aummy The Pastry MonSteR
Group Blog
 
All Blogs
 

Where is the happiness.. ความสุขของคนเราอยู่ที่ไหน

... ความสุขของคนเราคืออะไร

.. ต่างคนต่างคงมีแนวทางหาความสุขใส่ตัวไม่เหมือนกัน บางคนชอบเป็นผู้ให้ บางคนชอบเป็นผู้รับ และบางคนอาจจะไม่รับ และก็ไม่ให้ !!

อุ้มหมีค้นพบว่า บางทีการทำอะไรให้คนอื่น โดยที่เรายอมเสียสิ่งมีค่านอกกาย มันคืนกลับมาเป็นสิ่งมีค่าในจิตใจ ... โฮ้ยยยยยย อะไรจะนางสาวไทยขนาดนี้ !!!!! เอออออ แต่มันจริงแฮะ เคยไหม ที่รู้สึกว่า ทำงานไปวันๆ เพื่อรอรับเงินเดือนเอาไปกลบกิเลสที่ต้องการ ความคิดนี้เกิดขึ้นมาตลอดชีวิตที่ทำงานเลยทีเดียว จนวันนึงรู้สึกว่า การเป็นผู้ให้ ถึงมันจะน้อยนิด แต่สิ่งที่ได้กลับมามันยิ่งใหญ่จัง โฮ้ยยยยยย น้ำเน่าสุดบรรยายยยย

การเป็นคุณครูในโรงเรียนที่มีแต่นักเรียนร่ำรวยเงินทอง แต่อับจนด้วยโอกาสนี่มันน่าสงสารพอๆกับเด็กๆที่ขาดแคลนในถิ่นทุรกันการไม่น้อยเลยนะเนี่ย ... ปณิธานของการเป็นครูคืออะไรวะ??? ไม่ได้เรียนจบครูซะด้วยสิ จรรยาบรรณคืออะไรก็ไม่เคยรู้จัก เป็นครูต้องวางตัวยังไง (วันนี้ยังเล่นแชร์บอลกับเจ้าพวกตัวแสบอยู่เลย) เวลาคุณครูมีความทุกข์ สุขเศร้า เหงาเพราะรัก เค้าไปปรึกษาใครหว่า (ได้ข่าวว่าก็ไอ้พวกตัวแสบทั้งหลายนี่แหละที่คอยให้กำลังใจ) ความถูกต้อง กับ ความสุข จะเลือกอันไหน?

ถ้ารอให้ถูกต้องแล้วมีแต่การรอคอย กับ การมีความสุขโดยสละเงินเดือนอันน้อยนิด โดยที่ไม่ถูกต้องตามกฏระเบียบแบบแผนที่ถูกที่ควร ???

วันนี้ไปซื้อของร้านประจำ คนขายถามว่า นี่ซื้อไปทำเองที่บ้าน หรือซื้อประกอบการสอน บอกเค้าไปว่า เอาไปให้ไอ้พวกตัวแสบนี่แหละ เค้าว่า แหม่ .. อย่างนี้ดีจริง จะได้ขึ้นสวรรค์ ..... โถ พี่คนขายจ๋า น้องคงไม่รอไปสวรรค์ตอนตายหรอก ไอ้สวรรค์ที่ว่าน่ะ ก็ผสมๆอยู่ในนรกเนี่ยแหละ ฮ่าๆๆๆ

เวลาค่าขนมออกหลังจากทำงานมาทั้งเดือน คุณจะเอาไปทำอะไรหลังหักภาษีค่าทดแทนบุญคุณพ่อแม่ 30% ของเงินเดือน??

เครื่องสำอางค์ ... แต่งไปก็เท่านั้น สวยยังไงผู้ชายมันก็ไปมีใหม่อยู่ดี
เสื้อผ้า ... จะได้ใส่ออกไปไหน ใส่แต่ชุดทำงาน 6 วันต่ออาทิตย์
ไปเที่ยว ... เหล้าก็กินไม่เป็นแล้วมันจะสนุกได้ยังไงวะ
BB ... จะไปแชทกับใคร นักเรียนหรอ จะได้ตบกะบานให้ร่วง มรึงจะเก่งเกินมนุษย์ไปแล้ว มือกดแชท สมองเรียนหนังสือ

คนเราคงมีอะไรที่ขาด และต้องการเติมเต็ม แล้วอุ้มหมีขาดอะไร????


..... ความภูมิใจไงล่ะ ที่ขาด เรียนมาตั้งมากมาย แต่ไม่มีประโยชน์ จะไปหาความภูมิใจได้จากไหนกัน วันนี้เจอแล้วล่ะ ... ถึงจะผิดที่ผิดทาง ผิดระบบ ผิดกฏ ผิดจากความถูกต้อง

เมื่ออาทิดที่แล้ว ลูกศิษย์ตัวแสบทั้งหลายมีโอกาสได้ใช้สิ่งที่เรียนมากะอุ้มหมี มันน่าภูมิใจใช่เล่นซะมะไหร่กัน คราวก่อนนั้น ลูกศิษย์อีกกลุ่มก็ทำของขวัญให้เพื่อน ถ่ายรูปมาโชว์มาอวดให้คุณครูผู้ทำอะไรไม่เคยถูกต้องได้ชื่นใจ ... มันก็พอแล้วสำหรับการทำงานเป็นผู้ให้ไม่ใช่หรอ เมื่อเห็นคนที่เราหวังดีด้วย ทำดี และทำได้ มันก็คุ้มแล้ว ถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นเพราะความไม่ถูกต้อง ก็จะรอรับผลนั้นอย่างหน้าชื่นตาบาน ว่าอย่างน้อยเด็กสร้างกรูก็ นอกจากร้ายแล้ว ก็ยังทำขนมเป็นด้วยว้อยยยยยย นี่มันก็เป็นรางวัลให้กับคนที่เรียกตัวเองว่าครูแล้วไม่ใช่หรอ ...

ขอบคุณไอ้เจ้าพวกวายร้าย หนุ่มซ่าส์ สาวแสบทั้งหลายรุ่นที่แกตั้งใจเรียน ถึงจะดื้อมั่ง ซนมั่ง แต่พวกแกก็เป็นนักเรียนที่ดีสำหรับอาจารย์มือใหม่หัดสอนนะ ...

ปอลิง ถ้าตัวไหนเข้ามาอ่าน ก็อย่าได้เอาไปแซวเด็ดขาด กรูมิเคยบอกพวกทั่นเลยว่ามีที่นี่เกิดขึ้น เข้ามากันเองแล้วก็ จุ๊ๆๆๆๆๆๆ เข้าใจไหม!!!!!




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2552 17:38:47 น.
Counter : 2779 Pageviews.  

ครั้งหนึ่งในชีวิตกับการเป็นเด็กฝึกงาน (Trainee)


อุ้มหมีเคยให้ข้อมูลการเรียนแบบเสียเงินเสียทองในคราวก่อนนี้ วันนี้อุ้มหมีจะมาบอกข้อมูลการเรียนรู้แบบไม่เสียเงินกันบ้างค่ะ

เรื่องมีอยู่ว่า ในหลักสูตรปริญญาโทที่อุ้มหมีเีรียนอยู่ ในเทอมสุดท้ายเราต้องไปฝึกงานตามโรงแรม5 ดาวต่างๆ แล้วแต่ดวงใครดวงมันจะหนุนไปไหน จะต่างประเทศหรือในประเทศไม่เกี่ยง เป็นเวลา 5 เดือน เป็นอย่างน้อย จริงๆแล้วหลักสูตรต้องการให้นักศึกษาได้ไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา หรือ มีบทบาทที่จะลดทอนรายจ่ายของโรงแรม ง่ายๆคือ ควรจะทำงานส่วนที่เป็น management แต่ว่า มันยากนะึคะ ถ้าไปต่างประเทศแล้วจะไปขอเค้าทำงานในส่วนของออฟฟิศ โดยมากก็จะไปโดนใช้แรงงานซะมากกว่า ... อุ้มหมีก็เหมือนกันค่ะ แต่ว่าอุ้มหมีขอลงแรงอยู่ในเมืองไทยนี่แล้วกัน ให้เหตุผลว่า ถ้าคนไปล้างจานต่างแดนยังจบปริญญาได้ ไฉนเลย เราทำงานอยู่ในครัวจะทำไม่ได้เล่า ....

อุ้มหมีมีโอกาสได้มาฝึกงานในแผนกเบเกอร์รี่ของโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพเป็นเวลา 6 เดือนค่ะ เป็น 6 เดือนที่ทรมาน ทรกรรม และคุ้มค่ามาก ได้จับงานที่เราชอบทุกวันๆๆๆๆ ฝึกฝน สังเกตุ และมีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา สิ่งนึงที่อุ้มหมีพยายามจะบอกเพื่อนๆมาตลอดว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าใบประกาศจากโรงเรียนดังๆ แพงๆ ทั้งหลาย คือความชำนาญค่ะ เราจะได้สิ่งนั้น เป็นค่าตอบแทน กับแรงงาน (บวกอาหารฟรีอีกก็ได้เอ้า !!) การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดหรอกค่ะ อยู่ที่ใครคว้าไว้ได้มากน้อยต่างกัน อุ้มหมียังนั่งนึกเสียดายเวลาที่้เอาไปหลั่นล๊า และร้องไ้ห้เมื่ออกหัก สมัยเรียน3เทอม ก่อนหน้านี้ ว่าเนี่ยยยย ถ้าคิดได้นะ ป่านนี้ อุ้มหมีมีประวัติการทำงานเพิ่มมาอีกเป็นขวบปีเลยทีเดียวนะเนี่ย ตอนกลับจาก LCB ใหม่ๆ อุ้มหมีทำอะไรก็ยังเงอะๆงะๆอยู่ละค่ะ ไม่ค่อยจะคล่องแคล่วซักเท่าไหร่ ด้วยไอ้เราก็ไม่ได้ทำทุกวัน พอจับตะกร้อที อ่างผสมที ก็จะวึ่นวือ ลืมนั่นนี่อยู่นาน พอเรามาทำงานจริงๆ ทุกอย่างต้องเร็ว สัมพันกัน และต้องวางแผนการทำงานให้ดี ไม่งั้นเดินวันนึงหลายสิบรอบ ถึงจะระยะทางจากห้องที่เราอยู่และที่เก็บของไม่ไกลกันนัก แต่ก็เล่นเอาเพลียหลังเลิกงานได้เหมือนกัน ต้องนึกแล้วว่าเดินไป 1 ครั้ง จะต้องเอาอะไรกลับมาบ้าง จะทำอะไรหลังจากนี้ จะผสมอะไรก่อน หม้อตีล้่างทีก็ต้องใช้เวลา จะผสมอะไรอย่างแรก เสร็จแล้วจะได้ทำอย่างอื่นต่อได้เลย ใช้เวลาทำนานแค่ไหน ระหว่างนั้นทำอะไร คิดไปหมดทุกอย่าง เพื่อให้ได้กลับบ้านตรงเวลา ไม้งั้นก็นู่นนนนนนนนนนน ... เป็นทุ่มกว่าจะได้เยื้องออกจากประตูต่างมิติ (เข้าเช้าแสงแดดรำไร ออกอีกที มืดตื้อไปหมด) ....

เอาละค่ะ ใครที่มีเวลาว่างๆ ไม่รู้จะไปทำิอะไรดี (แหม่ อันนี้ไม่อยากพิมพ์เลย แต่จำเป็นค่ะ)สงวนไว้สำหรับน้องๆที่ยังเป็นนักศึกษาิอยู่ หรือเพิ่งจบหมาดๆ หรือกำลังจะจบ หรือจบแล้วซักพัก(ไม่ใหญ่) เพื่อความไม่ลำบากใจของคนรับละค่ะ อยากมีประวัติการทำงานในโรงแรม ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ หรือกำลังมองหาเข็มทิศชีวิต ลองใช้ครั้ง1ในชีวิตไปเป็นเด็กฝึกงานตามโรงแรมสิคะ โรงแรมโดยมากเค้าเปิดกว้าง เพราะต้องการแรงงานฟรีอยู่แล้ว (บางที่ให้ค่าจ้างนะ) ได้เรียนรู้ชีวิตการทำงานในโรงแรม และเก็บเกี่ยวประสบการการทำงานเพื่อเอาไปใช้ในวันหน้า หรือหาความชำนาญใส่ตัวก็ไม่เลว นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีทีเดียวค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้น ความอดทนเป็นเรื่องสำคัญถ้าอยากทำอาชีพสายบริการ อดทนต่อลูกค้า ต่อสภาพแวดล้อม เพื่อนร่วมงาน ตลอดจนจิปาถะที่จะประดังเข้ามา เป็นการแก้ปัญหาชีวิตเฉพาะหน้า อย่างที่หนังสือ หรืออาจารย์ หรือบทเรียนในโรงเรียนที่ไหนก็ให้เราไม่ได้ค่ะ ....


สอบถามข้อมูลการฝึกงานที่ The Intercontinental Bangkok ได้ที่

แผนก Training ของโรงแรม 02-656-0444 ติดต่อ คุณสันติรัตน์ (update ณ. 16/09/2009)

และโรงแรมอื่นๆที่อุ้มหมีพอจะรู้ๆว่าเค้ารับ trainee ได้แก่
- Conrad
- Plaza Athenee
- Swissotel Le Concord
- Sukhothai
- Millennium Hilton
- The Emerald
- Centara Grand, central world
- Shangri la
- JW Marriott
นอกเหนือจากนี้อาจจะต้องโทรศัพท์ไปสอบถามกับทางแผนก HR แต่ละที่เอาเองค่ะ
หรือใครที่สนใจอาชีพด้านโรงแรม อยากเป็นmanager ไวๆ บางโรงแรมเค้ามีโครงการผลิตบุคคลากรของเค้าเองด้วยนะคะ จำพวก management trainee ของ intercon ก็มี ในโครงการชื่อ I-Grad และเห็นที่ Dusit ก็มีค่ะ พวกนี้ต้องฝึกงานทุกแผนกเป็นปี หรือ สองปีแล้วแต่เค้ากำหนด

ใครสนใจก็ลองดูนะคะ ^^




 

Create Date : 17 กันยายน 2552    
Last Update : 17 กันยายน 2552 17:13:47 น.
Counter : 10784 Pageviews.  

เข้าร่วมการแข่งขัน Asia Culinary Cup 2009 @ Siam Paragon

วันนี้ (3 กันยา 2009) อุ้มหมีมีโอกาส ... เรียกว่าอาจหาญ ไปเข้าร่วมการแข่งขันทำขนมชิ้นจ้อยๆ หรือที่เรียกว่า เปอติฟูร์ (Petit Four) ที่จัดขึ้นที่พารากอนฮอล์ค่ะ กติกาเป็นการแข่งขันเดี่ยว ทำขนมชิ้นจ้อยๆ 6 ชนิด ชนิดละ 7ชิ้น (6 ชิ้นประกวด และ 1 ชิ้นให้กรรมการชิม) ทำจากที่บ้านแล้วไปพรีเซนท์ ....


โปรเจคนี้ ร้อนไปถึงแดนไกล ต้องให้พี่บอล(Kittscake) ช่วยเป็นที่ปรึกษาค่ะ พี่บอลคอยให้คำแนะนำ และไกด์ไลน์ต่างๆให้อยู่ทุกครั้้งที่อีเมล์ร้อนๆ ร่อนไปหา ต้องขอบคุณพระอาจารย์มากๆเลยค่ะ ... ธีมที่อุ้มหมีคิดได้(หมดทั้งตัวและมันสมอง) เกี่ยวกับขนม และ สิ่งที่ทำให้เราระลึกถึงประเทศต่างๆค่ะ ไฟนอลแล้ว อุ้มหมีึคิดได้ดังนี้

- ประเทศอิตาลี่ เราคงนึกถึงทีรามิสุ
- ประเทศฝรั่งเศส มาการูน
- ประเทศอังกฤษ วัฒนธรรมการดื่มชา และรสกลิ่นของชาอังกฤษ
- ประเทศญี่ปุ่น สิ่งแรกที่เราเห็นในสมองคงเป็น ภูเขาไฟฟูจิค่ะ
- ประเทศจีน ... ติ่มซำแสนอร่อย
- และท้ายสุด พี่ไทยค่ะ อันนี้ อุ้มหมีนำเหนอมาก เพราะเป็นโปรเจคส่งการบ้านพระอาจารย์บอลด้วยค่ะ


อุ้มหมีเป็นโรคตื่นเต้นง่าย และมักมีปัญหาในการสื่อสาร เวลาตื่นเต้น ตกใจ สติมักจะหลุดไปไหนไม่รู้ วันนี้ก็เหมือนกันค่ะ ... อุ้มหมีเตรียมความพร้อมตั้งแต่คืน (ที่ไม่ได้นอนมา2คืนติดๆกัน) ขนข้าวของกันไปพารากอนตั้งแต่ 7 โมงเช้า อ่านคำสั่ง กติกาให้เข้าใจแล้วว่า บนที่แสดงผลงานจะต้องมีแค่ผลงานวางอยู่ ... เอ แปลว่า ภาชนะไม่ต้อง?!??!?! ค่ะ!!! ด้วยความรอบคอบ เลยไม่เอา จง จาน อะไรไปทั้งนั้นเลย พอไปถึง เฮ้ย! ~~ คนอื่นเึ้ึค้ามีดิสเพลย์กันอลังการ .. น้ำตาเริ่มคลอเบ้า ตกใจ ตื่นเต้นไปหมด ทำไงๆๆๆๆๆ พีทของอุ้มหมีเป็นคนใจเย็นมากค่ะ เค้าจะพยายามเตือนสติอุ้มหมีตลอด แต่ก็อีกอะ อุ้มหมีตกใจปุ๊บ อะไรเข้าหู ก็ไม่สบอารมณ์แล้วค่ะ พีทค่อยๆคิดว่า แถวนี้เรามีเพื่อนๆที่ไหนที่พอจะไปเอาจานมาได้บ้าง .. ติ๊กต่อกๆๆๆ อีก 45 นาทีเริ่มการแข่งขัน!!!! พีทกดโทรศัพท์พักนึงแล้วหันมาหาอุ้มหมีว่า จะออกไปเอาจานที่บ้านเพื่อนมาให้นะ ใจเย็นๆ ... เอ้ออออ นี่แหละค่ะ คนไม่มีประสบการณ์ ไม่คิดการเผื่อไว้ มันก็ลำบากแบบเนี้ยยยยย ยิ่งพอเราเห็นทีมอื่นๆ ยิ่งแย่ใหญ่เลยค่ะ ทุกๆคนมาจากโรงแรมดังๆทั้งนั้นเลย ปาร์คนายเลิศงี้ เรดดิสันงี้(ทีมนี้อุ้มหมีเคยเจอตอนที่ไปแข่งทำช็อกโกแล็ตที่เซ็นทรัลเวิลด์มาทีแล้ว พอเจอหน้าป๋าแดง อุ้มหมีแทบจะเก็บของกลับบ้านทันทีเลยค่ะ )


... อีก 15 นาทีเริ่มการแข่งขัน ... พีทโทรมาว่าให้ไปเลือกจานที่รถ ตรงที่โหลดของ เ็ฮ้้อออออออออ ... รอดตายอย่างหวุดหวิด เดี๋ยวงานนี้ได้บทเรียนอะไรบ้างอุ้มหมีจะบอกให้ตอนท้ายค่ะ

Products ของอุ้มหมีมีดังนี้ค่ะ

- ทีรามิสุโดม ประกอบด้วย แป้งพายเป็นฐาน กานาชช็อกโกแล็ตขาวผสมมาสคาโปนชีส ข้างในเป็นไส้ กานาชช็อกโกแล็ต 99% ผสมกาแฟ แล้วเคลือบด้วยช็อกโกแล็ต
- โอเปร่า ประกอบด้วย แป้งพายช็อกโกแล็ตเป็นฐาน สลับชั้นกับ บัตเตอร์ครีม ช็อกโกแล็ตแผ่นบาง กานาช และประดับด้วยมาการูนอันจิ๋วๆค่ะ
- perfect couple เป็นชาเอิลเกรย์บิสกิต สอดไส้เลมอนเคิร์ดเปรี้ยวๆ หวานๆ หอมๆ
- กรีนทีฟินองเชีย สอดไส้ถั่วแดงบด ราดด้วยน้ำตาลฟองดองท์
- sweet dumpling แป้งฟิโล ห่อเผือกกวน ตรงกลางเป็นแปะก้วย ตกแต่งด้วยพุทราจีนเชื่ิอม
*** อันนี้นำเหนอค่ะ มีคนตั้งชื่อแสนจะไท๊ ไทยให้ค่ะ "สุวรรณคีรี" แปลว่าภูเขาทอง อันนี้ส่งการบ้านพี่บอลเลยนะคะ ภูเขาทอง BY P'Ball อุ้มหมีใช้แป้งทาร์ต ครีมฟักทอง และทองหยอดแทนเกาลัดค่ะ

นี่ค่ะ ผลงานต่างๆ ที่มีน้ำหน้าเอาไปแข่ง และ เอามาอวดเพื่อนๆ พี่ๆ





























อุ้มหมีพกเอาดวงไปหน่อยนึง จากการแข่งขัน มีผู้เข้าร่วม 6 คนค่ะ คะแนนวัดตามระดับเหมือนตัดเกรดเรียน 60 ได้ใบ certificate 70 เหรียญทองแดง 80 เหรียญเงิน และ 90 ขึ้นไปทองค่ะ อุ้มหมีได้ 59 เลยอดไม่ได้ซักกะรางวัล!!! แต่ได้ที่ 3 มาฝันหวานๆ ละค่ะ (อี๋ ~~~ ขี้อวดเน๊อะ!!) เพื่อนๆปลอบใจว่า ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว เราทำที่บ้านทำกันเอง งงๆ ไม่มีเครื่องมือครบๆแบบเค้า แล้วเราก็ไม่ได้มาจากโรงแรมดังๆ จะไปอายทำไม (แต่ใส่เสื้อLCB ไปน่ะแหละที่อายแทนโรงเรียนมากๆ)

ท้ายนี้มาบอก Tips สำหรับคนที่อยากค้นคว้า หาประสบการณ์ไปแข่งขัน จริงอยู่ค่ะ เราไม่ใช่มืออาชีพ แต่มันเป็นประสบการณ์ที่ดี ให้เราได้เห็นศิลปะอาหารแบบชั้นครูที่เซียนคนอื่นๆเค้าสรรค์สร้างกันมา เราไม่มีอะไรจะเสีย มีแต่ได้ค่ะ อย่างน้อยที่สุด เราก็ได้พยายามแข่งกับตัวเองแล้ว (ปลอบใจตัวเองมากๆ) อุ้มหมีได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆจากที่นี่หลายท่านเลยค่ะ แล้วก็ยังไม่เข็ดที่จะไปประลองสนามอื่นอีกๆๆๆๆ

บทเรียนคือ ทำความเข้าใจกติกา ถ้าไม่แน่ใจ อย่าคิดเอาเอง ให้โทรไปถามผู้จัดให้เค้าหาคำตอบที่ชัดเจนให้เราเลยค่ะ
อะไรที่คิดว่ามันน่าจะต้องใช้ เอาไปด้วยเลยค่ะ มีไม่ใช้ไม่เป็นไร จะใช้ไม่มีเนี่ยยยย มันยุ่ง!!!
สติมา ปัญญาเกิด อย่า Panic ค่ะ
ป้ายชื่อขนมแต่ละชนิด กระดาษชำระ ถุงมือ อุปกรณ์ซ่อมแซม
การสำรวจสถานที่ก่อนจะเอาของลงจากรถ

นี่ของ park nai lerd ค่ะ







ท้ายนี้อุ้มหมีต้องไปนอนแล้วค่ะ เช้าพรุ่งนี้ยังต้องไปช่วยเพื่อนแข่งอีกรายการนึงค่ะ






 

Create Date : 03 กันยายน 2552    
Last Update : 3 กันยายน 2552 23:52:57 น.
Counter : 2421 Pageviews.  

อุ้มหมีเล่าให้เพื่อนฟัง ... ต่างกันยังไง Le Cordon Bleu VS OHAP

.. วันนี้มามีสาระนิดนึงค่ะ อุ้มหมีมักจะมีเพื่อนๆ และน้องๆ แวะเวียนมาถามเรื่องการเรียนอยู่บ่อยๆ เรื่องอยากไปเรียนทำอาหาร หรือขนม ใจจริงๆเคยอยากลองเขียน E-book ขำๆซักเรื่อง ไว้ให้เพื่อนๆน้องๆ อ่านเป็นความรู้(มีไหมหว่า) ว่าได้อะไร เสียอะไร จากสองสถาบันนี้(ถ้าชีวิตนี้โชคดีได้ไป >> CIA Culinary Institute of America จะกลับมาเขียนใหม่ิีอีกรอบแล้วกัน)

.. ก่อนอื่นค่ะ เรามาค้นมาความเ้ป็น "เรา" กันซะก่อน ... อยากทำเพราะอะไร ติ๊กต่อกๆๆๆๆๆ ใครตอบตัวเองได้ดังนี้

ก ชอบกิน
ข รักที่จะทำ เป็นชีวิตจิตใจ อันนี้พิสูจน์ตัวเองได้จากว่าเป็นคนหมกมุ่นในการทำขนมรึเปล่า
ค อยากทำกินเองให้เป็น
ง มีแรงบันดาลใจจากคนที่เรารัก ไม่ว่าจะแควน พ่อ แม่
จ อยากมีกิจการเป็นของตัวเอง
ฉ อยากออกไปแสวงโชคต่างแดนโดยมีความรู้ติดตัวไปเอาตัวรอด
ช ไม่รู้จะทำอะไร
ซ ไม่ถูกเลยซักข้อ
ฌ และถูกหมดทุกข้อ

ุถ้าตอบ ก กับ ข
- หากว่าค้นพบตัวเองแล้วว่าชอบทางนี้จริงจัง มุ่งมั่นเหลือเกิน ให้เลือก Plan A

ถ้าตอบ ค ไปจนถึง จ
- แนวว่าเป็นความคิดแบบ commercial ให้เลือก Plan B

ถ้าตอบ ฉ
- เป็นการมองอนาคตในต่างแดนที่ไม่อยากไปเป็นเด็กเสริฟ หรือ ล้างจาน ให้เลืิอก Plan C

ถ้าตอบ 3 ข้อสุดท้ายละก็ กลับไปนอนก่ายหน้าผากคิดกันใหม่ค่ะ

Plan A

OHAP :The Oriental Hotel Apprenticeship Program

หลักสูตร 1 ปี เรียน 6 วันต่อสัปดาห์ 3 shift อันได้แต่ 8.00-16.00, 14.00-22.00, และ 22.00-06.00น. ป่วย กิจ ได้ไม่เกิน 11 วัน

ประกอบด้วยหลักสูตร
- อาหารนานาชาติ
- อาหารไทย
- เบเกอร์รี่
- การจัดการห้องอาหาร(นัยว่าเสริฟ และ บาร์)
- แม่บ้าน
เห็นว่าเดี๋ยวนี้มีซักรีดเพิ่มด้วยอีกอัน
และ 6 เดือนสำหรับจะเป็น Front

การเรียนที่นี่เป็นแบบไหน ... ตอบจากประสบการณ์ซึ่้งแต่ละรุ่นคงไม่เหมือนกัน มีเรียนทฤษฏีจำพวกภาษาอังกฤษ ความรู้เรื่องไฮยีน และอีกหลายวิชา และลงมื่อปฏิบัติ ในส่วนของเบเกอร์รี่จะแบ่งเป็นห้องช็อกโกแล็ต,ห้องไอศครีม, ส่วนคุกกี้,ส่วนเค้ก,ส่วนจัดเตรียมขนมเพื่อขึ้นบุฟเฟต์เช้า,ส่วนจัดเตรียมขนมเพื่อa la cart บ่าย,ส่วนจัดเตรียมใขนมเพื่อจัดเลี้ยงและบุฟเฟต์บ่าย,ส่วนจัดเตรียมขนมเพื่อส่งshop และส่วนของการทำขนมปัง โดยคนสอนจะเป็นพี่ๆที่ทำงานอยู่ในโรงแรมนั่นเอง เรียนแบบบุฟเฟต์ คือใครตวงมากได้มาก นี่คือชีวิตจริงในการทำงาน คุณจะเรียนรู้ที่จะทำงานเป็นteam work, การตรงต่อเวลา, การใช้ชีวิตแบบพนักงานในองค์กร,การได้ฝึกฝนทุกวันๆจะทำให้คุณมีความชำนาญ อย่าลืมว่ากรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว แน่นอนการทำอะไรซ้ำๆซากๆมันคงทำให้คุณเบื่อหน่าย แต่นั่นแหละคุณกำลังมองข้ามผลกำไรของตัวเอง! และถ้านี่คือสิ่งที่คุณมองหา เชิญที่นี่ค่ะ >> OHAP



แต่ถ้าคุณมองหาการเรียนแบบมีอาจารย์สอนเป็นเรื่องเป็นราว แต่ไม่มีความชำนาญเพราะคุณจะได้เรียนทุกอย่าง อย่างละ 1 ครั้ง (ยกเว้นlessonไหนที่มีบ่อยๆ่เช่นช็อกโกแล็ต)เราคือนักเรียนเต็มตัว ถ้าไม่ฝึกฝนที่บ้าน คุณจะขาดความชำนาญ ระยะเวลาเพียงแค่ 9เดือน มันไม่ทำให้คุณเป็นสุดยอดนักทำขนมได้ถ้าขาดความขยัน สิ่งที่คุณจะได้รับคือเทคนิค ที่นี่ค่ะ Le Cordon Bleu ... ความเป็น worldwide ของโรงเรียนอาจทำให้คุณดูโก้เก๋ในสังคม แต่คุณก็จะเป็นแค่คนทำขนมเป็น ไม่ใช่คนทำขนมเก่ง!! เก่งในความหมายอุ้มหมีคืออะไร คนทำขนมเก่งของอุ้มหมีหมายถึง คนที่สามารถหยิบจับอะไรก็ออกมากินได้ หน้าสวย เปรียบกับผู้หญิงคงจะได้กับ เสื้อ ผ้า หน้า ผม ต้องเนียน เป็นคนครีเอท แน่นอนสิ่งที่คุณได้จากที่นี่คือความภูมิใจในใบประกาศนียบัตรอันหรูหราไฮโซ แต่คุณอย่าลืมบางคนไม่ต้องเรียนเค้าก็ทำขนมได้ดีกว่าคนเรียนมาซะอีก .. จ่ายแพงกว่าทำไม?!?!? >> Le Cordon Bleu, Australia

ปอลอ .. ถึงบุคคลที่ต้องการจะไปยัง Australia เรามีทางเลือกให้คุณอีก 1ทาง นั่นคือ TAFE ....มันคืออะไร? คงคล้ายๆกับโรงเรียนสอนวิชาชีพบ้านเรา ข้อได้เปรียบของคนที่เรียนที่นี่คือ Australia ยอมรับคนเหล่านี้มากกว่าพวกเหยียบขี้ไก่้ไม่ฝ่ออย่างLCB (เค้่าว่างั้น) เพราะมันเป็นโรงเรียนที่รัฐบาลของเค้าให้การยอมรับนะจ๊ะ แต่ข้อด้อยของที่นี่ เท่าที่มองๆเห็น คงจะเป็นเรื่องของการลงมือปฏิบัติในชั้นเรียนค่ะ LCB จะเป็นการเรียนการสอนแบบคุณทำของคุณ ไม่เกี่ยวกับเพื่อนๆ แต่TAFE จะเป็นแบบที่คุณต้องช่่วยกันทำค่ะ .. TAFE มีมากมายหลายสาขาที่ตั้ง และหลายแขนงวิชาให้เรียน อุ้มหมียังแอบสนใจอยู่หลายหลักสูตรเหมือนกัน แต่ไม่มีโอกาสได้เรียน >> TAFE

Plan B

เหล่านักทำขนมที่ต้องการหาอาชีพใหม่ อาชีพเสริม อาชีพหลัก เสริมแล้วกลายเป็นหลัก ...โดยที่ไม่อยากลงทุนแพงมากไป และลงทุนเวลานานไป อุ้มหมีมีตัวอย่างจากเพื่อนและร้านขนมร้านนึงที่เรียน UFM มาค่ะ ร้านเค้าขายดิบขายดี ไม่รู้เพราะมีใบประกาศแปะข้างฝารึเปล่า จริงๆแล้วหลักทำขนมมันมีอยู่2 อย่างง่ายๆเลยค่ะ 1 คือรู้ว่าทำยังไง คือทำให้เป็น และ 2 คือฝึกฝน ไฝ่รู้ พอรู้แล้วว่าทำยังไง อะไรที่เรียกว่าตะล่อม เครื่องมืออะไรใช้ยังไง อย่างอื่นก็ชิลๆแล้วค่ะ สูตรขนมโดยมากก็คล้ายๆกัน วิธีทำเดิมๆ ใครไม่เชื่อลองดูคุกกี้สิ ของง่ายๆที่เพียงแค่ตีเนยกับน้ำตาล ใส่ไข่ หรือ ของเหลว ใส่แป้ง ใส่ออพชั่น เหมือนกันหมด ผิดที่แป้งมาก น้ำตาลน้อย ผงฟูมาก ไข่น้อย ไข่มาก ใส่นม ใส่ครีม หรืออะไรอีกจิปาถะมันก็ต่างสูตรต่างหน้าตากันแล้วค่ะ เมื่อทำเป็น...อะร๊ายยยก็ไม่ยาก ฉะนั้นลงทุนน้อย เพราะเก็บทุนไว้ทำอย่างอื่น เรียนที่นี่ก็ไม่เสียหลายนะคะ >> UFM

Plan C

สำหรับคนที่ต้องการมีวิชาติดตัวเพื่อไปต่อสู้ต่างแดนต้องการหลักสูตรแบบรวดเร็ว ถ้าจะเน้นพวกอาหารไทยดูที่นี่ค่ะ >> OPTC ตัวอย่างมีเช่นกันค่ะ เพื่อที่เรียนป.โทด้วยกัน เค้าไปฝึกงานต่างประเทศ ก่อนไปคุณเพื่อนก็ไปเรียนOPTC นี่แหละค่ะ ได้งานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ กอรปกับดวงเฮง นอกจากได้งานแล้ว พี่คนไทยคนนึงที่ทำตำแหน่งประมาณว่าดูแล breakfast ทั้งหมดของโรงแรมนี้จะลาออกพอดี เค้าก็เลยให้เพื่อนสาวของอุ้มหมีดำรงตำแหน่งแทน ถึงแม้ว่าจะไม่ related กันเท่้าไหร่แต่การมีดีกรีจากที่ดีๆซักใบมันก็เป็นใบผ่านทางเหมือนกันนะคะ



อะ มาถึงจุด climax ของเรื่อง ตารางการเปรียบเทีนบดีเสียระหว่าง OHAP VS LCB



VS

































ความคิดเห็นและจากประสบการณ์ส่วนบุคคล Le Cordon Bleu, Sydney The Oriental Hotel Apprenticeship Program (OHAP)
อัตราค่าเล่าเรียนโดยประมาณ ไม่รวมค่าที่อยู่-กินและเดินทาง 900,000 บาท 60,000 บาท
การเป็นที่ยอมรับของธุรกิจโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ มาก มากๆ
ความชำนาญและประสบการณ์การทำงานที่ได้รับ น้อย มากๆ
ความเป็นสากล และที่ยอมรับของสังคม มากๆ มาก
เทคนิคและความเข้าใจลึกซึ้งในศาสตร์ด้วยบุลลากรผู้สอน มากๆ ปานกลาง




กระจ่าง เข้าใจตัวเองบ้างรึยังคะว่าจะเสียมรัพย์ไปไหนดี ยังไงก็แล้วแต่นี่ก็เป็นความเห็นส่วนบุคคลนะคะ ส่วนใครที่มีประสบการณ์อื่นๆ ไว้แวะมาแชร์ให้เพื่อนๆน้องๆ ที่เค้ากำลังหาข้อมูล และสนใจก็ดีค่ะ




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 28 กรกฎาคม 2552 18:08:09 น.
Counter : 10126 Pageviews.  

A year of Cafe Sucre ... Chic and Cheap Thai-Western Bistro on Srinakarin Road








เป็นเวลาจะ1ปีแล้วค่ะ ของความฝัน (ร้ายรึเปล่าหว่า) ... ของพวกเราที่อยากมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง .... จุดเริ่มแรกของความฝันก็มาจากเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน จุดเล็กๆที่คิดว่า ร้านกาแฟเล็กๆซักร้านมันจะยากตรงไหนกัน(วะ) ความฝันที่เป็นจริงของพวกเราจึงบังเกิด !! ร้านกาแฟแนวๆสไตล์ช็อกโกแล็ตบาร์แบบที่เรามีต้นแบบเป็นร้านแมกซ์เบรนเนอร์ จากซิดนี่ย์ ... มันจับต้นชนปลายกันไม่ถูกว่าจริงๆแล้วเราอยากจะเป็นอะไร เป็นคาเฟ่ เป็นร้านอาหาร เป็นบาร์ หรือเป็นโรงครัว! วันนี้มันก็ได้เวลาอิ่มตัวกับความอยากของพวกเราแล้วค่ะ ชีวิตนี้ของอุ้มหมีไม่เคยคิดว่าการจะเปิดร้านขายกาแฟมันจะยากเย็นซักตรงไหนเลย มีเครื่องทำกาแฟ กับกาแฟดีๆ (แน่นอน คอไฮโซอย่างพวกเราย่อมไม่มองว่าตลาดจะกินอะไร แต่เราจะกิน Lavazza~ !!!) ขนมน่ารักๆ เก๋ๆ แบบที่เราไปเจอ ไปเห็น ไปร่ำ ไปเรียนกันมา อาหารเบาๆง่ายๆ หรือจะเป็น snack เก๋ๆ ที่เรามักจะเห็นกันเมื่อสมัยเรียนด้วยกัน .... มาวันนี้ ทุกอย่างกลับตาละปัด ความเป็นจริง กับความฝัน มันกลับไม่ใช่เส้นเดียวกัน แต่แทบจะขนานกัน market ของเราต้องการร้านอาหาร แบบที่มีสารพัดสิ่งที่จะบันดาลได้ เหล้า ไวน์ คอกเทล วง jazz แบบ live band ความฝันที่เราคิดว่าจะมีพนักงานกันซัก 2-3 คน กับเนื้อที่ 120ตารางเมตร มันดูคนละเรื่องกับสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มากมาย พนักงาน 7 ชีวิต ที่ไม่รวมพวกเราทั้ง 3 บริการอาหาร 3มื้อ มันคงยากที่จะจินตนาการได้ว่า เราจะไปกันไหวรือ ~~ ... ความอดทนของเพื่อนสาวที่ต้องเฝ้าร้านทุกวันคนเดียวหลังจากอุ้มหมีต้องมาปฏิบัติหน้าที่รับใช้เครือ IHG มันคงทำให้เพื่อนสาวเหนื่อยไม่น้อย รวมทั้งเพื่อนหนุ่มที่ไม่ค่อยมีเวลา แต่ก็ยังอุตส่าห์หาเวลามาเผ้าร้านจนได้ ... ในที่สุดเราก็ผ่านมันมาได้แล้วละเพื่อนเอ๋ยยยย มัน success รึเปล่า ไม่รู้จะพูดว่ายังไง เพราะความสำเร็จของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน แต่สำหรับอุ้มหมี ความสำเร็จคงไม่ได้อยู่ที่ปริมาณของผลกำไร-ขาดทุน แต่มันคือประสบการณ์ชีวิตที่ลองผิด ลองถูก บางวันเหนื่อยแทบขาดใจ ... บางวันว่างซะจนหวั่นไหวว่าคนแถวนี้มันไม่กินข้าวกันหรือเยี่ยงไร





.. ใครว่า ทำธุรกิจกับเพื่อนแล้วจะกินใจกันเรื่องเงิน ... ก็คงไม่ใช่กับเราทั้งสาม ถึงแม้ร้านเราจะไม่ได้ขายดี มีชื่อเป็นที่รู้จัก แต่มันก็คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่า real life is not easy !!! ทุกครั้งที่อุ้มหมีคุยให้ใครๆฟัง ทุกคนจะพูดเหมือนกันหมดว่า "Ha ha Umi, welcome to the real world"

.. ไม่ว่าจะยังไงจะเจ๊ง หรือจะรุ่ง แต่ร้านนี้ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วค่า


































 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 23 กรกฎาคม 2552 22:34:00 น.
Counter : 2492 Pageviews.  

1  2  3  

YuMmY_AuMmY
Location :
Sydney Australia

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




'Love to Bake by Umawadee'
Friends' blogs
[Add YuMmY_AuMmY's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.