กิน เที่ยวและกวนสบู่
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
2 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
ปันใจไปเนปาล ตอนที่ 4-นครแห่งผู้ภักดี

ต่อจากตอนที่แล้วเลยค่ะ

เย็นวันที่ถึงกาฎมัณฑุวันแรก ดิฉันและพี่ท่านจัดการจองทริปไปจิตวันกันเลยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา แต่ว่าโรงแรมที่อยากจะไปพักกันนั้นตอนนี้ไม่ว่าง ต้องรอไปอีกสามวันถึงจะว่าง
Photobucket



รอได้ค่ะรอได้ แล้วระหว่างสามวันสามคืนนี่ล่ะที่รัก เราจะไปนอนที่ไหนกันดี จะนอนที่กาฏมัณฑุหรือเมืองอื่น
Photobucket



Let's get the hell out of Kathmandu เฮียเขาว่ายังงั้น พี่เขาเป็นคนรักสงบตามนิสัยฝรั่งส่วนมากที่อยู่เมืองนอกจนชิน บ้านเมืองเขาถ้าบีบแตรนี่แปลว่ามันด่าแม่เรา
Photobucket



พอพลิกผันมาวาเคชั่นที่นี่ พี่เขาเลยพาลจะบ้าเอา เพราะว่ามันบีบแตรกันเป็นว่าเล่น ไม่รู้ว่าบีบหาสวรรค์วิมานอะไรกัน จะแซงก็บีบ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาก็บีบ บีบไล่คนไล่จักรยาน รถติดเฉยๆมันก็บีบ เรียกว่าหาความสงบสุขไม่ได้เอาจริงๆ
Photobucket



ตอนที่ดิฉันกับพี่ท่านเดินผ่าน Kathmandu Guesthouse ซึ่งเป็นเกสต์เฮ้าส์แห่งแรกของย่านทาเมล พี่ท่านชี้ให้ดูว่า ตอนที่ชั้นมาเที่ยวเมื่อสามสิบปีก่อนนะเธอ เกสต์เฮ้าส์ตั้งอยู่โดดเด่นกลางทุ่งนากับดงกัญชา ใครจะเดินเข้ามาเก็บไปตากแห้งเองก็ได้ จะซื้อแบบสำเร็จก็ได้ เสรีที่สุดยิ่งกว่าแอมสเตอร์ดัมเสียอีกเธอจ๋า เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นเมืองไปหมดแล้ว

************************************************
ลืมเล่าว่ารูปนี้กับรูปข้างบน เป็นรูปสระน้ำโบราณในพระราชวังเมืองปักตะปูร์ เจ้าครองนครใช้ได้เท่านั้นค่ะ
Photobucket



เล่าให้ฟังแล้วใช่เปล่าคะ ตอนที่เฮียเขาเรียนหนังสือจบใหม่ๆ เขาลาเจ้าสำนัก(พ่อกับแม่)ขึ้นเรือบินมาเยี่ยมพี่ชายที่ออสเตรเลีย บอกเตี่ยว่าจะมาหาพี่สองเดือนแล้วจะกลับไปหางานทำ

ครบสองเดือนเธอต่อไปอีกค่ะ จากออสเตรเลียก็ขึ้นเหนือมาลงที่อินโดนีเซียและบาหลี อยู่ที่อินโดฯสามเดือน แล้วต่อไปมาเลย์และไทย
Photobucket
Photobucket



ตอนที่มาเมืองไทย เจอแบ็คแพ็คเกอร์ด้วยกัน เห็นเฮียเขาสดๆซิงๆมาจากบ้านน๊อกบ้านนอก (การไปหาพี่ที่ออสฯเป็นการเดินทางออกนอกอเมริกาเป็นครั้งแรก) เลยมีคนเตือนใหญ่เลยว่า ยูจะทำอะไรที่เมืองไทยก็ทำไป แต่หลงผิดจดทะเบียนกับสาวไทยหน้าไหนเป็นอันขาด เพราะสาวไทยนี้ชอบหลอกฝรั่ง หลอกเอาเงินไปหมดแล้วก็จะทิ้งยูซะ

สามีบอกตอนนั้นชั้นโคตรกลัวเลย สาวไทยมาพูดด้วยชั้นไม่กล้าคุยกับเค้า

สิบกว่าปีต่อมา ชั้นก็เสร็จอีสาวไทยคนนี้จนด้ายยยยย
Photobucket



จากเมืองไทย พี่เขาบินมาเนปาล อยู่เนปาลสามเดือนแล้วบินไปอินเดีย ครั้งแรกที่สามีเห็นคนอินเดียเผาศพคนตายริมแม่น้ำคงคา สามีบอกว่า นั่นเป็น Wake-up moment ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา วินาทีนั้น เขาสำนึกได้ว่า

"There is no God"
Photobucket



สามีดิฉันนั้นโตมาจากครอบครัวที่เคร่งศาสนามาก นับถือศาสนาคริสต์นิกายลูเธอร์ ไม่เคยเห็นศาสนาใดหรือสิ่งใดดีกว่า

แต่วันที่เขาได้เห็นการเผาศพริมแม่น้ำคงคา สามีดิฉันเปลี่ยนเป็น Atheist ทันที เป็นคนที่ประกาศกับโลกว่าไม่มีพระเจ้าในโลกนี้ ไม่มียะโฮวา ไม่มีอัลลาร์ ไม่มีวิษณุ คนเราตายไปแล้วก็กลายเป็นผงธุลี

คนอย่างนี้หายาก ส่วนมากเป็น Atheist นั้นจะเป็นกันแบบเงียบๆ ไม่เปิดเผยตัว แต่เฮียเขาไม่แคร์ ตอนที่เราสองคนแต่งงานกัน บ้านพี่ท่านแตกตื่นกันทั้งบ้านเพราะอีนี่เป็นพุทธ ศาสนาอะไรนะ อ้าว อีนี่ไม่นับถือพระเจ้า ไม่มีพระเจ้า มีแต่ศาสดา ทั้งแม่ทั้งเตี่ยแทบจะตายลงไปตรงนั้น
Photobucket



มาเป็นเรื่องอีกครั้งตอนเจ้าไทเกิด ทั้งแม่และพี่สะใภ้ดิฉันจะเอาไทไปเข้าพิธีbaptism (พิธีประกาศตัวเป็นคริสตศาสนิกชน ทำเมื่อตอนเล็กๆเดือนสองเดือน อะไรทำนองนั้น)

ทะเลาะกันบ้านจะพัง ดิฉันถือเป็นคนนอกคอยยืนดูอยู่ห่างๆว่ามันจะจบยังไง สุดท้ายพี่ท่านเบื่อจะทะเลาะ ยื่นเจ้าไทที่ตอนนั้นแค่สองเดือนให้แม่ บอกเอาไปเลย จะเอามันไปทำอะไรก็ทำไป ไอไม่ขอมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

แม่บอกไม่ได้ ยูต้องไปด้วย เมียยูก็เหมือนกัน คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องยินยอมเรื่องพวกนี้

You have to wait until Hell freezes over สามีตอบแม่ไปยังงั้น ไม่มองหน้ากันตั้งหลายเดือน ถึงตอนนี้ก็เหอะ ถ้าคุยกันเรื่องนี้ทีไรทะเลาะกันทุกที
Photobucket



เข้ารกเข้าพงไปถึงไหน ต่อค่ะต่อ

ในที่สุดสองคนผัวเมียก็ตกลงกันได้ว่า ไปนอนที่อื่นกันเหอะ ที่อื่นที่เราจะไปนอนกันนี่คือเมืองปักตะปูร์ (Bhaktapur) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ก่อนกาฏมัณฑุ เป็นเมืองที่ยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลกด้วยค่ะ อยู่ห่างจากกาฏมัณฑุไปแค่ 16 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

************************************************
รูปนี้เห็นรูปปั้นสิงห์แลบลิ้น ตลกดี ดิฉันเลยบอกให้สองพ่อลูกไปยืนแลบลิ้นถ่ายรูปกับสิงห์ แต่พอถึงเวลาจะถ่ายจริงๆ ไทเกิดอายคนที่ยืนดูอย่างอยากรู้อยากเห็นว่าไอ้คู่นี้มันทำอะไรของมัน
Photobucket



รุ่งขึ้นก็เช็คเอ้าท์จากโรงแรมที่กาฏมัณฑุแล้วโบกแท็กซี่ไปปักตะปูร์กันเลยค่ะ เรียกกี่คันๆก็บอกว่า 700 รูปีมั่ง 750 รูปีมั่ง แค่ 16 กิโลทำไมมันแพงอย่างนี้ว้อยยย
Photobucket



พี่ท่านต่อคันนึงจนได้ 650 รูปี อีตอนนั่งรถมาจนถึงปักตะปูร์นี่ดิฉันก็ต้องร้องอ้อค่ะว่าทำไมมันแพงนัก 16กิโลเมืองไทยที่ปริ๊ดเดียวนะคะ ที่นี่ให้ทายว่า ใช้เวลาเท่าไร...

.... ชั่วโมงกับ 15 นาทีค่ะ

***TIPS**** อย่าลืมนะพี่น้อง ค่าแท็กซี่จากกาฏมัณฑุไปปักตะปูร์ ประมาณ 650-750 ไม่เกินนั้น แล้วแต่ว่าใครต่อเก่งกว่ากัน
Photobucket



รถติดมากเพราะถนนกำลังมีการก่อสร้าง ถึงไม่มีการทำถนนดิฉันก็ว่ามันติดเพราะว่าถนนจากาฏมัณฑุไปปักตะปูร์เป็นแค่ถนนสองเลนส์เล็กๆ คนขับรถที่นี่ก็ไม่มีวินัยกันเลย กฏจราจรคงไม่รู้มั้งว่ามันคืออะไรเพราะว่าแซงซ้ายแซงขวายิ่งทำให้รถติดหนักขึ้น
Photobucket



จะเข้าเมืองปักตะปูร์ต้องเสียค่าเข้าชม 10 เหรียญยูเอสนะคะพี่น้องผองเพื่อน เตรียมเงินยูเอสไปด้วยก็ดี จ่ายเป็นรูปีก็ได้
Photobucket



****TIPS****ถ้าจะนอนค้างที่ปักตะปูร์ หรือคิดว่าจะกลับมาดูของสวยของงามที่นี่อีกในทริปเดียวกัน พอซื้อตั๋วแล้วเอาพาสปอร์ตให้เขาดูค่ะ บอกเขาว่าช่วยสลักหลังตั๋วด้วย เขาจะประทับตราและเซ็นต์ชื่อกำกับไว้ว่าคุณสามารถจะเข้าออกปักตะปูร์ได้จนกว่าวันที่วีซ่าเนปาลของคุณหมดอายุ คุณจะได้ไม่ต้องเสียค่าเข้าเมืองอีก

************************************************
พระแกล(หน้าต่าง) 55 บานที่พระราชวังเมืองปักตะปูร์ งามมากเหมือนชะลอลงมาจากสวรรค์
Photobucket



เสียตังค์เข้าเมืองแล้วพวกดิฉันก้เดินหาโรงแรมสิคะ ไม่ได้จองมาหรอกค่ะ ไม่รู้จะจองมาทำไมเพราะเมื่อวานยังไม่รู้เลยว่าจะไปนอนที่ไหน นอนกี่คืน ดิฉันชอบแบบวอร์คอินมากกว่า ดูห้องดูหับดูห้องน้ำก่อนที่จะตกลงกัน เพราะบางทีรูปในอินเตอร์เนตนั้นแตกต่างกว่าของจริงมากๆ

ยิ่งเห็นคนห้องบลูบ่นกันเหลือเกินเรื่องจองโรงแรม ว่าเห็นรูปในเวบสวยพอจองแล้วโอนเงินแล้ว ห้องที่ได้กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เอาห้องคนละแบบมาให้บ้างละ ห้องเก่าบาง ไม่สะอาดบ้างละ

เล่าให้พี่ท่านฟัง เฮียบอกว่า แน่ล่ะเธอจ๋า อ้อยเข้าปากช้างไปแล้วนี่นา การจองห้องโรงแรมก่อนจะเห็นห้องจริง มันก็เหมือนกับการแต่งงานแบบคลุมถุงชนนี่แหละ

สินสอดทองหมั้นก็จ่ายไปแล้ว งานเลี้ยงก็จัดเตรียมไว้แล้ว ถึงเจ้าสาวหน้าเหมือนนางกุลาก็เห็นจะต้องเลยตามเลย
Photobucket



โรงแรมในปักตะปูร์มีไม่มาก ไม่เกิน 10 โรงแรมค่ะ อย่าเรียกว่าโรงแรมเลยนะ เรียกว่าโรงเตี๊ยมดีกว่า ไม่มีแอร์ไม่มีทีวีไม่โทรศัพท์ ยูบีซีก็ไม่มีนะตัวเอง ใครรู้ตัวว่าเรื่องมาก ไม่ควรนอนที่ปักตะปูร์เด็ดขาด
Photobucket

Photobucket



ดิฉันให้สองพ่อลูกนั่งกินน้ำรอที่ร้านอาหาร ตัวดิฉันก็เดินออกหาที่นอนคืนนั้นค่ะ โรงแรมที่อย่างจะนอนคือ Pagoda Guesthouse และ Newa Guesthouse ซึ่งอยู่ติดกัน เจ้าของเดียวกัน เต็มค่ะเต็ม
Photobucket



เดินไปดูที่ Bhadgaon Guesthouse แพงไม่สมราคาแม้แต่น้อย ห้องละ 35-50 เหรียญ ไม่รวมภาษีนะคะโรงแรมนี้ แต่ห้องเล็กมากๆ และหน้าต่างนิดเดียว ทำให้มืดมากเลย ลงลิ้งค์ไว้ให้ดีกว่านะ

http://www.bhadgaon.com.np/

************************************************

ร้านอาหารร้านหนึ่งในปักตะปูร์
Photobucket



เดินไปเริ่มใจหาย ทำไมเมืองนี้โรงแรมหายากนักหว่า ลืมบอกไปว่าทั้งสามโรงแรมข้างบนอยู่ในเขตเมืองเก่าค่ะ ติดกับ Durbar Squareเลย ดิฉันเลยเดินออกมาจากตัวเมืองเก่า เดินออกมาทางห้องขายตั๋วเข้าเมืองนะคะ ออกมาแค่ 100 เมตรก็เจอโรงแรมนี้ค่ะ
Photobucket



ชื่อโรงแรม Hotel Bhintuna ค่ะ ค่อนข้างใหม่เลยล่ะค่ะ

อุ๊ย เริ่ดดดด เพราะเงียบมาก เหมาะกับการมาปลีกวิเวกเป็นอย่างยิ่ง ห้องก็กว๊างกว้าง มี สามเตียงอย่างที่อยากได้ 20 เหรียญเท่านั้นเองค่ะพี่น้อง
Photobucket



ดิฉันจะบอกทางไปโรงแรมนี้อย่างละเอียดเลยนะ เผื่อใครเบื่อกาฏมัณฑุอยากไปปลีกวิเวกที่ปักตะปูร์ก็ขอเชิญ

จากห้องขายตั๋วที่ main entrance ก่อนที่จะเข้าเมืองเก่า ถ้าคุณหันหลังให้ห้องขายตั๋วนะคะ คุณจะเจอบ่อน้ำโบราณนี้ห่างไป 10 เมตร
Photobucket



จากบ่อน้ำโบราณหน้าห้องขายตั๋ว หันไปทางขวาจะเป็นทางเดิน ตามทางไปเลยค่ะ
Photobucket



เดินลอดซุ้มนี้ไปเลย
Photobucket



พอลอดซุ้มแล้วจะเป็นบันไดเดินลงเนิน บนถึงบันไดขั้นสุดท้าย คุณจะเป็นเทวาลัยที่มีต้นมะม่วงยักษ์สามสี่คนโอบอยู่ข้างหน้า หันหน้าไปทางซ้ายก็เจอโรงแรมอยู่ตีนบันไดนั่นเลยค่ะ

โรงแรมอยู่ห่างจากห้องขายตั๋ว ประมาณ 100 เมตรเองนะ
Photobucket



ที่เริ่ดกว่านั้นคือ พอเดินออกมาจากประตูห้องนอน ก็จะเป็นระเบียงกว้างมากกกกก เอาไว้นั่งชมวิวก็ได้ กินเบียร์ก็ได้ นั่งคุยกันสามคนก็ได้ ตากผ้าก็ได้ โอ๊ยยย เลิศมาก 20 เหรียญคุ้มจริงๆ
Photobucket



ลืมบอกไปว่าราคานี้ไม่มีอาหารเช้าค่ะ มีก็บ้าแล้ว

พวกดิฉันสามคนอยู่โรงแรมนี้สามคืนด้วยกัน นอนหลับสบายทุกคืน ปักตะปูร์ตอนกลางวันจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจากกาฏมัณฑุ แต่ตอนเช้าๆก่อนสิบโมง และตอนสักบ่ายสี่โมงเย็นไปแล้ว ปักตะปูร์เป็นของเราสามคนพ่อแม่ลูก(และนักท่องเที่ยวคนอื่นที่นอนค้างที่นั่น) จริงๆค่ะ
Photobucket




อยากรู้จังเลยว่า ปักตะปูร์ แปลว่าอะไร เลยเข้าไปสะกิดถามไกด์ที่พานักท่องเที่ยวกลุ่มของเขามาถ่ายรูปว่า ปักตะปูร์ แปลว่าอะไร เป็นภาษาอะไร หนุ่มน้อยคนนั้นตอบอย่างมีไมตรีจิตว่า มันเป็นภาษาสันสฤตแปลว่า City of Devotees
Photobucket



อุ๊ยตายว๊ายกริ๊ด ดิฉันนั้นเคยเรียนภาษาสันสฤตมาสองปีค่ะตอนเรียนหนังสือมหาวิทยาลัย ชอบมากเพราะมันทำให้เราเข้าใจภาษาไทยลึกซึ้งมากเข้าไปกว่าเดิมอีก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ดิฉันไม่รงไม่เรียนมันหรอกค่ะเอกวรรณคดีอังกฤษนี่น่ะ ตอนนั้นอยากจะโก้เก๋เลยอยากจะเรียนภาษาต่างด้าวท้าวต่างแดน ภาษาไทยมันเชยมั่งล่ะ ยากมั่งล่ะ
Photobucket



ถึงตอนนี้แล้วอยากจะกลับไปเรียนเอกภาษาไทยมาก อยากเรียนภาษาสันสฤตจนถึงปีสี่เลย ภาษาไทยเป็นภาษาไทยที่เพราะที่สุดในโลกแล้วค่ะพี่น้อง อ่านหนังสืออะไรไม่สนุกและไม่ถึงอรรถรสเท่าภาษาไทย

ด่า (หรือโดนด่า) ภาษาไหนก็ไม่ซาบซ่านเหมือนภาษาไทย
Photobucket



ไม่เชื่อลองอ่านกลอนต่อไปนี้นะคะ ตัดตอนมาจากนิราศภูเขาทอง ตอนที่สุนทรภู่เดินทางถึงย่านสามเสน ที่เมื่อก่อนชาวบ้านเรียกว่า สามแสนเพราะมีเรื่องเล่ากันว่า มีพระพุทธรูปลอยมาติดที่ย่านนี้ แล้วต้องใช้คนถึงสามแสนคนมาฉุดขึ้นฝั่งยังฉุดขึ้นไม่ได้

ขอหนึ่งนุชที่ฉันสุจริตรัก
จงแน่นหนักดั่งพุทธรูปเลขาขำ
ถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ
สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ

(ถ้ามีคำไหนคลาดเคลื่อนไป ขออภัยค่ะ ดิฉันเอามาจากความจำของตัวเอง)
Photobucket



การิ๊ดดดดด ถ้าตอนนั้นมีไอ้หนุ่มไทยมาพูดคำหวานให้ได้เท่าครึ่งหนึ่งของคำสุนทรภู่ ดิฉันก็ไม่ต้องมาตกระกำลำบาก อดๆอยากๆเป็นเมียฝรั่งอยู่อย่างนี้หรอกค่ะ
Photobucket



ท่านอาจารย์ของดิฉันตอนนั้นคือ ศ.ดร.ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา ท่านเป็นปราชญ์ (ค่ะ ต้องใช้คำว่าปราชญ์) เกี่ยวกับภาษาบาลี สันสฤตและมคธ

ตอนนี้ท่านมูฟอัพไปสอนภาษามคธให้เหล่าเทวดานางฟ้าบนสวรรค์หลายปีแล้วค่ะ เห็นคำสันสฤตแปลกๆแล้วคิดถึงท่านทุกที

คุณรู้เปล่าคะว่า คำว่า "สุนัข" ก็เป็นภาษาสันสฤตค่ะ มาจากคำว่า "สุ" ที่แปลว่า ดีงาม คำกับว่า "นัข (นัก-ขะ)" ที่แปลว่าเล็บ

สุนัข แปลว่า "ผู้มีเล็บงาม"

กิ๊บเก๋กู๊ดที่สุดในโลกแล้ว ภาษาไทยของเรา
Photobucket



City of Devotees นั้นก็คือคำว่า ภักดิ์หรือภักดี บวกกับคำว่า ปุระหรือบุระ ที่แปลว่าเมือง ออกเสียงแบบคนไทยคือภักดิปุระ ออกเสียงแบบเนปาลีเพี้ยนไปเป็นปักตะปูร์ ฉะนี้แล
Photobucket



อยู่ปักตะปูร์สามวัน สิ่งที่ทำทุกวันคือ เดินไปตามซอกเล็กซอกน้อยของเมือง มีทางเดินไปเรื่อยๆคดเคี้ยวยังไงก็ต้องมาโผล่ที่ หนึ่งในสี่จตุรัสของเมือง
Photobucket



สิ่งที่ต้องมาดูให้ได้ที่ปักตะปูร์ก็คือ หน้าต่างนกยูง หรือที่ฝรั่งมังฆ้องเรียกกันว่า The Peacock Window

ถือว่าเป็นงานแกะสลักไม้ที่สวยที่สุด เก่าที่สุด (500ปี) ของ Kathmandu Valley

ไปไม่ยาก จาก Durbar Square ให้ถามชาวบ้านว่าหน้าต่างนกยูงอยู่หนใด ชาวบ้านผู้แสนจะน่ารักก็จะคอยชี้ทางให้ ต้องเดินลูกเดียวประมาณ 20 นาที แล้วจะมาโผล่ที่อีกจตุรัสนึง ที่สวยกว่า Durbar Square เป็นไหนๆ
Photobucket



มาถึงจตุรัสนี้แล้ว ก็ให้ถามชาวบ้านมาเรื่อยๆ ชาวบ้านจะชี้มาให้เดินเข้าไปที่ซอกเล็กๆ

ถามจริง ซอกนี้อ่ะนะจะให้มาดูงานแกะสลักที่สวยที่สุด
Photobucket




นี่ไง
Photobucket



ใกล้ๆ
Photobucket



นึกว่าหน้าต่างนี้จะอยู่ในมิวซ่งมิวเซียม เปล๊า เปล่าทั้งเพ อยู่มาห้าร้อยปียังไงก็ยังอยู่ยังงั้น เมื่อก่อนคงจะเป็นที่พำนักของขุนนาง เชื้อพระวงศ์ หรือพ่อค้าที่ร่ำรวย ตอนนี้ มันเป็นร้านขายของค่ะ
Photobucket



****ข้อพึงสังเกต****คืนนั้นหลังจากกินเบียร์กับพี่ท่านจนได้ที่แล้ว (ที่จริงดิฉันกินแต่เขานั่งดู เพราะเขาไม่กินยาดองของเมา) ดิฉันกับสามีก็เห็นพ้องต้องกันว่า...

เนปาลเป็นประเทศประหลาดมาก มากที่สุดเท่าที่เราเคยไปเที่ยวกันมา

กล่าวคือ โบราณสถานโบราณวัตถุที่มีอายุหลายร้อยปี มีค่ามหาศาลเพียงใด เมื่อก่อนสร้างไว้อย่างไร มีจุดประสงค์ในการสร้างอย่างไร ถึงวันนี้เวลานี้ มันก็คงอยู่อย่างนั้น คนเนปาลีก็ยังคงจะใช้สอยมันอยู่ต่อไปตามจุดประสงค์

ยกตัวอย่างแล้วกัน หน้าต่างนกยูงนี่ไง ถ้าเป็นประเทศในอเมริกาหรือยุโรป ก็คงจะหาผู้เชียวชาญมาเคลื่อนย้ายเชิญเข้าไปอยู่ในพิพธภัณฑ์

ถ้าเป็นสิ่งก่อสร้างใหญ่โตย้ายไม่ได้ ก็คงจะหาคนมาเฝ้า ติดป้ายห้ามเข้า ห้ามแตะต้อง ทำเป็น outdoor museum

แต่หน้าต่างนกยูง มันอยู่ยังไงมา 500 ปี มันก็ยังอยู่ที่เดิมทั้งๆที่มีค่ามหาศาล เอาไปขายนี่ได้หลายแสนเหรียญยูเอสนะคะพี่น้อง

เทวาลัยตามแหล่งมรดกโลกเหมือนกัน สร้างกันมาสี่ห้าร้อยปี ก็ยังเป็นที่คนมาบูชากราบไว้ พอบูชาเสร็จก็เป็นที่ที่ชาวบ้านมานั่งแฮ้งค์เอ้าท์ พบปะพูดคุยสังสันท์

ดิฉันนั่งเล่นกับลูกอยู่ที่เทวาลัยแห่งนึง เห็นเด็กเล็กๆมาเล่นโหนงวงของช้างหินแกะสลัก ยังอยากกกที่จะเข้าไปบอกแม่ของเด็กว่า อีหนูเอ๊ย ไอ้ช้างหินตัวนี้น่ะมันเก่าสักสองร้อยปีได้แล้วมั้ง เอ็งไม่กลัวลูกเอ็งทำพังมั่งเหรอ

ไม่ใช่อะไร ป้าเสียวแทน

************************************************

อย่างศาลาพักร้อนหลังนี้ ชาวบ้านมานั่งคุยนั่งเล่นกันทั้งวัน เข้าไปดูใกล้ๆนี่งานไม้งดงามมาก ร้อยสองร้อยปีเป็นอย่างต่ำนะคะ
Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket



หน้าต่างแบบนี้เป็นหน้าต่างแบบเนวารีแท้ๆ (เนวารีเป็นชนชาติดั้งเดิมของเนปาล) คือเป็นรูเล็กๆถี่ๆ

จุดประสงค์คือ คนข้างนอกจะมองเข้ามาไม่เห็นคนในบ้าน แต่คนภายในบ้านสามารถมองออกไปข้างนอกได้ แบบว่าลูกสาวบ้านไหนทั้งสวยหรือไม่สวยก็ไม่มีไอ้หนุ่มคนไหนมาได้แม้แต่จะมองหน้า
Photobucket



คุณยายมานั่งแอ๊คท่าให้ถ่ายรูป ถ่ายเสร็จขอตังค์ แต่ดิฉันไม่มีนโยบายให้ตังค์ใครเพื่อถ่ายรูปทั้งสิ้น เห็นคุณยายสูบบุหรี่แบบมวนเอง เลยส่งของตัวเองไปให้คุณยายลองดูสามสี่ตัว
Photobucket

Photobucket



ที่ปักตะปูร์นี้เอง มีเรื่องที่ทำให้เจ้าไทใจแหลกสลาย..

ไทเล่าให้ฟังว่า ไทเห็นเจ้าของร้านขายของที่ระลึกมาถึงร้านเพื่อเปิดร้าน แต่มีหมาจรจัดตัวหนึ่งนอนอยู่ เจ้าของร้านเตะหมาตัวนั้นกระเด็นกระดอนไปเลย หมาตัวนั้นร้องด้วยความเจ็บปวด

ดิฉันไม่ได้เห็นเหตุการณ์นี้กับไท พอไทมาเล่าให้ฟังก็เออๆคะๆ พยักเพยิดไปตามเรื่อง ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

แต่วา มันเล่าให้พ่อมันฟัง แล้วพูดถึงหมาตัวนั้นหลายหนมาก พูดทำนองคล้ายกับว่ามันอยากจะเตะคนๆนั้นให้เจ็บเท่าๆกับที่หมาตัวนั้นเจ็บ
Photobucket



I want to go back to that shop to find that poor dog.

ไทเอ่ยขึ้นวันหนึ่ง ตอนที่เราจากปักตะปูร์มาแล้ว ดิฉันต้องจับไทมานั่งตักแล้วถามมันว่า เรื่องที่เห็นหมาตัวนั้นโดนเตะนี่ยังอยู่ในใจไทอีกเหรอลูก

I wanna kick that guy so hard he cries out like that dog.

แม่ๆ ไทอยากช่วยหมาตัวนั้น ไทอยากพามันไปหาหมอ

ฟังแล้วสงสารลูกมาก ดิฉันไม่ใช่คนเซ้นซิทีฟอะไรพรรค์นั้นด้วยซ้ำไป แต่ถึงตอนนี้ ดิฉันต้องรวบรวมคำพูด เพื่อที่จะบอกมันว่า

You can't save the World. You can't save every dog.
Photobucket



มันต้องมีทางสิแม่ Is there anything I can do for that dog?

ถึงไทจะช่วยหมาตัวนั้นไม่ได้ แต่ไทก็ช่วยสัตว์ตัวอื่นได้ โดยการที่ไทมีเมตตาต่อมัน รักมัน ไม่ทำร้ายมัน

แล้วไทก็บอกทุกคนที่ไทรู้จัก ให้ทุกคนรักสัตว์มีเมตตาต่อสัตว์ทุกตัว ดีไหม
Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket



ไทหลิ่วตา สัตว์ทุกตัวจริงๆอ่ะแม่ แม่เกลียดคางคก แม่ไม่อยากให้มันตายหมดโลกเหรอ ดิฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่มันร่าเริงขึ้น

ไอ้ลูกเวรลูกกรรม พอจะทำซึ้งกับมันเสียหน่อยมันย้อนดิฉันอีกแล้ว

ถึงแม่จะไม่ชอบคางคก แม่ก็แค่ไม่อยากเข้าใกล้มันเท่านั้น ไม่ได้อยากให้มันตายหมดโลก(ว้อย)
Photobucket



ติดตามตอนต่อไปค่ะ


















































Create Date : 02 ธันวาคม 2552
Last Update : 2 ธันวาคม 2552 22:38:12 น. 13 comments
Counter : 1154 Pageviews.

 
น่าไปเที่ยวมากเลยค่ะ
ตอนแรกที่ได้มาเจอblogของพี่เพราะหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศโบลิเวีย
เอาไปเอามาพอได้อ่านblogต่างๆของพี่ ตอนนี้อยากไปเที่ยวทุกที่เลยค่ะ เพราะพี่ใช้ภาษาดีมากๆ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ตรงนั้นด้วย อ่านไปคิดภาพตามได้เป็นฉากๆเลยค่ะ ^^
อยากให้มีบทความดีๆแบบนี้ไปเรื่อยๆนะคะ จะคอยติดตามค่ะ


โดย: Tip IP: 125.26.138.240 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:1:41:06 น.  

 
เกาะขอบจอค่ะ มาต่อไวๆนะคะ งามจริงๆ


โดย: p_oriole IP: 24.15.251.208 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:4:11:15 น.  

 
ชอบ ชอบ น่ารักจังเลยครอบครัวคุณแม่บิน


โดย: micky IP: 58.8.11.65 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:9:06:00 น.  

 
พี่แอน ตามพี่แอนไปเที่ยวอีกแล้ว พี่แอนไปไหนทีไร มีรูปสวยๆ บรรยายสนุกๆ อยากไปมันทุกที่เลย ตอนนี้ท้องปูด คงอดเที่ยวไหนต่อไหนอีกอย่างต่ำก็สองปี

สถาปัตยกรรมในเนปาลนี่ซ๊วยสวยนะคะ


โดย: offita วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:11:07:55 น.  

 
เปิดห้องบลูทุกวัน รออ่านเรื่องของคุณ..เขียนต่อไปเรื่อยๆ และยาวๆนะคะ ดิฉันชอบภาพบานหน้าต่างมาก..งามจริงอย่างที่คุณบอก..ไทเป็นเด็กน่ารัก ใสๆ มีจิตใจเมตตากรุณา คุณมีบุญจริงๆที่มีลูกที่ดีและน่ารักอย่างนี้ ดิฉันไม่สามารถมีลูกได้..อิจฉาคุณจัง


โดย: boong IP: 124.120.28.88 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:13:54:24 น.  

 
คุณแม่บินลองสังเกตคาน (นู๋ไม่รู้ว่าจะเรียกว่างัยดี) คานที่ค้ำหลังค้าตามสถานที่ต่างๆ ง่ะคะ คือตอนนู๋อยู่ที่นั่นก็ไม่ได้สังเกต แต่วันหนึ่งเกิดเห็นขึ้นมา หญิงไทยแบบนู๋ก็อายง่ะ แฟนนู๋เค้าบอกเป็นเรื่องธรรมดาของที่นั่น จากนั้นมานู๋เดินไปไหนก็ดูตลอดเลย จนแฟนว่าบ้า


โดย: happinessUP2 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:16:15:28 น.  

 
รออ่านตอนต่อไปครับผม

ชอบทุกครั้งที่คุณflymom เล่าเรื่องการท่องเที่ยวครับ


โดย: bite25 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:22:05:47 น.  

 
Tip ---กำลังจะไปเที่ยวโบลิเวียเหรอคะ ถามก่อนว่าเคยไปประเทศที่มันยากจนมาหรือยัง เดี๋ยวช็อค เพราะมันแล้งงงง คนก็จนนนนนน อะไรๆมันก็ไม่สะดวกสบายค่ะ

p_oriole ---ขอบคุณมากค่ะ

micky ---ขอบคุณอีกคนนึง

อ๊อฟ --- เนปาลสวยจริงๆค่ะอ๊อฟ ถูกด้วยไม่แพงเลยทั้งค่ากินค่าอยู่ แต่อย่างอ๊อฟนี่ต้องรอไปอีกนานกว่าจะได้ไป อิอิ

boong ---ขอบคุณมากค่ะที่ชอบอ่านเรื่องราวการไปเที่ยวของดิฉัน ติดตามตอนต่อไปนะคะ ยังมีต่ออีกสามตอนสำหรับเนปาล ทริปหน้ามารออยู่แล้วค่ะกลางเดือนธันวา รู้ว่าจะไปเที่ยว แต่ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี

ขอบคุณมากเรื่องไท ดิฉันก็เป็นคนมีลูกยาก ต้องทำ ICSI ถึง 4 ครั้งกว่าไทจะมาเกิด บิลตอนนั้นคือ 58000 เหรียญ แต่ดิฉันจ่ายแค่ 10 เปอเซ็นต์

เรื่องมีลูกนี่พูดลำบากค่ะ ประมาณว่าคนในอยากออกคนนอกอยากเข้า จริงๆนะคะ

happinessUP2 ---ที่คุณบอกมาเขาเรียกว่า คันทวย ค่ะ มันเป็นภาษาโบราณ คนสมัยนี้เรียกไม่ถูกเพราะบ้านสมัยใหม่ไม่มีคันทวยแล้ว ดิฉันก็เห็นค่ะ เดินหัวเราะกันคิกคักกระซิบกระซาบกันสองคนผัวเมีย จะดังนักก็ไม่ได้ ไทมันสงสัยว่าอีสองคนนี้คุยอะไรกัน

bite25 ---มาแล้วแฟนขับตัวจริง ขอบคุณมากๆค่ะที่ติดตามมาตลอด



โดย: flymom IP: 97.127.6.163 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:22:42:29 น.  

 
Tip ---กำลังจะไปเที่ยวโบลิเวียเหรอคะ ถามก่อนว่าเคยไปประเทศที่มันยากจนมาหรือยัง เดี๋ยวช็อค เพราะมันแล้งงงง คนก็จนนนนนน อะไรๆมันก็ไม่สะดวกสบายค่ะ

อ๋อ เปล่าหรอกค่ะ^^
จริงๆแล้วแค่หาข้อมูลของประเทศนี้เฉยๆ
พิมพ์ไปก็ตลกค่ะ ไม่รู้จะมีใครแปลกเหมือนเราไหม
คือมันเริ่มจากเกิดสงสัยขึ้นมาว่าถนนที่อันตรายที่สุดในโลกมันอยู่ที่ไหน
พอดีว่าถนนYungas Roadที่อยู่ในโบลิเวียติดอันดับถนนที่อันตรายในโลกอ่ะค่ะ เลยทำให้ได้ตามอ่านไปเรื่อยว่า ประเทศโบลิเวียอยู่ไหน
เลยไปเจอกระทู้ของคุณในเวปพันทิพค่ะ ก็เลยตามอ่านมาเรื่อยๆฉะนี้แล ^^

มีบทความใหม่ๆออกมาเรื่อยๆนะคะ คอยติดตามอยู่ค่ะ

ปล.เนปาลสวยจริงๆ


โดย: Tip IP: 125.26.147.30 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:23:59:25 น.  

 
ตามมาทวงตอนต่อไปค่า
น่าอิษฉา ครอบครัวหรรษา จะหนีไปเที่ยวกันอีกแว้วววว


โดย: ม่านสีม่วง IP: 99.151.4.209 วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:7:30:16 น.  

 
อ่านเรื่องแล้วเหมือนได้อ่านหนังสือท่องเที่ยวเลยค่ะ ทำให้นึกถึง หนังสือชื่อ ข้างหลังโปสการ์ด จังเลยค่ะ คุณflymom เหมือนเป็น หลานเสรีไทย 2009 เลยค่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ


โดย: นักเดินทางพเนจร (นักเดินทางพเนจร ) วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:14:39:40 น.  

 
ยังรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเลยนะคะ


โดย: Tip IP: 113.53.167.75 วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:2:35:59 น.  

 
ลงชื่ออ่านแล้วค่ะ

คุณflymom เขียนได้น่าอ่านมากๆค่ะ แต่อ่านไปอ่านมาชักหวาดๆว่าเราจะไปกัวเตมาลา หรือจะไปเนปาลข้างบ้านเราก่อนดี


โดย: ลูกน้ำสีส้ม วันที่: 14 มีนาคม 2553 เวลา:5:30:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

flymom
Location :
American Siberia--- United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]




Friends' blogs
[Add flymom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.