ยินดีต้อนรับทุกท่านที่หลงเข้ามาค่า~
Group Blog
 
All Blogs
 

งานปกแม็กกาซีน--ธีม “ท่านอนกงล้อหยินหยาง” & งานสัปดาห์หนังสือที่กระเป๋าตังค์ร่วงโรย

สวัสดีสงกรานต์นะเพ่น้อง~



วันนี้เราอู้มาอัพบล็อกกันเห็นๆ จ้า เนื่องด้วยความเซ็งที่เคาะขี้เลื่อยในหัวไม่ออก… อาการหนักจนบางทีเห็นกำแพงคอนกรีตเป็นที่ทะลวงสิ่งอุดตันในสมอง อยากเอาศีรษะพุ่งไปรับกับมุมกำแพงจัง เหอๆๆ เผื่อจะคิดออกมาแบบพรั่งพรูบ้าง (และได้เลือดพรั่งพรูตามไปด้วย) ข้าน้อยไร้อารมณ์ทำการทำงานจ้า และพอดีช่วงนี้มีงานปกเข้ามาอีก ก็เลยเอามาแปะกันบล็อกเน่าเด้อ~~ หุหุ ตอนนี้จึงกลายสภาพเป็นบล็อกรายเดือน แหม เค็มกะลังดีนิ


เข้าเรื่องดีกว่า รูปปกครานี้… บอกได้เลยว่า “หิน” มากๆ เลยสำหรับเราค่ะ (แต่เวลาดูภาพแล้ว เพื่อนๆ คงไม่เห็นความยากเลยชิมิเคอะ) ตอนที่วาดก็รู้สึกถึงความอ่อนด้อยประสบการณ์ของตัวเอง ร่างภาพไปก็เจอปัญหาเต็มไปหมดอ่ะ เพราะเป็นท่านอนที่ไม่เคยวาดมาก่อน แม้กระทั่งตอนลงสียังต้องตั้งสติ พลิกรูปกลับไปกลับมาหลายครั้ง ทำให้เล็งนานมาก กว่าจะลงสีได้สักพื้นที่ ผนวกกับเราไปดูงานระดับ “เทวาเหยียบเมฆา” (ทั้งในไทย และเทศ)…. ก็ได้แต่สลดจายยยย แง้~~ หนูมันแค่โฮโมเซเปียนส์ที่พอจะใช้มือวาดรูปได้เท่านั้น เห็นทีต้องฝึกปรือขึ้นเขาเหลียงซาน ให้เห็นเซียนในระยะใกล้ขึ้นมากกว่านี้ก็ยังดี!!

(อืมม์ – แต่ตามตำนานไอ้เขาเหลียงซาน นี่มันแหล่ง “โจร” มิใช่รึ?)


เอาล่ะ! มายลรูปปกกันตามเคย ----

รูปปกเล่มที่ 22 ออกวันที่ 15 พฤษภาคม จ้า








และนี่ก็ภาพออริจินอลค่า~~







องค์ประกอบเหมือนหยินหยางมั้ยเอ่ย? มือก่ายกันไปมา งงดีค่ะ
เพราะอยากดีไซน์ท่าประหลาดๆ จึงออกมาเป็นแบบนี้ล่ะจ้า เมื่อระบายเสร็จแล้วพินิจ เพิ่งรู้สึกว่า ภาพมันดูบ้าพลัง…แล้วก็ไร้อารมณ์ด้วยแฮะ?? (สมแล้วที่เป็นช่วงคนเขียนอยากฝึก แต่มีอาการไร้อารมณ์พอดี… ผลงานสะท้อนออกมาหมดเลย เง้อ? คำที่บอกว่า ผลงานมักสะท้อนจิตใจของคนวาดน่ะ เป็นเรื่องจริงนะคะ)

เพื่อนๆ คอมเม้นต์กันได้ตามสบายเหมือนเดิมนะคะ สารภาพว่ารูปนี้เราเห็นแต่ข้อตำหนิของตัวเองเต็มไปหมดเลยแหละ… แต่มักรู้เอาตอนที่มันเสร็จไปแล้วทุกที เศร้าจัง เจ้าโรคนี้ยังแก้ไม่หายค่ะ



++ อากาศร้อนๆ แบบนี้จะมาบ่นเรื่องเครียดๆ ก็ไม่ดี ชวนคุยเรื่องแก้เครียดกันบ้างดีก่า++


ตั้งแต่พ้นวัยเด็กมา จนถึงวัยคุ้ยหาเชี่ยนหมากมาตำนี่ เพื่อนๆ ได้สังเกตตัวเองเรื่องรสนิยมที่โตตามวัยกันบ้างไหมคะ? (ส่วนใครที่ยังไม่ถึงวัยคุ้ยเชี่ยนหมาก อาจจะไม่เข้าใจ เหอๆๆๆ…. แต่เราไม่เชื่อหรอก ใครที่รู้จักการ์ตูนเรื่อง “แคนดี้” หรือ “กุหลาบแวร์ซาย” เราก็จัดเป็นป้า ย่ายาย กันหมดแล้ว 555+)

เราสังเกตจากหนังสือที่ซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือทุกปีค่ะ แล้วก็แปลกใจกับรสนิยมตัวเองอยู่ไม่น้อย แม้เราจะชอบอ่านการ์ตูน แต่ไปงานหนังสือทุกที เราก็ไม่เคยได้การ์ตูนกลับบ้านมานะ ถ้าได้มานี่แปลว่ามันต้องราคาถูกจริงๆ ต้องบอกว่า ระยะ 5-6 ปีมานี้ เราอ่านการ์ตูนน้อยลงมาก – มากที่สุดค่ะ เพราะเลือกอ่านเฉพาะผลงานคนที่ชอบ กับ เรื่องที่เขาเล่าลือกันว่าเขียนสนุกเท่านั้น รสนิยมตัวเราค่อนข้างแปลกจากคนอื่นอ่ะ เรายังเห็นเพื่อนๆ ยังชอบซื้อการ์ตูนอ่านไปเรื่อย แต่เรามีลักษณะเจาะจงจึงควักเงินออกมาซื้อยากมาก แต่หนังสือที่ทำให้เราลืมเนื้อลืมตัวจ่ายเงินอยู่เรื่อยกลับเป็นอะไรที่เพื่อนการ์ตูนด้วยกัน จะมองตาปริบๆ ซะงั้น?? เรื่องของเรื่องคือ เพื่อนขอดูถุงหนังสือว่าเราหอบอะไรกลับไปจากงานบ้าง เพื่อนก็มองแบบ “……” (แปลได้ว่า ฉันคงไม่ยืมหนังสือแกไปอ่านแน่ๆ)

หนังสือที่เราไปตามไขว่คว้ามาในปีนี้ มีร่วม… 15-16 เล่มค่ะ มาเช็กกันไหมคะ ว่ามีหนังสือเล่มไหนที่เพื่อนๆ สนใจเหมือนเราบ้างอ้ะป่าว?

1. “กล้วยไม้ป่าเมืองไทย” -- ของ สลิล สิทธิสัจจธรรม เล่มหนาตึ๊บ รายละเอียดยิบ ทั้งเย็บกี่อย่างดี ที่สำคัญภาพสีส้วย~สวยค่า ดูทีไรก็มีความสุขทุกที ใช้เป็นหนังสืออ้างอิงเวลาเราไปเดินป่า กับเดินตลาดต้นไม้จตุจักรวันพุธ-พฤหัสได้เป็นอย่างดีทีเดียวเชียว (แต่เราไม่ซื้อในจตุจักรหรอกนะเคอะ อยากแจ้งตำรวจจับพวกเอาของป่ามาขายมากกว่า เหอะๆๆ )

2. “ปริศนาจักรวาลพิศวง” -- ของ ดร. ชัยวัฒน์ คุประตกุล ชอบผลงานอาจารย์มานานแล้วค่า.. ตามอ่านมาตลอด แต่ได้อ่านเฉพาะบทความทางวิทยาศาสตร์ ส่วนหนังสือที่อาจารย์แปล กับ นิยายที่อาจารย์เขียน ไม่ได้อ่านเลยค่ะ… (ครั้งหนึ่งได้เห็นหนังสือ “จักรวาลในลูกนัท” ที่อาจารย์แปลแล้ว แต่หนูไอคิวไม่ถึงอ่ะ ต้องปีนกระไดอ่าน)

3. “มหัศจรรย์ดีเอ็นเอ” -- ของ ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์ เขียนท่าทางเข้าใจง่ายดีอ่ะ ชอบๆ

4. “ช่างคิดประดิษฐ์ค้น” -- ของ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ นี่ก็ชอบผลงานที่ผ่านๆ มาค่ะ พี่แกอธิบายวิทยาศาสตร์ด้วยมุมมองขำๆ อ่านแล้วเพลิน อมยิ้มไปด้วย

5. “ศาสตร์แห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อความสำเร็จ อี้จิง” -- ของ มนตรี ภู่มี ต้องบอกว่าเป็นความผิดพลาดที่ซื้อหนังสือด้วยความไวแสง ตอนแรกนึกว่าเป็นหนังสือ คำคมปรัชญาจีน ที่ไหนได้ …. ดั๊นเป็นการทำนายแบบจีนๆ ซะนี่ อ่ะแหม ยังกับรู้ว่าเราเองก็สนใจโหราศาสตร์ แม้จะซื้อมาโดยความเข้าใจผิด แต่ก็เอามาใช้ทายเลยนะคะ โขโบก…ว่ามันแม่นอย่างกับอ่านใจเราได้แน่ะ!! ทดสอบหลายทีกับเรื่องเดิมๆ ผลออกมาก็เหมือนเดิมเลย

6. “คิดจากความว่าง” เล่ม 2
7. “คิดจากความว่าง” เล่ม 3 -- ของ ดังตฤณ ไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ว่านี่แนวธรรมะจ้า เราโปรดผลงานคุณดังตฤณมาก ถึงขนาดตามไปอ่าน เว็บลานธรรม ประทับใจมาจากเล่ม “เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน” และ “มีชีวิตที่คิดไม่ถึง” (เล่มหลัง ก็ทำเป็น ธรรมทานแจกเพื่อนๆ เลยค่ะ) เป็นคนที่เขียนธรรมะให้เข้าใจได้ง่ายมาก และตอบตรงประเด็นที่เราสงสัยด้วย บางอย่างเรารู้ก็อยู่แล้ว เพียงแต่เขาสามารถจำกัดความได้สั้นๆ อ่านแป๊บเดียวระลึกได้ทันที เก่งค่ะ

8. “ไอน์สไตน์ถาม พระพุทธเจ้าตอบ” -- ของ ศุภวรรณ พิพัฒนพรรณวงศ์ กรีน โฮ่ๆ แค่ชื่อเรื่องก็โดนแล้วจ้า มาแนววิทยาศาสตร์ศาสนา เราก็แทบจะคว้าหมด เป็นเรื่องเกี่ยวกับ สภาวธรรม ขันธ์ 5 เมื่อเทียบกับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ จริงๆ มีอีกเล่มที่ชื่อคล้ายกัน คือ “ไอน์สไตน์เห็น พระพุทธเจ้าพบ” เล่มนี้ก็เป็นอีกประเด็นค่ะ อธิบายเรื่องอะตอม ที่แท้จริง… ในพระไตรปิฎกก็มีเขียนไว้ อันนี้รอพี่ชายไปซื้อให้อ่าน อิอิ

9. “หัวใจของกรรมฐาน” -- ของ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
10. “วิธีเจริญกรรมฐาน” -- ของ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม ตามของท่านมานานแล้วเหมือนกันค่ะ ท่านอธิบายธรรมะแบบง่ายๆ เหมือนกัน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น แต่สองเล่มนี้จะไต่ระดับขึ้นมาปฏิบัติหน่อยค่ะ

11. “เล่นแร่แปรธาตุ” -- ของ มุกหอม วงษ์เทศ เป็นความเรียงที่อ่านแล้ว…เหอๆ กวนจริงๆ สมคำโปรยปกเลยอ่ะ ไม่น่าเบื่อเลย (แต่เด็กอ่านอาจจะไม่เข้าใจ) ความคิดเขาพิศดาร ประชดสังคม ได้เนียนและแยบยลเหลือเกิน ให้ตายสิ!

12. “หลังอาน”
13. “ฉันดื่มดวงอาทิตย์”
14. “รอยย่ำที่นำเราไป” 3 เล่มนี้ -- ของ บินหลา สันกะลาคีรี ค่ะ ผู้เขียนรางวัลซีไรต์ เป็นแนวบทความ เชิงประสบการณ์ชีวิตและการท่องเที่ยวนิดโหน่ย จริงๆ ต้องบอกว่าเราชอบผลงานเขามาจาก “บินทีละหลา” อ่ะ ( ดันอ่านเล่มลำดับท้ายสุดก่อน แล้วไปตามเก็บเล่มก่อนๆ แต่ไม่เคยอ่านเจ้าหงิญ ที่ได้ซีไรต์นะ) อ่านแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงเป็นนักเขียนซีไรต์! สำนวนเขาลึก สวยสุขุม ยอกย้อนให้สะอึก ในขณะเดียวกันก็ขำนะคะ ขำแบบน่ารักเสียด้วยสิ มีหลายอารมณ์แต่กลมกลืนมาก ดีใจที่อ่านงานของเขามากเลย ปลื้มมมมม

15. “เปลี่ยนตัวเองใหม่ใน 5 นาที” -- ของ คะมิโอะโอกะ โทะเมะ เป็นหนังสือแปลค่ะ เล็งไว้นานจะได้ซื้อก็งานหนังสือนี่แหละ เป็นหนังสือภาพการ์ตูนน่ารักประกอบทั้งเล่มค่ะ เนื้อหาก็น่ารักใช้ได้จริงด้วยสิ
16. “โทโมโกะ คนใจเล็ก” -- ของ ซูซูกิ โทโทโกะ เป็นหนังสือแปลเช่นกันค่ะ แปลกดี เคยไปเห็นหนังสือแนวนี้ที่คิโนะคุนิยะที่สิงคโปร์ เพิ่งรู้ว่ามีแปลในเมืองไทยด้วย ก็เลยซื้อมาอ่านค่ะ เป็นการ์ตูนล้อเสียดสีสังคมแนวไลฟ์สไตล์ แม้จะเป็นไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่นก็เหอะ ความคิดของเขาบางอย่างเราก็รู้สึกจึ๊กๆ ตามนะ หรือว่าเราเป็นคนใจเล็กหว่า?

* 2 เล่มหลังนี้ ค่อยให้ความรู้สึกแบบคนการ์ตูนซื้อหนังสือหน่อย 555

และอีกเล่ม ที่คนขายแถมให้เราเป็นธรรมทานค่ะ
ชื่อ “รู้เท่านี้ก็พอแล้ว” เป็นเรื่องธรรมะทำนอง “ใบไม้ในกำมือเดียว” ที่พระพุทธเจ้าท่านคัดสรรมาให้ค่ะ นับถือคนที่พิมพ์ให้เป็นธรรมทานจริงๆ ขออนุโมทนาด้วยนะคะ


ดูรายชื่อหนังสือของเราทั้งหมดแล้ว คงพอจะเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนเรา เมื่อมองลงไปในถุงหนังสือของเรามั้ยคะ? …555

แต่พอเราเช็กว่าเพื่อนซื้ออะไรไปบ้าง ก็รู้ว่ามีแต่นิยายเต็มไปโม้ดเลย เราก็ยิ้มตาวาววับ เอ่ยวาจาทาบทามยืมอ่านทันที ซึ่งก็แฮปปี้มากทีเดียว เพราะเพื่อนแสนดีคนนี้มักสแกนวรรณกรรมให้โดยธรรมชาติที่เป็นนักอ่านและนักวิจารณ์ บอกเสร็จสรรพประมาณว่า “แกน่าจะอ่านเล่มนี้ได้ แต่อย่าตั้งความหวังมาก” , “เล่มนี้นางเอกมันง้องแง้ง แกอาจจะอ่านไม่ทน” หรือ “อ่านเถอะแก อ่านแล้วมาทอล์ก(ด่า)กับฉันหน่อย” เหอๆๆๆ…. แต่ไม่รู้ว่าเพื่อนเราจะน้อยใจอ้ะป่าวหว่า เพราะหนังสือที่เราซื้อไม่เข้าตามันสักเล่มอ่ะ~~

+++++++


หลังจากช้อปหนังสือซะกระจายขนาดนี้ ตอนขากลับด้วยรถใต้ดินก็ยังมีเรื่องแปลกอีกค่ะ จู่ๆ … ก็มีผู้ชายคนหนึ่งพุ่งตรงมาหาเรา ยื่นบัตรรถใต้ดินให้เราใช้ แต่เรามีอยู่แล้วอ่ะ เขาก็พยายามบอกเอาไปใช้เถิด ภายในวันนี้น่ะใช้ได้ เราก็เลยให้เพื่อนเราใช้แทนค่ะ
-- แต่มันทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า “หน้าตาเราของเป็นหน้าตาแบบน่าสงสาร เอ๊ย น่าสงเคราะห์ เป็นแน่แท้” เพราะก่อนหน้าตอนที่ยังมีตั๋ววันของรถเมล์ให้ใช้นั้น เราก็ได้ตั๋ววันฟรี มา 6 ครั้งแล้วนะคะ!! ภายในเวลาเพียง 3 เดือน (ตั๋วรถแอร์ด้วยแหละ) และคิดว่าถ้ายังมีตั๋วรถเมล์ให้ใช้อยู่ เราก็คงจะได้ฟรีจากคนอื่นอีกนั่นแหละค่ะ ไปเล่าให้ใครฟังก็อึ้งๆ กัน ว่าได้ตั้ง 6 ใบเชียวเหรอ??? งือ… ก็เขาอยากให้หนูเองหง่า… แถมแต่ละคนที่ให้ก็พุ่งตรงมาทางเรากันทั้งนั้น มีคนอื่นมาเดี่ยวๆ ตั้งแยะ ทำไมต้องเป็นเราด้วยว้า?? งงวุ้ย
นี่ถ้ารวมตั๋วรถไฟฟ้าด้วย ก็จะเป็นใบที่ 7 พอดิบพอดี…. เลขสวย

แต่ก็อย่างนั้นแหละค่ะ ถือเป็นเรื่องแปลกดีน้า เอาล่ะ ข้าน้อยก็โม้มากแล้วค่ะ กลับไปบิ้วอารมณ์ทำงานต่อล่ะเด้อ ~~ เพื่อนๆ ฝากคอมเม้นต์กันไว้ได้นะ จะกลับมาดูบ่อยๆ ค่ะ (ยามคิดไม่ออก)



ปล. ขอติด Fandom Tag ไว้อีกแล้วค่า… หางานโบฯ ของอาจารย์ที่เราโปรดไม่เจอง่ะ กลัวหาไปหามา จะหารูปได้ใน “วิงทิป” อ่ะจิ




 

Create Date : 15 เมษายน 2550    
Last Update : 15 เมษายน 2550 20:39:38 น.
Counter : 469 Pageviews.  

ภาพ CG ปกแม็กกาซีน ธีมสาวน้อยรับหน้าร้อนจ้า~

เฮ้อ...
ในที่สุดก็ได้อัพบล็อกเสียทีน่อ ดีจังที่ไม่ได้อัพตอนบล็อกแก๊งมีปัญหาค่ะ (หลายท่านคงร้องอ๊ากกก...ไปหลายคน เราจึงได้เห็นข้อดีของความขี้เกียจอีกอย่างหนึ่งแล้วล่ะ ฮ่า รอดตัว)
นี่ก็แว่บแอบอู้มาอัพบล็อกจ้า~~ ตอนนี้ติดภาระกิจเพื่อ "เยาวชนของชาติ" อยู่ แม้ตอนนี้อาการปวดแขนยังไม่จางหายเลยนะนี่ สักพักก็ต้องกลับไปทำต่อแย้ววว เอาล่ะ... ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้ว อัพเดทปกล่าสุดก่อนที่เขาจะออกวางแผงค่ะ เดี๋ยวมันจะช้าไปถ้าไม่อัพเอาตอนนี้


ปกธีม-- รับหน้าร้อน-- ค่า~~ ออกวันที่ 1 เมษายน














และนี่ภาพออริจินอลค่ะ...








เมื่อเทียบกันแล้ว เราก็ออกจะแปลกใจนิดหน่อยว่า ไฟล์ภาพต้นฉบับก็มาจากไฟล์เดียวกันแท้ๆ ไหงพอทำอาร์ตเวิร์กแล้ว สีน้ำทะเลจึงได้หม่นหมองลงเช่นนี้หว่า??? งงอ่า... เมื่อก่อนไม่เป็น เพี้ยง~~ ขอให้ขั้นตอนแยกสีทำเพลทไม่มีปัญหาทีเถิ้ดดดด


อ้อ...คอมเม้นต์ภาพกันได้ตามสบายอีกเช่นกันนะคะ ไม่ต้องกั๊กค่า

อีกหน่อยเราคงจะมาอัพบล็อกถี่ขึ้นแล้ว ถ้าหมดโปรเจ็กต์เพื่อเยาวชนของชาติไปเมื่อไหร่...เหอๆ สาเหตุที่เราคึกเหมือนได้ยาโด้ปมา ...ก็เพราะเพิ่งได้โปรแกรม Painter X กับ Photoshop CS2 มาค่ะ (ชาวบ้านเขาได้มาตั้งชาติโกฎแล้ว..) ที่มันสามารถทำไฟล์ข้ามไปมากับ 2 โปรแกรมนี้ได้ (ปกติเราใช้ Painter IX กับ Photoshop 7 อ่ะ มันโยนไฟล์ไม่ได้อ่า โลว์โคดๆ ) ทำเอาเราอยากลองของทันทีเลยละค่า .... เสี้ยนอยากวาดภาพแนวซาดิสม์มั่ง XDDDDD

จริงๆตอนนี้ เราแอบเครียดฮ่ะ ได้โหลดโปรแกรมใหม่ก็จริง แต่ก็แถมไวรัสมาเป็นกระบุงเลยยย พี่ชายนั่งแก้เครื่องถึงเช้าทุกวัน นี่แหละน้า ของฟรีและดี ไม่มีในโลก แลกมาด้วยไวรัสเต็มสตรีม... เพื่อนๆ ก็ระวังกันด้วยนะคะ...


ป.ล. 1. อยากทำ Tag วาดรูปมั่งอ่ะ แต่ยังไม่มีเวลารวบรวมเลยค่ะ...แง้ๆๆๆ
ป.ล. 2. ช่วงนี้มีเดดไลน์จี้อยู่ค่ะ อาจจะไม่ได้คอมเม้นต์ที่บล็อกเพื่อนๆ เท่าไหร่อ่ะ ขอโต๊ดด้วยนะก๊า

แล้วขอฝากข้อความ (สั่งเสีย) นิดโหน่ย

-- บอก "ยุ้ย" เพื่อผ่านมาทางนี้จ้า -- พี่ไปคอมเม้นต์บล็อกยุ้ย หัวข้อ กิฟท์แม็กฯ อย่างยาวเลยอ่ะในวันที่ 1 มีนา แต่พอบล็อกแก๊งมีปัญหา คอมเม้นต์หายโม้ดดดดภายใน 2 วัน แต่ไม่เป็นไร พี่เซฟข้อความไว้ (เหมือนมีลางสังหรณ์) แล้วจะไปโพสคอมเม้นต์ใหม่ ฮึ่ม!

-- แล้วจะตามไปอ่านบล็อกคุณ"วี่" ต่อนะคะ เหอๆๆ กลิ่นแห่งอดีต มันช่างยั่วยวนจริง ไม่พลาดเด็ดๆ

-- ไว้เคลียร์งานเพื่อชาติเสร็จเมื่อใด จะอ่านบล็อกให้สะจายยยไปเล้ย ... สาบาน!




 

Create Date : 17 มีนาคม 2550    
Last Update : 17 มีนาคม 2550 11:51:41 น.
Counter : 575 Pageviews.  

ภาพ CG ปกแม็กกาซีน และภาพออริจินอล (2) จ้า~

รีบมาอัพก่อนพักยาวค่ะ… เนื่องจากจขบ. ไหล่กับแขนขวาเดี้ยง ถึงขนาดจับดินสอเขียนอะไรไม่ได้ พิมพ์คอมพ์ก็ไม่ได้ค่ะ (นี่ก็พยายามฝืนใช้อยู่ง่ะ… ) แหะๆ เป็นอาการของคนที่ใช้คอมพ์มากน่ะค่ะ และที่วางแป้นคีย์บอร์ดสูงระดับอกมานานเกือบ 6 ปี ปกติที่วางที่ถูกต้องต้องอยู่ระดับเอวอ่ะ สำหรับเราที่ต้องยกไหล่อยู่ตลอดเวลา พอแก่ตัวลงก็ปวดเส้นง่ายค่ะ ไม่เคยปวดร้อนจนปลายนิ้วชามาก่อนเลย พอปวดแล้วก็มักจะมีครั้งต่อๆ ไปด้วย เพื่อนสนิทที่คลิกเมาส์มากก็มีอาการเอ็นนิ้วปวดเหมือนกัน น่ากลัวจริงๆ โรคคนทำงานคอมพ์แบบนี้ เพื่อนๆ ก็ระวังกันด้วยนะคะ… พวกนี้พอเป็นแล้วจะเรื้อรัง ไม่หายง่ายๆ อ่ะ

อัพคราวนี้แล้วคงไม่อัพอีกยาวเลยค่ะ…. ไม่รู้ว่าจะโผล่มาอีกเมื่อไหร่…ขอไปรักษาตัวก่อนนะจ๊า~(ถ้ามันโผล่มา…แปลได้สองอย่าง คือ หนึ่ง- อู้งานแต่ไม่รู้จะทำไรดี สอง – ปวดแขนแล้วไม่เข็ด ค่ะ)

มามะ… ภาพสีที่จะทิ้งท้ายไว้ ก่อนที่ปกแม็กกาซีนเล่มนี้จะออกสู่สายตาประชาทั่วไป ข้าน้อยก็เอามาให้เพื่อนๆ ดูกันก่อนจ้า
นี่คือ ปกแม็กกาซีนไอน้ำ เล่ม 17 ค่ะ (ออกพร้อมหวยออก วันที่ 1 มีนาคม นี้จ้า อิอิ)











และนี่เป็นภาพจริง ...ที่ไม่มีอาร์ตเวิร์กค่ะ






ธีม… ไม่รู้อะ… แต่อยากวาดกระจาดแอปเปิ้ล (ซะงั้น) ก็เลยต้องแถมภาพเก็บตกให้เพื่อให้เห็นกระจาดแอปเปิ้ลกันชัดๆ แม้จะย่อไฟล์ภาพมาแล้วจะเห็นแอปเปิ้ลเป็นรอยดำๆ ก็ตาม เราก็ไม่สนจายยยย… อีกทั้งการได้วาด “ตี๋หน้าจืดหัวตั้ง” แบบนี้ เราชอบจังค่ะ เพราะผิดภาพพจน์ที่เคยวาดมาทั้งหมดเลยยย ปกติการวาดผู้ชายของเราจะแอบปาดมาสคาร่าไว้นิดโหน่ย… แต่คนนี้ไม่มีเลยค่ะ สไตล์ที่ออกมาเลยแปลกตานิดนึง ดูเกลี้ยงเกลาที่ไม่มีผมปรกรุงรัง เหอๆ… ดีใจจัง หนูได้มุขไปวาดหากินอีกแล้ว ~~


เชิญทุกทั่น เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คอมเม้นต์กันได้ตามสะดวกจ้า~~ ถ้าเห็นว่า จขบ. มันชักจะหลงตัวเองเกินไปแล้ว ปรามกันได้นะคะ แหะๆ ช่วยๆ กดมันลงมาหน่อยเถอะ เดี๋ยวมันเหลิงง่ะ แม้จะมีพี่ชาย กับเพื่อนสนิทคอยกดอยู่เนืองๆ แต่เราอาจจะดื้อยาได้อ่ะน้า ..
ก็ขอขอบคุณล่วงหน้าทุกทั่นที่มาเยี่ยมกันเด้อ


ปล. 1 เมื่อไหร่ที่แขนขวาหายเดี้ยง เด๋วหนูจะมาอัพ Tag วาดรูปต่อนะคะ (หลังจากตกข่าวไปอย่างไม่น่าให้อภัย… เพราะเราดันดูเฉพาะกลุ่มบล็อกการ์ตูน…. เง้อ พักนี้เราโก๊ะๆ ค่ะ อาจจะมีอะไรรอดหูรอดตาไป ขออภัยด้วยจ้า…)

2. พักนี้เห็นเรื่องแอบอ้างผลงานศิลปะกันเยอะเลย (ทั้งวงการนิยาย วงการดนตรี แม้กระทั่งวงการภาพศิลปะ) เห็นแล้วไม่ค่อยสบายใจ รณรงค์ให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทำ “ลายน้ำ” ไว้ทุกภาพก็ดีนะคะ อย่างน้อยให้มันก๊อปกันลำบากหน่อยก็ยังดีล่ะน่า ขนาดพี่ชายเราอยู่วงการดนตรี เทคนิคเล่นกีตาร์ที่เจ้าตัวบอกว่ายังไม่เวิร์ก ก็ยังโดนลอกเทคนิคไปประกวดเลยอ่ะ…. เฮ้อ คนเรา~ ทำไปได้วุ้ย




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2550 13:13:15 น.
Counter : 683 Pageviews.  

Gallery -CG ปกแม็กกาซีน + ภาพเก็บตก และ เบื้องหลังการวาดจ้ะ

คราวนี้นำงานภาพสีที่ปรากฏสู่สาธารณะแล้ว มาให้ยลกันนะคะ เป็นงานปกแม็กกาซีนของเราเองค่ะ
ปกแม็กกาซีนอะไรน่ะหรือ? ถ้าไม่เคยเห็น เดี๋ยวตามมาดูกันนะคะ อิอิ อุบไว้ให้ตื่นเต้นก่อน เลื่อนลงไปดูภาพก็รู้ค่า~~ หัวหนังสือออกจะเด่นเป็นสง่าขนาดนี้ เพื่อนๆ แถวนี้คุ้นกันบ้างไหมคะเนี่ย? ถามเผื่อจะเจอลูกค้าอ่ะ แหะๆ

เห็นแบบนี้บางคนอาจจะสงสัย เพราะจขบ. จัดตัวเองเป็น “Comicker” มากกว่า “Illustrator” ไหงเบนสายไปรับงานภาพประกอบได้หว่า? อืมม์… ถึงเพื่อนๆ จะไม่สงสัย เราก็ขอตอบเองล่ะน้า (ถามเอง –ตอบเองได้ นี่แหละ สิทธิพิเศษของการเป็น จขบ.) ก็เพราะลงทุนไปซื้อ Wacom (เมาส์ปากกา) มาแล้ว ครั้นจะปล่อยให้เครื่องอ้างว้างเปล่าดาย แล้วตรอมใจตาย(เจ๊ง) ไปก็ใช่ที่… เพราะน้อง Wa ของเรามีค่าตัวเพียงเลข 5 หลักต้นๆ เอ้ง~ ซี้ด… กระเป๋าตังค์ผอมโกรกเลยนะนั่น ด้วยธาตุแห่งความงก ต้องจับมันเป็นทาสทำงานให้เราซะให้เข็ด!

และที่สำคัญที่สุดคือ เกิดจากเราอยาก “บังคับตนเอง” ให้ฝึกภาพ CG ค่ะ (ไม่งั้น… วันนี้ก็ยังใช้โปรแกรมไม่เป็น ขอบอก…) ถ้าไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์จากคำว่า “เดดไลน์” มาควบคุมล่ะก็… รูปวาดไม่มีทางปฏิสนธิออกมาแน่ๆ ฮ่ะ เดี๊ยนรับรอง~ !!
อย่างเราต้องเจอกฎแบบนี้ค่ะ

“ไม่ทำไม่ได้! ต้องทำ! คิดไม่ออก ก็ต้องคิดให้ออก! ถ้าคิดไม่ออก แก – ต-า-ย!!” (โหดมะ?)
สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกเสมอ ก็คือ ถ้างานเราช้า หรือไม่ได้ส่ง บางทีเราอาจไม่ได้ตายแค่คนเดียว… แต่จะพาคนอื่นๆ ตายตกไปตามกันด้วยค่ะ (เช่น บก. , และกอง บก. ฝ่ายต่างๆ ในกรณีที่หางานอื่นมาเสียบแทนเราไม่ทัน)
ไอ้ตายคนเดียวยังพอว่า… แต่พอเจอแบบนี้ เลือดแห่งความรับผิดชอบจะพุ่งปรี๊ดเลยค่ะ เรียกพลังวัจได้อย่างไม่น่าเชื่อ!! โดยเฉพาะงานแม็กกาซีนนั้น เรื่องมาตรฐานเวลาเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะไม่ว่ายังไงก็ต้องออกตามกำหนด และยังเป็นยาแก้ความขี้เกียจขนานเอก ถ้าได้ทำงานต่อเนื่องแบบนี้จะวาดไม่เป็นได้ยังไงไหวล่ะ จริงมั้ย?


เอาล่ะ… แมงโม้มากมายแล้ว เรามาดูรูปกันนะคะ ไล่จากปกปัจจุบัน ไปจนถึงปกเก่าสุด
อ้อ. ภาพเหล่านี้เรานำมาจากบอร์ดไอน้ำค่ะ นี่ลิงก์ค่า...
//www.bbznet.com/scripts2/board.php?user=inam&board=6&order=numtopic
เป็นภาพทำอาร์ตเวิร์กในขั้น Preview ก่อน นั่นก็คือ ลองจัดอาร์ตคร่าวๆ ว่าหน้าตาปกออกมาประมาณนี้ อาจจะมีการปรับปรุงเพื่อความเหมาะสมอีกครั้งตอนพิมพ์จริงค่ะ ส่วนปกที่พิมพ์ออกไปแล้ว …ถ้าได้ดูตามแผงกันมาบ้าง ก็จะเห็นว่าบางปกมีการเปลี่ยนแปลง
ในการส่งงานปก บางทีเราก็ไม่ได้ส่งแค่แบบเดียวค่ะ ทำไปหลายแบบให้เลือกเหมือนกัน ในบางปกเลยงัดรูปเก็บตกมาให้ยลกันด้วยจ้า







ภาพปก 16 ธีมวาเลนไทน์ (จะออกช่วงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นี้ค่ะ)


เป็นภาพที่ถูกรีดพลังวัจไปมากที่สุด เพราะเป็นงานด่วน ต้องส่งกะทันหัน แต่นั่นยังไม่ลำบากใจเท่า…ธีมภาพ ที่ต้อง โรแมนติกมั่กมากค่ะ ตายละวา… เกิดมาไม่เคยเขียนภาพโรแมนติกเลยสักรูป พอคิดถึงคำว่าโรแมนติก ก็นึกถึงฉากจุมพิต หรือไม่ก็โอบกอดกันกลมทุกทีเลย อ๊า… สาวหัวโบฯ อย่างเรายอมม่ายด้ายยย หนังสือสำหรับเยาวชนจะทำเช่นนี้ได้ยังไง?? เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เกิดพ่อแม่ของน้องๆ (คนซื้อ) เขามาเห็นจะทำไงอ้ะ??
เลยต้องล้อมกรอบตัวเองไว้ตอนวาดว่า “อย่าให้ผู้หญิงเปลืองตัวมาก”

สุดท้ายออกมา …ก็ใช้อย่างประหยัดแบบนี้ล่ะค่ะ 555 เป็นรักแบบผู้ใหญ่ ทะนุถนอมในอ้อมอกพี่ เหมาะกับคนรุ่นเราจริงๆ เรยยยยยย
ข้อดีของงานด่วนเค้นพลังวัจ คือ ทำให้เรารู้ว่าตนเองมีศักยภาพเหมือนกันนะคะ แต่ตอนที่วาด รู้สึกเหมือนตัวเองวิ่งอยู่บนสะพาน ที่เบื้องล่างเป็นธารลาวาร้อนระอุเลย พลาดก็ตายเหมือนกัน!










ภาพปก 14 ธีมแลนด์สเคปทุ่งดอกไม้…


ในคอมพ์ไม่เคยวาดทุ่งดอกไม้ ก็ได้วาดล่ะ ชอบฉากมากกว่าคน (อีกแล้ว) เสียดายที่ขนาดของปกไอน้ำต้องครอปภาพออกไปบางส่วน เลยเห็นไม่หมดทั้งภาพค่ะ อ้อ ดอกไม้พันธุ์นี้มีจริงนะจ๊ะ ตระกูลเดียวกับ ดอก “แสงอรุณ” แต่ชื่อภาษาอังกฤษของพันธุ์นี้จริงๆ จำไม่ได้อะ









ภาพปก 12 ธีมคริสต์มาสหวานแหวว


ภาพนี้เปลืองพลังวัจไปอย่างไม่น่าเชื่อเหมือนกัน ใครบอกว่า..หน้าโคลสอัพวาดง่าย… คราวนี้ขอเถียงเต็มปากค่ะ ก็เพราะเป็นหน้าโคลสอัพมันมีแต่หน้าน่ะสิ การจะดึงดูดความสนใจได้ก็ต้องมีรายละเอียดที่ละเอียดจริงๆ ยิ่งเราเป็นพวกชอบเกลี่ยสีเนียน ไม่ปาดทีแปรง(เพราะปาดไม่เป็น..) จะเหนื่อยกว่าคนอื่นเท่าตัวค่ะ เฮ้อ…ไปฝึกปาดกะเขามั่งดีกั่ว
ภาพนี้เมื่อพิมพ์จริงมีการเปลี่ยนแปลงค่ะ คือ กลับด้านซ้าย-ขวา กับเปลี่ยนสีแบ็คกราวนด์ไป แต่ภาพปก Preview นี้ยังเป็นภาพออริจินอลจากเรานะ










ภาพปก 10 ธีมหนุ่มแบดบอยกับติวเตอร์สาว


เพื่อขานรับกับนิยายในไอน้ำ 2 เรื่องด้วยกันค่ะ ชอบผมเจ้าหนุ่มจริงๆ เรยยย ส้มได้ใจ (เปลืองน้ำยาไปกี่ขวดอ่ะพี่) ตอนที่คิดภาพนี้ก็ขำๆ ค่ะ เราอุตส่าห์ไปหาข้อสอบเอ็นทรานซ์มาจริงๆ มาเขียนในกระดาษคำตอบของพระเอก ตอนที่เลือกโจทย์ยังงงๆ “ไอ้ควอดรันต์” นี่คืออะไรวะ? มีคำนี้อยู่ในโลกด้วยเหรอ? จำไม่ได้ เหอๆ …..เรียนมาก็คืนอาจารย์โม้ด สมแล้วที่สมองเราทำงานแต่ซีกขวา


และภาพออริจินอลเรา คือ ภาพเก็บตกข้างล่างนี้แหละค่า…






ด้วยทางอาร์ตเวิร์กเห็นว่า ชักจะมีปกชมพู้ชมพูมากเกินไปแล้ว เลยเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแทนค่ะ











ภาพปก 6 ธีมสาวขี้แกล้ง



ถ้าใครพอดูออก เรามีการดัดสไตล์เส้นไปนิดนะคะ (ดูไม่ออกเลยล่ะซี… หงึก) แถมรูปเจ้าหนุ่มคนนี้ยังออกแนวฮาๆ สำหรับเรานะ หน้าแบบเด๋อ ๆ ค่ะ อะไรดลใจให้เฮียทำทรงผมนี้เนี่ย ?? แถมตอนแรกวาดหน้าเบี้ยวด้วยค่ะ ดูหล่อไม่ลง(ตัว)ยังไงก็ไม่รู้ ก็แก้จนยัดให้ลงให้ได้

มีภาพเก็บตก ที่โคดแปลกตากว่ารูปจริงมาให้ดูด้วยนะ จริงๆ ทำไว้ให้เลือกหลายแบบมาก แต่เลือกแบบที่แปลกที่สุดมาให้ดูค่ะ





อุอุ แปลกมะ? แบบไม่ใส่แว่นไง แบบนี้ดูไม่เด๋อ แต่ไม่ได้ใจอ่ะ










ภาพปก 4 ธีมสาวกางร่ม


ภาพนี้มีการเปลี่ยนแปลงลายเส้นค่อนข้างชัดค่ะ เปลี่ยนทั้งโปรแกรมที่ใช้ด้วย ปกติเราจะใช้ Painter ทำเป็นหลัก แต่ภาพนี้ใช้ Photoshop เพียวๆ ฮ่ะ อยากให้ดูเป็นกราฟฟิกเล็กน้อย แต่ออกมาก็ไม่กราฟฟิกเท่าไหร่แฮะ
ปก Preview นี้เป็นตัวออริจินอลเราล้วนๆ
แต่ปกจริงมีการเปลี่ยนแบ็คกราวนด์ให้เม็ดฝนดูเป็นฝนมากกว่านี้ค่ะ

ส่วนภาพเก็บตกข้างล่างนั้น… เป็นภาพที่เราทำแบ็คกราวนด์ไว้อีกแบบ แต่พี่บก. เลือกแบบฝนหัวใจค่ะ เพราะเหมาะกับฤดูฝนดี

















ภาพปก 3 ธีมสาวขี้แกล้งเหมือนปก 6 (แต่คนละวัยกัน)


นี่เป็นปกรูปแรกที่ทำให้ไอน้ำค่ะ ใหม่ๆ ก็ยังใช้โปรแกรมไม่คล่อง สีก็เลือกใช้ไม่เป็น ช่วงที่ทำภาพนี้ก็ซึ้งงานคอมพ์เลยทันที เพราะลืมไปว่าเราใช้จอ LCD ซึ่งมีความเพี้ยนของค่าสีหน้าจออยู่แล้ว ตอนเปิดที่หน้าคอมพ์เราน่ะสดใสดีอยู่ แต่พอภาพไปปรากฏกับทางทีมงาน สีก็สดลดลงเพราะเป็นจอ CRT ค่ะ งือ… หลังจากนั้นเราก็พยายามใช้สีสดตลอดเลยค่ะ ไม่เบรคสี ไม่ผสมดำ ทำทุกอย่างให้งานสดที่สุด


ภาพเก็บตกนี่เป็นไฟล์ตัวก่อนเราแก้สีค่ะ





555 ถูกทักว่าดูแนวเก๊า..เก่าเหมียนกัน อ่าน้า ความเคยชินที่ถอนยาก


สต็อกหมดแระ… และคงจะมีภาพอื่นๆ มาให้ยลกันอีกในโอกาสต่อไปค่ะ
* ไม่ต้องเกรงใจ คิดเห็นกันอย่างไรก็คอมเม้นต์กันได้นะคะ หากยลเฉยๆ เราไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้ถูกใจท่านลูกค้าอ่ะ เพื่อเป็นการพัฒนาฝีมือค่ะ เราเองก็ยังต้องฝึกอีกมากเหมือนกัน (ยิ่งไปดูงานบรรดาเซียนมาแล้วสะท้อนใจจัง …โอ้…ฟ้าสูง แผ่นดินต่ำ คนย่ำดิน เซียนบินว่อน มันเป็นเช่นนี้เอง!! ฮึ่ย เราก็ต้องทำด้ายยยย~~ )


ขอแว่บมาเรื่องสีน้ำนิดหนึ่ง เพราะรู้สึกช่วงนี้พิมพ์คำว่าสีน้ำบ่อยๆ แล้วนึกขึ้นได้ เราขี้เกียจไปตั้งกระทู้ใหม่ในอีกกลุ่มบล็อกจ้า
รูปข้างล่างนี้เป็นหลักฐานว่า… สีน้ำยังไง้ ยังไง ก็เป็นอริกับเราวันยันค่ำ...
เราใช้พู่กันเบอร์ 2 วาดแก้เครียดไปเรื่อยเปื่อยค่ะ แต่…ตอนนี้ฝีมือเหลือเพียงแค่นี้อ้ะ…. แง้ๆๆๆ
v
v
v





ความรู้สึกเหมือน ‘ภาพสีน้ำชุดดอกไม้ 12 ดอก’ นั้นเป็นเพียงความฝันเลยแฮะ… (ในกลุ่มบล็อกนานาฯ น่ะค่ะ ยังมิเคยเบิ่ง ไปที่นี่เลย
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=jog-jaggarden&date=10-02-2006&group=1&blog=1)
ยิ่งไม่ค่อยจะมีฝีมืออยู่ ตอนนี้มันวิ่งหนีหายไปหมดแล้ววว...

นี่สินะ… คำสาปของคนที่ทำแต่ CG
ประมาทไม่ได้เลย!!



ปล. 1. Tag ข้าน้อยทำไว้แล้วนาทุกทั่น ตามไปอ่านกันได้ในกลุ่มบล็อก “เรื่องเล่าเมาท์มันส์ๆ” นะคะ แต่อ่านแล้วอย่าหลับล่ะ แฮ่… ลีลาใน Tag มันจะคล้ายบทความนิดหน่อยค่ะ
2. ขอขอบคุณพี่ฉันท์ บก. ไอน้ำด้วยนะคะ ที่ให้โอกาสดีๆ แบบนี้ ดีใจที่ได้ทำงานท้าทายเสมอค่ะ (ได้ลุ้นไปพร้อมๆ กันเลยนะคะ ~~อิอิ )

+++++++++++++++++++++






 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2550 14:11:52 น.
Counter : 1764 Pageviews.  

“ภาพ CG Fan Art ครั้งแรกของเรา กับ The Lord of The Rings” ^ ^/

อัพแล้วค่ะ อัพแย้ววววว~~ หลังจากที่เราทิ้งให้บล็อกเน่าอยู่ 2 เดือนกว่าๆ จนได้ที่ หมักหมมจนความขี้เกียจหายไปแล้วก็กลับมาค่า~~

มาคราวนี้มีรูปแปลกๆ มาให้ยลอีกแล้วล่ะจ้า เนื่องจากเราเป็นคนไม่เคยวาด Fan Art มาก่อน สิ่งที่เพื่อนๆ ได้เห็นก็คือ รูป Fan Art รูปแรกในชีวิตของเราเอง จั่วหัวข้อไว้เรื่องไหนก็เรื่องนั้นแหละจ้ะ แหะๆ

เมื่อเอาภาพนี้มาแปะไว้ที่บล็อก เรารู้สึกอายๆ ยังไงไม่รู้ค่ะ อาจจะเป็นเพราะไม่เคยวาดมาก่อนก็เลยยังปรับตัวไม่ได้ (ฮา) ส่วนแรงบันดาลนั้นคงไม่ได้มาจากการคิดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้เพียงอย่างเดียว แต่เราเองก็มีใจอยากจะวาดเอลฟ์อยู่แล้วค่ะ 555 โดยเฉพาะผมทองยาวๆ หัวเถิกงามๆ อยากลองมานานแระ! ได้ทีก็เอามาผนวกกันซะ ออกมาเลยกลายเป็นภาพเต๊ะท่าแบบเนี้ยจ้า!






ชื่อภาพ : My Elf
วาดไว้เมื่อ : 30 มกราคม 2550
ขนาด : A 4


ท่านผู้นี้ดูก็รู้ว่าใครนิ? อิอิ “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” (เอ๊ย…ผิดเรื่องแล้ว) แล้วเรายังเลือกทำเลข้างหน้าต่างคล้ายๆ รูปคราวที่แล้วเลยล่ะ 555 จาบอกว่ามันวาดง่ายดีค่ะ ง่ายกว่าหน้าต่างที่เป็นป่าแบบคราวที่แล้วตั้งแยะ แถมยังเหมาะสำหรับคนไม่ค่อยมีเวลาอย่างเรา อืมม์ แต่สงสัยตอนเรานั่งวาดนั้นจะอิน + ปลื้มท่านมากไปหน่อย พอเสร็จออกมาก็หน้าเหมือนผู้หญิงเปี๊ยบซะงั้น…? เฮ้อ~~ ขนาดลองวาดตาให้ไซส์เล็กลงแล้วก็ยังไม่ช่วยอะไรเลยค่ะ แม้เขาจะมีกล้ามเนื้อ(บ้าง)ก็ยังดูเป็นดรุณีอยู่ดี คนวาดกลุ้มจายยยจิงเน้อออ แก้ปัญหาเรื่องเดิมๆ ไม่ได้สักทีค่า

และนี่ก็เป็นรูปสเก็ตซ์ต้นแบบค่ะ เราชอบรูปสเก็ตซ์มากกว่ารูปลงสีเสียอีกน้า






อาจจะเป็นเพราะดูมีฟิลลิ่งความรกรุงรังของเส้นมากกว่า เราก็เลยชอบค่ะ ปกติเส้นสเก็ตซ์เราจะยุ่งมากๆ ชนิดเราดูออกอยู่คนเดียว คนอื่นจะดูไม่ออกเลยอ่ะว่าเส้นไหนเป็นเส้นไหน ถ้าให้ตัดเส้นก็จะตัดไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ อันที่จริงเรื่องการตัดเส้นนั้นเคยทดลองกับเพื่อน( ที่มีเอกลักษณ์ในลายเส้นจัดๆ) มาตัดเส้นให้งานเราค่ะ ด้วยความชำนาญของเพื่อนที่คุ้นเคยลายเส้น เขาเลยเลือกตัดเส้นให้เราได้ และแล้วผลที่ออกมาก็กลายเป็น “ลูกผสม” ไม่ใช่ทั้งงานเขา และงานเรา แต่ออกมากลายเป็น “เกย์อินเทรนด์” เรยยย (เอ๊ย) แม้กระทั่งเมื่อเราไปตัดเส้นให้งานเขาบ้าง ก็ออกมาเป็น “เกย์หวานกุหลาบบาน” เหมือนกัน ???? หรือแท้จริงแล้ว ลายเส้นของทั้งเราและเพื่อน มันก็เกย์ทั้งคู่กันอยู่แล้วก็ไม่รู้?? (ม่ายจิ๊งงงงง~~ < เสียงโหยหวนภายในใจของเราเอง …แต่ก็อ่ะนะ พักหลังเราจะเริ่มชินแล้วแหละค่ะ)

อะแฮ่ม ขอนอกเรื่องมาเล่านิดส์นึง… ช่วง 2 เดือนที่หายไปไม่มาโผล่หน้านั้นมีเหตุการณ์อะไรเร้าใจบ้าง อยากเล่าให้หายคิดถึงบล็อกหน่อยน้า... เดี๋ยวน้ำลายเราจะบูดค่ะ 555 ยิ่งชอบโม้ๆ อยู่)

ปลายเดือนธันวาคมเราไปเที่ยวเชียงใหม่ 6 วันรวดมาค่า ได้ขึ้นดอยอินทนนท์ดูน้ำค้างแข็ง (ในที่สุดก็ได้เห็นแม่ขนิ้ง ไชโย!~) เดินป่ากิ่วแม่ปานจนเห็นเจ้ากวางผาได้ด้วยตาเปล่า 555 โดยไม่ต้องพึ่งกล้องส่องทางไกลค่ะ (ปีที่แล้วก็ไปมา แต่ฟ้าปิด หมอกตรึม เลยส่องสัตว์ไม่ได้อ่ะ) พักชมดาวและวัดเก่าแก่ที่ อ.แม่แจ่ม ซึ่งเป็นเมืองในอ้อมกอดของอช.อินทนนท์ เที่ยวงานพืชสวนโลก และก็ไหว้สาที่ดอยสุเทพ อืมม์… ช่วงที่ไปเที่ยวนี่เรารัวชัตเตอร์ไม่ยั้งเลยค่ะ ได้ภาพสวยๆ มาเพียบเยย สะจายยยมั่กมาก ไอ้เราก็อุตส่าห์ทำเท่ พกกระดานวาดรูปไปเที่ยวด้วย สุดท้ายก็เอาไว้แต่ที่หลังรถ ไม่ได้พกไปวาดที่ไหนเลยค่ะ โปรแกรมมีแต่เดิน เดิน และเดินตลอด กลับถึงที่พักก็ไม่อยากทำอะไรแล้ว พอหมดทริปนี้ไป หน้าเรางี้ดำปิ๊ดเลยอ้ะ~~ (ต้องโทษเจ้างานพืชสวนโลก ที่ทำตัวดำกันทั้งพี่ทั้งน้องเลย) วันหลังจะกลับมาทำบันทึกการเดินทางดีกว่า ถ้าไม่ขี้เกียจจนเกินไปนะคะ แหะๆ ปกติกลุ่มบล็อกนี้เป็นอะไรที่เราขี้เกียจที่สุดซะด้วยซี

และก็เพราะไปเที่ยวมาช่วงธันวานี่แหละค่ะ ช่วงเดือนมกราคม จึงกลายเป็นช่วงสะสางงานทั้งใหม่และเก่า มากลางเดือน คุณพ่อของเราผู้แข็งแรงเสมอก็เกิดป่วยกะทันหันจนเข้าโรงพยาบาล บ้านเราจึงตกใจกันใหญ่ เกิดเหตุครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่าโรงพยาบาลรัฐกลางใจเมืองนี่… การบริการมันช่างแย่จริงๆ คนป่วยหนักยังต้องให้รอตั้งค่อนวัน คิดแล้วยังเคืองไม่หาย ถ้าไม่เป็นคนไข้ของหมอช่วงคลินิกนอกเวลาที่รพ.นี้ (มีคนแนะนำให้คุณพ่อไปหาคุณหมอที่นี่น่ะค่ะ) ไม่งั้นก็คงไม่ไปรักษาที่รพ.นี้หรอก ทั้งยังโดนดูถูกราวกับเราเป็นคนไข้อนาถา (แหม เรามีตังค์จ่ายนะ แต่มันฉุกเฉินมากใครจะทันแต่งเนื้อแต่งตัวให้ดูเริ่ดๆ ใส่เพชรพลอยมาโชว์กันล่ะ!) แถมท้ายด้วย… คุณพ่อยังถูกผีหลายตนที่รพ.หลอกเอาอีก ก็ว่าอยู่แล้วบรรยากาศมันชอบกล คราวหน้ากลับไปรักษาโรงพยาบาลเอกชนเหมือนเดิมดีกว่าวุ้ย…

จะว่าไป ความคิดแบบนี้มันคงจะเป็นกันทุกคนที่เคยรักษาแต่รพ.เอกชนก็ได้นะคะ มันคงเทียบไม่ติดอยู่แล้วแหละ ค่ารักษามันก็ต่างกันมาก ห้องเดี่ยวพิเศษในรพ.รัฐ คืนละ 900 ส่วนรพ.เอกชนนั้น คืนละตั้ง 2,000 - 3,000 (หรือมากกว่านี้ตามเกรดของรพ.) แต่เมื่อเทียบกับวินาทีแห่งความเป็นความตายแล้ว…. ยังไงเราก็เลือกรพ.เอกชนค่ะ ไม่งั้นคงได้ตายตั้งแต่ตอนรอคิวหน้าห้องฉุกเฉินแน่ๆ ก็เล่นทิ้งคนไข้ไว้ค่อนวันแบบนี้อ่ะนะ ฮึ่ม…

พิมพ์เรื่องนี้ก็ได้ปลดปลงค่ะ แต่เอาเถอะ… ตอนนี้คุณพ่อหายป่วยแล้วก็ดีแล้วแล เฮ้อ…เราก็ได้ระบายจนน้ำลายน่าจะหายบูดแล้วค่ะ สบายใจ ไปทำงานต่อได้แล้ว และถ้าไม่ติดภาวะ Art Block เราคงจะมีภาพประหลาดๆ ออกมาแปะเรื่อยๆ ให้ทุกท่านได้ยลจ้า

ส่วน Blog Tag อดใจรอหน่อยเน้อ (ว่าแต่มีคนรอหรือเปล่าเนี่ย? หรือรอจนเบี่ยไปแล้วก็ไม่รู้?) เราพิมพ์เตรียมไว้หมดแล้วแหละจ้ะ ฌาปนกิจตัวเองให้เกรียมๆ น่ะถนัดอยู่แล้ว ฮี่ เอาไว้คราวต่อไปละกันน้า~~ บายจ้า




 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2550 21:46:16 น.
Counter : 819 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

Dream Awake
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Blog นี้จะเน้นไปทางเสนองานการ์ตูนของเราเองค่ะ มีทั้งงานสี งานขาว-ดำ...เทคนิคการวาดเล็กๆ น้อยๆ และเรื่องบ่นอีกสารพันตามประสาคนอยากเล่าน่ะจ้า~~

+ป.ล. รักคนอ่านมั่กๆ ค่า...+
#แวะทักนีรมาลีที่หลังไมค์นี้ได้เลยค่า
Friends' blogs
[Add Dream Awake's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.