้นก็แยกย้ายไปทำงานได้แล้ว เรามีพยานเห็นเหตุการณ์กำลังร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในห้องนั่งเล่น ฉันอยากจะไปคุยกับหล่อนหน่อย หวังว่าอาเดียวคงจะกล่อมหล่อนให้สงบจิตใจลงได้”

“หล่อนเป็นใคร”

“ว่าที่คู่หมั้น”

คันชรพยักหน้า หันมามองดูศพบนเตียง อุทานขึ้นเมื่อเห็นบาดแผลชัดๆ “เฮ้..ศพนี่มันเละเทะมาก ถูกควักหัวใจตับไตออกมากิน เป็นรายที่ 3 แล้วสินะในรอบสามเดือน”

“ฉันเดาว่าอย่างงั้น แต่ยังหาแรงจูงใจที่เชื่อมโยงกับสองคดีแรกไม่ได้ สองคดีแรกเหยื่อเป็นเด็ก แต่นี่เห็นชัดว่าไม่ใช่”

“แรงจูงใจก็ต้องการกินหัวใจตับไตไงล่ะ”

“ก็อาจจะ”

“ไม่มีรอยต่อสู้เลยนี่อลิซ”

“ไม่มี” เอลิเซียเห็นด้วย “ดูเหมือนเหยื่อจะถูกปาดคอในระยะกระชั้นชิดมาก ซึ่งกรณีอย่างนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเหยื่อกับฆาตกรรู้จักกันถึงได้ไม่มีรอยต่อสู้บนเนื้อตัวเลย เหยื่อคงจะไว้ใจฆาตกรมากถึงได้ยอมให้เข้ามาถึงห้องนอน และไม่คว้าอาวุธอะไรตอบโต้ออกไปตอนที่ถูกปาดคอ เราไม่เห็นร่องรอยการพังทลายของข้าวของ ไม่มีอาวุธที่ใช้โต้ตอบ แล้วก็ไม่เห็นรอยงัดแงะประตู แสดงว่าเหยื่อเป็นคนเปิดให้ฆาตกรเข้ามาเอง”

“ดูจากบาดแผล เหมือนจะถูกปาดคอก่อนแล้วจึงคว้านหัวใจตับไต”

“โดยหลักการก็ควรเป็นอย่างนั้น เหยื่อน่าจะเสียชีวิตตั้งแต่ถูกปาดคอ แต่ยังไงฉันก็อยากรอผลพิสูจน์ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ก่อนที่จะสรุปความเห็น”

“ผมคงกินอะไรไม่ลงไปอีกหลายวันแน่” คันชรยังคงทำหน้าสยองขณะมองดูศพ

“ฉันเชื่อว่าคุณจะกินลงน่าคันชร เพราะสองคดีแรกคุณไม่ได้แสดงท่าทีว่ามีปัญหากับมันเลยนี่ เอาล่ะ..ฉันจะไปคุยกับพยานสักหน่อย ฝากทางนี้ให้คุณดูด้วย ฉันยังไม่ได้เช็กมือถือว่าเขาติดต่อใครเป็นคนสุดท้าย ส่วนคอมพิวเตอร์ที่เปิดค้างอยู่นั่น ฉันอยากให้คุณช่วยกันทุกคนไม่ให้เข้าใกล้มันจนกว่าฉันจะกลับมาจัดการด้วยตัวเองอีกที”

“ได้เลยหัวหน้า..”

เอลิเซียนิ่วหน้ากับน้ำเสียงล้อเลียนนั้น “ฉันไม่ได้เป็นหัวหน้า”

“แต่คดีนี้คุณเป็นหัวหน้าทีมนี่”

“หยุดล้อเลียนคันชร ไม่งั้นฉันเตะก้นคุณแน่”

คันชรแสร้งทำคอย่น “ทนหน่อยนะพรรคพวก ตราบใดที่ยังเป็นลูกน้องของอลิซ”

มาคินหัวเราะ “เธอน่ารักออก ผมเองยังอยากอึ๊บถ้าเธอไม่..”

“เฮ้..พรรคพวกระวังปากนายไว้หน่อย ถ้ายังไม่อยากโดนโละฟันออกหมดปาก”

มาคินคอย่นเมื่อเสียงของเอลิเซียตะโกนข้ามห้องมา

“สวยแต่โหดฉิบ..” เป็นเสียงกระซิบ โดยมีคันชรพยักหน้าเห็นด้วย



“คุณเป็นคนโทรแจ้งตำรวจใช่ไหม” เอลิเซียยิงเป็นคำถามแรกเมื่อมาคินตำรวจผู้ช่วยเธอ เปิดเครื่องบันทึกเสียงแล้ว

“ใช่ค่ะ..ฉันเอง” น้ำเสียงยังคงสะอึกสะอื้น เจ้าตัวป้ายน้ำตากับแขนเสื้อป้อยๆ เอลิเซียยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนขาวสะอาดไปตรงหน้า ลิชาเอ่ยขอบคุณแล้วรับมันมาซับน้ำตา

“ฉันชื่อเอลิเซียนะ ส่วนนี่มาคิน ผู้ช่วยฉัน”

“ฉันรู้จักคุณค่ะ ผู้กองเอลิเซีย คุณเป็นคนดังของสังคม”

เอลิเซียนิ่วหน้า ไม่คิดว่าเธอจะดังพอจนเบียดข่าวคุณหญิงคุณนายและข่าวนักการเมืองบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หรือชั่วโมงไพร์มไทมส์ของทีวีได้ แต่นั่นแหละไม่ใช่เวลาที่จะมาถกตรรกกะเวลานี้

“คุณชื่ออะไร” เอลิเซียตั้งคำถามใหม่

“ลิชา..ฉันชื่อลิชาค่ะ เป็นแฟนของคาวีร์”

“คุณรู้สึกดีพอที่จะให้การกับตำรวจได้ไหม”

“ไม่ค่ะ..ฉันรู้สึกแย่มาก คาวีร์โดนทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมทารุณเหลือเกิน โอ..พระเจ้า ฉันคิดว่าฉันรับมันไม่ได้ มันช่างโหดร้ายเหลือเกิน” อีกฝ่ายพูดแล้วสะอึกสะอื้นจนบ่าสองข้างสั่นคลอน

“เธอเป็นอย่างนี้มาตลอดสิบนาทีที่ผ่านมาค่ะ เอาแต่ร้องไห้พูดคร่ำครวญกลับไปกลับมาว่าโหดร้ายเหลือเกินเธอคงรับไม่ได้” อาเดียวซึ่งเป็นตำรวจหญิงที่กล่อมอีกฝ่ายให้สงบจิตสงบใจเอ่ยชี้แจงขึ้น

“เธอคงช็อก”

“ค่ะ ฉันก็เข้าใจว่าเธอยังไม่หายช็อก”

เอลิเซียพยักหน้า หันไปทางว่าที่คู่หมั้นของคนตายอีกครั้ง “เดี๋ยวฉันจะคุยกับลิชาเอง คุณไปช่วยคันชรเถอะ”

“ค่ะผู้กอง”

“คุณกำลังขวัญเสีย ดื่มนี่เสียหน่อย จะดีขึ้น” เอลิเซียเดินไปรินไวน์ในตู้เย็นมาส่งให้อีกฝ่าย ลิชารับไปดื่มด้วยมือที่สั่นระริก ดื่มไปค่อนแก้วจึงวางบนโต๊ะ เล่าว่า

“เหตุการณ์มันเลวร้ายเหลือเกิน โอ..พระเจ้า เรานัดกัน คารีว์นัดฉันมานอนค้างที่นี่เพราะพรุ่งนี้เราจะออกไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันตั้งแต่เช้าตรู่ แล้วพอฉันไขประตูคอนโดฯ เข้ามา” เล่ามาถึงตรงนี้ลิชาก็หยุดสะอึกสะอื้น น้ำเสียงหญิงสาวสั่นเครือตลอดเวลาที่เล่า

เอลิเซียมองบ่าที่สั่นคลอนเพราะแรงสะอื้นนั่นอย่างเห็นใจ เธอรอจนอีกฝ่ายตั้งสติชั่วครู่จึงเอ่ยว่า “คุณควรดื่มไวน์อีกหน่อย” เอลิเซียรินไวน์ใส่แก้วเพิ่มเติมให้อีกฝ่ายซึ่งลิชาก็รับไปอย่างว่าง่าย มือที่จับแก้วไวน์ยังคงสั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด

“แล้วยังไงต่อคะ พอคุณไขประตูคอนโดฯ เข้ามาแล้ว?” เอลิเซียถามเมื่ออีกฝ่ายวางแก้วแล้ว

“พอฉันไขประตูเข้ามาแล้ว ฉันเรียกเขา แต่ทุกอย่างก็เงียบ ฉันก็เลยเดินเข้ามาในห้องนอน แล้วฉันก็เห็นคาวีร์..พระเจ้า เขาอยู่ตรงนั้น เขาอยู่บนเตียงของเขานอนเลือดไหลท่วมตัว โอ..พระเจ้า เขาตายแล้ว เขาตายแล้วจริงๆ เลือดไหลนองเต็มไปหมด” ลิชาปล่อยโฮพร้อมกับฟุบหน้าสะอึกสะอื้นกับฝ่ามือ มือสองข้างนั้นสั่นระริก สะท้อนถึงสภาพจิตใจที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เอลิเซียมองภาพนั้นเงียบๆ เธอยื่นแก้วไวน์ไปให้หล่อนจิบ เอ่ยว่า “ทุกอย่างมันจบลงแล้วลิชา ฉันสัญญาต่อไปนี้ทุกอย่างจะเรียบร้อย”

คำพูดเธอดูเหมือนไม่ผ่านโสตประสาทของอีกฝ่าย เพราะเจ้าตัวยังคงสะอื้นจนตัวโยน เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ๆ ลิชาจึงเงยหน้าขึ้น “ขอโทษค่ะ” เจ้าตัวเอ่ยแล้วหยิบแก้วไวน์จากมือเอลิเซียขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ รับกระดาษทิชชูจากอีกฝ่ายขึ้นสั่งน้ำมูก พึมพำขอบคุณและตามมาด้วยคำขอโทษ

“คุณรอให้สภาวะจิตใจดีขึ้นแล้วค่อยเล่าต่อก็ได้”

“ฉันดีขึ้นแล้วค่ะ”

เอลิเซียนิ่วหน้าเพราะน้ำเสียงอีกฝ่ายยังคงสั่นเครือ กระนั้นเธอก็ถามต่อไปว่า “คุณบอกว่าคุณเห็นคาวีร์นอนตายบนเตียง?” เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า เธอถามต่อไปว่า “แล้วหลังจากนั้นคุณทำอะไร คุณเตะต้องศพหรือข้าวของอะไรหรือเปล่า”

“ไม่ค่ะ ฉันคิดว่าฉันช็อกไปนะคะ ดูเหมือนจะช็อกไปหลายวินาทีแล้วฉันก็กรี๊ด..กร๊ด แล้วก็กรี๊ดอย่างทำอะไรไม่ถูก” น้ำเสียงที่เล่ายังคงสั่นเครือ เสียงสูงต่ำไปตามอารมณ์ “ตอนนั้นฉันหยิบจับทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้ฉันก็คิดว่าควรจะโทรหาตำรวจ ฉันไม่ได้แตะต้องอะไรเลยนะคะผู้กอง นอกจากโทรศัพท์”

เอลิเซียพยักหน้าอย่างปลอบประโลม “โทรศัพท์ไม่เป็นไรหรอก การที่คุณโทรหาตำรวจทันทีที่ตั้งสติได้นั่นล่ะคุณทำถูกแล้ว” เธอเอื้อมมือไปแตะหลังมืออีกฝ่าย ถามต่อว่า “คุณบอกว่าคุณเป็นแฟนผู้ตาย?”

“ค่ะ เรากำลังจะเข้าพิธีหมั้นกันเดือนหน้านี้” น้ำเสียงที่ตอบเริ่มมั่นคงขึ้น

“คุณทำงานอะไรลิชา”

“เลขานุการค่ะ” เอ่ยพร้อมกับบอกสถานที่ทำงาน

เอลิเซียพยักหน้า “คุณคบหากับผู้ตายมานานแค่ไหนแล้ว”

ลิชานิ่งคิดชั่วครู่ก็ตอบว่า “สองปีค่ะ” ตอบด้วยน้ำเสียงเนิบช้าราวกับใช้ความคิดอย่างหนัก “ฉันรู้จักกับเขาผ่านเพื่อน แล้วเราก็สนใจกันและกัน เราตกลงใจหมั้นหมายกันหลังจากคบหาดูใจกันมาได้สองปี”

“ก็นานพอดู งั้นคุณคงทราบว่าเขามีศัตรูที่ไหนบ้าง”

ลิชานิ่งอีกครั้ง ใบหน้าขมวดมุ่นอย่างครุ่นคิด “งานของคาวีร์ ทำให้เขาต้องก่อศัตรูไปทั่วทิศ เขาเป็นนักข่าวเขากำลังเจาะข่าวทุจริตท่อก๊าซ ฉันคิดว่าคงเป็นนักการเมืองที่สั่งฆ่าเขา” น้ำเสียงตอนท้ายกลับมาสั่นเครือ แล้วเธอก็พูดประณามคนร้ายว่าใจคอโหดเหี้ยม

ลิชายังคงพร่ำรำพันถึงความโหดร้ายของฆาตกรต่างๆ นานาไปอีกพักใหญ่ เอลิเซียปล่อยให้หญิงสาวระบายความอัดอั้นตันใจ เงียบเสียงไปแล้ว เธอจึงเอ่ยถามว่า

“ทำไมถึงปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือของนักการเมืองที่สั่งฆ่าคาวีร์?”

“เขาไม่มีศัตรูที่ไหน” ลิชาตอบทันควัน คำพูดค้านกับตอนแรกที่บอกว่างานของเขาทำให้ต้องก่อศัตรูไปทั่ว เอลิเซียรับฟังด้วยอาการนิ่งสงบ รู้ว่าสภาพจิตใจลิชากำลังย่ำแย่ จึงอาจให้การวกวนไปบ้าง แล้วเธอก็ได้ยินอีกฝ่ายเล่าต่อไปว่า

“คาวีร์เคยเล่าให้ฟังว่าเขาเจาะเข้าไปใกล้ตัวนายใหญ่มันทุกทีแล้ว พวกมันเคยโทรศัพท์มาข่มขู่ให้คาวีร์หยุดคุ้ยข่าว”

“น่าสนใจ พอจะระบุชื่อคนโทรมาข่มขู่ได้ไหม” เอลิเซียโน้มตัวไปข้างหน้า แสดงท่าทีสนใจ

“ไม่ค่ะ คาวีร์ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่เขาก็ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเมื่อเดือนที่แล้ว”

“แล้วนอกจากนักการเมือง คาวีร์มีศัตรูที่ไหนอีก เขาเล่นการพนันไหม ติดหนี้อะไรบ้างหรือเปล่า หรือเคยมีเรื่องบาดหมางกับเพื่อนฝูงคนไหนไหม” เอลิเซียถามถี่ยิบ ถามแล้วก็เหลียวมองคอนโดฯ รอบตัวซึ่งมันหรูหราเกินกว่าฐานะของนักข่าว คอนโดฯ แบ่งเป็นห้องๆ ซึ่งมีทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัว แต่ละห้องกว้างขวาง กระนั้นเอลิเซียก็ไม่ออกความเห็นกับความร่ำรวยตรงหน้านั้น เพราะบางทีคนเราอาจจะรวยด้วยทรัพย์สินของบรรพบุรุษหรือพ่อแม่ก็ได้

“เขาไม่เล่นการพนัน ไม่สูบบุหรี่ เหล้าไม่ดื่ม คอนโดฯ แห่งนี้เขาก็ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขาเอง” ลิชาพูดราวกับเดาความคิดของผู้กองเอลิเซียได้

“ก็ดี..” เอลิเซียไหวไหล่ ถามต่อว่า “ผู้ตายมีญาติอยู่ที่ไหนบ้างหรือเปล่า ฉันหมายถึงจะต้องแจ้งใครมารับศพไปประกอบพิธีกรรมหลังจากที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์พิสูจน์ศพเรียบร้อยแล้ว”

“ไม่ค่ะ คาวีร์ไม่มีญาติที่ไหน ฉันจะรับศพเขาไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเอง” พูดมาถึงตรงนี้น้ำเสียงก็เริ่มกลับมาสั่นเครืออีกครั้ง

เอลิเซียมองภาพนั้นอย่างเห็นใจ พยักหน้าเอ่ยขึ้นว่า “เอาล่ะ คืนนี้พอแค่นี้ก่อน ฉันคงรบกวนคุณเพียงแค่นี้สำหรับคืนนี้ คุณคงเหนื่อยมากแล้ว เดี๋ยวฉันจะให้ตำรวจขับรถไปส่งคุณที่บ้าน ที่นี่คงปิดตายสักระยะจนกว่าฉันจะปิดคดีได้”

“คุณรับผิดชอบคดีนี้หรือเอลิเซีย”

“คงงั้น มันเกิดขึ้นในท้องที่ฉัน”

“ฉันดีใจที่เป็นคุณ คุณเป็นตำรวจที่มีฝีมือฉันเชื่อว่าจะจับคนร้ายได้”

“ขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวฉัน ไปพักผ่อนเถอะ คุณเหนื่อยมามากพอแล้ว มาคินบอกตำรวจท้องที่สักคนขับรถไปส่งลิชาหน่อย”

“ได้ครับ”

เอลิเซียมองจนคนทั้งคู่หายลับจากสายตาแล้ว เธอจึงเดินกลับเข้าไปในห้องนอนซึ่งคันชรกำลังเก็บรอยนิ้วมือของคนร้ายอยู่

“เอากาแฟหน่อยไหม ฉันไปสำรวจห้องครัวมาดูเหมือนจะมีกาแฟเพียงพอสำหรับพวกเรา”

“คืนนี้คงยาวแน่ ดีเหมือนกัน”

“งั้นเดี๋ยวฉันไปชงให้ดีกว่าค่ะ” อาเดียวเอ่ยอาสาขึ้น

“ขอบใจมากอาเดียว” เอลิเซียเอ่ยแล้วหันไปทางคันชร “ได้เรื่องอะไรบ้างไหม”

“ไม่มีรอยนิ้วมือของคนร้ายเลย ตลกไหม”

“เขาคงสวมถุงมือ”

“คงงั้นหรือไม่ก็ฉีดสเปรย์เคลือบสารป้องกันรอยนิ้วมือ แต่น่าสงสัยว่าเหยื่อไม่เอะใจอะไรบ้างเลยหรือตอนที่ถูกปาดคอน่ะ”

“ความสัมพันธ์คงอยู่ในระดับที่ไว้ใจกันสูง”

“รูปแบบการฆ่าเหมือนกับรายควักหัวใจเด็กเลย” คันชรเอ่ยขณะมองบาดแผล

สามเดือนก่อนมีข่าวครึกโครมเรื่องฆาตกรตามฆ่าคว้านท้องเด็กเพื่อควักหัวใจเอามากินเป็นยาชูกำลัง เรื่องเกิดขึ้นในท้องที่เธอ คดีจึงอยู่ในความรับผิดชอบของเธอ กระนั้นก็ยังไม่คืบหน้าในการสืบคดีนักก็มาเกิดการฆาตกรรมในรายที่สามขึ้น

เอลิเซียมองรอบตัว นึกจินตนาการว่าเหยื่อกำลังทำอะไรตอนที่ฆาตกรเข้ามาปาดคอ คาวีร์คงกำลังทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ พอได้ยินเสียงกดออดที่ประตู เขาก็เดินไปเปิดประตูให้

แต่น่าสงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงไม่พูดคุยกันในห้องรับแขกแต่กลับพามาในห้องนี้ซึ่งเป็นทั้งห้องนอนและห้องทำงานแทน? พวกเขาคงเข้ามาเอาอะไรสักอย่างซึ่งอยู่ในห้องนี้ ไม่แน่..อาจเป็นลิ้นชักตัวที่วางคอมพิวเตอร์นั่นเพราะมันยังเปิดค้างอยู่ แล้วระหว่างที่ผู้ตายกำลังค้นหาของให้ฆาตกร หมอนั่นก็ลงมือเชือดแล้วลากไปบนเตียงเพื่อจัดการคว้านท้องควักหัวใจตับไตออกมากิน

น่าจะเป็นรอยกัด เพราะมีรอยคมฟันเป็นซี่ๆ แต่ถ้าเป็นรอยกัดจริง จะเป็นฟันของเจ้าฆาตกรหรือฟันของอะไร? ถ้าเป็นของฆาตกร มันก็คงบ้าเต็มที ที่ไม่ทิ้งรอยนิ้วมือแต่เลือกทิ้งรอยฟันแทน?

ไม่..ถ้าลงมือเชือดตรงโต๊ะคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีเลือดกระเซ็นอยู่ทั่วผนังบ้าง แต่นี่ไม่มีเลย มันสะอาดเอี่ยม เอลิเซียนึกค้านตัวเองแล้วจินตนาการใหม่ว่าเหยื่ออาจถูกฉีดยาชาหรือเปล่า? คาวีร์อาจถูกฉีดยาชาแล้วจากนั้นก็ถูกอุ้มไปวางบนเตียงเพื่อทำการทารุณกรรมต่อไป ผลการชันสูตรศพของจอห์นคงให้คำตอบเธอเร็วๆ นี้

แต่ถ้าผลชันสูตรศพออกมาแล้วว่าไม่มีสารอะไรอยู่ในร่างกายเลยล่ะ? ก็เป็นไปได้ว่าเหยื่ออาจเดินไปทำอะไรสักอย่างแถวหัวเตียงแล้วก็ถูกปาดคอในตอนนั้น อันนี้ก็มีโอกาสเป็นไปได้เพราะท่านอนเหยียดยาว เข่างอข้างหนึ่ง ดูผิวเผิน ก็เหมือนว่าเจ้าตัวถูกผลักลงไปนอนก็ได้

เอลิเซียเดินไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ที่เปิดค้างอยู่ หน้าจอเป็นเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ และยังมีเว็บไซต์การท่องเที่ยว และเว็บไซต์ช็อปปิ้งย่ออยู่ด้านล่าง เธอลองคลิกตรง Favorite และไล่คลิกตามลิงค์ที่เจ้าตัวเซฟไว้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นลิงค์ข่าวเก่าๆ เกี่ยวกับคดีการวางท่อก๊าซ เอลิเซียไม่ค่อยติดตามข่าวท่อก๊าซนักแต่พอรู้ว่าเป็นเรื่องทุจริตเชิงนโยบาย หญิงสาวไม่มีเวลาวิเคราะห์ข่าวนานกว่านั้น เธอจัดการเซฟทุกลิงค์ด้วยทรัมไดฟ์ แล้วเปิดดูไดฟ์ C และ D พบโฟลเดอร์ที่คาวีร์จัดเรียงไว้เป็นหมวดหมู่ ยังไม่ได้สำรวจว่าเป็นไฟล์อะไรบ้าง เธอจัดการก็อปปี้ลงในทรัมไดฟ์

ทุกคนต่างทำงานของตัวเองไปเงียบๆ พร้อมกับจิบกาแฟที่อาเดียวไปชงมาให้ เอลิเซียรอจนเจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์หามศพออกไปแล้ว จึงหันไปเอ่ยกับคันชรว่า

“จะตีสามแล้ว แยกย้ายกันไปนอนดีไหม”

“ดีเหมือนกัน รู้สึกคืนนี้ยาวนานเหลือเกิน” ตำรวจอีกนานพูดขึ้น

“วันนี้เข้าออฟฟิศเลตหน่อยก็ได้” หันไปทางคันชร เอ่ยว่า “วานใครสักคนที่เก่งคอมพ์ ช่วยย่อยข้อมูลในนี้ให้หน่อยได้ไหม ฉันอยากรู้ว่าผู้ตายเซฟอะไรในคอมพ์บ้าง”

“เดี๋ยวผมดูให้เอง”

“ขอบคุณมาก งั้นคืนนี้พอแค่นั้นเถอะ เจอกันที่ออฟฟิศ 9 โมงนะ”

“นี่เวลาเลตของผู้กองเขานะเนี่ย” อาเดียวบ่นอุบอิบแต่ขอให้อีกฝ่ายเดินลับจากประตูคอนโดฯ ไปแล้ว คันชรหัวเราะขำ เอ่ยว่า

“คุณก็รู้อลิซจริงจังกับงานแค่ไหน”

อาเดียวไม่ตอบ แต่เหลียวไปมองทางเตียงอย่างขยาดๆ แล้วออกเดินนำทุกคนออกจากคอนโดฯ แห่งนั้น




……………………………………






















 

Create Date : 01 สิงหาคม 2551    
Last Update : 3 สิงหาคม 2551 1:10:12 น.
Counter : 818 Pageviews.  

ความเป็นมา...เลือดทรชน









 





ความเป็นมา…เลือดทรชน


เป็นการรีไรท์จากฉบับเก่า... เหตุผลที่เขียนเรื่องนี้ เพราะรู้สึกตันกับรายละเอียดบางประการของหมอกเปลี่ยนสี เลยหันมาเขียนเรื่องนี้ไปพลาง ในระหว่างการแก้ไขพล็อตหมอกเปลี่ยนสีไม่เสร็จ

อีกประการหนึ่ง ต้องการเปลี่ยนคาเรคเตอร์ให้นางเอกเป็นตำรวจบ้าง หลังจากเรื่องรหัสทรชนและกุหลาบในเปลวไฟ พระเอกเป็นตำรวจมาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้นางเอกเป็นตำรวจและพระเอกเป็นนักการเมืองที่แสนร่ำรวยค่ะ แต่ยังไงก็จะยังคงสไตล์ความบู๊ สอบสวนและปนโรมานซ์เหมือนเดิมค่ะ

เรื่องย่อ…ขอติดค้างไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวจะวกกลับมาเขียนอีกที

ป.ล.ขอบคุณน้อง ambitianbian สำหรับไอเดียทั้งชื่อเรื่อง ชื่อตัวละครและพล็อตที่ช่วยคิดซึ่งแม้ว่าพี่จะเอามารีไรท์พล็อตใหม่ แต่ก็ยังอยากให้เครดิตน้องเหมือนเดิมค่ะ ส่วนพล็อตที่เปลี่ยนแปลงใหม่นี้ ต้องขอบคุณน้องกิฟท์และต้นข้าว..(รายหลังเชื่อมั่นว่าจะเป็นที่ปรึกษาอีกเป็นระยะๆ แน่)













Create Date : 01 สิงหาคม 2551    
Last Update : 1 สิงหาคม 2551 22:08:40 น.
Counter : 283 Pageviews.  


BlogGang Popular Award#13


 
คณิตยา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]








รู้จักคณิตยา/คีตฌาณ์

ก้าวสู่โลกแห่งการขีดเขียนในปี 2549 มีผลงานเป็นรูปเล่มกับสนพ.ในเครือสถาพรบุ๊คส์ทั้งหมด 11 เล่ม ไล่ตั้งแต่ รหัสทรชน ทางสายหมอก กุหลาบในเปลวไฟ ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ อริ...ที่รัก บอดี้การ์ด รักเพียงฝัน ตามรักข้ามเวลา ไฟรัก บันทึกแห่งรัก(the Book of Love) มิราเบลล์...ตราบคีตาบรรเลง เป็น 1 ในนิยายชุดแด่เธอที่รัก สาปรัก และใต้ปีกรัก

รหัสทรชน เป็นละครทางช่อง 3 เมื่อปี 2554 แสดงโดย เคน และชมพู่ สร้างโดยค่ายยูม่า และ ไฟรัก ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นภาษาเวียดนาม วางแผงเดือนสิงหาคม 2556



พูดคุย ทักทาย แลกเปลี่ยนความเห็น และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง fb โดยกดไลค์เป็นแฟนเพจได้ทาง https://www.facebook.com/keetacha?ref=hl ขอบคุณค่ะ

---------------

สวัสดีค่ะ

สืบเนื่องจากมีแฟนคลับนิยายมาสอบถามนิยายเก่าๆ อุ๋ยหลายคน และหลายคนที่อุ๋ยต้องปฏิเสธไปด้วยความเกรงใจอันเนื่องจากนิยายที่อุ๋ยมีเก็บอยู่ก็เหลือน้อยเต็มที ฉะนั้น อุ๋ยขอมาโหวตสำหรับคนสนใจเพื่อพิมพ์ใหม่โดยอุ๋ยจัดพิมพ์เอง โดยถ้าเรื่องไหนถึง 50 เล่ม อุ๋ยค่อยจัดพิมพ์เรื่องนั้น

1.ทางสายหมอก (เรื่องนี้ในเว็บสถาพรบุ๊คขายหมดแล้ว และในท้องตลาดหายากมากๆๆ และเป็นหนึ่งในงานเขียนเก่าๆ ของอุ๋ยที่มีคนถามหามาตลอด และตอนนี้ตามเว็บต่างๆ ก็กลายเป็นของหายาก อุ๋ยไปเจอเว็บหนึ่งขึ้นว่าเป็นนิยายเก็บสะสม จึงขายเต็มราคา 280 บาท ฟังดูน่าปลื้มใจมากๆๆ ป.ล.ถ้ายอดจองถึง 50 จริงๆ อุ๋ยจะเพิ่มบทพิเศษในส่วนของเอียนกับความรักของเขา)

2.อริที่รัก เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่มีแฟนคลับถามหามามาก แต่เว็บไซต์สถาพรบุ๊ค ขายหมดแล้ว แต่ยังคงหาซื้อในเว็บมือสองได้บ้าง (แต่สารภาพ ตัวอุ๋ยเองจะหาซื้อ ยังหาไม่ได้) ถ้ามีคนสนใจยอดจองถึง 50 เล่ม อุ๋ยจะพิมพ์ใหม่ โดยเพิ่มบทพิเศษชีวิตรักของเควินและอลิสาหลังจากมีลูกแฝดแล้ว ไปตามติดชีวิตของดาราฮอลลีวูดดังว่าหลังผ่านชีวิตแต่งงานแล้ว ความรักของเขาจะเข้มขึ้นหรือไม่)

3.ตามรักข้ามเวลา เป็นอีกเรื่องที่เว็บไซต์สถาพรบุ๊ค ขายหมดแล้ว ส่วนเว็บมือสอง จะยังหาได้อยู่หรือไม่ อันนี้อุ๋ยยังไม่ได้สำรวจ แต่สำหรับคนที่สนใจสอบถามงานเขียนเรื่องนี้มา ถ้ามีการจองถึง 50 เล่ม อุ๋ยจะพิมพ์ใหม่โดยเพิ่มบทพิเศษว่าหลังจากที่ธันว์และมินตรา มีลูกด้วยกันแล้ว ชีวิตรักของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ยังคงอบอุ่นหรือยังคงพัวพันกับเครื่องแมชชีนเครื่องนั้นซึ่งกำลังจะถูกใช้เพื่อเดินทางไปสู่อนาคตหรือไม่....)

4.ไฟรัก ความจริงเรื่องนี้ยังหาซื้อได้ที่เว็บไซต์สถาพรบุ๊คส์ แต่ฉบับที่อุ๋ยมาเปิดจอง จะเป็นฉบับเต็มที่ไม่ตัดทอนฉากเลิฟซีนเลย โดยหากมีจอดจองถึง 50 เล่มถึงจะพิมพ์เพิ่มและจะเพิ่มบทพิเศษว่าหลังจากที่ภาติยะกลับมาคืนดีกับท่านย่าของเขาแล้ว ญาติๆ โดยเฉพาะญาติสาวๆ มีมุมมองต่อเขาอย่างไรบ้าง และแน่นอนชีวิตรักของเขากับแพรไหม จะยังคงแซ่บและร้อนแรงหรือไม่ จะเป็นซีนพิเศษที่เพิ่มเข้ามาในกรณีที่มีการจัดพิมพ์ใหม่)

เบื้องต้นหยั่งเสียงแค่ 4 เล่มก่อนค่า โดยคนที่จะจอง รบกวนทิ้งอีเมลด้วยนะคะ เพราะผลการสำรวจกว่าจะครบ 50 เล่ม อาจจะใช้เวลานาน บางเรื่องอาจจะใช้เวลาเกิน 1 ปีขึ้นไป ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นอุ๋ยจะเมลไปสอบถามซ้ำอีกครั้งก่อนตีพิมพ์ว่า จะยังต้องการอยู่หรือไม่

ป.ล.สำหรับคนที่ต้องการจองเรื่องไหน รบกวนแจ้งที่เดียวคือ

https://www.facebook.com/keetacha

เพื่อง่ายต่อการรวบรวมข้อมูล

ขอบคุณมากค่ะ

คณิตยา/คีตฌาณ์



...................




ตอนนี้อุ๋ยทยอยนำนิยายที่หมดลิขสิทธิ์กับพิมพ์คำไปวางจำหน่ายในรูปแบบ E-book บนเว็บ ebooks และเว็บ Mebmarket ค่ะ

ใต้ปีกรัก...ราคาอีบุ๊ก 179 บาท

บันทึกแห่งรัก...ราคาอีบุ๊ก 255 บาท จากราคาปก 310

ไฟรัก...ราคาอีบุ๊ก 279 บาท จากราคาปก 350 บาท

กุหลาบในเปลวไฟ...ราคาอีบุ๊ก 230 บาท



รหัสทรชน ราคาอีบุ๊ก 200 บาท จากราคา 300 บาท 673 หน้า





ทางสายหมอก ราคาอีบุ๊ก 265 บาท จากราคา 280 บาท 690 หน้า



ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ ราคาอีบุ๊ก 125 บาท จากราคา 180 บาท 360 หน้า



รวมเรื่องสั้น...ฉบับวัยหวาน ราคาอีบุ๊ก 45 บาท จากปก 55 บาท



อริ...ที่รัก ราคาอีุบุ๊ก 195 จากปก 240 บาท



หวานใจ...บอดีการ์ด...ราคาอีบุ๊ก 145 บาท จากปก 180 บาท



รักเพียงฝัน...ราคาอีบุ๊ก 225 จากปก 250 บาท



ตามรักข้ามเวลา...ราคาอีบุ๊ก 240 จากปก 270 บาท





















New Comments
Friends' blogs
[Add คณิตยา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.