กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
ตุลาคม 2564
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
5 ตุลาคม 2564
space
space
space

ศาสนาคืออะไร ?
ถาม  450

ศาสนาคืออะไร

อันนี้คำถามนะครับ ลองตอบมาหน่อย
1 ศาสนาคืออะไร
2 ทำไมคนเราต้องแบ่งชนชั้นศาสนา
3 การที่เคยเจอ เคยจับต้อง มันคืออะไร
4 โลกหลังความตาย
5 ศาสนาไหนสร้างโลกกันแน่
6 หลักการของลัทธิ และศาสนาเหมือนกันมั้ย

https://pantip.com/topic/41020665


ดูภาพกว้างๆ  ก็จะเห็นความหมาย “ศาสนา”   “ศาสดา”

ลัทธิ    น. คติความเชื่อถือ หรือ ความคิดเห็น เช่น ลัทธิการเมือง, ลัทธิประเพณี, ลัทธิศาสนา (ป. ลัทธิ ว่า ความเห็น   ความได้)

ศาสนา     คำสอน, คำสั่งสอน.   

ศาสดา    ผู้อบรมสั่งสอน, เป็นพระนามอย่างหนึ่งที่ใช้เรียกพระพุทธเจ้า.

ในพุทธกาล ครูทั้ง ๖ คือ ปูรณกัสสป    มักขลิโคสาล   อชิตเกสกัมพล   ปกุธกัจจายนะ  สัญชัยเวลัฏฐบุตร และนิครนถนาฏบุตร   ถ้าเรียกตามบาลี   ก็เป็นศาสดา ๖

ข้อ 1 ก็ตามนั้น   ได้แก่  คำสอน  
ข้อ 2 เพราะความเห็น (ทิฏฐิ) คนไม่เหมือนกัน  คือว่าคิดเห็นต่างกัน   
ข้อ 3 ที่จับต้องได้  ได้แก่ สิ่งที่เป็นรูปธรรมมองเห็นได้ และคำสอนที่เป็นโลกียธรรม  เช่น การทำหน้าที่ระหว่างพ่อแม่ลูก เป็นต้น
ข้อ 4 ข้อนี้ไม่มีใครหน้าไหนตอบได้ (ที่ตอบๆก็ว่ากันไปตามคัมภีร์ ตามตำรา ตามคำสอน ซึ่งต่างกันอีก)
ข้อ 5 มุสลิมเชื่อว่า พระเจ้าสร้างโลกสร้างเสร็จภายใน ๖ วัน  https://1.bp.blogspot.com/-URdxdwdzDIE/YVu_ijFbymI/AAAAAAAABOw/w9Jpl_db9Cc0tmSRZY5nlZ5ZPzCsKIFxwCLcBGAsYHQ/s320/243557373_4012776268826477_416036916236311102_n.jpg

ส่วนพุทธยังไม่เห็นหลักฐานชัดๆว่าสร้างโลกใบนี้เอง    จักรวาลนี้อุบัติขึ้นมาเมื่อล้านๆปีแล้ว พุทธเกิดเมื่อสองพันกว่าปี  ซึ่งโลกนี้เขาก็มีอยู่แล้ว  พุทธศาสนาคงไม่ได้ปั้นขึ้นมาแน่นอน 107

ข้อ 6 ดูลัทธิ  ก็ต่างกันเพราะทิฏฐิ  ความเห็นของคน  อ้าววนกลับไปข้อ 2 อีก     

https://dhammachati.blogspot.com/2021/09/blog-post_45.html

   
โลกหลังความตาย  นรก สวรรค์ 450 ก็ต่างกันเพราะทิฏฐิคนอีก  107  ตัวอย่างที่คนมุสลิมกล่าวไว้

    ตอนอายุประมาณ 6 ย่าง 7 ตากับยายคิดจะส่งผมไปเรียนปอเนาะ  แต่มีคนพุทธข้างบ้านแนะนำให้ผมไปเรียนโรงเรียนทั่วไป   เพื่อหน้าที่การงานในอนาคต   ดังนั้น   ผมจึงได้เรียนโรงเรียนทั่วๆไป ตั้งแต่ ป.1 จนถึง ม.6 จึงคลุกคลีอยู่กับวัฒนธรรมบางอย่างของคนพุทธตลอด เช่น การไหว้พระ   (ก่อนหน้านั้นไม่ได้ไหว้   เพราะตายายสอนว่า ห้ามไหว้เดี๋ยวตกนรก)

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=samathijit&month=06-2021&date=17&group=10&gblog=29

มุสลิมเชื่อว่า ไหว้พระตกนรก   พุทธเชื่อว่าไหว้พระ ได้บุญ ได้สวรรค์  




คติพุทธว่าด้วยเรื่องโลก โลก

โลก   แผ่นดินเป็นที่อาศัย,  หมู่สัตว์ผู้อาศัย   โลก  ๓  คือ   ๑.สังขารโลก  โลกคือสังขาร  ๒. สัตวโลก   โลกคือหมู่สัตว์  ๓. โอกาสโลก  โลกคือแผ่นดิน

โลกธรรม   ธรรมที่มีประจำโลก,  ธรรมดาของโลก,  ธรรมที่ครอบงำสัตวโลก และสัตวโลกก็เป็นไปตามมัน  มี  ๘  อย่าง  คือ  มีลาภ  เสื่อมลาภ  มียศ  เสื่อมยศ  นินทา  เสรรเสริญ  สุข  ทุกข์

โลกบาลธรรม   ธรรมคุ้มครองโลก  คือ ปกครองคุมใจมุนุษย์ไว้ให้อยู่ในความดี  มิให้ละเมิดศีลธรรม  และให้อยู่กันด้วยความเรียบร้อยสงบสุข   ไม่เดือดร้อนสับสนวุ่นวาย   มี  ๒   คือ  ๑. หิริ  ความละอายบาป   ๒. โอตตัปปะ    ความกลัวบาป  เกรงกลัวต่อความชั่วและผลของกรรมชั่ว  

ฯลฯ 

ในอริยวินัย     เรียกกามคุณ   ๕  คือ   รูป  เสียง  กลิ่น  รส  โผฏฐัพพะ  ว่าเป็นโลก    ผู้ยังติดอยู่ในกามสุข    ก็คือติดข้องอยู่ในโลก 

ผู้ใดเขาถึงฌาน    จะเป็นรูปฌาน หรืออรูปฌานก็ตาม  ท่านเรียกผู้นั้นว่า  ได้มาถึงที่สุดของโลกแล้ว  และอยู่  ณ ที่สุดแห่งโลก  แต่ก็ยังเป็นผู้เนื่องอยู่ในโลก   ยังสลัดตัวไม่พ้นจากโลก
 
ผู้ใดก้าวล่วงอรูปฌานขั้นสุดท้ายไปได้แล้ว  เข้าถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ  และเป็นผู้หมดอาสวะเพราะเห็นสัจธรรมด้วยปัญญา   ผู้นี้จึงจะเรียกได้ว่า  ได้มาถึงที่สุดแห่งโลกแล้ว  อยู่  ณ  ที่สุดแห่งโลก   และทั้งได้ข้ามพ้นตัณหาเครื่องข้องอยู่ในโลกไปได้แล้ว

10

กามสุข    สุขในทางกาม,   สุขที่เกิดจากกามารมณ์

กามคุณ    ส่วนที่น่าปรารถนาน่าใคร่  มี  ๕  อย่าง  คือ  รูป  เสียง  กลิ่น  รส  และโผฏฐัพพะ  (สัมผัสทางเนื้อหนัง,สัมผัสทางกาย)  ที่น่าใคร่น่าพอใจ  

(สังเกตชื่อ  กามคุณ  บ่งว่ากามก็มีคุณ  ด้านอิฏฐารมณ์   ท่านจึงตั้งชื่อให้ว่า   "กามคุณ"  ถ้าเป็นด้านอนิฏฐารมณ์  ก็ตรงข้ามกลายเป็นกามทุกข์  กามโทษไป)

กามสุขัลลิกานุโยค     การประกอบตนให้พัวพันหมกมุ่นอยู่ในกามสุข  เป็นอย่างหนึ่งในที่สุดสองข้าง   คือ  กามสุขัลลิกานุโยค ๑  อัตตกิลมถานุโยค  ๑  

กามฉันท์, กามฉันทะ    ความพอใจรักใคร่ในอารมณ์ที่ชอบใจมี รูป  เป็นต้น,  ความพอใจในกามคุณ  ๕  รูป  เสียง  กลิ่น  รส  โผฏฐัพพะ (ข้อ ๑ ในนิวรณ์  ๕) 

    สมาธิเป็นปฏิปักข์กับนิวรณ์    มีสมาธิก็ไม่มีนิวรณ์  มีนิวรณ์ ก็ไม่มีสมาธิ  พวกเขาเปรียบเหมือนเสือ (เพศผู้) สองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้



Create Date : 05 ตุลาคม 2564
Last Update : 5 ตุลาคม 2564 15:47:11 น. 1 comments
Counter : 282 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**


 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 5 ตุลาคม 2564 เวลา:14:16:24 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#17


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space