กิน เที่ยวและกวนสบู่
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
7 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
ระลึกชาติได้ที่พม่า ตอนที่4-ตลาดชาวบ้านและน้ำตาลอ้อย

ตามธรรมดาถ้ามาทัวร์นี่เขานอนอินเลคืนเดียวเท่านั้นเอง


แต่บ้านนี้ไปไหนไม่มีการชะโงกทัวร์ บ้านนี้ทัวร์หอยทากค่ะ ค่อยๆไป ค่อยดู เบื่อแล้วก็กลับมานอนเล่นที่โรงแรม ทริปนี้ดูไม่ครบทุกเมือง เดี๋ยวครั้งหน้าไม่ตายเสียมาใหม่ได้


ต่อเลยนะคะ กลับมาที่โรงแรมไฮโซจากทัวร์เรือครึ่งวัน พี่ท่านถามว่าจะเอายังไง จะนอนที่นี่อีกสองคืนหรือจะไปนอนในเมือง


พี่ท่านให้ความเห็นว่า โรงแรมนี้มันทั้งสวยทั้งดีในเรื่องความสะดวกสบาย ราคาก็ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับคุณภาพ แต่มันอยู่ in the middle of nowhere คือไม่มีที่ไปเดินเล่นนอกโรงแรม ไม่มีที่ซื้อขนมให้ลูกกิน ไม่มีร้านอาหารอื่นนอกจากร้านของโรงแรม จะเข้าเมืองต้องนั่งรถตั้งครึ่งค่อนชั่วโมง


ที่สำคัญคือ คุณพระไม่อยากให้เงินดอลล่าห์ในกระเป๋าเราสองคน ต้องตกไปอยู่ในมือของญาติมิตรของนายพลชนชั้นปกครองทั้งหมด แน่นอนว่า คนพม่าที่จะมีเงินเปิดโรงแรมดีๆอย่างนี้ได้ ต้องมีเงินและมีคอนเน็คชั่นกับรัฐบาลเผด็จการของพม่า


อันนี้เราเห็นด้วยร้อยเปอเซ็นต์ นานน๊านเมียบ้านนี้จะเห็นด้วยกับผัวเสียที ตามธรรมดาแล้วเถียงผัวคอเป็นเอ็น


เลยจัดการเก็บของเช็คเอ้าท์ เรียกเรือให้ไปส่งที่เมืองนังชเว(Nyaung Shwe) ซึ่งเป็นเมืองท่าใหญ่ที่สุดบนอินเล เป็นเมืองที่พวกแบ็คแพ็กชอบมานอนเพราะมีโรงแรมไม่แพงเยอะพอสมควร


ใหญ่ที่สุดนี่คือใหญ่เท่าปายเมื่อ 20 ปีก่อน ก่อนที่ปายจะเละเทะเหมือนทุกวันนี้ค่ะ ขอให้เชื่อค่ะว่า ปายที่คุณๆเห็นทุกวันนี้ มันคือเศษซากของปายอันแสนสวยเมื่อยี่สิบปีก่อน ตอนที่เราไปเที่ยวครั้งแรก


ส่งลูกผัวไว้ที่ร้านอาหารในเมืองนังชเว บอกลูกว่ากินข้าวรอแม่ไปก่อนนะลูก เดี๋ยวมา แล้วเราก็ไปเดินหาโรงแรม งานนี้นังฟลายมามต้องออกหน้าค่ะเพราะต้องหาโรงแรมที่ถูกใจตัวเอง งานนี้ใช้สามีไปทำไม่ได้ เพราะว่า If Mommy is not happy, nobody is happy!


เดินหาโรงแรมไม่นานก็เจอที่นี่ คืนละ 20 เหรียญพร้อมอาหารเช้า ดูห้องแล้วเหมือนตกสวรรค์เมื่อเทียบกับเมื่อคืนก่อน แต่เรานอนได้เลยนะเพราะสะอาดมาก แล้วเราสามคนพ่อแม่ลูกไม่ใช่คนเรื่องมากอยู่แล้ว






โรงแรมที่นอนชื่อ Gold Star Hotel ห้องนอนใหญ่มาก มีเตียงถึง 4 เตียง น้ำอุ่น แอร์ไม่ต้องเพราะกลางคืนนั้นหนาวแบบต้องห่มผ้านวมสองผืน ค่าห้องคืนละ 20 เหรียญยูเอสเท่านั้นเอง





ทั้งนี้ทั้งนั้น เราเดินไปดูสองโรงแรมที่โลนลี่แพลเน็ตแนะนำแล้วคือ Remember Inn กับ Teakwood Inn ซึ่งเราว่าที่Remember Inn นั้นห้องไม่สมราคาเลย  ห้องละ 18 เหรียญสำหรับห้องคู่ แต่ห้องน้ำขึ้นราแบบน่ารังเกียจที่สุด


และที่Teakwood Inn นั้นห้องมืดมาก ไม่มีทางระบายอากาศ ไม่แนะนำอย่างยิ่งทั้งสองโรงแรมค่ะ


ห้องน้ำสะอาด





มีเก้าอี้ให้นั่งเล่นในห้องด้วย บอกแล้วว่าห้องใหญ่มาก




ตลอดสามวัน กินข้าวอยู่ร้านนี้แทบทุกมื้อ ถ้าเจ้าไทกินข้าวร้านไหนไม่ท้องเสียเวลาเดินทาง เราจะยึดร้านนั้นตลอด กลัวลูกไม่สบาย


ร้านนี้ชื่อ Golden Kite มีความเป็นมาน่าสนใจมากๆคือ มีเจ้าของคือสามหนุ่มพี่น้องชาวอินตา(ชนชาติดั้งเดิมของอินเล) สามหนุ่มนี่ทีแรกๆเป็น Trekking guide ให้ฝรั่งที่อยากเดินป่าหลายๆวัน ทำไปทำมา มีผัวเมียชาวอิตาเลียนลูกค้าถามว่า ทำไมยูไม่เปิดร้านอาหาร ร้านพิซซ่าก้ได้


สามหนุ่มบอกว่า ร้านพิซซ่าเหรอ เกิดมายังไม่เคยได้ยินเลย ทำไม่เป็นหรอก


นังเมียอิตาเลียนเลยขันอาสา ชั้นจะสอนยูเอง แล้วจะถลกแขนเสื้อสอนสามหนุ่มพี่น้องจนทำพิซซ่า พาสต้า และอาหารอิตาเลียนอย่างอื่นจนเป็น ขนาดสร้าง wood-fire ovenไว้สำหรับอบพิซซ่าโดยเฉพาะ


ร้านนี้จึงเป็นร้านแรกที่ขายพิซซ่าในทะเลสาปอินเล ส่วนประกอบทุกอย่างสั่งตรงจากซุปเปอร์มาเก็ตในย่างกุ้ง


พิซซ่าร้านนี้อร่อยพอๆกับพิซซ่ากรุงเทพเลยล่ะค่ะ ตอนนี้สามหนุ่มพี่น้องเปิดร้านขายอาหารอิตาเลียนเพิ่มอีกสองร้าน ผลัดกันดูแลคนละร้านระหว่างสามหนุ่ม


ที่รู้มานี่เพราะคุยกับสามหนุ่มที่เรียงหน้าเข้ามาคุย คุยเก่งมากและเป็นมิตรมากๆ






สามีเราหาคนขับเรือได้คนนึงสำหรับไปเที่ยววันรุ่งขึ้น


ก่อนอื่นเราจับคนขับเรือมากรีดเลือดสาบานก่อนว่า ห้ามพาเราสามคนไปในที่ๆยูเคยพาฝรั่งไป เราสามคนไม่อยากไปซื้อผ้าไหม หรือดูแมวกระโดด


เราอยากไปดูชาวบ้านจริงๆ อยากดูวิธีเลี้ยงชีพ อยากดูความเป็นอยู่จริงๆของชาวบ้าน


ราคาค่าเรือทั้งวัน 25 เหรียญยูเอส เราไม่ได้ต่อเพราะเห็นว่าสมราคา


คนขับเรือชื่อ Ko Maung Maung Oo (Ko Oo) เราเรียกเขาว่ามิสเตอร์โค-อู


ไม่มีเบอร์โทรศัพท์นะคะ แต่พี่แกขับเรือนัมเบอร์ 899 น้องชายขับเรือเลขที่ 900 ตามธรรมดาสองคนนี้จะแฮ้งค์เอ้าท์อยู่แถวๆท่าเรือนังชเวค่ะ


พูดภาษาอังกฤษใช้ได้เลยค่ะ






วันรุ่งขึ้น เราเลยได้ไปดูตลาดนัดของชาวบ้านค่ะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตลาดห้าวัน แต่เป็นตลาดที่ไกลที่สุดคือทางใต้สุดของทะเลสาบอินเลเลย ในขณะที่นังชเวอยู่ทางเหนือสุด


ออกแต่เช้า 7 โมงเพราะไกลมากๆต้องนั่งเรือเกือบสองชั่วโมง แต่คุ้มค่าเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลยนอกจากเราสามคน เป็นตลาดนัดชาวบ้านจริงๆ


ระหว่างทาง ชาวบ้านตากบะหมี่ฉานเป็นแผงเลย ไม่ได้ไปดูการทำเพราะทำตอนตีสามตีสี่เพื่อจะได้เอามาตากแดดได้นานๆทั้งวัน




ชาวบ้านนั่งวัวเทียมเกวียนมาจ่ายตลาด ชาวพม่ายังใช้เกวียนกันเป็นส่วนมาก เมืองไทยสูญพันธุ์ไปหมดแล้วมั้ง


วัวพม่าเป็นพันธุ์บรามันมาจากอินเดียทั้งหมด ตัวใหญ่มากมีหนอกด้วย ไม่เห็นวัวตัวกระริบกระร่อยแม้แต่ตัวเดียว







แม่นางชาวปะโอนางนี้ช้อปปิ้งเสร็จแล้ว กำลังจะกลับบ้าน



ข้าวเกรียบฉาน เวลาจะเอามากินก็ปิ้งอีกหน ข้าวเกรียบร้อนๆคลุกฝุ่น ฮื้ม...อร่อย


ข้าวเกรียบฉานนั้นดูแต่รูปแล้วคล้ายๆข้าวเกรียบว่าวค่ะ แต่เนื้อหนากว่า ไม่แตกง่ายเหมือนข้าวเกรียบว่าว ข้าวเกรียบฉานไม่มีรสหวานแต่มีรสเค็มปะแล่มๆ


เวลากิน ต้องเอามาปิ้งไฟให้เหลืองกว่านี้ก่อน แล้วเอามาหักจิ้มแกงฉาน หรือใส่ก๋วยเตี๋ยว พูดแล้วน้ำลายสอ





กริ๊ดดดดดตื่นเต้นเมื่อเจอไอ้สองกอง เหมือนเจอเพื่อนเก่า สบู่กรดค่ะสบู่กรด เอามาซักผ้าค่ะ




คุณป้านั่งขายขนมทอด ตอนขออนุญาตคุณป้าถ่ายรูป คุณป้าลูบหน้าตัวเองแล้วบ่นอะไรเป็นทำนองว่า ว๊าย ถ่ายได้ไง ชั้นยังไม่ได้ทาตานาคะเลย


ไม่มีตานาคะคุณป้าก็งามค่ะ




ร้านนี้ขายย่ามแบบฉาน


ร้านนี้ขายของชำ




สาวชาวปะโอนางนี้นั่งขายผักที่มีรูปร่างเหมือนต้นหอม แต่มีรากยาวมากๆ แล้วเขาไม่กินต้น กินแต่ราก เคยเห็นที่เชียงรายนานมาแล้วแต่ไม่รู้จักชื่อ



ขายข้าว




ขายดอกไม้





ขนของจากเกวียนลงเรือ





ขายใบชา



อันนี้ไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าอะไร ตอนเราเด็กๆเมืองไทยก็ใช้ มันเป็นต้นไม้อย่างหนึ่งซึ่งตัวต้นนั้นมีน้ำมันอยู่ พอเอามาผ่าเป็นชิ้นๆขาย เอาไปเป็นหัวเชื้อไฟเวลาติดเตาถ่าน


มีคนมาเฉลยแล้วว่ามันคือไม้สนเกี๊ยะ






ไอ้นี่เรากับพี่ท่านดูอยู่นานมากๆว่ามันอะไรหว่า อยากรู้มากต้องเรียกมิสเตอร์โค-อูมาดู


ถึงบางอ้อว่า มันคือส่วนที่เหลือของการผลิตน้ำมันถั่วลิสง เมื่อหีบน้ำมันออกหมดแล้ว เขาจะเอามาใส่พิมพ์จนมันออกมาเป็นรูปร่างอย่างนี้ แล้วเอาขายเป็นอาหารสัตว์


พม่านั้นส่วนใหญ่ใช้น้ำมันถั่วลิสงทำอาหารค่ะ หรือไม่ก็น้ำมันหมูไปเลย เพราะไม่มีการปลูกปาล์มน้ำมัน ไม่มีน้ำมันปาล์ม รำข้าว ถั่วเหลือง สารพัดแบบเมืองไทย


นอกเรื่องเล็กน้อย น้ำมันถั่วลิสงนี่ทำสบู่ออกมาดีมาก ทั้งขาวจ๊วกทั้งแข็ง เลิศศศศศศ





ดู๊ ดูรางหญ้าสุดคลาสิกอันนี้สิคะ งามเลิศ นี่ถ้อยู่กรุงเทพแล้วการขนส่งมันสะดวกนะ จะซื้อมาปลูกดอกไม้ที่บ้านเมืองไทย ทำด้วยไม้ชิ้นเดียวนะนั่น



โรงเรียนเด็กเล็กน่ารักมากอยู่กลางน้ำเลย ถามคนเรือแล้วเขาบอกว่าโรงเรียนอย่างนี้ต้องเสียตังค์ เพระการศึกษาภาคบังคับของพม่าเริ่มที่ปอ 1 ไม่ใช่อนุบาล




จากตลาดก็ไปดูเขากลั่นเหล้ากัน




โรงกลั่นเหล้า เป็นโรงกลั่นของชาวบ้าน เรียกว่าทำเองกับมืออีกแล้วด้วยการเอาข้าวเจ้ามาตำแล้วหมักกับน้ำอ้อยไว้ 7 วันจนหอมมมมม น่าลิ้มลองมากๆ


แล้วเอาไปกลั่น เจ้าของลองให้เรากับสามีกินคนละจอก แรงมากประมาณว่า 50 เปอเซ็นต์ได้มั้ง แสบคอไปหมด งานนี้อิชั้นขอลา






จากนั้นเราไปดูเขาทำนำตาลอ้อย ซึ่งก็คือหมู่บ้านเกิดของคนขับเรือนั่นเองเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัว ลูกๆช่วยกันเอาอ้อยมาหีบก่อน แบบคลุกฝุ่นมาก็หีบเลย



แล้วเอามาต้มให้น้ำอ้อยมันงวด





เหนียวได้ที่แล้วเทลงเสื่อเลย





รอให้แข็งสักหน่อยแล้วเอาเหล็กมาขูดเป็นเส้นไว้




เสร็จแล้วบิเป็นชิ้นตามเส้นใส่ชะลอมเตรียมเอาไปขาย ตอนนี้น้ำตาลอ้อยราคาตกมาก 1กิโล ราคาขายส่ง 300จั๊ตเท่านั้น ทำกันแทบตาย


hard work มากๆค่ะกว่าจะปลูกอ้อย กว่าจะตัด กว่าจะเอามาหีบ กว่าจะเอามาเคี่ยว ทุกอย่างทำด้วยมือทั้งนั้น


สองคนนี้ลูกชายกับลูกสาวของคนหีบอ้อย น่ารักทั้งคู่


ก่อนกลับ คนที่เป็นแม่เด็กสองคนข้างบน แบ่งน้ำตาลอ้อยใส่เข่งขนาดกลางๆหนักสักสามสี่กิโลมาให้เราด้วย บอกว่าเอาไว้กินเล่น น่ารักขนาดไหนคิดดู เอาของที่เขาต้องทำงานหนักมาให้คนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนโดยไม่หวังผลตอบแทน


เรารื้อๆในเป้ เจอหนังสืออ่านเล่นของไทภาษาอังกฤษเล่มบางๆสองเล่มที่เพิ่งอ่านจบ ถามเจ้าตัวแล้วมันบอกให้เขาไปเหอะแม่ ตัวมันนั้นอ่านเสร็จแล้ว


เด็กชายคนพี่ดีใจมาก หนังสือภาษาอังกฤษเป็นของหายากและราคาแพงสำหรับเขามาก





Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2552 14:24:59 น. 4 comments
Counter : 3195 Pageviews.

 
สนุกมากๆ เลย อ่านไปบางตอนก็ขำไปน้ำตาเล็ด... แถมได้ความรู้เรื่องราวน่าประทับใจ ชอบจังครับ แหม มันน่าจะมีกดโหวดให้คะแนนตอนนี้จัง


โดย: bite25 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:15:15 น.  

 
หนุกดีครับ


โดย: ปืน IP: 58.147.74.6 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:33:45 น.  

 
หนุกดีครับ...
ถ้าขึ้นไปทางตะวันออกของอินเลมองลงมาทะเลสาบอินเลนั้น สวยมากๆนะครับ....


โดย: ชิ IP: 10.0.2.252, 125.27.87.78 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:2:08:42 น.  

 
ขอขอบคุณที่เอื้อเฟื้อเรื่องราวดีๆ บ้านผมอยู่อีสานแหล่งวัวเทียมเกวียน บ้านเมืองเจริญไปมากหาภาพวัวเทียมเกวียนไม่มีอีกแล้ว..แม้ภาพเก่าๆก็หายาก เห็นภาพพี่น้องชาวเมียนหม่าที่คุณบันทึกแล้วถูกใจ ถึงรู้ว่ามันมีคุณค่า ขออนุญาตก๊อปนะครับ...ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ


โดย: เรวัตร IP: 27.55.156.209 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:14:06:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

flymom
Location :
American Siberia--- United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]




Friends' blogs
[Add flymom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.