|
การพนัน มันอยู่ในสายเลือดครับ
คิดไปคิดมา ..ก็ว่าอยู่ทำไมเห็นแสงสีเขียว ใจถึงเต้นระทึกเสมอ ^ ^
ไปๆมาๆ ในชีวิตผม ก็วนเวียนอยู่กับการพนันมานาน ตั้งแต่จำความได้
ตอนเด็กๆ ก็ไปดูม้า ในสนามแข่งม้า(เคยเล่นแทงว่าม้าตัวไหนเข้าวินตั้งแต่จำความได้) ไปโรงน้ำชาดูไพ่นกระจอก(จนพอเล่นได้แต่โตขึ้นมา ลืมหมดแระว่าเล่นไง 55) ดูเค้าล้อมวงเล่นไพ่สารพัดอย่างจนเล่นได้คล่องแคล่ว (กบดำกบแดง ยี่อิ๊ก ดรัมมี่ สมเสร็จ ) โตมากับชีวิตที่ต้องเรียนรู้ว่า ครอบครัวขายบ้านขายที่ดินขายร้านอาหาร จากการพนันเป็นอย่างไร ช่วงตกต่ำสุดก็คือไปอยู่ที่ห้องเช่าถูกๆแออัดกันหลายๆคน ใส่กางเกงขาดๆ ไปขโมยไข่ที่ตลาด(โดนจับได้อีก จำได้โดนอาม่าตีจนตัวลาย)
ตอนไปเรียนโรงเรียนวัด โชคดีที่ไปคบกับเพื่อนดีๆ ก็พาผมไป สนิทกับพระอาจารย์ที่วัด ก็ติดสอยห้อยตามพระอาจารย์ไปที่ต่างๆ ไปบิณฑบาตร ไปช่วยเสริฟน้ำชาข้าวต้มเวลาวัดมีงานศพ ได้หนังสือธรรมะมาอ่านอยู่เนืองๆ ชอบอ่านหนังสืออยู่ชุดหนึ่ง คือ กฎแห่งกรรม ทอ เลียงพิบูลย์สงคราม ก็ไปยืมพระอาจารย์มาอ่านประจำ(ใครเคยอ่านบ้างยกมือขึ้น
ใครยกมือ
แก่เหมือนกับผมเลยนะนั่น เอิ๊กๆ
.มันก็เป็น ไรที่สมัยเด็กอ่านแล้ว รู้สึกเชื่อว่า เหมือนเรืองจริง อาจจะเพราะสิ่งนี้หล่อหล่อม เป็นปราการให้ผมได้ยั้งใจคิดเสมอ เวลาทำอะไรที่เริ่มเลยเถิด )
มานึกๆแล้ว แล้วตรู จบมาถึงปัจจุบันนี้ได้ไงว่ะเนียะ ชีวิตพลิกจริงๆ เอิ๊กๆ โตขึ้นมา จบมาทำงานใหม่ๆ ไปอยู่ต่างจังหวัด เหงา ไม่มีคนรู้จัก ก็หาวิธีผูกมิตรก็ไปจัดทีมแถวที่ทำงานตั้งแก๊งแทงบอลอยู่เป็นปี (จำใจเลิกเพราะว่าโดนสารวัตรเอารายชื่อมาฟ้อง ผอ. เอิ๊กๆ) แอบไปเล่นไฮโล อยู่พักหนึ่ง(แต่ดูแล้วไม่ถูกจริต เลยเล่นไม่นาน) ขาดอย่างเดียว ไม่ได้สานต่อรุ่นพี่ที่พาไก่ไปชน (ผมสงสารไก่ ) 5555 มาเริ่มเพลาๆ ตอนไปคลุกคลีสนิทกับตำรวจ เล่นเปตอง (เป็นการแข่งที่เริ่มไม่ต้องมีการพนัน แต่แข่งแบบแพ้ชนะเอาแต้ม เอิ๊กๆ )
.. ชีวิตผมขาดความสุขมั้ง ทำให้ หลังจากจบมามีงานทำ มีเงินเดือน ผมก็ไขว้คว้าหาความสุขมาตลอด >.. -เที่ยวในประเทศ เทียวมาหมด อีสานเกือบทุกจังหวัด ตะวันออกตะวันตกเหนือใต้ ก็ไปมาถ้วนหน้า ต่างประเทศ ก็ไปเป็นว่าเล่น ฝรั่งเศล สวิสซ์ อิตาลี ฮ่องกง เกาหลี อินเดีย จีน -โลกมืด ก็อยู่กับผมมาตลอด เข้ากรุงเทพ หัวไม่เคยถึงหมอนถ้าฟ้าไม่สาง
.อ่านมาแล้ว คนที่รู้จักผมตอนนี้ คงนึกภาพ สมัยก่อนผมไม่ออกว่า ทำไมมันเปลี่ยนได้ขนาดนั้นเลยเหรอ ! ผมว่า ตลท. ทำให้ผมรู้จักการออมเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากถูๆไถๆ แบบเก็บเงินบ้าง ใช้บ้างเที่ยวบ้างมาจนอายุล่วงเลยมาจนปานนี้ (คิดดูสิว่า ทำงานมาสิบกว่าปี มีเงินเก็บแบบไม่ได้ผ่อนไรด้วยไม่มีทรัพย์สินไรเพิ่มพูนขึ้นมา มีเงินเหลือแค่สองสามแสน) ดังนั้นชีวิตที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ผมว่า ผมได้ลองทุกอย่างสารพัดนึก จนรู้สึกว่า ปัจจุบัน มันพอ แล้ว พอจริงๆ (ไม่พอก็ไม่มีเงินเหลือแล้ว หมดตัว 55 ) เพราะว่า มันรู้สึกว่า พอ มั้ง ทำให้ผม เปลี่ยน คือผมว่าผมโชคดีที่ พอในขณะที่ตัวเองไม่ตกต่ำจน ต้องพอเอง
.. มาที่ตลท. บ้าง ที่บอกว่า เลือดพนัน มันไม่จางหายนั้น ใน ช่วงสองปีแรกของการลงทุนของผม นอกจากเทรดหุ้นแบบเม่าๆ ผสมเทคนิคบ้าง พื้นฐานบ้าง ผมก็แบ่งเงิน(ที่ไม่เคยได้คืนกลับมา)มาเทรดแบบเม่าๆ มาลง tflex goldfuture dw เห็นคนอื่นได้กำไรมาเล่าให้ฟัง สายเลือดการพนันก็เดือดพล่าน ขอลองบ้าง
การเทรดที่มองว่า เก็งกำไรก็คือว่า บางทีเราก็พยายามหาเหตุผลมาใส่แต่ลึกๆแล้วคือการหวังเก็งกำไรระยะสั้นและเพราะเรา รู้สึกว่ามันเสี่ยงเยอะไม่คอ่ยมีความรู้ไรมาก ดังนั้นจะร้อนรนและตกใจง่าย มาเล่น tflex แบบเม่าๆ cutlossบ่อยเกิน กำไรกลับมานิดเดียว หายไปทีละนิดทีละนิดจนเงินที่ลงไปเกือบหมด
ผมว่าบทเรียนนี้ก็คือ ทำให้เรารู้ว่า เราไม่เหมาะที่จะมานั่งเฝ้าจอ ดูราคาที่วิ่งกันไวๆ โดยไม่มีเกราะป้องกันตัวเองเอาไว้
. ถ้าผมเป็นนักพนัน ก็เป็นหมูให้กับเจ้า เพราะว่า ไม่เคยได้กำไรกับเค้าสะที ผมหมดไปกับ การเทรดแบบรายวันบ้าง แบบหลายวันบ้าง ต้นทุนที่เอามาลงทั้งหมด ขาดทุนเบ็ดเสร็จแล้ว คิดแล้วเทียบกับกำไรที่เทรดหุ้นมาสามปี เกือบสามสิบเปอร์ !
ปัจจุบันร่องรอยของ เลือดพนัน ผมยังค้างอยู่กับตัวหนึ่ง (เหตุที่ค้างเพราะเป็น หุ้น ตัวเดียวที่ถือมาตั้งแต่เทรดหุ้น ที่มองแบบ พนัน เก็งกำไรแบบขาดความรู้ ) N-park ยังมีอยู่ในพอร์ท เหลืออยู่ประมาณแสน หุ้น ต้นทุน ไม่เคยขาดทุน ถ้าn-park ราคาไม่ลงมาที่ 0.01 บาท (ลองคิดดูสิว่า ผมหมกหมุ่นขนาดไหน ที่ต้องคอยกดว่า วันไหนราคา atc ato จะกระพริบที่ 0.01 )
แม้ว่าเทียบเงินแล้ว ไม่กี่พันบาท แต่ที่ถือไว้อยู่ เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับตัวเอง ! ว่าเคยเทรดหุ้นแบบไม่รู้จักว่ามันคือหุ้นไร รู้แค่ว่า ถ้ามันราคา 0.03 ก็หนึ่งเด้งแล้ว เอิ๊กๆ (เคยยิ้มแก้มป่อง ตอนมันวิ่งไปที่ 0.06 แล้วก็อารมณ์เม่าฝันยอดดอย ว่ามันจะไปหนึ่งบาท 555555 )
ที่อ่านมามันคือ dark side ที่อยู่ในโลกเก็งกำไร คู่ขนานอยู่กับ เทรดหุ้นที่เริ่มมาตั้งไข่แนวทางพื้นฐานไปด้วย แปลกแต่จริงที่ผม แบ่ง concept ตัวเองแยกเป็นสองกลุ่มได้ (คือมาเทรดฟิวเจอร์ gf dw อีกฝั่ง ก็เทรดตามพื้นฐานบริษัท) แต่บางทีก็เชื้อความ กลัวความโลภมันมาปนเปื้อนกับ พอร์ทหลัก(พอร์ทหุ้นบ้าง) ทำให้อารมณ์ผมแปรปรวนแล้ว เกิดการผิดพลาดขายหมู ขายดอย หุ้นที่ประเมินมูลค่าหุ้นไว้
ปัจจุบันคิดว่า เชื้อไฟของการพนันที่ติดตัวมาตั้งแต่จำความได้นั้นเริ่มลดลงไปเรือยๆ ก็คิดว่า ต่อไปนี้ คงเข้าลู่เข้าทาง และเดินตามรอย ของการเป็นนักลงทุนแนวพื้นฐานที่ดีได้ บทเรียนทั้งชีวิต ก็คือ บทเรียนที่ต้องระลึกอยู่เสมอว่า โลกของนักพนัน ไม่ใช่โลกของ ผู้ชนะ
| Create Date : 29 กันยายน 2555 |
|
3 comments |
| Last Update : 29 กันยายน 2555 10:30:21 น. |
| Counter : 1939 Pageviews. |
|
|
|