กิน เที่ยวและกวนสบู่
Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
3 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
มาชูพิชูกับสามผู้พิชิต ตอนที่ 1- ไกลจนแทบจะเกินเอื้อม

เร่เข้ามาค่ะเร่เข้ามา สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าก้าวเข้ามา นานๆฟลายมามจะรีวิวทริปสักหนนึง ใครไม่เข้ามาอ่านจะเสียใจนะตัวเอง

ทริปนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4-11 พฤศจิกายน 2010 นะคะ เป็นทริปที่เกิดขึ้นอย่างฉุกละหุกมากๆ สืบเนื่องมาจากที่เราสามคนพ่อแม่ลูกไปเที่ยวตุรกีกันมาเมื่อปลายเดือนกันยายน 2010

ใครอยากจะอ่านรีวิวตุรกี จิ้มอมยิ้มไปอ่านได้เลย มีอยู่แค่สามตอนทั้งๆที่จริงๆแล้วเขียนไว้ 5 ตอน แต่ขี้เกียจรีวิวมาก เลยต้องเลยตามเลย

ตอนที่อยู่ตุรกีนั้น พี่ท่านได้เอ่ยขึ้นมาว่า เออ ที่รักจ๋า เดือนพฤศจิกายนที่จะถึงเนี่ยนะ เจ้าไทมีวันหยุดติดกัน 5 วัน เราควรจะไปไหนกันดีไหม ให้ลูกหยุดเพิ่มอีก 3-4 วัน แล้วไปเที่ยวไหนกันเหอะ
Photobucket



อย่างที่เคยกล่าวเอาไว้ว่า พ่อแม่คนอื่นเขาคงไม่เอาลูกออกจากโรงเรียนเพื่อจะไปเที่ยว แต่พ่อแม่บ้านนี้สามารถทำได้สบายมาก โดยที่ติดต่อคุณครูของไทไว้ล่วงหน้า เดี๋ยวนี้การบ้านเด็กอเมริกันที่เรียนโรงเรียนเทศบาลอย่างเจ้าไท ทุกอย่างออนไลน์ค่ะท่านผู้ชม ครูจะเตรียมการสอนก่อนวันจริงสองอาทิตย์ การบ้านทุกชิ้น สิ่งที่สอนในห้องทุกอย่างจะออนไลน์ แม้แต่หนังสือเกือบจะทุกเล่มก็โหลดออนไลน์ เด็กจะมาอ้างว่าลืมเอาหนังสือกลับบ้านทำการบ้านไม่ได้คับ อย่างนี้ฟังไม่ขึ้น

สิ่งที่จะต้องทำก็คือ เอาโน้ตบุ้คติดไปด้วย หลังจากกินข้าวเช้าทุกวัน ไทจะนั่งทำการบ้านกับพ่อ (เลข วิทยาศาสตร์) หรือแม่ (อังกฤษ สังคม ภาษาฝรั่งเศส) พ่อของไทพูดกรอกหูลูกเสมอว่า ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการบ้าน เอ็งรุู้ไว้นะว่าแดดดี้น่ะเก่งกว่าครูหลายเท่า ไอนะเรียนคณิตศาสตร์เป็นวิชาโทตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย เชื่อขนมกินได้เลยว่าว่า ครูสอนวิชาเลขเอ็งน่ะไม่ได้เรียนเอกหรือโทคณิตศาสตร์ก่อนที่จะมาเป็นครู
Photobucket



เล่าไปเล่ามายังไม่ได้บอกเลยว่าจะไปเที่ยวไหน คุยกันไปทะเลาะกันมา ตกลงกันว่าจะตกลงกันยังไง มาจบอยู่ที่

"เปรู"

ทำไมเปรูน่ะหรือคะ เพราะว่ามันไปมาง่ายค่ะจากบ้านดิฉัน ต่อเครื่องบินสองต่อก็ถึงแล้ว แถมยังอยู่ใน time zone เดียวกับที่บ้าน ไม่ต้องลำบากลำบนกับอาการเจ็ตแลค

เปรูเป็นประเทศที่ไม่แพง อาหารการกินไม่แตกต่างกับที่บ้านมากนัก และที่สำคัญที่สุด......ต้องไปเห็นมาชูพิชูกับตาตัวเอง ไม่งั้นนังฟลายมามนอนตายตาไม่หลับค่ะ
Photobucket



ส่วนพี่ท่านนั้นเคยไปมาเที่ยวเปรุกับมาชุพิชูแล้วเมื่อสักสิบกว่าปีก่อน แต่งงานกันใหม่ๆยังไม่มีเจ้าไท เฮียก็หนีเมียเที่ยวแล้ว ตอนนั้นเริ่มทำงานสายการบินใหม่ๆ สองคนผัวเมียตื่นตาตื่นใจกับราคาตั๋วพนักงานยิ่งนัก ถึงกับบอกเมียว่า ที่รักจ๋า Never ever quit your job

ใครที่จะมาเที่ยวเปรูจากเมืองไทย แนะนำให้ลางานมาสักเดือนนึงเลยค่ะเพราะว่ามันไกลมากจากเมืองไทย หรือไม่ก็ลาออกมาแบ็คแพ็คเลยจะดีมาก กลับไปค่อยหางานทำใหม่ คนไทยหาทำยายากนะอย่างนี้ เวลาเดินทางดิฉันเห็นฝรั่งกับญี่ปุ่นเยอะมากที่ออกมาท่องโลกกว้างหลังจากลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่

พูดถึงเรื่องเป็นเรื่องตายข้างบน จะเล่าให้ฟังว่า เพื่อนร่วมงานคนนึงของดิฉันเพิ่งเสียไปจากโรคมะเร็ง อายุมากกว่าดิฉันไม่กี่ปี แม่นางนี้เธอเป็นคนเคร่งศาสนาอย่างยิ่่ง ตลอดเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา เจ้าหล่อนจะต้องส่งเงินไปให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่กาฏมัณฑุทุกเดือน เจอหน้ากันทีไรเธอก็จะพร่ำบอกดิฉันว่า เธออยากจะไปเนปาล ไปเยี่ยมสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่นั้นมาก

ดิฉันถามว่า So what's stopping you?

เธอก็พรรณาอีกว่า I'm not as brave as you. I don't speak the language (ยังกับชั้นพูดเนปาลีได้) I don't think I can handle the poverty over there (ยูอย่าเอาบันทัดฐานของตัวเองมาเทียบกับคนอื่น it is what it is) I'm afraid the local food will make me sick (ท้องเสียก็เข้าส้วม มันยากอะไรนักหนาวะ)

บลา บลา บลา แล้วเจ้าหล่อนก็ไม่ได้ไปสมดังใจหมาย มาตายลงทั้งๆที่อายุยังน้อย

ตอนนั้นดิฉันได้แต่คิดว่า มัวแต่กลัวนั่นกลัวนี่ก็อยู่บ้านเหอะยู ไม่ต้องออกไปดูโลกว่าเขาไปถึงไหนกันแล้ว ไปดูว่าคนอื่นเขากินอะไร คิดอะไร มีความเป็นอยู่ยังไง แตกต่างกับเราหรือเหมือนเราตรงไหน
Photobucket



นี่เป็นปัญหาใหญ่ที่คนอเมริกันส่วนมากไม่ชอบท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆเหมือนคนยุโรปค่ะ มีส่วนน้อยที่ออกมาท่องโลกกว้าง แต่เป็นส่วนน้อยมาก คนอเมริกันส่วนใหญ่ขี้กลัวค่ะ กลัวว่า ชั้นพูดภาษาต่างด้าวไม่ได้ กลัวว่าจะกินอยู่ลำบาก กลัวว่าจะโดนดักตีหัวเพราะว่ารัฐบาลตัวเองทำงามหน้าให้คนเขาเกลียดขี้หน้าไว้มาก
Photobucket



แต่ไม่ใช่พี่ท่าน นังนี่ขว้างโลกไม่เหมือนคนอื่น พี่ท่านบอกว่า ชั้นไม่แคร์ว่าเราจะมีเงินเก็บแค่ไหน ขอให้มีมากพอที่จะไปเที่ยวได้ เราจะต้องเที่ยวต่อไปจนกว่า

-We are too old to walk.
-We are too sick to get out of bed.
-We are dead.

เดอะโชว์มัสโกออนค่ะพ่อแม่พี่น้อง
Photobucket



เริ่มละเลงกันได้เลยนะคะ เราออกเดินทางจากมินิอาโพลิสวันที่สี่ตอนสายๆ เพื่อที่จะบินมาแอตแลนต้าเพื่อต่อเครื่องไปลิม่า ที่จริงมีเที่ยวบินออกจากมินิอาโพลิสไปแอตแลนต้าวันละสิบเที่ยวบินได้ แต่ดิฉันต้องเผื่อเวลาค่ะ มานั่งเล่นรอเครื่องที่แอตแลนต้า ยังดีกว่าที่จะตกเครื่องแล้วไปลิม่าไม่ได้

อย่าลืมนะคะ เตือนกันไว้ในที่นี่เลยว่า ใครที่จะต้องไปต่อเครื่องที่แอตแลนต้า เผื่อเวลากันไว้สองชั่วโมงเป็นอย่างต่ำเลยนะคะ เพราะว่าการจราจรทางอากาศที่แอตแลนต้าหนาแน่นมาก บางทีเครื่องลงแล้ว แต่หาเกตจอดไม่ได้ รอกันอีกเป็นครึ่งชั่วโมงกว่าเกตจะว่าง บางทีผดส.ขึ้นเครื่องปิดประตู Push back แล้ว ต้องนั่งรอกว่าจะเคลียร์ ATC Delay (ATC- air traffic control)กันอีกเป็นชั่วโมง

ฝรั่งเดี๋ยวนี้บุ้คตั๋วออนไลน์กันเป็นส่วนใหญ่ บุ้คคอนเนกติ้งไฟลท์แบบว่า เฉียดฉิวมากประมาณว่า มีเวลาต่อเครื่องแค่ 25-30 นาที แล้วพอเครื่องลงแล้วหาเกตจอดไม่ได้ก็หันมาถามดิฉันว่า Are they gonna hold my flight? (Lady, nobody ain't holding your flight)

จึงเรียนมาเพื่อทราบค่ะ

มาถึงแอตแลนต้านั่งรอนอนรอขึ้นเครื่องก็ขึ้นได้โดยใจหมายในเย็นวันเดียวกันประมาณห้าโมงเย็น ระยาทางการบินจากแอตแลนต้าประมาณ หกชั่วโมงครั้ง มาถึงลิม่าก็ดึกแล้วค่ะ ประมาณสี่ทุ่มครึ่งเกือบห้าทุ่ม
Photobucket



พาสปอร์ตอเมริกันไม่ต้องมีวีซ่าเข้าเปรูค่ะ อยู่ได้ 90 วัน รู้สึกว่าพาสปอร์ตไทยก็ไม่ต้องมีวีซ่า ถ่าดิฉันเขียนผิดใครช่วยส่งเสียงเตือนด้วยนะคะ
Photobucket



ออกมาจากด่านศุลกากรแล้ว ไม่ต้องเดินออกนอกสนามบินเลยนะคะพี่น้อง เพราะว่าพวกดิฉันต้องไปหาซื้อตั๋วเครื่องบินจากลิม่าไปคุสโค-Cuzco ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของมาชุพิชู ใครจะไปมาชูพิชูต้องไปคุสโคก่อน

ไม่ต้องจองตั๋วเครื่องบินหรือจองโรงแรมมาตามวิสัยเดิมของบ้านนี้ เพราะว่าบินสแตนบายจะมาถึงเมื่อไร วันไหน ไม่มีใครหยั่งถึง

จากด่านศุลกากร ให้เดินตรงไปตามตัวอาคารเรื่อยๆจะสุดตัวอาคารทางด้านใต้ เพราะว่าเป็นที่ตั้งของเที่ยวบินในประเทศค่ะ พี่ทานก็จัดแจงหาเค้าน์เตอร์ของสายการบินที่จะบินไปคุสโค (มีหลายสายการบินมาก) ซื้อตั๋วของสายการบิน Star Peru ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ ซื้อไปเที่ยวเดียวไม่ได้ซื้อไปกลับ (เพราะไม่รู้ว่าจะกลับวันไหน ถ้าสนุกก็อยู่นานหน่อย ถ้าไม่หนุกก็กลับบ้าน)

ตั๋วเครื่องบิน เที่ยวเดียวจากลิม่าไปคุสโค ราคา 103 ดอลล่าห์ยูเอสค่ะ

กว่าจะหาที่ซื้อตั๋ว กว่าจะซื้อเสร็จก้ปาเข้าไปเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว เที่ยวบินแรกที่ออกจากลิม่าไปคุสโค จะออกเดินทางเมื่อเวลาตีห้า นี่ก็เหลืออีกห้าชั่วโมงเท่านั้น จะไปหาโรงแรมนอนแค่สามสี่ชั่วโมงก็ใช่ที่ ก็เลย...หาที่นอนมันแถวๆนั้นเลยค่ะ
Photobucket



จะหาที่นอนที่สนามบินไหนในโลก ตรงดิ่งไปที่ Sleepingatairports.com เลยนะพี่น้อง มีข้อมูลเยอะมากว่าแต่ละสนามิบนนั้นจะหาที่นอนได้ที่ไหน ดิฉันได้เตรียมถุงนอนมาให้ไทโดยเฉพาะเพื่องานนี้ แล้วพนักงานบนเครื่องบินได้ให้ผ้าห่มมาอีกสามสี่ผืน(ดิฉันเล่าให้ฟังว่าต้องไปนอนค้างสนามบิน)

พนักงานบนเครื่องบินบริษัทดิฉันไม่หวงหมอน หวงผ้าห่มค่ะ ถ้าผู้โดยสารมาบอกว่าต้องนอนรอนั่งรอที่สนามิบนหลายชั่วโมง พนักงานจะเดินไปเอาหมอนผ้าห่มมาให้เลยค่ะ แค่บอกผดส.ว่า พอยูใช้เสร็จก็โยนๆไว้ตรงเกตอ่ะนะ เดี๋ยวพนักงานคนอื่นก็เก็บเอาไปทำความสะอาดเองแหละ

พอเจอที่รโหฐานก็จัดการปูเสื่อสาดอาสนะ แล้วเชื้อเชิญให้เจ้าไท(ที่ตอนนั้นง่วงเต็มแก่ เพราะเลยเวลานอนไปโขแล้ว) อย่าได้มัวแต่เหนียมอายเพราะจุดยุทธการเริ่ดๆอาจจะมีคนมาจับจองเต็ม ดูรูปแล้วกันว่ามีคนมาหาที่นอนเยอะมาก

นี่ไง นอนตายกันเป็นเบือแบบนี้
Photobucket



ไทนั้นทรุดตัวเลงนอนก็หลับไปในเกือบจะทันที ส่วนดิฉันกับพี่ท่านนอนหลับๆตื่นๆ อิจฉาลูกเป็นอันมากที่มันสามารถนอนหลับสนิทในทุกที่ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน พอตีสี่นิดๆก็ปลุกไทให้ไปขึ้นเครื่อง
Photobucket



จากลิม่าไปคุสโคโดยเครื่องบิน ประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ อย่าหาเรื่องประหยัดค่าเครื่องบินด้วยการนั่งรถเป็นอันขาด เพราะว่าถนนหนทางที่เปรูนั้นแย่มาก ถ้านั่งรถจากลิม่าไปคุสโคจะต้องใช้เวลาถึง หนึ่งวัน แล้วยังเสี่ยงกับการโดนจี้ปล้นอีกต่างหาก

The mighty Andes
Photobucket



พอมาถึงคุสโค พี่ท่านบอกดิฉันกับไทว่า ต่อไปนี้เราสามคนจะเริ่มการ acclimateกับอากาศที่มีอ็อกซิเจนเจือจาง เพราะว่าคุสโคมีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 10,000 ฟุต นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่จะไปมาชุพิชูต้องมาพักที่คุสโคเป็นเวลาสองสามวันก่อนที่จะมุ่งหน้าไปมาชูพิชู จะมาหักโหมไม่ได้เพราะเป็นอันตรายต่อร่างกาย จะพาลเจ็บป่วยได้ง่ายๆ

ดิฉันเคยเจอกับอาการอ็อกซิเจนเจือจางมาแล้วตอนที่ไปเที่ยวโบลิเวียเมื่อสี่ห้าปีก่อน ตามอ่านได้ที่นี่เลยค่ะ

http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2007/10/E5967899/E5967899.html

http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2007/10/E5970987/E5970987.html
Photobucket



คราวนี้พอลงจากเครื่องก้เจออาการที่เคยเป็นทันที เริ่มจากการที่วิงเวียนเล็กน้อย หัวจะเบาๆเห็นดาวระยิบเต็มไปหมดเหมือนคนจะเป็นลม ต้องค่อยๆเดินช้าๆ อย่างที่บอกนะคะ หญิงจากที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ย้ายมาตั้งถิ่นฐานแถบที่ราบลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ มาเที่ยวแถวๆที่ราบสูงเทือกเขาแอนดิส เลยเกิดอาการอย่างนี้ขึ้น แต่ไทกับพี่ท่านไม่เป็นอะไรเลย
Photobucket



แท็กซี่จากสนามบินคุสโคเข้าไปในเขตเมืองเก่า จะอยู่ที่ประมาณ 7-10 เหรียญเอสแล้วแต่ใครจะต่อได้เท่าไร

แน่นอน เราสามคนไม่ได้จองโรงแรมไว้อย่างเดิมแต่ที่จริงไม่ต้องจองก็ได้ค่ะเพราะว่าโรงแรมที่คุสโคเยอะมากๆ เดินเลือกหากันได้ตามใจชอบพอๆกับย่านฟามงูเหลาที่โฮจิมินห์ซิตี้

ก่อนที่จะมาพี่ท่านหาชื่อโรงแรมได้สองสามโรงแรม ให้แท็กซี่มาส่งที่หนึ่งในโรงแรมที่เลือกไว้ แต่ห้องที่นอนได้สามคนมืดมากๆ ห้องที่ชอบก็เล็กไป เลยเดินไปดูที่อื่นสองสามแห่งก่อนจะมาตกลงปลงใจที่โรงแรมชื่อ Pension
Amaru 2
Photobucket

Photobucket



Pension Amaru 2เป็นโรงเตี๊ยมน่ารักมีห้องพักประมาณ 10 ห้อง ห้องพักดูดีนอนได้สามคนกำลังสบายมีแสงส่วางเข้ามาในห้องทั้งวัน (อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับบ้านนี้ เกลียดห้องมืดๆเป็นที่สุด)
Photobucket



เตียงที่ให้เขาเสริม
Photobucket



ห้องน้ำ
Photobucket



Amaru มีสามสาขานะคะ เจ้าของเดียวกัน และตั้งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก พวกดิฉันนอนที่ Amaru 1 และ 2 ค่ะ

http://amaruhostal.com/index_ingles.php

http://www.tripadvisor.com/Hotel_Review-g294314-d609838-Reviews-Amaru_II_Hostal-Cusco.html
Photobucket



ค่าห้องพัก 40 เหรียญ เพิ่มเตียงอีกหนึ่งเตียงเป็น 50 เหรียญ รวมอาหารเช้าแล้ว สรุปแล้วว่าถูกใจมากค่ะเพราะว่าสะอาด อาหารเช้าอร่อย พนักงานน่ารักกุลีกุจอช่วยเหลือไม่ว่าเรื่องใดๆ มีไวไฟเล่นฟรีอีกต่างหาก

รูปพวกนี้มาจาก Amaru 1 นะคะ
Photobucket



บางห้องก็มืดค่ะ โรงแรมอย่างนี้ต้องขอดูห้องก่อนจะตกลงใจค่ะ
Photobucket



ห้องน้ำสะอาด น้ำร้อนร้อนสะใจมาก
Photobucket

Photobucket

Photobucket

มีสักสิบห้าห้องได้ค่ะ
Photobucket



มาคุยกันเรื่องเมืองคุสโคดีกว่า คุสโคเป็นเมืองที่สำคัญมากสำหรับอาณาจักรอินคา เพราะว่าเป็นทั้งเมืองหลวงและศุนย์กลางของอาณาจักรอินคา

อาณาจักรอินคาโบราณแบ่งเป็น 4 อาณาจักรย่อยๆด้วยกัน กินพื้นที่ตั้งแต่ประเทศเอกวาดอร์ (ทางเหนือของทวีปอเมริกาใต้), เปรู, โบลิเวีย, อาเจนตินา และชิลี ยิ่งใหญ่มาก

อาณาจักรอินคาล่มสลายลงพร้อมๆกับการปรากฏตัวของนายพล Francisco Pizarro เมื่อปี 1532 of Francisco Pizarro พร้อมกับเหล่าคองคิสตาดอร์ (conquistadors ภาษาสเปน = conquerors ภาษาอังกฤษ = ผู้พิชิตในภาษาไทย)
Photobucket



โดยที่ Atahualpa กษัตริย์ของชาวอินคาโดนหลอกให้ไปเจรจาสัมพันธไมตรีกับพวกคองคิสตาดอร์ แต่เสียรู้โดนลักพาตัวไป ชาวอินคาอยากได้กษัตริย์ของพวกตนกลับคืนมามากถึงกับเสนอว่า จะไปหาทองคำมากเท่าที่จะบรรจุในห้องใหญ่ได้หนึ่งห้อง เอามาเป็นค่าไถ่ตัว Atahualpa

อย่างนี้ก็หวานคอแร้งสิคะ พวกสเปนที่เดินทางมาโลกใหม่นี่ก็เพราะว่าจะมาแสวงหาดินแดนใหม่และจะมาหาทองนี่ล่ะค่ะท่านผู้อ่าน มีคนมาเสนออย่างนี้มีหรือจะไม่เซย์เยส
Photobucket



ชาวอินคาหาทองมามากจนบรรจุห้องใหญ่ๆได้ห้องหนึ่งจริงๆ แต่สิ่งที่พวกคองคิสตาดอร์ทำเป็นสิ่งต่อไปก็คือ ประหารชีวิต Atahualpa ด้วยการรัดคอท่ามกลางฝูงชน

ก่อนจะประหารพวกคองคิสตาดอร์ได้ถาม Atahualpa ว่า อยากจะตายแบบไหน ถ้ายูไม่เปลี่ยนมาเข้ารีดเป็นคาธอลิคก่อนตาย ก็จะต้องเผาทั้งเป็นเหมือนคนนอกศาสนาที่สมควรตายอย่างทรมาน แต่ถ้ายูอยากตายแบบทรมานน้อยหน่อยก็ต้องเข้ารับศีลจุ่มเป็นคาธอลิคก่อนตาย

ใครที่ไหนอยากจะโดนเผาทั้งเป็น ในที่สุด Atahualpa ก็ประกาศตัวเป็นคริสศาสนิกชนอย่างไม่เต็มใจ และโดนรัดคอตายในเย็นวันเดียวกัน
Photobucket



เมื่อหมดผู้นำ อาณาจักรอินคาก็ตกเป็นสมบัติของราชสำนักสเปนอย่างง่ายดาย คองคิสตาดอร์เดินเข้าเมืองคุสโคอย่างผู้ชนะ มีจดหมายเหตุของนักบวชชาวสเปนที่อยู่ในเหตุการณ์ บันทึกถึงความตกใจอย่างใหญ่หลวงของพวกคองคิสตาดอร์ถึงความมั่งคั่งของอาณาจักรอินคาและคุสโค บันทึกได้เล่าเรื่องของปราสาทราชวังที่มีหลังคาทำด้วยทองคำแท้ๆ รูปหล่อทองคำเป็นรูปสัตว์ท้องถิ่นต่างๆของอินคา

แน่นอน สิ่งแรกที่คองคิสตาดอร์ทำก็คือการรื้อ Temple of the Sun ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้าที่คองคิสตาดอร์พยายามจะโค่นล้างให้ราบพณาสูญ รื้อแค่นั้นยังไม่พอ ยังสร้างวิหารคาธอลิคขึ้นมาคร่อมทับ Temple of the Sun เป็นการประกาศในทราบโดยทั่วกันว่า ต่อไปนี้เป็นต้นไปชาวอินคาทุกคนอยู่ในอาณัติของ Catholic church และราชสำนักสเปน
Photobucket



สังเกตดูกำแพงของชาวอินคานะคะ ส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของ The famous Inca walls อันลือลั่น

อย่าลืมว่าชาวอินคาไม่รู้จักธาตุเหล็ก ไม่รู้จักเทคโนโลยี่ในการสกัดธาตุเหล็กออกมาจากหินเหล็ก ไม่มีค้อน(เอ หรือสะกดว่า ฆ้อน ใครรู้ช่วยบอกด้วย) ไม่มีสิ่วหรือเครื่องมือโลหะที่ทำจากธาตุเหล็ก

และที่สำคัญ ชาวอินคาไม่มีสัตว์เช่น ม้า วัว ควาย ที่เอามาช่วยลากก้อนหินก้อนละหลายๆตันอย่างนี้มาจากเหมืองหินที่อยู่ห่างจากคุสโกไปสิบกว่ากิโล (สัตว์พวกนี้นักโบรารณคดีเรียกว่า beasts of burden เป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดนอกทวีปอเมริกาใต้ พวกสเปนเป็นคนนำเข้ามาหลังจากได้ปกครองอินคาแล้ว)
Photobucket



the famous Inca walls
Photobucket



ลองสังเกตการเรียงหินแต่ละก้อนนะคะว่า ไม่ได้ตัดหินให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือสี่เหลี่ยมจตุรัส หินบางก้อนมีเหลี่ยมมากกว่าสี่ บางก้อนมีถึงสิบสองมุม แต่ชาวอินคาสามารถเรียงหินได้อย่างสนิทแนบเนียน ขนาดเอากระดาษมาสอดเข้าไปยังสอดไม่ได้
Photobucket



ตอนที่ยืนดูกำแพงอยู่นี้ มีคุณพี่อเมริกันคนนึงทั้งยืนดู ทั้งถ่ายรูป ปากก็พร่ำพรรณาถึงความพิศดารของกำแพงนี้ คุยกับเมียของแกที่ยืนทำหน้าเบื่ออยู่ห่างออกไปได้ความว่า สามีของเธอนั้นมีธุรกิจก่อสร้างในอเมริกา ขายเฉพาะเครื่องมือระเบิดหินอะไรทำนองนี้ เธอบอกเบื่อมาก เฮียไปไหนก็ต้องไปดูกำแพงเก่าๆ เยินๆ แบบว่าดูแล้วต้องวิเคราะห์ด้วยว่าใช้เทคโนโลยี่อะไรทำขึ้นมา

แล้วสามีก็อธิบายว่า เทคนิคอย่างนี้ถ้าสร้างสมัยนี้ จะเอาอย่างนี้เป๊ะๆ ต้องใช้เครื่องตัดหินแบบเลเซอร์ที่ต้องมีน้ำหล่ออยู่ตลอดถึงจะตัดหิน เรียงหินอย่างนี้ได้
Photobucket



พาลทำให้นึกถึงเพื่อนคนนึงของดิฉันที่แต่งงานไปกับสถาปนิก หล่อนบ่นให้ฟังอยู่เสมอว่า เบื่อมากเวลาไปเที่ยวไหนกับสามี เพราะว่า....

มานไม่ดูอะไรเลย อยากไปดู ไปถ่ายรูปตึกแปลกๆอย่างเดียว น่าเบื่อมว้ากกกกก
Photobucket



วันนี้พันทิปช้ามากกกกกค่ะ

ไปดูอย่างอื่นกันดีกว่าค่ะ พูดจริงๆคุสโคนี่ดิฉันถ่ายรูปน้อยมากทั้งๆอยู่ที่นี่ถึงสี่วันเพราะว่าเป็นโรคแพ้อากาศเจือจาง เดินไปไหนเหนื่อยมาก ขึ้นกระไดสามก้าวก็หอบเป็นหมาหอบแดด

ร้านอาหารน่ารักมาก
Photobucket



เมนู จะเห็นว่ารายการนึงชื่อ Cuy มันก็คือหนูตะเภา (Guinea pig) ยัดไส้เครื่องเทศแล้วยางหรือทอดค่ะ หนูตะเภานี่ถือว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อของที่นี่เชียว ใครไปก็ต้องลองกิน

เนื้อเหมือนเนื้อไก่ตรงสะโพกเปี๊ยบ
Photobucket



ร้านนี้อบขนมปังเองด้วย
Photobucket

Photobucket



มันฝรั่งและข้าวโพดพันธุ์แปลกๆที่ไม่เคยเห็นเยอะมาก มันฝรั่งและข้าวโพดทั้งสองอย่างมีถิ่นกำเนิดที่ทวีปอเมริกาใต้นี่เองค่ะ ชาวอินคารู้จักมาก่อนใครๆ เป็นพืชหลักของชาวอินคาเลยก็ว่าได้
Photobucket



มันฝรั่ง ที่เห็นเป็นลูกขาวๆก็เป็นมันฝรั่งพันธุ์หนึ่งค่ะ ทีแรกดิฉันคิดว่ามันเสียขึ้นรา
Photobucket

Photobucket



พริกก็มี แต่พริกนี่มีถิ่นฐานดั้งเดิมที่ประเทศเม็กซิโก แปลว่ามีการติดต่อค้าขายไปมาหาสู่กันมานานแล้ว
Photobucket



อาหารที่สั่งในวันนี้ ของดิฉันจำไม่ได้ว่ามันคืออะไร รู้แต่ว่าอร่อยดี
Photobucket



อยู่คุสโคสองวันก็นั่งรถไปเที่ยวตลอดนัดที่เมือง Picsa ซึ่งอยู่ห่างคุสโคไปสัก 30 กิโลเมตรได้ค่ะ

ทีแรกจะนั่งแท็กซี่ไป ถามที่โรงแรม ทางโรงแรมบอกว่าค่าแท็กซี่ไป-กลับ 60 เหรียญยูเอส (ราคานักท่องเที่ยวชัดๆ)

อุเหม่ ทำไมมันแพงงี้วะคะ เลยให้พี่ท่านส่งภาษาสเปนถามไปว่า แล้วชาวบ้านจะไปช้อปที่พิกซา เขาไปกันยังไง

ที่โรงแรมบอกเขานั่งรถตู้โดยสารไปกันยู ค่ารถคนละ 3 โซลิสเอง ( 2.80 โซลิสเท่ากับ 1 ดอลล่าห์)

อ้าว ถูกยังงั้นเรานั่งรถตู้ไปดีกว่าที่รัก ว่าแล้วก็พาลูกจูงผัวนั่งแท็กซี่(ถูกมาก นั่งยังไงก็ไม่เคยเกิน 10 โซลิส หรือประมาณ 3เหรียญกว่าๆ)ไปลงที่ท่ารถตู้ เป็นรถตู้โดยสารแบบบ้านเราเลยค่ะ นั่งไปกับชาวบ้านสนุกดี แป๊ปเดียวก็ถึงแล้ว
Photobucket



ดิฉันก็จินตนาการไปว่า ตลากนัดที่พิกซาจะใหญ่โตแบบตลาดนัดที่ชิชิ กัวเตมาลาแบบที่ดิฉันเคยไป

ใครอยากเห็นสุดยอดตลาดนัดของชาวบ้านที่ชิชิ ดูได้ที่นี่เลยค่ะ กระทู้เก่าหายไปนานแล้ว

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=flymom&month=05-2009&date=18&group=5&gblog=24

แต่ที่จริงตลาดนัดพิกซาเล็กกะติ๊ดเดียวค่ะ เล็กมากกกกก ของขายน้อยด้วยไม่มีอะไรดูก็เลยนั่งเล่นกินขนมแป็ปเดียวแล้วกลับ

ที่เห็นแปลกที่พิกซาอย่างเดียวคือ เห็นธงหลากสี ละม้ายคล้ายคลึงกับ Gay flag เป็นที่สุด ที่ไหนเห็นธงชาติเปรู จะต้องเป้นธงหลากสีแบบนี้ทุกที่
Photobucket



สิบวินาทีแรกก็คิดว่า วุ๊ย คนเปรูนี่เขาช่างลิเบอรัลกันเหลือเกิน เอา gay flag มาปักคู่กับธงชาติ แต่เอ..มันยังไงอยู่ก็เลยเปิดหนังสืออ่านดู ปรากฏว่ามิใช่อย่างที่คิด มันคือธงของอาณาจักรอินคาเดิมค่ะ เป็นสัญญลักษณ์ว่า ชาวเปรูไม่เคยลืมอดีต ไม่เคยลืมกำพืดเดิมว่า เมื่อก่อนเปรูนี้เคยเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิที่รุ่งเรืองมั่งคั่งที่สุดในอเมริกาใต้
Photobucket



ออกจากพิกซ่าด้วยความผิดหวัง ขากลับนั่งรถตู้กลับมาอีกเหมือนเดิม เกือบจะถึงคุสโคแล้วพี่ท่านถามว่าเธออยากจะแวะที่ Sacred Valley ดู Sacsayhuamanไหม

มันคืออีหยัง ไม่รู้แต่ก็อยากดูเลยให้คนขับจอดให้ลง ก็มันระหว่างทางพอดี ให้ตังค์ค่ารถคนขับไป 9 โซลิส สำหรับสามคน แต่คนขับให้คืนมาครึ่งนึง บอกว่าก็มันครึ่งทางพิกซ่า-คุสโค ค่ารถเลยแค่ครึ่งเดียว

คนเปรูน่ารักมาก ดิฉันประทับใจเสียไม่มี ชาวบ้านที่นี่น่ารักมากแต่พวกเขาไม่ใช่คนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่สั่งสมกันมา เนื่องจากชาวพื้นเมืองได้รีบการกดขี่ข่มเหงจากชนชั้นปกครอง(ที่สั่งตรงมาจากสเปน)เป็นเวลาหลายร้อยปี

อีกอย่างที่อยากจะเตือน คือการถ่ายรูปชาวบ้าน ประเภทว่าจะยกกล้องขึ้นถ่ายเลยโดยที่ไม่ขออนุญาตนี่อย่าทำเด็ดขาดค่ะในอเมริกาใต้หรืออเมริกากลาง ใช้ไม่ได้เด็ดขาดในการถ่ายรูปคนพื้นเมือง เหตุผลก็อย่างที่บอกข้างต้น

เคยมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นโดยชาวบ้านรุมตีตายที่หมู่บ้านในกัวเตมาลามาแล้วก็เพราะเรื่องถ่ายรูปโดยไม่ได้รับอนุญาตนี่ล่ะค่ะ
Photobucket



Sacsayhuaman ออกเสียงง่ายๆว่า sexy woman

หลังจากรถตู้จอดให้เราลงตรงทางเข้าแล้วต้องเดินเข้าไปอีกสองกิโลนะคะ ไม่ร้อนนะเพราะว่าคุสโคสูงกว่าระดับน้ำทะเล 10000 ฟุต อากาศเย็นสบายเดือนพฤศจิกายนเพราะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ถึงหน้าร้อนก็ไม่เคยร้อนค่ะ
Photobucket



แล้วไอ้ Sacsayhuaman นี่มันคืออะไร

Sacsayhuaman เป็นป้อมปราการที่สำคัญมาก สร้างขึ้นเพื่อเป็นป้อมหน้าด่านก่อนเข้าคุสโค ผ่านสนามรบที่เกิดขึ้นระหว่างอาณาจักรอินคาน้อยใหญ่มาหลายครั้ง ไม่เคยโดนทำลายเลยเพราะว่าสร้างได้อลังการมาก หินแต่ละก้อนหนักหลายสิบตัน ไม่รู้คนโบราณเขาสร้างได้ยังไง

มาตกม้าตายตอนที่แพ้พวกสเปนนี่เอง เพราะพวกสเปนรื้อหินจาก Sacsayhuaman นี้เอาไปสร้างตึกอาคารในคุสโคเสียเกือบหมด เหลือแต่ก้อนใหญ่ๆที่เป็นฐานรากของ Sacsayhuaman

เอาไปไม่ได้เพราะยกไม่ไหว เลยเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังดูแค่นี้ล่ะค่ะ
Photobucket

Photobucket

Photobucket



ยเนอะ สามารถนั่งดูได้ทั้งวัน แต่ว่าแดดมันร้อนนนน ไม่มีที่หลบแดดเลย
Photobucket

Photobucket



ลืมบอกไปค่ะว่าใครมาเปรู เอากันแดดเอสพีเอฟสูงๆดีๆมาด้วย เพราะว่าแดดแรงมากกกกก เฮียบอกว่าก็มันสูง อ็อกซิเจนเจือจาง แดดมันก็แรงสิเธอก็
Photobucket



ขากลับเห็นชาวบ้านแต่งตัวสวยงามชุดพื้นเมืองชุดตัวอัลพากา กับตัวลามา เพื่อจะให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปด้วย

ไทเห็นแล้วเนื้อตัวเต้น เพราะว่าทั้งทริปนี้มันไม่อยากดูหรอกค่ะไอ้มาชูพิชูบ้าบอกคอแตก ตามประสาเด็กอายุสิบเอ็ด พ่อแม่ลากมันมามันก็มาด้วย

มันอยากจะถ่ายรูปกับลามาที่สุดในทริปนี้ มันจะเอาไปอวดเพื่อนว่ามันมาเปรูแล้วได้ถ่ายรูปกับลามา
Photobucket



ดิฉันเลยบอกว่านี่เป็นโอกาสทองแล้วนะเอ็ง อย่าได้มัวเหนียมอาย (หน้ามันบางเหมือนพ่อ ขี้อายมาก อยากได้อะไรก็จะต้องมากระซิบบอกแม่ก่อน ดิฉันได้แต่สอนว่า ยูอยากได้อะไรต้อง speak up for youself)
Photobucket



สองคนนี้ใครหล่อกว่ากัน
Photobucket



ขากลับต้องเดินออกมารอรถตู้ที่ถนนใหญ่อีกสองกิโล แต่ไม่ไหวค่ะหมดแรงข้าวต้ม ต้องหาอะไรกินแถวนั้นก่อนที่จะเข้าคุสโค

มีร้านชาวบ้านอยู่แถวนั้นค่ะ พอกินได้ถึงกับอร่อยทีเดียว
Photobucket



จานนี้ของพี่ท่าน โปรดสังเกตเมล็ดข้าวโพดเมื่อเทียบกับนิ้วมือของเฮีย
Photobucket



เพราะว่าเมล็ดข้าวโพดที่นี่เม็ดใหญ่มากกกกก เกือบจะเท่าหัวแม่โป้งเลยค่ะ สงสัยเป็นพันธุ์ดั้งเดิมแบบกินฝักเดียวอิ่มไปสามวัน รสชาติเหมือนข้าวโพดข้าวเหนียวบ้านเราค่ะ เค็มๆมันๆ ไม่มีรสหวานเลย
Photobucket



เป็นอันจบรีวิวภาคแรกของเปรูนะคะ กว่าจะจบก็หืดขึ้นคอ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาปาด เดี๋ยวดิฉันขอพักครึ่งเวลาไปอาบน้ำอาบท่าแล้วจะเข้ามาเม้นต์นะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาดูค่ะ



























































Create Date : 03 เมษายน 2554
Last Update : 3 เมษายน 2554 9:38:12 น. 7 comments
Counter : 4385 Pageviews.

 
อยากไปเที่ยวบ้างจัง แต่คิดว่าไม่สามารถแน่ๆ
ดูห้องพักและรายละเอียดการเดินทางต่างๆ
ไม่แย่อย่างที่เราเคยคิดเลยค่ะ
ทำให้ความอยากไปดูคาชู ปิกชู เพิ่มมากขึ้นไปอีก

ขอบคุณสำหรับข้อมูล อ่านเพลินเลย ชอบค่ะ
จะคอยอ่านตอนต่อไปนะคะ


โดย: Pk12th IP: 125.27.228.90 วันที่: 3 เมษายน 2554 เวลา:15:13:59 น.  

 
เราพิมพ์ผิดจ้า
ขออภัยต้องเรียกว่า "มาชูปิกชู"


โดย: Pk12th IP: 125.27.228.90 วันที่: 3 เมษายน 2554 เวลา:15:16:02 น.  

 
ตามอ่านมาหลายบล็อกแล้วค่ะ ชอบมากสำหรับประเทศที่คนไทยอย่างเราๆไม่ค่อยได้ไปกัน เดี๋ยวตามมาดูต่อ

ปล ลูกชายสูงยาวเข่าดีจริงๆ ช้อบชอบ


โดย: settembre IP: 88.149.167.24 วันที่: 3 เมษายน 2554 เวลา:16:25:04 น.  

 
มาเที่ยวมาชูปิกชูด้วยคนค่ะ
อยากไปมากๆ แต่ไกลจริงๆ T_T
เก็บไว้เป็นฝันต่อไปก่อน ^^


โดย: Panino วันที่: 5 เมษายน 2554 เวลา:13:14:04 น.  

 
มาลงชื่อว่าอ่านแล้วค่ะพี่แอน ชอบเวลาพี่แอนเขียนเล่า สนุกดี จะรอตอนต่อไปนะคะ


โดย: หนูปูน วันที่: 7 เมษายน 2554 เวลา:19:16:06 น.  

 
ชอบมากเลยครับ..ตอนนี้ผมทำงานอยู่ Mexico กะลังวางแผมไปเที่ยว เปรู ครับ
มาชู ปิชู คือความฝันอันสูงสุด
ยังงัยช่วยแนะนำด้วยนะครับ
sompong_saetan@yahoo.com


โดย: ตู่ ครับ IP: 189.221.248.4 วันที่: 17 พฤษภาคม 2554 เวลา:15:55:05 น.  

 
จิ้ม ๆ เข้ามาโดยบังเอิญ เขียนเล่าเรื่องน่ารัก น่าอ่าน จัง...แล้วจะตามตอนต่อไป ได้ยังไงหนอ...


โดย: นงนภัส IP: 202.41.190.169 วันที่: 24 มิถุนายน 2557 เวลา:14:25:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

flymom
Location :
American Siberia--- United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]




Friends' blogs
[Add flymom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.