ความสุขสองทาง
เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าปีนี้ได้ของขวัญวันเกิดมาเพียงหนึ่งชิ้น
และตอนที่ได้ก็รู้สึกแปลกๆด้วย เพราะพี่ที่ออฟฟิศให้มา
(ไม่เคยมีคนที่ออฟฟิศให้ของขวัญวันเกิด)
เหมือนกับว่า เอ๊อะ มีคนให้ของขวัญด้วยเหรอ

คือลืมหวังเหมือนเมื่อเด็กๆจนไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ไปเลยว่า
วันเกิด น่าจะได้ของขวัญนะ
แล้วก็ตั้งตารอ ทั้งรอเล่น และรอจริง ว่า ปีนี้จะได้อะไรจากคนรอบข้างหนอ
แทบจะตลอดชีวิตที่ผ่านมา
ความสุขอยู่ที่การรับ
ทั้งรับเป็นสิ่งของ รับเป็นความใส่ใจ รับเป็นความรัก

การรับโดยทั่วไปคือการได้มาจากคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง
เพราะเหตุนี้ การรับจึงเป็นปัจจัยภายนอก ที่เราไปควบคุมไม่ได้
นอกจากจะสั่งให้คนรอบข้างให้เรา (ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วย)
ฉะนั้น ถ้าความสุขไปอยู่ที่การรับ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก
ถ้าเราได้รับมาก นั่นคือมีคนที่มีเราอยู่ในใจมาก เราจะรู้สึกมีความสุขมาก
ซึ่งถ้าไม่มีใครให้อะไรเราเลย ก็แปลว่าเราจะไม่มีความสุข
ถ้าคนไม่ให้ความสำคัญกับเรา เราจะไม่มีความสุข

นั่นหมายความว่า เราไม่สามารถจะทำให้ตัวเองมีความสุขได้เอง
เราจะมีได้หรือไม่มีได้ ก็อยู่ที่คนอื่นล้วนๆ
ต้องหวังพึ่งชาวบ้านไปเรื่อยๆ
ตราบใดที่เรายังแขวนความสุขไว้กับการรับ
ตราบใดที่เรายังคิดอย่างโง่ๆว่า โลกควรจะดีกับฉันอย่างนั้นอย่างนี้

คนที่โชคดี
จึงไม่ใช่คนที่มีโอกาสได้รับมากที่สุดอย่างที่สังคมที่ฉาบฉวยเข้าใจ
สังคมที่ฉาบฉวย มักจะทำให้เรารู้สึกว่า
ถ้าเราไม่ได้รับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แปลว่าเราขาดสิ่งนั้น
แท้ที่จริงแล้ว มันก็แค่"ความไม่มี"เท่านั้นเอง

ซึ่ง"ความไม่มี" โดยตัวมันเอง ไม่ได้ทำร้ายใคร
นอกเสียจากจะไพล่ไปคิดเอาเองว่า ตัวเองกำลัง"ขาด"อะไรไป
เมื่อคิดเอาเองไปดังนั้น จึงหันมาตาเขียวใส่ "ความไม่มี"
มอง"ความไม่มี" ราวกับเป็นศัตรูที่ต้องกำจัดให้สิ้นไป
ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
โดยที่ไม่ทันได้ฉุกคิดกันว่า ต้นสายปลายกำเนิดของความรู้สึก"ขาด"นั้น
มันเป็นต้นสายปลายกำเนิดคนละแหล่งกับ "ความไม่มี"

ปีนี้ เราไม่ตั้งใจจะเปลี่ยนมุมมองหรอก
แต่มันตั้งของมันเอง

ตั้งธงว่าปีนี้เราจะให้อะไรใครได้บ้าง
จากสถานการณ์กำลังเท่าที่มี
ทั้งกำลังทรัพย์ กำลังกาย และกำลังปัญญา

เมื่อมองกลับไป ก็พบได้ว่า
การให้นี่แหละ ที่จะเป็นความสุขที่ขึ้นอยู่กับเราล้วนๆ
เป็นวิธีที่ทำให้ตัวเองมีความสุขบนการให้และการรับอย่างอยู่ถูกข้างเป็นที่สุด
ในขณะที่เรามีความสุขได้ จากการให้ของคนอื่น
แน่นอน ไม่ต้องสุดโต่งปิดรับการให้จากผู้อื่น
เพียงตระหนักว่าเป็นความสุขที่เหมือนสายลม จะพัดมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ในขณะที่เราก็มีความสุขได้สะดวกกว่า ทุกที่ทุกเวลา ไม่หวั่นแม้วันมามาก
เมื่อเราให้ เพราะเราให้เมื่อไหร่ยังไงก็ได้ ให้อะไรก็ได้ ทั้งทรัพย์ ทั้งแรง ทั้งปัญญา
ดังนั้น ก็เท่ากับว่า เราเป็นต้นลม (เย็นๆนะ ไม่ใช่เหม็นๆ) พัดให้ความสบายกับผู้อื่นเสียเอง

คนที่เคยชินกับความสุขจากการรับอย่างเดียว อาจจะไม่ค่อยเก็ตว่า
การให้มันจะไปมีความสุขแทนที่การรับได้ยังไง
ก็ขอตอบตรงนี้ว่า มันไม่ได้ไปแทนที่กันดอก นายจ๋า
ความสุขจากการได้รับ มันมักจะไปพองๆทำให้อีโก้เรามันชัดขึ้น
เพราะคนอื่นมาเอาใจใส่เรา ทำให้เรายิ่งเห็นว่าอันตูข้านั้นมีตัวตน
และเรายังไม่เห็นว่า มันได้อะไรมากกว่าความสาใจที่ตัวตนชัดขึ้นหรือเปล่า
รับหนึ่งครั้ง ก็สุขหนึ่งครั้ง รับสองครั้ง สุขสองครั้ง ไม่ได้รับ ก็ไม่ได้สุขจากการรับ

ความสุขจากการให้ที่ถูกทางนั้น(เน้นว่าถูกทาง) มันทำให้ใจเราแผ่ออก
แทนที่เราจะเห็นตัวเราโด่เด่ขึ้นมาบนโลกใบนี้
ยิ่งให้มาก เราจะยิ่งเห็นว่าใจเราแผ่ละลายออกเป็นผืนเดียวกับอากาศ มหาสมุทร
(แรกๆเอาแค่ละลายเป็นผืนเดียวกับสระว่ายน้ำแถวบ้านก่อนก็ได้)
เราจะไม่รู้ไม่สนว่าอันตัวเราสำคัญยังไงหรอก
กลับกลายเป็นว่าเมื่อไหร่ที่เห็นตัวตนโด่เด่
ก็กลับเห็นว่ามันเป็นสิ่งแปลกปลอมรกโลกเสียด้วยซ้ำ
มันสบ๊าย สบายใจ เย้น เย็นใจ ที่ได้ใช้สองมือ สองเท้า หนึ่งเฮด ทำการ"ให้" เพื่อผู้อื่น

สรุปคือ ถ้าท่านยังอยากจะเอนจอยกับความสุขจากการรับ
ก็ขอให้เอนจอยต่อไปเถิด ไม่ผิดกติกา
เพราะความสุขจากการให้ คงไปแทนที่ไม่ได้

แต่ในขณะเดียวกัน
ถ้าท่านไม่เริ่มการให้ ท่านก็จะไม่รู้ว่าความสุขอีกแบบ
ที่แทนที่ไม่ได้ด้วยความสุขจากการรับนี่ มันเป็นยังไง
ความสุขที่ทำให้หลายๆคนเลิกสนใจการรับมามุ่งแต่ให้นี่ มันเป็นยังไง

ของอย่างนี้คิดเองเออเองไม่ได้
เหมือนถ้าไม่เคยอกหักก็ไม่รู้หรอกว่าอกหักเป็นยังไง
ต้องลองเข้าไปสัมผัสดู ด้วยเวลา กำลัง ความตั้งใจ
แล้วถ้าไม่เห็นอะไร กลับมาค่อยโวย ก็ยังไม่สาย

จะลองหรือไม่ลองดู ก็ต้องสุดแท้แต่วิสัย
ไม่มีอะไรผิดถูก
มีแต่ว่า ได้เพราะทำ ไม่ได้เพราะไม่ทำ
ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยด้วยกันทั้งนั้นแล



ว่าแต่ จะไม่อยากรู้จริงๆเหรอ?
ว่าความสุขจากการที่ไม่สนความสำคัญของตัวเองนี่ เป็นยังไง?




Create Date : 04 มีนาคม 2551
Last Update : 4 มีนาคม 2551 1:49:44 น.
Counter : 311 Pageviews.

1 comments
ความถูกความดี ปัญญา Dh
(22 มิ.ย. 2565 19:26:45 น.)
มีค่า ปัญญา Dh
(20 มิ.ย. 2565 00:06:41 น.)
รู้เหตุ รู้ผล ปัญญา Dh
(18 มิ.ย. 2565 10:54:56 น.)
: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ - คัมภีร์ทอง : กะว่าก๋า
(13 มิ.ย. 2565 05:13:59 น.)
  
โดย: โสมรัศมี วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:18:17:30 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Jeyz.BlogGang.com

JeyZ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด