บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2548
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
4 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
ควรตั้งกลยุทธ์เช่นไร เมื่อคนในบริษัท ไม่ปรับปรุงตัวตามสภาพการเปลี่ยนแปลง

ควรตั้งกลยุทธ์เช่นไร เมื่อคนในบริษัท ไม่ปรับปรุงตัวตามสภาพการเปลี่ยนแปลง


โดย วิบูลย์ จุง : Wiboon Joong (wbj)




ในสภาพตลาดทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งในแง่การตลาด และบุคคลากรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

แต่คนในองค์กร ยิ่งเฉื่อยฉามากขึ้นเรื่อยๆ มากจนน่าผิดหวัง

ผู้บริหารระดับสูง ก็ต้องการที่จะให้มีการปรับตัวให้ตามกระแสให้ทัน

การปรับกลยุทธ์เพื่อดึงคนในองค์กรขึ้นมาให้ทันตลาด โดยไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะปรับตัวหรือไม่ หรือปรับกลยุทธ์องค์กรให้ตามกระแสตลาด โดยไม่คำนึงถึงคนในองค์กรดี

ดังนั้นมุมมองการปรับกลยุทธ์ คงต้องมีหลากหลายกลยุทธ์ให้เลือกใช้เช่น

เชือดไก่ให้ลิงดู ก็น่าจะเชือดเฉพาะไก่ที่นิสัยไม่ดี ไม่ให้ไข่ ไม่ให้เนื้อ เพื่อให้ลิงที่นิสัยไม่ดีปรับตัวครับ จะได้ไม่เสียสิ่งดีๆไป แต่ถ้าจะเชือดไก่ที่มีโอกาสที่จะดีได้ แต่มันเองยังไม่รู้วิธีที่จะทำให้ตัวมันเองนั้นดีได้อย่างไร เจ้านายก็ไม่ได้ให้แนวทางที่เป็นหลักการณ์ที่สามารถใช้ปรับปรุงตัวมันเองได้ ก็จะเชือดเสียแล้ว เพื่อให้ลิงดู หากลงมือเรียกพนักงานเข้ามาให้พิจารณาตัวเอง ผมว่า มันอาจจะด่วนสรุปเกินไป ซึ่งจะทำให้ พนักงานทั้งหมดที่ทำงานในองค์กรเกิดความหวาดระแวง และ ระส่ำระสาย มากกว่า หากเขาทำไม่ดีก็ให้ออกก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่หากเขาปรับตัวไม่ทัน อันนี้อาจจะเกิดจากหลายสาเหตุนะครับ ลองให้โอกาสเขา แนะนำเขา ก่อนดีไม๊ครับ.. โปรดพิจารณาด้วย....

ผมขอแจงสาเหตุที่ทำให้พนักงานทำงานกันน้อยลง เท่าที่ผมจะนึกได้ ผมคิดว่ามันน่าจะมีสาเหตุจากสิ่งเหล่านี้ครับ ลองพิจารณาสิ่งเหล่านี้อย่างเป็นกลางแล้วลองหาวิธีแก้ไขไปเป็นเรื่องๆละกันครับว่าตรงบ้างหรือเปล่า

พนักงาน
1. พนักงานบางคนมีความคุ้นเคยกับการทำงานมาก จนมีลักษณะหลับตาทำก็ทำได้ หรือ เรียกอีกอย่างว่า งานมันจำเจ ดังนั้น เมื่องานมาก็ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีเวลาว่างมากขึ้น ก็เลยทำให้พนักงานเริ่มช้าลง เพราะไม่ต้องรีบเร่งอะไร ไม่ต้องแข่งกับอะไร... บางคนเคยมีผลงาน แต่ปัจจุบันก็เฉื่อยไปก็เห็นบ่อยๆครับ

2. พนักงานบางคน ทำงานให้เท่าที่เงินที่จ้างเขามา ซึ่งให้เงินมากก็ทำมาก ให้เงินน้อยก็ทำน้อย แต่ความรู้สึกของพนักงานกลุ่มนี้ ก็จะคิดว่า องค์กรให้เงินน้อยอยู่เสมอดังนั้น เขาก็จะทำงานน้อยตามเงิน ซึ่งบางคนมีความสามารถแต่ทำงานให้บริษัทฯ นิดหน่อยพอหอมปากหอมคอก็มี

3. พนักงานบางคน กลัวความผิด ดังนั้น การทำงานก็จะเป็นเพียงทำงานตามสั่งของหัวหน้าอย่างเดียว ก็จะทำให้เขาไม่มีความผิด หรือบางครั้งถึงกับ ใช้หลักว่า "ไม่ทำก็ไม่ผิด" ดังนั้น ไม่ทำก็ไม่มีผลงาน ก็จะทำให้พนักงานท่านนั้นดูเฉื่อยแฉะ เหมือนกัน

4. พนักงานบางคน คิดว่าตนเองไม่สำคัญ ก็จะทำงานเฉพาะสิ่งเล็กๆน้อยๆ หรือ เท่าที่รับผิดชอบ โดยไม่คิด ไม่ทำอะไรเพิ่มเพราะคิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถในการทำเรื่องใหม่ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ถ้าไปเทียบกับพนักงานคนอื่น หรือ บริษัทฯอื่นๆ ที่พยายามคิดพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้น ก็เท่ากับว่า พนักงานคนนี้กำลังถอยหลังห่างออกไปเรื่อยๆ

5. พนักงานบางคน มองไม่เห็นเป้าหมายการทำงานของตนเอง คิดว่าทำไปก็เท่านั้น ไม่มีประโยชน์ เมื่อความคิดของเขาเป็นเช่นนั้น ก็จะทำให้งานเดินเท่าที่มีมาเท่านั้น

6. พนักงานบางคน มีมนุษยสัมพันธ์ดี ก็จะสื่อสารกับคนอื่นๆมากมาย มากจนเกินควรจนใช้เวลาทำงานในการติดต่อสื่อสารอย่างไร้คุณค่าในงาน แต่ได้ใจเพื่อนๆ เพื่อนๆที่ทำงานชื่นชอบทุกคน แต่จะทำให้งานออกมาไม่ได้ปริมาณ และ คุณภาพที่ต้องการ


หัวหน้างาน
1. หัวหน้างานบางท่าน เป็นหัวหน้างานที่ทำได้เพียงทำตามคำสั่ง ก็จะทำเฉพาะเท่าที่รับคำสั่งมาเท่านั้น ไม่ได้หาวิธีที่จะทำงานได้ดีขึ้นแต่อย่างใด คิดถึงสภาพพนักงานที่มีเจ้านายทำตามคำสั่งสิ แล้วลูกน้องจะเป็นลักษณะใดได้บ้าง...

2. หัวหน้างานที่มีความกลัวขึ้นสมอง ไม่กล้าทำสิ่งใดๆ ซึ่งบางคนกลัวความผิดพลาด บางคนกลัวว่าจะข้ามหน้าข้ามตาเพื่อนๆ บางคนกลัวที่จะเด่น บางคนไม่กล้าตัดสินใจ บางคนไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ทั้งความกลัวและไม่กล้า ก็ทำให้ลดความกระตือรือล้นในการทำงานมากมาย ลูกน้องที่มีความคิดดีๆก็จะโดนกีดกันความคิดเหล่านั้นไป องค์กรก็จะเริ่มช้าลงๆ

3. หัวหน้างานที่มีความชอบ หรือ ลักษณะนิสัย ขาดๆ เกินๆ อย่างเช่น ชอบใช้อำนาจเกินไป ชอบนั่งแต่เก้าอี้ ชอบงานสบายๆ ชอบนั่งอยู่บนหอคอย คิดว่าตัวเองมีอำนาจเหนือคนอื่น ชอบสนุกสนานเฮฮา ชอบคุยกับสาวๆเป็นพิเศษ ลักษณะต่างๆนั้น มีมากไป หรือ น้อยไป ก็จะทำให้การควบคุมงานลดน้อยลงเท่านั้น ยิ่งมีมาก ยิ่งลดมาก


ระบบงาน
1. ไม่มีการแข่งขันในระบบงาน ทั้งแข่งขันกับตัวเอง และ การแข่งขันกับผู้อื่น เมื่อไม่มีระบบของการแข่งขัน ก็จะทำให้คนเราไม่กระตือรือล้น นานๆเข้าก็เป็นการสร้างความเฉื่อยฉาให้กับองค์กรไป

2. ระบบงานเป็นระบบที่ต้องทำให้เสร็จเท่านั้นก็เพียงพอ ก็จะสร้างนิสัยการทำงานให้เสร็จเท่านั้น และ การควบคุมการทำงานให้เสร็จตามกำหนดเท่านั้น ก็พอ ถ้างานเยอะก็ดีไป แต่ถ้างานน้อยลง ก็จะเกิดเวลาว่างเยอะ ก็เป็นการเพาะบ่มความเฉื่อยเช่นกัน

3. ระบบมีการจ้างงานให้มาทำเฉพาะเรื่องในแต่ละบุคคล มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบเฉพาะในแต่ละคน ซึ่งทำให้งานมีน้อย คนมีเยอะ ซึ่งหากงานที่รับผิดชอบนั้นยังไม่เข้ามา ก็ส่งผลให้พนักงานมีเวลาว่างค่อนข้างมาก ระบบนี้มีทั้งจุดดีและจุดเสีย แต่หาทางจำกัดจุดเสียหรือยังเท่านั้น...


ผู้บริหารระดับสูง และ เจ้าของกิจการ
1. "ผู้บริหารระดับสูง ก็ต้องการที่จะให้มีการปรับตัวให้ตามกระแสให้ทัน" แต่ยังไม่มีวิธีการ หรือ การดำเนินการใดๆในการจัดการ ทำให้ได้แต่คิด แต่ยังไม่มีแนวทางในการทำสิ่งใดเลย ในความคิดของผม ผู้บริหารระดับสูง จะไม่รวมเจ้าของกิจการ ดังนั้น ต้องย้อนกลับมาดูว่า ปกติเขาเหล่านั้น มีแนวการจัดการในเรื่องต่างๆอย่างไร

2. ผู้บริหารระดับสูง เข้าใจหลักการทำงานทั้งหมดโดยรวม แต่ไม่ได้เจาะลึกในรายละเอียด

3. เจ้าของกิจการมุ่งเน้นไปทางด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไปหรือไม่ เช่น เน้นเรื่องการตลาด จนทำให้ต้องทุ่มเวลา ให้กับการตลาดมากๆ ก็จะทำให้ หัวหน้างานระดับสูง มีมุมมองทางด้านการตลาดมาก เพราะต้องทำตามความต้องการของเจ้าของกิจการ ดังนั้น กลุ่มอื่นๆ ก็เลยเฉี่อยลง และ ยิ่งมองในมุมด้านนอกมากๆ ก็จะรู้เห็นสิ่งที่คนอื่นเปลี่ยนแปลงไปที่ดูเหมือนดีกว่าในบริษัทฯตน ก็เลยอยากให้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อพัฒนาองค์กร

4. เจ้าของกิจการอาจอยู่ในสังคมที่เห็นว่า บุคคลากรบริษัทฯอื่นมีความสามารถกันทั้งนั้น แล้วนำเอาสิ่งที่พบเห็นไปเปรียบเทียบกับบุคคลากรในบริษัทฯ ทำให้มีความรู้สึกว่า บุคคลากรในบริษัทฯ มีประสิทธิภาพไม่ได้ดั่งใจ ไม่ดีเท่าคนอื่นๆที่พบเห็น

5. เจ้าของกิจการยังไม่รู้จักพนักงานของตนเองดีพอ ทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าพนักงานของตนนั้นจะมีการปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือไม่


"ใช้วิสัยทัศน์ มาปรับเปลี่ยนทุกแนว ทุกส่วน ให้ได้ระดับที่พอๆกัน โดยการเปรียบเทียบ ตรวจวัด ระหว่างเรากับองค์กรหรือบุคคลอื่น หรือ เปรียบเทียบตัวเราในอดีตกับปัจจุบันที่เปลี่นแปลงไป แต่ปรับเปลี่ยนอย่างละมุนละม่อมและหนักแน่น ซึ่งต้องทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ"

1. สร้างเป้าหมาย วิสัยทัศน์ ของบริษัทฯให้เป็นรูปธรรม หากต้องการให้องค์กรเป็นอย่างไร ก็ต้องมีเป้าหมายว่าจะเป็นอย่างไร ในเวลาเท่าใดก่อนเลยครับ

2. หาแผนการทำงานให้ตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อจะได้วางรากฐานว่า จะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้ตามต้องการ รบในกระดาษให้ชนะก่อนออกรบจริง ครับ

3. สื่อสารเป้าหมายและวิสัยทัศน์ ต่างๆให้พนักงานรับรู้ อย่างจริงจัง และต้องรับทราบทุกคน แจกแจงเป้าหมาย และ สื่อสารบ่อยๆ ว่า การทำให้เป้าหมายมีผลอย่างไรกับพนักงาน มีผลอย่างไรกับรายได้ที่เขาจะได้รับ แต่ไม่ต้องสื่อหรอกครับว่า บริษัทฯจะได้อะไร เพราะพนักงานส่วนใหญ่ ต้องการที่จะทราบว่าเขาจะได้อะไรมากกว่าบริษัทฯได้อะไรครับ

4. มุ่งเน้นการปรับปรุงทุกๆส่วนอย่างจริงจัง ตั้งคนที่มีความคิดสร้างสรร มนุษยสัมพันธ์ดี ยึดมั่นในหลักธุรกิจ และ เป้าหมายของบริษัทฯ เป็นคนดำเนินการสืบต่ออย่าได้หยุด

5. ชี้จุดที่ต้องปรับปรุงให้พนักงานที่เกี่ยวข้อง ให้เห็น งานแรกๆ อาจจะต้องแนะนำถึงรายละเอียดในการทำ หรือ อาจจะต้องทำเป็นตัวอย่างให้พนักงาน เพื่อจะได้เอาตัวอย่างนั้นเป็นพื้นฐาน เพื่อลองสร้างสรรงานออกมาสักงานก่อน เพื่อสร้างให้เขามั่นใจในการทำ จากนั้น พวกเขาก็จะสามารถทำและสร้างได้เอง

6. จัดประชุมในแต่ละส่วนบ่อยขึ้น การประชุมทำให้เสียเวลาในการทำงานหลักก็จริง แต่การประชุมที่ดี จะทำให้ความคิดของกลุ่มดีขึ้น เป็นทีมงานมากขึ้น คุณภาพจะดีขึ้น สามารถสร้างมุมมองการแก้ปัญหาได้หลากหลาย และได้หัดใช้ความคิดกันมากขึ้นด้วย

7. หากงานที่สามารถตรวจวัดได้ ก็เอาระบบการตรวจวัดขึ้นมา เช่น KPI แล้วทำเป็นเป้าหมายการทำงานในแต่ละเดือน แต่ละสัปดาห์ หรือแต่ละวัน ก็ขึ้นกับงานแต่ละงานครับ

8. ชี้แจงถึงการทำให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ว่า พนักงานจะได้รับอะไร หัวหน้างานจะได้รับอะไร แต่ถ้าไม่ได้แต่ละคนก็จะได้รับผลกระทบอะไร อย่าขู่แต่ชี้แจงให้เห็นถึงความจริงครับ

9. ค่อยๆปรับเปลี่ยนความคิดของทุกๆคน แต่เริ่มจาก ผู้บริหารระดับสูงขึ้นไป ไล่ลงมาจนถึงพนักงาน ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ประสานกันเข้าใจกันให้มากขึ้น

10. จัดกิจกรรมร่วม หรือ จัดอบรมสัมนา แต่ต้องให้หัวหน้างาน ผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งเจ้าของกิจการมีส่วนร่วมในกิจกรรม เพื่อละลายความห่างระหว่างชนชั้นลง

11. สร้างให้หัวหน้างานขึ้นมา มีแนวความคิดเชิงกลยุทธ์ อาจจะจ้างบริษัทฯใดก็ได้ให้มาทำการอบรม หรือ หากมีคนเก่งในบริษัทฯทางด้านนี้ ก็ให้มาอบรมให้กับบริษัทฯ ก็ได้ เพื่อให้หัวหน้างานขึ้นไปมีแนวทางในการคิดในเชิงต่างๆ เพื่อใช้แก้ปัญหาและปรับปรุงกิจการต่อไป

12. สื่อสารให้ทุกคนรับทราบถึงผลงานที่ดีขี้นสม่ำเสมอ มีการเปรียบเทียบกับอดีตที่เราไม่ทำการปรับปรุง เพื่อให้ทุกคนเห็นผลงานที่ร่วมกันทำ

โดย วิบูลย์ จุง : Wiboon Joong (wbj)





Create Date : 04 สิงหาคม 2548
Last Update : 31 สิงหาคม 2551 14:41:55 น. 4 comments
Counter : Pageviews.

 
แวะมาอ่านครับ
รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง


โดย: เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า วันที่: 4 สิงหาคม 2548 เวลา:19:01:23 น.  

 
ชอบบทความนี้มากเลย จะพยายามปรับเอาไปใช้กับองค์กรบ้าง ขอบคุณมากค่ะ


โดย: wawa IP: 203.149.45.45 วันที่: 17 กันยายน 2548 เวลา:17:32:08 น.  

 
ขอบคุณที่ให้คำแนะนำนะคะ..
น๊อตยังเรียนอยู่ก็จริง.. แต่เดี๋ยวจบไปก็ต้องช่วยกิจการที่บ้านค่ะ


โดย: nods วันที่: 4 มิถุนายน 2549 เวลา:23:30:38 น.  

 
ขอบคุณค่ะ เป็นประโยชน์ต่อเราอย่างมาก ตอนนี้เราก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกับลุงหยก


โดย: โข IP: 61.90.138.3 วันที่: 7 มิถุนายน 2549 เวลา:20:44:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 133 คน [?]





ถ้าจะสอบถามอะไร กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือที่ Facebook



ผู้ชาย อารมณ์ดี เรียนรู้ชีวิตรอบด้าน
พูดตรงจนอาจจะไม่เข้าหูคน แต่ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ได้คิด
รับฟังหากมีเหตุผล เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะถูกเสมอไป
จริงใจ และ จริงจัง

ทำสิ่งใดต้องทำให้ดีกว่าดีที่สุด
ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย

Wiboon Joong

Create Your Badge






free web page hit counter



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.