ชีวิตพอเพียงกับการเลี้ยงกล้วยไม้
Group Blog
 
All Blogs
 

กล้วยไม้สกุลช้าง ( Rhynchostylis gigantea Ridl.)

กล้วยไม้สกุลช้างเป็นล้วยไม้ที่ ฮิตติดลมบนมานานในกลุ่มผู้รักการเลี้ยงกล้วยไม้ครับ ถิ่นธรรมชาติพบเกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ แทงช่อดอกเดือน พย-ธค ดอกบานช่วง ธค-กพ โดยเฉพาะปีนี้อากาศเย็นช้างจะชอบอากาศเย็นเป็นพิเศษ ให้ดอกชมกันมากมายสมใจคนเลี้ยงกล้วยไม้ปีนี้ครับ วัสดุปลูกที่ช้างชอบคือกระเช้าไม้สัก ขอนไม้ต่างๆ ต้นไม้ก็ชอบเอาไปเกาะรากเดินดีมาก ดีกว่าเลี้ยงในกระถางพลาสติก วัสดุปลูกที่ใช้ปลูกในกระถางพลาสติกก็ถ่านก้อนเล็กๆใส่ เป็นหลักครับ มาดูช้างช่อแรกที่เกาะกับต้นไม้ครับให้ดอกเร็วแม้ไม่ได้ใส่ปุ๋ยมาก






เสริมถ่านก้อนเล็กๆในกระถางจะช่วยดูดความชื้นทำให้ช้าโคเร็วครับ





กระถางนี้ไม่ใส่วัสดุปลูกให้รากเดินกับกระถางพลาสติก ใช้เฉพาะสวนที่ให้ปุ๋ย และให้น้ำความชื้นในโรงเรือนต้องสูง แต่ดูแล้วลำต้นสู้ใส่วัสดุไม่ได้ครับ ถึงแม้จะเป็นกล้วยไม่ชุดเดียวกัน





ถ้าจะให้ดีเลี้ยงในกระถางไม้สักเลยครับช้างอยูได้หลายสิบปีครับยิ่งอายุมากยิ่งออกดอกมาก




ช้างจะให้ดอกช่อแรกเมื่ออายุ 2.5 - 3ปีขึ้นไป นั่นเป็นสาเหตุทำให้ช้างราคาแพงกว่าตัวอื่นๆเนื่องจากใช้เวลาเลี้ยงนานและ ช่อแรกดอกและช่อดอกจะยังไม่สมบูรณ์นักครับ




เมื่อเทียบกับช้างต้นที่อายุเยอะให้ให้ดอกที่สมบูรณ์กว่า ความยาวช่อดอกยาวกว่า จำนวนดอกมากกว่า จำนวนช่อดอกมากกว่า ไม่แปลกหรอกครับราคาจะเกินพันต่อกระถางครับ ต้นนี้น่าจะเกิน 10 ปีครับ





จุดเด่นของกล้วยไม้สกุลช้าง คือ กลิ่นที่หอมฟุ้ง หอมเข้มอบอวล
ถ้าแพ้น้ำหอมแล้วไปดมนานๆก็มึนเหมือนกัน ดอกดก บานทนนานเกือบเดือน



ถึงแม้ช้างจะบานปีละครั้งก็คุ้มค่ากับการรอคอยครับ ถึงแม้ไม่ให้ดอกดูใบกับต้นก็สวยอีกแบบครับ ผมว่าอากาศเย็นจำเป็นต่อการแทงช่อและให้ช่อของช้างมากครับ ที่ลำปางช้างให้ดอกได้ชมทุกปีครับ แต่ที่ลพบุรีปีนีอากาศเย็น เพิ่งได้เห็นดอกครับ





ในยุทธจักรการเลี้ยงกล้วยไม้สกุลช้าง เซียนด้านนี้ที่ผมพอรู้จักและได้ยินชื่อเสียง ก็ เสธวิสูตร แห่งเมืองลพบุรี จ่าอดิศักดิ์แห่งกำแพงแสน
เฮียใหญ่ ราชบุรี,คุณศุภชัย ศุภเอม นครปฐมออคิดส์ , คุณลุงเย็น
และจอมยุทธที่ไม่ประสงค์ออกนามหลายท่าน





มาดูกล้วยไม้ของเซียนที่สะสมกันบ้างครับ ถ่ายมาจากงานเปิดสวนสุวรรณภูมิออร์คิด อ.กำแพงแสน ครับว่ากล้วยไม้สกุลช้างที่สวยๆในมือเซียนจะสวยงามขนาดไหน เพื่อเป็นมาตรฐานในใจท่านในการเลือกกล้วยไม้สกุลนี้เข้าสวนท่าน เริ่มจาก

1 ช้างเผือก






ช้างเผือกช่อแรก




ลักษณะการแทงช่อและการบานของช้างเผือก จะบานจากโคนช่อไปปลายช่อ





2.ช้างส้ม ให้ดอกสีส้มโครงสร้างดอกจะสู้ช้างเผือกไม่ได้แต่ให้ดอกสีส้ม อันเกิดจากการกลายพันธุ์ของช้างเผือก ให้สีออกมาส้มเข้มหรืออ่อน
แตกต่างกันชัดเจนในแต่ละต้น การตัดสินดูแล้วน่าจะให้ความสำคัญกับสีดอกมากกว่าลักญณะอื่นๆ

2.1






2.2



2.3



2.4



2.5



3 ช้างพลาย จะให้ดอกที่สวย และปากดอกสีชมพูเข้ม ลายจุดสีชมพูจุดขนาดใหญ่กระจาย และเด่นที่ปลายกลีบดอก

3.1



3.2



3.3



3.4



3.5



3.6



4.ช้างแดง ต้องแดงทั้งดอกถึงจะแท้และสีจะเข้มหรืออ่อนก็ว่ากันอีกทีครับ
4.1



4.2






แทงช่อดอกตุ่มอดกยังแดงให้เห็นเลยครับ ช้างแดงไม่ค่อยเห็นขายมากนักในตลาดกล้วยไม้ราคาค่อนข้างแพง




4.3



4.4



4.5



4.6



4.7



4.8



4.9



4.10



5. ช้างกระ จะคล้ายช้างพลาย แ่ต่จุดสีชมพูจะเล็กและกระจายอยู่ทั่วกลีบดอก และจุดจะอยู่หนาแน่นกลางกลีบและกระจาย บางต้นจุดจะน้อยสังเกตง่ายกว่าครับ
5.1



5.2 ช้างกระต้นนี้ จะสังเกตง่าย จุดเล็กๆกระจายทั่วดอก ฟอร์มดอกสวยแต่จุดกระไม่เด่นครับ



5.2 ช้างกระช่อแรก



5.3 ซูมใกล้ๆดอกช้างกระ




5.4




5.5



5.6




6. ช้างการ์ตูน สีจุดและสีดอกออกสีแดงอมชมพู จุดจะใหญ่กว่าช่างกระและการเรียงตัวกันเป็นระเบียบมากกว่า




7. ช้างชมพู ก่ำกึ่งระหว่างช้างพลายและช้างแดง แต่กลีบดอกจะแดงจากปลายกลีบ และมีสีขาวช่วงโคนกลีบเล็กน้อย

7.1



7.2



7.3



7.4



8. ช้างบลู




9.ช้างประหลาด



ต้นเต็มๆของช้างประหลาด





คงจะจุใจมิตรรักแฟนเพลงผู้ที่ชอบกล้วยไม้สกุลช้างกันบ้างนะครับ
เวลาเลือกซื้อกล้วยไม้สกุลนี้ดูดอกแล้วจะได้เรียกชื่อได้ถูกนะครับ

ทิ้งท้ายไว้ว่า รักกล้วยไม้น้อยๆ แต่รักนานๆนะครับ เหมือนพี่เป้า สญ สญ ชอบพูดอ้อนกับแฟนเพลง ดึกแล้วไปนอนก่อนครับ




 

Create Date : 22 มกราคม 2554    
Last Update : 22 มกราคม 2554 23:58:32 น.
Counter : 21508 Pageviews.  

กล้วยไม้ที่มือใหม่ควรหามาเลี้ยง ตอนที่ 1

ตอนผมเริ่มหากล้วยไม้มาเลี้ยงแบบจริงจัง แบบมือสมัครเล่นผมก็ซื้อไปเรื่อยเปื่อย ไร้ทิศทาง ไม้ป่าบ้างไม้ลูกผสมบ้าง ตอนนี้เริ่มตั้งหลักได้เลยพอมีข้อมูลการเลือกซื้อกล้วยไม้มาเลี้ยงเอามาแนะนำเพื่อนๆที่กำลังจะเริ่มสะสมพอเป็นแนวทางจะได้ไม่ออกอาวุธเปะปะ สูญเสียเงินทองโดยใช่เหตุ
ส่วนมือเก่าแต่เมาบ่อยไม่ต้องแนะนำแล้วเขาจะเลือกเฉพาะแนวที่เขาชอบ
ผมเล่นกล้วยไม้แบบ แกงโฮ๊ะ หลากหลายเลยเอาข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อมือใหม่นำมาเสนอดังนี้ครับ

1. สกุลช้าง หาได้ง่ายก็ช้างกระครับ ควรมีเป็นอย่างยิ่งเปรียบเสมือนพระสมเด็จหนึ่งในพระเบญจภาคี ช้างสามารถออกดอกได้เกือบทุกที่ โดยเฉพาะปีนี้อากาศเย็นของชอบของเขาเลยครับ และขอเน้นย้ำว่าช้างที่มีการคัดเลือกจากเซียนสวนดังๆ เช่น ของท่านเสธวิสูตร สวยกว่าช้างจากธรรมชาติแน่นอนครับ อย่าเสียเวลาไปหาช้างเผือกในป่าเลยครับ จะผิดหวัง เสียทั้งเงินและเวลา ซื้อจากสวนดังๆเลยครับผมขอฟันธง




2.ฟ้ามุ่ย แนะนำซื้อจากสวนเช่นกันตามธรรมชาติหายากราคาแพงและสวยสู้จากสวนไม่ได้เลยครับ แหล่งดังๆ ก็ นครปฐม ราชบุรี โคราช ครับ



3.ลูกผสมแวนด้า เมืองไทยเป็นที่ 1 ของโลกครับ ควรหามาประดับสวนราคาไม่แพงอยู่ที่ 150-200 บาท/ต้น มีขายมากมายเกือบทุกตลาดต้นไม้ แหล่งเด่นๆ ก็ นครปฐม ราชบุรี อีกตามเคย




4.แคทียา เมืองไทยก็เป็นอันดับ 1ของโลกเช่นกัน มีขายมากมาย ยกตัวอย่าง เช่น แคทียาอัลมาคี ลองไปหาซื้อดูครับ มีเยอะ ออกดอกเก่งดอกสวยดก







5. หวายลูกผสม บ้านเราก็เป็นเบอร์ 1 ของโลกส่งแบบตัดดอกนำเงินเข้ามาหลายพันล้านต่อปี ไปร้านขายต้นไม้ต้องมีสกุลหวาย เป็นไม้หลักราคาที่นิยมขายคือ 3 ต้นร้อย หวายเลี้ยงง่าย ดอกสวย ทน ส่วนใหญ่เราจะเห็นมันจนชินตาครับ







ุ6.สกุลเข็ม โดยเฉพาะเข็มแสด หาซื้อง่ายเลี้ยงง่ายทนทาน ออกดอกง่าย บานทน




ุึ7.ลูกผสมหวาย เช่นดอนมาลี หรือลูกผสมอื่นก็ได้รับความนิยม

ดอนมาลี



ดอนมาลีผสมนกเวียตนาม




ดอนมาลีผสมฟอสสิออ




8. สกุลแวนด้าที่ให้ดอกหอมๆก็มีเช่น

V.สามปอยขุนตาล




V.มินิปาล์มเมอร์




9.ถ้าเป็นไม้ป่าที่มีการคัดเลือกพันธุ์และให้ดอกสวยงาม

เหลืองจันทร์บูร ก็ได้รับความนิยมและมีขายมากมาย เลี้ยงง่าย





เอื้องปากนกแก้ว ตัวนี้เลี้ยงยากแต่ก็เริ่มเห็นบ่อยๆในงานประกวด ดอกสวยและมีการขยายพันธุ์ออกมาให้มิตรรักแฟนเพลงซื้อมาเลี้ยงกันมากขึ้น



10. รองเท้านารี ที่นิยมและเลี้ยงง่ายก็มี

รองเท้านารีเหลืองปราจีน



รองเท้านารีฝาหอย




11. สกุลหวายพื้นเมือง เช่น


หวายตะวันตก




หวายแบน


//www.bloggang.com/data/jae-hom47/picture/1293539026.jpg width='450' height='337' border=0>

12. กล้วยไม้พื้นเมืองที่สวย แปลก เช่น

แดงอุบล




ดอกสีสดใส





ต้นนี้ชอบเป็นพิเศษ ช้างรอบคอ มันออกดอกรอบคอสมกับชื่อ




ยังมีอีกมากมาย มาต่อภาค 2 ในโอกาสต่อไปครับ

Happy new year




 

Create Date : 28 ธันวาคม 2553    
Last Update : 28 ธันวาคม 2553 19:33:26 น.
Counter : 8580 Pageviews.  

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ (Orchids tissue culture)

วันนี้เอาความรู้เรื่องเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื่อเยื่อกล้วยไม้ เป็นของหน่วยงาน ฝ่ายวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง สถาบันวิจัยและพัฒนา กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม
ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำด้านเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อโดยตรง ที่เอามาแสดงในงานเกษตรกำแพงแสน ที่ผ่านมาครับ ให้รู้ขั้นตอนคร่าวๆ ว่าทำอย่างไร ถ้าสนใจก็มาฝึกอบรมกับทางศูนย์ได้ที่ผมจะให้ที่อยู่และเบอร์โทรในตอนท้ายครับ
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อริเริ่มโดยนาย Harerlandt ในปี คศ. 1902 หรือปี พศ. 2445 โดยการเอาส่วนต่างๆของพืช เช่น ข้อ,ตา,ปลายยอด,ราก,
เนื้อเยื่อ Phyrencyma ,เซล,โปรโตพลาส มาเลี้ยงในอาหารวิทยาศาสตร์
ในสภาพปลอดเชื้อ,ควบคุมอุณหภูมิ 25-28 องศา,และแสง 1000-2000 ลักซ์ โดยมีขั้นตอนการเตรียม และการเลี้ยงในที่ควบคุมสภาพแวดล้อม

ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้








ขั้นตอนต่อมา




ต่อมา



ภาพต่อมา





ขั้นตอนต่อมา





ขั้นตอนต่อมา




ขั้นตอนต่อมา




กล้วยไม้พันธุ์ต่างๆ ที่นิยมเอามาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ





เครื่องเขย่า(shaker) เพื่อวางขวดโปรโตคอม ในอาหารเหลว จะเคลื่อนไหว 120 รอบต่อนาที เพื่อเพิ่มออกซิเจนในอาหาร เร่งการเจริญ
เติบโตของเนื้อเยื่อ




ระยะแรกโปรโตคอร์มกล้วยไม้





ระยะที่สองระยะต้นอ่อน




ระยะสุดท้ายที่รากออกเตรียมออกขวดได้





ออกขวดลงกระถางไม้นิ้ว





เครดิตของผู้เผยแพร่งานครับ





สำหรับท่านจะยึดอาชีพนี้หรือหาความรู้ผมแนะนำให้ฝึกอบรมครับ
หาหนังสือมาอ่านแล้วทำช้ากว่าจะสำเร็จ ตลอดจนกลเม็ดเคล็ดลับอีกมากมายที่ไม่ได้เขียนลงในหนังสือ เลยขอประชาสัมพันธ์ให้ครับเนื่องจากเป็นหน่วยงานในมหาวิทยาลัยที่ผมเป็นศิษย์เก่า ถ้าท่านสนใจเข้าอบรมซึ่งหลักสูตรปี 2553 เป็นรุ่นที 30 จบไปแล้ว ในปี 2554 น่าจะมีการฝึกอบรมอีก แต่ผมไม่แน่ใจมีช่วงไหน เลยให้ข้อมูลท่านที่สนใจโทรสอบถามได้ที่

คุณ ภาณี ทองพำนัก หัวหน้าฝ่ายวิจัยและเรือนปลูกทดลอง
ฝ่ายปฎิบัติการวิจัย โทร 034-351399,2810929 ต่อ 485และ440
แฟกส์ 034 - 351392

โดยรับแต่ละรุ่น 25 ท่าน โดยฝึกอบรมที่สำนักงานใน ม.เกษตร อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ระยะเวลาอบรม 4 วัน ที่พักมีอยู่ที่ข้างมหาวิทยาลัยครับ คือ โรงแรมสวนแสนปาล์ม ค่าที่พัก 400-600 บาท/วัน โรงแรมสะอาด สะดวก มีบิลเบิกค่าใช้จ่ายกับต้นสังกัดได้
ค่าอบรม 3,500 บาท (ปี 2552) เช็คอีกครั้งครับ รวมค่าอาหารกลางวัน และ เบรค

การอบรมมีภาคบรรยาย และการปฎิบัตในห้องปฎิบัติการ
สำหรับข้าราชการ ที่เข้าร่วมอบรมได้โดยไม่ถือเป็นวันลา


หลักสูตรคร่าวๆมีดังนี้ครับ

วันที่ 1 บรรยาย
- เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชและประโยชน์ในการนำไปใช้
- วิธีเตรียมอาหารและ Stock solution
- อาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

วันที่ 2 บรรยาย
- การเตรียมห้องเครื่องมือ และชิ้นส่วนพืช
ปฎิบัต
- ฝึกการเตรียม stock solutionและการเตรียมอาหาร
- ฝึกหัดการทำ Subculture เนื้อเยื่อพืชชนิดต่างๆ

วันที่ 3 บรรยาย
- การปรับปรุงพันธุ์พืชและการขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ
ปฎิบัติ
- การฟอกฆ่าเชื้อพืชที่จะเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
วันที่ 4 ปฎิบัติ
- การนำต้นพืชออกปลูก
- การเดินทางไปดูงานสวนไม้ดอก ไม้ประดับ

ซึ่งทางศูนย์เน้นการให้เอาความรู้ไปปฎิบัติได้ ผมจึงขอแนะนำให้ท่านที่สนใจงานด้านนี้ลองไปอบรมครับ คุ้มค่ากับเงิน นอกจากนั้นท่านสามารถซื้อหนังสือเทคนิคการเพาะเนื้อเยื่อเอามาเป็นคัมภีร์กันลืมได้ครับ ราคาไม่แพง 150 บาท คุ้มค่าครับผมขอแนะนำ








 

Create Date : 17 ธันวาคม 2553    
Last Update : 18 ธันวาคม 2553 0:12:08 น.
Counter : 10012 Pageviews.  

การแยกตะเกียงเอื้องดอกมะเขือ (Dendrobium hercoglossum Rchb.f).

เอื้องดอกมะเขือ เป็นหวายชนิดหนึ่ง สามารถปลูกและให้ดอกได้ชมเกือบทุกปี เลี้ยงง่าย ดอกเล็กแต่ดก ออกดอกช่วง เมย-พค ของทุกปี
การขยายพันธุ์ได้ง่ายโดย แยกตะเกียง ตะเกียงมันจะมีช่วงปลายฝนเกิดตามยอดของลำที่แก่ เราก็แยกมาปลูกได้เพิ่มประชากรในสวนเรา



ผมมีจำนวน 10 กระถาง มันแตกตะเกียงออกมามากมาย แต่ไม่มีเวลาแยกช่วงวันหยุด มีเวลาก็เอามาจัดการซะ





ถามว่าไม่แยกได้ไหม ตอบว่าได้ครับ แต่เสียดายตะเกียงที่เกิดครับ พอได้ระยะเวลาไม่นานรากของตะเกียงที่อยู่ในอากาศไม่ได้รับสารอาหารหรือน้ำที่เพียงพอมันจะเหี่ยวไป เสียดายของครับ





ตะเกียงที่สมบูรณ์จะมีรากสีขาว วิธีแยกอาจใช้มือดึงออกจากต้นแม่ ก่อนดึงควรรดน้ำให้ชุ่มก่อนจะได้ดึงออกได้ง่าย หรือ จะใช้กรรไกรตัดเอาทั้งต้น ให้มีลำของต้นแม่ติดมาก้ได้ครับถ้ากลัวรากขาด ลำต้นหลุด





ต้นนี้ให้ตะเกียงเป็นสิบ ต้นครับ




แยกออกมาจากต้นแม่จะมีตะเกียงเก่าและใหม่ติดออกมาครับ




เราแยกตะเกียงเก่าออกครับ มันหมดอายุแล้วรากไม่งอกเอาเฉพาะตะเกียงใหม่ ตะเกียงเก่าที่หมดสภาพเอาทิ้งไปเลยอย่าเสียดาย




ตะเกียงที่แยกออกมา จำนวน 3 กระถางได้เยอะพอสมควร





จากนั้นเอาไปปลูกในกระถางไม้นิ้วโดยใช้ กาบมะพร้าวเป็นวัสดุปลูก
ขอเน้นเรื่องการแช่กาบมะพร้าวให้แช่ไว้สักครึ่งเดือน เปลี่ยนน้ำบ่อยๆ ให้มันออ่นตัวครับ ถ้ามันยังแข็งใช้ฆ้อนทุบช่วยมันด้วยครับ



จากนั้นรดน้ำเช้า-เย็น และให้ปุ๋ยและฮอร์โมนด์เร่งราก สัปดาห์ละครั้งครับ





อีกสัก 3 เดือนจะเอาผลมารายงานเพื่อนๆให้ทราบอีกครั้งครับ




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2553    
Last Update : 12 ธันวาคม 2553 10:22:17 น.
Counter : 3100 Pageviews.  

รองเท้านารี (Paphiopendilum sp.)

มีกระจายตัวทุกภาคของประเทศ บนยอดดอย จนถึงหน้าผาชายฝั่งทะเล
วัสดุปลูกมี ใบไม้ ใบมะขาม ใบก้ามปู เปลือกถั่วลิสง
ต้องปล่อยให้ย่อยสลายก่อนนำมาใช้ โดยนำไปหมัก และมีกาบมะพร้าวสับ วัสดุระบายน้ำรองพื้น เช่น กรวดแม่น้ำ ถ่านป่น
โฟม หินเกล็ด หินภูเขาไฟ ดิน/อินทรีย์สาร ดินขุยไผ่ ดินใต้ต้นไม้ใหญ่ ขี้วัวนมแห้ง หินผุ

ภาชนะปลูกรองเท้านารี
1.กระถาง 4-5 นิ้ว
2. กระบะไม้หรือกระบะพลาสติก
3เกาะต้นไม้ เช่น รองเท้านารีเมืองกาญ
รองเท้านารีให้ดอกที่สวยงามจะว่าเลี้ยงยากก็ไม่ใช่ เลี้ยงง่ายก็ไม่เชิง
หลักสำคัญเครื่องปลูกต้องระบายน้ำได้ดี โปร่ง รากชอนไชได้ง่าย
การดูแลต้องการอากาศเย็น ความชื้นสูงแต่ไม่แฉะครับ พูดง่ายทำยากครับ แต่ไม่เกินความสามารถของนักเลี้ยงอย่างเราครับ

ก่อนเลี้ยงมาดูพันธุ์ที่นิยม และดอกสวย ภาพถ่ายมาจากงานเกษตรกำแพงแสนครับ

เริ่มจาก
1.เหลืองปราจีน




2.เหลืองกาญจนบุรี




กอนี้อลังการงานสร้างมากครับ




3. เหลืองตรัง ซีดๆ



แบบใกล้ๆ



4.รองเท้านารีอ่างทอง ที่เจอในหมู่เกาะภาคใต้




เอาแบบใกล้ชิด




5.รองเท้านารีขาวสตูล




รูปทรงดอก




6. รองเท้านารีดอยตุง





7.รองเท้านารีฝาหอย เป็นรองเท้านารีชนิดแรกๆที่ผมเคยเลี้ยง ตอนทำงานที่เชียงใหม่





ดอกใกล้ๆครับ




8. รองเ้ท้านารีพิน็อคคิโอ




9. รองเท้านารีสไปน์เดอร์






มาดูลูกผสมกันบ้างครับ ผมว่าสวยดีกว่าต้นแม่เสียอีกครับ

1.รองเท้านารีเหลืองกระบี่ ผสม รองเท้านารีคางกบ





2. เหลืองกระบี่ ผสม ฝาหอย




3 เหลืองกระบี่ ผสม พิน็อคคิโอ



4. ลูกผสมเหลืองกระบี่





ผมชอบต้นนี้ครับสวยดีกอใหญ่




5. ขาวสตูล ผสม (ฝาหอย * ขาวสตูล)



6. ดอยตุงผสมฝาหอย




สีหวานแหวว





7. ปราจีน ผสม เหลืองตรัง




ดอกใหญ่กว่าต้นครับ




8.ลูกผสมพิมู ผสมกับคอมแพค




9.ลูกผสมเดอนานิโคล ผสมกับรอทชาย






ถ้าชอบก็หามาเลี้ยงครับ ทำโต๊ะเล็กๆ วางใต้ต้นไม้ เอากระถางมาวางรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง ไม่ต้องสร้างโรงเรือนก็เลี้ยงได้ครับสำหรับมือสมัครเล่น




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2553    
Last Update : 10 ธันวาคม 2553 18:04:40 น.
Counter : 2250 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

BlogGang Popular Award#13


 
แจ้ห่ม47
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 102 คน [?]




ที่อยู่หลัก ลพบุรี ลำปาง และ ปทุมธานี
ที่อยู่ที่อื่นๆ ตามเขตการขายที่ดูแล ภาคตะวันตก ภาคใต้และ ภาคอิสานตอนบน (ทัวร์นกขมิ้นทุกเดือน เนื่องจากดูแลฝ่ายขายครับ ไม่ได้หนีหนี้ 555)
ภาพทุกภาพไม่สงวนลิขสิทธิ์ ถ้านำไปเผยแพร่เพื่อ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมโดยไม่ผิดกฏหมายหรือศีลธรรม เพื่อนๆสามารถนำไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องขออนุญาติ ไม่หวงครับ ขอกันกินมากกว่านั้นแต่ขอให้อ้างอิงแหล่งที่มาของรูปด้วยครับ ขออภัยหากตอบท่านช้า หรือเข้าไปเม้นต์ท่านช้า ผมใช้เนตผ่านมือถือครับช้ามากๆขออภัย และ หากผิดพลั้งไป ต้องขออภัยเพราะความรู้ต่ำ
New Comments
Friends' blogs
[Add แจ้ห่ม47's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.