Group Blog
All Blog
ตามรักข้ามเวลา...บท 2/1




ธันว์กลับมาจากส่งเจอร์ซี่ เขายืนกอดอกพิงขอบตู้หนังสือไม่ห่างไปจากโซฟาตัวที่เด็กสาวนั่งอยู่นัก ตามองตรงไปยังแม่จอมแสบที่กำลังนั่งเรียบร้อยราวกับสาวแก่นสิ้นฤทธิ์ สายตาคมกริบจ้องร่างอรชรด้วยแววตาคุกคาม ขณะนึกสงสัยว่าเธอมีเหตุผลอะไรถึงแสร้งพูดให้เจอร์ซี่เข้าใจผิดว่ามีพวกเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน

“คุณเข้าไปทำอะไรในห้องนอนของผม” ธันว์ตั้งคำถามขึ้น

มินตรากัดริมฝีปาก “เข้าไปทำความสะอาดค่ะ”

“ทำความสะอาด?” ธันว์ย้อนถามด้วยน้ำเสียงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “ทำความสะอาดแล้วทำไมต้องขึ้นไปนอนบนเตียง”

มินตราส่งยิ้มปะเหลาะไปทีหนึ่ง เธอทำใจดีสู้เสือตอบว่า “มิ้นเหนื่อยและเพลีย ก็เลยเผลอหลับบนเตียงพี่ เพิ่งรู้ว่าพี่หวงเตียงด้วย”

“ไม่ได้หวง และไม่ต้องมาเฉออกนอกเรื่องด้วย ประเด็นคือ คุณแกล้งพูดให้เจอร์ซี่เข้าใจผิด”

“มิ้นเปล่า” เธอปฏิเสธทันควัน

“คุณทำ”

“งั้นพี่ก็เข้าใจผิด”

“เข้าใจผิดเหรอ? ถามหน่อยเถอะคุณมีนิสัยช่างตีซี้กับผู้ชายแปลกหน้าอย่างนี้ทุกคนหรือเปล่า เจอกันครั้งแรกก็เรียกอีกฝ่ายว่าพี่ แทนตัวเองว่ามิ้นอย่างสนิทปาก แถมไปทำความสะอาดถึงห้องนอน มิหนำซ้ำยังนอนบนเตียงของเขาอีก คุณไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ หรือคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่แปลกประหลาดไปหน่อยหรือไงสำหรับคนที่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกน่ะ”

“จะหาว่ามิ้นจุ้นเกินไปใช่ไหม ถ้าพี่ธันว์คิดว่ามิ้นรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของพี่มากเกินไป มิ้นก็ขอโทษและจะไม่เข้าไปยุ่มย่ามห้องของพี่อีก” หางเสียงตอบสะบัดๆ

ธันว์นิ่วหน้าเมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงน้อยใจของแม่จอมแก่น วูบหนึ่งเขารู้สึกผิด จึงลดความขึงขังของสีหน้าและน้ำเสียงลง “ไม่ได้จะว่าเราจุ้นหรือยุ่มย่ามอะไร เพียงแต่อยากชี้ให้เราเห็นว่า...ไม่คิดว่าตัวเองผิดแผกไปจากคนอื่นบ้างเหรอ คนปกติที่ไหนจะทำเหมือนเรา”

คนถูกดุยังคงเงียบ

เจ้าของบ้านจึงมองด้วยสายตานิ่งๆ เขาถามต่อว่า “คุณเข้าใจที่ผมพูดหรือเปล่า”

“เข้าใจ แต่มิ้นไม่คิดว่าตัวเองจะผิดปกติที่ตรงไหน คนเราถูกชะตาตั้งแต่พบกันครั้งแรกมีถมไป”

“ใช่...แต่คงไม่มีใครอุตริไปนอนบนเตียงของผู้ชายที่ถูกชะตาด้วยเมื่อแรกเห็นอย่างที่คุณทำหรอก”

“นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือมิ้นไม่ได้เป็นอันตรายสำหรับพี่ เพราะงั้นไม่มีอะไรต้องกังวล”

“ไม่มีอะไรต้องกังวลเหรอ การที่คุณขึ้นไปนอนบนเตียงผมแล้วพูดกำกวมให้เพื่อนผมเข้าใจผิดว่าพวกเรามีอะไรกัน... ยังไม่น่ากังวล นั่นยังไม่เรียกว่าอันตรายอีกเหรอ”

“สำหรับมิ้นไม่...”

ธันว์ขมวดคิ้ว นี่เขาเจอ ‘สาวแสบตัวแม่’ เข้าให้แล้วใช่มั้ย? ชายหนุ่มถอนใจ ลองพยายามอีกครั้ง “ให้โอกาสตอบใหม่ คุณเข้าไปทำอะไรในห้องผม”

“ถึงพี่จะถามร้อยครั้ง คำตอบก็จะเหมือนเดิมทั้งร้อยครั้ง มิ้นเข้าไปทำความสะอาดห้องพี่”

“ทำไมต้องเข้าไปทำ” ธันว์ถามอย่างอดทน นึกชมตัวเองที่รักษาน้ำเสียงสงบนิ่งไว้ได้ ทั้งที่ในใจเดือดปุดๆ

“ก็มิ้นรู้คุณคน มาอาศัยบ้านคนอื่นก็ต้องช่วยทำความสะอาดบ้านสิ”

“ช่วยตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เข้ามาอยู่นี่นะ” ธันว์ถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้น ตาคมหรี่ลงอย่างส่งสัญญาณเตือน

“แน่นอน จะชั่วโมงแรกหรือชั่วโมงไหน ก็ต้องทดแทนกันทั้งนั้น พี่ใจดีให้ที่พักมิ้น ทั้งที่เป็นคนแปลกหน้าต่อกัน เพราะฉะนั้นมิ้นก็ควรต้องตอบแทนบุณคุณพี่”

ธันว์พูดไม่ออกเมื่อเจอเธอตอบกลับอย่างนี้ เขาเสยผมอย่างจนหนทาง รู้ตัวดีว่าต้อนอีกฝ่ายไม่จนมุมแน่ จึงยกมือเสมอไหล่ทำท่าสงบศึก “เอาล่ะ…ผมยอมแพ้”

มินตรายิ้มทั้งปากและนัยน์ตาให้เป็นรางวัล

ธันว์อึ้ง มองรอยยิ้มของเด็กสาวแล้วพานพูดไม่ออก เพราะมันช่างสดใสและไร้เดียงสาเหลือเกิน ยิ้มทั้งเรียวปากและนัยน์ตา ดูเป็นธรรมชาติยิ่งนัก” ธันว์เผลอยิ้มตอบโดยไม่รู้ตัว ทำท่าจะเอื้อมมือไปขยี้ผมอีกฝ่ายด้วยซ้ำ หากไม่รู้สึกตัวเสียก่อน เขารีบกดมือที่กอดอกอยู่แนบกับแผงอก

“พี่ธันว์มีอะไรกับมิ้นอีกหรือเปล่า”

“ไม่มีแล้ว ถามทำไมเหรอ”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นมิ้นขอตัวไปหาอะไรกินก่อนนะคะ มิ้นหิวจนตาลายอยู่แล้ว ตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย”

“ถ้าหิวแล้วทำไมไม่ไปกิน”

“ก็ในตู้เย็นไม่มีอะไรเลย”

“มีอาหารแช่แข็งไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่มีค่ะ มิ้นดูแล้วไม่มีอะไรเหลือเลย พี่ธันว์ทำอะไรให้มิ้นกินหน่อยสิคะ”

เขามองเด็กสาวอย่างแทบไม่เชื่อสายตา หลังจากก่อเรื่องยุ่งมาตลอดทั้งวัน เธอยังมีหน้าหวังให้เขาทำกับข้าวให้กินนี่นะ?



ข้าวผัดในกระทะส่งกลิ่นหอมฉุยไปทั่วครัว ธันว์ผัดข้าวโดยมินตรายืนรออยู่ข้างๆ เขาเหลียวมองเด็กสาวเมื่อได้ยินเธอร้องอย่างกระตือรือร้นว่าข้าวผัดเหลืองแล้ว แววตาชายหนุ่มอ่อนแสงโดยไม่รู้ตัว น่าแปลกที่เขารู้สึกถูกชะตากับเธอ และอาจถึงขั้นชอบเลยทีเดียว ทั้งที่อีกฝ่ายก่อเรื่องวุ่นวายมากมาย ดูแล้วขัดแย้งกันสิ้นดี

“หน้าตาดีจังเลยค่ะ กลิ่นหอมด้วย พี่ธันว์ทำกับข้าวเก่งจังเลยค่ะ” มินตราชมพร้อมกับมองแฮม ไข่ดาวและไส้กรอก บนจานกระเบื้องเนื้อดีซึ่งวางอยู่ข้างจานข้าวผัดที่เขาเพิ่งนำขึ้นมาจากกระทะ

“หิวก็กินเลยสิ” ธันว์แนะด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“พี่ธันว์ไม่กินด้วยกันหรือคะ”

ธันว์ส่ายหน้า “ผมอิ่มแล้ว”

“ว้า...กินคนเดียวก็เขินแย่ซิ”

ธันว์มองด้วยแววตาอ่อนโยน “งั้นกินเป็นเพื่อนก็ได้” ชายหนุ่มตอบรับคำชวนของอีกฝ่ายอย่างง่ายๆ เขาปลดผ้ากันเปื้อนวางบนเคาน์เตอร์กลางโต๊ะ ก่อนจะลงมือตักอาหารและนั่งตรงข้ามเธอ

“ขอบคุณนะคะสำหรับข้าวผัดมื้อนี้”

“ไม่เป็นไร อร่อยหรือเปล่า”

“อร่อยสมกับยี่ห้อพี่ธันว์เลยค่ะ” เธอตอบพร้อมกับส่งยิ้มเต็มที่ทั้งเรียวปากและนัยน์ตา จนตาหยี

ธันว์ชะงัก มองเด็กสาวด้วยแววตาใคร่ครวญ “อร่อยสมกับยี่ห้อผมนี่เป็นยังไง”

“ก็ลองชิมสิคะ” มินตราพูดพร้อมกับเอาช้อนมาจ่อปากเขา

ธันว์เบนหลบได้ทันพร้อมทั้งดันมือบางของเธอออกห่าง เขาตักข้าวผัดใส่ปากเงียบๆ

“รสชาติเป็นไงบ้างคะ” มินตราถาม แววตารอคอย

“ก็อร่อยดี” เขาตอบเบาๆ มินตราไม่สังเกตเลยว่าน้ำเสียงของเขาแผ่วเบาลงไปในทุกขณะ

“เห็นมั้ยมิ้นบอกแล้วว่ายี่ห้อพี่ธันว์ไม่เคยทำให้ผิดหวัง”

“คุณพูดยังกับเคยกินกับข้าวฝีมือของผม” เขากล่าวขึ้นอย่างช้าๆ

มินตราชะงัก เธอจับช้อนค้าง เสกระแอมกลบเกลื่อนแล้วว่า “มิ้นหมายความว่าคาดหวังได้อยู่แล้วว่าฝีมือพี่จะไม่ทำให้ผิดหวัง” เธอแก้ตัวไปข้างๆ คูๆ เมินหลบสายตาที่จ้องมาไม่กะพริบด้วยการจับจ้องจานข้าวผัดตรงหน้า ชั่วครู่เธอได้ยินเสียงครูดเก้าอี้ไปทางด้านหลัง และเสียงเข้มของเขาก็ดังขึ้น

“ผมจะขึ้นไปพักผ่อน กินตามสบายนะ”

มินตราอ้าปากค้าง ทำท่าจะเอ่ยปากถามแต่ร่างสูงก้าวยาวๆ พ้นห้องครัวไปแล้ว เธอมองตามหลังอย่างไม่เข้าใจนัก

ทว่าคนถูกสงสัย กำลังสงสัยหนักกว่า ธันว์นึกฉงนกับพฤติกรรมของเด็กสาว หลายครั้งหลายหนที่เธอแสดงอาการสนิทสนมกับเขาราวกับคนที่เคยรู้จักมักจี่กันมาก่อน หากนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าพวกเขาเคยไปรู้จักกันตอนไหน ชายหนุ่มมั่นใจว่าจำไม่พลาดแน่ เพราะหน้าตาชวนสะดุดตาอย่างนี้ ต่อให้เห็นเพียงครั้งเดียวเขาต้องจดจำได้อย่างแม่นยำ

ธันว์ถอนใจ เขาเปิดประตูห้องนอน สายตาสะดุดเข้ากับถังขยะที่วางผิดที่ผิดทาง จึงเดินไปชะโงกดู ชายหนุ่มอึ้งเมื่อเจอเศษเซรามิกถูกทิ้งมากมาย เขาสะกดน้ำเสียงให้ฟังดูสงบนิ่งเมื่อตะโกนเรียกเด็กสาว

“มินตรา!”

เขาต้องเรียกหลายครั้งอีกฝ่ายจึงขานรับและวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมา ถึงตอนนี้เขาไม่นึกอยากให้เกียรติด้วยการเรียก ‘คุณ’ อีกต่อไปแล้ว ธันว์รู้สึกว่าเด็กสาวจงใจทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับเขา

“เธอทำอะไรกับห้องนอนฉัน” ธันว์แผดเสียงถามทั้งที่พยายามข่มใจแล้ว สรรพนามของเขาเปลี่ยนมาใช้เธอกับฉัน

มินตรายิ้มแหยๆ แล้วตอบว่า “มิ้นทำอะไรผิดอีกเหรอคะ”

ธันว์คว้าถังขยะมาวางตรงหน้า “ตอบฉันมาว่าทำไมกระปุกเซรามิกถึงได้แตกเป็นเสี่ยงๆ อย่างนี้”

เด็กสาวทำหน้าเหยเก เมื่อตอนหัวค่ำเธอคงเพลียเกินไป จึงผล็อยหลับโดยที่ไม่ได้นำ ‘หลักฐาน’ ไปกำจัด “มิ้นทำกระปุกออมสินพี่แตกเพราะลื่นมือ แต่มิ้นก็ออกไปหาซื้อมาใช้คืนแล้วนะคะ”

ธันว์ตวัดสายตาไปมองกระปุกออมสินบนโต๊ะเครื่องแป้งทันควัน จริงด้วย...หนูตะเภาลักษณะเหมือนเดิมวางอยู่บนที่เดิม เขาเหลียวกลับมามอง แววตาลดความเคร่งเครียดลง

“คุณออกไปหาซื้อมาเหรอ”

มินตราพยักหน้า “มิ้นออกไปหาซื้อ แต่ไม่เจอร้านแถวนี้ เลยโบกแท็กซี่ไปหาซื้อที่ห้าง มิ้นขอโทษ มิ้นไม่ตั้งใจจะทำให้ข้าวของของพี่เสียหาย” น้ำเสียงตอนท้ายของเด็กสาวสั่นเครือ

ธันว์อึ้ง ภาพหยาดน้ำใสๆ คลอหน่วยตาก่อนจะไหลอาบแก้ม ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

“มิ้นไม่ได้ตั้งใจจะทำของพี่เสียหายจริงๆ นะคะ หนูตะเภาเป็นสัตว์โปรดของมิ้น” มินตรายังคงพูดต่อ พลางปาดน้ำตาไปพลาง “คนที่มีความพิเศษกับมิ้นมากๆ ซื้อมาให้เป็นตัวแรก ตั้งแต่นั้นมามันก็เป็นสัตว์โปรดของมิ้นเรื่อยมา พอเห็นกระปุกออมสินหนูตะเภาของพี่ มิ้นก็เลยอดเข้าไปอุ้มไม่ได้ แต่มือลื่นก็เลยร่วงตกแตก”

ธันว์ถอนใจ เขาเดินไปหยิบผ้าเช็ดหน้าจากลิ้นชักมาส่งให้เด็กสาว “เช็ดหน้าซะอย่าร้องไห้ ช่างมันเถอะ ผ่านไปแล้ว ทีหลังไม่ต้องไปหาซื้อมาใช้คืนให้วุ่นวายหรอก แล้วนี่หมดไปเท่าไหร่”

“ไม่เยอะหรอกค่ะ”

เขาเดินไปหยิบกระเป๋าธนบัตรของตัวเอง ดึงแบงก์ร้อยดอลลาร์มาให้เด็กสาว

“ตั้งร้อยดอลเลยหรือคะ” มินตราตกใจ

“รับไปเถอะ ไม่เยอะอะไรนี่”

“มิ้นลืมไปว่าพี่น่ะรวย” หางเสียงติดล้อเลียน อาการร่ำไห้สะอื้นหายไปแล้ว

“ค่อนขอดอะไร”

“เปล่าสักหน่อย แค่ชมพี่มีน้ำใจ เอาเป็นว่ามิ้นขอยืมก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่อัตมาแล้ว มิ้นจะใช้คืน”

“ตามใจเถอะ จะคืนหรือไม่คืนก็แล้วแต่คุณ ว่าแต่ผู้ชายคนที่ซื้อหนูตะเภาให้ คงมีความสำคัญกับคุณมากสินะ ไม่อย่างนั้นคงไม่ปักใจขนาดนี้”

“ก็...สำคัญค่ะ” มินตราตอบด้วยใบหน้าเก้อเขิน

“แฟนเหรอ”

มินตราสบตาคนถาม “มิ้นก็อยากให้เขาเป็นแฟนเหมือนกัน”

ธันว์อึ้ง เขาเมินหลบสายตาคมซึ้งของอีกฝ่าย “คุณเป็นคนเปิดเผยดีนะ...ผมไม่มีอะไรแล้ว คุณไปพักผ่อนเถอะ”

“งั้นราตรีสวัสดิ์นะคะ”

ธันว์พยักหน้า มองตามจนเด็กสาวปิดประตูตามหลังแล้วจึงขมวดคิ้วมุ่น แววตาฉายรอยครุ่นคิด



เขาเคาะประตูห้องนอนของเด็กสาวตั้งแต่เช้า เธอเดินกะโผลกกะเผลกไปเปิด เมื่อคืนกว่าจะเก็บกวาดทำความสะอาดห้องครัวเสร็จก็ปาไปดึกดื่น แถมระหว่างที่นำจานไปเก็บ เธอยังทำตกใส่หลังเท้าตัวเองด้วย โชคดีที่ธันว์มีน้ำใจทายาให้

ชายหนุ่มชะงักเมื่อเห็นใบหน้างัวเงียของเด็กสาว ผมยาวสลวยถูกรวบไว้กลางหลังหลวมๆ บางปอยหลุดลุ่ยเคลียข้างแก้ม ธันว์กระแอม

“ขอโทษที่มาปลุกแต่เช้า”

“ไม่เป็นไรค่ะ” มินตราฉีกยิ้มแฉ่ง พยายามเพ่งมองเขาให้เต็มตา ทว่าแพขนตายังหลุบต่ำอย่างไม่ให้ความร่วมมือนัก เธอจึงไม่เห็นภาพที่อีกฝ่ายสะบัดศีรษะ

ธันว์รู้สึกราวกับมีแสงสว่างส่องมาจากตัวเด็กสาวเป็นประกายเจิดจ้า กระทั่งนัยน์ตาพร่าเลือนไปชั่วขณะ เขากะพริบตาถี่ๆ เมื่อลืมตาอีกครั้งสายตาจึงจับโฟกัสใบหน้าของมินตราได้ เขาอึ้งและเกิดความรู้สึกแปลกๆ ตามมาเมื่อเห็นเธอสวมเสื้อทีมฟุตบอลและกางเกงขาสั้นของอัตรา ด้วยคนที่สวมชุดของเพื่อนเขามักเป็นคู่เดตที่อัตราพามานอนด้วย

เสื้อของเพื่อนเขาค่อนข้างหลวมเมื่ออยู่บนตัวเด็กสาว กางเกงขาสั้นอวดขาเรียวยาวขาวผ่องจนเห็นเลือดฝาด และไร้ซึ่งไฝฝ้าราคี เมื่อมีแสงส่องมากระทบ ยิ่งขับผิวขาวนวลเนียนให้เห็นเด่นชัดอย่างที่หาได้ยากนักจากสาวฝรั่งทั่วไป เขาคิดถึงเมื่อวานที่เจอมินตราเป็นครั้งแรกขณะนอนทอดกายบนหิมะ แสงอาทิตย์ที่ส่องกระทบตัวทำให้ดูเหมือนมีแสงสว่างแปลกๆ แผ่รัศมีมาจากเธอ จนดูขาวโพลนกลืนไปกับหิมะ

เธอคือ ซันไชน์...แม่สาวน้อยที่มาพร้อมกับความสดใส และให้ความรู้สึกอบอุ่นอยู่รอบตัวราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ลูบไล้ผิวกาย นั่นคือคำนิยามที่มีต่อเด็กสาวที่เขานึกได้ในขณะนี้

ธันว์รู้สึกใจเต้นแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยเกิดกับสาวคนไหนมาก่อนแม้แต่กับซาร่าห์ เขาจ้องหน้าเด็กสาว แต่ก็ทำได้เพียงครู่เดียวก็ต้องเมินหลบ ท่วงท่ายืนของอีกฝ่ายเซ็กซี่เหลือร้าย คอยแต่ชักพาสายตาให้วนเวียนอยู่ที่แถวทรวงอกอวบอิ่มที่ดันเสื้อยืดออกมา ซึ่งเขารู้ด้วยสายตาว่าปราศจากบราเซีย ธันว์กลืนน้ำลาย ขณะพยายามจำกัดสายตาให้อยู่ที่ใบหน้าคมซึ้ง แต่ก็ทำได้ไม่สำเร็จนัก เขากระแอมก่อนกล่าวว่า

“เท้าเป็นไงบ้าง” ธันว์ถามด้วยสีหน้าเก้อๆ ก่อนจะปรายตามองหลังเท้าของเด็กสาวซึ่งมีรอยเขียวช้ำ เมื่อคืนเขาช่วยทายาให้ซึ่งเป็นผลจากการที่เธอทำจานกระเบื้องตกใส่เท้า

“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ เวลาเดินไม่รู้สึกขัดมากนัก ต้องขอบคุณพี่ธันว์อีกครั้ง ว่าแต่พี่ธันว์มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“จะมาบอกว่าจะต้องออกไปข้างนอก”

มินตราเลิกคิ้ว เพิ่งสังเกตว่าเขาอยู่ในชุดที่พร้อมจะออกนอกบ้าน “พี่มีนัดหรือคะ”

“ใช่”

“กลับดึกหรือเปล่าคะ”

“ไม่ดึกหรอก” เขาหลุดปากอย่างไม่ตั้งใจ เพราะความปรารถนาเดิม จะอยู่ค้างกับซาร่าห์ถึงเช้า แต่เมื่อเห็นสีหน้าสลดลงของมินตรา จึงเผลอให้คำสัญญาไปโดยไม่รู้ตัว เขาไม่เข้าใจตัวเองนักว่าทำไมต้องรับผิดชอบกับท่าทีที่หงอยลงของเธอ

“พี่มีนัดกับซาร่าห์เหรอคะ”

“รู้จักซาร่าห์ด้วยเหรอ” เขาขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ

“รู้จักค่ะ พี่อัตเคยเล่าให้ฟัง”

“อ้อ...” ธันว์กระแอม แล้วเสเปลี่ยนเรื่อง “ที่มาปลุก จะบอกว่าผมหุงข้าวและทำกับข้าวไว้ให้คุณแล้ว ถ้าหิวก็ลงไปกินได้”

เขาตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปจ่ายตลาดมาทำกับข้าวให้กับเด็กสาว จากนั้นจึงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินมาเคาะบอกเธอ

“ขอบคุณค่ะ แต่พี่ยังไม่บอกมิ้นเลยว่ามีนัดกับใคร”

“ไม่ใช่เรื่องของเด็กหรอกน่า” เขาบอกปัด

“เชอะ” มินตราเชิดหน้า ก่อนจะพูดลอยๆ “ใช้ผู้หญิงไม่เคยซ้ำหน้า”

“เอาไว้คุณอยู่ในลิสต์ผู้หญิงพวกนั้นเมื่อไหร่ แล้วค่อยมาทำเสียงกระแนะกระแหนแล้วกัน”

มินตราลดคางลง กลายมาเป็น...ตีหน้าเก้อๆ “พี่พูดอย่างนั้นหมายความว่าไง”

"ความหมายตรงตัว คุณทำเสียงกระแนะกระแหน ยังกับผู้หญิงช่างเสียดสี หรือคุณกำลังหึง" หรี่ตาอย่างประเมิน

มินตราสำลักน้ำลายตัวเองทันควัน “พูดเป็นเล่น”

ธันว์กวาดตามองสีหน้าเด็กสาว แล้วพูดไปอีกเรื่องว่า “ผมต้องไปแล้ว อย่าซน อย่าออกไปไหน ไม่อย่างนั้นได้เจ็บตัวเพิ่มแน่”

“พี่พูดยังกับมิ้นชอบก่อเรื่องซะเต็มประดา” เธอทำปลายคางเชิดอีกครา ความจริงนึกดีใจที่เขาเปลี่ยนเรื่องพูด ไม่เช่นนั้นเธอคงรู้สึกอายไปมากกว่านี้

“ใช่...นั่นเป็นคำนิยามสำหรับคุณที่ถูกต้องที่สุด แถมยังเป็นการก่อเรื่องให้ตัวเองเจ็บตัวด้วย”

เธอปรายตาค้อน “พี่พูดเล่นอีกแน่”

ธันว์หัวเราะ แม้ไม่รู้สึกขำ สีหน้าจึงยังคงราบเรียบ “ผมไปล่ะ”

“เดี๋ยวค่ะพี่ธันว์”

“อะไร”

“มิ้นขออะไรอย่างได้ไหมคะ”

“อะไร” ธันว์ยังคงถามด้วยคำถามเดิม

“มิ้นอยากให้พี่เรียกมิ้นว่ามิ้น และแทนตัวเองว่าพี่ ไม่อยากให้ใช้สรรพนามคุณผม”

ธันว์อึ้ง “สรรพนามคุณผม...เป็นยังไง”

“มันฟังดูห่างเหิน”

“ก็นั่นถูกต้องแล้วนี่ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน อย่าว่าแต่รู้จักกันเลย”

“ก็ใช่...แต่มิ้นอยากให้เราคุ้นเคยกันนี่ ถ้ายังใช้ ‘คุณผม’ จะคุ้นเคยได้ยังไง”

“ทำไมต้องอยากให้คุ้นเคยกันด้วย”

“ก็มิ้นอยากให้เป็นอย่างงั้น”

‘คนถูกขอ’ อึ้งมากขึ้น “เราเป็นอย่างนี้กับทุกคนหรือเปล่า”

“เป็นอย่างไง”

“ก็ตีสนิทกับคนไปเรื่อย”

“เปล่า...กับพี่คนเดียว”

“ทำไม?”

“ไม่มีเหตุผล” มินตราตอบแล้วยิ้มแฉ่งให้เขา

“เรานี่แปลกคนจริง”

“แล้วพี่จะให้มิ้นได้หรือเปล่าล่ะ”

เขาส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เลือกที่จะหันหลังเดินหนี แทนตอบเด็กสาว

“เฮ้...พี่ยังไม่ตอบมิ้น”

ธันว์โบกมือโดยไม่เหลียวหลังมามอง ยังคงก้าวลงบันไดด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ขณะที่ตะโกนกลับไปว่า “เอาไว้ค่อยคุยกัน ผมสายมากแล้ว”

มินตรามองตามหลังจนได้เสียงปิดประตูและเสียงรถเคลื่อนออกไป เธอรู้สึกหงอยเหงาลงทันควัน การที่เขาไม่ยอมตอบคำถาม เธอก็ยิ่งเชื่อว่าสิ่งที่เดาไม่ผิดนัก...เขากำลังมีนัดกับซาร่าห์ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของสร้อย S&T เส้นนั้น








Create Date : 18 เมษายน 2553
Last Update : 20 เมษายน 2553 10:07:07 น.
Counter : 386 Pageviews.

5 comments
  
โดย: thanitsita วันที่: 18 เมษายน 2553 เวลา:12:30:04 น.
  
สวัสดียามเย็นค่ะคุณอุ๋ย
ถึงจะเคยอ่านเรื่องนี้แบบก่อนรีไรท์แล้ว แต่ก็อดรู้สึกหึงแทนหนูมิ้นไม่ได้ค่ะ แหะๆ
โดย: pantan IP: 58.9.23.188 วันที่: 18 เมษายน 2553 เวลา:19:04:24 น.
  
สวัสดีค่ะคุณเอ๋...อารมณ์ก่อนรีไรท์และหลังรีไรท์ เวลาอ่านเหมือนกันหรือต่างกันคะ หมายถึงนอกเหนือจากการหึงแทน แหะๆ >_< อุ๋ยบอกคุณเอ๋ยังคะว่าค่ายยูม่าซื้อรหัสทรชนไปทำละครของช่องสามค่า ^^ ติดต่อมาช่วงไล่เลี่ยกับวันเกิด ถือเป็นของขวัญวันเกิดที่มีค่ามากๆๆ แหะๆ สุขสันต์วันสงกรานต์ย้อนกลังค่ะคุณเอ๋ ^__^
โดย: คณิตยา วันที่: 18 เมษายน 2553 เวลา:19:21:16 น.
  
สวัสดีค่ะคุณอุ๋ย ไม่ได้เม้นท์นานเลยอ่า ช่วงสงกรานต์ไปเดินเล่นแถวขอนแก่นมาค้า กลับมาสถานการณ์ก็ยังระอุได้เช่นเคย วันนี้ถนนสีลม ทหาร+เสี้อแดง คู่รักจูงมือมาเดินเล่นเต็มไปหมดเลย
ตกลงว่ารหัสทรชนใครจะเล่นบ้างคะ คุณอุ๋ยคิดวางตัวละครบ้างหรือเปล่า ไม่เกี่ยวกับผู้จัดน๊า
โดย: หนูเก๋ วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:8:51:24 น.
  
-ธันว์กลับมาจากส่งเจอร์ซี่....เจอร์ซี่เข้าใจผิดว่า(มี)พวกเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน===>เข้าใจผิดว่าพวกเขา(ตัดคำว่ามีออกค่ะ)

-มินตรามองตามหลังจน(ได้)เสียงปิดประตู....===>ได้ยิน
โดย: mimny วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:15:24:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

คณิตยา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]









รู้จักคณิตยา/คีตฌาณ์

ก้าวสู่โลกแห่งการขีดเขียนในปี 2549 มีผลงานเป็นรูปเล่มกับสนพ.ในเครือสถาพรบุ๊คส์ทั้งหมด 11 เล่ม ไล่ตั้งแต่ รหัสทรชน ทางสายหมอก กุหลาบในเปลวไฟ ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ อริ...ที่รัก บอดี้การ์ด รักเพียงฝัน ตามรักข้ามเวลา ไฟรัก บันทึกแห่งรัก(the Book of Love) มิราเบลล์...ตราบคีตาบรรเลง เป็น 1 ในนิยายชุดแด่เธอที่รัก สาปรัก และใต้ปีกรัก

รหัสทรชน เป็นละครทางช่อง 3 เมื่อปี 2554 แสดงโดย เคน และชมพู่ สร้างโดยค่ายยูม่า และ ไฟรัก ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นภาษาเวียดนาม วางแผงเดือนสิงหาคม 2556



พูดคุย ทักทาย แลกเปลี่ยนความเห็น และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง fb โดยกดไลค์เป็นแฟนเพจได้ทาง https://www.facebook.com/keetacha?ref=hl ขอบคุณค่ะ

---------------


ตอนนี้อุ๋ยทยอยนำนิยายที่หมดลิขสิทธิ์กับพิมพ์คำไปวางจำหน่ายในรูปแบบ E-book บนเว็บ ebooks และเว็บ Mebmarket ค่ะ

ใต้ปีกรัก...ราคาอีบุ๊ก 179 บาท

บันทึกแห่งรัก...ราคาอีบุ๊ก 255 บาท จากราคาปก 310

ไฟรัก...ราคาอีบุ๊ก 279 บาท จากราคาปก 350 บาท

กุหลาบในเปลวไฟ...ราคาอีบุ๊ก 230 บาท



รหัสทรชน ราคาอีบุ๊ก 200 บาท จากราคา 300 บาท 673 หน้า





ทางสายหมอก ราคาอีบุ๊ก 265 บาท จากราคา 280 บาท 690 หน้า



ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ ราคาอีบุ๊ก 125 บาท จากราคา 180 บาท 360 หน้า



รวมเรื่องสั้น...ฉบับวัยหวาน ราคาอีบุ๊ก 45 บาท จากปก 55 บาท



อริ...ที่รัก ราคาอีุบุ๊ก 195 จากปก 240 บาท



หวานใจ...บอดีการ์ด...ราคาอีบุ๊ก 145 บาท จากปก 180 บาท



รักเพียงฝัน...ราคาอีบุ๊ก 225 จากปก 250 บาท



ตามรักข้ามเวลา...ราคาอีบุ๊ก 240 จากปก 270 บาท





















New Comments