ชีวิตที่หายไป
เช้ามืดวันวาน
คนขี้เซาอย่างเราตื่นมาอย่างไม่เต็มใจ
ด้วยความที่เชื้อหวัดที่เริ่มเหิมเกริม
ทำให้คอแห้งผากเหมือนมีทะเลทรายโกบีอยู่ในหลอดลม
ความจำเป็นทำให้ต้องลุกมาหาน้ำเปล่าเติมลงไปเป็นโอเอซิส
แต่ไหนๆก็ตื่นแล้ว
นั่งดูจิตสักหน่อยเป็นไร

ผลจากการนั่งดูจิตก็คือ
ฟุ้งซ่านเข้าขั้นปรมาจารย์เรียกพี่
แค่ห้านาทียังคิดไปแล้วเป็นสิบๆๆๆเรื่อง
แล้ววันทั้งวันมันจะเหลืออะไร

พอนอนลงไปก็ฝันประหลาด
ถึงจะฝันเป็นตุเป็นตะก็จริง
แต่มันก็ให้รู้สึกตัวว่า
ยังใช้ชีวิตเข้าขั้น "โคตะระ" ประมาทอยู่นะ

มาถึงตอนนี้
ก็ยังโคตะระประมาทอยู่ดี

ของบางอย่าง เตือนตัวเองไม่กี่ครั้ง มันก็ยังไม่จำ
ต้องเตือนเรื่อยๆให้เห็นตามนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ

เรื่องเตือนให้ไม่ประมาทเหมือนกัน
ต้องเตือนตัวเองให้เข้าเส้น
ยังไม่จำก็ต้องหาเรื่องเตือนมันไปเรื่อยๆ


ชีวิตเรามีเวลาจำกัดนะ
อย่างเราคิดว่า พักผ่อนขอไร้สาระวันละนิดวันละหน่อย ไม่เห็นเป็นไร
หรือเขียนอะไรให้คนมาเสียเวลาอ่านโดยไม่ได้อะไร

พี่ตุลพูดถึงการเขียนหนังสือธรรมะนี่
ทำให้เราจำจนถึงวันนี้เลยว่า
คนที่มาอ่านสิ่งที่เราเขียนนั้น
ถึงเราจะเขียนให้อ่านฟรีก็ตาม
แต่คนอ่านไม่ใช่เพียงแต่เสียเวลาเท่านั้น
แต่เขายังเสียช่วงชีวิตหนึ่งไปกับเราด้วย

ในทางตรงกันข้าม
เราไปอ่านอะไร ไม่ว่าจะมีสาระหรือไม่
ถึงจะอ่านฟรี
เราก็ต้อง trade ชีวิตช่วงหนึ่ง ไปซื้อมันเหมือนกัน
เราจะเขียนอะไร ไม่ว่าจะมีสาระหรือไม่
ถึงจะเขียนฟรีหรือเขียนได้เงิน
เราก็ต้อง trade ชีวิตช่วงหนึ่งไปกับการเขียนนั้นอยู่ดี

ฉะนั้น การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
จึงไม่ได้หมายความว่า เราจะเสียเวลา เสียทรัพย์ เท่านั้น
มันหมายความว่า เรายอมเสียเวลาที่จะมีชีวิตอยู่ไปส่วนหนึ่ง
เพื่อทำสิ่งนั้นๆด้วย

ซึ่งเราอาจจะมองว่าเป็นแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของวัน
อาจจะเพียงแค่สิบห้านาทีต่อวัน
แต่นั่นก็หมายถึง 1 ชั่วโมง 15 นาทีต่อสัปดาห์
และนั่นหมายถึงว่า วันกว่าๆต่อเดือน
สิบกว่ายี่สิบวันต่อปี

สมมติว่าเรามีชีวิตอยู่แค่หกสิบปี
เราเอาไปทำเรื่องไร้สาระเสียแล้วซะประมาณสี่ปี
โห...ไม่เสียดายชีวิตที่หายไปกันมั่งเหรอ


ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำทุกวินาทีให้เป็นเรื่องซีเรียสคอขาดบาดตายหรอก
แต่ในหลายๆครั้ง คนเราก็ไม่ทันได้นึกถึงความสำคัญของชีวิตที่เกิดมานัก
เราก็ใช้ไปตามเรื่องตามราว ตามกระแสอารมณ์จะนำไป

เราทำให้ชีวิตตัวเองหายไป

ชีวิตเรามันหายไปตอนไหน

ชีวิตเรามันหายไปตอนปัจจุบันนี่แหละ



หายไปเกาะอยู่กับอดีต อนาคต และความคิด


บางคนชีวิตหายไปกับอดีต จมจ่อมจนไม่ได้ทำมาหากินอะไร
ถ้ามีอดีตแสนหวาน ก็ใช้ชีวิตซื้อไปกับการอ้อยอิ่งว่ายวนไปมา
น่าเอ็นดู แต่ก็ไม่ได้ไปไหนให้พัฒนาชีวิตขึ้นมา
ถ้ามีอดีตที่ขมขื่น ก็ใช้ชีวิตซื้อรากแก้วติดเท้าเอาไว้
ก็รากงอกมั่นคงดี ไม่ต้องเดินไปไหนกัน

บางคนชีวิตหายไปกับอนาคต จมจ่อมกับการเรื่องราวที่ยังไม่เกิด
เฝ้าฝันว่าจะมีอนาคตที่แสนหวาน ทุกอย่างจะแฮปปี้ดีพร้อม
เลยให้ความสำคัญกับอนาคตไปมากกว่าสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้า
ก็เลยมีความสุขแบบเก้ๆกังๆ
เพราะหวังไปก่อนว่าจะไปหาความสุขมากกว่านี้เอาดาบหน้า

แล้วถ้าเดินไปแล้วหาดาบหน้าไม่เจอ
ก็จะมาอ้อยอิ่งเสียดายเวลาที่เคยเป็นปัจจุบันไปอีก

จริงๆทั้งสองโต่งข้างบนมันก็คือความคิดสองขั้ว
ความคิดอีกแบบที่คล้ายๆว่าจะอยู่ตรงกลาง
แต่ก็โก๊ะไม่น้อยกว่ากัน
ก็คือความคิดแบบฝันๆ ฟุ้งซ่าน แฟนตาซี
ไม่มีอนาคต ไม่มีอดีต แล้วก็ทำปัจจุบันหายไปอีกต่างหาก



ชีวิตปัจจุบัน ที่มีค่าที่สุดของเรา
คนเราก็มักจะมองไม่ค่อยเห็นค่าของมัน
และเที่ยวไปแลกกับสิ่งอื่นๆที่มีค่าน้อยกว่า
เพียงเพราะคิดว่ามันเล็กๆน้อยๆ คงไม่เสียอะไรมาก
หรือสิ่งอื่นที่มันผ่านไปแล้วมีค่ามากกว่าชีวิตที่เป็นอยู่
หรือสิ่งอื่นที่มันยังไม่มา และอาจจะมาหรือเปล่าไม่รู้นั้น
มีค่ามากกว่าชีวิตที่เป็นอยู่


ลองค้นหาคำตอบในใจของเราดู
ว่าเราเห็นสิ่งที่มีค่าในชีวิตปัจจุบันของเราหรือยัง
ทุกคนมีสิ่งมีค่าในชีวิตปัจจุบันกันทั้งนั้น
ซึ่งเป็นสิ่งที่เรารู้ได้ด้วยตัวเอง
เพียงให้ความเคารพกับชีวิตของตัวเองเท่านั้น
โดยที่ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใคร
เราก็จะเห็น

หรือเราอาจจะแปลกใจด้วยซ้ำ ที่ได้เห็น



และเราจะได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตให้ผ่านไป โดยที่ทำหายให้น้อยลง




Create Date : 04 มีนาคม 2551
Last Update : 4 มีนาคม 2551 23:18:48 น.
Counter : 218 Pageviews.

0 comments
มีค่า ปัญญา Dh
(20 มิ.ย. 2565 00:06:41 น.)
เข้าใจตนเอง นาฬิกาสีชมพู
(20 มิ.ย. 2565 07:27:57 น.)
สวยไม่สวย นาฬิกาสีชมพู
(17 มิ.ย. 2565 07:03:58 น.)
มีค่า มีประโยชน์ต่อขันธ์ ปัญญา Dh
(13 มิ.ย. 2565 00:02:20 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Jeyz.BlogGang.com

JeyZ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด