กิน เที่ยวและกวนสบู่
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
14 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
ระลึกชาติได้ที่พม่า ตอนที่ 7-เมื่อไทแผลงฤทธิกับเจดีย์ทองที่งามที่สุดในโลก

เกือบจะจบครบถ้วนกระบวนความแล้วค่ะ แฟนคลับแข็งใจหน่อยนะ ตอนหน้าจบแน่ๆ

เข้าวันที่สองที่พุกามแล้วนะตัวเอง ตอนเช้าเราจะไปบริจาคหนังสือกันอีกครั้ง เพราะยังเหลือหนังสืออีกครึ่งหนึ่งจากการที่เอาไปบริจาคที่อินเล หอบไปหอมมาหนักเหลือเกิน เอาไปให้เขาให้มันหมดเวรหมดกรรมกันไป

เช้ามาบอกคนขับรถม้าเลยว่า ช่วยพาไปหมู่บ้านที่จนที่สุดในพุกามหน่อยเถอะเอาบุญ จะเอาหนังสือไปบริจาค

คนขับรถม้าพนักหน้างึกงัก แล้วขับม้าพาไป....หมู่บ้านอีนังคนขับเองเลย บอกว่านี่ล่ะ จนที่สุดแล้วแถวนี้

เอาไงเอากัน เพราะว่าหนังสือที่หอบไปหอมมาสี่ห้าวันนี้มันหนักโคตรๆ บริจาคให้เสร็จสิ้นกันไป

ดีอย่างที่คนขับรถม้ารู้จักครูใหญ่ที่นี่ บอกว่านี่ล่ะ ตอนไอเรียนอนุบาลที่นี่ ก็ครูใหญ่คนเดียวกันนี่แหละ

สภาพโรงเรียน เห็นได้ชัดว่าดูดีกว่าที่ทะเลสาบอินเลมากๆ




ป้ายโรงเรียน เผื่อใครไปเที่ยวอยากจะไปเที่ยวโรงเรียนด้วย




สภาพในห้องเรียนเหมือนโรงเรียนประชาบาลพม่าทั่วไปคือ ปอ1ถึง ปอ 5 เรียนอยู่ห้องเดียวกันเลย(แล้วมันจะสอนรู้เรื่องได้ไงเนี่ย)




ครูใหญ่ค่ะ




ไทถ่ายรูปกับเด็กๆ ตอนเดินออกมาขึ้นรถ มันพูดอยู่ประโยคหนึ่งว่า
"Now I know how lucky I am"

ใจหนึ่งก็ซึ้งมากกับคำพูดของมัน ก็สาเหตุหนึ่งที่หอบหนังสือข้ามน้ำข้ามทะเลมาให้เด็กๆพม่าก็เพราะอยากจะสอนมันว่า ยังมีคนมากมายนับไม่ถ้วนบนโลกนี้ที่เขาลำบากยากแค้น จะกินยังแทบจะไม่มีกิน นับประสาอะไรกับหนังสืออ่านเล่นสักเล่ม

อย่าดูแต่ตัวเองแล้วบ่นว่า ทำไมแม่ไม่ซื้อ PSP หรือ Xbox ให้ตามที่มันอยากได้ (ก็มันแพง) ทำไมปีนี้มันไม่ได้ของขวัญวันคริสมาส(เพราะของขวัญปีนี้ของสมาชิกทุกคนในบ้านคือการได้มาเที่ยวพม่า)

อยากให้มันเข้าใจว่า ในโลกนี้ไม่มีใครได้มาทุกอย่างที่ตัวเองปรารถนา เหมือนที่พ่อมันชอบบอกลูกตอนที่ลูกมาขอของแพงๆว่า

"Nobody got everything they want, Ty. Not God. Not Buddha. Not Queen Elizabeth II. If God has his way, then everybody in this world will be Christian!!"




พี่ท่านอธิบายอีกแล้วว่าหนังสือพวกนี้มันมีอะไรมั่ง อธิบายแล้วยังนั่งกินน้ำชากับคุณครูใหญ่อีกพักนึง




ภาพเด็กๆ น่ารักมาก ตอนแรกๆก็อีหรอบเดิมกับเด็กๆที่อินเล คือขี้อาย พอถ่ายรูปหนึ่งรูปแล้ว play backให้ดู ทีนี้ล่ะแห่กันมาให้ถ่ายรูปใหญ่เลย




หน้าเป็นแมวเลย




จบจากที่โรงเรียน เราสามคนกำลังจะไปดูวัดต่อ แต่เจ้าไทเกิดอาการเหมือนผีเข้า น้ำตาเม็ดเป้งๆไหลพรากมาถึงคาง อาละวาดฟาดหัวฟาดหางว่ามันไม่ไปได้ไหม ดูวัดดูวาเนี่ย มันเบื่อ ดูไปได้ยังไงอ่ะแม่ They-are-all-the-same!!!!!!

อาการนี้เป็นอาการปรกติค่ะ เด็กเป็นได้ผู้ใหญ่เป็นดี เรียกว่าอาการ templed-out เกิดได้กับนักท่องเที่ยวในประเทศที่มีวัดวาอารามเยอะๆ คือดูไปดูมาหลายๆวัดเข้า มันก็จะเหมือนๆกันไปทุกวัดหาความแตกต่างไม่ได้ เลยพาลเบื่อไม่อยากดูต่ออีกแล้ว ต้องเทคอะเบรค

อันนี้เข้าใจนะคะ เพราะว่าสองคนพ่อลูกไม่ใช่พุทธศาสนิกชน (แล้วก็ไม่ใช่คริสศาสนิกชนเหมือนกัน) ดูของอย่างนี้จะให้ซาบซึ้งเหมือนเราชาวพุทธได้ยังไง

พ่อมันเลยขันอาสาพาลูกกลับโรงแรม ให้เราไปดูวัดต่อไปกับคนขับรถม้าสองต่อสอง(รู้เลยว่าพ่อมันก็เบื่อเหมือนกัน) เพราะอย่างนี้เราถึงนอนโรงแรมที่มีสระว่ายน้ำ เพราะมันช่วยแก้เบื่อให้เด็กชื่อไทนี้ได้มากๆ

พระนอน ชื่อ"ฉิ่นปินตะ เจาง์-Shin bin tan kyaung" วิหารแคบมากและมืด แต่เราว่างามค่ะ อยู่ติดกับเจดีย์ชเวซันดอ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Sunset pagodaเลยค่ะ เป็นอีกที่ๆคนนิยมมาดูอาทิตย์ตก






เจดีย์ชเวซันดอ หรือ sunset pagoda




ภาพเขียนฝาผนังจากโบสถ์วิหารต่างๆในพุกาม ลืมไปแล้วค่ะว่ามาจากที่ไหนบ้าง แต่สวยมากค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าจะหลงเหลืออยู่ในคนสมัยนี้ได้ชื่นชม












อันนี้สิคะเราว่าแปลก พระแฝดที่ธรรมะยังจี กู่พญา ไม่เคยเห็นที่ไหนว่ามีพระแฝดอย่างนี้เลย กลับไปอ่านในหนังสือเขาบอกว่าได้มาจากพุทธคติดั้งเดิม พระองค์ซ้ายคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า(พระพุทธโคดม หรือที่พระนามเดิมคือเจ้าชายสิทธัตถะ)

พระองค์ทางด้านขวาคือพระศรีอาริย์ คือพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปในอนาคต






ธรรมะยังจี กู่พญา พลาดไม่ได้นะคะ เป็นสถาปัตยกรรมแบบพุกามแท้ คือมีรูปร่างใหญ่โต ข้างในวิหารมีทางเดินโดยรอบซ้อนกันอยู่ถึงสองชั้น สวยแปลกมาก




ทางเดินภายใน




ประตูไม้แสนสวย ไม่รู้ว่าเก่าเท่าไหน แต่คงจะเก่ามาก บอกไม่ถูกว่าทำไมเรานั้นชอบอะไรเก่าๆ พังๆมาก ยิ่งที่เป็นไม้ยิ่งชอบ

วัดที่สวยที่สุดในใจเราที่เมืองไทย คือวัดปงสนุก ที่จังหวัดลำปาง เป็นวัดเก่า วัดไม้เล็กๆ ตอนที่เราไปชาวบ้านกำลังซ่อมวัดให้ออกมาเป็นแบบโบราณแบบเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย

มีแต่ชาวบ้านท้องถิ่นไปทำบุญ สวยงามและเรียบง่าย ยังบอกสามีเลยว่า ชั้นตายแล้วเอามาเผาวัดนี้นะ เผาวัดสวยๆแบบนี้ตายแล้วคงไปสวรรค์จริงๆ

ใครเคยไปบ้างคะ ไม่ทราบว่าซ่อมแซมเสร็จหรือยัง เอามาเล่าให้ฟังค่ะ เหมือนที่ฝรั่งบอกว่า beauty is in the eye of the beholder จริงๆค่ะ






มหาเจดีย์ชเวสิกองในพุกาม เป็นหนึ่งในห้า มหาบูชาของพม่า เกิดเป็นพุทธศาสนิกชนพม่า ชาติหนึ่งเกิดมาขอให้ได้ไปบูชาพุทธสถานทั้งห้า ถือว่าตายแล้วจะได้ไปสวรรค์ค่ะ

หนึ่งในห้า มหาบูชาสถานของพม่าคือ
*ชเวดากอง ย่างกุ้ง
*ชเวสิกอง พุกาม
*ชเวมอดอว์ หงสาวดี
*ชเวซานดอว์ แปร
*พระมหามัยมุนี มัณฑะเลย์

ที่มา-ท่องแดนเจดีย์ไพรในพุกามประเทศ เขียนโดยธีรภาพ โลหิตกุล




เราไปดูชเวสิกอง ตอนประมาณบ่ายสามโมงเย็น งามมากหาที่เปรียบไม่ได้ ไม่เคยเห็นเจดีย์ที่ไหนงามมากกว่านี้เลยในชีวิต

คนขับรถม้าบอกว่าให้งามกว่านี้ต้องมาสักหกโมงเย็น ไม่รู้จะเชื่อได้หรือเปล่าเพราะจะให้งามไปกว่านี้คงจะไม่ได้แล้ว




นี่ขนาดกล้องธรรมดานะคะ ถ้าคนถ่ายรูปสวยๆกล้องดีๆคงจะสวยกว่านี้มาก




แล้วเราก็ตามรอยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มาดูพระพุทธรูปองค์นี้ค่ะ ท่านทรงนิพนธ์ไว้ในหนังสือ "เที่ยวเมืองพม่า" ว่า พระพุทธรูปองค์นี้งามที่สุดแล้วในพุกาม ต้องตามมาดู ปรากฏว่า งามสมกับที่ท่านทรงนิพนธ์ไว้จริงๆ




เป็นพระพุทธรูปแบบทรงเครื่องกษัตริย์ ตามแบบศิลปะแบบปาละ ทำด้วยไม้มะเกลือ(Ebony) เพราะไม้มะเกลือทนความแห้งของอากาศได้ดีกว่าไม้สักที่อาจจะแตกเวลาไม้ขยายตัวหรือหดตัวเวลาเจอความชื้น/แห้ง แล้วลงรักปิดทอง

ที่มา-จากหนังสือฝรั่งเล่มหนึ่งค่ะ อ่านมากเกินไปจำไม่ได้แล้วว่าเล่มไหน




วันนั้นดูได้แค่นั้นก็เบื่อจะแย่ ยิ่งดูยิ่งเริ่มเหมือนกันทุกวัด อาการ templed-out เริ่มแผลงฤทธิ เลยบอกให้คนขับรถม้าพาไปเที่ยวตลาดดีกว่า ไม่ดูแล้วพระอาทิตย์ตกกลางดงเจดีย์

เราว่าไปเที่ยวตลาดสดนี่เป็นเรื่องสนุกที่สุดในโลก แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ

กริ๊ดดดดดดดด สิ่งแรกที่เจอครือ...ตาไม่ฝาดไปนะ....โม่หินค่าพ่อแม่พี่น้อง ตอนที่เราเด็กๆนี่เมืองไทยเริ่มหาโม่หินยากแล้วนะ ที่พม่านี่เขายังโม่แป้งกันด้วยโม่หินเลย




ตลาดเมืองยองอู(คนไทยเรียกว่า หนองอู) ใครไปพุกามห้ามพลาดค่ะ เราว่าสนุกกว่าดูเจดีย์อีก




มะเขือเราๆนี่เอง แต่ที่นี่ลูกเท่ากำปั้นแน่ะค่ะ กินผักที่นี่ แน่ใจได้ว่า ออแกนิคแท้แน่นอน เพราะชาวบ้านที่นี่ไม่มีเงินซื้อปุ๋ยหรือสารเคมีได้ แต่จะใช้อะไรเป็นปุ๋ยธรรมชาติแบบไหนไม่รู้นะ รู้แต่ว่ามันออแกนิค




มะขามป้อม สาวๆห้องบลูแพลเน็ตรู้จักหรือเปล่า เมืองไทยนี่หายากแล้วนะ เวลากัดคำแรกจะทั้งขมทั้งฝาด แต่พอโดนน้ำลายแล้วจะหวานชุ่มคอ คนโบราณชอบกัดกินเล่นเวลาเดินป่า เพราะมันทำให้ชุ่มคอ ไม่กระหายน้ำ




ไปพม่าจะเห็นคนขายใบไม้เป็นกำๆนี่ตลอด อยากรู้มากๆว่ามันคืออะไรแต่หาคนถามไม่ได้ ไปรู้จากคนที่พาเดินชมพิพิทธภัณฑ์ที่ย่างกุ้งว่า....

มันคือใบหว้านั่นเองค่ะ

คนพม่าถือว่าใบหว้าเป็นไม้มงคล มีแล้วอยู่เย็นเป็นสุขคลาดแคล้ว เวลาเดินทางไปไหนต้องซื้อใบหว้า 1 กำ เอาไว้หน้ารถ เวลาไหว้พระก็เอาใบหว้าผูกเป็นกำกับดอกไม้ด้วย

อันนี้จริงเท็จอย่างไรห้ามมาด่าเรานะ เพราะฟังเขามาอีกทีค่ะ ไม่เคยเห็นหรอกใบหว้า เคยกินแต่ลูกหว้า สมัยโรงเรียนอยู่แถวท่าพระจันทร์ เลิกเรียนแล้วต้องเดินไปแถวท่าช้าง มีคุณยายคนหนึ่งเอามาขายจากในสวนทุกวัน

พูดแล้วก็อยากกิน




ตานากะ มีทั้งที่เป็นท่อนๆเอาไปฝนกันเอง กับทั้งที่ทำเป็นกำๆสำเร็จรูปไว้ คือเอาไปละลายน้ำก็ใช้ได้เลย




อันนี้เหมือนไม้กวาด แต่ไม่รู้เอามาทำอะไร





รถเมล์โดยสารของพม่า เห็นแล้วบอกได้เลยว่า โชคดีที่ได้นั่งเครื่องบินตลอดงานนี้จ้ะ




มาถึงตอนนี้จะขอเล่าความรำคาญใจอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นที่พุกามให้ฟัง เป็นความรำคาญใจอย่างเดียวที่เกิดขึ้นในพม่า

นั่นคือ รำคาญคนขายของที่ระลึกที่พุกาม

เสียดายความสวยอลังการของสถานที่ แต่รัฐบาลพม่านั้นควรจะมีการจัดระเบียบการขายของในโบราณสถานในพุกามให้มากกว่านี้ (สงสัยต้องรอให้เราเป็นหัวหน้ารัฐบาลก่อน)

มีที่ไหน ให้คนขายของเข้ามาขายในกำแพงแก้วของวัดเลย เรียงรายกันเต็มไปหมด เวลาถอดรองเท้าก่อนเข้าวัด บางทีเดินออกมา มองไม่เห็นรองเท้าตัวเอง นึกว่าหาย

ที่ไหนได้ หนึ่งในคนขายของ เอารองเท้าเราไปวางหน้าร้านเขา บอกว่าเฝ้าไว้ให้เรา ช่วยซื้อของหน่อย

ที่ยิ่งไปกว่านั้น ในบางโบสถ์หรือวิหารบางแห่ง มีคนเข้าไปนั่งขายของในตัวโบสถ์เลยค่ะ (ที่ธรรมะยังจี กู่พญา)หรือบางที่จะมีเด็กๆเดินตามถามโน่นถามนี่ พยายามขายของให้เรา จนโมโห ต้องบอกเด็กไปว่าให้ Back off!

เรานั้นเมื่อไปเที่ยวในสถานที่สวยงามอย่างนี้ เราอยากจะเดินดูสิ่งก่อสร้างสวยงามด้วยความสงบ อยากดื่มด่ำกับศิลปะอายุหลายร้อยปี อยากอยู่กับห้วงความคิดของตัวเอง....

กลับต้องรีบดู รีบเดินออกเพราะรำคาญ เราว่านักท่องเที่ยวส่วนมากที่ซื้อของพวกนี้ ซื้อเพราะตัดรำคาญ ตัวเรานั้นจะซื้ออะไรให้ตัวเอง จะซื้อด้วยความอยากได้ ไม่ใช่ซื้อเพราะตัดรำคาญ

เราไปมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ เขมรนี่ความจนนั้นสูสีกับพม่า แต่ไม่มีการขายของแบบตื้อนักท่องเที่ยวในโบราณสถาน จะขายอะไรไม่ว่าให้มาขายข้างนอก

ไม่ได้ห้ามไม่ให้ขาย รู้ค่ะว่าเขาทำอย่างนี้เพราะเขาจน แต่จะขายก็ควรจะมีที่ขายเป็นที่เป็นทางเช่นนอกกำแพงแก้ว จะขายยังไงก็ขาย ไม่ใช่มาขายในตัวโบสถ์ เดินตามตื้อนักท่องเที่ยวเพื่อให้เขาซื้อของถึงในวิหาร จะตื้อก็ตื้อตอนเขาดูของสวยงามเสร็จแล้ว

เด็กบางคน พอไม่ซื้อก็ขอ ยูมีบองบองไหม(Bon Bon=Candy) ยูมีน้ำหอมไหม(ไม่เคยใช้) ยูมีลิปสติกไหม(มาแบ็คแพ็คจะขนมาทำซากทำไมกัน) ยูมีปากกาไหม(มีอยู่แท่งเดียว เด็กมีเป็นสิบ) หมวกยูสวยจังเลย ขอได้ไหม(ไม่ได้โว้ย)

ขอความกรุณาอย่าให้อะไรกับเด็กๆพวกนี้ เป็นการบ่มนิสัยไม่งามกับพวกเขา อยากให้ขนมนมเนย ดินสอปากกา เจียดเวลาของคุณสักนิด เดินไปซื้อในตลาด (support small and local business) แล้วให้คนแนะนำไปที่โรงเรียนที่ยากจน ไปแจกกันที่โรงเรียนเลยค่ะ เป็นเรื่องเป็นราว เป็นการreward เด็กๆที่ไปเรียนหนังสือกันเลยจะดีกว่า

**Useful tips**
ไปดูโบราณสถานในพุกาม สิ่งสำคัญสองอย่างที่ควรมีติดกระเป๋าคือ

ถุงพลาสติกก๊อปแก๊ป เอาไว้ใส่รองเท้าตัวเองค่ะ ไม่ต้องฝากใคร ไม่ต้องกลัวว่าคนขายของจะเอาไปไว้หน้าร้านตัวเองให้รำคาญใจ

ไฟฉายค่ะ อันนี้สำคัญ ไปพม่าต้องเอาไปอยู่แล้ว แต่ไปพุกามติดไปด้วยตอนกลางวัน เพราะโบสถ์ที่มีภาพเขียนฝาผนังที่สวยงามนั้น ส่วนใหญ่สร้างแบบมอญคือมืดมาก และไม่มีการตามไฟในนั้น(คงกลัวไฟฟ้าลัดวงจร เดี๋ยวไฟไหม้) ไฟฉายเข้ามาเป็นพระเอกตอนนี้ค่ะ

ในบางโบสถ์หรือวิหาร จะมีบันไดแคบๆมืดๆให้ขึ้นไปที่ระเบียงชั้นสอง ไฟฉายก็มีประโยชน์มากๆค่ะ ไม่ต้องอาศัยเด็กแถวนั้นที่ฉายไฟฉายขอทิปด้วย

**Useful tips**
สำหรับคนที่มีเด็กๆไปพม่าด้วยนะคะ เวลาเข้าสถานที่ราชการต้องเสียค่าเข้าดู ลองถามค่ะว่ามีราคาเด็กไหม หรือเด็กต้องเสียไหม

เพราะตอนที่ลงเครื่องบินที่พุกาม นักท่องเที่ยวทุกคนต้องเสียค่าเข้าชม 10 เหรียญ (ดูกี่วันก็ได้ รวมทุกสถานที่ยกเว้นหอคอยที่สร้างใหม่) แต่ตอนนั้น เราสงสัยมาก เลยส่งภาษาถามเจ้าพนักงานไปทำนองว่า คุณเจ้าพนักงานเจ้าขา แล้วเด็กน้อยคนนี้(ชี้ที่ลูก) ต้องเสียค่าเช้าชมไหมเจ้าคะ ตัวมันนั้นเล็กเท่าเมี่ยง

พนักงานเก็บเงินสองคนนั้นมองหน้ากัน เนื่องจากคงไม่มีพ่อแม่ฝรั่งคนไหนถามคำถามนี้เลยตั้งแต่ทำงานนี้มา ฝรั่งคงคิดไม่ทันเรื่องแบบนี้ แล้วตอบว่า เด็กคนนี้ไม่ต้องเสียก็ได้ ประหยัดไป 10 เหรียญ

เห็นไทที่เดินจับมือพ่ออยู่ข้างหน้าตอนเดินออกมา ถามพ่อของมันเบาๆว่า "Is this why you always let her do ALL the talking?"

แม่นแล้ว ไข่นุ้ยลูกแม่

ตอนหน้าตอนจบค่ะ สัญญาและสาบาน




Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2552 1:32:58 น. 5 comments
Counter : 2073 Pageviews.

 
ขอบคุณเจ้าของบล็อกคุณFlymom มากๆ สำหรับภาพเรื่องราว ที่สวยงาม น่ารัก และสาระความรู้


โดย: bite25 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:37:39 น.  

 
ขอบคุณครับที่เอาเรื่องราวสนุกๆน่ารักๆมาให้อ่านกัน


โดย: ปืน IP: 61.19.231.6 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:43:45 น.  

 
I like Nong Ty mak mak kha,
clever and smart !!!^_^


โดย: ^_^ Yim yim IP: 88.193.177.59 วันที่: 12 ธันวาคม 2552 เวลา:0:25:05 น.  

 
อยากจะไปเที่ยวที่โน่นมากเลยค่ะ


โดย: นก IP: 115.87.90.222 วันที่: 8 กันยายน 2553 เวลา:13:14:59 น.  

 
อ่านเพลินเชียว ได้อารมณ์มากๆ พม่าเคยไปแค่ครั้งเดียว ตั้งใจไปอีก อ่านของคุณแล้วได้ความรู้ มุมมองดีๆ ขอบคุณมี่เขียนเรื่องราวดีๆ


โดย: หลวงตาฤๅษี IP: 111.84.200.82 วันที่: 21 พฤษภาคม 2554 เวลา:12:24:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

flymom
Location :
American Siberia--- United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]




Friends' blogs
[Add flymom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.