Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
4 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
O มหาภารตะยุทธ .. บทที่ ๘ .. O




เพลง .. Mantra Hare Krishna




พระนางกุณฑีแม่ของปาณฑพทั้ง ๕ ทรงอ้อนวอนพระกฤษณะให้หาทางระงับสงคราม ..
ช่วงเป็นทูตสันติภาพ
.



= บทที่๘ .. คำท้าทายของทุรโยธน์ =
กมลฉันท์ ๑๒
110100 - - - 110102
110102 - - - 110103
1 = ลหุ
0,2,3 = ครุ


O อภิเศกะฤกษ์มง- - - - คละองคะบุญญา
อภิมัณยุอุตตรา - - - คุณะค่าก็ควรกัน

O อภิเศกะสมรส - - - สหบทะผูกพัน
อภิรมยะสองขวัญ - - - รติพันธะวาบหวาม

O ขณะสันนิบาตปรา- - - - ศัยะวาทะติดตาม
ขณะนั้นพระกฤษณ์ถาม - - - นยะข้อจะควรไข

O ธรรมะบุตระปลีกองค์ - - - เพราะประสงค์จะจรไพร
ยุติเหตุและเลศใด - - - จะณรงคะชีพวาย

O ระยะกาละนานอยู่ - - - ทุขะรู้ก็รอบราย
ขณะกูณฑะโพลงผาย - - - ก็ระคาย ณ อกเขา

O จะอดูระใด, ปาณ- - - - ฑพะผ่านจะเพียงเบา
พละทุขะรุมเผา - - - อุระเคล้าและบีบเค้น

O หฤทัยก็ใฝ่ศาน- - - - ติประการะควรเป็น
ทุรกรรมะทำเข็ญ - - - ก็ละเว้นบ่คิดแค้น

O ทุขะโทมนัสปวง - - - ก็ทะลวงจะเข้าแทน-
สุขะโสมนัส, แสน- - - - ยะละแล่นระเริงหา

O ทุรโยธนะโฉดฉล - - - ดละกลสะกาพา-
หะประเล่หะมารยา - - - พจนารถะยั่วหยาม

O ริษยาระรุมอยู่ - - - นิระรู้จะห้ามปราม
ทุระเล่หะงอกงาม - - - นิระคร้ามจะข่มลง

O จะประมวละข้อคิด - - - สุจริตะธำรง
พละควรจะช่วยสง- - - - เคราะหะร่วมพระทรงชัย

O ฤจะควระหาทาง - - - ดละสร้างสงบใน-
จิตะผู้จะรู้ไพ- - - - บุลยาประดาสัน-

O ติพิภพะเอื้อตอน - - - สหกระสัมพัน-
ธะสนองคระลองนัน- - - - ทิวิมละสืบไว้

O ขณะนั้นพระ"พลราม" - - - สุตะความพินิศนัย
เฉพาะเหตุเภทภัย - - - เพราะยุธิษเฐียรทำ

O พระเสาะทุกขะใส่อง- - - - คะบ่ปลงสะกานำ-
อนุชาประดาสัม- - - - ผัสะยากลำบากเข็ญ

O วุฒิภาวะปวงเฒ่า - - - จิตะเคล้ากะลำเค็ญ
ระบุห้ามบ่ควรเห็น- - - - จะละเล่นสะกากัน

O นิระยั้งบ่ฟังความ - - - นิระคร้ามกะทุกข์ทัณฑ์
ก็เพราะมานะโมหัน- - - - ตะถวัลยะครอบองค์

O ผิวะช่วยณรงค์รบ - - - สหภพะจำนง
เพราะจะทวงบุรีสง- - - - เคราะหะคืนนะสมควร-

O ระบุทูตะเพื่อสัน- - - - ติประกันและเพื่อชวน
ธฤตราษฎระใคร่ครวญ - - - ปุระล้วนจะขอคืน

O สรรพะสิ่งและบรรดา - - - คุณะค่าบ่ควรยืน-
บทะข้อจะขอคืน- - - - กะณรงคะสงคราม

O ขณะพจนะปลดปล่อย - - - นยะถ้อยพระพลราม
พิเคราะห์ล้วนกระบวนความ - - - ฤจะห้ามหทัย”สา-

O ตยะกี”พิโรธเรื่อง - - - ดละเคืองก็เพียงคา-
รมะพลรามปรา- - - - ศัยะพลอยติเตียนธรรม

O กละภาษะนาฏเอ่ย - - - จะเยาะเย้ยและปรักปรำ
พฤติวัตรมนัสสัม- - - - มะกระทำมิสมควร

O ก็ไฉนนะไม่โทษ - - - ทุรโยธนะก่อกวน
ดละเล่หะชักชวน - - - ประจุกละคดโกง

O ยุติธรรมไฉนหนอ - - - นยะพอจะเชื่อมโยง
และวิภาษะเค้าโครง - - - สัทะธรรมะควรหรือ

O ก็อนาถนะพลราม - - - ผิวะคร้ามและร่วมมือ
กะประพฤติยึดถือ - - - ทุรชนะอื้อฉาว

O เพราะกระทำและย่ำเหยียบ- - - - พฤติเปรียบละครั้งคราว
ตละล้วนก็สามหาว - - - นยะกล่าวรึสมควร

O บทะเรื่อง ณ เบื้องก่อน - - - ผิวะย้อนและทบทวน
วรรษะครบประจบจวน - - - ปุระควรจะคืนเขา

O ก็ไฉนจะต้องวอน - - - เพราะนคระเคยเนา
ระบุสิทธิของเอา- - - - รสะปาณฑุราชันย์

O เพราะประจักษะว่าเกา- - - - รพะเหล่านะดึงดัน
เพราะยะโสและโมหัน- - - - ธะกระชั้นชำแรกใจ

O นิระรู้จะออมชอม - - - ทิฐิพร้อมก็ล้วนไพ-
บุลยากะสาไถ- - - - ยะนิสัยะครรลอง

O ทุรโยธนะหรือยั้ง - - - สติฟังและตรึกตรอง
นยะเหตุเภทผอง - - - เพราะผยองกระเหิมใจ

O ผิวะแดนและแคว้นถิ่น - - - หัสดินะกรุงไกร
ธฤตราษฎระคืนไท้ - - - ก็จะไม่ณรงค์รบ

O ผิวะไอศวรรย์ท่าน - - - จะประทานกะปาณฑพ
บุตระเขา ฤ เการพ - - - จะสงบและยินยอม

O ก็จะผ่านประยุทธี - - - กรณีเพราะออมชอม
ผิวะไม่ก็ย่อมพร้อม - - - จะณรงคะสงคราม

O ทรุบทะตรองตอบ - - - จิตะชอบกะใจความ
ธฤตราษฏระอ่อนตาม - - - กะประสงคะโอรส

O จิตะไท้ประดุจสรร- - - - คะจะปั้นจะกำหนด
ทุรโยธนะหว่านพจน์ - - - ระบุบท ธ ตามใจ

O ภิษม์โทรณาจาร- - - - ยะ ฤ ทานกระเหิมใน-
จิตะผู้เพราะรู้ไพ- - - - บุลยาอำนาจตน

O "กรรณะ"นั้นกระหายชื่อ - - - จะระบือกำแหงรณ
ชยะผองจะต้องปรน- - - - สุขะล้นฤดีเขา

O ทุรโยธนะโฉดชั่ว - - - ฤจะกลัวกะพวกเรา
มธุรสะเสพเอา - - - รสะแล้ว ฤ วางลง

O ผิวะทูตะส่งไป - - - จะพิจัยะจำนง
ระบุน้อมจะยอมองค์ - - - มิประสงคะต่อตี

O จะยะโสและโอหัง - - - ตริ-พลังจะราวี-
ฤจะด้อย-เพราะถ้อยที- - - - นะสมัครสมานฉันท์

O สหกรเถอะร่วมแรง - - - ระบุแจ้งตระเตรียมกัน
สหมิตรสนิทสรร- - - - คะพลังทะแกล้วพร้อม

O พิเคราะห์กรรมะเกื้อกูล - - - พระประยูระยินยอม-
ระบุทูตะผ่านน้อม - - - ธฤตราษฎระแจ้งความ

O ก็เพราะญาติสองฝั่ง - - - พระก็หวังจะห้ามปราม
จิตะเดียดและเหยียดหยาม - - - พฤติทรามปลาตสูญ

O จะกระไรก็จักชู - - - ธรรมะรู้จะจำรูญ
อุปการะเพิ่มพูน - - - สุขะมวลประชาชน

O ผิวะเมื่อกระทำการ - - - จะประสานหทัยคน
ขณะนั้นจะผันตน - - - อนุสนธิ์พยายาม

O ขณะพจนารถสิ้น - - - ระบุจินตะป้องปราม
ก็เสด็จะกลับคาม - - - ณ ทวารกาตน

O ระยะกาละล่วงผ่าน - - - ณ สถานก็มีคน
ทุรโยธนะโฉดฉล - - - อรชุนก็เฝ้ารอ

O ขณะองค์พระกฤษณ์นั้น - - - นิทระนันทินานพอ
ก็กระพริบพระเนตรทอ- - - - พิศะแรกปะอรชุน

O ก็เพราะญาติสองฝั่ง - - - จิตะหวังพระการุณ
พระจะช่วยอำนวยหนุน - - - รณะยุทธะชิงชัย

O ทุรโยธนะถึงก่อน - - - อุระร้อนก็นั่งใน-
ทิศะข้างพระร่างไท้ - - - หฤทัยะมาดหมาย

O อรชุนะมาหลัง - - - ก็ลุนั่งกะพื้นปลาย-
วรบาทะเพื่อสาย- - - - นัยนาจะแรกเห็น

O ก็กระนั้นพระกฤษณ์วา- - - - ทะประการะควรเป็น
เฉพาะตนนะยกเว้น - - - นิระช่วยอำนวยรบ

O เฉพาะสารถีรถ - - - ระบุบทะเจนจบ
รณะการณ์บ่สมทบ - - - จะประหัตประหารใคร

O ทัพะมวละล้วนหาญ - - - รณะการณะแกร่งไกร
จะประทานและมอบไป - - - ตริไฉนก็เลือกเอา

O อรชุนะเห็นก่อน - - - สิ-จะวอนอะไรเรา
ระบุเลือกเถอะก่อนเกา- - - - รพะเหล่าจะเลือกตาม

O อรชุนะใช้สิท- - - - ธิพระกฤษณะบ่งนาม
ทุรโยธนะห่อนขาม - - - ระบุทัพะเกริกไกร


อุปัฏฐิตาฉันท์ ๑๑
00110….110102
00112....110103
1 = ลหุ
0,2,3 = ครุ


O เสร็จการณะพระกฤษณ์ - - - นิรมิตะถ้อยไม-
ตรีเตือนสติไป - - - จะกระไรก็ญาติกัน

O เหี้ยมนั้นทุรโยธน์ - - - นิระโปรดจะแบ่งปัน
หมายเพียงจะประจัน - - - รณะยุทธะต่อตี

O สมใจอรชุน - - - สหะบุญะฤทธี
ด้วยองคะพระศรี- - - - กฤษณ์ผู้สมรรถพล

O แล้วทูตะจรัล - - - ดละสันติภาพบน-
การณ์ริษยะฉล - - - ปะทุผละเผาผลาญ

O จึงองค์ธฤตราษฎร์ - - - ธ ประกาศะอวยการ
ปรึกษาพิเคราะห์ศาน- - - - ติสนองเสนอมา

O แล้วทูตะประสาร - - - นยะดาละบรรดา
จิตมวละพฤฒา - - - กระอุร้อนบ่ผ่อนลง

O องค์ปาณฑุชาติ - - - ธฤตราษฎระร่วมองค์-
เจ้าหลวงบิตุรง- - - - คะสถานะราชันย์

O ไยเการพะครอง - - - ปุระผองบ่แบ่งปัน
ควรหรือจะถวัล- - - - ยะอำนาจะลำพัง

O อีกทั้งทุรโยธ- - - - นะก็โฉดสิเหลือชัง
ลวงปาณฑพะยัง- - - - ปุระครั้งพนันฉล

O แฝงเล่หะและโยง - - - ดละโกงสะกากล
ถ่วงบาศกะ, ผล - - - ชนะปล้นและริบเมือง

O ผองเการพะนั้น - - - อภินันทะนองเนือง
ส่วนปาณฑพะเปลือง - - - ชิวะอยู่กะยากเข็ญ

O โศกศัลยะจร - - - วนะซ่อนลุลำเค็ญ
ใครเล่านะจะเห็น - - - บทะยากลำบากเขา

O สิบสามวรรษะผ่าน - - - จะสนานก็แต่เกา-
รพมวละเฉลา - - - นิระเศร้า ฤ โศกศัลย์

O ครบสัญญะประพฤติ - - - จิตะยึดและผูกพัน
ครบสิทธิถวัล- - - - ยะอำนาจและอาชญา

O หากแม้นจะมิคืน - - - ปุระฝืนกะสัญญา
จงรอรณะกา- - - - รณะยุทธะเถิดหนอ

O ชีพเการพะวง- - - - ศะจะปลง ฤ มีพอ
ร้อยองคะจะขอ- - - - หัตะสิ้นชิวินสูญ

O จวบภีษมะตรัส - - - ระบุอรรถะเกื้อกูล
พากย์ทูตะนะพูน - - - นยะสัตยะถ้วนความ

O ด้วยสัตยะจะป้อง - - - ปุระผองและเขตคาม
จึงภีษมะปราม- - - - พจนัตถะยั่วเย้ย

O แล้วกรรณะกระเหิม - - - นยะเติมเพราะต่างเคย-
แข่งขันเพราะจะเชย- - - - ยุวะเทราปทีนวล

O เดียดฉันทะเพราะริษ- - - - ะยะจิตะครุ่นครวญ
พันธุ์พิษะกระสรวล - - - และกระเหี้ยนกระหือรณ

O ฝากทูตเถอะนะย้อน - - - และสะท้อนประโยคตน
จงปาณฑพะด้น - - - หัสดินขมาเขา

O เการพะจะโปรด - - - ระบุโทษะเพียงเบา
ปาณฑพะและเทรา- - - - ปทีเยาว์จะร่มเย็น

O ท่านภีษมะตรับ - - - กรรณะศัพท์บ่ควรเป็น
ขัดคำก็เพราะเห็น - - - อรชุนะชำนาญ-

O เชิงยุทธะและอา- - - - วุธะกล้าจะรำบาญ-
บดเสี้ยนและปหาร - - - อริลาญะชีพสูญ

O เจ้าหยิ่งและยะโส - - - นยะโอ่นะเพียบพูน
เกรงวาระอดูร - - - กะประยุทธจะหม่นหมอง

O จนท้าวธฤตราษฎร์ - - - ระบุภาษะปรองดอง
ฝากทูตะสนอง - - - พจนารถะสู่หลาน

O เชิญปาณฑพะเคลื่อน - - - ทะลุเถื่อนและถิ่นธาร
เยี่ยมลุงและสมาน - - - กุธะเคืองและขุ่นใจ

O ครั้งนั้นธรรมบุตร - - - บริสุทธิด้วยไม-
ตรีหลานก็พิจัย - - - พิเคราะห์เรื่อง ณ เบื้องหลัง

O ฝากทูตะแถลง - - - นยะแจ้งสดับฟัง
หลานเพียงเฉพาะหวัง - - - ปุระเก่าจะอาศัย

O ส่วนอื่น, ทุรโยธน์ - - - ผิวะโปรดก็เอาไป
หวังข้อระบุไว้ - - - จะเหมาะสมและเห็นตาม

O ล่วงกาละกระนั้น - - - นิระสัญญะตอบความ
เงียบงันระยะยาม - - - ขณะจิตะคิดครวญ

O เงียบนั้นดุจะว่า - - - คุณะค่าบ่เห็นควร-
เริ่มโทษะกระบวน - - - ดละส่วนผสานเสริม

O บดเบียดคุณะธรรม - - - ภพะต่ำก็ต่อเติม
พาฉละกระเหิม - - - และกระเหี้ยนกระหือรณ

O องค์กฤษณะนั้น - - - ก็จรัละบัดดล
หวังกล่อมทุพพล - - - พิเคราะห์ศัพทะกลับใจ

O แต่ล้วนคณะญาติ - - - กุรุชาติเกริกไกร
แล้วเหตุนะไฉน - - - จะพิฆาติล้างกัน

O เต็มสัญญะประพฤติ - - - บทะยึดและผูกพัน
ปาณฑพะจรัล - - - ณ พนัสะพงไพร

O สิ้นเหตุจะปั้น - - - บทะรั้นและดื้อไป
ด้วยโลกะจะไข - - - นยะศัพทะอื้ออึง

O ว่าสัตยะเกา- - - - รพะเขาบ่คำนึง
ล้วนฉละจะพึง - - - ระบุพากยะหยาบหยาม

O เลือดขัตติยะหรือ - - - บทะคือบ่ควรความ
ใครไหนล่ะจะห้าม - - - กิติศัพทะภินท์พัง

O ครั้งนั้นทุรโยธน์ - - - ก็อุโฆษะเสียงดัง
นิ้วเดียวปุระยัง- - - - ยุติหวังจะได้คืน

O ภูมิภาคหัสดิน - - - ปุระถิ่นนะหยัดยืน
รอปาณฑพะขืน - - - พละแกล้วและเข้าครอง

O โดยการรณะยุท- - - - ธะจะรุดก็เพื่อรอง-
รับบทะผยอง - - - อธิราชะหนึ่งเดียว

O อุกอาจะฉกรร- - - - จะผจัญะด้วยเรียว-
แหลมศรเถอะจะเกรียว - - - พละฆาตะชีพสูญ

O ห่อนหมายจะประนอม - - - นิระพร้อมจะเกื้อกูล
ต่อญาติประยูร - - - ทุรโยธนะตัดสิน

O องค์ภิษมะนั้น - - - ก็ผจัญะแก่จินต์
เการพะถวิล - - - จะประลองประยุทธี

O ทราบว่าอรชุน - - - ศระดุลยะภาพมี
เหนี่ยวคันธนุศรี - - - นิระที่จะต้านทาน

O เหิมนั้นทุรโยธน์ - - - จิตะโฉดเพราะสันดาน
คาบนั้นจะสมาน - - - จิตะร่วมก็ล้มเหลว

O ป่วยการะจะกล่าว - - - ระอุผ่าวก็ด้วยเปลว-
เพลิงริษยะเสว- - - - ะนะด้วยนิสัยพาล

O ป่วยการะจะกล่อม - - - ประจุพร้อมกะวิญญาณ
คือโทสะผสาน - - - ริษยาผะแผดเผา

O เหลือเพียงจะประลอง - - - เพราะผยองจะหมายเอา-
เมืองปาณฑพะเขา - - - กุธะพากยะหมิ่นหยาม

O แต่นี้สินะที่- - - - ปถวีจะต้องทราม
เลือดคนก็จะลาม - - - ภวะแทนอุทกไหล

O แต่นี้สรรพะเสียง - - - จะประเดียงประดังไกล
คน, อาวุธะไหว - - - รณะศัพทะอื้ออึง


จบบทที่ ๘



Create Date : 04 พฤษภาคม 2552
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 13:19:11 น. 46 comments
Counter : 1986 Pageviews.

 


สวัสดีค่ะ พี่กาย

พูมาเรียนรู้ลักษณะบังคับและการเขียน กมลฉันท์ ๑๒
บทประพันธ์แต่ละประเภท..มีหลากหลายจัง
เฉพาะฉันท์...มีหลายแบบนะคะ จำได้ไม่หมด
แค่ฉันท์แบบเดียวก็ยังเขียนไม่ได้เลยค่ะ



โดย: พธู วันที่: 4 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:13:07 น.  

 
กำลังม่วนกับฉันท์เลยนะคะ ..ยิ้ม..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 4 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:45:10 น.  

 
สวัสดีคร้า....พี่กาย….

แพมมาชื่นชมฉันท์ลักษณ์อันกอปด้วยความงดงาม

ของพี่กาย....คืนนี้นิทราหลับฝันดีราตรีสวัสดิ์นะค่ะ


โดย: มัททะนะ (mastana ) วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:01:12 น.  

 
แล้ว อิราวัต -พัภรุวาหนะ ไปไหนคะ จึงกล่าวถึง อภิมัณยุ ซึ่งเป็นน้องเล็กสุด...


โดย: sirivinit (sirivinit ) วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:37:47 น.  

 
ขอคุยกับ คำถามคุณเม็ดขนุน...พอดีคอมเมนท์ที่บล็อกนั้นไม่ได้ค่ะ



..ไปไหนไม่ได้ คอมเมนต์ไม่ได้ค่ะ ตื่นแล้วมาลองดูใหม่ คิดถึงเพลง กฤษณโกวิน เลยไปฟัง ไปเจอคุณเม็ดขนุนถาม...

ชมพูทวีป....

เคยอ่านจากไหนจำไม่ได้ค่ะ... หมายถึงดินแดนอันร่มเย็น ทำมาค้าขายได้ดี คนโบราณเรียกประเทศอินเดีย ที่แต่ก่อนรวมถึงพื้นที่ของปากีสถาน-เนปาล-บังคลาเทศ เพราะมีรูปร่างคล้ายต้นหว้า...มี 16 แคว้น แบ่งชนชั้นเป็น 4 วรรณะ..กษัตริย์-พราหมณ์-แพศย์-ศูทร

กษัตริย์มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์เต็มแปดท้องพระคลังหลวง... มี

รัตนเจ็ดประการ จักรแก้ว ..ม้าแก้ว... ช้างแก้ว...
ขุนพลแก้ว.. ขุนคลังแก้ว.. รัตนกวี-กวีแก้ว(แบบพี่กายนี่แหละค่ะ) และนางแก้ว (หมายถึงมเหสี ดีเพียบพร้อม งดงาม-เบญจกัลยาณี) ทั้งหมดนี้ อยู่ในเมืองแก้ว...

จะตรงข้ามกับกาฬทวีป ที่อดอยากแร้นแค้น ยากไร้ขัดสน....

เปรียบชมพู... คืองามสดใสอุดมสมบูรณ์
กาฬ...ดำ หมองหม่น มืดมนอนธการ...

และคำว่าชมพูทวีป (Jambudvipa)

เหมือนพนมเทียน เคยเรียก ไม่แน่ใจว่าในศิวา-ราตรีหรือไม่ค่ะ...

และโสภาค สุวรรณ ในเรื่อง สิคีริยา...ศิขริน-เทวินตาเรียก ชมพูวิภา (พราหมณ์มาฆะผู้บิดา...)


คำว่าชมพูทวีป กลับไม่เป็นที่รู้จักในอินเดียนัก
จะรู้จัก คำว่า ภารตะมากกว่า

เพราะเป็นชื่อที่มาจาก...ท้าวภารตะ ปฐมวงศ์แห่งราชวงศ์ปาณฑปจากเรื่องมหาภารตะ
ที่เรากำลังติดตามอ่านฉันท์อย่างสนุกกันนี่แหละค่ะ

วิมีเพื่อนเป็นคนอินเดีย ชื่อ ศรีสัตยาเดียร์ลักษมีณา เธอไม่รู้จักคำว่า Jambudvipa อาจจะเพราะเป็นเด็กก็ได้ค่ะ

คุณเม็ดขนุน นึกว่าเราคุยกันนะคะ เผื่อท่านผู้อื่นทราบ จะได้มาร่วมวงคุยกับพวกเราด้วยค่ะ

ตั้งแต่วันเกิด คุณเม็ดขนุนหายไปเลยนะคะ...






โดย: sirivinit (sirivinit ) วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:2:17:19 น.  

 
รออ่านต่ออยู่เรื่อยๆ นะคะ



โดย: เพรง.พเยีย วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:5:46:59 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่กาย

เช้านี้นกกลับมาระยองเร็ว
ออกมาแต่เช้ามืดค่ะ ก่อนตี 5 อีก
พี่กายกลับระยองเหมือนกันหรือเปล่า
หรือว่า ลาต่อ อยู่กรุงเทพฯ คะ

ตามมาอ่านงานพี่กายเช่นเดิมค่ะ
รออ่านเรื่อยๆ เช่นเดียวกับคุณนาง
งานของพี่กาย งดงามและมีคุณค่านะคะ





โดย: ดวงใจพ่อ (Nok_Noah ) วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:06:21 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ....

กลับมาทำงานหรือยัง...คะ

รบกวนที่หลังไมค์ด้วย....นะคะ

ขอบคุณ...ค่ะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:22:59 น.  

 
สวัสดีครับทุกๆคน....

น้องพู...
ในบรรดาประเภทของร้อยกรองไทยที่มี
กลอน...กาพย์...โคลง...ฉันท์...นั้น
ฉันท์เป็นประเภทที่มีฉันทลักษณ์หลากหลายที่สุด
พี่เดาว่าได้มาจากการเล่นจังหวะคำของคนโบราณ
ที่มีเวลาว่างมากจากช่วงรบทัพจับศึก

เราจึงจำฉันทลักษณ์ได้ยาก...นอกจากเฉพาะรูปแบบ
ที่เราเขียนกันบ่อยๆ...
อย่างพี่นี่จะจำได้แค่...
อินทรวิเชียร ๑๑(สักกะวัชระฉันท์)
วสันตดิลก ๑๔
สัททุลฯ ๑๙
อีทิสัง ๒๐

เท่านั้น
นอกนั้นต้องเปิดตำราอ้างอิง...





อัล....
ก็เวลาเขียนติดลม...มันก็ม่วนดีอยู่....
แต่เวลาทิ้งไปนานๆ...มันจะต้องเคาะสนิม
กันทุกครั้ง…เขียนบรรยายเรื่องราวไม่ยากเท่าไร






แพม...
คำฉันท์ศัพท์ไม่คุ้นตามีมากอยู่...
หวังว่าน้องคงพออ่านได้นะ...
เรื่องราวยิ่งใหญ่ของอินเดีย...ค่อยๆอ่านกันนะ

พี่หลับฝันดีทุกคืน...ค่ะ

ตอนนี้ไม่ค่อยมีเวลาไปเยี่ยมใคร....
ขออำภัยมา ณ ที่นี้ นะขอรับ






น้องวิ...
สงสัยตำราที่พี่อ้างอิง....จะไม่ละเอียดมากนัก
ในมหาภารตะยุทธนั้น มีเรื่องปลีกย่อยอีกมากมาย
ที่เขียนกันไม่หวาดไม่ไหว....
เพียงแต่พี่เอาแต่เฉพาะบุคคลที่มีความโดดเด่น
มากล่าวถึงเท่านั้น....

อภิมัณยุ....เป็นลูกชายของอรชุนกับพระนางสุภัทรา
ที่เป็นน้องสาวของพระกฤษณะ...และเป็นลูกชาย
ที่รบเก่งที่สุดของอรชุน....

ในเบื้องปลาย...เกิดกรณีการกลุ้มรุมสังหารขึ้น
กับเจ้าชายองค์นี้โดยกลุ่มบุคคลระดับแกนนำของ
ฝ่ายเการพ...การต่อสู้ที่ไม่เป็นธรรมนี้เมื่อทราบถึง
ฝ่ายปาณฑพ...ก็ทำให้บังเกิดความเปลี่ยนแปลง
อย่างใหญ่โตขึ้นมาในการสู้รบ...เรียกว่าเป็น
จุดเปลี่ยนก็ได้…

การอ่านฉันท์อาจจะเข้าใจได้ยากสักหน่อยสำหรับ
คนที่ไม่คุ้นเคยกับศัพท์แสงที่ใช้....หากมีเวลาพี่
จะพากย์เป็นร้อยแก้วประกอบไว้ด้านล่างของแต่
ละตอนทุกบทไป....เท่าที่คำฉันท์บทนั้นๆเขียนถึง
คิดว่าจะเป็นประโยชน์มากขึ้น

ขอบคุณคำอธิบายเรื่อง ชมพูทวีป นะคะ
น้องเป็นคนรอบรู้จริงๆ...พี่ขอชื่นชม...หากคนไทยรัก
การอ่านแบบน้องวิ...เป็นส่วนใหญ่...เราจะพัฒนาชาติ
ได้ง่ายกว่านี้มากเลย...



โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:24:33 น.  

 
น้องนาง....

ค่ะ...พี่ก็เขียนติดต่อกันเป็นช่วงๆ...บางช่วง
ก็จะหายไปนานหน่อย...อย่างไรก็แล้วแต่..
ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายก่อนที่สงครามจะระเบิดขึ้น...

พี่ขอบคุณมากนะคะกับเพลง และรูปภาพประกอบ
ที่น้องส่งมาให้มากมาย....

สบายดีแล้วใช่ไหม ?








นก...
ค่ะ...พี่มาระยองแล้วค่ะ...ทำงานอีกสองวัน
ก็เข้ากรุงเทพเย็นพฤหัสอีก...ขับรถเป็นว่าเล่น
ทำไงได้คะ....ติดแสงสีเมืองกรุงแล้ว...อิๆๆ

สบายดีนะคะ....






พี่ปอป้า...
ครับ...ผมตอบหลังไมค์แล้วครับ
ยินดีครับ...พี่ส่งมาทางเมล์เลยนะครับ...
แล้วพอมีเวลาผมจะดูให้ครับ

ยินดีครับ....




โดย: สดายุ (สดายุ... ) วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:04:12 น.  

 
"อย่างพี่นี่จะจำได้แค่...
อินทรวิเชียร ๑๑(สักกะวัชระฉันท์)
วสันตดิลก ๑๔
สัททุลฯ ๑๙
อีทิสัง ๒๐

เท่านั้น
นอกนั้นต้องเปิดตำราอ้างอิง..."

...ผมเชื่อว่าท่านไม่ได้โกหกแน่...แต่ผมประหลาดใจครับ
แหะๆ


โดย: ศารทูล IP: 125.25.25.134 วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:38:18 น.  

 
ศารทูล...

ประหลาดใจอะไรพ่อหนุ่ม
จะไปเสียเนื้อที่สมองจำไปทำไมกะฉันทลักษณ์

เข้า google > ฉันท์ > Enter อันแรกเลย
มีครบ...

อ้อ...ภุชงปยาตก็จำได้...อย่างอื่นไม่ค่อย
ได้เขียน



โดย: สดายุ... วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:22:20 น.  

 
ขอบคุณมากๆเลยค่ะคุณวิ
หลังวันเกิดก็ไปดูงานมาค่ะ (ไม่ได้ไปเที่ยวเหมือนใครว่านะคะ แหะ แหะ)


โดย: medkhanun วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:43:38 น.  

 
คืนนี้นอนไม่หลับอะพี่ เลยลุกมารื้ออ่านบล็อกเพื่อน ๆ ซะพรุน
มีวิธีแก้โรคนอนไม่หลับไหมคะ ไม่อยากทานยานอนหลับ เฮ้อ...

บ่น ๆ ๆ แล้วเดินออกไป


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:32:42 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ

แม่เอื้องเข้าอ่านภารตยุทธ์คำฉันท์
เดี่ยวนี้อ่านได้คล่องและเข้าใจมากขึ้น

สบายดีนะคะ..ขอให้มีความสุขค่ะ


โดย: แม่เอื้อง IP: 118.172.50.241 วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:49:58 น.  

 
เม็ดขนุน....
อ้อ..ไปดูงานมาจริงๆ..น่ะหรอกรึ...
ขอโทษนะคร้าบบบ...ที่กล่าวหาท่านอาจารย์ว่าไปเที่ยว
555







อัล...
ว่ากันว่า...การนอนไม่หลับเพราะประสาทมันตื่นตัว
แม้ร่างกายจะอ่อนเพลียสักแค่ไหนก็ตาม....
ประการนี้จะเห็นได้ว่า...ใจ นั้นสำคัญอยู่เหนือกาย
และบังคับกายได้...

จากประสบการณ์ของพี่เอง...
เวลาเรานั่งหลับตานนิ่งๆ...ใจมันจะวิ่งวุ่นวายไปมา
นึกเรื่องโน้นเรื่องนี้...พอสักพักเริ่มนิ่งลงก็จะง่วง
คนนั่งสมาธิจำนวนมาก...ตัวจะโค้งงอไปข้างหน้า
หลับไปในท่านั่ง...ไม่ได้อะไรอย่างที่คิดกันหรอก
เขาต้องการให้จิตรำงับสงบ...เท่านั้น...ส่วนสมาธิ
จะเกิดก็ต่อเมื่อฝึกจนไม่ง่วงแล้วนั่นแหละ

แปลว่าหากบังคับจิตให้อยู่นิ่งๆ...มันจะคิดอะไรก็
ตามเมื่อรู้ตัวก็ให้กลับมานิ่งๆใหม่...ทีนี้จะนิ่งด้วยอะไร ?

เขาก็กำหนดให้จดจ่อที่ลมหายใจเข้าออกไง...เพราะ
มันเกิดอยู่ตลอดเวลาเพื่อผูกจิตไว้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
จะได้ลืมเรื่องอื่นๆไป...พอมันนิ่งสักพักก็จะง่วง....และ
หลับได้...

ใครขี้เกียจนั่ง...ก็ใช้วิธีนอนเลย
จับที่ลมหายใจไปเรื่อยๆ...มันพล่านออกไปเมื่อไร
พอรู้ตัวก็เอาใหม่...อย่าไปเคร่งเครียด...

หากเข้าใจธรรมชาติของจิตก็จะควบคุมจัดการไม่ยาก


โดย: พี่ (สดายุ... ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:56:02 น.  

 
สวัสดีครับแม่เอื้อง....
โรงเรียนใกล้เปิดแล้วสิครับ....
หรือคุณครูบางคนอาจต้องไปจัดการเรื่องราว
ในโรงเรียนแล้วก็มี....

อากาศค่อนข้างร้อน....
ดูแลสุขภาพครับแม่เอื้อง


โดย: สดายุ... วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:00:56 น.  

 
คืนนี้อัลจะลองนอนกำหนดลมหายใจเข้าออกตามที่พี่แนะนำ
ใจคนมันวิ่งไม่หยุดยังกะลิง... จับปูใส่กระด้งยังง่ายกว่า
แต่ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่าง คงแย่แหง ๆ

แล้วก็กะว่า คงใช้เวลาช่วงบล็อกปิดเอาไปทำสมาธิเพิ่มด้วย
ไว้ได้ผลยังไง จะมารายงานพี่ตอนบล็อกเปิดเน้อ...

(เอ้อ... รู้สึกละอายเหมือนกัน เวลามีปัญหาอะไรก็วิ่ง
มาขอคำปรึกษาพี่ทุกที ไม่รู้จะว่าไงดีแล้ว)


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:58:13 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่กายคนดี

ช่วงนี้ยุ่งมากมายเหรอค่ะต้องดูแลสุขภาพด้วยน้า
ส่งผ่านความคิดถึงห่วงใยในอักษรด้วยสองเพลานี้
ให้พี่ยา...มีความสุขตลอดเวลา.. นิทราหลับฝันดีค่ะ



โดย: มัททะนะ (mastana ) วันที่: 8 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:03:12 น.  

 
อัล...
ลองง่ายๆไปก่อน...อย่าไปอ่านทฤษฎีน้ำท่วมทุ่งมาก
เดี๋ยวจะงง....อิๆๆ...
ในทางศาสนาพุทธ...หลักการทำสมาธิภาวนามีถึง
40 วิธี...แต่พระพุทธองค์ใช้กำหนดลมหายใจ
เข้าออก...คือ อาณาปานสติ เป็นหลัก...

เข้าจว่าไม่มีโทษต่อผู้ปฏิบัติแต่อย่างใด...






แพม...
ขอบคุณนะคะ กับความปรารถนาดีที่มีให้กัน
แพมเองก็ดูแลสุขภาพนะคะ...




โดย: พี่ IP: 125.27.78.142 วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:20:23 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่สดายุ

ดอกบัวมาอ่านงานพี่สดายุ งดงามมากค่ะ
แต่ดอกบัวจะต้องมาอ่านหลายๆรอบ
เพื่อทำความเข้าใจ ในเนื้อคำ ที่พี่สดายุเขียนให้มากๆ

บางคำดอกบัวก็ไม่เข้าใจเท่าไร
เพราะคำประมาณนี้ ดอกบัวรู้น้อยค่ะ

แต่ที่แน่ๆ ดอกบัว มาสวัสดีพี่สดายุ

ดอกบัวขอให้พี่สดายุ มีสุขภาพแข็งแรง มีแต่ความสุขค่ะ


โดย: ดอกบัว IP: 124.121.4.11 วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:09:34 น.  

 
เมื่อ... ตอนนอนไม่หลับมา
ตอนจะนอนหลับก็ต้องมา
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ..อมยิ้ม..


คำฉันท์ยุคไฮเทค...
มหาภารตะยุทธ ยาวได้สุดยอดเลย
สามารถมาก ๆ ค่ะ... พี่กะไว้กี่บทจบ
หรือว่าเขียนไปเรื่อย ๆ แบบไม่มี
แพลนล่วงหน้าเนี่ย


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:37:26 น.  

 
มาติดตามค่ะ
พี่คะ
พรุ่งนี้สัมภาษณ์เด็ก admissionแล้ว
ขำๆ กับคำถามที่ว่า ทำไมถึงเลือก ม.แม่ฟ้าหลวง
เกือบทุกคนจะตอบว่า เพราะสวย

เพลงประกอบนี้ อาจารย์ห้องข้างๆแอบกลัวด้วยค่ะ
เข้ามาเคาะถามว่าสวดอะไร เหอๆ


โดย: medkhanun วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:33:44 น.  

 
ดอกบัว....
สวัสดีค่ะ...สบายดีนะคะ
อ้อ...มาอ่านฉันท์ก็อาจมีคำศัพท์เยอะหน่อย
เปิดพจนานุกรมออนไลน์...ในลิงค์ขวามือ
จะพอหาความหมายได้ไม่ยาก....

มหาภารตะยุทธเป็นวรรณกรรมเรื่องยาวที่สุด
ของอินเดีย...เป็นเหตุการณ์เมื่อ 4000 ปีที่แล้ว
การรบกันเองของเผ่าพันธ์อารยัน - aryan





อัล...
ไม่ได้กะไว้ว่าจะจบในกี่บท...
แต่เรื่องมันมาถึงตอนกำลังจะรบกัน...
เรื่องราวที่ดำเนินมาทั้งหมด...ล้วนประมวลมา
เพื่อจะมาสู่การรบกันที่ทุ่งกุรุเกษตร...ปัจจุบัน
ทุ่งนี้อยู่นอกกรุงนิวเดลฮี....

การรบครั้งนี้จะดำเนินไปเป็นเวลา 18 วัน
โดยมีกำลังรบฝ่ายเการพ 11 อักเษาหิณี
และฝ่ายปาณฑพ 7 อักเษาหิณี

โดยบางที่มาถือว่า 1 อักเษาหิณี ประกอบด้วย
กองรบช้าง 21,780 เชือก
รถรบ 21,870 คัน
กองรบม้า 65,610 ตัว
ทหารราบ 109,350 คน

คนทั้งหมดประมาณ 4-5 ล้านคนล้วนตายเกือบ
ทั้งหมด....

เรื่องมาถึงก่อนการรบแล้ว...
คงจบได้ไม่ยาก....หากไม่ขี้เกียจซะก่อน...555





เม็ดขนุน....
เพลงนี้เป็นเพลงสรรเสริญพระกฤษณะ...ซึ่งเป็น
นารายณ์อวตารปางที่ 8 เหมือนที่พระรามเป็นนารายณ์
ปางที่เท่าไรจำไม่ได้....ฟังแล้วน่ากลัวเหรอ...

เอ...แปลก
ครูข้างห้องขวัญอ่อนจริง...

พระกฤษณะมีพระบิดาเป็นพี่ชายของพระนางกุณฑี
ที่เป็นพระมารดาของพี่น้องปาณฑพ
มีพี่ชายคือ...พระพลราม
มีน้องสาวคือ...พระนางสุภัทรา
มีญาติคือ...สาตยกี...ผู้เป็นศิษย์อรชุนและรอดตาย
จากสงคราม 18 วัน

พระกฤษณะครองกรุงทวารกา หรือ ทวาราวดี
อยู่ในราชวงศ์ยาฑพ



โดย: สดายุ... วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:6:27:14 น.  

 
คุณสดายุค่ะ

ดิฉันขอเพลง ลาวสวยรวย กับ
เพลง มยุราภิรมย์ด้วยนะค่ะ
ช่วยส่งให้ที่
too_pooh.g@hotmail.com
ขอขอบพระคุณมากจริงๆ ค่ะ
ถ้าสังให้


โดย: ตู่ IP: 113.53.168.143 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:44:58 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่กาย

เป็นคำฉันท์ที่ยาวจริงๆ นะคะ
คงเพราะเรื่องราวมหาภารตะยุทธ
ที่มีเรื่องราวการรบ 18 วันที่น่าสนใจ
แบบนี้พิมพ์รวมเล่ม เป็นงานที่ทรงคุณค่าค่ะ

พูไปหาอ่านเรื่องราวต่างๆ ตามเวบ
ไปเห็นภาพพระกฤษณะกับพระนางราธาค่ะ
เลยเก็บมาฝากพี่กายนะคะ




พระกฤษณะกับพระนางราธา สาวกผู้ภักดีต่อพระกฤษณะ





พระนางราธาหรือราธิกา



โดย: พธู วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:38:18 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ...

พี่ไม่สบายเสียหลายวัน เลยไม่ได้เข้าบล๊อก..
คุณสดายุ สบายดี...นะคะ

วันนี้พี่กลับเข้าบล๊อก พร้อมกับอัพอินเดียต่อ
ถึงเมืองพาราณสีแล้วค่ะ ถ้าสนใจ เชิญที่บ้านพี่..นะคะ

สำหรับเรื่องกลอนนั้น พี่ได้ส่งมาให้คุณสดายุ
ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว คิดว่าน่าจะได้รับแล้ว..นะคะ
ก็ต้องขอบคุณในความกรุณาด้วย...ค่ะ

ขอให้มีความสุข สนุกสนานกับชีวิตและการทำงาน..นะคะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:34:09 น.  

 
งั้นก็อย่าขี้เกียจไปก่อนล่ะพี่...
เอาใจช่วยให้เขียนจนจบเน้อ

อัลจะได้อ่านจากที่นี่ ไม่ต้อง
ไปซื้อหนังสือมาเป็นเล่ม ๆ
ประหยัดเงินดี (งกสุดฤทธิ์ค่ะ)

ราตรีสวัสดิ์นะคะ ..ยิ้มกว้าง..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:56:50 น.  

 
วุ่นวายเรื่องเตรียมงานแต่งงานเลยไม่ได้แวะมาอ่านนาน
สาบยดีนะคะพี่?

ยิ้ม..


โดย: Jean IP: 88.109.192.199 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:09:33 น.  

 
คุณตู่...
ผมมี file mp3 แต่เพลง ลาวสวยรวย
ทั้งของกอไผ่ และ คุณพระช่วย
แต่ไม่มี มยุราภิรมย์ครับ....
แล้วจะส่งไปให้วันที่เนตดีนะครับ....วันนี้เนตไม่ดี






น้องพู....
ขอบคุณค่ะ....สองรูปนี้พี่มีแล้วค่ะ....
เขียนฉันท์ยาวๆ....ท้าทายตัวเองไงคะ
เขียนเรื่องของพราหมณ์ให้ชาวพุทธอ่านก่อน
รวมทั้งเตรียมไว้เขียน....เรื่องพระสมณะโคดม
ปิดท้ายบล็อคฉันท์....ให้ครูภาษาไทยมาอ่านกัน





พี่ปอป้า....
ผมสบายดี...ไม่ค่อยเจ็บไข้กับใครเขา....อาจเพราะ
มีคนคอยให้ศีลให้พรกันมากมายลับหลัง....เลยหัวแข็งครับ
ครับ....แล้วผมจะแวะไปนะครับ....

เรื่องกลอนได้รับแล้วครับ
แต่ยังไม่มีเวลาดูให้เลย....
อาจช้าหน่อย...ต้องขออภัยด้วยครับ...มีเรื่องต้องจัดการเยอะ



โดย: สดายุ IP: 125.27.76.70 วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:6:02:32 น.  

 
อัล...
ก็คงเขียนไปเรื่อยๆ...คงจบได้ภายในปีนี้
น้องก็มาอ่านดูนะ

บางครั้งก็มีเรื่องอื่นมาคั่นจังหวะทำให้ยืดยื้อ
อย่างไรเสียคำฉันท์ก็เขียนง่ายกว่าโคลง
เป็นไหนๆ...






จีนา....
พี่ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ....
หวังว่าจีนา..และ...เขาคนนั้นจะครองคู่กัน
อย่างมีความสุขตลอดไป....

ขอบคุณนะคะที่มาบอก
แม้จะเป็นคนหลังๆก็ตาม

ยิ้ม....


โดย: พี่ IP: 125.27.76.70 วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:6:12:40 น.  

 
สวัสดีค่ะ

มีความสุขกับวันพฤหัสฯ ที่อากาศเย็นสบาย...นะคะ

Photobucket


โดย: พรหมญาณี วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:28:21 น.  

 
สวัสดีครับพี่ปอป้า...
วันนี้ที่ระยองฝนตกหนักทั้งวัน....
จนเนตล่มเข้าไม่ได้เลย....

รูปนี้ผมมีแล้วครับ
ขอบคุณที่เอามาให้ครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:39:59 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่กาย

อุปัฏฐิตาฉันท์ ๑๑...พูไม่เคยรู้จักค่ะ
ดีจังเลย มีฉันทลักษณ์มาให้เรียนรู้อีกแล้ว
ไว้จะลอง ฉันท์ ดูสักบทนะคะ




โดย: พธู วันที่: 15 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:13:21 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ...

คุณสดายุ พูดถึงเรื่องพระพุทธรูป
พี่เลยนำมาฝาก ไม่แน่ใจว่าเคยเห็นหรือยัง

ภาพบนซ้ายมือ เป็นปางปฐมเทศนา
สร้างด้วยหินทรายจากชูนาร์ สมัยคุปตะ
น่าเสียดายที่ถูกพวกมุสลิม ทำลายพระนาสิกและพระหัตถ์เสียหายไปบางส่วน

ส่งเข้าประกวดงานประติมากรรมโลกหลายครั้ง
ได้รับรางวัลชนะเลิศมาตลอด จนยูเนสโก บอกว่าไม่ต้องส่งมาอีกแล้ว..
ปัจจุบัน ประดิษฐานอยู่ในพิพิธภัณฑ์สารนารถ
ของจริงสวยงามมากค่ะ แต่เขาไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ
พี่ไปทีไร ต้องไปยืนชมเป็นเวลานาน ๆ ทุกครั้ง...

ส่วนภาพเล็ก ถัดลงมา ได้มาจากลูกชายค่ะ
ไม่ทราบว่าเค้าไปเอามาจากไหน

และภาพใหญ่ เป็นโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบในอินเดีย
ปัจจุบันก็ประดิษฐาน อยู่ที่สารนารถเหมือนกันค่ะ

พี่ชอบพุทธศิลป์แนวนี้..ค่ะ
ที่บ้านเรา นอกจาพระพุทธชินราชแล้ว
ก็เห็นแต่ พระศรีศากยมุนี ที่วัดสุทัศน์ อีกองค์ที่งาม..ค่ะ

Old Buddha

มีความสุขกับวันทำงาน...นะคะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:35:05 น.  

 
น้องพู....
ค่ะ...ฉันท์นี้เขียนไม่ยากเท่าไร
ลองดู...ตามฉันทลักษณ์ที่ทำผังไว้ให้
หากลองควรลองสัก 5-6 บทพอเป็นเรื่องเป็นราว







พี่ปอป้า....
ขอบคุณมากครับกับรูปองค์พระสวยๆ
ผมชอบศิลปะอินเดีย...ชอบที่มีรายละเอียดมากมาย
ไม่ว่ารูปปั้น หรือ รูปวาด...

พี่ลองดูรูปในมหาภารตยุทธ ตอนที่ ๑ ดูสิครับ
วาด อรชุน กับพระกฤษณะ เป่าสังข์ ได้ละเอียดละออ
ปานภาพถ่าย...สีสันสวยงาม

แปลกมากที่อีกวัฒนธรรมใหญ่ที่อยู่รอบบ้าน
คือ จีน...ผมกลับไม่ชอบเลย...ไม่ว่ารูปวาดลายเส้น
หรือศิลปกรรม ปฏิมากรรม...พี่ลองนึกถึงระเบียง
ที่มีลายเป็นเส้นเหลี่ยมๆขดซ้อนแบบก้นหอย...
หาความงามไม่ได้เลยทีเดียว....

อ่านเรื่องมุสลิมทำลายพระพุทธรูปแล้ว...ต้องข่มใจ
มากทีเดียว...ไม่นานที่ผ่านมาพวกตาลีบันใน
อาฟกานิสสถานมันระเบิดพระพุทธรูปขนาดใหญ่
ที่แกะสลักเข้าไปในภูเขาทิ้งก็อีกเรื่องหนึ่ง...
เป็นอีกเรื่องที่ศาสนาที่ริษยาลัทธินี้กระทำ
หยาบหยามต่อความเชื่ออื่น....

ก่อนจะถูกฝรั่งหัวแดงหิ้วหมูเข้าไปไล่จนต้องระเห็ดไป
อยู่ถ้ำ...

ยินดีที่พี่แวะมา..เอาความรู้ต่างๆมาเผยแพร่ด้วย
ขอบคุณครับ


โดย: สดายุ... IP: 125.27.76.9 วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:53:22 น.  

 
พี่ไปดูมหาภารตยุทธตอนที่ ๑ มาแล้ว...ค่ะ

งามจริง ๆ อย่างที่คุณสดายุ ว่าเลย...ค่ะ

พี่เองก็ชอบศิลปะทางอินเดียเหมือนกัน
สำหรับความเห็นของพี่นะคะ พี่ว่าศิลปะจีนไม่เป็นธรรมชาติค่ะ...

ช่วงที่พวกตาลีบัน ระเบิดพระพุทธรูปนั้น รู้สึกสลดใจมากเลยค่ะ
พี่ว่าไม่มีศาสนาไหนจะใจกว้างเท่าศาสนาพุทธของเราหรอก..นะคะ

ขอบคุณที่สร้างสรรผลงานที่มีประโยชน์มากมาย
ให้พี่และผู้อื่นได้รับความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง

ขอให้คุณสดายุ โชคดี มีความสุข...นะคะ
...วันนี้ ราตรีสวัสดิ์ ค่ะ...


โดย: พรหมญาณี วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:14:26 น.  

 
สวัสดีคะคุณพี่...


ไม่ได้เข้ามานาน เข้ามาแล้วอย่าง งง
ตกกะใจเพลงอย่างแรงงงงง
พี่สบายดีนะ...


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:05:35 น.  

 
สวัสดีครับพี่ปอป้า....

ครับ...ศิลปะอินเดีย...งาม
สำหรับคนที่เสพงานศิลป์เป็นอาหารใจ
จะมีอะไรจะสุขใจเท่าการพินิจ
รูปเงา..สีสัน...และลายเส้น...เป็นไม่มี

พูดเรื่องตาลีบันยังขำ...
มันว่าไม่เอารูปเคารพ...แต่แท่งหินดำ
กลางกรุงเมกกะ...เป็นรูปหรือนาม...
และมันเคารพกันไหม ?

หากสมมุติว่า ยิว ยิงขีปนาวุธ ถล่มหินดำนั่น
มันจะรู้สึกอย่างไร...?

มูฮัมหมัด โอมาร์ ผู้นำตาลีบัน...มันยังเอาเสื้อคลุม
ที่ว่ากันว่าเป็นของศาสดามูฮัมหมัด...ตกทอดมา
มาโบกเรียกขวัญพวกเดียวกันบนรถถังรัสเซียที่ยึด
ได้เมื่อครั้งเข้าครอบครองอำนาจรัฐอาฟกัน อยู่เลย






บุปผาราตรี....
สวัสดีครับ....
ท่าทางจะขวัญอ่อนนะ....ตกใจง่าย
โน่นก็ตกใจ...นี่ก็ตกใจ
เพลงก็ตกใจ...กลอนก็ตกใจ...รูปก็ตกใจด้วยสิ

เฮ้อ






โดย: สดายุ... วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:20:08 น.  

 
สวัสดีครับ คุณสดายุ

ผมเองสนใจในเรื่องมหาภารตะ อยู่บ้าง
วันนี้ลองsearch google เจอบล็อกนี้เข้า
เปิดมาหน้านี้แล้วได้ยินเพลงนี้
บอกตรงๆครับ ชอบมาก
คืนก่อนเพิ่งอ่าน มหาภารตะในตอนที่กฤษณะร่ายภควัทคีตา วันนี้มาฟังเพลงนี้ ดีจริงๆครับ

จะเป็นไปได้มั้ยครับที่ผมจะขอเพลงนี้จากคุณสดายุ
ถ้าหากว่าได้และไม่เป็นการรบกวนเกินไปจะมีเพลงอื่นๆมาให้ด้วยก็ได้นะครับ
ที่E-mail thammathep@hotmail.com
ผมจะตามอ่านบทต่อๆไปของมหาภารตะจากบล็อกนี้นะครับ

ชอบมากครับ

ขอบคุณครับ
เทวา


โดย: ธรรมเทพ IP: 125.24.230.227 วันที่: 15 มิถุนายน 2552 เวลา:21:17:49 น.  

 
โอ๊ะ กลับมาหน้า..มหาภารตะยุทธ..แล้ว ดีค่ะดี ..ยิ้ม..

ส่วนที่นินทาไว้หน้าโน้น ยังไงเนี่ย ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
ให้เข้าไปดู ปรากฏว่า เปิดเข้าถนนฯ แล้วตาลาย เลือก
ไม่ถูกว่าจะเข้ากระทู้ไหน เห็นแต่ชื่ออาราม เลยเปิดแต่
หน้านั้น แล้วก็อ่านแต่ความเห็นที่ลงนาม..ราม ลิขิต..
ทำให้ไม่รู้ว่าพี่นินทาใคร ..อมยิ้ม..

จะว่าไปแล้วนะ ยังแปลกใจที่พี่เข้าไปอ่านตามถนนฯ
อยู่เลย ช่วงหลังไม่ค่อยมีอะไรดึงดูดเข้าไป อีกอย่าง
ปกติอัลคุยกับเพื่อน ๆ แถวบล็อกแก๊งค์เสร็จ ก็หมด
เวลาเล่นแล้ว ครั้งสุดท้ายที่เข้าไปอ่าน น่าจะเป็นช่วง
เดือนมีนาคม - เมษายน

วันนี้อัลหยุดพัก เอาเวลามาโม้แถวนี้ ประมาณว่า เพิ่ม
คอมเม้นต์ให้หน้ายาวขึ้นอีกหน่อย 555+


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:10:38:43 น.  

 
คุณเทวา....
หวังว่าคงได้ฟังเพลงจากโค๊ดที่ส่งไปให้แล้ว





อัล.....
โทษทีที่ตอบช้า....
ต่อไปจะแช่หน้านี้...จนกว่าจะรบกัน

เรื่องที่เคยพูดไว้....พี่คิดว่าน้องรู้ว่าพี่หมายถึงใคร
แต่ช่างเหอะมันไม่น่าสนใจอะไร....

ใช่...ช่วงหลังไม่มีอะไรน่าสนใจ...
หามวยแม่เหล็กยากเหลือเกิน...ใน 100 คนมี
ไม่ถึงครึ่งคน ในสายตาพี่...ไม่มีแววเอาเสียเลย
ไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร...มือดีรุ่นเก่าก็
หายหน้าไปหมด....ขาดสีสันไปเยอะในถนนนักเขียน
ทำให้งานกร่อย....

นานๆเห็นคุณรามเอางานมาลงสักครั้ง....
ท่าทางจะขาดแรงบันดาลใจ....




โดย: สดายุ... วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:22:27:04 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่กาย

นกตามไปอ่านหน้านารีปราโมช
ถึงได้ทราบว่า พี่กลับไปอยู่กรุงเทพฯ แล้ว

ส่วนนกเอง คงปักหลักอยู่ระยองค่ะ
เพราะตระเตรียมจะปลูกบ้านในที่ที่ซื้อไว้
ลำพังตัวเอง มีเงินเพียงนิดเดียวค่ะ
ดีที่พ่อช่วย เลยพอจะปลูกบ้านหลังเล็กๆ ได้
แล้วก็มีน้องสาวมาอยู่ด้วย พอไม่ให้เหงา
ประมาณมีเพื่อนคุย มีเพื่อนคอยถกเถียงมั้งคะ

พี่กายสบายดีนะคะ คิดถึงค่ะ





โดย: ดวงใจพ่อ (Nok_Noah ) วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:7:45:18 น.  

 
สวัสดีครับท่านสดายุ...
ท่านจำกัดสิทธิ์การชมหมวด "การยุทธ์ใต้เงาจันทร์" เสียแล้วหรือครับ


โดย: ศารทูล IP: 118.172.154.125 วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:20:57:48 น.  

 
นก....

พี่สบายดี
ใช่...พี่ย้ายกลับมาอยู่กรุงเทพแล้ว....
เป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับพี่ที่จะมีการเปลี่ยนแปลง
โยกย้าย....

ชักเบื่อชีวิตลูกจ้าง...อิๆๆ





ศารทูล....
ที่จริงเปิดไว้นานแล้วยังไม่ได้เขียนต่อ
แต่ตอนนี้เอากลับเป็นเหมือนเดิมแล้ว....
เข้าไปอ่านได้....แล้ว


โดย: สดายุ... วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:21:10:54 น.  

 
หน้านี้อย่างยาว... นึกว่าจะโหลดไม่ขึ้นซะแล้ว

พี่กลับเข้ากรุงอย่างงี้ ก็สบายสิคะ... ลดเวลาการ
เดินทางเอาไปทำอะไรอย่างอื่นได้เยอะ อย่าง
ออกกำลังกายเพิ่ม เที่ยววัด ดูแลครอบครัว ฯลฯ



(ดีแล้วที่เปลี่ยนหน้าบล็อก อัลเก็บเศษหน้าแตก
แทบไม่ทัน ดันทักไปอย่างงั้น เฮ้อ... อายตัวเอง
นะเนี่ย ..เหงื่อตก.. ขนาดหนังสืออย่างว่า อัลยัง
ไม่เคยอ่านเลย...)


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:22:36:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O คำข้าว .. และใจคน .. O





O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำลง-
สู่บาตรเกื้อกูลสงฆ์ - - - สืบไว้-
รับบทบาทธำรง - - - ปวงหลัก ธรรมแฮ
กล่อมโลกเหนี่ยวรั้งให้ - - - ห่างไข้โศกเข็ญ ฯ

O วงพักตร์เมื่อน้อมสู่..ท่านผู้ขอ
นวลลออ..ผุดผ่องก็มองเห็น
อิริยาจับเลือก..เจ้า-เยือกเย็น
ล้อแววตาตอบเต้น..ไม่เว้นยาม
O มาทำบุญตักบาตรหนุนชาติภพ-
กลับบรรจบโลกสภาพจนวาบหวาม
จักฝ่าฝืนโลมลูบด้วยรูปนาม-
รูปกลับตามติดตาไม่ล้าเลย
O อิริยาจับช้อน ก็อ่อนช้อย
ชั่วแววตาเหลือบชม้อย..จึงค่อยเผย-
ความอ่อนโยนลึกล้ำ..ดั่งรำเพย-
ของลม-เย้ยยั่วชายให้หมายชม
O บัดนั้น..คือช่วงงามคุกคามโลก
กลบสร้อยโศกเบื้องหลังเคยสั่งสม-
จดวงรอบปรารถนาสู่อารมณ์
แฝงสายลมโชยอ่อนพัดย้อนไป
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพระ
ตอบภาวะศรัทธาที่อาศัย
แต่ละคำข้าวคด..กำหนดใจ-
ลดละให้อัตตานั้นล้าตัว
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพร้อม-
ความนอบน้อมนิ่มนวล..ออกยวนยั่ว-
ให้แววตาเหลือบเห็น - แล้วเต้นรัว-
สั่นทั้งหัวใจผู้..รับรู้งาม
O แขนเรียวรูปหยิบจับสำรับส่ง-
ให้หมู่สงฆ์ตามแถว, เมื่อแววหวาม-
ในอีกดวงตาพิศ..คอยติดตาม-
เหมือนสุดห้ามหักจิตเอาปลิดปลง
O ผมรวบเกล้า พรรณลออ..อยู่ล้อตา
เผยรูปรอยคุณค่า..ต่อหน้าสงฆ์
ใจนอบน้อม..คำขอ..และช่อบง-
กชงามสี, รูปทรง..สืบวงกรรม
O เหมือนรูปองค์ จบจิต..สัมฤทธิ์รู้-
ความนัยผู้ปรารมภ์ผ่านลมร่ำ
สบชำเลืองเหลือบชม้อย..เหมือนพลอย - บำ-
รุงใจคร่ำครวญชู้..ที่อยู่คอย
O มาบรรจบงดงาม ในยามเช้า
จนเปลี่ยวเหงาถึงบทต้องถดถอย-
ให้จันทร์ล่มลับดวงจนล่วงรอย
เหลือล่องลอยโชนช่วงเพียงดวงเดียว
O เช่นรูปกลางแววตา..เพ-ลานี้
เปล่งราศีผุดผ่องให้มองเหลียว
ละม่อมพักตร์ทั่วแดน, สองแขนเรียว-
ฤๅเปรียบเสี้ยวส่วนองค์..หน้าองค์พระ ?
O โอ งาม..ราวจะตามมาหยามเย้ย
ด้วยรูปเผยรออยู่..ไม่รู้ผละ
แววซ่อนยิ้มในตา - หรือภาวะ-
ตอบฉันทะนัยชู้..อย่างรู้เชิง ?
O โอ งาม..ราวบีบคั้นด้วยทัณฑ์โทษ-
พาหัวใจปราโมทย์..พลอยโลดเหลิง-
ไปกับยิ้มในตา, แววร่าเริง-
ในฝันเวิ้งว้างตอน..ก็ - ย้อนคืน
O ทิวแถวท่านผู้ขอ..ร่ำรออยู่-
เหมือนรอกู้กลับใจ..ช่วยให้ขืน-
ขัดอำนาจลึกล้ำ, ยอมกล้ำกลืน-
ข่มความรื่นรมย์ชู้..ให้รู้เกรง
O คงจะสายเกินการณ์ แล้วท่านเอ๋ย
เมื่อรูปเผยปรารมภ์..เข้าข่มเหง
ดูเถิดตาตอบตื่นแสนครื้นเครง-
เหมือน-คอยเร่งรอบชู้..ไม่รู้วาง
O คงจะสายเกินการณ์ แล้วท่านเอ๋ย
เมื่อตาเอ่ยเอื้อนความ..ออกตามขวาง-
ขับความเงียบเปล่าเปลี่ยวในเที่ยวทาง
ข่มความอ้างว้างเหงา..เมื่อเช้าวัน
O รูปแห่งธรรมเลือนบทไปหมดแล้ว
เหลือผ่องแผ้วรูปละม่อม..รายล้อมขวัญ
คงรูปรอ..ปักปลูกความผูกพัน
เพื่อร่วมบันทึกส่วนคร่ำครวญคอย
O เสียงธรรมเคยก้องอยู่ไม่รู้แล้ว
เพียงชั่วยามเคยแว่ว..เหลือแผ่วค่อย
โอ งาม..ราวจะแกล้งเข้าแฝงรอย-
จนสุดใจเคลื่อนคล้อย...จากรอยงาม !

O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำวาง
กำหนดจิตขีดทาง - - - ย่างเท้า
คำพระยกธรรมขวาง - - - ฝากคิด
กำหนดกรรมกล่อมเช้า - - - หากช้าเกินการณ์ !


Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.