Group Blog
 
 
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
22 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
••เค้กกล้วยหอมสูตรนุ่ม•• สูตรคุณ Beebie

มาอีกแล้วครับ มามั่วเหมือนเดิม จริงๆวันนี้ก็นั่งทำเค้กกล้วยหอมให้เพื่อนที่อยากทานมากๆ แต่จริงๆแล้วผมมีทำอยู่ 3 สูตร แล้วแต่ว่าใครจะ Request ว่าอยากกินสูตรไหน ไว้ยังไงผมจะทยอยเอามาลงให้ครบแล้วกันนะครับ ทั้ง 3 สูตรเลย อาจจะงงว่าของใครบ้าง ก็ที่ผมทำประจำก็จะมีของ

1. พี่ก้อย Jekyll and Hyde สูตรนี้จะหอมนุ่ม ชุ่มเนย กินแล้วเหมือนทานบัตเตอร์เค้กกล้วยหอมเลย หุหุ
2. คุณ Beebie ส่วนสูตรนี้นุ่มนวลมากๆ รสชาติกำลังดี และอร่อยจริงๆ
3. น้องเดียร์สุดที่รัก Ab Psy ReinDEAR นั่นเอง สูตรสุดท้ายที่ผมทำก็เป็นสูตรที่ทำบ่อย เพราะไม่ต้องใช้เครื่องตีเลย แถมถ้าใครชอบแบบเนื้อเค้กไม่แน่นมาก เบาๆ สูตรนี้ก็เหมาะนักแล 555

แต่วันนี้เพื่อนที่ Request มาอยากทานสูตรนุ่มๆ แบบมากถึงมากที่สุด ก้เลยเลือกของคุณ Beebie มาให้ชมกัน แต่ก็ตามนิสัยผม ก็เพิ่มนั่น ลดนี่ ไปเรื่อยๆ จนถูกใจตัวเอง และคิดว่าอร่อยแล้ว 5555 ถ้าใครอยากชมต้นฉบับ ตามไปที่นี่เลยครับ เค้กกล้วยหอมสูตรนุ่ม สูตรคุณ Beebie


ส่วนสูตรที่ผมทำเอามาปรับเองนิดหน่อย ไม่เยอะเท่าไหร่ ตามนี้เลยครับ
- แป้งเค้ก 200 กรัม
- ไข่ไก่ เบอร์ 0 จำนวน 2 ฟอง
- ผงฟู 1 1/2 ชช.
- เบคกิ้งโซดา 1 ชช.
- เกลือ 3/4 ชช.
- น้ำมันพืช 200 กรัม
- น้ำตาลทราย 180 กรัม
- กล้วยหอมสุกบด 400 กรัม
- น้ำมะนาว 2 ชช.
- กลิ่นกล้วย 1 ชช.
- เอสพี 1 ชช. (จริงๆสูตรเขานุ่มอยู่แล้ว แต่ผมอยากให้นุ่มมาก ซึ่งก็ได้ดังใจครับ หุหุ)

สังเกตนะครับผมจะเพิ่มกล้วยแบบตู้มมมมมมม มากกกกกก เพราะปกติเวลาผมทำทุกสูตร ผมจะใส่กล้วยเป็น 2 เท่าของแป้ง ออกมาอาจจะไม่นูนสวยเท่าต้นฉบับแต่ละคน แต่รับประกันว่าอร่อยโฮกกกก 5555 เด๋วตามไปดูกันเลยครับ



วันนี้จะเอาภาพแบบรวมๆมานะครับ เพราะไม่อยากโพสต์หลายภาพ เอาแบบ เห็นได้ง่ายๆในภาพเดียว ก็เลยรวมหลายๆภาพมาเป็นภาพใหญ่ 1 ภาพ

ก่อนอื่นเลย ผมก็ร่อนแป้ง + ผงฟู + เบคกิ้งโซดาเลยครับ ทิ้งไว้ก่อน จากนั้นก็บดกล้วยต่อ โดยใส่น้ำมะนาวกับกลิ่นกล้วยลงไปบดพร้อมกันเลยครับ ตามรูปเลย หุหุ



จากนั้นผมก็เอาไข่ไก่ เกลือ และน้ำตาลทรายป่น ตีให้เข้ากันจะได้ไม่ฟุ้งเวลาใช้เครื่องตีอ่ะครับ แล้วก็บอกแล้วว่าอยากให้นุ่มมากๆ ก็เลยป้ายเอสพีเข้าไปด้วยอีก 1 ช้อนชา สูตรนี้ผมจะตีคล้ายๆสปันจ์เค้กเลย อร่อยดีเหมือนกัน ตีสูงไปประมาณ 6-7 นาที จะได้ส่วนผสมที่ฟูข้นแบบนี้ครับผม



จากนั้นผมก็ใส่แป้งตามลงไปครับ สังเกตไหมครับว่าแป้งไม่จม 5555 (ตกลงทำเค้กกล้วยหอม หรือตีสปันจ์เค้กเนี่ย 5555) แล้วก็ตีแป้ง ตีต่ำนะครับ 1 นาที แล้วก็ทยอยใส่น้ำมันพืชลงไป ตีกลางนะครับอีก 2 นาที จากนั้นเทกล้วยลงไปเลยครับ กล้วยเยอะมากๆ สูตรคุณ Beebie ใช้ 200 กรัม ข้าพเจ้าใส่ไป 400 กรัมเลย ให้มันรู้กันไป เค้กกล้วยหอม หรือขนมกล้วยกันเนี่ย 5555

อ้อ...!! ลืมบอกไป ใส่กล้วยลงไปแล้วตีต่ำอีก 1 นาทีนะครับ แล้วก็จะได้ส่วนผสมสุดท้ายออกมาแบบภาพสุดท้ายเลยครับผม



จากนั้นก็เทใส่พิมพ์ครับ ผมใส่พิมพ์ขนาด 2616 ครับ จะเห็นผมทำแต่ไซส์นี้ เพราะว่ามีแค่แบบเดียวครับ 55555 แบบอื่นไม่ได้ซื้อไว้ แล้วก็เอาเข้าเตาอบได้เลยครับ ผมใช้วิธีอบเลียนแบบของน้องเดียร์นะครับ คือ อบที่ไฟบน-ล่าง ทั้งหมด 20 - 22 นาที โดยอบที่ไฟ 200 องศาเซลเซียส 10 นาทีแรก แล้วก็ลดไฟเหลือ 180 องศาเซลเซียส อีก 10 - 12 นาทีหลัง อันนี้อบนานเพราะใส่กล้วยเยอะ ถ้าอบน้อยกว่านี้อาจจะแฉะไม่สุกครับ ลองดูนะครับ



อบออกมาแล้ว หน้าตาก็เป็นเช่นนี้แล วันนี้รูปน้อยนะครับ เพราะเอมารวมกันจะได้ไม่เยิ่นเย้อ ดูสบายๆตาหน่อย กินตอนร้อนๆก็จะกรอบๆนอกนิดๆ แต่ข้างในนี่นุ่มสุดๆ (จะไม่นุ่มได้ไง ก็ใส่เอสพีเพิ่มเข้าไปอีก 5555) ยิ่งถ้าเอาไปแช่ตู้เย็น แล้วกินวันถัดไปนี่ เนื้อเค้กชุ่มฉ่ำสุดๆ อร้ายยยยย....อยากกิน



เอามาให้ชมอีกรูปครับ ก่อนจะให้เห็นลูกตู้มๆ ภาพสุดท้าย ใครชอบรับไปทานได้เลยครับผม หุหุ



รูปสุดท้ายแล้วนะครับ เอาไปเลย เค้กกล้วยหอม กล้วยตู้มๆๆๆ นุ่มสุดๆๆ แถมหน้าปูดดดดดด หมดแล้วครับ ไว้เจอกันใหม่ โอกาสหน้านะครับผม




Create Date : 22 สิงหาคม 2552
Last Update : 22 สิงหาคม 2552 22:42:54 น. 20 comments
Counter : 10100 Pageviews.

 
อยากกินกันเลยทีเดียว -*-


โดย: แค่ผ่านมาพบกัน วันที่: 22 สิงหาคม 2552 เวลา:21:54:33 น.  

 
เห็นแล้วอยากกิน


โดย: จูหน่านพ วันที่: 22 สิงหาคม 2552 เวลา:22:35:16 น.  

 
เค้ากินด้วยยยยยยยยยยจิ

ไหนๆ ไม่เห็นจะได้กินเลย


โดย: Ab Psy ReinDEAR++ วันที่: 22 สิงหาคม 2552 เวลา:23:14:52 น.  

 
น่าหม่ำ


โดย: moopu IP: 58.9.115.148 วันที่: 22 สิงหาคม 2552 เวลา:23:40:50 น.  

 

เอาพลังชีวิตจากพ่อมาให้ครับ
เพิ่มภาพหาดูยากในหลวง 291ภาพ

เลือกมาทีละภาพเลย
save ไปน้ำตาไหลไป
ตาก็มัว เพราะเบาหวาน
แต่ดีใจที่ได้ทำเพื่อพ่อ....



คลิกที่ภาพได้เลยครับ



โจจัง


โดย: พลังชีวิต วันที่: 22 สิงหาคม 2552 เวลา:23:48:26 น.  

 
น่าทานมากๆเลยค่ะ

เดี๋ยวแพมจะลองทำบ้างค่ะ


โดย: แพมาลย์ วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:1:03:13 น.  

 
นูนน่าทานมากเลยค่ะอยากลองใส่เอสพีดูบ้างนะค่ะอยากเห็นเนื้อด้านในจัง


โดย: june (supinnapa ) วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:8:09:02 น.  

 
ไปทานมาแล้วไม่เคยเบื่อ ตามมาต่อค่ะ


โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:9:05:42 น.  

 
ปูดปู๊ดปูดน่ากินมั่กๆ คร้าบ.. สูตรดีคนทำเก่ง


โดย: หลั่มหมั่นเหม่ง วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:9:19:53 น.  

 
ขอถ้วยหนึ่งนะคะ


โดย: yayojung วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:9:20:47 น.  

 
ตามมาหม่ำๆที่ครัวคลายเครียดอีกทีค่ะ

น่าหม่ำๆมากๆค่ะ


โดย: หน่อย(โตเหมี่ยว) IP: 117.47.60.187 วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:10:32:43 น.  

 
อร่อยเหาะไปเลยค่ะ กล้วยตูมมมากค่ะ


โดย: honeybeemee วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:10:56:13 น.  

 
G'od is the only one you
can Trust on when you are
hopeless try to ask for his help then you will find the miracal as I
do Found!


โดย: da IP: 124.120.11.89 วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:11:20:43 น.  

 
แจงเองก็ชอบทานสูตรนี้มากๆ เลยค่ะ...

แล้วก็ชอบใส่กล้วยเพิ่มเหมือนกันเลย
แต่ติดนิดนึงว่า เวลาอบเสร็จ
หน้าไม่นูนเลยซักครั้ง
มันจะยุบลงตลอด
ไม่เหมือนเวลาทำแบบเค้กเนยสด
ที่หน้าตาจะนูนอยู่ตัวมากกว่า

ของคุณnadhakriz_kiakia

หน้าอยู่ตัวน่ารักจังเลยค่ะ
แจงทำผิดตรงใหนรึเปล่าน้ออออ...


โดย: jme วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:12:26:06 น.  

 
น่าหม่ำจัง


โดย: NIRISSA วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:15:20:55 น.  

 
ขอบคุณมากนะครับ ที่อุตส่าห์เข้ามาชมกัน วันนี้เปิดเข้ามามีคนตามมาชิมเต็มไปหมดเลย ตกใจแบบ เฮ้ย มีคนมาดูบล็อคเราเยอะจังอ่า ดีใจจัง ยังไงก็ขอบคุณอีกทีนะครับ

ตอบคุณแจง ยังไงลองวิธีอบแบบที่ผมบอกดูนะครับ ผมทำสูตรไหนก็ตาม ก็ใช้วิธีอบแบบนี้อ่ะครับ มันก็นูนตลอดเลยนะครับ อบไฟแรงก่อน 10 นาที แล้วที่เหลือก็ลดไฟลงมาตามสูตรอ่ะครับ แต่ที่สำคัญต้องไฟบนล่างนะครับ ไม่งั้นไม่ปูด เพราะยิ่งกล้วยเยอะความแฉะมันจะมาก เพราะฉะนั้นต้องอบนานกว่าสูตรปกตินิดนึง ไม่งั้นอบเสร็จข้างในยังไม่สุกมาก มันก็จะยุบลงมาได้ครับ ลองดูใหม่นะครับ


โดย: นายเกี้ย (nadhakriz_kiakia ) วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:21:17:42 น.  

 
น่าทานจังค่ะ

แอบเห็นถ้วยเหมือนของเราเลยนิ อิอิ


โดย: เป็นแค่หนึ่งคนนี้ วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:21:39:41 น.  

 
ปูดได้ใจจริง ๆ น่าทานมาก ๆ ค่ะ


โดย: Baked by PonG วันที่: 26 สิงหาคม 2552 เวลา:20:55:40 น.  

 
เอสพี คืออะไรง่ะ ไม่รู้จริงๆ ทำไมไม่อธิบายหน่อยล่ะ


โดย: แนน IP: 80.200.199.109 วันที่: 14 มีนาคม 2556 เวลา:2:27:48 น.  

 
ลองทำตามแล้วค่ะ อร่อยค่ะ เนื้อฟู แต่ไม่มีกลิ่นกล้วยเลยไม่ได้ใส่ค่ะ ลดน้ำตาลเหลือ160 ก็กำลังพอดีสำหรับคนที่ชอบทานหวานน้อยหน่อยค่ะ ขอบคุณสำหรับสูตรดีๆค่ะ


โดย: แป้ง IP: 171.7.25.157 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2558 เวลา:19:34:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Kia Nakriz
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Friends' blogs
[Add Kia Nakriz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.