ยี่สิบสองวันในสหรัฐหลังโควิด โดย ธนา เธียรอัจฉริยะ

 

ยี่สิบสองวันในสหรัฐหลังโควิด
โดย ธนา เธียรอัจฉริยะ
 

ผมเพิ่งจบการเดินทางครั้งแรกหลังโควิดจากการไปสหรัฐอเมริกามา 22 วัน จุดประสงค์หลักคือพาลูกสาวไปเยี่ยมชมเมือง ดู มหาวิทยาลัยต่างๆเพื่อได้ไอเดียว่าถ้าอยากจะสมัครจริงๆจะชอบมหาวิทยาลัยไหนเมืองไหน นอกจากนั้นก็แอบสังเกตเหตุการณ์บ้านเมืองของเขาไปด้วย หลังจากไม่ได้มาเยือนอยู่สี่ปี

เมืองที่ผมไปอย่างละสี่ห้าวันบ้างก็คือซานฟราน แอลเอ พอร์ทแลนด์ ซีแอตเติล นิวยอร์คและบอสตัน ผมก็ทำตัวเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไปบ้าง ไปมหาวิทยาลัยบ้าง และถือโอกาสลองอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยลองบ้าง มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่หลายประเด็นที่อยากเล่าสู่กันฟังจากเท่าที่ตาเห็นและได้พูดคุยกับคนทั้งไทยและอเมริกันที่โน่นอยู่นิดหน่อย

1. อเมริกาดูจะก้าวข้ามผ่านโควิดไปแล้ว ทุกคนใช้ชีวิตเกือบปกติ ไม่มีรายงานตัวเลขโควิดอะไรกันอีก ข่าวสารในทีวีก็ ไม่มีเลย จะเหลือแค่กฎระเบียบบางประการเช่นยังต้องใส่หน้ากากเฉพาะเวลาอยู่ในตึก ข้างนอกก็ไม่ต้องใส่ กฏระเบียบที่เกี่ยวกับโควิดก็เริ่มทยอยยกเลิก การเข้าผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองก็ใช้พิธีการปกติ ดูแค่เอกสารเข้าเมือง เอกสารตรวจโควิดไม่ดูด้วยซ้ำเพราะเขาถือว่าสายการบินดูมาแล้ว คนที่ทำงานสนามบินบอกว่าปกติก็สุ่มตรวจเอาแต่เนื่องจาก CDC (ศูนย์ควบคุมโรคระบาด) มีคนน้อยก็เลยไม่ค่อยตรวจ กฏแนวห้ามมั่วสุมที่ไม่มีอะไรชัดเจนก็ไม่มีเหมือนไทย มีก็คงโดนด่าเปิงแน่

แต่ละเมืองก็เข้มไม่เหมือนกัน บางเมืองถ้าจะนั่งกินที่ร้านอาหารต้องโชว์ vaccine passport แต่หลายเมืองก็ไม่ต้องแล้ว ผมถามเจ้าของร้านอาหารไทยที่ SanFran เขาบอกว่าเดิมมีตรวจแต่เจ้าของร้านไปโวยกันว่าแค่นี้คนก็ไม่ค่อยมีทำงานอยู่แล้ว ถ้าเอาคนมายืนตรวจอีกก็ไม่ไหวก็เลยยกเลิกไป

สภาพเมืองเหมือนกำลังเริ่มต้นลาโควิด บางเมืองเริ่มเลิกการตั้งโต๊ะอาหารนอกร้านที่อนุโลมช่วงโควิด นักท่องเที่ยว
เริ่มกลับมา ผมไป Universal Studio ที่ LA อยู่วันหนึ่ง คนแน่นเหมือนก่อนโควิดอย่างไรอย่างนั้น
การฉีดวัคซีนยังคงง่ายตามข่าวที่เคยเห็น เดินไปตามร้านขายยาห้านาทีก็เรียบร้อย ประกาศเชิญชวนในช่วงนี้กลับไม่ใช่โควิดแต่เป็นประกาศชวนให้มาฉีด FLU หรือวัคซีนไข้หวัดใหญ่กันเสียส่วนใหญ่ ที่ทิ้งร่องรอยไว้ก็เป็นป้าย social distance เจลต่างๆก็ยังมีอยู่กันเต็ม และคนก็ยังใส่หน้ากากกัน

2. คนงานในภาคบริการขาดมากๆ เหตุผลเท่าที่ถามคือคนยังไม่กลับมาเพราะรัฐจ่ายดีจนคุ้มที่จะอยู่เฉยๆ ประกอบกับคนรุ่นใหม่ก็ไม่ชอบงานแบบ long hour และมีทางเลือกอื่นที่หาเงินได้ง่ายกว่าเช่นค้าขายออนไลน์ ทำให้คนขาดจนบางร้านอาหารเปิดได้แค่ครึ่งร้าน

แถวรถเช่าที่สนามบินที่ปกติใช้เวลาไม่กี่นาทีรอบนี้กลับต้องรอเป็นชั่วโมง ดูแล้วน่าจะเป็น long term trend มากกว่าเป็นปัญหาชั่วคราว ประกาศจ้างงานแปะอยู่ทุกหนแห่ง งาน minimum wage เห็นเขียนกันอยู่ที่ 15-17 เหรียญ สูงกว่าก่อนโควิดแต่คนก็ยังขาดอยู่ดี

3. เนื่องจากทัวร์รอบนี้ไปตามมหาวิทยาลัย จากที่ได้พูดคุยในวงจำกัดและสังเกตเอาจากการอ่านพวกหลักสูตรบ้าง ดูเหมือนแนวโน้มของมหาวิทยาลัยสหรัฐจะไปในทางส่งเสริมให้เด็กมีทักษะการเรียนแบบสหวิทยาการ (interdisciplinary) คือรู้ลึกในหลายวิชามากกว่าลึกไปในทางใดทางหนึ่ง การสร้างเถ้าแก่สมัยใหม่ที่มีฐานจากเทคและดีไซน์ (entrepreneurship) และเทรนด์ที่มาแรงสุดๆก็คือ sustainability ในทุกๆเรื่องที่สอน โดยเชื่อมโยงกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด

มหาวิทยาลัยสหรัฐดูจะพยายามปรับเปลี่ยนตามโลกที่หมุนเร็วให้ทัน เมืองไทยน่าจะสู้ลำบากเพราะระบบเราปรับตัวไม่ทันโลกจริงๆ การสร้างคนที่พร้อมกับโลกยุคใหม่น่าจะเป็นตัวตัดสินอนาคตประเทศในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า น่าคิดว่าเราะจะ bypass ความอุ้ยอ้ายของเราได้อย่างไร

4. โลกสมัยใหม่คือโลกแห่ง platform มาอเมริกาเที่ยวนี้ ทุกประสบการณ์ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องเข้า app หมดในทุกจังหวะชีวิต จอง จ่าย ใช้ เที่ยว กิน ฯลฯ ผมได้ลอง platform ใหม่รอบนี้คือ Turo เป็น app เหมือน AirBNB ของรถ ซึ่งสะดวกและน่าประทับใจมาก

วิธีการก็ง่ายๆ เข้าไปลงทะเบียน ถ่ายรูปใบขับขี่และใส่บัตรเครดิตแล้วลองไป browse รถที่อยู่แถวที่พัก มีรถสวยๆเก๋ๆในเลือกเยอะมากจากเจ้าของรถโดยตรง ผมลองเลือก tesla model Y ปี 2021 เพราะอยากลองประสบการณ์ tesla กับ autopilot อันลือลั่น ก็แค่กดจอง

ผมลองเช่าสามวัน ราคาเช่านั้นเอาจริงๆถูกกว่าเช่ารถธรรมดาจากพวก avis budget นิดหน่อยด้วยซ้ำ แต่ได้รถหรูหรา ราคาเช่ามาพร้อมขับได้ 600 ไมล์โดยไม่ต้องเติมน้ำมัน ได้รถใหม่กริ๊บ ตอนนัดไปรับรถก็ได้เจอกับเจ้าของเป็นแขกชื่อ anand เขาบอกว่าเขามี tesla แบบนี้ 7 คันไว้ให้เช่า แสดงว่ารายได้จากการเช่าแบบนี้ดีมากๆ ตอนคืนก็ยิ่งง่าย เขานัดให้ผมเอากลับมาจอดที่เดิมโดยให้ทิ้งกุญแจไว้ในรถแล้วไปได้เลย เพราะเขาควบคุมรถจาก app ในมือถือได้อยู่แล้ว

เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าจะย้ำถึงอนาคตอันใกล้ที่ platform จะครองโลกและ sharing economy จะเบ่งบาน

Platform ต่างๆเข้ามาแทรกอยู่ในทุกจังหวะของชีวิตไปหมด ของไทยเราก็มีตั้งแต่ facebook google line lazada shopee grab netflix agoda ฯลฯ ร้อยทั้งร้อยเป็นต่างชาติที่ได้ทดลอง business model จนแข็งแรงแล้วมาบุกไทย มาตรฐานระดับโลกจึงเอาชนะผู้เล่นท้องถิ่นได้ไม่ยาก ไม่พูดถึงเงินทุนที่ต่างกันอย่างลิบลับ Turo ที่ผมเพิ่งลองก็เป็นตัวอย่างของ platform รุ่นใหม่ที่กำลังตามรุ่นพี่ที่ยึดพื้นที่หลักไปเกือบหมดแล้ว

platform เหล่านี้นำมาซึ่งความสะดวกและนับวันจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนเกินรัฐไหนจะควบคุมได้ และจะมีอำนาจทั้งการกำหนดมาร์จิ้นของตลาดเพราะลูกค้าติดแล้ว มี data ของลูกค้าและรู้จักลูกค้ามากกว่าตัวลูกค้าเอง ควบคุมหัวใจของเศรษฐกิจไว้ทั้งหมด ถ้าไม่มีกลยุทธ์ดีๆที่รับมือ กำไรในอนาคตของ SME ไทยก็จะตกอยู่ในมือ platform ต่างชาติทั้งสิ้น ถึงวันนั้นนึกไม่ถึงเลยว่าประเทศจะหน้าตาเป็นอย่างไร

5. ผมได้ลอง Tesla Model Y อยู่สามวัน พอลองวันแรกก็รู้สึกเลยว่าวิธีคิดของคนออกแบบ tesla ไม่เหมือนคนที่มาจากอุตสาหกรรมรถยนต์แต่เหมือนมาจาก tech industry มากกว่าเพราะเหมือนขับ IPad แบบมีล้อ ทุกอย่างควบคุมบนแผงควบคุมไซส์ขนาด Ipad แผงหน้าปัดอะไรแบบรถทั่วไปก็ไม่มี การจะทำอะไรก็ทำบนจอหมดตั้งแต่ปัดน้ำฝน เปิดปิดรถ แผนที่ หาที่เติมไฟ ตรวจลมยาง เล่นเกมส์ฯลฯ

ได้ลอง autopilot mode อยู่เป็นระยะ แต่ลองได้ซักพักทั้งคณะที่ไปด้วยก็ขอให้ขับแบบปกติ เพราะเกร็งกันทั้งรถด้วยกลัวว่า elon musk จะพาเลี้ยวผิดหรือไม่ยอมเลี้ยวตามแผนที่ แต่ระหว่างลองก็ปกติดี อาจจะเพราะด้วยสัญชาติญานมนุษย์ที่ยังติดนิสัยระแวงถ้าไม่ได้ควบคุมเองจนกว่าจะคุ้นชิน ในที่สุดก็ขับเองดีกว่า แต่อีกสิบปี เรื่องนี้คงเป็นเรื่องตลกที่พูดแซวกันแน่ๆเหมือนรุ่นปู่ได้ลองดูทีวีครั้งแรกหรือมีไฟฟ้าใช้ครั้งแรกอะไรอย่างนั้น

ได้ลองไปใช้ supercharge station โดยกดดูจากแผนที่รถ และการชาร์จไฟก็ supercharge สมชื่อ ลองชาร์จ 20 นาทีก็ได้มา 50% ขับได้ 150 ไมล์ราคาสบายๆแค่สิบเหรียญ และด้วยเพราะเราเช่ารถที่รวมไมล์มาจากเจ้าของ เวลาเก็บตังค์ก็ไปเก็บจากเจ้าของที่ผูกบัตรเครดิตไว้ ทุกอย่าง link แบบอัตโนมัติ ถอดสายชาร์จออกก็ไปได้เลย ไม่ต้องมีปั๊ม มีเด็กปั๊มให้เสียเวลา

มีครั้งหนึ่ง ผมลืม key card ไว้ในรถ ถ้าเป็นรถปกติก็คงมีต้องหาคนมางัดกระจก สะเดาะกลอน การแก้ปัญหาง่ายมากคือติดต่อเจ้าของ เขาก็ปลดล้อคจาก app ให้ก็เปิดได้แล้ว จากการใช้ tesla สามวันรู้เลยว่ารถไฟฟ้าที่ผสมกับเทคแบบนี้จะมาแทนรถแบบเก่าแน่ๆ แค่เมื่อไหร่เท่านั้น เพราะว่าเข้าข่าย ถูกกว่า ดีกว่า เร็วกว่า (better faster cheaper) ครบสามองค์แห่งการ disruption อย่างสมบูรณ์

6. มาอเมริการอบนี้ cash ดูจะเป็นเรื่อง retro หรือย้อนยุคพอสมควร อาจจะเป็นเพราะโควิดก็ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนก็คือการออกแบบ UX ของพวก pay ต่างๆไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต หรือ apple pay ที่ง่ายขึ้นมาก เพราะแค่ tap swipe หรือ insert ก็จบกระบวนการ ไม่ต้องเซ็นต์อะไรให้ยุ่งยากหลายขั้นตอน

สังเกตดูตามซุปเปอร์แทบจะร้อยทั้งร้อยไม่ใช้เงินสดแล้ว ประกอบกับการใช้งานผ่าน platform ต่างๆยิ่งตัดวงจรเงินสดออกไปแทบหมด อีกอย่างที่กลายเป็นการใช้งานหลักไปก็คือ QR code ทั้งๆที่ก่อนโควิดอเมริกาที่ไม่เอา QR เลย

7. แล้วถามว่าเมืองไทยมีอะไรดีกว่าบ้าง ก็ต้องมีบ้างนะครับ ที่รู้สึกว่าดีกว่าแน่ๆคือเครือข่ายโทรคมนาคม เอไอเอส ดีแทค ทรู สัญญานครอบคลุมและลื่นปรื๊ดกว่ามาก

และที่ดีกว่าอีกอย่างก็คือ food delivery ผมลองสั่งดูเพราะตัวเองก็ทำงานเกี่ยวพันกับด้านนี้อยู่ก็พบว่าราคาหน้าร้านพอรวมค่าส่ง โดนบวกเพิ่มในอาหาร มีทิปแล้วทิปอีก มีภาษีรัฐ ภาษีท้องถิ่น ก็จะสูงขึ้น 60-70% น้องนักศึกษาคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าลองสั่ง chopotle เป็นอาหารเม็กซิกัน เมนูที่คุ้นเคยหน้าร้านอยู่ที่ 12 เหรียญ สั่งมาไม่ไกล ต้องจ่ายเกือบ 30 เหรียญ คนอเมริกันเลยมีพฤติกรรมระหว่างกลางขึ้นมาคือสั่งล่วงหน้าแล้วไปรับ (pick up) เอง


ทั้งหมดทั้งปวงเป็นบันทึกเท่าที่ตาเห็นในยี่สิบสองวันที่เดินทางมาอเมริกาในยุคหลังโควิดนี้นะครับ คงไม่ครบถ้วนที่จะไปอ้างอิงอะไรได้ แค่เป็นข้อสังเกตุจากประสบการณ์ส่วนตัวที่อยากเล่าสู่กันฟังในวันนี้ครับ


******

The Magazine on Cloud about
Local • Creative Culture • Better Living

13 กรกฎาคม 2564

โจ้-ธนา เธียรอัจฉริยะ คือนักรับจ้างทั่วไปตามคำนิยามของเขาเอง
เขาเป็นนักการเงินที่ผันตัวมาทำงานสายการตลาด ผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ใหญ่ๆ ที่ประสบความสำเร็จอย่าง Happy ของดีแทค แม่มณีของธนาคารไทยพาณิชย์ หลักสูตรสถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ (ABC-Academy of Business Creativity) และแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่ Robinhood ที่เพิ่งประกาศแคมเปญ ‘เราช่วยคุณ คุณช่วยร้าน’ ไม่เก็บค่าส่งในช่วงล็อกดาวน์เมื่อ 2 วันก่อน
ขณะเดียวกัน นักบริหารคนนี้ก็อยู่เบื้องหลังความไม่สำเร็จหลายอย่าง จนเขียนหนังสือชื่อ ‘ล้ม ลุก เรียน รู้’
ธนาเคยผิดหวังจากการสอบเข้าเรียนปริญญาโทที่หวังไว้ จึงไปสมัครงานเป็นสจ๊วตสายการบิน
เขาเคยทำโปรเจกต์ขาดทุนหลักร้อยล้านเพราะคิดว่ารู้จริงแล้ว
เคยอยู่ในช่วงหนึ่งของชีวิตที่เชื่อเต็มร้อยว่าตัวเองเก่งที่สุด และไม่มีใครทดแทนได้
และเป็นความล้มเหลวอีกนั่นแหละ ที่เปลี่ยนเขาจากคนที่ทำทุกอย่างตามแบบแผนให้กล้าจะลองสิ่งใหม่ๆ และก้าวออกจาก Comfort Zone

อ่านต่อได้ที่เวปข้างล่างค่ะ

https://readthecloud.co/thana-tienachariya/

 
 
Education Blog/Klaibannn Blog
 
newyorknurse



Create Date : 03 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2564 4:59:41 น. 4 comments
Counter : 163 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณเนินน้ำ, คุณหอมกร, คุณกิ่งฟ้า, คุณThe Kop Civil, คุณนกสีเทา


 
คุณธนาเขียนดีจริง ๆ ครับคุณน้อย

...
มาติดใจที่ บอกว่า คนด้านบริการขาดแคลน เพราะรัฐเลี้ยงดูดีเกินไปจนไม่อยากทำงานนาน ชม. 555 คงไม่นานทั้งเมกา และไทย
คนจะไม่ชอบทำงาน รัฐให้จนติดนิสัย


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา:6:32:46 น.  

 
โควิดทำให้โลกเปลี่ยนไปเกือบทุกอย่างเลยค่ะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา:8:49:40 น.  

 
เมืองไทยคุมโควิดในประเทศได้แล้ว
แต่มีความพยายามจะนำเข้าแรงงานต่างด้าว
คิดว่าอีกหน่อยคงระบาดจนได้ปิดประเทศอีกรอบค่ะพี่น้อย



โดย: หอมกร วันที่: 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา:10:29:49 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่น้อย ขอบคุณที่ไปให้กำลังใจค่ะ มาอ่าน 22 วันในสหรัฐ โดยคุณธนา ทำให้รู้จักประเทศสหรัฐขึ้นมากมายความเจริญรุ่งเรืองจนไม่มีคนอยากมารับจ้างทำงนแล้วทุกอย่งผ่านแอปหมด ดูสะดวกสะบายไปหมด เงินที่รัฐจ่ายให้ยามวิกฤติกสูงจนประชาชนอยู่สบายซึ่งต่างจากบ้านเราลิบลับ สมกับเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วจริงๆค่ะ

มีความสุขวันสีชมพูค่ะ



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา:11:20:42 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 155 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy,
a time to spend time with your family
and a time to be with your friends
all comes with retirement"


*****


"Live The Moment"

อยู่กับปัจจุบันขณะ หยุดเสียใจกับสิ่งที่เกิดขี้น
ในอดีตและกลัวหรือกังวล
สิ่งทีเกิดขี้นในอนาคต "วันนี้" และ "ขณะนี้"
คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคุณ !!
ใช้มันให้ดีที่สุดให้เป็นช่วงเวลาทีมีคุณค่า
น่าจดจำเพราะว่าเวลาเป็นสิ่งที่ผ่านมา
และผ่านเลยไป เอาคืนไม่ได้และ
หาเพิ่มก็ไม่ได้เช่นกัน

Cr: เวปพระธรรมเทศนา
หน้าที่ของเราที่เกิดมาในโลกนี้ จึงเป็นการสะสมบุญบารมี คุณงามความดี สะสมธรรมะให้มาก เท่าที่จะสามารถทำได้ จนครบบริบูรณ์ เหมือนกับที่พระพุทธเจ้ากับพระอรหันตสาวกทั้งหลายได้สะสมกัน ถ้าทำได้ถึงขั้นนั้นแล้ว ก็จะอยู่เหนือกรรม กรรมจะตามเราไม่ได้อีกต่อไป ตามได้ก็เพียงแต่ชาตินี้ เป็นชาติสุดท้ายเท่านั้นเอง เพราะเมื่อเราตายไปแล้ว จะไม่มีกรรม ไม่มีวิบาก มาสร้างความทุกข์ให้กับเราได้อีก เพราะทุกข์ย่อมไม่มีกับผู้ไม่เกิด การแสดงเห็นว่าสมควรแก่เวลา
ขอยุติไว้เพียงเท่านี้


ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ


*********


ขอบคุณ Bloggang ทำให้เราได้เขียนบล็อกต่างๆ
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนนค่ะ

BG Popular Award # 16


BG Popular Award # 15


BG Popular Award # 14


BG Popular Award # 13


BG Popular Award # 12


BG Popular Award # 11


BG Popular Award # 10


BG Popular Award # 9


BG Popular Award # 8

**********



ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2561
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ


ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2560
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2564
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
3 พฤศจิกายน 2564
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.