อึดยิ่งคน ทนยิ่งกว่าควาย...กว่าจะมีวันนี้ที่รอคอย
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
4 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
ไดเอท ไดอด ลดสู้ฟัด สวยทนสวยนาน ด้วยการกินปลา....

มาสายหน่อยวันนี้ มาช้าดีกว่าไม่มาคะ โดยภาระกิจที่ต้องไปทำหลายอย่าง


มื้อเช้า กาแฟ 1 แก้วขนมปังโฮลวีท แยม นิดหน่อย 1 คู่

มื้อกลางวัน ส้มตำ ปลากระพงเผา 1 ตัว ข้าว 1 ทัพพี

เบรคบ่าย กาแฟดำ ไสไส้ 2 ชิ้น

เย็น ปลาซาบะ นึ่ง 1 ตัวรวด


ทานมากๆๆจะได้ว่ายน้ำเก่ง อ่ะ ไม่ใช่ ทานปลาจะได้ประโยชน์หลายอย่าง ลองอ่านดูค่ะ

“ปลา” นับว่าเป็นอาหารโปรตีนหลักที่คนทุกเศรษฐานะสามารถซื้อมารับประทานได้ แม้ว่าปลาที่มีในแต่ละท้องถิ่นนั้น จะมีลักษณะบางอย่างต่างกัน แต่ต่างก็มีโปรตีนสูงเช่นกัน ปลาที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปมีทั้งปลาน้ำเค็มและปลาน้ำจืด

หากแบ่งปลาตามปริมาณไขมันที่มีอยู่ได้ 3 ประเภท
1. ปลาที่มีไขมันต่ำกว่าร้อยละ 2 เนื้อจะมีสีจาง ได้แก่ ปลาจาระเม็ด ปลาสำลี ปลากะพง ปลาแดง ปลาเก๋า ปลาช่อน ปลาตาเดียว ปลากราย
2. ปลาที่มีไขมันร้อยละ 2 – 5 เนื้อจะมีสีขาว ได้แก่ ปลาอินทรี ปลาน้ำดอกไม้ ปลากระบอก ปลาตะเพียน ปลาดุก ปลาหมอไทย
3. ปลา ที่มีไขมันอยู่เกินร้อยละ 5 ปลาประเภทนี้เนื้อปลาจะมีสีเข็มกว่าปลาที่มีไขมันน้อยสีจะออกเหลือง ชมพู ค่อนข้างหนา ได้แก่ ปลาสวาย ปลาเทโพ

ส่วนประกอบและคุณสมบัติ

■เซลล์กล้ามเนื้อของปลามี ขนาดสั้นกว่าของ วัว หมู และไก่ ส่วนมากมีความยาวไม่เกิน 3 ซ.ม. รอบ ๆ
■กล้ามเนื้อมีเยื่อเกี่ยวพันบาง ๆ หุ้มอยู่ เมื่อปลาสุก เนื้อปลาจะแยกออกเป็นชิ้นตามมัดกล้ามเนื้อในกล้ามเนื้อของปลาจะมีกรดอะมิโน อิสระสูงกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น กรดอะมิโนเหล่านี้ให้กลิ่นรสแก่ปลา ปลาเป็นเนื้อสัตว์ที่เน่าเสียได้ง่ายกว่าเนื้อสัตว์อื่นๆ
■การเน่าเสียเกิดจากสาเหตุหลายประการได้แก่ เกิดจากเอนไซม์ในตัวปลาที่อยู่ตามกระเพาะอาหาร ลำไส้ เลือด และกล้ามเนื้อ ถ้าหากตัวปลาได้รับความชอกช้ำกระแทกกระทั้น เกิดท้องแตกเอนไซม์เหล่านี้จะย่อยอวัยวะส่วนอื่นๆ ทำให้เกิดการเน่าได้
■การเน่าเสียของปลาอาจเกิดจากแบคทีเรียในตัวปลา ซึ่งปลากินเข้าไปหรือติดมากับเหงือกหรือเมือกตามตัวปลาไปทำปฏิกิริยาทำให้ เกิดกลิ่นเหม็นคาว และเน่าในที่สุดสาเหตุอีกประการหนึ่งที่ทำให้เนื้อปลาเกิดเน่าเสีย เนื่องมาจากปฏกิริยาเคมีระหว่างไขมันในตัวปลากับออกซิเจนในอากาศที่ทำให้ เกิดกลิ่นเหม็นหืน ปฏิกิริยาแบบนี้มักเกิดในปลาที่มีไขมันปริมาณปานกลาง หรือปลาที่มีไขมันปริมาณมาก
■ปลาทั้งตัวจะมีปริมาณเนื้อปลาที่ใช้บริโภคได้ประมาณร้อยละ 50 ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามชนิด อายุปลา ฤดูกาล สำหรับปลาที่จำหน่ายอยู่ในตลาดหลังจากตบแต่งแล้วคือ ไม่มีตัว ครีบ และเกล็ด โดยเฉลี่ยจะมีเนื้ออยู่ร้อยละ 73 เป็นกระดูกร้อยละ 21 และหนังร้อยละ 6 โปรตีนจากปลาย่อยง่ายกว่าโปรตีนจากเนื้อวัว ปลายังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายมาก
■โปรตีนในเนื้อปลามีอยู่คิดเป็นร้อยละ 16 – 28 ไขมันในตัวปลาประกอบด้วยไขมันอิ่มตัวเป็นส่วนมาก ปลาเป็นแหล่งของแร่ธาตุโดยเฉพาะไอโอดีน ปริมาณเหล็กต่ำกว่าที่พบในเนื้อสัตว์ ปลาเป็นแหล่งวิตามิน วิตามินที่พบจะแตกต่างกันตามชนิดของปลาหรือส่วนต่างๆ ของปลา ส่วนของไขมันและน้ำมันตับปลาจะเป็นแหล่งวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน คือพวก วิตามินเอ ดี อี เค กล้ามเนื้อปลาเป็นแหล่งของวิตามิน
ที่มา : หนังสือ เมนูอาหารจากปลา บริษัท สำนักพิมพ์แม่บ้าน จำกัด


ตอนนี้อิ่มชะมัดเลย หนังท้องตึงแล้วด้วย


ไปก่อนนะ วันนี้สามีอยู่

มาดามมุก




Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2553 15:11:15 น. 1 comments
Counter : 446 Pageviews.

 
พี่มุก ได้ของแล้วนะ ขอบคุณครับ


โดย: พลูด่างในอ่างดิน วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:40:24 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

sridaping
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สาวแก่ใกล้วัยทอง ใช้เวลา 3 เดือนครึ่งในการพิชิตอ้วน หนัก 68 ก.ก ให้เหลือ 53 โล โดยมีตัวช่วยและกำลังใจที่ดี และ ได้จัดทำบล๊อคนี้ขึ้นมาเพื่อก่อให้เกิดการดูแลสุขภาพตัวเอง ต่อสูกับ โรคอ้วน ที่เป็นบ่อเกิดของโรคภัยหลายชนิด มุ่งมั่นและสร้างฝันให้ตัวเอง ได้เป็นคนใหม่ ไม่ได้ทำเพื่อใคร ก็เพื่อตัวเอง บล๊อคนี้คงเป็นแรงบันดาลใจ สร้างฝันให้คนอยากผอมสวยได้มีฝันที่เป็นจริง...ลดไม่ยาก ถ้าอยากจะลด...

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกชีวิตพิชิตอ้วนค่า...

มาดามมุก

Friends' blogs
[Add sridaping's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.