I Wish
ฝันของเด็กๆ



กำกับ/เขียนบท : Hirokazu Koreeda
นำแสดง : Koki Maeda, Ohshirô Maeda, Ryôga Hayashi, Kirin Kiki
ความยาว : 128 นาที
ระดับความชอบ : 8.5/10

18/3/55
ดูเรื่องนี้ในรอบเช้าวันอาทิตย์ ราคา 80 บาท ที่ลิโด้ โรงหนังดีๆ แบบนี้ ขอให้อยู่กับเราไปนานๆ

ตั้งแต่ดูหนังตัวอย่างก็ตั้งใจเอาไว้ว่าจะดูเรื่องนี้
ดูจากเนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่ในรายละเอียดผู้กำกับคนนี้ทำได้ดีเสมอ 
ดูหนังของ Hirokazu Koreeda มาหลายเรื่องแล้ว เขาทำหนังได้หลายแนว โดยเนื้อเรื่องแตกต่างกัน
อ่านเจอมาว่าเขาทำหนังสารคดีมาก่อน ดังนั้นหนังหลายเรื่องมาจากการทำการสำรวจมาก่อน เช่น เรื่อง After Life เขาก็ไปสอบถามผู้คนถึงชีวิตหลังความตาย เป็นต้น
อีกอย่างที่ชอบคือวิธีเล่าเรื่องของเขา จะผ่านชีวิตประจำวัน ไม่รีบร้อน ซึ่งอาจจะดูช้าไปบ้าง แต่พอจับจังหวะได้แล้ว ชอบมากเลยครับ
นอกจากสิ่งที่ต้องการสื่อ ยังได้เห็นวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นด้วย

ตัวละครหลักจะเป็นพี่น้องที่แยกกันอยู่กับพ่อหนึ่งคน กับแม่หนึ่งคน ภาระกิจคือกีดกันไม่ให้พ่อหรือแม่มีแฟนใหม่
และความฝันของเด็กทั้งคู่คือให้ครอบครัวมาอยู่ร่วมกันดังเดิม

ก่อนแยกทางกันครอบครัวนี้อยู่ที่โอซาก้า พอแยกทางพ่อและลูกชายคนน้องไปอยู่ฟูกูโอกะ ส่วนแม่และลูกชายคนโตไปอยู่เมืองที่อยู่ใกล้ภูเขาไฟ ฝุ่นภูเขาไฟจึงเป็นส่วนหนึ่งของคนในเมืองนี้
เด็กๆ พูดกันว่า ฝุ่นภูเขาไฟที่นี่เอาไปปูสนามโคชิเอ็งด้วย

วันหนึ่งเพื่อนบอกว่าหากเราไปตรงจุดที่รถไฟชินคันเซนสวนกันจะมีพลังงานมหาศาล  อธิษฐานอะไรก็จะสมหวัง
เด็กๆ สองกลุ่มเลยเดินทางมาอธิษฐานกันที่นี่

รายละเอียดความเป็นอยู่ของญี่ปุ่นแสดงให้เห็นในเรื่องอย่างชัดเจน เช่น เมื่อจะขายหนังสือการ์ตูนต้องมีหนังสือรับรองจากผู้ปกครอง

ความฝันของเด็กแต่ละคนน่ารักมาก 
คำพูดของเด็กๆ ทำให้ยิ้มได้ตลอดเรื่องเลย

แล้วเด็กๆ ก็ได้อธิษฐานตามที่ตั้งใจ แต่คำอธิษฐานของสองพี่น้องน่าสนใจ 
ชอบคำที่พี่ชายบอกน้องชาย ชอบที่น้องชายยิ้มรับ ชอบที่พี่ชายกลับมาบอกคุณตาถึงรสชาติของขนมกับคำที่ว่า น้องคงเด็กเกินไป

หนังน่ารักมาก ทำได้สมจริง ไม่เวอร์เกินไป
กำลังดีครับ

ปัญหาครอบครัวกระทบทุกคนครับ โดยเฉพาะเด็กๆ 
อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า พ่อแม่ลูก คงเป็นความฝันของเด็กทุกคน
ผู้ใหญ่ทั้งหลายน่าจะมาทำให้ฝันของเด็กๆ เป็นจริงกันได้ แค่ถอยคนละก้าว พูดคุยอย่างเปิดใจ
ก็พวกเราทำเขาให้เกิดมาแล้วนี่ครับ อย่าปล่อยความพร้อมหน้าของครอบครัวเป็นเพียงความฝันนะครับ
นั่นรถไฟสวนกันแล้ว อธิษฐานเลย!

ขอให้ฝันเป็นจริงทุกคนนะครับ



Create Date : 06 เมษายน 2555
Last Update : 6 เมษายน 2555 20:49:10 น.
Counter : 1667 Pageviews.

6 comments
บันทึกน้องหนาม แมมชูแมนนิอาย (Mammillaria schumannii) 17-18 - ยิมโน (Gymnocalycium) ฟ้าใสวันใหม่
(18 มี.ค. 2563 07:42:01 น.)
ตั๋วหนัง 19 : The Call of the Wild The Kop Civil
(9 มี.ค. 2563 15:22:24 น.)
Little Miss Period “เซย์ริจัง น้องเมนส์เพื่อนรัก” (2019/JP, 2020/TH) ทุเรียนกวน ป่วนรัก
(8 มี.ค. 2563 15:43:56 น.)
ตั๋วหนัง 16 : พี่นาค 2 The Kop Civil
(26 ก.พ. 2563 15:06:47 น.)
  
อ่านรีวิวนี้แล้วก็นึกถึงหนังฝรั่งเรื่องหนึ่งขึ้นมาเลยค่ะ
ธีมคล้ายกันเลยค่ะ

เนื้อเรื่องอย่างนี้ถึงไม่ได้ดูแต่ก็รู้ว่าน่ารัก
และน่าประทับใจได้เหมือนกันนะค่ะ เพราะว่า
เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กๆ และก็ความต้องการของเด็ก
ว่าเค้าอยากและต้องการยังไง ..

ปัญหาของเด็กนั้นบางทีเหมือนไม่ยากนะค่ะ
แต่ว่ามองให้ลึกๆ ลงไปแล้ว บางอย่างแม้ใน ทษ.ไม่ยาก
แต่ว่าการปฏิบัติก็เหนื่อยเหมือนกันนะค่ะ
โดย: JewNid วันที่: 6 เมษายน 2555 เวลา:22:41:06 น.
  
หนังเกี่ยวกับเด็กมักจะมีความน่ารักในตัวเสมอ

แวะมาทักทายค่ะ
โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 6 เมษายน 2555 เวลา:23:54:35 น.
  
ชอบฉากพี่ชายกับน้องชายยืนพิงข้างหลังกันและกัน มันซึ้งดี
โดย: แฟนlinKinPark วันที่: 11 เมษายน 2555 เวลา:0:31:31 น.
  
เป็นหนังในดวงใจค่ะ :)
ชอบหนังที่เป็นเรื่องราวของครอบครัว และความฝัน ความหวัง ในวัยเด็กมาก ความฝันในวัยเด็กเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์
เป็นสิ่งที่สวยงาม เป็นสิ่งที่มีความสุขและเปี่ยมไปด้วยความหวัง เมื่อเราโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ความฝันในวัยเด็กจะค่อยๆลดลงทีละนิดๆทีละนิดรึเปล่า? เมื่อต้องมาเจอกับชีวิตจริง โนบูตะอยากเก็บความฝันในวัยเด็กเอาไว้ให้อยู่ในตัวเองไปนานๆค่ะ ดังนั้น เมื่อได้นึกถึงความฝันในวัยเด็กทุกครั้งก็เป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ

น้องสองคนที่เล่นเป็นพี่น้องกันนั้น น่ารักมาก
น่ารักจนพี่สาวคนนี้อมยิ้มไปหลายวันเลยค่ะ
โดย: nobuta wo produce วันที่: 16 เมษายน 2555 เวลา:23:32:56 น.
  
คงเป็นความปราถนาของเด็กทุกคนนะคะ
ที่อยากอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาทั้งพ่อและแม่
แต่ถ้าไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ล่ะ
จะยอมรับกับสภาพความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ไหม
หนังนำเสนอเรื่องนี้โดยผ่านมุมมองของเด็กสองคน
คนหนึ่งอยากเรียกเวลาที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกกลับคืนมา
โดยผ่านคำอธิษฐาน ส่วนอีกคนยอมรับการเปลี่ยนแปลงในการแยกกันอยู่นี้
ว่าเป็นสิ่งที่ดีกว่า มีความสุขมากกว่า
ดีกว่าอยู่ด้วยกันแล้วทะเลาะกันให้ลูกๆเห็นและไม่มีความสุข
ฉากบนโต๊ะทานข้าว คงบ่งบอกสภาพของครอบครัวนี้ได้เป็นอย่างดีทีเดียว
ชอบการแสดงและความปราถนาของเด็กๆทุกคนในเรื่องนี้
และชอบตอนจบสำหรับการตัดสินใจของโคอิจิพี่คนโต
"ฉันเลือกที่จะรักโลกใบนี้ มากกว่าครอบครัว
ฉันจึงไม่อยากให้ภูเขาไฟลูกนั้นระเบิด"นายเท่มากจริงๆโคจัง

โดย: มะนาวเพคะ IP: 101.109.181.98 วันที่: 12 สิงหาคม 2555 เวลา:16:18:00 น.
  
แค่อ่านรีวิวก็รู้สึกถึงความน่ารักแล้วค่ะ
หนังญี่ปุ่นจะถ่ายทอดความเป็นอยู่จริงๆในสังคมเค้ามาด้วย ชอบตรงนี้แหละค่ะ เป็นธรรมชาติดี
โดย: ป้าโซ วันที่: 14 สิงหาคม 2555 เวลา:9:36:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Amp-atom.BlogGang.com

คนขับช้า
Location :
นครศรีธรรมราช  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]

บทความทั้งหมด