Group Blog
 
All blogs
 

สื่อรักออนไลน์...(บทที่ 2)




บทที่ 2 ...คณิตยา


เป็นเช้าที่สดชื่นยิ่งนัก…อัญชนานึกเมื่อออกมายืดเส้นยืดสายหน้าระเบียงแล้วเจออากาศบริสุทธิ์รอบตัว ด้วยความสูงถึงสิบเอ็ดชั้นของคอนโดฯ ทำให้อัญชนามองสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวได้อย่างกระจ่างตาขึ้น โดยเฉพาะอาคารที่อยู่รอบตัวเธอซึ่งส่วนใหญ่แวดล้อมไปด้วยกล่องสี่เหลี่ยมสูงเป็นแท่งๆ ตั้งตระหง่านคู่ขนานไปกับคอนโดฯ เธอ ความที่คอนโดฯ สูงมากจึงทำให้เห็นคนที่อาศัยอยู่อีกฝั่งได้อย่างชัดเจนนักหากอีกฝ่ายออกมายืนรับลมเช่นเธอ

รอบตัวหญิงสาวเหลียวมองไปทางไหนก็เห็นแต่สิ่งปลูกสร้าง ยากนักที่จะเห็นสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า อ้อ..ยกเว้นบ้านอยู่หลัง อัญชนานึกเมื่อมองต่ำลงไปยังบ้านทรงไทยสองชั้นที่อยู่ติดกับคอนโดฯ เธอ แล้วฉับพลันเธอก็ต้องชะงักเมื่อมองเข้าไปเห็นห้องที่อยู่ฝั่งเดียวกับคอนโดฯ เธอ ผ้าม่านของห้องหนึ่งกำลังปลิวไสวลู่ลม

..บ้านเปิดหน้าต่างแสดงว่า.. อัญชนามองไล่ต่ำต่อไปยังหน้าบ้านซึ่งมีรถจอดอยู่คันหนึ่ง..

จริงด้วย..อัญชนายืนยันกับตัวเอง บ้านหลังนั้นซึ่งประกาศขายมาร่วมครึ่งปี บัดนี้มีเจ้าของใหม่เข้ามาอยู่เรียบร้อยแล้ว อัญชนาถอนหายใจอย่างเสียดาย..อันที่จริงเธอตั้งใจจะซื้อบ้านหลังนั้นเก็บไว้นานแล้ว เคยแม้กระทั่งปรึกษาหารือกับกนต์ธรแล้วด้วยซ้ำ แต่ขานั้นดูเหมือนยังอิดออด เธอจึงยังไม่ตัดสินใจเด็ดขาดที่จะไปทำสัญญาซื้อขายกับเจ้าของบ้านหลังนั้น มาวันนี้บ้านที่แสนร่มรื่นมีต้นไม้ใบหญ้าปกคลุมเขียวขจีรอบตัวบ้าน กำลังถูกเปลี่ยนเจ้าของ..

“มองอะไรยัยอัน” ยาวีก้าวมาหยุดยืนข้างๆ ตามองตามสายตาเพื่อนที่กำลังมองต่ำไปยังเบื้องล่างบ้าง แล้วเธอก็ส่งถ้วยกาแฟอีกใบซึ่งกำลังมีควันลอยกรุ่นส่งให้เพื่อน ขณะที่ตัวเองถือในส่วนของเธอมาคลึงในมือเบาๆ เพื่อหาความอบอุ่น

“บ้านเรือนไทยหลังนั้นนั่นแหละ” อัญชนาย้ำ บุ้ยปากไปทางทิศทางที่ยาวีมองอยู่ เอ่ยช้าๆ ขึ้นว่า “มีเจ้าของเข้ามาอยู่แล้ว”

“อ้อ..หนุ่มหล่อรวย หุ่นสมาร์ทคนนั้นน่ะหรือ” ยาวีถามย้ำอย่างไม่ต้องการคำตอบนัก แล้วเธอก็กล่าวต่อว่า “เขาเข้ามาอยู่ร่วม 2 อาทิตย์แล้วนี่ ไม่สังเกตหรือ…” แล้วยาวีก็พยักหน้าหงึกหงักกล่าวต่อว่า “แกคงไม่ได้สังเกตหรอก ออกจากบ้านก็ไก่โห่ แถมกลับมาบ้านก็ดึกดื่นออกป่านนั้น”

“2 อาทิตย์?” อัญชนาตวัดถามเสียงสูง เธอสนใจประโยคแรก มากกว่าประโยคท้ายแสดงความเห็นของเพื่อนนั่น

“ฮื่อ 2 อาทิตย์แล้ว” ยาวีย้ำ

“นี่ชั้นช้ากว่าผู้ชายคนนั้นแค่ 2 อาทิตย์เองหรือ” อัญชนาเอ่ยพึมพำเชิงตั้งข้อสังเกตแล้วเป่าถ้วยกาแฟในมือเพื่อไล่ความร้อนอย่างฉุนเฉียว ตายังจับจ้องเรือนไทยหลังนั้น ขณะปากเอ่ยว่า “แล้วไปรู้จักมักจี่เขาแต่ชาติปางไหน ถึงได้รู้ว่าเขาหล่อ รวย หุ่นสมาร์ท”

“ก็ 2 อาทิตย์ก่อน ไล่ๆ กับช่วงที่แกกลับไปเยี่ยมแม่ที่เชียงใหม่อีกรอบนั่นแหละ เขาก็ย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนั้น แล้วบอกอะไรให้อย่างนะยัยอัน เขาน่ารักมากย้ายเข้ามาวันแรกเจอชั้นหน้าคอนโดฯ ก็เข้ามาขอฝากเนื้อฝากตัวในฐานะเพื่อนบ้านเลย”

อัญชนาทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอเมื่อเห็นนัยน์ตาเคลิ้มฝันของเพื่อน “ฮี๋..อย่าบอกนะว่าจะริมีความรักเอาตอนแก่” อัญชนากล่าวอย่างประชดๆ เพื่อนอย่างไม่จริงจังนัก

“เฮ้ย..แก่เก่ออะไรกัน พูดจาหยาบคาย”

อัญชนาหัวเราะก๊าก เธอถือถ้วยกาแฟขึ้นจิบ ขณะที่ตายังสำรวจบ้านเรือนไทยเบื้องล่างอย่างเสียดายอีกครั้ง

“วันนี้วันหยุด แกมีโปรแกรมทำอะไรบ้างยัยอัน” ยาวีหันมาถามเพื่อน ตามองเพื่อนจิบกาแฟ อัญชนาเกล้าผมเหนือศีรษะอวดลำคอระหงในชุดเสื้อยืดกางเกงแพร คอเสื้อเจ้าตัวย้วยอย่างที่ดูออกว่าผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ยี่หระ ยังคงหยิบมาใส่อยู่นั่นเอง แต่ยาวีจำต้องชมเพื่อนว่าแม้อัญชนาจะอยู่ในชุดนอนมอซออย่างนี้ เจ้าหล่อนกลับไม่ได้ลดความน่ามองลงเลย ตรงกันข้ามมันทำให้อัญชนาดูเป็นสาวมาดมั่นมากขึ้น

“โปรแกรมนู่นมั้ง” อัญชนาบุ้ยปากไปทางหน้าต่างเรือนไทยที่กำลังเผยอเพยิบพยาบแทนคำตอบ จากนั้นก็สะบัดก้นเดินเข้าคอนโดฯ อย่างไม่สนใจทันที แรกสุดอัญชนายอมรับว่าตกใจเหมือนกันเมื่อคุยกับยาวีอยู่เพลินๆ แล้วพอเหลียวกลับไปมองบ้านเรือนไทย แล้วเห็นร่างสูงกำลังยืนอยู่ที่ขอบหน้าจ้องมองมาที่เธอ- -เธอมั่นใจว่าผู้ชายคนที่ยาวีฝันหวานเมียงมองมาที่เธอเพราะทันทีที่เธอละกลับไป เขาก็ยกแก้วซึ่งเธอเดาว่าน่าเป็นแก้วกาแฟขึ้นชูให้เธออย่างทักทายทันที

ระยะไกลเกินกว่าจะเห็นว่าใบหน้าเขาว่าหล่อเหลาคมคายสมดังคำชมของยาวีหรือไม่..อัญชนานึกขณะเดินกลับเข้าคอนโดฯ

เพื่อนเดินเข้าไปในคอนโดฯ แล้ว ยาวีจึงตวัดสายตาไปตามทางสายตาเพื่อน แล้วชั่วครู่เธอก็ยิ้มกว้าง ชูแก้วกาแฟในมือตอบเขา

====================



งานเลขานุการในขอบข่ายความรับผิดชอบเธอ ไม่มีอะไรมากนอกจากเขียนและตอบเมล์ภาษาอังกฤษบริษัทแม่ว่ามีโรงงานใดบ้างสั่งซื้อเครื่องจักร ซึ่งเครื่องจักรที่บริษัทเธอรับสั่งจากบริษัทแม่มักเป็นเครื่องจักรประเภททำแผ่นวงจรไฟฟ้าหรือชิบสำหรับคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ

แล้วภาระหน้าที่เธอก็หมดแค่นั้นเพราะภายหลังเครื่องจักรถูกลำเลียงมาทางเรือซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนแล้ววิศวกรประจำบริษัทแม่ก็จะเดินทางมาทำการติดตั้งให้ทันที จากนั้นวิศวกรประจำบริษัทเธอจึงจะเข้าไปคอยดูแลซ่อมบำรุงเครื่องจักรให้

วันนี้บังเอิญงานตอบเมล์บริษัทแม่ยังไม่เสร็จ เธอจึงกลับมาทำต่อที่บ้าน และขณะที่เธอกำลังตอบเมล์บริษัทแม่อยู่นั่นเอง เสียงเอ็มฯ ก็ดังขึ้นพร้อมกับข้อความในกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ก็แสดงผลขึ้นทันที

‘คืนนี้อยู่ดึกนะครับ ไม่ง่วงหรือ’

อัญชนานิ่วหน้า เมื่อเห็นชื่อบนข้อความ ‘Machine’ ไม่เคยถามเขาว่าตั้งชื่อเพื่อล้อเลียนเธอหรือไม่ เพราะขี้เกียจเกินกว่าจะหาคำตอบเนื่องจากใครๆ ก็รู้ทั้งนั้นว่าเธอทำงานเกี่ยวกับ Machine หากเข้ามาอ่านไดอารี่ออนไลน์เธอ

‘งานยังไม่เสร็จ/ไม่ง่วงค่ะ’

‘ลืมไปพรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์คุณอันอยู่ดึกได้’


คุณอัน…นี่ก็อีก เธอขี้เกียจถามเขาว่ารู้จักชื่อเล่นเธอได้อย่างไร เพราะรู้คำตอบดีอยู่แล้วว่าน่าจะมาจากเวปไดอารี่เธอ

‘ผมอ่านไดอารี่คุณเมื่อคืนแล้ว’ อีกฝ่ายเขียนมาอีกก่อนจะเงียบไปเฉยๆ เหมือนรอให้เธอถามต่อ ทว่าอัญชนาก็ไม่ได้ตกหลุมพรางเขา เธอไม่ได้สนใจที่จะตอบหรือถามเขาต่อ คงปล่อยให้ข้อความสี่เหลี่ยมปรากฏแถบสีอยู่อย่างนั้น กระทั่งอีกฝ่ายเงียบไปเอง อัญชนาลองคลิกเปิดเอ็มอีกครั้ง คราวนี้เธอถอนหายใจอย่างโล่งใจขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายออฟไลน์ไปแล้ว เธอย่นจมูกให้จอคอมพิวเตอร์ ไม่ได้รำคาญเขาเพียงแต่ไม่คิดอยากจะคุยกับใครเวลานี้ก็เท่านั้น

เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงต่อมา เธอจึงเขียนและตอบเมล์เสร็จ จากนั้นอัญชนาก็คลิกเปิดไดอารี่ส่วนตัวของเธอ พบว่ามีคอมเม้นท์ในกล่องความเห็นมากพอสมควร เธอไล่แต่ละข้อความดูแล้วสุดท้ายใบหน้าก็ห่อเหี่ยวลงเมื่อไม่พบข้อความจากกนต์ธร.. อัญชนาพ่นลมหายใจ เขาก็ยังเป็นคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง หากเป็นเมื่อก่อนสมัยที่ยังคบหากันใหม่ๆ ถ้าเขาแสดงท่าทีไม่ไยดีเธออย่างนี้ เธอคงโทรฯ ไปวีนเขาแล้ว แต่นี่..อัญชนาถอนหายในแผ่วเบา เธอคงแก่และเหนื่อยเกินกว่าจะวิ่งไล่กวดเขาแล้วกระมัง..อัญชนานึก

อัญชนาปลอบใจตัวเองอย่างนั้นแล้ว ก็สามารถไล่อ่านข้อความแสดงความคิดเห็นในไดอารี่ออนไลน์เธอได้อย่างสบายใจขึ้น ข้อความส่วนใหญ่ให้กำลังใจและแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวว่าเจอแฟนตัวเองแสดงพฤติกรรมแย่ๆ อย่างไรบ้าง ทว่ามีข้อความหนึ่งที่น่าสะดุดตาด้วยเจ้าตัวเขียนคอมเมนท์เป็นบทกลอนพร้อมมีอี-การ์ดประกอบ

อย่าท้อเลยนะคนดี ยังมีวันพรุ่งนี้สดใส
ทุกวันผันเปลี่ยนเวียนไป อย่าร้องไห้ฟูมฟายกับมัน
อย่าท้อเลยนะคนดี วันนี้ยังมีตัวฉัน
เป็นแรงแห่งใจให้กัน ร่วมฝันมั่นใจอย่ากลัว
อย่าท้อเลยนะคนดี จับมือฉันนี้แล้วยิ้มหัว
ชีวิตอับเฉา เงาสลัวจะผ่านไป อย่ากลัวสู้ไป ...



ลงชื่อ ‘คนล้างใจ’ อัญชนาขมวดคิ้วมุ่นเพราะชื่อนี้เธอคุ้นๆ ว่าเมื่อวานก็มาทิ้งคอมเมนท์ไว้เหมือนกัน แต่เธออ่านผ่านๆ อย่างไม่สนใจนัก คราวนี้เธอจึงคลิกไล่ย้อนกลับไปตั้งแต่คอมเม้นท์แรกที่ลงท้ายด้วยชื่อคนล้างใจ

ทุกสิ่งล้วนแต่ลิขิต และถูกกำหนดมาทั้งสิ้น
บางคนถูกกำหนดให้เกิดมาเพื่อเป็นคน ‘ที่ต้องรัก’
บางคนถูกกำหนดให้เกิดมาเพื่อเป็นคน ‘ที่ถูกรัก’
คงเลือกไม่ได้ที่อยากเป็นแบบไหน
การได้เจอะเจอใครสักคน
และได้รักอย่างหมดหัวใจ ก็คงเป็นสิ่งที่ถูกกำหนด
ของโชคชะตาบนเส้นทางแห่งชีวิตที่เราเดิน



และข้อความอื่นๆ ที่ลงชื่อว่าคนล้างใจนั้น ล้วนแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยและปลุกใจให้ลุกขึ้นสู้สารพัด ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยสนใจคอมเมนท์ของคนชื่อนี้มาก่อน อาจเป็นเพราะมันยังไม่โดนใจเธอกระมัง มาวันนี้กับข้อความล่าสุดของเขานี่มันกระทบใจเธออย่างจัง อ่านแล้วนึกอยากลุกขึ้นสู้กับชีวิต..อัญชนานึกอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร

====================



ปกติอัญชนาจะไม่เข้าโรงงานเพราะโดยภาระหน้าที่เธอไม่มีความจำเป็นต้องมาเกี่ยวข้องกับโรงงาน เพียงแต่วันนี้มีธุระส่วนตัวที่เจ้านายเธอฝากของบางอย่างมาให้ผู้จัดการฝ่ายผลิต เธอจึงต้องเข้ามาโรงงานเสียหน่อย ภายหลังเสร็จธุระเธอก็เหลียวหลังกลับ จังหวะที่อัญชนาหันหลังกลับนั่นเองก็ต้องชะงักเมื่อชนเข้ากับแผ่นอกกว้างของชายคนหนึ่งที่เดินซ้อนมาทางด้านหลัง

“ขอโทษค่ะ” อัญชนาพึมพำแล้วยืนอึ้งตรงประตูทางเข้าห้องผู้จัดการฝ่ายผลิตนั่นเองเมื่อพบว่าชายร่างสูงที่เธอถอยหลังมาชนหน้าตาหล่อเหลาคมคายและสูงชะรูด ความสูงเธออยู่ในระดับปลายคางเขาเท่านั้น อัญชนาเงยหน้ามองคนตัวสูงตรงหน้าแล้วนึกชมในใจว่าหุ่นดี...

“คุณกานต์ครับ คุณอันเลขาฯ คุณพลเอากระเช้าปีใหม่มาฝากครับ” พีระ- -โฟร์แมนหันไปรายงานแขกมาใหม่รายล่าสุด ก่อนจะหันมาทางเธอ เอ่ยว่า “คุณอันครับ นี่คุณกันติยศผู้จัดการเราครับ เพิ่งย้ายมาประจำเครือเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาครับ”

“อ้อ..สวัสดีค่ะ” อัญชนาหันไปยกมือไหว้ผู้จัดการฝ่ายผลิต เพราะถือว่าในฐานะหน้าที่การงานเขาอาวุโสกว่ามาก จากนั้นเธอเอ่ยว่า “หัวหน้าชั้นฝากกระเช้ามาอวยพรปีใหม่ค่ะ”

“ขอบคุณครับ” กันติยศพึมพำขอบคุณ แล้วมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาขำเล็กๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันสังเกต จากนั้นเขาก็กล่าวต่อว่า “ฝากขอบคุณคุณพลด้วยครับ อ้อ..ผมเพิ่งจะย้ายมาไม่นานเท่าไหร่ จะรังเกียจไหมครับ ถ้าจะเชิญคุณพลแล้วก็คุณอันไปทานข้าวเพื่อทำความรู้จัก”

อัญชนาเลิกคิ้วน้อยๆ เธอไม่เคยเจอผู้จัดการโรงงานไหนเป็นฝ่ายขอนัดทานข้าวบริษัทเธอมาก่อน ส่วนมากบริษัทเธอจะเป็นฝ่ายขอนัดผู้จัดการโรงงานมากกว่า เพื่อจะเสนอแคทตาล็อกให้ซื้อเครื่องจักรหรือไม่ก็สแปร์พาร์ต

กันติยศลอบสังเกตปฏิกิริยาบนใบหน้าคมซึ้งของหญิงสาวตรงหน้า เมื่อเห็นเธอยังคงนิ่งเงียบและใบหน้าติดจะครุ่นคิด เขาก็เอ่ยยิ้มๆ ขึ้นว่า “ที่ผมชวนทานข้าวไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพราะอยากสั่งสแปร์พาร์ตบางตัว”

“ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวชั้นจะบอกหัวหน้าให้นะคะ ได้ผลยังไงจะติดต่อมาทางคุณอีกที”

“ขอบคุณครับ ได้หลังปีใหม่ยิ่งดี นี่ครับเบอร์มือถือผม” แล้วกันติยศก็หยิบกระดาษโน้ตบนโต๊ะทำงานมาลากอะไรขยุกขยิกบนกระดาษก่อนจะฉีกส่งให้เธอ “ถ้าติดต่อคุณพลได้ รบกวนประสานมาทางเบอร์นี้นะครับ”

อัญชนารับแผ่นกระดาษเล็กๆ มาถืออย่างนิ่งงันมากขึ้น ด้วยไม่เคยเจอผู้จัดการโรงงานใดเป็นมิตรกับบริษัทคู่ค้าเช่นเขามาก่อน เธอเอ่ยพึมพำขอบคุณเบาๆ ขณะยัดกระดาษแผ่นเล็กๆ นั่นลงในกระเป๋าสะพายแล้วเอ่ยขอตัวจากมาทันที

ผู้จัดการโรงงานนี่แปลกแฮะเป็นมิตรกับบริษัทคู่ค้าซะน่าใจหาย..อัญชนานึกขณะเดินออกมาจากโรงงาน ชั่วขณะที่เธอผ่านลานจอดรถของโรงงานนั่นเอง เธอก็ต้องเตะตากับรถเบนซ์คันหนึ่งเข้าเสียก่อน ความโดดเด่นของมันไม่ใช่เพราะจอดอยู่ในหมู่รถเก่าคร่ำครึเท่านั้น แต่หากเพราะทะเบียนรถที่ปรากฏเลขเก้าทั้งหมดด้วย อัญชนามองเลขทะเบียนรถอย่างเป็นอริ แล้วชั่วครู่เธอก็เหลียวซ้ายแลขวาทั่วลานจอดรถบริเวณนั้น เมื่อไม่เห็นใครเดินผ่านไปมาเธอก็เดินเข้าไปยกเท้าเตะป๊าบเข้าที่ยางล้อหลังทันที

ก็รถคันนี้เธอจำได้ว่าปาดเอาน้ำสกปรกบนถนนมากระเซ็นโดนเธอเมื่อวันก่อน วันนี้เอาคืนเจ้าของรถไม่ได้ ก็ขอเอาคืนรถละกัน..อัญชนานึกแล้วเดินออกมาจากบริเวณนั้นอย่างสบายใจเฉิบ…

====================



เช่นเคยกนต์ธรไม่ออนไลน์ทั้งที่เขาเองเป็นฝ่ายบ่นกระปอดกระแปดกับเธอเมื่ออาทิตย์ก่อนว่าให้ออนไลน์คุยกับเขาบ้างเพราะคิดถึงเธอ แต่พอเธอออนไลน์จริงกลับไม่พบแม้แต่เงาของเขา.. อัญชนาผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด รู้สึกเริ่มน้อยใจเขาขึ้นมาตะหงิดๆ เพราะดูเหมือนกนต์ธรเป็นเช่นนี้ถี่ขึ้นในระยะหลังๆ

อัญชนาเช็กอีเมล์และไดอารี่ออนไลน์เมื่อพบว่าไม่มีข้อความจากเขาแน่แล้ว เธอจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำมาก่อน เธอเดินไปมุมห้องซึ่งโทรศัพท์บ้านวางอยู่แล้วต่อสายทางไกลไปยังอพาร์ทเมนต์กนต์ธรทันที

‘สวัสดีครับ นี่เป็นระบบตอบรับอัตโนมัติ กรุณทิ้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์แล้วผมจะโทรกลับครับ’ อัญชนาถอนหายใจแผ่วเบาเมื่อได้ยินระบบตอบรับอัตโนมัติจากปลายสาย เธอตัดสินใจวางหูโทรศัพท์โดยไม่ฝากข้อความใดๆ จากนั้นเธอก็เดินกลับมานั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ คิ้วขมวดมุ่น

“เขาไปไหนของเขานะ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว” อัญชนานึกขณะมองนาฬิกาฝาผนัง เพราะเวลาเมืองไทยขณะนี้ 13.00 น. ก็เท่ากับเวลาเขาที่อเมริกาเกือบตี 1 อัญชนารู้สึกห่วงใยเขาจึงตัดสินใจใช้มือถือโทรศัพท์ทางไกลเข้ามือถือเขา

“ตู๊ด…ด” เสียงปลายสายตู๊ดยาวเป็นสัญญาณว่าสายว่าง อัญชนารู้สึกใจชื้นขึ้นแต่เธอก็ใจชื้นได้ไม่นานเมื่อปลายสายไม่มีท่าทีจะมารับสายกระทั่งสายถูกตัดสัญญาณไปเอง อัญชนาเลื่อนมือถือมาย่นจมูกเสมือนหนึ่งว่าเป็นใบหน้าเขา แล้วเธอก็ตัดสินใจต่อสายไปหาเขาใหม่อีกครั้ง บอกตัวเองว่าถ้าครั้งนี้ไม่ได้อีกก็จะล้มเลิกความตั้งใจแล้ว ทว่าเธอก็ไม่ต้องเสียความตั้งใจเมื่อครั้งนี้ต่อสายไม่กี่อึดใจแล้วปรากฏว่าเสียงปลายสายมีคนรับทันที

“ฮัลโหล” เสียงนุ่มปลายสายกล่าวทักทายเป็นภาษาอังกฤษบ่งบอกว่าเป็นพวกแหม่ม

“สวัสดีค่ะขอสายกนต์ธรค่ะ” อัญชนาบอกความต้องการตัวเองไปเป็นภาษาอังกฤษ

“ตอนนี้เขาอาบน้ำอยู่ค่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ ชั้นจะบอกเขาให้เมื่อเขาออกจากห้องน้ำแล้ว”

อัญชนาอึ้ง เธอยอมรับว่าอึ้งไปชั่วครู่ใหญ่ๆ เมื่อได้ยินคำตอบอีกฝ่าย..ผู้หญิงคนนั้นไปทำอะไรที่อพาร์ทเมนต์กนต์ธรดึกๆ ดื่นๆ และทำไมเขาถึงกล้าอาบน้ำในช่วงที่มีแขกสาวมาถึงห้องอย่างนี้.. มีคำถามมากมายวนเวียนในหัวเธอ โดยที่ไม่อาจหาคำตอบได้

“ฮัลโหล คุณยังอยู่ในสายหรือเปล่าคะ”

“อยู่ค่ะ” อัญชนาตอบไปด้วยเสียงแหบเครืออย่างที่ตัวเองยังประหลาดใจว่าเป็นเสียงตัวเองหรือนั่น

“อืม..จะให้บอกว่าเป็นใครโทรมาคะ”

อัญชนาไม่ใช่เด็กสาวแล้วถึงจะจับน้ำเสียงแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของนั่นไม่ได้ เธอจึงรู้สึกเย็นยะเยือกในใจยิ่งนักเมื่อถามออกไปว่า “ขอโทษนะคะ คุณไปทำอะไรที่อพาร์ทเมนต์กนต์ธรคะ” แล้วเธอก็ได้ยินเสียงปลายสายทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอกลับมาเหมือนว่ารำคาญเธอนักหนาที่ถามอะไรโง่ๆ อย่างนั้น จากนั้นก็เอ่ยว่า

“ชั้นเป็นเกิร์ลเฟรนด์เขาค่ะ แล้วคุณละคะเป็นใคร โทรมาดึกดื่นมีธุระอะไรหรือเปล่า”




====================



จบตอน



ตอนที่แล้ว ตอนที่ 2 ตอนต่อไป








 

Create Date : 16 ธันวาคม 2549    
Last Update : 13 มกราคม 2551 18:29:26 น.
Counter : 484 Pageviews.  

สื่อรักออนไลน์...(บทที่ 1)




บทที่ 1 ...คณิตยา


ฝนฝนตกจั่กๆ อย่างไม่ลืมหูลืมตา…อัญชนาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ขณะนี้ท้องฟ้ามืดมิดจนไม่เห็นอะไรแล้วละกลับมาถอนหายใจ มือจับคันร่มแน่นเพราะไม่เพียงห่าฝนเม็ดใหญ่ๆ ที่กำลังโปรยปรายตกลงมานี่เท่านั้น แต่ยังมีกระแสลมแรงมาช่วยกระพือซ้ำจนทำให้ร่างเล็กๆ ของเธอแทบจะปลิวตามไปด้วย

ตกลงมายังกะพายุหลงฤดู… อัญชนานึกในใจ วันนี้เธอเพิ่งกลับมาจากห้างสรรพสินค้า ทันทีที่ลงจากรถเมล์ก็ต้องพบเจอกับพายุฝนนี่ทันที และปัญหาที่ตามมาสำหรับคนเมืองกรุงหลังฝนตกก็คือรถติด และถนนแฉะ อันเนื่องจากท่อระบายน้ำทิ้งระบายน้ำไม่ทัน ฉะนั้นนอกจากเธอต้องผจญปัญหารถนิ่งเป็นแช่แป้งบนรถเมล์ร่วมชั่วโมงแล้ว เดินลงจากรถเมล์ยังเผชิญปัญหาถนนแฉะอีกด้วย

อัญชนาในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์สีปอนๆ พยายามเดินเลาะถนนตรงบริเวณที่ไม่มีน้ำเจิ่งนอง ในใจพลางนึกว่ากรุงเทพฯ อะไรๆ ก็ดีไปหมดหรอกนะ ยกเว้นอย่างเดียวระบบการจัดผังเมืองและท่อระบายน้ำทิ้งไม่ดีไปหน่อย ทำให้พอฝนตกทีไรเกิดปัญหาจราจรติดขัดและน้ำท่วมทุกที

แล้วต่อมาอัญชนาก็อุทานลั่นไม่เป็นภาษาเมื่อรถเบนซ์สีบรอนซ์ขับเบียดมาทางเธอและย่ำลงบนถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่นทำให้น้ำที่เจิ่งนองในหลุมกระเซ็นมาโดนเธอเข้าอย่างจัง อัญชยาอ้าปากค้าง ตามองท้ายรถเบนซ์ที่ขับแล่นฉิวต่อไปโดยไม่แม้แต่จะลงมาถามไถ่หรือขอโทษขอโพยเธอแล้ว- -ด้วยแววตาเขียวปัด หญิงสาวสวดให้ศีลให้พรท้ายรถเบนซ์ที่ขับลับตาขณะที่ใจจำเลขทะเบียนท้ายรถเบนซ์อย่างแม่นยำ

“ทำไมเปียกมะลอกมะแลกยังกับลูกหมาตกน้ำยังงั้นล่ะ” ยาวีเอ่ยปากทักทันทีที่เห็นเพื่อนกลับมาถึงคอนโดฯ แล้วนอนแผ่หราตรงโซฟาห้องนั่งเล่นนั่นเองในสภาพกางเกงยีนส์เปียกไปครึ่งตัว

“ข้างนอกฝนตก” อัญชนาตอบสั้นๆ แล้วปรายตามองเพื่อนที่กำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์โดยเจ้าตัวไม่พรั่นพรึงกับเสียงฟ้าร้องครืนๆ ข้างนอกสักนิด

คอนโดฯ ที่เธอกับยาวีเช่าอยู่ด้วยกันนั้น เป็นคอนโดฯ ห้องชุด มีห้องนอน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องน้ำเสร็จสรรพในตัว โดยแต่ละห้องแยกเป็นสัดส่วน ราคาจึงหลายล้านอยู่ ยาวีกับเธอเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย บัดนี้แม้ต่างทำงานคนละสาย- -ยาวีเป็นหัวหน้าโต๊ะข่าวบันเทิงของหนังสือพิมพ์หัวสีฉบับหนึ่งซึ่งมียอดจำหน่ายสูงสุดของประเทศ ส่วนเธอเป็นเลขานุการของบริษัทนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศบริษัทหนึ่ง แต่ทว่าก็ยังคบหาและอยู่ร่วมชายคาเดียวกันเหมือนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย

อันที่จริงเธอเพิ่งกลับมาเช่าคอนโดฯ อยู่ร่วมกับยาวีอีกครั้ง ก็เมื่อกนต์ธรจากไปเรียนต่อปริญญาเอกที่อเมริกานั่นเอง

“ฝนตกก็จริง แต่แกเอาร่มไปไม่ใช่หรือ” ยาวีเงยหน้าขึ้นมาค้านเพื่อนนิดๆ เธอมองใบหน้าที่ยังชื้นน้ำฝนของเพื่อนแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ อัญชนาเป็นสาวสวย ใบหน้าคมหวานราวสาวลูกครึ่งไทย-จีนทั้งที่หล่อนมีเชื้อไทยแท้ 100% นี่แหละ ผิวอัญชนาขาวอย่างคนเหนือทั่วไป สมัยเรียนเธอจำได้ว่าอัญชนาเป็นที่ปรายปองของหนุ่มๆ มากมายทั้งเพื่อนร่วมรุ่นและรุ่นพี่ แต่ก็มีเพียงกนต์ธรคนเดียวที่สามารถพิชิตใจเพื่อนเธอได้ ก็แน่ละกนต์ธรเป็นถึง ‘เดือน’ ของคณะวิศวะฯ ทำไมเพื่อนเธอจะไม่สนใช่ไหม?…

“ก็ใช่ แต่รถเก่งของพ่อเทวดาที่ไหนไม่รู้ เล่นปาดเอาน้ำบนถนนมาสาดโดนชั้นซะงั้น” แล้วเจ้าตัวก็บ่นกระปอดกระแปดว่าน่าจะรู้อยู่ว่าเป็นถนนสาธารณะ ยังจะขับไวไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่องคนเดินถนนอีก

ยาวีหัวเราะก๊ากในทันทีที่เพื่อนพูดจบ เพราะเจ้าตัวไม่เพียงบ่นกระปอดกระแปดเท่านั้น แต่ยังสวดให้ศีลให้พรบุคคลที่สามที่เจ้าตัวพูดถึงด้วย เพื่อนเธอเป็นคนปากร้ายแต่เป็นประเภทปากร้ายแต่ใจดี… ยาวีส่ายหน้า เธอเอ่ยปากไล่ให้เพื่อนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็ละกลับมาเพ่งที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ดังเดิม

อัญชนามองเพื่อนที่กลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ดังเดิมแล้ว เธอก็เดินเลี่ยงเข้าห้องนอนตัวเองทันที ตั้งใจจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะออกมาทานข้าวกับเพื่อน

====================


เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนเมื่ออัญชนาเข้าไปเช็กอีเมล์เช่นทุกครั้งแล้วเจอกนต์ธรออนไลน์ ซึ่งนั่นหมายความว่าเวลาที่อเมริกาเป็นเวลาเกือบเที่ยงวัน เธอขมวดคิ้วมุ่นเมื่อกนต์ธรส่งข้อความเข้ามาทักว่าหายไปไหนนานทำไมไม่ออนไลน์เลย

‘เพิ่งกลับจากเชียงใหม่’ อัญชนาตอบไป

‘กลับมาตั้งอาทิตย์แล้วไม่ใช่หรือทำไมยังไม่ออนอีก’ อีกฝ่ายถามกลับมา อัญชนาถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน จะให้บอกอย่างไรว่าเธอน้อยใจเขา เพราะช่วงหลังที่กนต์ธรจากไปอเมริกาดูเขาจะห่างเหินเธอไป จากเดิมที่เคยโทรศัพท์และเขียนจดหมายติดต่อกลับมา 2 อาทิตย์ครั้ง บัดนี้พอย่างเข้าปีที่ 2 เขาเริ่มห่างหายไป อ้างว่าเรียนหนัก

‘ก็ใช่ แต่งานช่วงนี้ยุ่งๆ หลายโรงงานสั่งเครื่องจักรจากเรา เลยต้องยุ่งติดต่อบริษัทแม่ ไม่มีเวลาออน’

‘แล้วรามิลเป็นไงบ้าง’

‘สบายดีค่ะ’

‘เธอถามหาผมบ้างหรือเปล่า’


อัญชนาใช้เวลาคิดหนักกับประโยคคำถามต่อมาของเขานั่น เธอถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะตัดใจเอานิ้วจิ้มลงไปบนแป้นพิมพ์ พิมพ์ว่า ‘เฉพาะช่วงแรก ช่วงหลังเค้าเข้าใจขึ้นว่าคุณต้องไปเรียนเพื่อความก้าวหน้าของการงาน’

‘เธอน่ารักเสมอ ผมอยากให้คุณเล่าเกี่ยวกับเธอบนไดอารี่ออนไลน์ของเรา’


ของเราหรือ… อัญชนาถอนหายใจ ช่วงหลังเขาแทบจะไม่เขียนไดอารี่นั่นเลย มีแต่เธอที่เขียนฝ่ายเดียว แล้วอย่างนี้จะเรียกว่า ‘ของเรา’ ได้อย่างไร อัญชนาถอนหายใจ แต่ตอบเขาไปเพียงว่าค่ะตามวิสัยคนไม่ช่างพูด

กนต์ธรออฟไลน์ไปแล้ว หลังจากที่เธอตกปากรับคำว่าจะเขียนเกี่ยวกับรามิลให้เขาอ่านทางไดอารี่เขาก็ขอตัวไปนอนทันที อัญชนาชันศอกกับที่วางคีย์บอร์ดท่วงท่าใช้ความคิด เธอจะบอกเขาได้อย่างไรว่ารามิลเริ่มถามถึงเขาน้อยครั้งมาก อาจเป็นเพราะ… แล้วอัญชนาก็ชะงักความคิดไว้แค่นั้นเมื่อมีเสียง MSN Messenger ดังขึ้นเป็นสัญญาณว่ามีคนในลิสต์ส่งข้อความเข้ามาทักทาย

‘สวัสดีครับ’

อัญชนาชะงัก เธอนิ่วหน้ารู้สึกรำคาญมากกว่าอย่างอื่นจึงคลิกปิด แล้วจากนั้นก็เปิดเว็บไซต์ไดอารี่ออนไลน์ของตัวเอง แล้วเริ่มพิมพ์เล่าเกี่ยวกับความเป็นไปของรามิลและเธออย่างช้าๆ

ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยสนใจกับการเขียนไดอารี่ออนไลน์ บอกตัวเองว่าเป็นสิ่งไร้สาระที่จะเขียนเกี่ยวกับตัวเองให้ใครก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่เฉพาะกนต์ธรเท่านั้นสามารถเข้ามาอ่านได้ หากทว่าพอเริ่มเขียนนานเข้าเธอเริ่มรู้สึกว่าก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยเธอมีไดอารี่ออนไลน์เป็นเพื่อนยามเหงา และได้เขียนระบายในวันที่เจอเรื่องหนักๆ และเหนือสิ่งอื่นใดเธอได้กำลังใจมากมายจากบรรดาเพื่อนขาจรและขาประจำที่มักแวะเวียนเข้ามาอ่านและทิ้งกำลังใจไว้ให้

‘คุณกำลังยุ่งหรือครับ’

อัญชนาชะงัก เมื่ออีกฝ่ายยังคงส่งข้อความเข้ามา เธอนิ่วหน้า คลิกดูชื่อ แล้วร้องอ๋อในใจเมื่อเห็น machine@hotmail.com ไม่ทันตอบอีกฝ่ายส่งข้อความรุกมาอีกว่า

‘ผมกวนคุณหรือเปล่า’

อัญชนาถอนหายใจ จำได้ว่ากับอีตา ‘เครื่องจักร’ คนนี้ เธอแทบจะคุยกับเขานับครั้งได้ เขาแอดเธอมาตั้งแต่ 3 เดือนที่แล้วแล้ว แต่เธอไม่ได้สนใจจะทักทายเขานัก

‘เปล่าค่ะ เพียงแต่กำลังเขียนอะไรบางอย่าง’

‘ไดอารี่ออนไลน์น่ะหรือครับ’


หะ… อัญชนาชะงัก เปิดปากยิ้มอย่างไม่เชื่อตัวเองนัก ยกมือชันศอกมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างไม่เชื่อตาตัวเองนัก …เขารู้ เธอก้มหน้าจิ้มแป้นพิมพ์ตอบเขากลับไปว่า ‘รู้ได้ไงว่าชั้นเขียนไดอารี่’

‘น่าผิดหวังจริง ที่คุณไม่เคยสนใจ ผมเคยบอกคุณแล้วว่ารู้จักคุณจากไดอารี่ออนไลน์ของคุณ’


อัญชนาไหวไหล่..ตอบเขาไปว่า ‘โอเคค่ะ แต่เห็นทีชั้นต้องขอตัว ทำธุระส่วนตัวต่อค่ะ’ จากนั้นเธอก็คลิกออฟไลน์อย่างไม่สนใจเขาอีกต่อไป อัญชนาเขียนไดอารี่ต่อจากที่ค้างเมื่อครู่ คราวนี้ไม่ได้เขียนเล่าเกี่ยวกับรามิลและเธออย่างที่กนต์ธรอยากรู้เท่านั้น หากแต่เธอเขียนเหน็บปนน้อยใจเขานิดๆ ด้วยที่เขาค่อนข้างห่างเหินไป…

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”

อัญชนาชะงักจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เธอเงยหน้าขึ้นมองซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องเปิดผัวะมาพอดี

“เห็นไฟเปิดอยู่เลยเข้ามา” ยาวีชี้แจงเมื่อเห็นสายตาเพื่อนมองมาอย่างตั้งคำถาม หล่อนเข้ามานั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเอ่ยปากถามต่อว่า “เอากาแฟไหม ชั้นกำลังต้มน้ำ”

อัญชนาปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ เอ่ยตอบโดยไม่มองหน้าเพื่อนว่า “ก็ดีเหมือนกัน แล้วเธอยัยยาวีทำไมยังไม่นอน จะตี 1 อยู่แล้ว”

“เห็นข่าวเมื่อหัวค่ำแล้วนอนไม่หลับ”

อัญชนาเลิกคิ้ว “ข่าวอะไร” แล้วเธอก็ลุกจากเก้าอี้หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ออกเดินนำไปยังห้องครัว

“ข่าวแก๊งขโมยเด็ก”

“แก๊งอะไรนะ” อัญชนาหันหลังกลับมา แววตาจ้องเพื่อนอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“แก๊งขโมยเด็ก แกได้ยินไม่ผิดหรอก” ยาวีย้ำ แล้วเป็นฝ่ายเดินไปหยิบถ้วยกาแฟมาชงให้เพื่อน

อัญชนาทำตาโต เอ่ยแสดงความเห็นว่าแก๊งขโมยเด็กหายไปเกือบ 20 ปีแล้ว แล้วเพื่อนเธอก็เอ่ยชี้แจงกลับมาว่ามันกลับมาอีก จากนั้นก็ร่ายยาวว่านายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันกำลังปวดเศียรเวียนเกล้ากับปัญหานี้อย่างไรบ้าง ซึ่งเธอก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้างเพราะรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัวเกินไป



====================



จบตอน



ตอนที่แล้ว ตอนที่ 1 ตอนต่อไป








 

Create Date : 16 ธันวาคม 2549    
Last Update : 13 มกราคม 2551 18:28:46 น.
Counter : 316 Pageviews.  

สื่อรักออนไลน์...(บทนำ)




บทนำ...คณิตยา


คุณเชื่อในพรหมลิขิตไหม? เขาว่ากันว่าฟ้าเบื้องบนได้ลิขิตชีวิตทุกชีวิตมาแล้วว่าควรจะคู่ควรกับใคร บางคนที่ยังไม่มีคู่เป็นเพราะฟ้ายังลิขิตว่ายังไม่ถึงเวลา บางคนที่มีคู่แล้วเป็นเพราะฟ้าลิขิตว่าเขาเกิดมาเป็นคู่กันแต่ชาติปางก่อน ขณะที่บางคู่แม้อยู่ไกลกันสุดหล้าฟ้าเขียว แต่ก็ยังมีเหตุบังเอิญให้มาพบและรักกัน หรืออย่างบางคู่ฐานันดรต่างกันลิบลับแต่ก็มีเหตุให้มาพบ แต่งงานและครองคู่กันมาจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร

แต่เรื่องอย่างนี้ผมเชื่อว่ามีอีกหลายคนเหมือนกันที่ไม่เชื่อ..ก็นี่มันปีอะไรแล้ว ฉะนั้นจะยังมีใครมานั่งเชื่อเรื่องพรหมลิขิตอยู่ใช่ไหม? ผมเองก็เป็นคนหนึ่งล่ะที่ไม่เคยเชื่อ เดิมผมเชื่อว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นเพราะเรากำหนดด้วยตัวเราเองมากกว่า ไม่ว่าจะกำหนดให้มันมีหรือไม่มี เราล้วนเป็นผู้กำหนดเองทั้งสิ้น ตราบจนกระทั่งมาเจอ ‘เธอ’ คนที่เป็นคู่ชีวิตผมในปัจจุบัน ผมจึงเริ่มเปลี่ยนความคิด และเชื่ออย่างจริงจังว่าพรหมลิขิตมีจริง ก็จะไม่ให้เชื่ออย่างนั้นได้อย่างไรในเมื่อพวกเราต่างอยู่ไกลกันคนละโยชน์ แต่มีเหตุให้ต้องมาเจอและพบรักกัน และทันทีที่เจอเธอ ผมก็ปักใจเชื่อว่าฟ้าประทานเธอให้มาเป็นคู่ผมจริงๆ

ผมรู้สึกเดี๋ยวนั้นว่าเธอคือคนที่ผมรอคอยมาตลอดชีวิต และบอกกับตัวเองว่านี่คือคนที่จะมาเป็นเมียและแม่ของลูกผมในอนาคต ซึ่งนับแต่เจอเธอกระทั่งแต่งงานกับเธอวันนี้ผ่านมากว่า 20 ปีแล้ว และเรามีตัวแทนความรักของเราถึง 2 คน อย่างไรก็ตาม กว่าที่รักผมจะสุขสมหวังเช่นนี้ ไม่ได้ง่ายเลย ด้วยต้องผ่านพบอุปสรรคต่างๆ มากมาย

“พ่อ- -คิดอะไรอยู่”

แล้วผมก็ต้องสะดุ้ง หยุดความคิดไว้แค่นั้น เมื่อวาดวรินลูกสาวคนเล็กเอื้อมมือมาแตะข้อมือผมเสียก่อน ตาลูกสาวที่จ้องมองมากลมโตและคมหวานเหมือนตาภรรยาผม

“พ่อคิดอะไรอยู่คะ”

วาดวริน- -ลูกสาวผมถามย้ำเมื่อยังไม่ได้รับคำตอบจากผม เธอเอื้อมมือมากระชับข้อมือหนาอีกข้างของผม ก่อนจะมองใบหน้าของผมอย่างจับสังเกตความรู้สึกเงียบๆ

“เปล่าลูก แค่เห็นคอมพิวเตอร์ลูกแล้วคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย” ผมตอบแล้วขยี้ศีรษะลูกสาวเบาๆ อย่างปรานี วาดวรินกำลังอยู่ในวัยรุ่นตอนต้นซึ่งเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็นยิ่งนัก เธอเพิ่งซื้อโปรแกรมตัดต่อภาพใหม่มา จึงชักชวนผมให้มานั่งดูด้วย เมื่อมานั่งดูลูกสาวเล่นคอมพิวเตอร์อย่างนี้มันจึงสะกิดใจผมให้คิดถึงเรื่องเก่าๆ แต่หนหลัง

“อะไรเรื่อยเปื่อยที่ว่านี่ต้องเป็นเรื่องดีใช่ไหมคะ หนูเห็นพ่อยิ้มตลอดเวลา” วาดวรินพูดแล้วก็เอียงหน้ามามองผมยิ้มๆ

“จะว่าดีก็ดีลูก” ผมตอบลูกสาวอย่างอ่อนโยน

“งั้นวาดเดาว่าต้องเป็นเรื่องแม่ใช่ไหมคะ”

“ก็คงใช่มั้ง” ผมแกล้งตอบแบ่งรับแบ่งสู้

“อืม..พ่อคะ วาดถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”

“อะไรลูก” ผมยังมองลูกสาวอย่างรักใคร่

“ใครๆ บอกว่าพ่อรักแม่มาก เพราะก่อนที่พ่อจะแต่งงานกับแม่ พ่อต้องผ่านอุปสรรคมาตั้งมากมาย”

“ก็ใช่ลูก” ผมยิ้มพร้อมกับลูบศีรษะลูกสาวอย่างปรานี

“อืม..” วาดวรินเอียงหน้า เธอชะโงกหน้ามาซบแผ่นอกผมอย่างเอาใจ แล้วเอ่ยว่า “งั้นวาดถามพ่อหน่อยนะคะ พ่อพบรักกับแม่ได้อย่างไรคะ ใครๆ บอกว่าความรักของพ่อกับแม่มีอินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง จริงหรือเปล่าคะ วาดอยากรู้”

ผมชะงัก มองลูกสาวอย่างพูดไม่ออก อันที่จริงไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกสาวคนเล็กพยายามกระแซะถามเรื่องนี้ หากแต่ถามมาหลายครั้งแล้ว และที่จริงผมเองก็ไม่ได้อยากปกปิดลูกสาวเพียงแต่หวั่นว่าเรื่องของผมแต่หนหลังจะไปสะกิดใจลูกสาวให้นึกอยากใช้วิธีนี้ในการหาเพื่อนก็ได้ ซึ่งผมคงไม่ชอบใจนัก เพราะจะมีผู้ชายสักกี่รายที่จริงใจและไม่หลอกลวงผู้หญิงอย่างผม ในขณะที่ลูกสาวผมยังเยาว์วัยและเสี่ยงต่อการถูกหลอกได้ง่ายนัก

ที่จริงผมไม่ได้ต่อต้านกับการหาเพื่อนหรือหาคนรักทางอินเตอร์เน็ต เพราะความรักของผมก็เป็นเครื่องพิสูจน์มาแล้วว่าการใช้อินเตอร์เน็ตสื่อกลางนำมาซึ่งรักแท้ได้ เพียงแต่ผมนึกหวั่นว่าลูกสาวอาจนึกสนุกอยากแชตอย่างผมจนทำให้เจอคนไม่ดีได้

“เรื่องของพ่อมันยาวลูก เล่าสามวันก็ไม่มีวันจบ” ผมจึงพยายามเบี่ยงออกนอกประเด็น

“แหม..ยาวแค่ไหนวาดก็จะฟังค่ะ จริงๆ นะคะพ่อ วาดอยากรู้จริงๆ วาดอยากรู้ว่าพ่อกับแม่รักกันได้อย่างไร พี่มิลเองก็อยากรู้นะคะ ถามแม่กี่ครั้งๆ ต่อกี่ครั้ง ก็ไม่ยอมตอบเหมือนกัน”

แววตาวาดวรินเคลิ้มฝัน เหมือนกำลังรอฟังเรื่องเจ้าชายพบรักกับเจ้าหญิงสักคน แล้วจากนั้นวาดวรินก็ออดอ้อนผมสารพัด ทั้งด้วยคำพูดและกริยาฉอเลาะอย่างน่ารัก จนทำให้ผมอดใจอ่อนไม่ได้ ผมตัดสินใจเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ

และต่อไปนี้คือเหตุการณ์เมื่อ 20 ปีก่อน- -ก่อนหน้าที่ผมกับภรรยาจะพบรักและครองคู่กันจนยั่งยืนมาถึงทุกวันนี้


====================



จบตอน



ตอนต่อไป








 

Create Date : 16 ธันวาคม 2549    
Last Update : 13 มกราคม 2551 18:28:09 น.
Counter : 400 Pageviews.  


BlogGang Popular Award#13


 
คณิตยา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]








รู้จักคณิตยา/คีตฌาณ์

ก้าวสู่โลกแห่งการขีดเขียนในปี 2549 มีผลงานเป็นรูปเล่มกับสนพ.ในเครือสถาพรบุ๊คส์ทั้งหมด 11 เล่ม ไล่ตั้งแต่ รหัสทรชน ทางสายหมอก กุหลาบในเปลวไฟ ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ อริ...ที่รัก บอดี้การ์ด รักเพียงฝัน ตามรักข้ามเวลา ไฟรัก บันทึกแห่งรัก(the Book of Love) มิราเบลล์...ตราบคีตาบรรเลง เป็น 1 ในนิยายชุดแด่เธอที่รัก สาปรัก และใต้ปีกรัก

รหัสทรชน เป็นละครทางช่อง 3 เมื่อปี 2554 แสดงโดย เคน และชมพู่ สร้างโดยค่ายยูม่า และ ไฟรัก ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นภาษาเวียดนาม วางแผงเดือนสิงหาคม 2556



พูดคุย ทักทาย แลกเปลี่ยนความเห็น และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง fb โดยกดไลค์เป็นแฟนเพจได้ทาง https://www.facebook.com/keetacha?ref=hl ขอบคุณค่ะ

---------------

สวัสดีค่ะ

สืบเนื่องจากมีแฟนคลับนิยายมาสอบถามนิยายเก่าๆ อุ๋ยหลายคน และหลายคนที่อุ๋ยต้องปฏิเสธไปด้วยความเกรงใจอันเนื่องจากนิยายที่อุ๋ยมีเก็บอยู่ก็เหลือน้อยเต็มที ฉะนั้น อุ๋ยขอมาโหวตสำหรับคนสนใจเพื่อพิมพ์ใหม่โดยอุ๋ยจัดพิมพ์เอง โดยถ้าเรื่องไหนถึง 50 เล่ม อุ๋ยค่อยจัดพิมพ์เรื่องนั้น

1.ทางสายหมอก (เรื่องนี้ในเว็บสถาพรบุ๊คขายหมดแล้ว และในท้องตลาดหายากมากๆๆ และเป็นหนึ่งในงานเขียนเก่าๆ ของอุ๋ยที่มีคนถามหามาตลอด และตอนนี้ตามเว็บต่างๆ ก็กลายเป็นของหายาก อุ๋ยไปเจอเว็บหนึ่งขึ้นว่าเป็นนิยายเก็บสะสม จึงขายเต็มราคา 280 บาท ฟังดูน่าปลื้มใจมากๆๆ ป.ล.ถ้ายอดจองถึง 50 จริงๆ อุ๋ยจะเพิ่มบทพิเศษในส่วนของเอียนกับความรักของเขา)

2.อริที่รัก เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่มีแฟนคลับถามหามามาก แต่เว็บไซต์สถาพรบุ๊ค ขายหมดแล้ว แต่ยังคงหาซื้อในเว็บมือสองได้บ้าง (แต่สารภาพ ตัวอุ๋ยเองจะหาซื้อ ยังหาไม่ได้) ถ้ามีคนสนใจยอดจองถึง 50 เล่ม อุ๋ยจะพิมพ์ใหม่ โดยเพิ่มบทพิเศษชีวิตรักของเควินและอลิสาหลังจากมีลูกแฝดแล้ว ไปตามติดชีวิตของดาราฮอลลีวูดดังว่าหลังผ่านชีวิตแต่งงานแล้ว ความรักของเขาจะเข้มขึ้นหรือไม่)

3.ตามรักข้ามเวลา เป็นอีกเรื่องที่เว็บไซต์สถาพรบุ๊ค ขายหมดแล้ว ส่วนเว็บมือสอง จะยังหาได้อยู่หรือไม่ อันนี้อุ๋ยยังไม่ได้สำรวจ แต่สำหรับคนที่สนใจสอบถามงานเขียนเรื่องนี้มา ถ้ามีการจองถึง 50 เล่ม อุ๋ยจะพิมพ์ใหม่โดยเพิ่มบทพิเศษว่าหลังจากที่ธันว์และมินตรา มีลูกด้วยกันแล้ว ชีวิตรักของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ยังคงอบอุ่นหรือยังคงพัวพันกับเครื่องแมชชีนเครื่องนั้นซึ่งกำลังจะถูกใช้เพื่อเดินทางไปสู่อนาคตหรือไม่....)

4.ไฟรัก ความจริงเรื่องนี้ยังหาซื้อได้ที่เว็บไซต์สถาพรบุ๊คส์ แต่ฉบับที่อุ๋ยมาเปิดจอง จะเป็นฉบับเต็มที่ไม่ตัดทอนฉากเลิฟซีนเลย โดยหากมีจอดจองถึง 50 เล่มถึงจะพิมพ์เพิ่มและจะเพิ่มบทพิเศษว่าหลังจากที่ภาติยะกลับมาคืนดีกับท่านย่าของเขาแล้ว ญาติๆ โดยเฉพาะญาติสาวๆ มีมุมมองต่อเขาอย่างไรบ้าง และแน่นอนชีวิตรักของเขากับแพรไหม จะยังคงแซ่บและร้อนแรงหรือไม่ จะเป็นซีนพิเศษที่เพิ่มเข้ามาในกรณีที่มีการจัดพิมพ์ใหม่)

เบื้องต้นหยั่งเสียงแค่ 4 เล่มก่อนค่า โดยคนที่จะจอง รบกวนทิ้งอีเมลด้วยนะคะ เพราะผลการสำรวจกว่าจะครบ 50 เล่ม อาจจะใช้เวลานาน บางเรื่องอาจจะใช้เวลาเกิน 1 ปีขึ้นไป ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นอุ๋ยจะเมลไปสอบถามซ้ำอีกครั้งก่อนตีพิมพ์ว่า จะยังต้องการอยู่หรือไม่

ป.ล.สำหรับคนที่ต้องการจองเรื่องไหน รบกวนแจ้งที่เดียวคือ

https://www.facebook.com/keetacha

เพื่อง่ายต่อการรวบรวมข้อมูล

ขอบคุณมากค่ะ

คณิตยา/คีตฌาณ์



...................




ตอนนี้อุ๋ยทยอยนำนิยายที่หมดลิขสิทธิ์กับพิมพ์คำไปวางจำหน่ายในรูปแบบ E-book บนเว็บ ebooks และเว็บ Mebmarket ค่ะ

ใต้ปีกรัก...ราคาอีบุ๊ก 179 บาท

บันทึกแห่งรัก...ราคาอีบุ๊ก 255 บาท จากราคาปก 310

ไฟรัก...ราคาอีบุ๊ก 279 บาท จากราคาปก 350 บาท

กุหลาบในเปลวไฟ...ราคาอีบุ๊ก 230 บาท



รหัสทรชน ราคาอีบุ๊ก 200 บาท จากราคา 300 บาท 673 หน้า





ทางสายหมอก ราคาอีบุ๊ก 265 บาท จากราคา 280 บาท 690 หน้า



ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ ราคาอีบุ๊ก 125 บาท จากราคา 180 บาท 360 หน้า



รวมเรื่องสั้น...ฉบับวัยหวาน ราคาอีบุ๊ก 45 บาท จากปก 55 บาท



อริ...ที่รัก ราคาอีุบุ๊ก 195 จากปก 240 บาท



หวานใจ...บอดีการ์ด...ราคาอีบุ๊ก 145 บาท จากปก 180 บาท



รักเพียงฝัน...ราคาอีบุ๊ก 225 จากปก 250 บาท



ตามรักข้ามเวลา...ราคาอีบุ๊ก 240 จากปก 270 บาท





















New Comments
Friends' blogs
[Add คณิตยา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.