Group Blog
All Blog
ตามรักข้ามเวลา...บท 9/1



“วันที่...เดือน...ปี... นิวตัน รัฐแมสซาซูเซตส์ อเมริกา”

มินตราเริ่มต้นบอกให้เขาจดวันเดือนปีและสถานที่ของการทำสัญญาลงบนกระดาษ นั่นทำให้ธันว์เงยหน้ามองเด็กสาว แววตาจริงจังในดวงตาคู่สวย ส่งผลให้เขาชะงัก พูดอะไรไม่ออก จึงได้แต่ก้มหน้าจดตามคำบอกของอีกฝายเงียบๆ

เด็กสาวพูดต่อไปว่า “ข้าพเจ้านายธันว์ พาณิชยุภักดิ์ อายุ 27 ปีตกลงที่จะเป็นแฟนกับนางสาวมินตรา มิชิแกน อายุ 19 ปี”

“เดี๋ยว...เดี๋ยวนะ จะเอารายละเอียดขนาดนั้นเลยเหรอ?” ธันว์เงยหน้าค้าน

“แน่นอน จดไปเถอะน่า” มินตราพูดต่อไปว่า “วันเดือนปีที่ทำสัญญาเป็นวันเดือนปีเดียวกับที่ข้าพเจ้าตกลงใจที่จะเป็นแฟนกับนางสาวมินตรา และข้าพเจ้าให้สัญญาว่านับจากวันนี้จะรักและซื่อสัตย์ต่อนางสาวมินตราคนเดียว จะไม่วอกแวกวอแว จะไม่ทำชีกอกับสาวคนไหน และหากข้าพเจ้าทำผิดสัญญาแม้แต่ครั้งเดียว ข้าพเจ้ายินยอมให้นางสาวมินตราลงโทษตามที่เห็นสมควร...”

ธันว์จดตามคำบอกของเด็กสาวทุกคำ จวบจนมาถึงประโยคสุดท้าย เขาก็เงยหน้าขึ้นถามเด็กสาวว่า “ตั้งใจจะไม่ให้พี่มองสาวคนไหนเลยใช่ไหม”

“ถูกต้อง พี่ธันว์ไม่ควรจะมองผู้หญิงคนไหนอีกแล้วหลังจากที่ตกลงเป็นแฟนกับมิ้น” มินตราตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง จากโลกปัจจุบันที่เธอจากมา เด็กสาวรู้ว่าเขาเป็นคนรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับซาร่าห์ เธอจึงพยายามใช้จุดนั้นมาผูกมัดเขา หวังให้เขารักษาสัญญาจนกว่าพวกเธอจะได้เจอกันอีกครั้งในอีก 8 ปีข้างหน้า

“งกนะนั่น” ธันว์แสร้งว่า ชายหนุ่มเลือกใช้คำว่างก แทนขี้หึง เพื่อเย้าเด็กสาว

“แน่นอน ของๆ มิ้น... มิ้นไม่ยอมใช้ร่วมกับคนอื่นหรอกค่ะ หรือว่าพี่ชอบคะ?”

ธันว์สะอึกเมื่อได้ยินคำย้อนกลับมา โหนกแก้มแดงก่ำ เขาไม่พูดอะไรอีก แต่ก้มหน้าจดตามคำบอกของเด็กสาวเงียบๆ

มินตราบอกให้เขาจดต่อว่า “ข้าพเจ้าจะรักมั่นคงในตัวนางสาวมินตราและสัญญาว่าเมื่อถึงวัน…เดือน…ปี…” มินตราระบุวันเดือนปีเกิดของธันว์ “ซึ่งข้าพเจ้าอายุได้ 35 ปีนั้น ข้าพเจ้าจะทำพิธีหมั้นหมายกับนางสาวมินตรา และจะจัดพิธีมงคลสมรสเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมต่อไป จดสิ...” ประโยคท้ายเธอทำเสียงดุเมื่ออีกฝ่ายจ้องเขม็ง โดยไม่ยอมจด

“จะให้จดละเอียดถึงขนาดนั้นจริงๆ หรือ มีเหตุผลอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า” ธันว์ถามอย่างสงสัย เพราะประโยคที่มินตราให้จดลงในกระดาษ ดูเหมือนไม่ใช่สัญญาล้อเล่นอย่างที่เขาทำกับเธอ หากแต่ดูหนักแน่นจริงจังเกินกว่าจะเป็นการหยอกล้อ ดูราวกับเด็กสาวมีจุดหมายอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังสัญญาฉบับนี้

“มิ้นอยากมั่นใจจริงๆ ว่าเมื่อพี่เป็นผู้ใหญ่กว่านี้ พี่จะยังคิดแต่งงานกับมิ้น จะไม่ลืมมิ้น” น้ำเสียงตอนท้ายของเด็กสาวแผ่วเบา

ธันว์อึ้งไปชั่วครู่ “เด็กโง่...พี่จะไปแต่งงานกับคนอื่นได้ยังไง ถ้าเรายังคบกันอย่างนี้ พี่ก็ต้องแต่งงานกับเรา อย่ากังวลไปเลย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงขำๆ พลางเอื้อมมือไปโคลงศีรษะของเด็กสาว กิริยาเป็นไปอย่างอ่อนโยน บอกถึงความเอ็นดู

มินตราแนบแก้มตัวเองเข้ากับฝ่ามือเขา “มิ้นอยากมั่นใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่เราวางไว้ นะคะ...พี่ธันว์จดลงไปในสัญญาเพื่อมิ้นนะคะ”

ธันว์ประสานสายตากับเด็กสาว เขาเห็นแววรักและเว้าวอนซ่อนอยู่หลังม่านตาคู่งาม ชายหนุ่มถอนหายใจ ไม่เอ่ยอะไรอีก แต่ก้มหน้าตวัดปลายปากกาเงียบๆ เขาเป็นคนความจำดีฉะนั้นทุกประโยคที่เด็กสาวพูด จึงเก็บใจความได้หมด เขียนเสร็จเขาก็เงยหน้ามองเด็กสาว

“พอใจหรือยังแม่ตัวยุ่ง?” ธันว์ถาม ก่อนจะยื่นกระดาษให้เด็กสาว

มินตรารับมากวาดตาอ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้มหน้าแปลสัญญาฉบับนั้น เป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นก็เซ็นชื่อตัวเองกำกับ เธอเขียนวันเวลาในโลกอดีต รวมถึงวันและเวลาของโลกปัจจุบันที่เธอจากมา แล้วจึงยื่นให้เขา

“ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยเหรอ” ธันว์ถามอย่างฉงน เด็กสาวแปลสัญญาเป็นภาษาอังกฤษด้วยลายมือหวัดแกมบรรจง อ่านไม่ยาก แต่ที่น่าทึ่งคือเธอสามารถเลือกใช้คำได้อย่างสละสลวยและไม่ผิดเพี้ยน นั่นบอกถึงความสามารถด้านภาษาของเด็กสาวพอสมควร ธันว์เงยหน้ามอง

“มิ้นต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษกำกับไว้ เผื่อว่าในอนาคตพี่จะแกล้งบอกว่าอ่านภาษาไทยไม่แตก”

“เรานี่ลูกเล่นมากจริงนะ”

มินตราฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่อนาทรกับคำกระเซ้าของเขา “เซ็นชื่อพี่ต่อท้ายชื่อมิ้นสิคะ ทั้งไทยและอังกฤษด้วย”

เขาเซ็นตามคำสั่งเงียบๆ ผ่านไปอึดใจจึงเงยหน้า “เรียบร้อย...แต่พี่ขอบอกอย่างนะ พี่ยอมเขียนสัญญาฉบับนี้ ไม่ใช่ว่าพี่เชื่อมั่นในตัวอักษรหรือคำสัญญาในกระดาษแผ่นนี้ เพราะคนเราถ้าลงว่าจะไม่ซื่อสัตย์ต่อกันแล้ว ต่อให้เขียนเป็นสิบๆ หน้า ก็ไม่ซื่อสัตย์ต่อกันได้ แต่ที่พี่ยอมทำตามที่เราขอ เพราะพี่อยากเอาใจเรา ไม่อยากทำให้เราผิดหวัง” ธันว์บอกอย่างตรงไปตรงมา ความหมายของเขาคือ ทำทุกอย่างลงไปก็เพื่อเอาใจเด็กสาว ไม่ได้คิดที่จะจริงจังอะไรนักกับกระดาษแผ่นนี้ แต่คำตอบของเขากลับสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่ายจนมีสีหน้าสดใสขึ้นทันตาเห็น เขาส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจนัก

“แค่นี้ก็พอแล้วค่ะสำหรับมิ้น พี่ธันว์เก็บสัญญาฉบับนี้ไว้นะคะ” มินตรายื่นกระดาษใส่ในมือเขา กล่าวเสริมว่า “สัญญากับมิ้นว่าเมื่อถึงวัน...เดือน…ปี...” มินตราระบุวันเดือนปีและเวลาของโลกปัจจุบันที่เธอจากมา “พี่ต้องเอาสัญญาฉบับนี้ให้กับมิ้น ซึ่งวันเวลาเหล่านั้นมิ้นเขียนไว้ในสัญญาเรียบร้อยแล้วเพื่อเตือนความจำพี่ แต่ถ้าสมมติว่ามิ้นทำเอ๋อๆ เหมือนว่าไม่เข้าใจ พี่ก็เอาสัญญานี้ให้กับมิ้น” มินตราหยิบสัญญาอีกฉบับที่เขียนด้วยลายมือของตัวเองที่จดตามคำบอกของเขา มาสอดไว้ในมือธันว์ “อย่าลืมนะคะ เอาสัญญาให้มิ้นให้ได้

มินตราบอกกับตัวเองว่าเธอต้องเผื่อไว้ ไม่แน่ว่าเด็กหญิงมินตราวัย 11 ขวบในวันนี้ พอเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กสาวในอีก 8 ปีข้างหน้าแล้วจะจดจำเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ได้ เธอไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรหลังจากที่เดินทางข้ามเวลามาแล้วเพราะฉะนั้นจึงต้องป้องกันไว้ก่อน

เด็กสาวสำทับต่อว่า “พี่ธันว์ต้องจำไว้อย่างนะคะ ต้องให้กับมิ้นในวันและเวลาที่มิ้นบอกเท่านั้น ให้ก่อนไม่ได้เด็ดขาด”

ธันว์ทำหน้าฉงนมากขึ้น “นี่เรากำลังเล่นอะไร พี่งงไปหมดแล้ว” ท่าทีของเด็กสาวจริงจังเกินกว่าที่เขาจะคิดว่าเป็นการทำเล่นๆ

“ไม่ต้องสงสัยหรอกนะคะ แค่ทำตามที่มิ้นบอกทุกอย่างก็พอ เมื่อถึงเวลานั้น พี่จะเข้าใจเอง สำคัญก็แต่พี่ธันว์ต้องทำตามคำมั่นในสัญญาอย่างเคร่งครัด ห้ามออกนอกลู่นอกทางเด็ดขาด และเมื่อครบกำหนด 8 ปีจากนี้ พี่ก็คืนสัญญาให้กับมิ้น แค่นั้น...ไม่มีอะไรยุ่งยาก เห็นไหม”

ธันว์ยังคงไม่เข้าใจ แต่เขาก็พยักหน้ายอมรับ “ตกลง...พี่จะเก็บสัญญาสองฉบับนี้ไว้ให้เรา”

มินตรายิ้มอย่างรู้สึกขอบคุณ “แค่เก็บสัญญาไม่พอ พี่ธันว์ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดด้วย อย่าลืมนะคะ...ตลอดเวลา 8 ปีจากนี้ พี่ธันว์อย่ามีผู้หญิงคนอื่นเด็ดขาด สัญญาสิคะ” เด็กสาวคาดคั้นขอคำมั่นด้วยสีหน้าจริงจัง

ธันว์จ้องไปในนัยน์ตาเด็กสาว เกิดความรู้สึกไม่อยากทำให้เธอผิดหวังขึ้นมารุนแรง จนเขาเองประหลาดใจตัวเอง ชายหนุ่มเอื้อมมือไปขยี้ผมแผ่วเบา พลางกระเซ้าว่า “8 ปีเชียวนะที่พี่ต้องเป็นฤาษีจำศีล แต่ก็โอเค...มีเราอยู่ทั้งคน พี่ไม่มีทางวอกแวกไปหาสาวอื่นได้หรอก” ธันว์ไล้หลังมือเกลี่ยพวงแก้มสุกปลั่ง มีความอ่อนโยนมากมายอยู่ในท่าทีของเขา

มินตราเอียงแก้มแนบกับหลังมือเขา แววตาเศร้าหมอง

“ทำไมถึงทำหน้าเศร้าอย่างนั้น” ธันว์ถามอย่างห่วงใย

มินตราโผเข้าไปกอดเขาแทนคำตอบ เธอซบหน้ากับซอกคอเขาเพื่อซ่อนแววหม่นหมอง ผ่านไปชั่วครู่จึงถามเสียงแผ่วเบาว่า “ถ้ามิ้นไม่ได้อยู่ที่นี่กับพี่ 8 ปีจากนี้พี่จะมีคนอื่นหรือเปล่า”

ธันว์รวบเอวเด็กสาวขึ้นมานั่งซ้อนตัก กอดกระชับแนบแน่น ริมฝีปากที่อยู่เหนือหน้าผากกลมมน กล่าวว่า “เรื่องของอนาคตใครจะไปรู้แน่ชัด วันนี้พี่อาจพูดเพื่อเอาใจเราได้ว่าจะไม่มีใครอื่น จะรักแต่เราคนเดียว จะให้พูดพี่ก็พูดได้ แต่ถามว่าอนาคตจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าถ้าเกิดฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้อยู่เคียงข้างด้วย คำตอบคือ มันไม่มีอะไรแน่นอนเลย ไม่เคยได้ยินหรือรักแท้แพ้ระยะทางน่ะ”

มินตราเอียงแก้มซบไหล่อีกฝ่าย คำตอบเขาบาดลึกเข้าไปในจิตใจ จนกลั่นออกมาเป็นน้ำตา แพขนตาเปียกชุ่มเมื่อเอ่ยว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เท่ากับว่าที่มิ้นลงทุนลงแรงไปก็สูญเปล่า ถ้าสิ่งที่มิ้นทำไปไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ มันก็ไม่มีประโยชน์ พระเจ้า...มิ้นเกลียดอนาคตเหลือเกิน” น้ำตาหยดลงบนไหล่ของเขา

ธันว์ขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจที่เด็กสาวพูดนัก หากกระนั้นเขาก็ปลอบโยนว่า “ถ้ากลัวพี่เปลี่ยนใจ ทำไมไม่อยู่ที่นี่กับพี่ล่ะ บอกให้พ่อแม่ส่งเรามาเรียนที่อเมริกาสิ มีอัตอยู่ด้วยทั้งคน พ่อแม่เราคงไม่ว่าอะไรหรอก หรือว่าติดขัดเรื่องเงินทอง?” ประโยคท้ายเขาดันตัวเด็กสาวออกห่างเพื่อมองหน้า ธันว์เสริมว่า “ถ้ามีปัญหาเรื่องเงิน พี่ออกค่าใช้จ่ายให้เราทั้งหมดได้นะ พี่มีเงินเก็บมากพอโดยไม่ต้องเดือดร้อนพ่อแม่พี่ด้วยซ้ำ”

เธอส่ายหน้า ไม่สบตาเขา แต่เลือกที่จะซบหน้ากับซอกคอเขา “ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ เรื่องเงินทองไม่ใช่ปัญหาสำหรับมิ้น”

“งั้นอะไรคือปัญหา อะไรที่ทำให้เราอยู่ที่นี่กับพี่ไม่ได้”

มินตรากอดเขาแน่นขึ้น

“ตอบพี่สิ เราจะกลับไปเมืองไทย จะไม่อยู่กับพี่ที่นี่หรือ?” ใบหน้าเด็กสาวก้มงุด เห็นเพียงแพขนตายาวงอนทาบทับนัยน์ตาคู่งาม เขามองใบหน้าเยาว์วัยแล้วรู้สึกใจหาย “จริงสินะ...ถึงตอนนี้พี่ยังไม่รู้ภูมิหลังเราด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าเรามีความเป็นมาอย่างไร เราอาจมีเหตุผลที่อยู่ที่นี่กับพี่ไม่ได้ พี่ไม่น่าคาดคั้นเรา”

มินตรามองเพียงปลายคางเขา ตอบแผ่วเบาว่า “ภูมิหลังมิ้นเหรอคะ?” ถามพลางเขี่ยกระดุมเขาเล่นไปมา “มิ้นก็แค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่กำลังมีความรักที่ยิ่งใหญ่ให้กับชายคนนี้” เธอจิ้มแผงอกเขาแรงๆ

“เซี้ยวใหญ่แล้วนะ แถมยังเจ้าเล่ห์ด้วย ถามจริงเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่เมืองไทยอย่างไรบ้าง ไหนเล่าให้พี่ฟังสิ พี่ยังไม่รู้อะไรที่เกี่ยวกับเราเลย”

“ชีวิตที่เมืองไทยของมิ้น ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกค่ะ มิ้นเป็นแค่เด็กที่มีเพื่อนเยอะ มีพ่อแม่ พี่ชายแล้วก็มีปู่ที่น่ารักมาก”

“มีพี่ชายด้วยหรือ กี่คนน่ะ”

“คนเดียวค่ะ แต่เขาไม่ค่อยสนใจน้องหรอกนะคะ วันๆ เอาแต่ทำงาน” เธอย่นจมูกเมื่อนึกถึงอัตรา

คนฟังพยักหน้ารับรู้ แล้วถามต่อว่า “แล้วพ่อกับแม่ล่ะ ทำงานอะไร”

“เจ้าของบริษัทส่งออกค่ะ เป็นธุรกิจในครอบครัว พ่อไม่ค่อยกล้าแหยมกับแม่นักหรอกค่ะ เวลาแม่บงการชีวิตมิ้นทีไร พ่อไม่กล้าเข้ามาขัดใจแม่ซักครั้ง ใครๆ ก็บอกว่าพ่อรักแม่มากก็เลยไม่อยากขัดใจ แต่มิ้นว่าพ่อกลัวแม่มากกว่า” เด็กสาวพูดแล้วย่นจมูกด้วยกิริยาน่ารัก ขยับนั่งตัวตรงเมื่อพูดมาถึงตอนนี้

“ใช้คำว่าบงการกับแม่เลยเหรอ” ธันว์ถามอย่างขำๆ

“คำว่าบงการยังน้อยไปสิคะ แม่ไม่ค่อยฟังความเห็นมิ้นนักหรอกค่ะ ฟังแต่ความเห็นพี่อะ... เอ่อ...มิ้นหมายถึงพี่ชายน่ะค่ะ”

“แล้วปู่เราล่ะ เป็นอย่างไร”

“ปู่เป็นคนน่ารักค่ะ เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งที่สุดในโลก แต่ปู่ค่อนข้างเก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใครหรอก ยกเว้นกับมิ้น”

ธันว์ยิ้มกับแววตาที่เป็นประกายของเด็กสาวเวลาที่พูดถึงปู่ เขาจับน้ำเสียงมินตราได้ว่าเธอมีความรักและเคารพในตัวชายสูงวัยผู้นั้นค่อนข้างมาก บางทีอาจเป็นคนที่เด็กสาวสนิทด้วยมากที่สุดในบ้านก็ได้ ธันว์ถามต่อว่า “แล้ววัยเด็กเราเรียนที่ไหน?”

“เมืองไทยค่ะ มิ้นเรียนโรงเรียนนานาชาติตั้งแต่เด็ก เหมือนพี่อะ...เอ๊ย..พี่ชายค่ะ”

“พี่ชายมิ้นชื่อพี่อะเหรอ?”

มินตรายิ้มแหยๆ ให้กับเขา เลือกที่จะเล่าต่อโดยทำทีไม่ได้ยินคำถาม “แม่ไม่ค่อยอยากส่งพวกเราไปเรียนไกลบ้านนักหรอกค่ะ ฉะนั้นนับแต่เล็กจนโตพวกเราเรียนในโรงเรียนนานาชาติตลอด จนพี่ของมิ้นจบปริญญาตรี แล้วถึงจะได้ไปเรียนเมืองนอก”

“พี่ชายมิ้นเรียนอยู่ที่ไหน”

“อเมริกาค่ะ”

“รัฐไหน?”

“ก็ไม่ใกล้ไม่ไกลจากนี้นักหรอกค่ะ” คราวนี้มินตราตอบอย่างถนอมเสียง

“แล้วมิ้นล่ะเมื่อไหร่แม่จะส่งมาเรียนที่นี่...มาอยู่กับพี่” ประโยคท้ายทอดเสียงอ่อนนุ่มถาม

มินตรานิ่วหน้า ใช้ความคิด “ถ้ามิ้นมาเรียนที่นี่ เราก็จะอยู่ห่างไกลกันทันที”

“ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ” ธันว์ขมวดคิ้วมุ่น

“ทำไมหรือคะ? มิ้นก็ตอบไม่ได้ รู้แต่ว่าถ้ามิ้นเรียนอยู่เมืองไทย มันจะดีสำหรับเราทั้งคู่มากกว่า” มินตราตอบแล้วพยักหน้ายืนยัน ถ้าเธอเดินทางมาเรียนเมืองนอก ก็เท่ากับว่าเธอต้องสวนทางกับเขา

“เราพูดแปลกๆ ชอบทำให้พี่ไม่เข้าใจอยู่เรื่อย”

มินตรายิ้ม “ไม่ต้องงงหรอกค่ะ เอาเป็นว่าทำทุกอย่างตามที่มิ้นบอก แล้วจะดีสำหรับเราทั้งคู่เอง”

“การที่เราต้องอยู่ห่างไกลกันถึง 8 ปีนี่นะดีสำหรับเราทั้งคู่?”

มินตราพยักหน้า แต่ใบหน้าเศร้าหมอง “เราจะห่างกันแค่ 8 ปีแต่หลังจากนั้นมิ้นสัญญาว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”

ธันว์ขยี้ศีรษะเด็กสาว “พี่พูดเล่น...อย่าทำหน้าเศร้าไปเลย พี่สัญญาว่าจะไม่มีใคร ถ้าคิดถึงเรามากๆ พี่ก็บินกลับเมืองไทยไปหาเรา หรือไม่ก็จะโทรศัพท์หาเรา พวกเราไม่ได้อยู่ยุคดึกดำบรรพ์ที่ไร้เครื่องมือสื่อสารสักหน่อย ใช่ไหม?” เขาจบประโยคด้วยการเอื้อมมือไปบีบปลายจมูกโด่งอย่างหยอกล้อ

มินตราไม่ตอบแต่โผเข้าโอบแขนรอบคอเขาอีกครั้งราวกับหวั่นว่าจะต้องพรากจากกัน พึมพำแทบไม่ได้ยินเสียงว่า “มิ้นรักพี่...มิ้นรักพี่คนเดียวเท่านั้น และมิ้นจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะอยู่กับพี่ให้ได้”

ธันว์กอดตอบ กระซิบเสียงอ่อนโยนปานกันว่า “ขอบคุณมาก พี่เชื่อแล้วว่าเรารักพี่จริงๆ” ชายหนุ่มกระซิบแล้วจูบกระหม่อมเด็กสาว ก่อนจะสวมกอดแนบแน่นอย่างต้องการถ่ายทอดความรู้สึกในใจ บอกกับตัวเองว่าเขาเริ่มที่จะหวั่นไหวไปกับเด็กสาวมากขึ้นทุกขณะแล้ว ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อเด็กสาวในขณะนี้จะเรียกว่าความรักได้หรือไม่ แต่ถึงจะไม่ใช่ เขาก็ไม่ยี่หระ ตราบใดที่มีความรักของอีกฝ่ายเป็นเครื่องหนุนส่งอยู่อย่างนี้ เขาก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อทำให้เธอสบายใจ

ใช่...อะไรก็แล้วแต่ที่มินตราต้องการ เขาจะแสวงหามาให้ ขอเพียงแค่เธอสุขใจ เขาไม่อยากเห็นแววตาเศร้าหมองในดวงตาคู่สวย ซึ่งทำให้เขาพลอยหดหู่ไปด้วย








Create Date : 29 เมษายน 2553
Last Update : 1 พฤษภาคม 2553 20:52:18 น.
Counter : 384 Pageviews.

3 comments
  
พี่ธันว์รอได้อยู่แล้วแปดปีเอง พี่เรย์ยังรอตั้งสิบกว่าปี
โดย: mimny วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:07:41 น.
  
คุณอุ๋ย .. ที่บ้านพี่เข้า cbox ไม่ได้อ่ะ เป็นหน้าขาวๆล้วนๆเลย
โดย: พี่แพร์ IP: 124.120.15.52 วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:04:01 น.
  
แน่ะน้องมิ้วมีแซว พี่แพร์ดีจ้า cbox กลับมาแล้วจ้า... อุ๋ยเพิ่งเห็นเมลของพี่แพร์ ขอบคุณมากๆๆค่ะ ดีใจเป็นที่สุดที่พี่แพร์อ่านรหัสฯเที่ยวนี้แล้วชอบมากๆๆ ขอบคุณมากๆๆๆจ้า นับเป็นข่าวดีจริงๆ ^_^

โดย: คณิตยา วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:10:40 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

คณิตยา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]









รู้จักคณิตยา/คีตฌาณ์

ก้าวสู่โลกแห่งการขีดเขียนในปี 2549 มีผลงานเป็นรูปเล่มกับสนพ.ในเครือสถาพรบุ๊คส์ทั้งหมด 11 เล่ม ไล่ตั้งแต่ รหัสทรชน ทางสายหมอก กุหลาบในเปลวไฟ ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ อริ...ที่รัก บอดี้การ์ด รักเพียงฝัน ตามรักข้ามเวลา ไฟรัก บันทึกแห่งรัก(the Book of Love) มิราเบลล์...ตราบคีตาบรรเลง เป็น 1 ในนิยายชุดแด่เธอที่รัก สาปรัก และใต้ปีกรัก

รหัสทรชน เป็นละครทางช่อง 3 เมื่อปี 2554 แสดงโดย เคน และชมพู่ สร้างโดยค่ายยูม่า และ ไฟรัก ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นภาษาเวียดนาม วางแผงเดือนสิงหาคม 2556



พูดคุย ทักทาย แลกเปลี่ยนความเห็น และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง fb โดยกดไลค์เป็นแฟนเพจได้ทาง https://www.facebook.com/keetacha?ref=hl ขอบคุณค่ะ

---------------


ตอนนี้อุ๋ยทยอยนำนิยายที่หมดลิขสิทธิ์กับพิมพ์คำไปวางจำหน่ายในรูปแบบ E-book บนเว็บ ebooks และเว็บ Mebmarket ค่ะ

ใต้ปีกรัก...ราคาอีบุ๊ก 179 บาท

บันทึกแห่งรัก...ราคาอีบุ๊ก 255 บาท จากราคาปก 310

ไฟรัก...ราคาอีบุ๊ก 279 บาท จากราคาปก 350 บาท

กุหลาบในเปลวไฟ...ราคาอีบุ๊ก 230 บาท



รหัสทรชน ราคาอีบุ๊ก 200 บาท จากราคา 300 บาท 673 หน้า





ทางสายหมอก ราคาอีบุ๊ก 265 บาท จากราคา 280 บาท 690 หน้า



ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ ราคาอีบุ๊ก 125 บาท จากราคา 180 บาท 360 หน้า



รวมเรื่องสั้น...ฉบับวัยหวาน ราคาอีบุ๊ก 45 บาท จากปก 55 บาท



อริ...ที่รัก ราคาอีุบุ๊ก 195 จากปก 240 บาท



หวานใจ...บอดีการ์ด...ราคาอีบุ๊ก 145 บาท จากปก 180 บาท



รักเพียงฝัน...ราคาอีบุ๊ก 225 จากปก 250 บาท



ตามรักข้ามเวลา...ราคาอีบุ๊ก 240 จากปก 270 บาท





















New Comments