Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
29 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
O มหาภารตะยุทธ .. บทที่ ๙.๑ .. O






เพลง .. MahaMantra




พระกฤษณะอรรถาธิบายถึงเหตุผลว่า ทำไมสงครามบนทุ่งกุรุเกษตรจะสร้างความหายนะมาสู่เการพอย่างประเมินไม่ได้.



= บทที่๙ .. สงครามที่ทุ่งกุรุเกษตร ๑๘ วัน =
วสันตดิลกฉันท์ ๑๔
00101110 - - - 110102
00101112 - - - 110103
1 = ลหุ
0,2,3 = ครุ


O คำท้าประดาฉละประโคม
ขณะโหมก็เร้ารึง
เดียดฉันทะมั่นจิตะจะพึง-
รณะยุทธะชีพสูญ

O หยาบหยามละลามนยะประกาศ
ทุระภาษะเพิ่มพูน
หมายดาละปาณฑพะอดูร
ดุจะกูณฑ์กระพือไป

O ธรรมบุตระสุดจิตะกรุณ
ก็เพราะขุ่นและเคืองใจ
ล้วนญาติชาติกุละประไพ
ก็ไฉนมล้างกัน

O จึ่งจาระสาสนะสนอง
ระบุพ้องจะโรมรัน
มาเถิดจะเปิดรณะผจัญ
เถอะนะมั่นจะเอาเมือง

O เตรียมพลพหลพยุหะแสน-
ยะเพราะแค้นและขุ่นเคือง
ช้างม้าและอาวุธะเมลือง
ทะนุเนื่องและอุดหนุน

O ร่วมอยู่กะหมู่อริอรินทร์
หัสดินะเพิ่มดุล-
หักหาญกะปาณฑพะสกุล
สหกระร่วมผลาญ

O สิบเอ็ดอักเษาหิณีทะแกล้ว
ระบุแล้วจะร่วมการณ์
หวังเข้ากะเการพะทะยาน
รณรงคะต่อตี

O เพียงเจ็ดอักเษาหิณีพหล
จะผจญะเบียนบี-
ฑาการณ์กะปาณฑพะเพราะมี-
กรณียะเบื้องหลัง



พระกฤษณะกับพระมารดาเมื่อยังทรงเป็นเด็กเล็กๆ.


O ครั้งนั้น ณ ทุ่งกุรุเกษตร
สหะเดชะยินดัง
ฉลชาติและอาชวะประนัง
มุหะสั่งประโลมทรวง

O ครั้งนั้นตะวันรุจะเมลือง
บุพะเบื้องจะบำบวง-
ทิพแถน ณ แดนสถละสรวง
กละช่วงจะนำชนม์

O เพียบพูนประยูระจะณรง-
คะจะปลงชิวาตม์ปรน-
เปรอพิษะมิจฉะกระหน
ทิฐิฉละโชนเชื้อ

O เกินการณ์จะผ่านกรุณะวา-
ทะประจาคะจุนเจือ
เกินการณ์จะผ่านมรรคะอะเคื้อ
เฉพาะเพื่อจะหยุดผลาญ

O เสียงตรัสสะพัดสรรพะสำเนียง
ก็ประเดียงประดังกาล
ธงผืนและคลื่นพละทหาร
ก็ทะยานและเคลื่อนย้าย

O พร้อมเพรียงแสะเสียงคชะและอา-
วุธะกล้าประจำกาย
ธงพลิ้วระริ้ววตะสยาย
พิศะผายจะขาดผึง

O จัดหมู่กระบวนคณะทะแกล้ว
ตละแนวก็อื้ออึง
รูปทัพสำหรับรณะจะพึง
ทะลุถึงประหัตเขา

O พลุกพล่านทหาร, อัศวะปวง
จะทะลวงทะลายเอา-
ชีพหมู่ศัตรูสกุละเกา-
รพะฉละป่นหาย

O เยื้องย่าง ณ กลางรณะกระบวน
คชะล้วนสิเรียงราย
เหี้ยมหาญตระหง่านขณะจะผ้าย-
ก็ละม้ายจะตกมัน

O งาโก่งและโง้งกละจะเงย
ระยะเสยประทุษทัณฑ์
งวงฟาดจะฆาตชิวะกระนั้น
ประลุขั้นนรกขุม

O เนื่องแนวทะแกล้วคณะเสมือน
พละเคลื่อนจะเข้าคลุม-
ครองแดนกะแสนยะ ณ ประชุม
อุระรุ่มและเร่าร้อน

O เพ่งพลพหล .. กละชลา-
ลยะบ่าและซอกซอน
หม่นคว้างธุมางคะณ สมร
ก็คละคลุ้มระรุมตา

O เสนาพัสตราพิศะก็แผก
ระบุแยกกระบวนมา
หลาวโล่และโตมระ, คฑา
ศระ, หอกและพลองยาว

O เนื่องแนวก็แถวพละพหล
จะระคนกะเลือดคาว
เนื่องชนม์จะป่น .. อุระจะร้าว
ตละก้าวก็ขุกเข็ญ

O ได้ฤกษะเบิกพละกระบวน
ตละส่วนเหมาะควรเป็น
ช้างม้าและอาวุธะก็เห็น-
ระดะเล่นสะท้อนแสง

O เคลื่อนมุ่ง ณ ทุ่งกุรุเกษตร
สหะเดชะสำแดง
หมายปราบกำราบฉละแสยง
และระย่อจะต่อกร

O คล่ำคลาพลาสมรรถะหมู่
เฉพาะรู้จะราญรอน
เคลื่อนคล้อยทะยอยประลุสมร
ตละตอนขบวนตาม

O แขวนโคมกระโจมสถิตะที่
ระบุมีระเบียบยาม
เรียงรายกระจายระกะสนาม
นิระคร้ามจะเข้ารณ

O สองทัพกระหยับสมรรถะแกล้ว
ระบุแถวระเบียบพล
ตั้งจ่อจะรอปะทะผจญ
หัตะฉละชาติสูญ



สองทัพประจัญหน้ากัน.


O ร่ำร่ำ - ตะวันจะละจะลา
ยุติภาวะจำรูญ
เห็นเห็น – ก็เพ็ญศศิพิบูลย์
ดละบูรณาแสง

O ธรรมบุตระรุดจระจรัล
อภิวันทะสำแดง
ต่อองคะภีษมะแถลง
เสาะสมาคุณาจารย์

O ทั้งพราหมณะโทรณะพระครู
รณะรู้และชำนาญ-
ด้วยเมตต์และเจตนะผสาน
ขณะกาละร่ำเรียน

O ได้โปรดละโทษะเพราะณรง-
คะประสงค์จะตัดเตียน-
มิจฉาประดา, ยุธิษเฐียร-
พระแวะเวียนและหว่านความ

O รุ่งแจ้งแจรงอุทัยะส่อง
ทัพะสองก็ก้าวตาม
หยัดแถวทะแกล้วนิระจะคร้าม
ทะลุข้ามประหัตเขา

O เการพะครบสมรรถะพล
อนุสนธิเฒ่า, เยาว์
ปาณฑพะนบจิตะระเร้า
จะประยุทธะด้วยฉล

O แล้วองคะภีษมะก็พร้อม
บทะจอมพลังพล
รถธงจะทรงรณะผจญ
ระบุเบญจะดาวดวง

O เพื่อบรรลุพันธะทุรโยธน์
ก็อุโฆษพจีปวง-
เร้าแกล้วนะแน่วจระทะลวง-
หัตะสิ้นอรินทร์สูญ




กฤษณะแสดงตนเป็นนารายณ์อวตารต่ออรชุน .. และกระตุ้นให้รบ.



O ชาติชายะคล้ายจิตะละมุน
อรชุนะอาดูร
เพ่งผาดก็ญาติกุละประยูร
ทุขะพูนพลังเผา

O นั่น- องคะภีษมะพระผู้-
เฉพาะรู้กรุณเรา
ครูโทรณา, สกุละเกา-
รพะเหล่าก็ร่วมเชื้อ

O หดหู่บ่รู้จะละจะล้าง
ทิฐิขวางบ่จุนเจือ-
จำนง, ประสงค์รณะจะเพื่อ-
ปุระหัสดินทร

O ช่วงชี้พิถีพิสัยะชน
จะผจญกะม้วยมรณ์
ด้วยเดชะเจตนะสะท้อน
อัตะซ้อนผสานเสริม

O เพียงเพื่อจะเอื้อจิตะประนัง
คุณะตั้งและต่อเติม
คือ”ตน”กระวนจิตะกระเหิม
ขณะเคลิ้มเพราะเต็มเขลา

O มากล้นระคนชิพิตะเพียง
นยะเรียงก็แต่"เรา"
น้อยนิดจะพิศบทะเฉลา
คุณะ"เขา"และช่วยขาน

O เพ่งพิศพระกฤษณะก็ตรอง
มิตระหมองคระลองมาน
ด้วยญาติวงศะจะประหาร
ชิวะลาญะแหลกลง

O ดาลเหตุเทวษะอรชุน
นิระหนุนกะจำนง
จึงภาษประกาศสัทะประสง-
คะณรงคะด้วยฉล-

O -เพียงเพื่อจะเอื้อกะกิจะวัตร
ทะนุรัฐะมณฑล
หน้าที่พิถีรณะผจญ
เฉพาะผละนำพา

O จำเข่นบ่เว้นสกุละวงศ์
เพราะประสงคะกิจจา
บันดลพิมลจิตะประชา
คุณะค่าจะควรขาน

O สมศักดิอัครกษัต-
ริยะรัฐจะรำบาญ-
ศัตรูและรู้จะบริหาร
บริการประชาชน




กฤษณะ กับ อรชุน เป่าสังข์เป็นสัญญาณเริ่มการศึก .. ในวันแรกของสงครามทุงกุรุเกษตร 18 วัน.



O คือธรรมจะย่ำจะเยาะจะหยัน
ทุรพันธุอับจน
คือธรรมจะย่ำประทุษะฉล
ทุพพละล้างผลาญ

O สองทัพกระหยับอัศวะแกล้ว
คชะแถวประจัญบาน
สังข์กลองเกราะก้องเสนาะผสาน
ก็สะท้านสะเทือนแดน

O ฮึกโห่และโผหัตะปหาร
ชิวะลาญบ่เกรงแกลน
ฉับ-ฟาดพิฆาตชิพิตะแสน-
ยะละแล่นละล่องหน

O บัดดลพหลพยุหะอา-
วุธะกล้ากระเหิมรณ
ก้าวรุดประยุทธลุหิตะตน
ก็ละหล่นและนองไหล

O ก้าวเคลื่อนเขยื้อนพละพลัง
ปะทุถั่งบ่อาลัย
เลือดเนื้อก็เพื่อบรรพะไผท
จะประลัยก็ยังหมาย

O ศักดิ์ศรีพิถีรณะประดุจ
จะประยุทธะตราบวาย
ชีวินจะสิ้นขัยะสลาย
นิระหน่าย .. บ่-คำนึง

O เหยียบย่ำจะกำสรรพะชะตา
คุณะค่าจะตราตรึง
ย่ำก้าวละก้าวพิเคราะหะถึง
ภวะซึ่งจะสุขสม

O เริ่มกาละผลาญชิพิตะชาติ
ลุปลาตะปรารมภ์
ศาสตราสรรพาพละผสม
ก็ระงมบ่เงียบเสียง

O หอกคมผสมผรุสวาท
ตละวาดก็เพื่อเพียง-
แทรกเนื้อระเรื่อและจะประเดียง-
ศัพท์ร้องและชีพสูญ

O คันลู่ธนูนัยนะเล็ง
พิศะเพ่งจะเพื่อพูน-
เพิ่มอกวิตกทุขะอดูร
กละกูณฑ์ระรุมเผา

O แทรกเนื้อจะเหลือ .. ระยะคะนึง
ขณะหนึ่งนะแนบเนา
ให้ตรองคระลองนยะเฉลา
สรรพะ-เขลาระหว่างคน

O ปาณฑพะยก"ธฤษ์ฏทยุมน์"
ณ ประชุมกระบวนพล
จอมทัพสำหรับพละพหล
จะณรงคะต่อตี

O เการพะครบพละกระบวน
มุขะส่วนและโยธี
จอมทัพสำหรับรณะก็ภี-
ษมะที่จะนำขวัญ

O ครั้งภิษม์ประชิดธฤษฏ์ทยุมน์
พละหนุ่มก็โถมฟัน
คันธงละหล่นก็เพราะพระขรร-
คะตวัดและวาดคม-

O -หมายเนื้อก็เพื่อลุหิตะหลั่ง
ฤจะรั้งนะรันทม-
เสียดถูกกระดูกภวะระงม
จะผสมผสานเสียง

O หลู่ศรี .. พระภีษมะพิโรธ
พระอุโฆษะสำเนียง
จรล่วงทะลวงกุธะจะเพียง
หัตะสิ้นอรินทร์ใด

O บัดนั้นตะวันจะละจะลาญ
สัญญาณก็ก้องไกล
สิ้นสุดประยุทธ .. ยุคะสมัย-
ะไถงจะดับแสง

O สองทัพขยับจระจะบ่าย
ประลุค่ายเพราะอ่อนแรง
คาบนั้นบุหลันรุจะแสดง
บทะแฝงประโลมฝัน

O ดาวเกลื่อนและเดือนรุจะสล้าง
ภพะล่างก็เงียบงัน
ลมริ้วพะพลิ้วกละสวรร-
คะจะปันภิรมย์ถึง

O ช้างม้าพลาสรรพะทะแกล้ว
ยุติแน่วกะคำนึง-
ด้วยกิตติศักดิ์ยศะระรึง
บทะซึ่งจะคอยเสริม

O พ้นผ่านวิกาลจิตะระงับ
กุธะดับบ่แต่งเติม
ผ่อนคลายละลายพละกระเหิม
อัตะเพิ่มพลังผลาญ

O อัมพรสะท้อนรุจะแถง-
ดุจะแผ่ประนังพาล
เงียบงาม ณ ท่ามนิทระผสาน
ทรมานก็ล่มสูญ

O จวบสางระหว่างปฐมะคาบ
รพิภาพะจำรูญ
ชีพปวงก็หน่วงภพะอดูร
อุระพูนกะแผดเผา

O จับยึดประพฤติขจิตะสม-
มุติบ่มนะใช่เบา
แทรกสอดตลอดกมละเขลา
ก็เพราะ"เขา"และ"เรา" นั้น

O แถวทัพขยับคณะพหล
จิตะด้นจะโรมรัน
ศาสตราและอาวุธะกระทั้น
พละแทรกกระแทกทรวง




กฤษณะ .. อรชุน .. กลางสนามรบ.



O สองทัพะสัประยุทธนา
ดุจะว่าจะเทียบทวง-
ดีงามและทรามภวะกะสรวง
จะพิพากษะให้เห็น

O ชีพขัยอวัยวะเพราะดาบ
ตละวาบก็ลำเค็ญ
คมวาดก็ขาดภวะกระเด็น
ดละเซ่นทิวาสรวง

O เลือดคาวระราวจะระอุอุ่น
สมะบุญะบาป .. บวง-
ทิพแถนกะแสนย์ขณะทะลวง
ทะลุทรวงเพราะคมศร

O แสนยาและอาวุธะกระหน่ำ
ก็ระส่ำระส่ายตอน
เศียรขาดชิวาตมะก็มรณ์
วตะรอน .. ปลาตร้าง

O ศรหน่วงทะลวงอุระอรินทร์
ชิวะสิ้นและอับปาง
หอกโล่และโตมระมล้าง
ทะลุร่างก็ชีพสูญ

O โถมรุกและบุกรณะผจัญ
อภิมัณยุดุจกูณฑ์-
โหมผลาญและดาลภพะอดูร
อริพูนกะแผดเผา




อภิมัณยุ .. บุตรชายอรชุนที่เกิดแต่พระนางสุภัทรา น้องสาวของพระกฤษณะราชาแห่งแคว้นทวารกา ที่เป็นสารถีให้อรชุน .. เมื่อเกิดสงคราม ณ ทุ่งกุรุเกษตร นั้นอายุเพิ่ง 16 ปี .. แต่รบเก่ง .. หนุ่มน้อยผู้นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนแห่งสงครามครั้งนี้.



O องค์ลักษมัณอุรสะโคตร
ทุรโยธน์สกุลเกา-
รพ .. นั้นผจัญรณะกะเอา-
รสะเยาว์สุภัทรา

O เชิงยุทธะรุดประหัตะนั้น
อภิมัณยุสมญา
ห้าวหาญประดาลสมรรถะภา-
วะณรงคะเหนือชั้น

O เข่นลักษมัณขณะจะป่น
ก็ลุสนธยาวัน
สัญญาณสะท้านสมระพลัน
รณยุทธะหยุดเว้น

O คาบยามะตามบทะรพี
ขณะปีติควรเป็น-
ล่มร้างระหว่างประหัตะ, เห็น-
ปะทะเข่น-บ่อาจขืน

O รุ่งแจ้งเพราะแสงอรุณะกาล
วิญญาณะหยัดยืน-
เติมแต่งแสดงอัตะทะมื่น
ปะทุตื่น ณ ในตน

O เพียงเพื่อจะเอื้อปทัสถาน
บทะปานจะคอยปรน-
เปรอใจพิจัยพิเคราะหะผล
สัทะ-ฉละชี้นำ

O สามวันประจัญหัตะประหาร
รณการณะเพื่อบำ-
บัดพิษะริษยะกระลำ-
พระช้ำเพราะชาติฉล

O ทรากรถและคชะอัศวา
ศพะคาสนามรณ
ต้องผลาญเพราะปาณฑพะผจญ
อนุสนธิ์อำนาจสรวง

O เพ่งพิศะจิตะทุรโยธน์
ก็พิโรธะทาบทวง
เพรียกองคะภีษมะประท้วง
เฉพาะห่วงจะเสียหาย

O มอบอาชญ์อำนาจรณะจะรุด
และประยุทธะทำลาย
เข้าผลาญะปาณฑพะสลาย
นิระได้ .. จะเช่นหวัง

O ท่านปู่ .. เถอะผู้รณะประมุข
ผิวะรุกเพราะชิงชัง
แกล้วพาหะอาวุธะประดัง
นิระยั้งจะพ่ายหรือ

O เชิงยุทธประดุจจะเลอะจะเลือน
และเสมือนจะออมมือ
พิศเห็นบ่เช่นนยะประลือ
ชยะคือ .. บ่อาจคว้า




กรรณะ .. บุตรพระนางกุณฑีกับพระอาทิตย์ .. เมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่นพระนางกุณฑีเป็นเจ้าหญิงเป็นน้องสาวของพระชนกของพระกฤษณะได้ใช้มนต์เรียกเทพมาโดยไม่ตั้งใจ .. และเป็นพระอาทิตย์ที่มาจนพระนางตั้งท้องทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน เมื่อคลอดลูกเป็นชาย .. ก็เอาลอยน้ำ .. จนภรรยาสารถีรถม้าของท้าวทฤษตราษฎร์ไปพบเข้าจึงเก็บไปเลี้ยง จนเติบใหญ่ มีตุ้มหูและเกราะทองวิเศษติดตัวมาแต่เกิดเรียกตัวเองว่า .. ราธียะ .. แปลว่าบุตรของนางราธา แม่เลี้ยงนั่นเองต่อมาพระนางกุณฑี จึงสมรสกับท้าวปาณฑุ และมีโอรส 3 คนคือพี่น้องปาณฑพนั่นเอง .. มี ยุธิษเฐียร ภีมะ อรชุน ส่วน นกุลและสหเทพพี่น้องฝาแฝดเป็นลูกพระนางมัทรี มเหสีอีกองค์ของท้าวปาณฑุ .. กรรณะเป็นเพื่อนรักกับทุรโยธน์เข้าร่วมรบกับฝ่าย เการพ.



O องค์กรรณนะมั่นรณะประดุจ
จะประยุทธบ่เมตตา
ย่อมผลาญะปาณฑพะลุหา-
ยนะพร่าชิวาผอง

O วาทีลุภีษมะก็หลาก-
กุธะภาคะเข้าครอง
ท่วมโทมนัสนยะสนอง
พจนารถประกาศไป

O ฟังปู่นะผู้มุหะจริต
ตละคิดบ่ฟังใคร
จากพิษะริษยะประลัย
ระอุไหม้หทัยนั้น

O เหนี่ยวรั้งกระทั่งปถวิเขา
จิตะเจ้ามิแบ่งปัน
เขาขอจะพอสถิตะขัน-
ธะถวัลย์สกุลวงศ์

O ยังหวงและหน่วงนิระประทาน
รณะการณ์ก็จำนง
ร่วมเจ้าและเการพะเพราะมง-
คละคำจะป้องบัล-

O –ลังก์หัสดินลุชิวะวาย
ก็จะคลายกะผูกพัน
โฉดฉละปนมุหะกระนั้น
นิระฝันจะได้ชัย

O ปวงเจตนังเพราะทุจริต
จะพิชิตะศึกใด
ชั่วช้าจะฝ่าธรรมะไฉน
ชิวะไซร้จะล่มสูญ

O ปาณฑพจะพบชยะณรงค์
เพราะประสงคะเพียบพูน-
จากสรวงและปวงทิพะจรูญ
อนุกูละเกื้อกัน




ภีษมะ .. บุรุษเคราขาว .. เดิมชื่อศานตณพ ให้สัตย์ต่อบิดานางสัตยาวดีว่าจะมอบบัลลังก์ให้บุตรนางสัตยาวดีที่เกิดกับพระชนก .. คือราชาศานตนู .. จึงได้ชื่อว่า ภีษมะมาแต่ครั้งนั้น .. มีศักดิ์เป็นปู่ของทั้งพวกเการพและปาณฑพ .. เป็นหัวหน้าเทพวสุในสวรรค์ที่ถูกสาปลงมาเกิดในโลกมนุษย์เข้าร่วมสงครามด้วยวัย .. 85 ปี เป็นจอมทัพฝ่ายเการพ .. ได้รับพรจากพระชนก .. ว่าจะไม่ตาย หากไม่ต้องการจะตาย .



O ปู่นี้จะพลีลุหิตะ, เนื้อ-
ชิวะเพื่อ .. ละผูกพัน-
จากคำจะทำนุปุระขันธ์
สิมะหัสดินนี้

O สุดแสนจะแค้นประพฤติหลาน
ก็ทะยานประยุทธี
โหมไล่เพราะใจทุขะทวี
พจนียะทิ่มแทง

O เข่นฆ่าประดาพละพหล
พระผจญะด้วยแรง-
แค้นสุมกะทุมนัสแฝง
กุธะแต่งกระเหิมตาม

O ปาณฑพะครบศักยะภาพ
ตละคาบก็คุกคาม
ต้านปู่และผู้จะเยาะจะหยาม
นิระคร้าม .. บ่เกรงกลัว

O จวบอัสดงคตะตะวัน
ระบุสัญญะเร่งรัว
สิ้นกาลประหาร .. บทะสลัว-
ดุจะรั้วระรายล้อม

O วันสี่ .. พระภีมพิศะประดุจ
จะประยุทธ บ่ อดออม
ห้าวหาญะผลาญชิวะ .. บ่ยอม
จะถนอมชิวาใด

O รุมเร้ากะเการพะประหัต-
ะสมรรถะชิงชัย
แปดชนมะเการพะประลัย
เฉพาะหกนะขุกเข็ญ

O พลองหาญจะผลาญกะทุรโยธน์
ดละโฉดนะลำเค็ญ
ฟาดราชะศัลยะกระเด็น
อุระเต้น .. พระตามตี

O อีกด้านสะท้านเพราะอรชุน
พละหนุนกะราวี-
โถมเข้าปะเการพะขยี้
หัตะชีวะเหล่าฉล

O เการพะครบพละผชุม
ขณะกลุ้มระรุมตน
อดสูบ่รู้ปะทะผจญ
เฉพาะตัวเพราะกลัวตาย

O กัดฟันผจัญรณะกระบวน
อริล้วนสิรอบราย
จึงอรชุนพละสลาย
ชิวะคล้ายจะสุดขืน




ทุรโยธน์ และ โทรณาจารย์ กำลังปรึกษากันเรื่องการรบ.



O เข้าสนธยาสุริยะแสง-
ก็ละแหล่งลุค่ำคืน
ก้องสัญ(ะ)ญาณ .. และนภะผืน
ก็ทะมื่นจะรองฝัน

O อ่อนเปลี้ยละเหี่ยจิตะประดา-
พละล้าเพราะโรมรัน
คืนค่ายมลายกุธะมหันต์
นิทระร่างสิปางตาย

O วันห้า .. พลาสรรพะทะแกล้ว
ระยะแถวก็เรียงราย
ตั้งพลจะป่นชิวะสลาย
อริผู้พิโรธผลาญ

O องค์ภีมะร่วมกะอรชุน
สหะบุญะรำบาญ-
บ่อนเสี้ยนแวะเวียนหัตะปหาร
อริลาญชิวาตม์ลง

O เข่นชีพะบีบสถุละโคตร
ทุระโยธน์จะปลิดปลง-
ชีพฉลระคนจิตะประสงค์-
บ่ ณรงคะบ่ายหนี

O โถมหาประ .. อาวุธะผจัญ
อภิมัณยุราวี
ด้วยลักษมัณ .. พละทวี
รณะที่ บ่ บันเทา

O พิศลักษมัณมุทะลุฟัน
อภิมัณยุใช่เบา
หลบเลี่ยงและเบี่ยงภวะบ่เขลา
บทะเยาวะเหนือชั้น

O จวบลักษมัณขณะประมาท
อริชาติกระหน่ำฟัน
เสียงฟาดจะฆาตชิพิตะพลัน
ก็สนั่นและเห็นผล

O จึงลักษมัณ .. บทะสลบ
ก็ตระหลบตะล่อมตน
ห่วงใยก็ไพร่พละพหล
ก็ผจญและแย่งตัว

O เหิมศึกผนึกพละผจัญ
อภิมัณยุเร่งรัว
บ่ายศรีลุภีษมะบ่กลัว
พระเยาะยั่วและท้าทาย

O ต่างวัยกระไรกะยุวะราช
พฤฒิภาษะรำบาย
ตัวเจ้านะเยาว์นิระจะหมาย-
รณยุทธะด้วยกัน

O เชิงยุทธะบุตระอรชุน
ขณะหมุนและหมายฟัน
เห็นอยู่ก็รู้สมรรถะ-ขวัญ-
ยุวราชะแกร่งไกร

O บัดดล ณ บน .. รณะสถาน
สัญญาณะก้องไกล
สิ้นสุดประยุทธ .. ระยะไถง-
จะคระไลระงับแสง

O วันหก .. ก็ยกพละพหล
ะผจญะด้วยแรง-
แค้นสุมกะขุมพละจะแปลง-
ชิวะแล่งปลาตลง

O องค์ภีมะปรี่ประทุษะเกา-
รพะเหล่าจะปลิดปลง
หวดพลองคะนองจิตะประสงค์
ก็ณรงคะลิ่วไกล

O ห่างทัพกระหยับพละกระบอง
อริต้องก็บรรลัย
เการพะครบสมรรถะไพ-
บุลยาก็ล้อมรุม-

O –ราวีกะภีมะสัประยุทธ
ขณะรุดจะเข้ากุม
จึงพลองคะนองพละผชุม
ก็ชะชุ่มกะเลือดฉล

O เศียรแหลกเละแยกภวะกระเด็น
ก็กระเซ็นลุหิตคน
ขาแขนและแสนยะทุพพล
จุติป่นชิวาสูญ

O สองหัตถะกวัดพละกระบอง
ปะทะต้องก็อาดูร
ห้าวหาญทะยาน .. กุธะก็พูน
กละกูณฑะโพลงผลาญ

O ชีวิตจะปลิดวตะบ่คง
อุปสงคะล่มลาญ
ยังคงประสงค์รณะประหาร
อวสานริปูตน

O ชีพชนม์จะป่น .. ขณะสมร
ดัสกระล้อมรณ
ห่อนเกรง .. พระเร่งประหัตะฉล
อนุสนธิอาชญ์สรวง

O แผล .. เลือดบ่เหือดระยะจะหยด
ดุจะบทะบำบวง-
เพื่อธรรมจะย่ำฉละทะลวง
นิระห่วงจะเสียหาย

O จวบแถวทะแกล้ว, ธฤษฏ์ทยุมน์
ลุผชุม .. และรอบราย
คมศระว่อนสมรรถะผาย
พระขยายขยับยิง

O กันภีมะเพื่อสละพะวง
จะณรงคะช่วงชิง-
เอาเมืองยะเยื้องกระประวิง-
รณะยิ่งจะยากหวัง

O เผ่นผึงก็ถึงกุธะพระภี-
มะกระวีกระวาดบัง
ห้าวหาญะปาณฑพะประดัง
พละรั้งพระภีมคืน





Create Date : 29 มิถุนายน 2552
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 13:19:32 น. 89 comments
Counter : 3990 Pageviews.

 
อ้าว... หายยุ่งแล้วเหรอคะพี่ เขียนเพิ่มได้เยอะเลย
มีความสุขกับวันสิ้นเดือนนะคะ ..ยิ้มกว้าง..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:7:15:45 น.  

 
แอบมาขโมยอ่าน

แวะมามิเคยได้ทัก วันนี้ทักสักกะหน่อย อิอิ

พี่จะจัดการกะหัวขโมยยังไงดี หรอ เห็นเข้าไปเม้มว่าให้เขียนต่อนะ เหอๆๆ แจ้งความเลยดิ เอาป่ะ


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:7:36:21 น.  

 
รออยู่นี่ว่าจะมีใครมาเปิดซิงบทนี้....
ในที่สุดก็ได้ผู้โชคดี....อัลนี่เอง...555

จัดข้าวของเข้าที่เข้าทางแล้ว
ก็พอมีเวลา....วันนี้จะเอารถไปต่อทะเบียน
เสียหน่อย ไม่ต้องลาพักร้อนแล้วนี่...อิๆๆ

น้องสบายดีนะ....
เห็นคุยกันหนุงหนิง ในบ้านน้องนาง...
มีอะไรไม่สบายใจอยากเล่าให้ฟังก็ได้นะ
เป็นศิราณีให้มาหลายคนแล้ว...555


โดย: สดายุ... วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:7:37:45 น.  

 
บุปผา....
หัวขโมยที่ไหน....ใครขโมยงานใคร
บอกมาให้ชัด....สิ


โดย: สดายุ... วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:7:40:21 น.  

 
มาอ่านวันฝนตก
พี่สดายุคะ
หนูไปดูโขน "พรหมาศ" มาด้วยค่ะ
ประทับใจสุดๆ


โดย: medkhanun วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:9:08:17 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่กาย

จัดกระบวนพลสำหรับการรบแล้วนะคะ
เท่าที่พูอ่านจากการเกริ่นนำ และจากเวบต่างๆ
การรบศึกสายเลือดระหว่างปาณฑพและเการพ
ฝ่ายปาณฑพเป็นฝ่ายได้ชัยชนะ ทั้งที่กำลังรบ
มีน้อยกว่า...อันเนื่องมาจากเป็นสำนึกฝ่ายดี
ในลักษณะของ...ธรรมะ ย่อมชนะ อธรรม ใช่มั้ยคะ
18 วัน ในการรบ พี่กายคงใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน
ในการเขียน ช่วงนี้ ดูท่าทางจะลื่นไหลนะคะ
งานออกมาเพิ่มขึ้นหลายบทเลยค่ะ

อากาศแปรปรวน รักษาสุขภาพนะคะพี่กาย







โดย: พธู วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:11:36:38 น.  

 
ขอบคุณนะครับสำหรับเพลงที่ส่งไปให้

มาตามอ่านมาติดตามผลงานของคุณ สดายุครับ

ธรรมเทพ


โดย: ธรรมเทพ IP: 113.53.37.105 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:20:22:18 น.  

 
เม็ดขนุน.....
โขนพรหมาศ คืออะไร....เรื่องรามเกียรติรึเปล่า
วิชา พรหมมาศ ในมหาภารตะยุทธก็มี...แต่เป็นวิชาการรบ
ขั้นสูง...ที่มีผลทำลายล้างรุนแรง

ชอบดูโขนเหรอนี่....อายุแค่นี้ไม่ยักชอบ ดงบังชินกิ แฮะ
555





น้องพู.....
ใช่...เการพมีกำลังพลเหนือกว่า ประมาณ 50%
คือมีกำลังพล 11 อักเษาหิณี ส่วนปาณฑพมีเพียง 7 อักเษาหิณี
โดยที่ 1 อักเษาหิณีประกอบด้วย
กองรบช้าง 21,780 เชือก
รถรบ 21,870 คัน
กองรบม้า 65,610 ตัว
ทหารราบ 109,350 คน

พี่คงเขียนได้ไม่เร็วนัก....แล้วแต่เวลาอำนวย





คุณธรรมเทพ.....
ครับ....ผมคงเขียนไปเรื่อยๆช่วงนี้เป็นช่วงสุดท้าย
ของเรื่อง ศัพท์แสงหากไม่รู้ก็เปิด
พจนานุกรมออนไลน์ แถบขวามมือดูครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:08:17 น.  

 
ก็หัวขโมยที่ พี่ไปเม้ม ไง

พอดีไปอ่านเจอ เหอๆๆๆ

ไม่เอาเรื่องไปเลยอ่ะพี่ชาย

ที่ใน link บ้านหัวขโมย อ่ะ เหอๆ


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:52:42 น.  

 
//www.o2blog.com/myblog/blog.php?month=&year=&user=noonei789&page=&syear=&smonth=&sdate=&style=1&id=688

ในบล็อคนี้ล่ะ ขโมยงานพี่ไปใช่ป่ะ


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:53:23 น.  

 
บุปผา....

ทำลิงค์ไว้ให้ดูกันนานแล้ว
ยัง งง ว่าทำไมเพิ่งมาพูด...คนเขาตามไปดูก็เห็น
กันหมดแล้ว....
และคนที่เกลียดเรื่องแบบนี้เขาก็จะเมนต์ไว้
คนที่เขาเฉยๆก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไรมีเยอะกว่ามาก
มันไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรงอะไร

เป็นเรื่องหน้าไม่มียางอายของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
เท่านั้น....

คนบางจำพวก..ปากพูดธรรมะ....
มือก็ขโมยของชาวบ้านพร้อมกันไป....

ฉะนั้นอย่าไปให้เครดิตอะไรกับ...ภาพพจน์
ที่สร้างกันตามเวปมากนัก....


โดย: สดายุ IP: 58.10.65.141 วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:13:00 น.  

 

เพิ่งเห็นๆๆๆๆ แต้ๆๆ เนี่ยะ


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:19:28 น.  

 
โป...

นั่นแหละ....
เพิ่งเห็นก็ดี....จะทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง
เอาไว้จัดการกับอารมณ์ตัวเราเอง....
ท้าทายตัวเองว่า...นี่มันของเรา...ตัวเรา...แน่นะ

คนหวงของ...ก็ต้องสงวนลิขสิทธิ์
จะมาพล่ามกันถึงความเสียสละ..ความใจกว้าง
ก็จะอายชาวบ้านเอาซะเปล่าๆ....

มันขโมยได้แต่สิ่งที่เขียนออกมา
แต่ความสามารถที่จะเขียนใหม่ให้ดีกว่าเก่า
มันขโมยไม่ได้....จริงไหม...

คนทั้งเวปก็รู้อยู่ว่ามีหัวขโมยอยู่ทั่วไป
และคนในระดับความคิดขั้นต่ำแบบนั้น
เราห้ามปรามยาก...ไม่ให้มีไม่ได้หรอก....

เหมือนที่เราจะห้ามเผ่าพันธุ์โวหารภาพพจน์...
ไม่ให้"ผายลมทางปาก"นั่นแหละ....ทำได้ยากนัก
5555


โดย: สดายุ... วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:28:56 น.  

 
ตายแล้ว อัลเป็นผู้โชคดีเหรอเนี่ย... ต้องเอามือปิดปาก
อุทาน..โอ้ว..แบบนางงามตอนพิธีกรประกาศผลการตัด
สินด้วยดีไหมเนี่ย 555+

แหม... ไหน ๆ ก็ได้เป็นผู้โชคดีแล้วนะ ขอรางวัลเป็น
บ้านพร้อมที่ดินได้ป่าวคะ สร้างบ้านบนที่ดินเจ้าปัญหา
ของคุณหญิงพจมานนั่นเลย... เอิ๊ก ๆ ๆ ว่าไปโน่นแน่ะ


เฮ้อ... พี่จอดอยู่หน้าฉันท์นาน ๆ ระวังเน้อ อัลจะทิ้ง
บล็อกตัวเองมาเฝ้าหลังคาบ้านนี้น่ะ ประมาณว่า ไม่
เห็นฉันท์พี่กินบะหมี่ไม่ลง... พูดแล้วก็ มองซ้ายมอง
ขวา หาทางหนีทีไล่ กลัวถูกแฟนคลับพี่รุมตื้บ 555+


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:20:51 น.  

 

ก็เคยโดนเหมือนกัน เห็นตำตาเลยว่าหนูเขียนเอง แต่เค้าไปใส่เป็นชื่อตัวเองซะงั้น แต่ช่างมันเหอะ คิดซะว่าทำบุญปล่อยโคกระบื่อ


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:29:32 น.  

 
พี่สดายุคะ
ใช่ค่ะ รามเกียรติ์
ชอบตอนที่อินทรชิตแปลงเป็นพระอินทร์
ขบวนแห่บนเวหาสวยงามตระการตามาก
ปีหน้ามีอีก อย่าลืมไปชมนะคะ


โดย: medkhanun วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:45:00 น.  

 
ขอบคุณพี่นะคะ...สำหรับคำพร

แอบขำนางงามผู้โชคดีข้างบน อิอิ


โดย: เพรง.พเยีย วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:5:41:06 น.  

 
อัล.....
จริงสินะ....เรารู้จักกันเพราะเราเคยเล่นฉันท์กันใน
ถนนนักเขียนเมื่อ 4-5 ปีก่อน.....สมัยที่ฉันท์พี่ยังเละเป็นวุ้น
เขียนพุทธประวัติคำฉันท์ที่อ่านแล้วไม่รู้เรื่อง.....

เขียนมหาภารตะยุทธนี่เป็นการลองมืออย่างหนึ่ง
เพื่อพิสูจน์ว่า....ทุกรูปแบบฉันท์จะเขียนเรื่องราวอะไรก็ได้
ตามแต่ใจปรารถนา....ไม่ต้องเอาอย่างโบราณนิยมก็ได้
บางฉันท์ไม่เคยเขียนมาก่อนเลย.....ก็มาเอาจริงกันเลย
ที่เรื่องนี้....

มาคิดๆดูแล้ว.....วสันตดิลก ๑๔ นี่บทหนึ่งมี 28 คำเกือบเท่า
กลอนแปดทีเดียว....จะได้ใจความเดินหน้าดีมาก ดีกว่าแทบทุกฉันท์
หากจะเอาเป็นแกนไว้ดำเนินเรื่องราว

สัทธราที่เป็นฉันท์ใหญ่คำเยอะ....ยังมีแค่ 21 คำเองในหนึ่งบท

ยากนักวรรควรรณประพันธ์จาร
วิทยะคุรุอุฬาร
กรองสนองศาน-
ติมานเรา

ไป่มีครูบอกก็ลอกเขา
พิริยะลิขิตะเอา
เพื่อจะเอื้อเยา-
วะรื่นรมย์

แฟนคลับพี่มีที่ไหน.....เห็นที่มาคุยแบบอัลสิ
มีอยู่นิดเดียวเอง....ก็พูดกันไป.....555





บุปผาราตรี......
คิดว่าทำบุญก็ไม่ต้องโกรธสิ
เดี๋ยวจะได้บาปแทนซะเปล่าๆ.....
มันขโมยได้แต่ตัวหนังสือนะ....แต่ลีลาสำนวนเรา
ใครอ่านก็รู้ว่าเราเขียน.....
ถ้าคนอ่านติดตามเป็นประจำ....เดี๋ยวจะมีมาบอก
เองหากไปเห็นงานเราที่ไหนถูกหัวขโมยฉกไป....

คราวที่แล้ว สมาชิกของเวป สนพ.แจ่มใส ขโมยไปลง
ก็ตามไปจิกกบาลมันมาประจานในถนนนักเขียนทีหนึ่งแล้ว
แฟนคลับมันตามกันมารุมด่าพี่ใหญ่เลย......555





เม็ดขนุน.....
ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะได้ดูรึเปล่า....
กำลังหยอดกระปุกไว้ดู super junior อะ
อิๆๆๆ




น้องนาง.....
ค่ะไม่เป็นไร....น้องทำอะไรให้พี่มาเยอะแล้ว....
แค่นี้มันเล็กน้อยมาก.....

อ้อ.....ขำนางงามข้างบนเหรอ.....
เขา...นักธุรกิจหญ่าย......อีกหน่อยคงต้องเรียก”แม่เลี้ยง..”
แล้วค่อยรอข่าว พ่อเลี้ยงสักคนแถวนั้น...ยกขันหมากไปขอ.....555




โดย: สดายุ... วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:6:14:03 น.  

 
เอ้า... นั่งยานย้อนอดีตไปแล้ว อัลสงสัยเรื่องช่วงเวลา
เลยเข้าไปเช็คดดูจากคลังถนนพันทิปอีกที ปรากฏว่า
โน่นเลยค่ะ อัลเข้าไปขอความรู้พี่ตั้งแต่ ต้นปี 46 แล้ว
สิริรวมก็ 7 ปีกว่า ๆ แล้ว... ฝีมือพี่พัฒนาสู่ขั้น..เทพ..
แต่อัลเครื่องดับ จอดสนิท 555+

แล้วทั้งพี่ ทั้งคุณนาง ช่วยกันขำจริง เซ็งนกฮูกเลยเรา
แท็คทีมกันไว้เน้อ เดี๋ยวจะได้เช็คบิลทีทั้ง 2 คนเลย
ฮึ่ม!

ส่วนแม่เลี้ยง พ่อเลี้ยง อะไรนั่น ก็ว่ากันไปโน่น... อัล
แค่เปิดร้านเล็ก ๆ เองค่ะ ยังต้องปั้นกันอีกนานกว่าจะ
ทำให้ร้านเลี้ยงตัวเองได้ โดยไม่ต้องควักกระเป๋าตัวเอง
ช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายในร้านแบบทุกวันนี้

ส่วนข่าว..พ่อเลี้ยง..แถวนี้จะยกขันหมากมาขอ ก็คง
ต้องทำใจหน่อยเน้อ เตรียมเลี้ยงน้องบนบล็อกไว้คน
นึงได้เลย อนาคตอัลเป็นสาวแก่นั่งคานเห็น ๆ ค่ะ...
ฟันธง!

พี่นั่นแหละ จะลั่นระฆังเมื่อไหร่ ต้องเลี้ยงใหญ่เน้อ...
จะได้ล้างท้องรอไปทานให้อิ่มเลย อ้อ... ถ้าต้องการ
คนถือสายกั้นประตูเงินประตูทอง จะไปช่วยเก็บเงิน...
555+


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:38:04 น.  

 
ถึงขนาดตามมารุมด่าเลยหน้า
สำนักพิมพ์แจ่มใส่เอางานพี่ไปลง
โดยไม่ขออนุญาติเนี่ยะนะ
โห..หน้าด้านมากๆเลยอ่ะ
ไหนๆๆเอามาดูหน่อยสิ
จะตามไปด่ามันบ้าง


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:28:11 น.  

 
คุณพี่ ไม่ออนเอ็มบ้างเลยหรอช่วงนี้...


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:31:56 น.  

 
อัล.....

พี่ย้อนไปอ่านแล้วก็...อยากลบมันทิ้งทั้งหมดเลย
ไอ้งานเก่าๆนั่นน่ะ...555

ดีนะ...ที่ถนนนักเขียนเขาเก็บงานเก่าไว้ในคลังกระทู้
พี่มาเริ่มเล่นที่นั่นประมาณปี 2545-46 ได้มั๊ง...

ตอนนั้นเขียนเยอะ...มากมาย...แต่ไร้คุณภาพ...
คงเหมือนที่เห็นๆในถนนนักเขียน ช่วงหลังๆนี่แหละ
มากมายด้วยปริมาณ...

ที่จริงอัล...นับเป็นเหตุให้เกิดจุดเปลี่ยนในงานเขียน
ของพี่นะ...เท่าที่จำได้...มันเริ่มที่กรองสองบท....
เป็นบทวิพากย์สังคมที่เริ่มเลิกติดสัมผัสแล้วมา
เน้นเนื้อหา จะด่าค่านิยมงี่เง่าในสังคมไทยก็เลยต้อง
เขียนให้เข้าใจ....และเริ่มเปลี่ยนตัวเองมาตั้งแต่นั้น

เอามาลงบล็อคใช้ชื่อ...สำนึกกบฏ
https://www.bloggang.com/mainblog.php?
id=sdayoo&month=12-04-
2006&group=10&gblog=8

บางคนอ่านแล้วอาจรู้สึกขัดแย้งกับความคิดตนเอง
และเคืองคนเขียนไปเลยก็เป็นได้....

ตัวอย่างสักบท

๐ ยินว่า...หมา...เห่าใบตองแห้ง
คือแกล้งทำดังเพื่อรั้งเหลียว
รับมองต้องตนขนลุกเชียว
ซ่านเสียวอิ่มเอม…แสนเปรมปรีดิ์

๐ อยากดังต้องชนกับ"คนใหญ่"
คำไขต้องมีเดียดมีเสียดสี
คนดูจักรู้หน้าแลท่าที
ต่อนี้แค่ระวัง...จะดังล้น..!

เอิ๊กๆๆ





บุปผา.....
อย่าไปสนใจ"โมฆะกรรม" แบบนั้นอยู่เลย
เล่าให้ฟังแค่จะบอกว่า....หากเราเขียนงานอะไรสักชิ้น
ก็คงจะมีสักคนที่เขาชอบงานเรา....และอยากได้
เมื่อจิตใจเขาเป็นอสัตย์ ย่อมไม่มีทางคิดอ่านใดๆจะดีได้
ไม่กล้าไปพูดชื่นชมกับเจ้าของโดยตรง....
อันนี้จะเป็นมากกับเพศชาย....ยกย่องคนอื่นไม่เป็น

ก็เหลืออีกวิธีที่สมองแบบนั้นจะคิดได้....ลัก-ขโมย

เหมือนผู้ชายคนหนึ่ง....เคยขโมยงาน หมี่เป็ด หรือ
มนตรี ศรียงค์ กวีซีไรต์คนล่าสุด....และผู้ชายคนนั้น
เคยเล่นใน ห้องราชดำเนิน อันเป็นห้องการเมือง
ใช้ชื่อ จอมมารหมู่บ้านหมื่นอักษร ขโมยงานหมี่เป็ด
มาโพสต์ในชื่อ คนบริสุทธิ์

ขณะที่ในห้องการเมือง อุดมการณ์เพื่อชาติเพื่อสังคม
เดือดพล่าน....เพื่อชาติ เพื่อประชาชน....ปากพล่าม
โวหารภาพพจน์ แล้วอีกมือก็ขโมยของชาวบ้าน

หมอนี่ต่อมาไปเจออีกในเวป ประชาไทย ใช้ชื่อ
เลิศภพ จบพสุธา คุมห้องร้อยกรองเลยทีเดียว
รายละเอียดอยู่ที่นี่....

https://www.bloggang.com/mainblog.php?
id=sdayoo&month=16-07-
2006&group=14&gblog=16

เจอมาเยอะ..ด่ามาเยอะ..จนเอียน....
แต่ก็จะยกมาพูดเรื่อยๆ....นี่คือการประจาน

มันจะได้ไม่ได้ผุดได้เกิด กับชื่อเสียงพวกนั้นอีกเลย


โดย: สดายุ... วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:37:34 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ....

คุณสดายุ สบายดี...นะคะ

พี่ไม่ได้เข้าบล๊อกเสียหลายวัน หมู่นี้สุขภาพไม่เอื้ออำนวย
ก็ตามประสาผู้สูงวัยที่มีโรคประจำตัวแหละค่ะ

ย้ายของกลับกรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้วหรือยังคะ
เคยอยู่ต่างจังหวัด อากาศดี ๆ ความเป็นอยู่สบาย ๆ
พอกลับมากรุงเทพฯทีนึง ก็ต้องมาเจอมลภาวะมากมาย
ทั้งมลภาวะทางอากาศ อารมณ์...สารพัด...นะคะ

กำลังหัดอ่าน วสันตดิลกฉันท์ ที่คุณสดายุแต่ง ๆ ไว้
กลับไปอ่านบทเก่า ๆ ด้วย

ในความรู้สึกของพี่ที่ไม่มีความรู้เรื่องกาพย์-กลอน
พี่ว่า วสันติดิลกฉันท์ อ่านยากพอสมควร...นะคะ
เพราะคำศัพท์ที่ใช้ แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ
ก็เริ่มสนุกแล้วล่ะค่ะ... ชวนติดตามดี
เรียกว่า..เวลาอ่านต้องมีสมาธิมาก ๆ หน่อย

พรุ่งนี้ทำงานอีกวันเดียว ก็จะได้หยุดยาวถึง ๕ วันแล้ว
รายการบุญมีให้ทำมากมาย แต่ก็ไม่รู้จะได้แค่ไหน
บางงานก็ต้องขอยกเลิกไป เพราะไม่อยากตรากตรำมาก
สงสัย...จะได้นอนยาวอยู่กับบ้านเสียมากกว่า...อิ อิ

โชคดีมีความสุขมาก ๆ นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:51:55 น.  

 
คุณพี่...ทำไมหนูเข้าหัวข้อ

---หุ้น...การเงิน
---นางแบบ

สองหัวข้อนี้ทำไมเข้าไปอ่านไม่ได้แล้วล่ะ เมื่อก่อนยังเข้าไปอ่านได้อยู่เลย
หรือว่าพี่ปิดสองหัวข้อนี้ ไม่เขียนซะแล้ว

ยังไงก็บอกมั่งนะ ช่วงนี้ได้มีโอกาสเข้าบล็อคบ่อยๆอยู่ด้วย เดี๋ยวหลังจากนี้ไม่รู้มีโอกาสอีกไหม


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:47:16 น.  

 
สวัสดีครับพี่พรหมญาณี
ผมสบายดีครับ....
อ้อ...พี่ไม่สบายหรือนี่...เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ
ที่จริงบ้านที่กรุงเทพก็ไม่ได้อยู่ในเมืองครับ....แถวชานเมือง
บางนา-ตราด ต้นๆ....อากาศดีครับ...

ทางระยองซะอีก หากอยู่แถวนิคมมาบตาพุด นานไปไม่รู้ว่า
จะเป็นอะไรบ้าง เพราะสารเคมีมันลอยฟุ้งมากับลมทะเล....
เราไม่รู้หรอกว่าอีก 10-20 ปีข้างหน้าจะมีคนเป็นโรคอะไร
จากสารเคมีพวกนั้นบ้าง เมื่อสูดดมกันไปนานๆ....

วสันตดิลกฉันท์ คุณคมทวน คันธนูยกให้เป็น
ราชินีแห่งฉันท์ เป็นฉันท์ที่มีฉันทลักษณ์ลงตัวที่สุดครับ
เป็นฉันท์ที่ผมเขียนมากที่สุด.....

การอ่าน.....ให้อ่านแยกจังหวะแบบนี้ครับ
ร่ำร่ำ – ตะวันจะละจะลา.......อ่าน......ร่ำ-ร่ำ-/ตะวัน-/จะ-ละ-/จะ-ลา
ยุติภาวะจำรูญ......................................ยุ-ติ-พา-/วะ-จำ-รูน
เห็นเห็น – ก็เพ็ญศศิพิบูลย์..................เห็น-เห็น-/ก็-เพ็น-/สะ-สิ-/พิ-บูน
ดละบูรณาแสง.....................................ดะ-ละ-บู-/ระ-นา-แสง

เครื่องหมาย / เป็นตัวแยกจังหวะการอ่านคำ....ครับ
ที่ยกมาเรียกว่า....1 บท .....มี 4วรรคหรือ 4บาท
วรรคแรก วรรค 1 มีคำ 8คำ เรียกวรรคคี่
วรรคสองมีคำ 6 คำ เรียกวรรคคู่
วรรคสาม มี 8คำ เรียกวรรคคี่
วรรคสี่มี 6คำ เรียกวรรคคู่

เราเรียกวสันตดิลกฉันท์ 14
เพราะคำใน วรรคคี่ + คำในวรรคคู่ =8+6=14
หน้าวรรคคู่ ต้องอ่านแยกคำเสมอ.....
ดล...ปกติอ่าน...ดน...แปลว่าทำให้เกิดขึ้น ที่เราชอบพูดว่า ...ดลบันดาล ...นั่นเอง
เมื่อมาอยู่ในตำแหน่ง ลหุ จึงต้องอ่านแยกคำเป็น....ดะ-ละ แทน
เช่นเดียวกับ....ดุจ....เมื่อมาอยู่หน้าวรรคคู่....จะอ่านว่า....ดุ-จะ....เสมอไป

พร้อมเพรียงแสะเสียงคชะและอา-
วุธะกล้าประจำกาย

จะเห้นว่าบทที่ยกมาคำว่า.....อาวุธ....เมื่อ
แยกคำเอาคำว่า...วุธ
ไปไว้หน้าวรรคคู่....ต้องอ่านว่า.....วุ-ทะ...เท่านั้น
หากไปอ่านว่า.....วุด....จังหวะจะเสียเลย




บุปผา....
สองหัวข้อนั่น....ปิด....
ดูหัวข้ออื่นที่ดูได้ละกัน.....



โดย: สดายุ... วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:04:37 น.  

 
โอ๊ะโอ...

"อัล...นับเป็นเหตุให้เกิดจุดเปลี่ยน"

หมายความว่าไงคะเนี่ย... คือ อัลไปทำอะไรให้น่าจะ
เขียนว่าเหรอ? หรือ อัลเขียนแบบอ่านไม่รู้เรื่อง พี่เลย
รู้สึกว่า ต้องเขียนให้คนอ่านเข้าใจ... แต่ถ้าจะว่า อัล
เป็นหัวโจกแก๊งค์กบฏ ขอปฏิเสธเน้อ... ความคิดออก
จะอยู่ในกรอบซะขนาดนี้ 555+


ส่วนงานเก่าพวกนั้น... มองว่า เป็นขั้นบันไดค่ะพี่ แต่
ละก้าวก็พัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ เอาไว้ให้ตัวเองเปรียบ
เทียบนั่นแหละ อัลถึงเข้าใจไง ที่บนถนนนักเขียนจะ
มีงานหลากหลายแบบ ตรงนั้นเป็นเวทีที่เปิดโอกาส
ให้คนสนใจเข้าไปลองเสนอผลงาน พอเก่ง/ดังก็ชิ่ง
มาเปิดสำนักของตัวเอง แบบพี่นี่แหละ ..ยิ้ม..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:54:38 น.  

 
ไม่ใช่แบบนั้น....
แต่เป็นเพราะกรองสองบทที่พี่เขียนเล่นกับอัล
ในบ้านครูไหวใจร้ายนั่นแหละ....ตรงนั้นเป็นจุดเปลี่ยน

วันนี้ไม่ออกไปไหนเหรอ...
ทำงานของตัวเองสนุกไหม....

แล้วไม่คิดกลับไปที่โน่นแล้วสิ....
พ่ออยู่กับใครล่ะ....


โดย: สดายุ... วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:24:05 น.  

 
รับทราบเจ้าคะ คุณพี่ รูปสวยจังเลยขออนุญาติเซฟเก็บไว้นะ เอาไว้บูชาจ๊ะ


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:43:30 น.  

 
พอดีผ่านไปพบกลอนบทนี้....
นึกถึงบรรยากาศยามนี้....ที่เริ่มมีตัวหัวขวดสีแดง
ทำให้วุ่นวาย เสนอหน้าออกมากันอีกหน....

มอบให้แล้วกัน.....


๐ เรา..ทั้งสอง ๐

๐ เมื่อเขามีอำนาจ..ครองชาตินี้
เพราะตาสีตาสา...ช่วยกาให้
กากะบาทฉวยหยิบ..อธิปไตย
ส่งมอบให้..ถึงมือ..ก็คือกรรม

๐ มีความหมาย..กำหนดเป็นบทบาท
มีอำนาจปูเทียบ..ให้เหยียบย่ำ
มีศรัทธาโง่เขลา..คอยเร้านำ
จึงเหมือนย้ำรอยแยก..ลงแทรกดิน

๐ เมื่อเราสองมีศรัทธะ..คนละขั้ว
และดีชั่วยึดมั่น..ต่างกันสิ้น
การมองโลกเรียนรู้...เสพ-ดู-ยิน
ย่อมผ่านจินต์เจตนา...เป็นท่าที

๐ เมื่อเราสองก้าวย่างถึงทางแยก
นั่นย่อมแปลกทั้งปวง..ทุกช่วงที่-
ความรับรู้เรื่องราว...คิด..กล่าว..มี
เผยผ่านลีลาบท...ปรากฎ”ตน”

๐ เป็นตัวตน..วนเวียนคอยเปลี่ยนภาค
ที่คอยพากย์เพราะคำ..ซ้ำซ้ำหน
มีหลักการหกเลอะ..เปื้อนเปรอะปน
กี่ครั้งหน..ก็มีเหยื่อ..คอยเชื่อใจ

๐ เรารับรู้..อยู่ในที่..ทางชีวิต
มองถูกผิดทั้งสิ้น...ตัดสินให้
นายมีเรื่องต้องทำ..ก็ทำไป
อำนาจใหญ่ในมือ..ก็คือนาย

๐ เราคงต้องรอคอย...กาลคล้อยเคลื่อน
ความดิบเถื่อนทุกหลืบ..เริ่มสืบสาย
ตาเราจะคอยเพ่ง...เหลือบเล็ง-ชาย
ก็มาดหมายคลายระวัง...สักครั้งยาม

๐ ตาเราเห็นเหมือนปวง..ข้อห่วงโซ่-
หลุด-ล่ามฝูงอดโซ...ก่อนโผข้าม-
รั้วกั้น.ก่อนยินร้อง...กึกก้องยาม
คล้ายเสียงหยามเย้ยหยัน...คนกันเอง

๐ เป็นคนเพียงนิยามความเป็นคน
หากทุกข์ทนเคี่ยวกรำ..อยู่คร่ำเคร่ง
ขีดจำกัดชอบชัง...ก็ยังเกรง-
จะวังเวงว่างเปล่า..ยากเข้าใจ

๐ เป็นคนเพียงนิยาม..ของความเป็น
หากแฝงเร้นทุกข์ร้อนคอยบ่อนไส้
ความคิดอ่านเช่นทาสกลางชาติไท
ฤๅอาจไขถ้อยแจง..ให้แจ้งความ

๐ เป็นคนในสังคม...สั่งสมคิด-
แห่ตาม-จะถูกผิด...ไม่คิดข้าม
ย่อมโง่งมสมค่าพยายาม
จึงยินหยามขบขัน...ในวันนี้

๐ เมื่อเราสองมองภาวะคนละด้าน
ต่างมีใจอาจหาญต่อการที่-
เผยความคิด..ความเห็น..ความเป็น..มี
อย่างไม่ยี่หระ..สู่ทุกผู้คน

๐ เราคงต้องยืนหยัดคนละด้าน
ชีพจะลาญเลือดจะหลั่งกี่ครั้งหน
ก็จะยังเจตจินต์ให้ดิ้นรน
กลางลมฝนหม่นหมอง...ที่ครองแดน

๐ บัดนี้..ดวงวันทอลออรูป
ท่ามลมลูบแดดจ้า...นาย-หน้าแหงน
เสพลิ้มกับบทบาท..เคยขาดแคลน
ดูเถิด..แอ่นอกใจ..แจ่มใสนัก

๐ เรายอมยืนหมองหม่น...ให้ฝนชะ
เพียงเพื่อสะใจรอ-แดดทอถัก-
เอาแจ่มแจ้งเคลื่อนย้าย..ขึ้นฉาย-ชัก
คงอีกสักไม่นาน...กับการรอ

๐ มองเถิด..ริ้วลำแสงลงแต่งหล้า
ท่ามพรรณนาความบอก..คอยหลอกล่อ
งามไหนจะหยัดเคียง..จนเพียงพอ
จนอาจต่อต้านทราม...ให้คร้ามเกรง

๐ มองเถิด...ริ้วลำแสงลงแต่งหล้า
มองสี่ขายื้อยุด..ผู้ฉุดเร่ง
เหมือนว่าอย่าช่วยคิด...ขอคิดเอง
หยุดกุมเหงความคิดในจิตตู

๐ มองเถิด..ริ้วลำแสงโลมแหล่งหล้า
เมื่อสองขาถึงบทต้องอดสู
มีนายขึ้นขี่คอ..เพื่อรอชู
ขึ้นเหยียบอยู่บนหัว...ยอมตัวแล้ว




โดย: สดายุ... วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:55:44 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ

ขอบคุณที่เป็นห่วงถามไถ่เรื่องเจ็บป่วยของพี่..นะคะ
พี่มีโรคประจำตัวคือโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือ SLE ค่ะ
เป็นมานานมากแล้ว เท่าที่จำได้น่าจะเลย ๓๐ ปีแล้วล่ะค่ะ

ก็เลยมีชีวิตอยู่อย่างนี้แหละค่ะ ป่วย ๆ หาย ๆ เป็นกิจวัตร
มีอาการก็ทานยา ทานยาไม่ดีขึ้น ก็ไปหาหมอ เอายาตัวใหม่มาทาน
หนักมากก็เข้าโรงพยาบาล เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำในชีวิต
ก็เลยรู้สึกเฉย ๆ ไปเสียแล้ว...ค่ะ

วันนี้ พี่ได้รับความรู้เพิ่มเติมจากคุณ เรื่องการอ่านวสันตดิลกฉันท์
นี่ถ้าไม่ได้รับคำแนะนำจากคุณ พี่ก็ยังอ่านผิด ๆ อยู่นะคะ
ก็เลยขออนุญาติก๊อปเนื้อหาที่คุณอธิบาย ไปเก็บไว้ในไฟล์ของพี่...นะคะ

วันก่อนได้แวะไปที่บ้านคุณนาง...มาค่ะ
ไปขอบคุณที่เธอเขียนวิธีฝากเพลงให้คุณสดายุ
และพี่ก็พลอยได้รับอานิสงค์ไปด้วย

ปรากฎว่า บ้านคุณนาง สไตล์เดียวกับคุณสดายุเลย
ก็เลยไปนั่งอ่านบทกวีของเธอ...เพลินไปเลยค่ะ
เธอน่ารัก..นะคะ มีอัชฌาสัยดีทีเดียว

บอกคุณนางไปว่า
ปกติพี่ชอบมานั่งอ่านบทกวีและฟังเพลงที่บล๊อกคุณสดายุ
แต่ตอนนี้พี่มีบล๊อกให้มาพักผ่อนเพิ่มอีกที่แล้ว..อิ อิ

อ้อ..บ้านคุณสดายุ อยู่แถวบางนา
ก็ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านและที่ทำงานของพี่ค่ะ
บ้านพี่อยู่ถนนเทพารักษ์ ส่วนออฟฟิศอยู่ถนนพัฒนาการ

วันไหนมาทำธุระ หรือผ่านมาทางพัฒนาการ
แวะมาดื่มกาแฟได้..นะคะ ยินดีต้อนรับเสมอ..ค่ะ
โทรเข้ามาก่อนก็ได้ค่ะ รู้สึกพี่จะเคยให้เบอร์โทรคุณไว้แล้วนะคะ
( ไม่แน่ใจ หลังไมค์อีกทีก็ได้ค่ะ )

สำหรับบทกลอนข้างบนที่ให้พวกหัวขวดสีแดง
แจ่มแจ้งดี...ค่ะ แต่หัวขวดคงไม่แจ้งใจหรอกมั้ง..อิ อิ

ไปล่ะค่ะ พอค่อยยังชั่วก็เลาะบล๊อกซะดึกเลย
ขอกล่าว " ราตรีสวัสดิ์ " พร้อมกับลาไปนอนล่ะค่ะ

โชคดี มีความสุข...นะคะ










โดย: พรหมญาณี วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:31:34 น.  

 
เจอกลอนมอบให้สีแดงแล้ว นึกถึงแบบเสื้อผ้าย้อนยุคที่
พอเวลาผ่านไปก็นำกลับมาเข้ากระแส intrend ใหม่...
และยังคงจะใช้ไปได้อีกนานเนอะ ตราบที่บ้านเมืองยัง
เป็นแบบนี้...


เมื่อเช้าตอบแล้วก็ยังอยู่บ้านอีกพักหนึ่งค่ะ กดเข้ามาดู
เห็นคำถามแล้ว แต่ไม่ทันได้ตอบ ต้องรีบออกไปติดต่อ
งานข้างนอก แล้วเลยไปสนามบิน เพิ่งกลับถึงบ้านเมื่อ
ตะกี้นี้เอง

เรื่องงาน ถ้าจะถามว่า สนุกไหม... ก็ต้องบอกว่า สนุก
มีเรื่องให้คิดได้ไม่เว้นแต่ละวัน ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง
ไปเรื่อย ๆ และคงต้องคิดต่อไปจนถึงจุดที่ลงตัว ..ยิ้ม..

ส่วนที่ว่า ไม่คิดจะกลับไปที่โน่นแล้ว... ก็ใช่ค่ะ วันนี้
ไม่คิด แต่ก็ไม่แน่ว่า วันหน้าอาจจะคิด... โลกยังหมุน
อยู่นี่คะพี่ แต่เรื่อง..พ่อ..เนี่ย ถ้าอยากให้ตอบจริง ๆ
คงต้องระบายยาว ย้ำว่า..ระบาย..นะไม่ใช่..อธิบาย..
และคงไม่ใช่บนหน้าบล็อกด้วย ตอนแรกก็เกือบพิมพ์
ส่งเมล์ไปแล้ว... แต่ไม่อยากให้พี่รับฟังเรื่องทุกข์มาก
เดี๋ยวจะขี้เกียจคุยกับอัลซะเปล่า ๆ อาจจะบ่นทีหลังได้
ว่า ยัยนี่ปัญหาเยอะจริง ๆ (คาดการณ์ล่วงหน้าไว้แล้ว)
..ยิ้มต่อไป..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:55:39 น.  

 
สวัสดีครับ คุณ สดายุ

ผมชอบ มหาภารตะอยู่แล้ว จากการอ่านผลงานของ อาจารย์ วีระ แต่พอมาอ่านของคุณสดายุ ผมมีความรู้สึกที่ลื่นไหลและมีจินตนาการมากกว่า
ผมเองไม่ทราบจังหวะในการอ่านของ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เท่าไหร่หรอกครับ
แต่อ่านๆไปก็ค่อยๆจับจังหวได้
มีวิธีไหนมั้ยครับ ที่เป็นวิธีอ่านแบบที่ คุณสดายุตอบ คุณพรหมญาณี ในการอ่าน วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

ผมชอบตอนนี้มากครับ
๐ ชาติชายะคล้ายจิตะละมุน
อรชุนะอาดูร
เพ่งผาดก็ญาติกุละประยูร
ทุขะพูนพลังเผา

๐ นั่น- องคะภีษมะพระผู้-
เฉพาะรู้กรุณเรา
ครูโทรณา, สกุละเกา-
รพะเหล่าก็ร่วมเชื้อ

๐ หดหู่บ่รู้จะละจะล้าง
ทิฐิขวางบ่จุนเจือ-
จำนง, ประสงค์รณะจะเพื่อ-
ปุระหัสดินทร

อ่านแล้วเข้าใจในอรชุนได้มากกว่า อ่านร้อยแก้ว เพราะจังหวะของร้อยกรอง

ชอบมากครับ
ธรรมเทพ

อ้อ อีกอย่างครับ เพลงที่ประกอบในบล็อก
ศิลปิน และ อัลบั้มชื่ออะไรครับ รบกวนคุณสดายุตอบหน่อยได้มั้ยครับ

อีกนิดนะครับ ถ้าจะเข้าไปอ่านผลงานของคุณสดายุตรงส่วนอื่นที่ต้อง สมัครสมาชิก หรืออะไรนี่ ต้องทำอย่างไรครับ
ขอบคุณอีกครั้ง


โดย: ธรรมเทพ IP: 125.24.212.167 วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:37:23 น.  

 
สู้ๆๆต่อไปนะ
จะเข้ามาติดตามอีกคะ
นะคะ คุณพี่...เพลงเพราะจัง
เนื้อหาก็สุดๆๆ ต้องนั่งอ่าน
หลายๆรอบ


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:35:44 น.  

 
แวะมาทักทาย และส่งเข้านอน...ค่ะ

มีความสุขในทุกวันดี ๆ ตลอดไป..นะคะ


โดย: พรหมญาณี วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:58:12 น.  

 
พี่พรหมญาณี.....สวัสดีครับ
อ้าว....เป็นโรคนี้อีกคนเหรอนี่.....โรคคนมีเงินครับ
ไม่ค่อยเห็นเกิดกับคนหาเช้ากินค่ำเลย....อิๆๆ

เรื่องการอ่านฉันท์....ที่จริงก็ไม่ยากนะครับ
จะเห็นว่าหากผมใส่สระตรงไหน...ก็แปลว่าตรงนั้น
ต้องอ่านแบบมีสระกำกับ....เช่น

เขาว่า..เพาะสาวกะสภาพ....
อ่าน....เขา-ว่า-/ เพาะ-สา-/ วะ-กะ-สะ-พาบ
สาวก...ปกติ...จะอ่านว่า... สา-วก
แต่เมื่อ คำว่า วก....ตกอยู่ในตำแหน่งที่เป็นลหุ...ก็เลยต้อง
อ่านแยกคำ....ซึ่งทำได้เฉพาะคำบาลีสันสกฤตเท่านั้น
คำไทยแยกอ่านไม่ได้.....

วิตก....อ่าน....วิตะกะ
ยกคำแปลมาจากพจนานุกรมออนไลน์ ให้ดู
วิตกกะ, วิตก] ก. เป็นทุกข์, ร้อนใจ, กังวล, เช่น วิตกว่าจะเกิด
สงคราม, มักใช้เข้าคู่กับคำกังวล เป็น วิตกกังวล เช่น อย่าวิตกกังวล
ไปนักเลยพรุ่งนี้สถานการณ์คงจะดีขึ้น. น. ความตรึก, ความตริ,
ความคิด. (ป. วิตกฺก; ส. วิตรฺก ว่า ลังเลใจ)

จะเห็นว่าในวงเล็บสุดท้าย.....มีทั้ง ป. และ ส.
ป. คือ ประโยค คือ บาลี
ส. คือ สันสกฤต

อุทก....อ่าน....อุทะกะ

แต่...สลบ...ไม่อ่าน....สะหละบะ
หรือ...ตลบ...ไม่อ่าน...ตะหละบะ



โดย: สดายุ... วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:55:41 น.  

 
อัล....
หากพฤติกรรมของผู้คนในสังคมเป็นไปด้วยเหตุด้วยผล
และมีความเป็นตัวของตัวเอง....การปกครองแบบประชาธิปไตย
จึงจะเป็นหนทางที่เหมาะสม.....ไม่อย่างนั้นแล้วคงต้องมีคน
เขาคิดว่า”ต้องคิดให้มัน” อยู่แบบนี้....ไม่จบไม่สิ้น

รากเหง้าของปัญหาที่แท้จริงคือ การศึกษา ที่ไร้ประสิทธิผล
หากเด็กไทยที่จบระดับการศึกษาภาคบังคับคือ ม3 ทุกคน
สามารถอ่านฉันท์ มหาภารตยุทธ เข้าใจ....แล้วล่ะก็....จึงจะนับ
ว่าระบบการศึกษาภาคบังคับมีประสิทธิภาพควรแก่การยอมรับ
เพราะเหตุว่า คนเขียนก็เรียนภาษาไทยแค่ มัธยมต้น เหมือนกัน
แปลว่า...หลังจากนั้นก็ไม่เคยเรียนอีกเลย.....จึงควรจะเท่ากัน
ในความรู้ทางภาษาไทย....555

ทำไมพวกฝรั่ง เวลาเราพูดอะไร หากไร้เหตุผล เขาจะไม่เชื่อ
เช่นเรื่อง ไสยศาสตร์ต่างๆ มันต้องมีพื้นฐานความคิดอะไร
บางอย่างที่แตกต่างกันใช่ไหม.....

พี่คิดว่า อัล น่าจะทำอาชีพอิสระได้ดี....ดูจากนิสัยใจคอที่
ค่อนข้างเป็นตัวของตัวเอง และมีปฏิสัมพันธ์กับโลกแวดล้อม
ในระดับที่เป็นฝ่ายรุก มากกว่าตั้งรับ
แต่สำหรับความเป็นลูกสาวคนเดียวแล้ว....พ่อแม่ที่ไหนจะ
ไม่ห่วงได้เล่า....พี่รู้ดีทีเดียวล่ะ...555

ระบายอะไรให้พี่ฟังได้นะ.....หากไม่รู้จะพูดกับใคร
ทางเมล์ก็ได้....น้องอาจได้อีกมุมมองหนึ่งของชายที่มีความคิด
ค่อนข้างขวางโลกอยู่บ้าง....ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องของคนปัญหาเยอะ
อะไรหรอก.....ทุกคนก็มีทั้งนั้น.....

โดยเฉพาะลูกโทนนี่....พี่น้องโดยสายเลือดไม่มีก็ต้องเอาใครสักคน
เป็นพี่น้องโดยการปฏิสัมพันธ์กันเป็นธรรมดา.....




คุณธรรมเทพ....
พวกคำฉันท์ต่างๆ.....หาฟังการอ่านยากมากนอกจากบทถวายพระพร
วันเฉลิมพระชนมพรรษาต่างๆ....
ผมเขียนบทนี้อิงหนังสือบางฉบับแต่ไม่ใช่ของคุณวีระ ธีรภัทร
แต่ก็ฟังแผ่น CD ของคุณวีระอยู่ทั้ง 50 แผ่น....ที่บรรยายได้สนุกสนานมาก
ส่วนการอ่านนั้นก็เหมือนกันทุกบทไป....

๐ ชาติชายะคล้ายจิตะละมุน
อรชุนะอาดูร
เพ่งผาดก็ญาติกุละประยูร
ทุขะพูนพลังเผา

จะเห็นว่าบรรทัดแรกตรงคำว่า...ชาย...มีสระอะด้วย คือต้องการให้ออกเสียง
สระตรงนั้น....อ่านว่า

ชาด-ชาย-/ ยะ-คล้าย-/ จิ-ตะ-ละ-มุน
อะ-ระ-ชุน-/ นะ-อา-ดูน
เพ่ง-ผาด-/ ก็-ยาด-/ กุ-ละ-ประ-ยูน
ทุ-ขะ-พูน-/ พะ-ลัง-เผา

เราจะอ่านเป็นจังหวะนี้ทุกบทไป....

ส่วนเพลงประกอบในบล็อคก็บอกไว้ใต้ชื่อกระทู้แล้วครับ
เพลง.... HareKrishnaMahaMantra
ผู้ร้องผมก็ไม่ทราบครับ....เป็นเพลงอินเดีย....ที่ไม่ค่อยแพร่หลายนัก
เข้าใจว่าเป็นบทเพลงสรรเสริญองคภควันต์ ในเรื่องนี้คือ
พระกฤษณะที่เป็นนารายณ์อวตารปางที่ ๘

ในบล็อคผมอ่านได้ทุกคนทุกบล็อค ยกเว้นที่ปิดไว้เพราะมันไม่ค่อยเกี่ยว
กับร้อยกรอง.....โดยไม่ต้องเป็นสมาชิกแต่อย่างใด....บล็อคนี้เปิดกว้าง
ครับ.....คุณคลิกไปอ่านได้ตลอด....ยกเว้นบล็อคที่ปิดไว้เท่านั้น



บุปผา....
สู้อะไรเหรอ.....มีใครจะมารบกับพี่รึไง
งง....ไปดูหนังกำลังภายในมาแล้วมาอินต่อในบล็อคนี่เหรอ....555
บทนี้บทจบ....เพลงต้องให้เพราะหน่อย.....

เนื้อหาอาจจะเข้าใจยากหน่อยสำหรับคนที่ไม่เคยอ่านแบบร้อยแก้ว
มาก่อนเลย....และออกจะยาวไปสำหรับเด็กไทยที่อ่านหนังสือกันปีละ
6 บรรทัดเอง.....



โดย: สดายุ... วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:27:00 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่กาย

มาอ่านเรื่องราวต่อเนื่องของมหาภารตะ
แล้วยังได้เข้าใจเกี่ยวกับการอ่านฉันท์อีกด้วย
การเว้นช่วงจังหวะของฉันท์แต่ละชนิดนั้น...
แตกต่างกันมั้ยคะ เพราะฉันท์มีหลายแบบน่ะค่ะ
พูก็มักจะอ่าน ตามจังหวะ 2 คำบ้าง 3 คำบ้าง
แต่ไม่รู้ว่าจะถูกหรือไม่ เอาเป็นว่า อ่านแล้ว
ลื่นไหล ไพเราะ พูก็โอเคแล้วค่ะ
แต่ถ้าได้ความรู้ว่า อ่านอย่างไร..แบบที่อธิบายนี้
ทำให้อ่านฉันท์ได้เพราะมากยิ่งขึ้นนะคะ

วันนี้ฝนตกมากมาย ไม่รู้ว่าที่กรุงเทพฯ ตกมั้ย
วันหยุดแบบนี้ ฝนตกมากๆ ออกไปไหนลำบากจัง
พูเลยไม่ค่อยได้ไปไหน นอกจากบ้านพี่สาวใกล้ๆ
วันหยุด ก็คงพาแม่ไปทำบุญ แล้วก็ไปบ้านญาติ
พี่กายล่ะคะ คงพาคุณแม่ไปไหว้พระอีกใช่มั้ยคะ
ช่วงนี้ ออกไปไหน ก็คงต้องดูแลสุขภาพนะคะ
ทั้งอากาศเปลี่ยนแปลง แถมมีไข้หวัด 2009
มาล้อคนไทยเล่นอีก ระมัดระวังไว้ก่อนจะดีกว่า
ด้วยความห่วงใยค่ะ....




โดย: พธู (ลืมล็อคอิน) IP: 125.27.149.210 วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:07:44 น.  

 
อ้าว....มาเขียนอยู่นี่เอง
สวัสดีค่ะน้องพู....

คำฉันท์...คนส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคย....
รู้จักกันแต่ที่บทเรียนบังคับให้เรียน
อาจเพราะศัพท์แสงมันมีมากและขี้เกียจ
เปิดหาคำแปลกัน....

จึงทำให้จังหวะการอ่านคำต่างๆ...ดูเหมือนจะยาก
ทั้งๆทีธรรมดามาก...หากเราจับฉันทลักษณ์
ได้แล้วอ่านไปตามนั้น....

ลองพิมพ์คำว่า...ฉันท์...ลงไปใน google
แล้วจะเห็นหน้านี้....

Chan (A kind of Thai Poetry) - ฉันท์

อยู่ลำดับแรกของหน้าแรก
เมื่อคลิกเข้าไปก็จะเห็นถึงฉันทลักษณ์ของฉันท์
รูปแบบต่างๆ....จังหวะของครุ...ลหุ...
แล้วจะอ่านง่ายขึ้น

ลองดูนะคะ....


โดย: สดายุ... วันที่: 10 กรกฎาคม 2552 เวลา:6:45:43 น.  

 
พออ่านมาถึงตอนนี้ ความจำอัลชักหลุด ๆ แล้วนะ คง
ต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นอ่านใหม่อีกรอบ เฮ้อ... สงสัย
ต้องพิมพ์ออกไปอ่าน ไม่งั้นต้องจ้องหน้าจอนาน ๆ...
มีหวังเมื่อยตาแย่

จะเสาร์อาทิตย์อีกแล้ว แฮปปี้มาก ๆ นะคะพี่ ..ยิ้ม..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 10 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:27:49 น.  

 
อัล....

ใช่...เสาร์อาทิตย์แล้ว....
วันนี้ PTTEP ลงมา 120...ใครจับไว้ราคานี้
แทบติด bottom line แล้ว..(พี่ว่าไม่มีโอกาส
ต่ำกว่า 110....แล้วนะรอบนี้)

สัก 10,000 หุ้น ลองดูสิว่า...เอาแค่ 30 บาท
จะปล่อยที่ 150 ได้ในเวลานานแค่ไหน
30 x 10,000 = 300,000....
สามแสน...จากต้นทุนล้านสอง

ดีกว่าเก็บไว้ในแบงค์น่า....ล้านละหมื่นนิดๆต่อปี
เฮ้อ...ให้ตาสีตาสา...แกเก็บเหอะ

เอิ๊กๆๆ

จำไว้นะ....เขียนแปะไว้ในมหาภารยุทธ ตอนที่ ๙
5555



โดย: สดายุ... วันที่: 10 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:58:38 น.  

 
สวัสดีครับ
ผมไม่ค่อยได้แวะมาหาท่านเลยครับ...งานเยอะ
วิชาภาษาไทย กำลังเรียนการประพันธ์โคลงสี่สุภาพครับ
...สนุกดีครับ...แหะๆ


โดย: ศารทูล IP: 125.25.196.152 วันที่: 10 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:45:42 น.  

 
อ้าว... ทำไมลงมาต่ำงั้นล่ะพี่ ช่วงนี้ไม่ได้เปิดดูราคา
หุ้นเลย มัวแต่วุ่นกับร้านใหม่...

ถ้าเป็นเดือนก่อน อัลคงเล่นตาม ในจำนวนที่พี่คูณไว้
แต่เดือนนี้คงไม่ไหวแล้ว เพิ่งเอาเงินประมาณเดียวกัน
ไปเทใส่ร้านเรียบร้อย (แถมไม่เห็นกำไรในระยะเวลา
อันใกล้ซะด้วย ไม่รู้คิดผิดหรือคิดถูกนะเนี่ย เฮ้อ...)

ยังไงถ้าไม่เล่นก็เสียดายอยู่ คงเล่น..น้อย..แบบเบบี้
ไปก่อน เดี๋ยววันจันทร์ (ถ้าพอหาเวลาว่างได้) จะแวะ
เข้าไปคุยกะทางโบรคเกอร์... แต่อัลเก็งไว้น้อยกว่าที่
พี่คาดนะ วันจันทร์อาจมีการเปลี่ยนแปลง อาจต้องรับ
ที่ 125 ปล่อยที่ 148... ประเมินกันไว้ไม่น่าจะถึง 150
ง่าย ๆ

แล้วตกลงพี่ซื้อทันที่ 120 รึเปล่าคะ?


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:35:13 น.  

 
ศารทูล.....
อ้อ....ก็เอาเรียนก่อน
เพิ่งไปหอสมุดมา ได้ฉันท์มาอีกสองเล่ม
แบบถ่ายเอกสาร.....

สามแพร่งชีวิตคำฉันท์ ของ คมทวน คันธนู
กวีนิพนธ์บางเรื่อง ของ ชิต บุรทัต

อิลราชได้จากงานหนังสือเด็ก....

เอาไว้ดูลีลาการเขียน.....





อัล.....
พี่เก็บได้ที่....122.5 และ 121 เก็บไปเรื่อยๆ
กะว่าคงไม่น่าต่ำกว่า 115.....

จะพูดนิดนึงเรื่องการลงทุน....

เราลงเงินไป 1 ล้านกับธุรกิจใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก
และไม่รู้อนาคต....ซึ่งอาจจะดีมากๆก็ได้....
แต่เราต้องจัดการเรื่องราวมากมาย.....
มีทำเล
มีสถานที่
มีอุปกรณ์
มีลูกจ้าง
มีพาหนะ
มีเงินทุนหมุนเวียน
แล้วเราก็เป็นเจ้าของธุรกิจหนึ่ง.....

สมมุติว่าพี่ลงทุน 1 ล้านเท่ากันใน PTTEP
ไม่มีทำเล
ไม่มีสถานที่
ไม่มีอุปกรณ์
ไม่มีลูกจ้าง
ไม่มียานพาหนะ
มีเงินทุนที่ลงไปครั้งเดียว
พี่เป็นผู้ถือหุ้นของ PTTEP รายย่อย

กิจการของ PTTEP คือ
การขุดเจาะและสำรวจปิโตรเลียม ที่มี ปตท. ถือหุ้นใหญ่
และตัว ปตท. มีรัฐบาลโดยกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่
แปลว่า...ปิดประตูเจ๊ง....

เมื่อเราไปดู Financial Statment

บริษัทนี้มีรายได้เมื่อ
2006 คือ 72,398 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13,286 ล้านบาท
2007 คือ 83,247 ล้านบาท กำไรสุทธิ 17,356 ล้านบาท
2008 คือ 88,472 ล้านบาท กำไรสุทธิ 21,413 ล้านบาท

แปลความว่าเป็นบริษัทที่ดีมาก...
มีการบริหารงานที่โปร่งใส ต่างกับการบินไทยมากมาย
ไม่มีเด็กเส้นเด็กฝาก....มากนัก

ราคาเคยลงไปต่ำสุดที่ 75 บาท และสูงสุด 222 บาท
diff กัน 147 บาท ภายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
เพราะฉะนั้นราคาตอนนี้...มองกันว่าจะไม่ต่ำกว่า
110 อีกแล้ว....

ที่ราคา 110 ปลายๆ จึงอาจไม่ใช่ราคาที่ต่ำที่สุด
แต่ก็ไม่แพงอีกแล้ว....โอกาสขึ้นมีมากกว่าโอกาสลง

เพราะช่วงที่ลงไป ต่ำสุด 75-85 นั้นด้านบนเอง
สวิงไปได้แค่ 115-120 เอง
แต่ตอนนี้ด้านบนสวิงผ่านขึ้นไปถึง 150 แล้ว....
ด้านล่างก็จะขยับยกตัวตาม...มองว่า 110 up
ดังนี้แล.....

สินค้าชั้นดี....ของแบรนด์เนมกำลังเลหลัง
ลดแหลกแจกแถม
เหมือนตอน เซ็นทรัล เปิด midnight sale เอาของ
on shelf มาลด...คนยังแห่กันไปซื้อ

นาทีนี้...เป็นการปรับฐานก่อนจะไต่ขึ้นแบบไม่มีลง
ไปจุดต่ำสุดแบบเดิมอีกแล้ว....หากดูกราฟแท่ง
เทียนเป็นจะพอดูออก....

เพราะมองว่า เศรษฐกิจ ผ่าน bottom line แล้ว
และตลาดหุ้นจะตอบรับข่าวก่อนเวลาจริง ไม่ต่ำกว่า
6 เดือนเสมอ......

wait & see




โดย: สดายุ... วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:6:26:12 น.  

 
งานหนังสือเด็ก มีอิลราชด้วยหรือครับนี่...


โดย: ศารทูล IP: 113.53.29.244 วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:31:45 น.  

 
มีสิ....ยิ่งในหอสมุดแห่งชาติมีหลายเล่ม
และหน้าห้องมีร้านถ่ายเอกสาร...เรายืมออกไปถ่าย
เอกสารได้เลย....

มีหนังสือเก่าที่ไม่มีพิมพ์ออกมาแล้ว
ก็ไปหาไปถ่ายเอกสารมาเก็บไว้ได้...เวลาเข้ากรุงเทพ
วันเสาร์เขาเปิด 9.00-17.00




โดย: สดายุ... วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:04:13 น.  

 

สวัสดียามเย็นค่ะ

การรบ..ดุเดือดนะคะ
ยิ่งบทนี้ เห็นภาพชัดเลย

"ชีพขัยอวัยวะเพราะดาบ
ตละวาบก็ลำเค็ญ
คมวาดก็ขาดภวะกระเด็น
ดละเซ่นทิวาสรวง"

พูเองก็ต้องย้อนขึ้นไปอ่านทวนเหมือนกันค่ะ
จะได้เรื่องราวต่อเนื่องนะคะ



โดย: พธู วันที่: 15 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:23:35 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่
นาน ๆจะโผล่มาให้เห็นสักที อย่าว่างั้นงี้เลยนะคะ
ฝนขอโคลงบทหนึ่งไปแล้วนะคะ และอาจจะมา
จิ๊กอีกเรื่อย ๆ ตามแต่โอกาสค่ะ

ชงโคเชิดดอกช้อย............งอนชู
เรียวกลีบบางชมพู.............เพริศแพร้ว
ใบเขียวคอดโค้งดู.............ดุจปีก แมลงนา
งอนหนึ่งทำใจแป้ว........... แต่ย้อนชายตา

จริง ๆอยากได้เป็นกลอนค่ะ แต่ไม่อยากเรื่องมาก

ขอบคุณค่ะ


โดย: ไลเดเลีย วันที่: 15 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:48:10 น.  

 
ตามมาอ่านมหาภารตะยุทธต่อ...

ที่ไหนได้ ปะใส่แม่ชงโคกลีบบาง
ซะงั้น แต่ก็ดีแล้วเพื่อน ตัวจะได้
เขียนให้เค้าอ่าน ..ยิ้มใหญ่..เลย
(เหมือน... งานเลี้ยงรวมศิษย์เก่า
ถ้ามีงานบอลด้วยจะยิ่งดี 555+)


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 15 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:24:03 น.  

 
น้องพู......
ใช่...การรบดุเดือดมาก....บนสมรภูมิที่มีคนสองฝ่ายรวมกัน
ประมาณ 5-6 ล้านคน....ลองนึกดูละกันจับคู่ตะลุมบอนกัน
ว่าจะขนาดไหน......

ศพคนที่ตายก็ไม่มีการเก็บเอาไปกลบฝัง....คงปล่อยทิ้งคาสนามรบ
ไว้อย่างนั้นจนวันสุดท้ายของการรบเลยทีเดียว

ง้าวฟาดก็บาดทะลุทะลวง
ขณะทรวงบ่อาจทรง
แยกสองสนองทิวะประสงค์
ชิวะปลงปลาตสูญ





ฝน.....
วันนี้มาถึงนี่ได้.....สบายดีนะ
ที่จริงบทที่เอาไปยังไม่ค่อยดีนะ.....ความมันไม่ค่อยเข้าท่า
ปรับหน่อย......เป็นแบบนี้....

บทใหม่......
ชงโคเชิดดอกช้อย............งอนชู
พิศกลีบบางชมพู...............นึกย้อน-
ถึงโอษฐ์อิ่มตราตรู............รออยู่
รอจบจูบ, ออดอ้อน..........โอบด้วยอก..แขน

บทเก่า.....
ชงโคเชิดดอกช้อย............งอนชู
เรียวกลีบบางชมพู.............เพริศแพร้ว
ใบเขียวคอดโค้งดู.............ดุจปีก แมลงนา
งอนหนึ่งทำใจแป้ว........... แต่ย้อนชายตา

บาทแรก....เหมือนกัน
บาทสอง....ตรง....เพริดแพร้ว....ไม่ได้ใจความ ความมันย่ำอยู่กับที่
บาทสาม....เปลี่ยนเรื่อง..แต่เชื่อมความหมายต่อไม่ถึงบาทแรกที่เปิดไว้
มาแบบแปลกแยกไม่เข้าพวกเข้าเหล่าเลย......อิๆๆ
บาทสี่....ความหมายไม่รับกับบาทสามเลยแม้แต่นิดเดียว.....เฮ้อ
สรุปว่าไม่ดี......เอ้า...วิจารณ์งานเก่าๆให้ดูกัน

555......ใครมาเอาไปใช้ก็ต้องระวังเพราะเขียนใหม่ดีกว่าเสมอ.....






อัล......
คุยกันตามสบาย......
เฮ้อ.....พี่เทพวิ่งไม่หยุด.....มองตาปริบๆ....
เอาน้อยไปหน่อย.....5555


โดย: สดายุ... วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:5:37:37 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ....

ขอบคุณที่บอกเล่าเรื่องโคลงผวนอย่างเปิดเผย..ค่ะ

คุณนฤพนธ์..ใช่คนเดียวกับที่เราได้ดูเค้าวันนั้นแหละค่ะ
คุณสดายุ จำแม่นนะ ว่าเขามาร่วมงานด้วย
พี่ยังลืมไปแล้วเลย..ค่ะ


การรบในครั้งนี้ดุเดือดเลือดพล่านจริง ๆ
พี่ว่ามันคงจะตะลุมบอนกันไม่รู้ว่าใครเป็นใครเลยนะนี่
ต้องอ่านแล้วอ่านอีก ๒-๓ รอบ ( มือใหม่หัดอ่าน..อิๆ )

อ่านแล้วเห็นภาพเลย..ค่ะ
เหมือนได้ดูหนัง แบบว่าห้ามกระพริบตา ( ขอเว่อร์หน่อย..หุๆ )
นี่ขนาดเขีบนเป็นวสันตดิลก...นะคะ ยังเร้าใจได้ขนาดนี้

นอกจากอักษรสวยที่พี่ชอบอยู่แล้ว
ภาพที่นำมาประกอบก็สวย...ค่ะ

ขอบคุณสำหรับผลงานดี ๆ ให้ติดตาม
โชคดี มีความสุข...นะคะ

อ้อ...ตอนนี้ไข้หวัด ๒๐๐๙ ระบาดหนักมาก
คุณสดายุ รักษาสุขภาพด้วย..นะคะ

ด้วยความเป็นห่วง...ค่ะ


โดย: พรหมญาณี วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:57:02 น.  

 

ฝนสบายดีค่ะ

แก้ใหม่ยิ่งไปกันใหญ่เลย หวานเกินไปแล้วค่ะ
มันไม่เข้ากับภาพพจน์นางเอก(ในขณะนี้)ของ
ฝนเลย อ่านไงมันก็หวานเกินไป ไม่เข้ากัน

ถ้าไงพี่ช่วยแก้ไขให้เป็นการชมดอกไม้ธรรมดา
ได้ไหมคะ คือไม่ต้องเอาไปเปรียบหรือเวลามอง
ทำให้นึกถึงสิ่งนั้นสิ่งนี้ เหมือนบทที่แก้ใหม่

อันนี้ผ่านค่ะ
ชงโคเชิดดอกช้อย............งอนชู
พิศกลีบบางชมพู..............

(อันที่แก้ใหม่ ฝนเก็บไว้ตอนพระเอกเห็นดอกชงโค
แล้วนึกนึกนางเอกถ้าจะดี)

บทใหม่ อ่านแล้วก็..หุหุ




อัล
ก็คงงั้นแหละ เห็นมีไม่กี่คนนี่เนาะ ที่มาอ่าน
ว่าแต่ ถ้าตัวผ่านมาแล้วช่วยดูหน่อยสิ ว่าบท
ที่แก้ใหม่ เข้ากับเนื้อเรื่องที่เข้าลงหรือเปล่า?


โดย: หยาดฝน IP: 192.168.50.250, 58.136.8.59 วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:14:48 น.  

 
พี่พรหมญาณี.....
ครับ ภาพที่นำมาประกอบ....เป็นภาพวาดที่เล่นรายละเอียด
แบบอินเดีย....เป็นแบบที่ผมเองชอบมาก....โดยเฉพาะภาพ
สองสหาย กฤษณะ อรชุน เป่าสังข์ เพื่อเป็นสัญญาณเปิดศึก
ในภาค 1 นั้นผมว่าสวยมาก....

ไม่ชอบภาพลายเส้นแบบของทางจีน ครับ มันดูไร้ชีวิต
พี่ลองดูภาพเซียนแบบจีน...เปรียบกับภาพเทพต่างๆแบบ
อินเดียสิครับ....ต่างกันมาก....

การรบนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 4300 ปีผ่านมาแล้ว เรียกได้ว่า
ค่อนข้างนานมาก....ผมประเมินเอาจากอายุพระพุทธศาสนา
รวมกับระยะเวลาการ settle สังคมของอารยันหลังการอพยพ
เข้ามาถึงตอนบนของชมพูทวีป เชิงเทือกเขาหิมพานต์

พื้นที่ที่ผมอยากไปดูมากที่สุดคือ กัษมีระ หรือ แคสเมียร์ ในปัจจุบัน
ว่ากันว่า สาวแคชเมียร์ ยังมีนัยน์ตาสีเขียว น้ำเงิน กันอยู่โดยมาก
และผมสีน้ำตาล แดง เพราะผสมปนเปกับพวกผิวอื่นน้อยมาก....
แต่ศาสนามาถึงนาทีนี้คงเป็น มุสลิมกัยเป็นส่วนใหญ่.....

อ้อ...สำนักตักสิลา คู่แข่ง วิศวามิตร ในสมัยพุทธกาลนั้น...
นับเอาแผนที่ปัจจุบันอยู่ในเขต อาฟกานิสถาน ครับ




ฝน.....
งั้นเอาบทเดิมไปล่ะกัน.....ยังไม่มีอารมณ์ชมดอกไม้
555.....ชมสาวน่ะพอได้นะช่วงนี้....


๐ ชงโคเชิดดอกช้อย.......งอนชู
เรียวกลีบบางชมพู...........แยกแย้ม
ใบเขียวคอดโค้งดู...........ดุจปีก แมลงนา
นึก-เลือดฝาดซับแก้ม......ก่ำคล้ายชงโค ฯ


เอ้า....แถม



โดย: สดายุ... วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:6:47:48 น.  

 

๐ ชมพูสดอวดเย้ย.........ตายล
กลีบกุหลาบซ้อนวน.......แยกแย้ม
นึกรูปปากอิ่มบน...........พักตร์หนึ่ง แม่เอย
อีกหนึ่งชมพูแต้ม..........จบต้องเลือนไฉน ฯ


โดย: สดายุ... วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:6:50:09 น.  

 

๐ กล้วยไม้ขาวแยกแย้ม...ยวนตา
บานกลีบอวดลักขณา.......ช่อชั้น
ไร้กลิ่นหากงามหา...........ใดเทียบ ยากเนอ
ฤๅต่างพฤติใครนั้น...........ยากแม้น-ใครจะเหมือน ฯ


โดย: สดายุ... วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:6:51:04 น.  

 

๐ ผีเสื้อแดงสดซึ้ง.........สืบสมัย
ชูดอกแอบอิงใบ...........เบียดอ้อน
นึกแก้มนุ่มเนียนใคร.....คลอเบียด อกเนอ
อุ่นจะซ่านเอ่อย้อน.......อยู่ล้ออาลัย ฯ


โดย: สดายุ... วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:6:52:01 น.  

 
และแล้วสนามรบก็กลายเป็นสวนดอกไม้...

งั้นเดี๋ยวขายออกรอบนี้ พี่จะเอาตังค์ไปทำ
อะไรเนี่ย เยอะจนไม่มีที่เก็บแล้วมั้ง 555+



ฝน...
ถ้าตัวเอาบทที่แก้ใหม่รอบแรกนะ เค้าว่า
..หวือหวา..เกินไปล่ะ ประเดี๋ยวเด็ก ๆ ที่
แอบอ่านจะแตกตื่น 555+ ส่วนที่แก้รอบ
สองนั่น... ค่อยซอฟท์หน่อย ถ้าเค้าเป็นตัว
คงเลือกใช้บทใหม่(2)นี่แหละ... ก็แล้วแต่
เน้อ ..ยิ้มสดใส..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:54:17 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ...

วันนี้เปิดสวนไม้ดอกแต่เช้าเลย...นะคะ
เขาว่ากันไว้ว่า..ดอกไม้สวยคู่กับหญิงสาวงาม
สำหรับบทกวีของคุณสดายุ ไม่ต้องมีหญิงงามมาเคียงภาพ
ก็สามารถจินตนาการความงามของหล่อนได้..

๐ ชมพูสดอวดเย้ย.........ตายล
กลีบกุหลาบซ้อนวน.......แยกแย้ม
นึกรูปปากอิ่มบน...........พักตร์หนึ่ง แม่เอย
อีกหนึ่งชมพูแต้ม..........จบต้องเลือนไฉน ฯ

นี่ขนาดบอกว่า ยังไม่มีอารมณ์ชมดอกไม้...นะคะ
ถ้าอารมณ์บรรเจิด จะขนาดไหนเนี่ย..อิ อิ

ไปทำงานก่อน...ล่ะ พรุ่งนี้ก็ได้หยุดแล้ว..นะคะ
สำหรับพี่ ต้องไปปฏิบัติตัวเป็นลูกที่ดี..ค่ะ

โชคดี มีความสุข...นะคะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:41:13 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่กาย

พูหยุดอยู่บ้านอันเนื่องมาจากไข้หวัดค่ะ
แต่ยังไม่..อินเทรนด์..เพราะไม่ได้เป็นหวัด 2009
ที่จริงไม่ถึงขนาดนอนซมนะคะ ยังลุกไปทำงานไหว
แต่ไม่มีใครยอมให้ไปทำงาน ทั้งที่บ้าน ทั้งเพื่อนร่วมงาน
เลยนอนซะ ตาบวมแล้วล่ะค่ะ ทานยาไปสักพัก
ก็เริ่มจะเล่นเกมส์ซ่อนตาดำไว้ใต้เปลือกตา อิอิ
แต่ก็ดีตรงมีเวลาได้อ่านหนังสือมากขึ้นนะคะ

พูชอบโคลงชมดอกไม้จังค่ะ แบบนี้น่าจะยกสวนมาเลย
จะได้มีดอกไม้ที่หลากหลายมาชื่นชมนะคะ
ดอกไม้ทุกดอก สดสวย งดงาม เหมาะแก่การชื่นชม
เอามาสลับกับการรบที่ดุเดือด ก็ลดความแข็งกร้าวไปได้




โดย: พธู วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:16:52 น.  

 
อัล.....
พี่เสกทุนทำหน้าตักไม่ทันน่ะสิ...เลยเก็บน้อยไปหน่อย
5555

แต่พอนึกว่าเงินบางจำนวน....พนักงานนั่งหน้าเคาท์เตอร์แบงค์
ต้องทำงานตั้งเดือนกว่าจะได้มา....ในขณะที่เราโทรหาโบรกเกอร์
แกร๊กเดียว....วันสองวันก็ได้แล้ว....มันก็...อะนะจะโลภไปถึงไหนกัน
อิๆๆๆ.....

พี่รอมันลงมาแรงๆอีกสักครั้ง....อัลภาวนาช่วยพี่หน่อย...แล้วจะส่ง
บัตรกินไอติมฟรีไปให้.....555

พี่เชื่อมั่นว่า....การลงทุนระยะยาวขนาด 3-4 ปี เราสามารถ
เอาชนะตลาดได้....

สะสมหน้าตัก...รอจังหวะ...
หมอบแบบเสือชีต้า รอจังหวะ เมื่อเห็นกวางเดินผ่านมา...หางกวัดไปมา
อิๆๆๆ






พี่พรหมญาณี....
ครับบทพวกนี้เขียนล้อคำบ้าง....ล้อความบ้าง
ระหว่างดอกไม้กับสาวงาม.....อาศัยรูปดอกไม้เป็นเกณฑ์
มองเห็นว่าเป็นความลงตัวของการเปรียบเทียบเปรียบเปรย

ช่วงนี้ค่อนข้างสบายใจครับ....กับอะไรๆที่แวดล้อมรอบตัวอยู่
ครับ....ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม....อิๆๆๆ



๐ อย่าลืมฉันแม้นห่าง.....หนไกล
อย่าปล่อยรอยอาลัย.......ล่มร้าง
ร่วมเถิดคลี่สายใย..........โยงยึด กันแม่
ดั่งชื่อดอกไม้อ้าง...........เอ่ยไว้หว่างถวิล ฯ





น้องพู....
อ้อ...ค่ะไข้หวัดธรรมดาแน่นะ.....อิๆๆ
ดีแล้วค่ะที่พักผ่อนอยู่บ้านตามนโยบายรัฐบาล.....
ถ้าจะให้ดี...หาหน้ากากไว้ใช้ด้วย....เพราะเป็นการป้องกันตัวเรา
จากสิ่งแวดล้อมด้วย.....

เมื่อวานไปทำธุระที่แบงค์มา....เห็นพนักงานผู้หญิงหน้าเคาท์เตอร์
ใส่ตะกร้อปาก...เอ๊ย....หน้ากากกันหมดเลย....ยังขำไม่หาย....
คนที่เห็นแต่ลูกตาบ๊องแบ๊วมาบริการลูกค้า....555

ดูแลตัวเองให้หายไวไว..นะคะ


โดย: สดายุ... วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:19:13 น.  

 
เห็นหลายๆเสียงชอบกัน....
ก็คิดว่า....ดีเหมือนกันกับบรรยากาศช่วงนี้...
อ่านโคลง...ดูรูปดอกไม้...นึกหนาสาวงามไปพลางๆ
ระหว่าง....การรบถูก pause ไว้ชั่วคราว อิๆๆ



๐ ลิลลี่บานเบ่ง-เชื้อ......เชิญดู
เรียวกลีบบางชมพู........ดั่งพร้อม-
รอเย้ยยั่วดำรู...............รับภู่ ผ่านเนอ
ฤๅต่างแก้ม-เมื่อน้อม.....แนบเย้ยยั่วไฉน ฯ





๐ โมกขาวหอมอ่อนซึ้ง..........ตรึงทรวง
หอมกว่า-หอมพุ่มพวง...........ผ่าวเนื้อ
แหนอยู่ก็ด้วยหวง................หอมแม่ แลแม่
อกย่อมรออ่อนเอื้อ..............โอบให้-อุ่น-หอม ฯ






๐ เหลือบเหลืองใต้ร่มไม้......ใบบัง
กลีบลำดวนคลี่อัง...............อุ่นร้อน
นึก-ปากจบแก้มฝัง..............ฝากอุ่น ใครนา
คง-เหลือบเนตรวามค้อน......ข่มสะเทิ้นแรงถวิล ฯ





๐ ช้องนางชูช่อช้อย...........ชวนชม
ขาวเหลื่อมเหลืองสวยสม....ศักดิ์เจ้า
ยื่นดอกยั่วภมรดม.............ดอมกลิ่น
ฤๅต่างแม่ยั่วเย้า................ยื่นหน้ารอถนอม ฯ





๐ สายหยุดหอมหยุดสิ้น.....แต่สาย
หอมบ่หยุด-หอมกาย..........กลิ่นแก้ว
จักหอมตราบชีพวาย...........วอดดับ ไฉนฤๅ
กี่ภพภูมิผ่านแล้ว................จึ่งล้างหอมสลาย ฯ





๐ บานชื่นบานช่อล้ำ........ดำรู
เรียวกลีบบางชมพู..........พิศพ้อง
เรียวอวบอิ่มโอษฐ์ตรู.......ตรึงอก
แต่เมื่อจุมพิตน้อง...........แนบเนื้อประคองถนอม ฯ





๐ แอบรักชูกลีบเคล้า.......คลอใบ
ดังพี่แอบมีใจ.................ต่อเจ้า
ห่างศักดิ์ห่วงสายใย.........เกินยึด โยงนา
รุมอุระรบเร้า..................อาจรู้ฤๅสมร ฯ





๐ ลั่นทมขาวกลีบเกลี้ยง......งามตา
ใบดุจศรแหลมพา...............พุ่งชี้
ต้องอกกำสรดหา-..............ยนะชีพ ชนม์เนอ
เยียวแม่พุ่งศรนี้..................แน่แท้เรียมระทม ฯ





๐ นางแย้มดอกแยกแย้ม.....เป็นพวง
กลแยกแย้มสุดาดวง...........เด่นหน้า
เห็น..เรียมห่วงฤๅหวง..........เหือดอก นะแม่
กับท่าทีทายท้า..................ทอดไว้ให้ถวิล ฯ





๐ พุดซ้อนเสียดกลีบขึ้น.....เป็นวง
ขาวสดเวียนเป็นทรง..........แทรกซ้ำ
เจ้าเอยแทรกรูปลง.............ตาพี่
หวานก็ส่งหยอดย้ำ............หยาดให้ถวิลหา ฯ





๐ ซ่อนกลิ่นออมกลิ่นไว้......รอหอม
ช้อยช่อยั่วภู่ดอม...............ดอกแย้ม
ซ่อนกลิ่นกลิ่นฤๅยอม.........ซ่อนอยู่
ดูแต่นวลซ่อนแก้ม............กลิ่นเนื้อหอมไฉน ฯ





๐ หอมไกลหอมหมื่นลี้......ลำยอง
เหลืองบุปผากลีบกรอง......กลิ่นฟุ้ง
งามพฤติฤต่างผอง............ผกากลุ่ม เจ้าเอย
หอมย่อมเกินเขตคุ้ง..........ขอบฟ้าลิบไกล ฯ





๐ อังกาบดอกม่วงเข้ม.......งามควร
กลีบรับเกสรซวน.............ซบเคล้า
กลเจ้าซบหน้านวล............แนบอก พี่เนอ
ร้อนระรุมอกเร้า...............ร่วมเนื้อเนียนถนอม ฯ






บานบุรีสีเหลื่อมพร้อย......ชมพู
เชิดกลีบดอกยาวชู............ช่อช้อย
น้ำหยดแนบกลีบดู.............ราวหยาด เพชรเฮย
นึกเพชรหล่นหยาดย้อย......หยดหน้าเนียนนวล ฯ






๐ ลีลาวดีเหลือบล้ำ............ขาวเหลือง
ห้ากลีบดอกบานเนือง.........แนบก้าน
ดั่งใครแนบหน้าเปลือง........อกเปลี่ยว เรียมนา
อกย่อมแทรกอุ่นคว้าน........ขวากร้อนสูญสลาย ฯ





๐ กรวยกลีบกล้วยไม้เชิด......ช่อชวน ชมเนอ
ครามม่วงเหมือนสิ้นสรวล......สู่เศร้า
ไร้หอมจักเพรียกครวญ.........คร่ำเทวษ ถวิลนา
ไหนจักเหมือนหอมเจ้า.........จากแล้วเจียนตาย ฯ





๐ บุปผาบ่งชื่อพ้อง..........แดนพุกาม
คือกุหลาบสีแสดงาม.......งดล้ำ
หยัดอยู่ท่ามเขตคาม.......เขียวกิ่ง ใบเนอ
หวังหนึ่งยิ่งหยัดย้ำ..........ย่อมน้ำใจสมร ฯ





๐ ชมพูเหลืองเบิกเบื้อง.....บรรเทิง
กุหลาบเมาะลำเลิง..........รื่นน้ำ
กลว่าอกเรียมเริง.............รื่นเสน่ห์ นวลเนอ
อวลหยาดนาบซาบซ้ำ......สร่างสิ้นฤๅไฉน ฯ






๐ ขาวยวงดารดาษเวิ้ง.......ไพรวัลย์
พวงช่อบุปผาบรร-.............เจิดแผ้ว
ราชาวดีสวรรค์.................สว่างดอก งามเฮย
งามหนึ่งงามเนื้อแพร้ว........ผ่องล้ำบุษบา ฯ





๐ จำปีหอมกลิ่นซึ้ง..........ตรึงใจ
เรียวกลีบขาวนวลใย........แยกแย้ม
เหนี่ยวพันผูกผมใคร........คลอป่าย นั้นนา
หอมย่อมหวนสู่แก้ม........กรุ่นไว้อาวรณ์ ฯ





๐ จำปาสีเหลือบส้ม..........สดใส
อวลกลิ่นหอมกรุ่นไกล......หื่นฟุ้ง
นวลเนียนผ่องเนื้อใคร.......ครองเนตร เรียมนา
ใสย่อมใสดั่งรุ้ง................ร่วงฟ้ารองฝัน ฯ


โดย: สดายุ... วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:35:40 น.  

 

สนามรบกลายเป็นสวนดอกไม้ไปซะแล้ว

ง่ะ..ไม่มีอารมณ์ชมดอกไม้ มีแต่อารมณ์
ชมสาว งั้นฝนก็เอาบทที่พี่แก้ให้ใหม่ล่า
สุดไปก็แล้วกันนะคะ ก็ยังดีที่พี่อุตส่าห์
แก้ไขให้ใหม่ นึกว่าจะปล่อยให้ฝนเอา
บทนั้นไปลงทั้งยังนั้นซะอีก



อัล..
เค้าเก็บททที่แก้ใหม่ ไปเรียบร้อยแล้ว


โดย: หยาดฝน IP: 192.168.50.250, 58.136.8.59 วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:53:47 น.  

 
ถ้าภาวนาแล้วสำเร็จก็ดีสิคะ อัลจะได้เริ่ม
เก็บทุนรอไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลย ..ยิ้มใหญ่..

แต่จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นล่ะพี่ เท่าที่
ดูตอนนี้ไม่เห็นมีแนวโน้มจะลง นอกจาก
จะโดนปั่น...

แล้วถ้าได้จริงนะ ไม่เอาบัตรไอติมฟรีเน้อ
อัลขอเป็นมื้อใหญ่ที่ภัตตาคารแชงกรีล่า...
555+



ฝน...
Good!


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:03:39 น.  

 
ฝน....
งานพวกนี้เขียนไว้นานแล้ว....เอามาลงสร้าง
บรรยากาศให้ soft ลงหน่อย....

ข้างบนก็รบกันดุเดือดเลือดพล่าน
ข้างล่างก็ชมดอกไม้..สาวงามไปตามเรื่อง




อัล....
ช่วงนี้เป็นช่วงปรับฐาน...ไม่มีตัวเล่น
ก็เล่นกันสั้นๆ....แบบน้ำขึ้นน้ำลง...
ลองคิดดูสิ...ตอนน้ำขึ้นหากไม่ขาย
พอมันลงมาอีก...กำไรทางตัวเลขพวกนั้นก็หายหมด

ดูจังหวะ....ดูประวัติราคาไว้
ดูทิศทางตลาดเมืองนอก....
ดาวโจนส์...นิเคอิ...ฮั่งเส็ง... แล้วมาเรา....

พื้นฐานเศรษฐกิจไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ก็เล่นข่าวกันไป....

หาดเล่นกลุ่มพลังงานก็ดูราคาน้ำมันโลก....
น้ำมันขึ้น...หุ้นพลังงานวิ่ง...ทะยอยเก็บไว้ก็ดี
PTTAR
TOP
BANGCHAK

ราคาคงไม่ลงมาต่ำขนาด 30-40 เหรียญแล้วล่ะ



ตอนนี้ไม่ค่อยชอบ เสาร์ อาทิตย์เลย...อิๆๆ




โดย: สดายุ... วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:6:56:56 น.  

 
อัลก็ไม่ค่อยอยากเจอสุดสัปดาห์
ราคาทองไม่เปลี่ยน ไม่มีให้ลุ้น
กะว่าเดี๋ยว ทองลง จะไปเหมา
ทองแท่งไว้ พอราคาขึ้นอีกทีก็
เทขาย ตอนวันจันทร์ราคาขาย
ลงเหลือแค่ 14800 อัลแยกร่าง
ไม่ได้ ก็เลยไปซื้อไม่ทัน... พอ
วันศุกร์ที่ผ่านมา ทองคำแท่งปิด
รับซื้อที่ 15000 ซะแล้ว ขึ้นไป
เรียบร้อยโรงเรียนเยาวราชค่ะ

ก็เหมือนเล่นหุ้นแหละเนอะ แต่
ความเสี่ยงต่ำกว่า ผลตอบแทน
เลยน้อยกว่าเป็นธรรมดา ราคา
ทองคำนี่ก็... แปรผันตามราคา
น้ำมัน และ แปรผกผันกับค่าเงิน
ดอลล่าร์...

แล้วเดี๋ยวพอหุ้นได้ที่ ก็ค่อยโยก
มาเทใส่หุ้นสัก 50 - 80% แล้ว
แต่ความดึงดูด ..ยิ้มเย็น ๆ..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:38:37 น.  

 
อัล...
ทองคำมันเป็นภาระที่จะต้องจับต้อง..พกพา
ของมีค่าติดตัว....แม้จะเช่า safe ไว้ที่ธนาคาร
เพื่อนพี่เคยเล่น...ต้องนั่งรถเข้าไปซื้อที่เยาวราช
ใส่กระเป๋า...เอาไปใส่ safe ในแบงค์ พอราคาขึ้น
จะขาย ก็ต้องไปเอาจากแบงค์เอาไปเยาวราชอีก
มันมีความเสี่ยงเรื่องโจรกรรม...

ในขณะที่หลักทรัพย์ ไม่มีเรื่องพวกนี้...
ธุรกรรมดำเนินโดยการเปิดบัญชีซื้อขาย
กับ broker แล้วใช้ระบบโอนเงินตัดบัญชีกัน
สะดวกกว่ามาก....

สมัยก่อนอาแปะอาซิ้มแถวเยาวราช she ต้อง
มานั่งเฝ้าจอหุ้นที่อาคารสินธร ถ.วิทยุ
แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้อง...ขอ login password จาก
broker เลย แล้วเข้าไปที่ eFinancethai.com
จากนั้นเข้า real time เลยจะเห็นตัวเลข 3 สี
แดง เขียว เหลือง วิ่งปรู๊ดปร๊าด...ดุจดอกไม้ต้อง
สายลมแห่งวสันตฤดูแล้วร่วงหล่นฉะนั้น...555

เปรียบกับรถยนต์แล้ว...เวลาเราจะซื้อรถใช้
ยังต้องพิจารณายี่ห้อที่ซื้อง่ายขายคล่อง ใช่ไหม
โตโยต้า ฮอนด้า เท่านั้นยังไม่พอ...ต้องเลือกสี
อีก ว่าบรอนเงิน กับ ดำ ราคาขายต่อดีที่สุด รองมาเป็น
บรอนทอง ....ส่วนสีแดงราคาจะตกหายห่วง..เพราะ
บางเต้นท์ไม่เอาเลย....

หุ้นก็ทำนองเดียวกัน...ตัวที่ฝรั่งเล่น ซื้อง่ายขายคล่อง
เป็นต้นว่า หุ้นพลังงานกลุ่ม ปตท. จึงควรเก็บ
หุ้นดีแต่สภาพคล่องไม่ดี...อย่าไปยุ่งกะมันเลย
ปีหนึ่งบางที trade กันแค่ 2-3000 หุ้น

เอ้า...นับหนึ่ง...อิๆๆๆ


โดย: สดายุ... วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:40:32 น.  

 
พี่ว่าน้องมาทางสายคำนวณน่าจะสนุกกับ
เรื่องการลงทุน....

รู้ไหมสายวิชาไหนเป็นที่ต้องการของ
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่สุด....เมื่อสิบปีก่อน
คือจบ engineer แล้วไปต่อ MBA นอก
แล้วกลับมาทำงานอยู่ในแวดวงหลักทรัพย์...

ไม่ว่าจะหุ้น....
ไม่ว่าจะทองคำ....
ไม่ว่าจะแลกเปลี่ยนเงินตรา....
เราอาจพอคุ้นเคยได้รับรู้อยู่บ้าง....

แต่มากไปกว่านั้น....future...option
อันเป็นธุรกรรมทางการเงินใหม่ๆ...ที่มีอิทธิพล
ต่อราคาโภคภัณฑ์อย่างมาก....

ทำไมเมื่อไม่นานมานี้...น้ำมันถึงไต่ราคาขึ้นไปถึง
140 USD ....แล้วในไม่นานเลยกลับหล่นตุ๊บ
ลงมาเหลือแค่ 30 USD....

การเข้าใจเรื่องพวกนี้จะเป็นการได้ลับสมอง
เป็นอย่างยิ่งว่า....สาเหตุนั้น...

หาใช่เจ้าของบ่อน้ำมันพวกอาหรับโพกหัวรวมหัว
กันขึ้นราคาไม่...

หาใช่ความต้องการปัจจุบันทันด่วนของประเทศ
ผู้ผลิตสินค้าของโลกอย่างจีน และอินเดีย เกิด
ต้องการอย่างมากมายขึ้นมากระทันหันไม่...

หาใช่เพราะเกิดสงครามในตะวันออกกลางไม่...

แต่เพราะการเก็งกำไรในตลาดซื้อขายล่วงหน้า
ในตลาด future ที่นิวยอร์คของพวกฝรั่งตาน้ำข้าว
นั่นต่างหาก....

และโรงกลั่นบ้านเราจำต้องทำสัญญาซื้อล่วงหน้า
(เข้าใจว่าสัญญาล่วงหน้าประมาณ 6 เดือน)
ป้องกันราคาจะขึ้นไปอีกกลัวจะทะลุ 200 เหรียญเอา
ดังนั้น...จึง order น้ำมันราคาบาร์เรลละ 130-140
ก็ถูกทำสัญญาล่วงหน้าไปจนสิ้น

หลังจากน้ำมันหล่นมาที่ 30 เหรียญ...stock น้ำมัน
ของโรงกลั่นเหล่านั้นก็ถึงกาลขาดทุนกันบักโกรก
มโหฬาร....ราคาหน้าปั๊มลงไปเหลือแค่ 16-17 บาท
เมื่อสักสงกรานต์นี้เองหรือใกล้เคียงหากจำไม่ผิด

แต่ตอนนี้ค่อยๆขยับมาขายปลีกกันที่ 28-29 บาท
อีกแล้ว....และราคาน้ำมันดิบทรงตัวนิ่งๆอยู่ช่วง
60-70 เหรียญ และ"น่าจะ" ไม่มีโอกาสลงไปที่
30-40 บาทอีกแล้ว แปลว่าอะไร....

แปลว่า...พี่เทพ..ของพี่จะไม่มีโอกาสเห็นราคาต่ำร้อย
อีกแล้วน่ะสิ....ไม่เก็บตอนนี้แล้วจะเก็บตอนไหนล่ะ
เถ้าแก่เนี้ยอัล....555

ตื่นสักตีสี่ตีห้านะอัล....
เปิดดูเวป....www.bloomberg.com
อ่านภาษาปะกิตคล่องๆ....ก็เสพเอาแทน
รายการสรยุทธ...ที่ดูมากๆก็เอาไปหาเงินไม่ได้...อิๆๆ

เห็นใจ...และเข้าใจผู้อาวุโสที่มีเงินเก็บ...
ที่แห่กันไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อเอาดอกเบี้ยแค่
ร้อยละ 5 ต่อปี...ต่อ 12 เดือน...ต่อ 365 วัน
เงินร้อยบาท สร้างผลตอบแทนแค่ 5 บาทต่อปี
พี่ว่ามันน่าแค้นใจนัก....555

1 ล้านบาท งอกเงยมาปีละ 50,000 บาทต่อปี
เสียภาษีรึเปล่าไม่แน่ใจ...

1 ล้านบาท หากเปลี่ยนเป็น พี่เทพ ที่สัก 125
(ต่ำกว่านี้ได้ยิ่งดี...) จะได้ 8,000 หุ้น....
ทิ้งไว้ 1 ปีเท่ากัน มันอาจจะไปที่ 185 ที่ราคานี้
ขายออกจะได้เงิน...1,480,000 กำไร 480,000
โดยไม่ต้องเสียภาษี

ลองคาดการณ์กันเล่นๆ....ว่าหุ้นตัวนี้
ที่กลางกรกฎาคม 2553 จะมีราคาสักเท่าไร....

อิๆๆๆ




โดย: สดายุ... วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:00:41 น.  

 
คนไกลบ้านแนะนำให้มาอ่านค่ะ เธอสงสัยชื่อ.."ธฤษฏ์ทยุมน์" ค่ะ..

ได้หลายเรื่องจังบล็อกนี้
ฉันท์-ลดามาลย์และการเงิน
ยอดเยี่ยมค่ะ


๐ ปู่นี้จะพลีลุหิตะ,เนื้อ
ชิวะเพื่อ-จะผูกพัน
นัดดาดุจะตะวัน
จะละกันบ่ควรเลย...


โดย: nart IP: 125.27.43.59 วันที่: 20 กรกฎาคม 2552 เวลา:3:57:33 น.  

 
สวัสดีครับพี่นาถ....

ธฤษฏ์ทยุมน์....อ่าน...ทรึ-สะ-ทะ-ยุม
แต่หากผมการันต์ตรง..ษ
ธฤษ์ฏทยุมน์....อ่าน...ทรึ-ตะ-ทะ-ยุม ครับ

คนนี้เป็นพี่ชายพระนาง..เทราปที..อ่าน..เทรา-ปะ-ที
บางครั้งก็อ่าน...เท-รา-ปะ-ที...แต่แขกอ่านอย่างแรก
ที่เป็นชายาของพี่น้องปาณฑพทั้ง 5 ครับ
เป็นลูกท้าวทรุบท...ที่เคยโดนโทรณาจารย์พาลูกศิษย์
คือพวกเการพ และปาณฑพ เมื่อเรียนวิชาเสร็จใหม่ๆ
ยกทัพไปตีจนพ่ายแพ้....และเป็นพี่ชายของ
สิกขัณฑิน...ผู้หญิงในร่างผู้ชายซึ่งก็คือพระนางอัมพา
กลับชาติมาเกิดเพื่อฆ่า ภีษมะ โดยเฉพาะ

ธฤษ์ฏทยุมน์...ได้รับการแต่งตั้งเป็นจอมทัพฝ่าย
ปาณฑพ...

ท่านปู่ภีษมะ..นี่แหละ...ที่รักหลานมากจนโลกตะลึง
อิๆๆ

พี่นาถสบายดีนะครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 20 กรกฎาคม 2552 เวลา:5:40:15 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ

พี่เพิ่งได้นอนแป๊บเดียว มนุษย์เหล็กไหลปลุกพี่ให้มาอ่านต่อค่ะ

ท่านภีษมะ น่ะรักหลานมากยิ่งกว่าโลกตะลึงอีกค่ะ ยัง "รบ" ได้อีกนานเพราะผมยังดำเรียบแปร้...
ห่วงแต่ อริราช..น่ะจะสู้ไม่ไหวค่ะ

บล็อกนี้สมควรชื่อ "นารีสโมสร" ตามคนไกลบอกค่ะ
เธอสงสัยว่า อ่าน "ทริ" หรือ "ทรึ" ไพเราะ...
กว่ากันค่ะ...มาถามพี่ พี่เลยไม่แน่ใจค่ะ

พี่ก็สบายดีค่ะ คุณสดายุคงสบายดีมากนะคะ
เห็นรื่นเริง ท่ามกลางสาวๆเชียว...


โดย: nart IP: 125.24.218.106 วันที่: 20 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:54:50 น.  

 
ติดตามอย่างใกล้ชิดค่ะ


โดย: medkhanun วันที่: 20 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:14:24 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะพี่สำหรับความเห็น
ข้อมูล พร้อมทั้งคำแนะนำ ..ยิ้ม..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 20 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:41:51 น.  

 
สวัสดีครับพี่นาถ....
ครับ...อายุปูนนั้นแล้วผมยังดำสนิทแสดงว่า...ไม่แพ้ผม
ไม่เหมือนท่าน...มุขะอำมาตยา...อิๆๆ

ทฤษฎี.....อ่าน..ทริด-สะ-ดี...เราไม่อ่านว่า...ทะ-รึ-สะ-ดี
นั่นสิ....ต้องอ่าน...ทริ....มากกว่า..ทรึ
ทริ-ตะ-ทะ-ยุม.....ถูกต้องครับ...
ขอบคุณครับที่ช่วยติง.....อ่าน ทร
เป็นอักษรควบกล้ำ ก็จะลง..ลหุ..สามตัวได้พอดี
สำหรับชื่อนี้

รื่นเริงเพราะมีคนมาชวนคุยนะครับ....
และได้รับรู้ถึงสุขภาพอนามัยที่ดีขึ้นของน้อง
บางคน...ก็เลยอารมณ์ดีครับ....แต่ก่อนก็เป็นห่วงว่า
จะเป็นอะไรมากตอนนี้หมดห่วงแล้ว....อิๆๆ

ดูแลสุขภาพครับพี่....บอกหลานคนเก่งให้ตั้งใจ
ทำงานนะครับ....






เม็ดขนุน.....
ไปกลิ้งที่ไหนมา....ไม่ค่อยเห็นหน้าเห็นตา
โดยเฉพาะ...คอ....หากทานมากเกินอีกหน่อยจะไม่เห็นด้วย
อิๆๆๆ






อัล.....
ไหมล่ะ....วันนี้ volume กระฉูดถึง 2.3 หมื่นล้าน
พี่เทพเด้งไปปิด 136 ...เฮ้อ....แค่น้ำมันไปที่ 63 เหรียญเท่านั้น

เดี๋ยวว่าจะซื้อธง....มาไว้ฟันแข่งกับหมอลักษณ์ซะหน่อย....5555



โดย: สดายุ... วันที่: 20 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:17:51 น.  

 
ท่านภี...ย้อมผมค่ะ

ทริด-ทะ-ยุม เป็นคำตอบจากฝั่งแปซิฟิกค่ะ
พี่ก็ว่างั้น...

ขอให้มีแต่ความรื่นเริงใจตลอดไปค่ะ


โดย: nart IP: 125.25.188.158 วันที่: 21 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:29:55 น.  

 

พี่ยังไม่คิดจะชมสาวเหรอคะชวงนี้
ปล่อยหน้านี้ ย๊าว ยาว


โดย: ไลเดเลีย วันที่: 21 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:42:29 น.  

 
คิดถึงนารีปราโมชค่ะ


โดย: ขวัญ (toyor ) วันที่: 21 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:19:36 น.  

 
อยากบอกพี่สดายุเหมือนพี่ขวัญบอกอ่ะค่ะ


โดย: medkhanun วันที่: 22 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:36:02 น.  

 
สวัสดีครับ

พี่นาถ...ครับอ่านแบบผมว่าถูกแล้วครับ..อิๆๆ

ฝน...กำลังคิด

ขวัญ...ไปอ่านได้แล้ว

เม็ดหนุน...เอ้าสลับฉาก...

ไปหน้านารีปราโมชได้เลย ครับท่านผู้ชม
อิๆๆ



โดย: สดายุ... วันที่: 22 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:09:36 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่กาย

พูไม่ได้มาหลายวัน เลยตามมาอ่าน
มหาภารตะยุทธ..ก่อนค่ะ แล้วค่อยไปอ่านนารีปราโมชทีหลัง
การรบผ่านไปได้ 6 วันแล้ว อีกไม่นาน..การรบก็คงสิ้นสุด
พร้อมไพร่พลที่ตายเป็นเบือ ทิ้งไว้แต่เพียงซากนะคะ
แต่ไม่ว่าจะยุคสมัยใด..ก็ไขว่คว้าหาอำนาจทั้งสิ้น

ช่วงนี้ไม่ได้ฝึกเขียนฉันท์เลยค่ะ ยุ่งทั้งงานและยุ่งทั้งเรียน
พี่กายสบายดีนะคะ อากาศเปลี่ยน รักษาสุขภาพนะคะ



โดย: พธู วันที่: 22 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:19:08 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องพู....
พอเปลี่ยนหน้าหลักเลยไม่ได้เข้ามาหน้านี้....
ขอโทษนะคะที่ตอบช้า....

การรบครั้งนี้...กินเวลายาวนาน...และตายเกือบ
ทั้งหมด...เหลือรอดไม่กี่คน...

ทุกวันนี้ในอินเดีย...
ยังมีการขับโศลกมหาภารตะในงานรื่นเริง
ที่เป็นประเพณีมาโดยตลอดไม่เคยขาดหายไปเลย
น่าชื่นชมและน่าทึ่งมากที่เรื่องราวเหล่านี้...
แน่นอนว่าคงเคยผ่านโสตเจ้าชายสิทธัตถะใน
ครั้งพุทธกาล...มาเหมือนกัน...

แต่ด้วยความแปลกแยกในหลัก...อาตมัน...
ทำให้ไม่อาจลงกันได้ในทิฐิอันเป็นสัจจธรรม
ทั้งในสำนักอุทกดาบส และอาฬารดาบส
นั้นย่อมสอนไตรเภทเป็นหลักใหญ่ใจความ

พี่เขียนเรื่องนี้แล้ว...รู้สึกฮึกเหิม
อยากเขียน...เรื่องราวอิงประวัติศาสตร์
ในครั้งยุคนั้นอีกสักเรื่อง

"กรุงอุชเชนี...50 ปี...ก่อนพุทธศักราช
ครั้งนั้นพรหมจรรย์แห่งไตรเภทหยั่งรากลงแล้ว
อย่างมั่นคงในจิตใจผองอารยัน...."

การเริ่มตอนแบบนี้น่าสนใจไหม....อิๆๆ




โดย: สดายุ... วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:50:35 น.  

 
รบเข้าวันที่เจ็ดแล้ว...
กำลังตื่นเต้นค่ะ..


โดย: sirivinit วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:50:53 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ แวะมาทักทายก่อนไปทำงาน

ปกติเวลาเข้ากรุง จะรีบเร่งแบบเช้าไปบ่ายกลับ
หรือ เช้าไปเย็นกลับ คือ ทำธุระ+ซื้อของ เสร็จ
ก็รีบซิ่งกลับเลย อัลคงอดกินฟรีแหง ๆ เลยค่ะ...
แต่ต้องมีสักวันสิ ถึงวันนั้นห้ามบ่นละกันนะคะ
เพราะจะเตรียมล้างท้องรอเลย 555+ (แต่...
ร้านก๋วยเตี๋ยวเขาจะไม่ทำรสเผ็ดน้อย หรือ รส
ไม่เผ็ดเหรอพี่ ของแบบนี้สั่งได้นี่นา)

ว่าจะถามหน่อยค่ะ อัลไปซื้อหนังสือบัฟเฟตต์
มาเล่มนึง The Essential Buffett ทีนี้ก็ไม่รู้ว่า
ในอีกเล่มคือ The Buffett Way จะมีเนื้อหา
สำคัญที่ไม่มีในเล่มที่อัลซื้อรึเปล่า พี่เคยอ่าน
ทั้งสองเล่มไหมคะ? ถ้าอ่านแล้ว... แนะนำให้
ซื้อ The Buffett Way อีกรึเปล่า? เพราะถ้า
สำคัญมาก ๆ อัลจะได้สั่งทางร้านให้หามาให้...
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะพี่


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:10:06 น.  

 
ปีย่า....
ค่ะ..เข้าวันที่เจ็ดเหลืออีก11วันเท่านั้น
ว่าจะร่ายวสันตดิลกไปจนจบเลย....แล้วค่อยปิดท้าย
ด้วยอะไรสักอย่าง...ที่ยังไม่ได้คิด...อิๆๆ

การรบในวันที่11จะเกิดการเปลี่ยนแปรขนานใหญ่
การวางแผนวันต่อวัน...ชัยชนะและความพ่ายแพ้
ของทั้งสองฝ่ายในแต่ละวัน

พี่จะพยายามเอาให้จบ(ซะที...อิๆๆ)





อัล....
พี่มีสองเล่ม
เล่มหนึ่งไม่อยู่ในมือ...แต่พูดเรื่องที่ไม่เป็นหลักการการ
ลงทุนมากนัก...จำชื่อหนังสือไม่ได้..ออกแนวประวัติ
บัคคลสำคัญมากกว่า

อีกเล่มคือเล่มหน้าปกสีเขียวอ่อน...
the..new..buffettology...
ลงทุนอย่าง..วอร์เรน..บัฟเฟตต์
เล่มนี้มีรายละเอียดทางยุทธวิธีมากพอให้เราศึกษาได้

พี่ถือคติ...จับโจร-จับหัวหน้า....
จะเรียนรู้เรื่องหุ้น...ต้องอ่านกระบวนยุทธของ
จอมยุทธลำดับที่1...แห่งแผ่นดิน

ตลาดหุ้นอเมริกากับตลาดหุ้นไทยอาจมีความแตกต่าง
เชิงพฤติกรรมอยู่มากโดยเฉพาะความเชื่อความตอบรับ
ต่อข่าวสาร..อย่างมีเหตุผลหรืออย่างขาดเหตุผล

พี่มองว่าผู้ที่แน่นทั้งทางวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
รวมทั้งทางเทคนิคและมีความเป็นเอกภาพทาง
ความคิดแบบปัจเจกชนนิยม..จะเอาชนะตลาด
ได้ไม่ยาก....

โดยที่เหตุผลควรต้องมีมากกว่าอารมณ์เสมอไป

ส่วนเล่มที่พี่มีอีก2เล่มอยากแนะนำน้องคือ
value..investror..ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย
และ...intelligent..investor..ของ..เบนจามิน..เกรแฮม
เล่มหลังนี้หนาประมาณ3นิ้ว...

ขอให้โชคดี....555


โดย: สดายุ... วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:00:19 น.  

 
ขอความช่วยเหลือ
ช่วยถอดบทประพันธ์นี้ ให้ผมหน่อยครับ
เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก
ตอน วิศวกรรมา
๏ อันชาติใดไร้ศานติสุขสงบ ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่
ณ ชาตินั้นนรชนไม่สนใจ ในศิลปะวิไลละวาดงาม ๚
๏ แต่ชาติใดรุ่งเรืองเมืองสงบ ว่างการรบอริพลอันล้นหลาม
ย่อมจำนงศิลปาสง่างาม เพื่ออร่ามเรืองระยับประดับประดา ๚
๏ อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์ เหมือนนารินไร้โฉมบรรโลมสง่า
ใครใครเห็นไม่เป็นที่จำเริญตา เขาจะพากันเย้ยให้อับอาย ๚
๏ ศิลปกรรมนำใจให้สร่างโศก ช่วยบรรเทาทุกข์ในโลกให้เหือดหาย
จำเริญตาพาใจให้สบาย อีกร่างกายก็จะพลอยสุขสราญ ๚
๏ แม้ผู้ใดไม่นิยมชมสิ่งงาม เมื่อถึงยามเศร้าอุราน่าสงสาร
เพราะขาดเครื่องระงับดับรำคาญ โอสถใดจะสมานซึ่งดวงใจ ๚
๏ เพราะการช่างนี้สำคัญอันวิเศษ ทุกประเทศนานาทั้งน้อยใหญ่
จึงยกย่องศิลปกรรม์นั้นทั่วไป ศรีวิไลวิลาศดีเป็นศรีเมือง ๚
๏ ใครดูถูกผู้ชำนาญในการช่าง ความคิดขวางเฉไฉไม่เข้าเรื่อง
เหมือนคนบ้าคนไพรไม่รุ่งเรือง จะพูดด้วยนั้นก็เปลืองซึ่งวาจา ๚
๏ แต่กรุงไทยศรีวิไลทันเพื่อนบ้าน จึ่งมีช่างชำนาญวิเลขา
ทั้งช่างปั้นช่างเขียนเพียรวิชา อีกช่างสถาปนาถูกทำนอง ๚
๏ ทั้งช่างรูปพรรณสุวรรณกิจ ช่างประดิษฐ์รัชดาสง่าผ่อง
อีกช่างถมลายลักษณะจำลอง อีกช่ำชองเชิงรัตนะประกร ๚
๏ ควรไทยเราช่วยบำรุงวิชาช่าง เครื่องสำอางแบบไทยสโมสร
ช่วยบำรุงช่างไทยให้ถาวร อย่าให้หย่อนกว่าเขาเราจะอาย ๚
๏ อันผองชาติไพรัชช่างจัดสรร เป็นหลายอย่างต่างพรรณเข้ามาขาย
เราต้องซื้อหลากหลากและมากมาย ต้องใช้ทรัพย์สุรุ่ยสุร่ายเป็นก่ายกอง ๚
๏ แม้พวกเราชาวไทยตั้งใจช่วย เอออำนวยช่างไทยให้ทำของ
ช่างคงใฝ่ใจผูกถูกทำนอง และทำของงามงามขึ้นตามกาล ๚
๏ เราช่วยช่างเหมือนอย่างช่วยบ้านเมือง ได้ประเทืองเทศไทยอันไพศาล
สมเป็นเมืองใหญ่โตมโหฬาร พอไม่อายเพื่อนบ้านจึ่งจะดี ๚
ช่วยผมหน่อยนะครับ ผมต้องทำรายงาน ครับ
ขอบพระคูณ ครับ


โดย: ยุทธพงษ์ IP: 124.122.217.47 วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:08:50 น.  

 


โดย: medkhanun วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:52:45 น.  

 
คุณยุทธพงษ์

ที่เอามาวางเป็นกลอนแปดธรรมดา...
คำที่ใช้ในกลอนก็ธรรมดา...

ไม่มีศัพท์แสง..ที่แปลยากแต่อย่างใด...

เนื้อหาใจความก็ไม่ได้แฝงคติ...หรือใช้
บุคคลาธิษฐานเปรียบเปรย..แต่อย่างใด

ผมไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณถึงแปลไม่ออก...

๏ อันชาติใดไร้ศานติสุขสงบ
ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่
ณ ชาตินั้นนรชนไม่สนใจ
ในศิลปะวิไลละวาดงาม ๚

ชาติใดไม่สงบ
เพราะมัวรบกันเอง
คนในชาติย่อมไม่สนใจ
ที่จะสร้างศิลปะไว้เป็นมรดกของชาติ

ความหมายก็ตามนั้น....
มันไม่ใช่โคลง หรือ ฉันท์ ที่ใช้คำศัพท์บาลีมากมาย
อะไร...

ลองช่วยตัวเองก่อนครับ...







เม็ดขนุน....
เป็นครูบาอาจารย์พออ่านฉันท์นี่รู้เรื่องไหม
อ่านบ่อยๆ..เดี๋ยวก็เข้าใจเองแหละ



โดย: สดายุ... วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:28:15 น.  

 
พี่คะ

อัลขอหนีตามคุณนางไป เอ๊ย! ลาพักบล็อกไป ใน
ช่วงเวลาใกล้เคียงกับคุณนางนะคะ คือ อัลต้องไป
ซื้อของหลายที่ รวมถึงได้ไปกรุงเทพฯ อีกแล้ว แต่
บินไปเที่ยวเช้า แล้วบินกลับเที่ยวบ่าย... ไม่เหลือ
เวลาให้เที่ยวเตร่เลยงานนี้ เฮ้อ... (คราวก่อนที่ว่า
มีเวลาน้อย ก็ยังอุตส่าห์เหลือช่วงให้เที่ยวเหมาซื้อ
เสื้อผ้ามาเต็มกระเป๋านะ แต่ครั้งนี้..อด..เห็น ๆ)

ตะลอนทัวร์ คงทำให้อัลคงสลบไปหลายวัน เอิ๊ก ๆ ๆ

พอเสร็จสิ้นภารกิจ และ หายเหนื่อยแล้ว จะเข้ามา
รายงานตัวเน้อ อย่าเพิ่งตัดหางปล่อยวัดอัลล่ะ...
ไม่งั้นโป้งด้วย เอ้า! ..ยิ้มกว้าง..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:40:05 น.  

 
อัล....
ยุ่งเรื่องร้านใหม่สินะ....
เป็นเถ้าแก่มือใหม่...คงต้องเหนื่อยหน่อยช่วงแรกๆ

เชียงใหม่..กรุงเทพ..ไปเช้ากลับเย็น
นี่หากพูดเมื่อสมัยพระนเรศวร คนคงคิดว่าเป็นไปไม่ได้
สมัยนั้นการเดินทางไปเชียงใหม่จากอยุธยากินเวลา
เป็นเดือน....

มาบอกว่าไปบางกอกเช้านี้แหละ..เดี๋ยวเย็นๆก็
กลับมาถึงเชียงใหม่แล้ว
คนคงหัวร่อกันกรามค้าง....555

เหนื่อยกาย...แต่อย่าไปเหนื่อยใจ
ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด...แล้วผลจะออกมาอย่างไร
ก็ยินดีและยอมรับมัน...ก็จะเป็นก้าวแรกของผู้
รู้จักกับสภาพธรรมที่เป็นอยู่ในชีวิต





โดย: สดายุ... วันที่: 31 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:10:26 น.  

 
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะท่าน ... ที่กรุณาให้เกียรติ
เข้ามาเยี่ยมบ้านของ พลอย ติติงแนะนำได้เสมอค่ะ

พลอย เคยตอบกระทู้ท่านในห้องกวีการเมืองครั้งหนึ่ง
ไม่ทราบว่าท่านจำ พลอย ได้ไหมน่ะค่ะ

พลอย ประทับใจในบทกลอนและฝีมือของท่านมากค่ะ



โดย: ploythana IP: 58.9.3.198 วันที่: 31 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:12:53 น.  

 
คุณพลอย....
ไม่ต้องเรียกท่านครับ....
ผมตัวเล็กนิดเดียว...ไม่ได้มียศถาบรรดาศักดิ์
มาจากไหน....

พอดีผ่านตาไปอ่าน...ที่บล็อค
ก็เลยมีความเห็นไว้...หวังว่าคงไม่ถือสา

ยินดีต้อนรับครับ...


โดย: สดายุ... วันที่: 31 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:10:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O คำข้าว .. และใจคน .. O





O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำลง-
สู่บาตรเกื้อกูลสงฆ์ - - - สืบไว้-
รับบทบาทธำรง - - - ปวงหลัก ธรรมแฮ
กล่อมโลกเหนี่ยวรั้งให้ - - - ห่างไข้โศกเข็ญ ฯ

O วงพักตร์เมื่อน้อมสู่..ท่านผู้ขอ
นวลลออ..ผุดผ่องก็มองเห็น
อิริยาจับเลือก..เจ้า-เยือกเย็น
ล้อแววตาตอบเต้น..ไม่เว้นยาม
O มาทำบุญตักบาตรหนุนชาติภพ-
กลับบรรจบโลกสภาพจนวาบหวาม
จักฝ่าฝืนโลมลูบด้วยรูปนาม-
รูปกลับตามติดตาไม่ล้าเลย
O อิริยาจับช้อน ก็อ่อนช้อย
ชั่วแววตาเหลือบชม้อย..จึงค่อยเผย-
ความอ่อนโยนลึกล้ำ..ดั่งรำเพย-
ของลม-เย้ยยั่วชายให้หมายชม
O บัดนั้น..คือช่วงงามคุกคามโลก
กลบสร้อยโศกเบื้องหลังเคยสั่งสม-
จดวงรอบปรารถนาสู่อารมณ์
แฝงสายลมโชยอ่อนพัดย้อนไป
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพระ
ตอบภาวะศรัทธาที่อาศัย
แต่ละคำข้าวคด..กำหนดใจ-
ลดละให้อัตตานั้นล้าตัว
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพร้อม-
ความนอบน้อมนิ่มนวล..ออกยวนยั่ว-
ให้แววตาเหลือบเห็น - แล้วเต้นรัว-
สั่นทั้งหัวใจผู้..รับรู้งาม
O แขนเรียวรูปหยิบจับสำรับส่ง-
ให้หมู่สงฆ์ตามแถว, เมื่อแววหวาม-
ในอีกดวงตาพิศ..คอยติดตาม-
เหมือนสุดห้ามหักจิตเอาปลิดปลง
O ผมรวบเกล้า พรรณลออ..อยู่ล้อตา
เผยรูปรอยคุณค่า..ต่อหน้าสงฆ์
ใจนอบน้อม..คำขอ..และช่อบง-
กชงามสี, รูปทรง..สืบวงกรรม
O เหมือนรูปองค์ จบจิต..สัมฤทธิ์รู้-
ความนัยผู้ปรารมภ์ผ่านลมร่ำ
สบชำเลืองเหลือบชม้อย..เหมือนพลอย - บำ-
รุงใจคร่ำครวญชู้..ที่อยู่คอย
O มาบรรจบงดงาม ในยามเช้า
จนเปลี่ยวเหงาถึงบทต้องถดถอย-
ให้จันทร์ล่มลับดวงจนล่วงรอย
เหลือล่องลอยโชนช่วงเพียงดวงเดียว
O เช่นรูปกลางแววตา..เพ-ลานี้
เปล่งราศีผุดผ่องให้มองเหลียว
ละม่อมพักตร์ทั่วแดน, สองแขนเรียว-
ฤๅเปรียบเสี้ยวส่วนองค์..หน้าองค์พระ ?
O โอ งาม..ราวจะตามมาหยามเย้ย
ด้วยรูปเผยรออยู่..ไม่รู้ผละ
แววซ่อนยิ้มในตา - หรือภาวะ-
ตอบฉันทะนัยชู้..อย่างรู้เชิง ?
O โอ งาม..ราวบีบคั้นด้วยทัณฑ์โทษ-
พาหัวใจปราโมทย์..พลอยโลดเหลิง-
ไปกับยิ้มในตา, แววร่าเริง-
ในฝันเวิ้งว้างตอน..ก็ - ย้อนคืน
O ทิวแถวท่านผู้ขอ..ร่ำรออยู่-
เหมือนรอกู้กลับใจ..ช่วยให้ขืน-
ขัดอำนาจลึกล้ำ, ยอมกล้ำกลืน-
ข่มความรื่นรมย์ชู้..ให้รู้เกรง
O คงจะสายเกินการณ์ แล้วท่านเอ๋ย
เมื่อรูปเผยปรารมภ์..เข้าข่มเหง
ดูเถิดตาตอบตื่นแสนครื้นเครง-
เหมือน-คอยเร่งรอบชู้..ไม่รู้วาง
O คงจะสายเกินการณ์ แล้วท่านเอ๋ย
เมื่อตาเอ่ยเอื้อนความ..ออกตามขวาง-
ขับความเงียบเปล่าเปลี่ยวในเที่ยวทาง
ข่มความอ้างว้างเหงา..เมื่อเช้าวัน
O รูปแห่งธรรมเลือนบทไปหมดแล้ว
เหลือผ่องแผ้วรูปละม่อม..รายล้อมขวัญ
คงรูปรอ..ปักปลูกความผูกพัน
เพื่อร่วมบันทึกส่วนคร่ำครวญคอย
O เสียงธรรมเคยก้องอยู่ไม่รู้แล้ว
เพียงชั่วยามเคยแว่ว..เหลือแผ่วค่อย
โอ งาม..ราวจะแกล้งเข้าแฝงรอย-
จนสุดใจเคลื่อนคล้อย...จากรอยงาม !

O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำวาง
กำหนดจิตขีดทาง - - - ย่างเท้า
คำพระยกธรรมขวาง - - - ฝากคิด
กำหนดกรรมกล่อมเช้า - - - หากช้าเกินการณ์ !


Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.