Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
29 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
O มหาภารตะยุทธ .. บทที่ ๗ .. O





ท้าวยุธิษฐิระประกอบพิธีราชสูยะในกรุงอินทรปรัสถ์.


เพลง .. ShriKrisshnaGovind



= บทที่๗ .. เหตุการณ์ในกรุงวิราฏ =
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
00100 - - - 110102
00102 - - - 110103
103
1 = ลหุ
0,2,3 = ครุ


O ปาณฑพะหลบซ่อน - - - ชิวะจรพนาลัย
นาม"กัณยกา" ไกล - - - นิระผู้จะพบเห็น

O จวบครบประจบปี - - - ทุขะบีฑะเพียบเพ็ญ
รอบชีวะขุกเข็ญ - - - ประลุกาละผ่านผัน

O สิบสองวรรษาพ้น - - - ทุระชนะแกล้งบัน-
ดาลกลสะกาบรร- - - - ลุประเล่หะแอบแฝง

O ปรึกษาประดาปาณ- - - - ฑพะ-คราญก็จำแลง
ปลอมกายจะหมายแปลง - - - บทะสู่ ณ บูรี

O ก่อกูณฑะเปลวช่วง - - - จิตะบวงพระปราณี
วอนแม่พระวารี - - - เพราะพจีปณามขอ

O ทุกข์โทษทวีลักษ- - - - ณะประจักษะเพียบพอ
เก็บช้ำและร่ำรอ - - - ทรมานะผ่านหาย

O ตั้งใจจะปลอมแปลง - - - บทะแฝงและฝากกาย
ซุ่มซ่อนจะผ่อนคลาย - - - สรรพะร้ายจะลับเลย

O หมาย-ใครประสบแล้ว - - - พิศะแคล้วบ่คุ้นเคย
มองเทียบบ่เปรียบเปรย - - - พจนารถะรำบือ

O จบคำพระร่ำหา - - - ทุรคาก็ร่วมมือ
รับรองจะป้องลือ - - - ภยะร้อนจะล่วงหาย

O จิตปวงก็ห่วงอา- - - - วุธะกล้าประจำกาย
ซ่อนซุกและคลุกทราย - - - ก็เสด็จลุธานี

O ล่วงกรุง"วิราฏ"ปาณ- - - - ฑพะ-คราญะยินดี
เพศพราหมณะคัมภี- - - - ระสุภาพะกราบทูล

O ข้าเจ้านะพี่น้อง - - - ชิวะต้องกะกองกูณฑ์
ได้ยากลำบากพูน- - - - กะเทวษะเหลือหลาย

O หวังถึงจะพึ่งบา- - - - รมิราชะผ่อนคลาย
ปลงร้อนละรำบาย - - - สุขะผ้ายจะผ่านหา

O จึงองค์พระทรงเดช - - - ดละเจตะเมตตา
รับรองสนองฐา- - - - นะกะเบญจะพราหมณ์นั้น

O รูปเทราปทีนวล - - - บทะควรพระกำนัล-
องค์ราชินีขวัญ - - - ณวิราฏะกรุงไกร

O "ไศรินธรี"ตาม - - - ระบุนามะทรามวัย
สืบแสร้งแสดงใช้ - - - บริบาลมเหสี

O อ่อนน้อมและถ่อมอง- - - - คะประสงคะปราณี
รับเมตตะไมตรี - - - เฉพาะที่จะอาทร

O เอกองคะทรงศักดิ์ - - - พิศะพักตระพิมพ์อร
งามสรรพผิว์อัปสร - - - ก็สะท้อนสะท้านกาย

O ปรารมภะเมื่อโฉม - - - ทะนุโสมนัสชาย
งามนี้ ฤ มีหมาย - - - จะละม้ายเสมอเหมือน

O ผิวเนื้อนะเมื่อพิศ - - - นิรมิตจะตามเตือน
เลือดฝาดพิลาสเรือน - - - วรพักตระงามล้ำ

O ลักษณ์นี้จะมีเรื่อง - - - รติเนื่องและน้อมนำ
จิตชายจะกรายสัม- - - - ผัสะภาวะอาลัย

O น้องชายพระนาม"กิจ- - - - ะกะ"ฤทธิเกริกไกร
ร้างคู่และชู้ใด - - - หฤทัยะเหี้ยมหาญ

O อำนาจวิราฏรัฐ - - - ก็สมรรถะชำนาญ
เกริกกฤษดาการ- - - - ณะประยุทธะข่มเขา

O สมสั่งอหังการ - - - พฤติมาระเมื่อเมา
มุ่งกามะหยามเยา- - - - วะประหวั่นประวิงกลัว

O ถ้วนนางกำนัลใน - - - หฤทัยะสั่นรัว
ด้วยกิจกะเมามัว - - - และกระหายะเสพสม

O ครั้นเฝ้าพระพี่นาง - - - ณ ระหว่างพระบังคม
สบร่างสะอางสม- - - - มุติเทพะอัปสร

O ดลโฉมประโลมลักษณ์ - - - สิริพักตระรูปอร
โจมจู่บ่รู้ถอน - - - พิษะราคะเร้าผล

O สุดเสียวกระสันทรวง - - - รชะปวงก็แทรกปน
โค้งคอดตลอดตน - - - อนุสนธิงดงาม

O ตรองจิตพินิจตรู - - - นยะชู้ก็ลุกลาม
รสสาปะวาบหวาม - - - ฤจะข้ามจะข่มไหว

O ปรึกษาพระพี่นาง - - - ระบุอ้างระบิลไป
รูปนวละยวนใจ - - - หฤทัยก็มุ่งหวัง

O ด้วยรักฉลักจิต - - - กระอุฤทธิกำลัง-
คอยเร้าและเฝ้าหวัง - - - จะประนังประนอมขวัญ

O รายล้อมประนอมใจ - - - พิสมัยะรูปกัญ-
ญานุชประดุจทัณ- - - - ฑะอดีตะขีดไว้

O รำพึงรำพันพจน์ - - - พิเราะบทะความนัย
พร้องพร่ำและร่ำไร - - - พิสมัยะดวงขวัญ

O สังคีตประณีตเสียง - - - เสนาะเพียงเพราะรำพัน-
ภาพงามและความฝัน - - - นยะนั้นก็หนักหนา

O คร่ำครวญกระบวนถ้อย - - - ก็ประดอยประดังอา-
รมณ์ซึ้งคะนึงหา - - - ทรมาเพราะอาลัย

O เฝ้าคอยละห้อยเห็น - - - ฤจะเร้นจะหลบใจ
รูปล้อมประนอมนัย - - - ฤไฉนจะอาจหนี

O พลิ้วผ่านผสานโสต - - - ก็ประโมทยะมากมี
ความนัยและไมตรี - - - ดุษฎีก็ยินดัง

O หวั่นเพียงประเดียงพาทย์ - - - จะปลาตะกำลัง
หวั่นไหวเพราะใจหวัง - - - ตละครั้งก็สุดคลาย

O นั่งนิ่งคะนึงอยู่ - - - นิระรู้จะรำบาย
พาทย์แล้วก็แผ่วหาย - - - อุระคล้ายจะทอดถอน

O สุดที่จะลี้หลบ - - - รติภพะเว้าวอน
พากย์เพลงประเลงย้อน - - - สุขะซ้อนประโลมทรวง

O เหมือนดาวจะวาววับ - - - และระยับระยิบยวง
เหมือนในฤทัยดวง - - - รชะช่วงบ่อาจถอน

O โอบอ้อมถนอมบท - - - รติรสะซอกซอน
แทรกซุก ณ ทุกตอน - - - ฤจะผ่อนจะพรางผล

O นัยเพลงประเลงล้อม - - - ก็ประนอมประนังพล
กำเริบและเติบตน - - - ปะทุผล ณ ที่ใจ

O บทเพลงประเลงล้อม - - - ก็ประนอมประนังนัย
เป็นขวัญประหวั่นไหว - - - ณ พิสัยะใครนี้

O สืบสร้างระหว่างคิด - - - สุจริตะใจมี
หมายว่าประดาปรี- - - - ดิพิถีจะทอดไป

O เพียงหวังจะหลั่งพาก- - - - ยะละหลากประนอมนัย
สัมผัสะรัดใจ - - - พิสมัยะหยั่งลง

O หวังโสตอุโฆษคำ - - - อุปถัมภะจำนง
สุดคิดจะปลิดปลง - - - พระประสงคะไขว่หา

O พี่นางพระครวญอยู่ - - - ก็เพราะรู้จำนรรจา
ทรามวัยจะไปหา - - - อนุชานะเร็วไว

O ดลกิจกะเปรมปรี- - - - ดิพิถี ณ ห้วงใจ
ทูลลาพระคลาไคล - - - สุขะในฤดีดล

O จึงเสาวนีย์หา - - - ดละวาทะมงคล
กล่อมเยาวะเร้าจน - - - จิตะหม่นกะมุ่งหมาย

O จำทูลพระองค์ทราบ - - - ระยะบาปะเบื้องปลาย
หวังตัดประหัตหาย - - - เลาะสลายปลาตสูญ

O หวังเกี่ยวกุศลกรรม - - - ทะนุธรรมะเทิดทูน
หมายจิตะจำรูญ - - - เฉพาะพูนภิรมย์เพ็ญ

O จักแจงแถลงชี้ - - - กรณียะควรเป็น
เพื่อองคะทรงเห็น - - - คุณะเหตุและเมตตา

O จบความปณามถ้อย - - - นุชะน้อยก็ลีลา
เร่งรุดและอุตสา- - - - หะแถลงและแจงความ

O เห็นหน้าพระลิงโลด - - - อุระโชติด้วยกาม
ก้าวหาพยายาม - - - จะแตะงามเพราะหวามใจ

O ไหวหวั่นพระรัญจวน - - - บทะครวญะด้วยไม-
ตรีเพ้อพระเผลอไผล - - - พิสมัยะโพลงผาย

O กางกรจะอ้อนแอบ - - - บทะแทบจะแนบกาย
ครั้นตรึกพระนึกอาย - - - ก็สดับพจีงาม

O ไศรินธรีถ้อย - - - ก็ทะยอยแถลงความ
ทอนราคะวาบหวาม - - - อนุชามเหสี



พระนางเทราปทีพยายามหลบเลี่ยงการลวนลามของเจ้าชายกิจกะ.


O ถ้อยเจรจาคราญ - - - นยะผ่านก็อารี
ตั้งข้อประเพณี - - - พฤติที่จะเสียหาย

O โอ้องค์พระทรงเดช - - - ดละเจตะแยบคาย
ซึ้งคำพระรำบาย - - - กรุณากะหม่อมฉัน

O โปรดเถิดพระเอ็นดู - - - พฤติตรูจะงามจรร-
โลงหล้าประภาสรร- - - - คะระเบียบระบือไกล

O โปรดทรงเสด็จทูล - - - อนุกูละเร็วไว
โปรดทรงเสด็จไข - - - รตินัยเสน่หา

O ทูลความมเหสี - - - เฉพาะที่จะเมตตา
รับรองจะป้องปรา- - - - กฏะภาวะอื้อฉาว

O องค์กิจกะฟังศัพ- - - - ทะสดับกะเรื่องราว
รัญจวนเพราะนวลสาว - - - ฤจะผ่อนจะเพลาผล

O หยัดยืน-เถอะคืนนี้ - - - พระจะลีละด้วยมนต์
ดำฤษณาลน - - - หฤทัยะเผาผลาญ

O หมายแนบสนิทเยา- - - - วะเฉลาฉลักมาน
บรรโลมกะโฉมคราญ - - - รชะซ่านจะเสพสม

O รีบรุดเถอะเตรียมกาย - - - เฉพาะหมายจะรื่นรมย์
วรรณนวละควรฉม - - - กระแจะจันทนะอยู่พร้อม

O นางฟังก็คลั่งแค้น - - - อุระแสนจะตรมตรอม
รีบพรากประจาคจอม- - - - นรชาติใจทราม

O ปลดปลงมนัสเยา- - - - วะก็เล่าแถลงความ
ฟ้องภีมะทราบตาม - - - ทุขะเล่หะเพทนา

O แผนการะภีมมี - - - เฉพาะที่จะป้องปรา-
กฏฉละปรนรา- - - - คะกะเทราปทีน้อง

O บอกเยาวะกรายบาท - - - ยุรยาตระวังทอง
ทำทีนรีพ้อง - - - รติเลศะมุ่งหมาย

O คืนนั้นพระจันทร์ดวง - - - รุจิช่วงผิว์ใจชาย
แรงราคะโชนฉาย - - - พระเสด็จตำหนักทอง

O ครั้นถึงจรดบาท - - - ยุรยาตระเมียงมอง
ที่คราญะหมายครอง - - - รชะรสภิรมย์ลน

O เปิดห้องพระย่องบาท - - - พิศะนาฏะคลุมตน
ด้วยพัสตระ, บัดดล- - - - พระก็คว้าสกนธ์นาง

O ร่างหนึ่งทะลึ่งคว้า - - - มหึมากะสรรพางค์
กอดกิจกะรัดพลาง- - - - ปะทะร่างและทุ่มโถม

O หมัดกำกระหน่ำกิจ- - - - กะประชิดและจู่โจม
แรงชังกระหน่ำโหม - - - พละป่นชิวาลาญ

O ร่างกิจกะแหลกสิ้น - - - จุติจินตะวิญญาณ
คือภีมะผู้หาญ - - - บริบาละป้องศรี


ภุชงคปยาตฉันท์ ๑๒
100100 - - - 100102
100102 - - - 100103
1 = ลหุ
0,2,3 = ครุ


O สดับข่าวพระทรงพล - - - ประลัยชนมะฤทธี
ศัตรูมวละล้วนปรี- - - - ดิครวญใคร่จะล้างแค้น

O "ทฤคาทิศ"ะเบื้องไกล - - - ภิรมย์ใจจะใคร่แทน
อดีตกรรมะย่ำแสน- - - - ยะแกล้วพละเบียดเบียน

O ประโคมข่าวและป่าวเรื่อง - - - เพราะขุ่นเคืองนะว่อนเวียน
ประจงภาษะพากเพียร - - - ขจัดเสี้ยนปลาตสูญ

O พระวิงวอนนครหัส- - - - ะดินรัฐะเกื้อกูล
พลาแกล้วสมรรถพูน - - - และอาวุธะฤทธิไกร

O จะร่วมย่ำวิราฏรัฐ - - - และกำจัดอรินทร์ไกล
ประทุษเหตุเภทภัย - - - ปลาตนามะจำนน

O นครหัสดินรับ - - - ประชุมทัพะเพิ่มพล
สมรรถแกล้วจะร่วมรณ - - - วิราฏรัฐะแดนดิน

O "สุศรมัน" พระส่งช่วย - - - ณรงค์ด้วยกะไพรินทร์
ประนังเดชะเจตจิน- - - - ตะอาวุธะรุดรบ

O ฤดีไท้บ่ไหวหวาด - - - อรินทร์ชาติเมื่อสบ
กระเหิมขวัญก็ครันครบ - - - พระปรารภะต่อตี

O สุศรมันนะคล่องศึก - - - และหาญฮึกประยุทธี
วิราฏราชะเสียที - - - ละพาชี-และหล่นลง

O สะบัดเชือกกระหวัดพัน - - - พระราชันยะรอบองค์
ขจัดฤทธิพิษสง - - - วิราฏราชะสิ้นศรี

O เพราะปาณฑพะดาลฤทธิ์ - - - ทฤคาทิศะรอนชี-
วะชนม์ลงกะราวี - - - สุศรมันพระจับไว้-

O ถวายองคะภูบาล - - - พระปล่อยพาละพ้นไป
ทุรโยธน์กรุ่นและขุ่นใจ - - - ก็สั่งใหม่จะให้ย้อน

O พระเตรียมทัพะรับศึก - - - หทัยฮึกจะราญรอน
อรินทร์ใดบ่อาทร - - - จะขอกร่อนชิวาสูญ

O ประนังพละโลดแล่น - - - ผชุมแสนยะเพิ่มพูน
จะเข่นฆ่าบ่อาดูร - - - วิราฏสูญะสิ้นพงศ์

O พระภิษม์โทรณาจารย์ - - - ก็ร่วมการณ์จะปลิดปลง-
วิราฏราชะจำนง - - - จะหนุนส่งอำนาจหลาน

O วิราฏราชะต้องศร - - - พลังทอนก็เหลือทาน
มิอาจร่วมณรงค์ผลาญ - - - อรินทร์พละทั้งผอง

O พระตั้งรัชทายาท - - - เพราะโดยชาติจะขึ้นครอง
ไผทแสนยะแกล้วพ้อง - - - ณรงค์พร้อมจะพันพัว

O พระเห็นศพะเลือดสาด - - - หทัยหวาดและหวั่นกลัว
กระโจนหลบพระซบตัว - - - ณ ในทัพเพราะขาดเขลา

O อรชุนพบประสบหน้า - - - ก็รับมาและปลอบเยา-
วะราชันยะปลุกเร้า - - - ฤดีให้กระเหิมหาญ

O กระตุ้นม้านะผันผาย - - - ลุส่วนปลาย ณ ป่าลาน
ก็คว้าคันธนูควาน- - - - ประดาศระซ่อนไว้

O ทะยานสู่ณรงค์ศึก - - - กระเหิมฮึก ณ หัวใจ
พระเหนี่ยวศรสะท้านไป - - - ประหัตสิ้นอรินทร์พล

O กระนั้นสังขะเป่าเสียง - - - ประหนึ่งเพียงจะโรมรณ
พหลหัสดินชน - - - ก็จำได้และวิ่งหนี

O ธนูศระเหนี่ยวยิง - - - ประดาวิ่งก็ม้วยชี-
วะร่วงร่างระหว่างวี- - - - ระกรรมลาญประหารผอง

O ธนูศระคู่หนึ่ง - - - ก็ส่งถึงประหนึ่งลอง-
จะเตือนผู้ศัตรูปอง - - - ณรงค์รบจะสำนึก

O พระภิษม์โทรณาจารย์ - - - ก็พิศการณะตรองตรึก
วิชาศระกระเหิมฮึก - - - ก็ทราบรู้ธนูใคร

O ประดุจศระแห่งมาล- - - - ยะมอบผ่านจะอวยชัย
กะสองเฒ่าเพราะสูงวัย - - - ถวายอัญชลีแทน

O ประพิณศรชลีผ่าน - - - ประเมินการณ์จะเกรงแกลน
ละเลิกทัพะแกล้วแสน- - - - ยะกลับแคว้นบุรีตน

O พระภิษม์โทรณาจาร- - - - ยะพ้องการณะทัพพล-
พหลหัสดินชน - - - จะย่อยยับอนาถใจ

O วิราฏทัพะขับข่ม - - - ศัตรูล่มพลังไกร
สมรรถแกล้วณรงค์ไพ- - - - ริสิ้นไร้อำนาจทาน

O กระนั้นรัชทายาท - - - พระสิ้นขลาด ณ ดวงมาน
ทะยานสู้เพราะรู้ผลาญ- - - - และล่มลาญศัตรูตน

O ประสานหัตะไพริน- - - - ทระลาญสิ้นกระเหิมรณ
ประกาศเพิ่มเฉลิมพล- - - - ะยกย่องฉลองนาม

O เพราะท่านสารถีอวย - - - ธนูช่วยพระป้องคาม
ขจัดเสี้ยนอรินทร์ทราม - - - ประลือเรื่องประเทืองไป

O ประคมเศียระทูลชาติ - - - เถลิงราชะร่วมใจ-
ประชาชนและพลไกร - - - เถอะครองขัณฑสีมา

O พระธรรมบุตระสุดขัด - - - ถวัลย์ฉัตรเพราะศรัทธา
ประเทืองแดนและแสนยา - - - เจริญล้ำลุอำไพ

O กระนั้นองค์วิราฏซึ่ง - - - พระคำนึงระลึกไป
กระบวนรบประสบชัย - - - เพราะด้วยอรชุนหนุน

O ก็ตัดสินถวายองค์ - - - พระโฉมยงคะแทนคุณ
ธิดา”อุตตรา”สุน- - - - ทราลักษณ์ฉลักขวัญ

O กระนั้นอรชุนทูล - - - พระเกื้อกูละสำคัญ
จะมอบบุตระหม่อมฉัน - - - อภิมันยุผู้หาญ

O สะคราญรูปอุตตราเยา- - - - วะใฝ่เฝ้าระทึกมาน
สยมพรประกอบการณ์ - - - ฤดีคราญะรอคอย


จบบทที่ ๗




Create Date : 29 มีนาคม 2552
Last Update : 29 ธันวาคม 2563 7:46:40 น. 110 comments
Counter : 1795 Pageviews.

 
พี่ชาย...
ไม่ได้ทักทายพี่ชายนานมาก...
แต่ก็แวะ...เข้าทุกวัน..
และจะแวะเข้ามาตลอดไป

ยังจำกันได้ใช่มั๊ยคะ..พี่ชาย

สบายดี..นะคะ..


โดย: ฟาง IP: 118.172.36.86 วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:13:24:16 น.  

 


พี่กายจ๋า

ดาวจ๋าวางสองห้องเลยค่ะ

เรื่องทั้งเรื่อง..คือจ๋าได้รับTag มาอีกแว๊วววค่ะพี่...
แต่เขาให้แต่งกลอนด้วย
ลำพังโจทย์คราวนี้ก็ สาหัสแล้ว
ยังมีให้ตอบเป็นร้อยกรองอีก...หุหุ

พี่กายอ่านความเห็นของลุงแว่น
ที่ตอบด้วยร้อยกรองด้วยนะคะ

พอถึงข้อ 10 ...งานเข้าเลยค่ะ

"10.ข้อสุดท้ายส่งต่อสิบข้อถ้วน
สร้างขบวนขี้เป็นข่าวให้ยาวยิ่ง
"พ่อปฐม" แม่ "ดาวจ๋า" อย่าประวิง
จำเพาะยิ่ง"ไนล์รอยเคียว"เคี่ยวต่อที."


ไปดูต้นสายปลายเหตุ

V
V
V

คลิกที่นี่


โดย: ดาวจ๋าคนซนๆค่ะ (satineesh ) วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:13:41:42 น.  

 


พี่กาย

นกสบายดีค่ะพี่ มีความสุขตามอัตภา
นานๆ ถึงจะแต่งกลอนทีค่ะ
ยังเคาะสนิมไม่หมดเลย

วันนี้..พี่คงอยู่กรุงเทพ
นกอยู่บ้านค่ะ พรุ่งนี้เช้าถึงจะกลับระยอง
ที่ระยองจะร้อนกว่าที่บ้าน
พอกลับบ้านมาแล้ว ไม่อยากไปทำงานเลย

ที่นี่ครึกครื้นดีนะคะ
ดูท่าพี่กายสนุกสนานดี
มีความสุขมากๆ นะคะ
พี่ชายของนก
..คิดถึง..เสมอนะคะ





โดย: ดวงใจพ่อ (Nok_Noah ) วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:14:57:16 น.  

 
อ่ะ..ดาวจ๋าลืมอวดพี่กายค่ะ..ว่าเมื่อคืนดาวจ๋าอัพบล็อกเป็นอันดับ 1 ที่หน้ากลางของบล็อกด้วยค่ะ..ด้วยเวลาที่ส่งเข้าบล็อกแก๊ง > 00.00.01น. ค่ะ.... ...ม่ายยอยากเซด... คริคริ...


โดย: ดาวจ๋าคนซนๆค่ะ (satineesh ) วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:16:44:00 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่กายขา


ขอบพระคุณที่มาเยี่ยมค่ะ เมื่อคืนวิอยู่บ้านพี่จนดึก ด้วยเพลิดเพลินเสพสุนทรียรส... ลืมเวลาเลยค่ะ

ขอบพระคุณที่นิรมิตงานอันงามงดจรสรจนา ได้ประทับใจทุกครา..ยามตามองอักษรา ด้วยสุดหรรษาในหัทยาค่ะพี่กายขา...

มีแต่ความสุขทุกปราณ..คราส่งสัญญาณชีพค่ะ...555 ลิเกหลงวิก..อยากเขียนได้แม้เพีงปลายเล็บก้อยของพี่กายค่ะ ดาวจ๋าเพื่อนรักกำลังไปโลดเลยค่ะ


อาทิตยวารสิริสวัสดิ์-โสมรัศมิ์แจ้งเจิดจ้าค่ะพี่กายขา



โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:8:03:08 น.




พี่กายขา


ขอบพระคุณมากค่ะ ไพเราะจริงๆ งดงามนัก...ใบไม้ที่ปลิดปลิว...

...เมื่อรอบกาลปลิดปลด..ทุกงดงาม
...ใครเล่าอาจหักห้าม..ได้ตามใจ...


อาทิตยวารแสนสุขสันต์-หทัยพลันแสนสุขสนุกแสนนะคะ



โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:9:18:49 น.


พยายามมาแต่สายๆแล้วค่ะ เพิ่งมาได้ค่ะ....


โดย: sirivinit วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:19:34:13 น.  

 
ฟางน้อย....
เป็นยังไงคะ...หายไปนับนาน
สบายดีนะคะ....
ยังจำน้องได้สิ...
คนที่บอกว่าจะเข้ามาบล็อคพี่ทุกวันไง

อิๆๆ....

ช่วงนี้พี่เขียนเรื่องยาว..ยิ่งใหญ่
อันดับ 1 ของอินเดีย....

มีความสุขกับวันหยุดค่ะ






ดาวจ๋า...
อ้อ..มีเรื่องเช่นนี้
ท่าทางจะว่างจัด...ไม่มีอะไรเล่นกันนะบล็อคนั้น
5555

เอาเรื่องไรดี....
"แดงดักดาน" แล้วกัน....ดาวจ๋า

ทั้งขี้หมูขี้หมา..ขี้ข้าคน
ยกขี้ฉ้อขี้ฉล..ขี้บนหัว
ทั้งขี้แดกขี้ดวดขี้อวดตัว
หลอกขี้กลัวขี้เกรง..คร่ำเคร่งฟัง

อิๆๆ




โดย: พี่กาย IP: 124.121.252.101 วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:19:39:44 น.  

 
ขอบคุณพี่กายสุดเลิฟมากค่ะ...

เย้ๆๆๆ...ดีใจซะไม่มี....ที่ได้กลอนแว๊ววว

**********


บล็อกคุณก๋า ...เป็นบล็อกที่ตามใจเพื่อนๆหมดค่ะ...
ใครให้ทำอะไรก้ทำโหม้ดดด...
คุณก๋านิสัยน่ารักมาก..ลูกชายน่ารักมาก..
คุณก๋าทำธุรกิจส่วนตัวอยู่เชียงใหม่ค่ะพี่กาย...
เป็นบล็อกที่ดาวจ๋ายอมรับและทึ่งในหลายๆด้าน
อย่างนึงที่เหมือนพี่กายคือ...
งานเขียน หรือรูปถ่ายของคุณก๋าทุกใบ..เธอไม่หวงเลย
เธอบอกว่า ลิขสิทธิ์ อยู่ที่ธรรมชาติ
อะไรไม่ว่า...งานเขียนของเธอได้รับการตีพิมพ์ด้วยอ่ะ

หลายครั้งคำปลอบโยนดีๆของหลายบล็อกจะได้มาจากคุณก๋า
ใครไปเชียงใหม่ก็จะแวะไปหาคุณก๋ากันค่ะ...
ถ้าดาวจ๋าไปเมื่อไหร่..ดาวจ๋าไปขโมยหมิงหมิงมา..55
ภรรยาของคุณก๋าก็สวยมากกก...ทุกคนเรียกว่ามาดาม

ที่น่าทึ่งอีกอย่างคือ
คุณก๋าทักทายเพื่อนบล็อกที่เธอแอ๊ดได้ทุกเช้าไม่ตกหาย
แล้วเพื่อนบล็อกก็น่าจะเกินร้อยไปนะคะ..
เมื่อวันเด็กที่ผ่านมา..ดาวจ๋ายังเอารูปน้องหมิงหมิงมาอัพบล็อก
แล้วตอบเม้นท์ทั่วบล็อกแก๊งเลย...

ดาวจ๋าชอบมิตรภาพและไมตรีของคุณก๋า..
สมกับที่คุณก๋าได้สายสะพาย ถึง 6 ด้านจากบล็อกแก๊งจิงๆ


โดย: ดาวจ๋าคนซนๆค่ะ (satineesh ) วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:20:04:35 น.  

 
นก...
ดีค่ะ..เป็นคนอารมณ์ดีไม่โกรธไม่เคืองใคร
คอยยินดีกับผู้อื่นไปทั่ว....ก็ได้ดีแก่ตัวเอง

ที่บ้านอยู่ในสวนมิใช่เหรอ...
คงร่มเย็นสบายกว่าในเมืองแหละ
สวนผลไม้ของระยองกำลังอวดผล
รอแขกต่างถิ่นผู้มาเยือน....

ลูกสาวชาวสวนคนนี้..ทำงานสวนอะไรเป็นบ้างล่ะ
อิๆๆ






ดาวจ๋า...
เก่งมาก...เหมือนสอบปลายภาคได้ที่ 1 เลยเนาะ
แต่..มันดึกมากนะคะ...จะนอนน้อยอีกคนนะนี่

อีกคนนั้น...ไม่อยากให้อัพบล็อควันทำงาน
เวลานั้นเลยนะคะ...อีกคนอ่านแล้วทราบด้วยนะคะ
นอนมากๆนะคะ...

พี่จะอัพ...23.59.59 คนสุดท้ายของวัน
5555555






น้องวิ....
เนตในเขตการใช้งานคงไม่ดี
รวมทั้ง พันทิป เองคนใช้กันเยอะนะคะ...
แต่อย่างไรเสียน้องก็อุตสาหะจนชนะมันได้...

น้องวิ...
เขียนแบบนี้แหละ...พี่ชอบ
คนเราถนัดไม่เหมือนกัน...นะคะ...
วิ น่าจะคุ้นเคยกับ...พรรณนาโวหารนะ

วันนี้ร้อนมากไหมคะ...
พี่เกรงว่าจะเป็นเช่นนั้น....
คิดถึงนะคะ


โดย: พี่กาย (สดายุ... ) วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:20:25:44 น.  

 
ดาวจ๋า...
อ้อค่ะ...คุณก๋าเคยทักทายกันครั้งสองครั้งค่ะ
ส่วนมากอยู่บล็อครอบๆตัวพี่นี่แหละ

ดาวจ๋าอยู่บ้านเหรอคะวันนี้...
อ่านหนังสือ แล้วเผลอหลับไปด้วยรึเปล่าคะ..
เอ...เหมือนพี่จะเห็นภาพนะ

อ้อ..พี่กังวลไปเองว่าคนนอนดึกจะง่วงกลางวัน
ซะงั้น....

อิๆๆ


โดย: สดายุ... วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:20:52:19 น.  

 
วันนี้ดาวจ๋าอยู่บ้านค่ะพี่..ดาวจ๋าจะไปเที่ยวอาทิตย์เว้นอาทิตย์ เป็นปกติ

เมื่อวาน เดาวจ๋านอนเมื่อตอนตี3กว่าๆจะตี 4 ค่ะ ตื่นมา แปดโมงเช้า..ทานเช้าตอนเที่ยง .. ดาวจ๋าไม่ค่อยนอนกลางวันนัก..แต่จะนอนตอนช่วงสองสามทุ่มนี่ค่ะ..แล้วตื่นมาอัพบล็อกหรือค้นโน่นทำนี่ค่ะ ...

มีรูปลิงมาให้พี่กายดูค่ะ..จริงๆที่บล็อกก็มีค่ะ..แต่ทุกรุปจะโดนโปรแกรมทำภาพให้เบลอๆไป..

ดูฉายา "ดาวจ้อจอมซน" ค่ะ ... 55

ImageBanana - monkey_girl.jpg


โดย: ดาวจ๋าคนซนๆค่ะ (satineesh ) วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:21:02:03 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่กาย


พูเพิ่งกลับมาจากการลงสนามสอบค่ะ
พยายามทำอย่างเต็มที่ แต่ไม่มั่นใจในผล
เพราะใช้เวลา 4 ชั่วโมงจนหมด ก็ยังทำข้อสอบไม่เสร็จ
ยากมากค่ะ สมัยหน้าอาจจะต้องลง ป.วิ.แพ่ง ซ้ำอีกมั้งเนี่ย

พี่กายเก่งจัง เขียนบทประพันธ์ได้ทุกประเภทเลย
ไม่ใช่แค่เขียนได้เท่านั้น ยังเขียนได้แบบที่เรียกว่า
ดีมากๆนะคะ พูคงขอมาอ่านซึมซับมากๆ
เพียงเขียนได้แค่เศษเสี้ยวของพี่กาย
พูก็ดีใจมากๆ แล้วค่ะ

พูมาราตรีสวัสดิ์พี่กายด้วย
ฝันดีนะคะ



โดย: พธู วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:21:40:45 น.  

 
อืม...
ท่าจะไม่มีที่อยู่จริงๆนั่นแหละ...
แถมลิงซนซนนี้สายตาแพ้แดดด้วยเนอะ...

บนโลกไร้หนทางให้ย่างก้าว
ต้องเหนี่ยวน้าวร่างลอยขึ้นห้อยโหน
เกรงกิ่งไม้หักล้มเพราะลมโยน
ร่างจะโอนเอนหล่นให้คนมอง

เอิ๊กๆๆๆ



โดย: สดายุ... วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:21:43:24 น.  

 

บนโลกไร้หนทางให้ย่างก้าว
ต้องเหนี่ยวน้าวร่างลอยขึ้นห้อยโหน
เกรงกิ่งไม้หักล้มเพราะลมโยน
ร่างจะโอนเอนหล่นให้คนมอง
^
^
แจมค่ะ ..

๐เมินเสียเถิดเรื่องหล่นจากต้นไม้
เป็นเรื่องง่ายปีนป่ายและห้อยโหน
หาพลั้งพลาดมิต้องพร่ำคำปลอบโยน
เป็นทะโมนโจนทะยาน..สำราญใจ ./

เอิ้กๆๆ


โดย: ดาวจ๋าคนซนๆค่ะ (satineesh ) วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:22:16:44 น.  

 
ว๊า...ดาวจ๋า น่าจะแต่งให้มีสัมผัสระหว่างบทด้วยเนาะ....ลืมไปเลย.....

พอเอามาวางเรียงกัน..เลยเห็นว่าน่าจะเขียนให้สัมผัสกัน.....คริคริ


โดย: ดาวจ๋าคนซนๆค่ะ (satineesh ) วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:22:19:35 น.  

 
แก้คำผิดอีกค่ะ..แห่ะๆ.

** (หาก)พลั้งพลาดมิต้องพร่ำคำปลอบโยน


โดย: ดาวจ๋าคนซนๆค่ะ (satineesh ) วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:22:32:48 น.  

 
ได้งานผลงานพี่สดายุอีกล่ะครับต้องคอยศึกษาฉันท์จากพี่นี่แหละเพราะฉันท์เป็นคำประพันธ์ที่ยากเพราะบังคับครุลหุทำให้ปวดเศียรเวียนเกล้าไปหมดพี่สดายุแต่งได้เยี่ยมครับผมข้าน้อยขอคาระวะ
............คีตกานท์.........


โดย: นันท์คนเขียนโคลงกลอน IP: 118.172.93.97 วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:23:03:34 น.  

 
น้องพู...

สวัสดีค่ะ....
ข้อสอบยากเหรอ...อืม...
นิติศาสตร์ต้องใช้ความจำมาก...
ถ้าพี่ไปเรียนคงไม่รอด...อิๆๆ
พี่เป็นพวกความจำสั้น...

ไม่เป็นไรนะคะ...
หากเราทำเต็มที่แล้ว...ผลจะออกมายังไง
เราก็ควรพอใจกับมัน
อย่าเพิ่งท้อกับมัน....นะคะ








ดาวจ๋า...
เอ...เขียนกลอนได้ไม่เลวเลยนี่....
สงสัยจะเคยเขียนมาก่อนแน่เลย...
ไม่ลองแต่งให้เป็นเรื่องเป็นราวดูสักหน่อยเหรอ
พี่ว่า...น่าจะได้อย่างที่พี่คิด

อิๆๆ....

ร้อยสัมผัสระหว่างบทด้วยน้า....
เอาใจช่วย...
จะยุขึ้นไหมนี่...เอิ๊กๆๆ







คุณคีตกานท์....
นี่คนเดียวกับ "นันท์คนเขียนโคลงกลอน" หรอกหรือ
เห็น โอ๋....เขาใช้ชื่อว่า
"โอ๋ศิษย์นันท์คนเขียนโคลงกลอน" มานาน
ตั้งแต่ Thaipoem แต่ไม่เคยเจอคนเป็นครูเขาซะที
จุดไต้ตำตอนะนี่...อิๆๆ

สบายดีนะครับ...
ตอนนี้กลับจากตะวันออกกลางรึยังครับ


โดย: สดายุ IP: 125.27.77.244 วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:7:14:31 น.  

 
เรียน ท่านเจ้าของสำนักงาน


ดิฉันมาทำความสะอาด เก็บกวาดเช็ดถูเรียบร้อยแล้วค่ะ...

อ้า..เอ้อ..แอบอ่านงาน ของนายท่านด้วยนะคะ...

ดิฉันไม่ขอรับค่าจ้าง ขอแลกโดยมาอ่านงานของท่านนะคะ...


จันทรวารสิริวัฒน์-มานมนัสวัฒนสิริ..ค่ะนายท่าน


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:8:51:54 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่กายขา..
ดาวจ๋ามาแร๊ววววว.. มาพร้อมลมร้อนเลยค่ะ...เมื่อเช้ามีงานด่วนต้องออกนอกออฟฟิตค่ะ..อากาศข้างนอกร้อนๆๆๆๆ..แล้วก็ร้อนค่ะ...ร้อนอย่างเดียวไม่มีอะไรเจือปนเลยค่ะ..คริคริ...ร้อนจนอยากกลับบ้านแล้วนอนแช่ในอ่างน้ำ...เสียดายว่าไม่มีคอมเล่นในห้องน้ำ ... กร๊ากๆๆ


ขอบคุณสำหรับคำชมเรื่องการเขียนร้อยกรองค่ะพี่...ดาวจ๋าชอบแต่งกลอนชอบอ่านร้อยกรอง...ชอบอ่านเรื่องรามเกียรติ.. งานวรรณคดี..และอีกหลายๆอย่างที่ชอบอ่าน...สมัยที่เรียน รร. เบญจมราชาลัย ..ดาวจ๋าอยู่ชมรมดนตรีไทย .. อยู่กับอาจารย์สอนภาษาไทยมา..และเคยไปแต่งกลอนโต้กับหนุ่มๆ รร. วัดบวรมา..หุหุ...แต่กลอนเหล่านั้นจะเป็นศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่าคำที่ใช้ในร้อยกรองพวกวรรณคดีเนาะ...ก็เคยบอกแล้วว่าจะให้แต่งกลอนเป็นเรื่องเป็นราว...มันก็มักจะไม่ค่อยเป็นเรื่อง...แต่ถ้าแต่งไม่เป็นเรื่องเป็นราว..ก็มักจะได้เรื่องทุกที...555

ไว้ดาวจ๋าจะเขียนร้อยกรองมาให้พี่ชายอ่านและติติงค่ะ..ดาวจ๋าได้อาจารย์ดีเป็นพี่ชายด้านร้อยกรองแบบนี้..แล้วมีเพื่อนน่ารักที่รู้ศัพท์เพราะๆมากมายเพื่อนำมาร้อยเป็นโคลงกลอนแบบคุณวิ....ดาวจ๋าโชคดีมากเลยค่ะ...

กึ่งวันจันทรวารมานสวัสดิ์-กมลมานพิสุทธิ์ค่ะพี่กายขา


โดย: ดาวจ๋าคนซนๆค่ะ (satineesh ) วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:12:04:06 น.  

 
ชื่อเดิมนันท์ยาวล้ำ..........เกินงาม
คีตเล่นทุกโมงยาม............ไป่เว้น
เสนาะโสตทั่วถิ่นคาม..........มาดแม่นแดนสรวง
คีตกรีดดีดสีเน้น................โลกหล้าเลอสวรรค์
กลอนกานท์งานรักยิ้ง........ดั่งใจ
ขับกล่อมมนต์เพลงไพร.......โลกแล้
ประหนึ่งบทเพลงไข............ใจพี่แจ่มแฮ
สองสิ่งมิ่งขวัญแม้..............พลีชีพสรวมกายฯ

.........ชื่อเดิมดูมันยาวเกินไปครับพี่ เพราะรักในดนตรีไทยและสอนดนตรีไทยด้วยคับ เลยเปลี่ยนนามแฝงเป็น คีตกานท์ ครับ งิงิเพื่อจะได้บ่งบอกความเป็นตัวตนที่แท้จริงครับผม.......


โดย: คีตกานท์ IP: 118.172.99.198 วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:13:34:58 น.  

 
click to comment
พาน้องโน๊ต กระแตตัวน้องสุดมาโชว์ตัวค่ะ
จะได้เกิดแรงบันดาลใจ

ขวัญชอบอ่านมหาภารตะ สนุก
เพลินในอินทรวิเชียรฉันท์ และได้ความรู้ดีค่ะ


โดย: ขวัญค่ะ (toyor ) วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:14:54:11 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณวิ ของพี่นี
ตายจริง...มาเช็ดถูทำความสะอาดแบบนี้ได้ไงคะ
ประเดี๋ยวมือด้านกันพอดี....

แล้วท่านเจ้ามหาคุณปู่ของน้อง..มาเอาพี่ตายแน่....อิๆๆ

น่ารักจริงๆเรยยย...นะนี่...
ขอเข้ามาอ่านแทนค่าจ้างแค่นั้นเองเหรอ..
สงสัยไม่ค่อยอยากได้อะไรแล้ว...มีล้นเหลือ

เอ้า...ได้สิ..เดี๋ยวพี่จะเขียนกรองตอบแทนผ้าเย็นในกระติก
อีกสักบทดีไหมคะ

๐ ฟังเถิดสรวงฟ้าเอย..ลูกเผยถ้อย
หมายดวงใจดวงน้อย..ล่องลอยหา
รองรับ-มอบอ่อนหวานสื่อผ่านมา
ถวิลอาวรณ์อยู่อย่ารู้คลาย

๐ ฟังสาส์นให้ดวงจิต-สัมฤทธิ์รู้-
หัวใจผู้อ่อนโยน..ที่โชนฉาย-
เพื่อกล่อมงามดื่มด่ำพากย์รำบาย
รอรับสายใยกระหวัด..พัน-รัดใจ

๐ มธุรสพจนาบรรดาถ้อย
ย่อมร่ำร้อยเรียงความให้หวามไหว
สุจริตถ้วนมี ณ ที่ใด
ตระกองกอปรแนบให้..ด้วยนัยเดียว







ดาวจ๋า....
อ้อ..เคยต่อเพลงยาวกับหนุ่มๆสมัยเมื่อยังสาวอยู่
มาแล้วด้วย....อืม..นับว่าพี่นี้ได้เปิดหูเปิดตาแน่แล้ว
คริ คริ

วันนี้ร้อนจริงๆ..นะ...
“ใคร”ที่ต้อง”ออกไปข้างนอก” น่าเป็นห่วงมาก
ไม่รู้ว่าผ้าเย็นมีเตรียมไว้พอไหม...คะ

จ๋า เขียนได้แล้วเอามาวางเลยนะ
พี่เตรียมตัวอ่านอย่างกระตือรือร้นเต็มที่....
อิๆๆๆ


โดย: พี่กาย (สดายุ... ) วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:16:29:02 น.  

 
พี่กายขา.....พี่กายยอยู่หรือเป่าคะ...ดาวจ๋าเชิญพี่กายที่เรือนนารีปราโมชค่ะ แบบว่ามะอยากวางที่ห้องฉันท์นี้เพราะเกรงคนอื่นจะรำคาญ"กลิ่น"กลอนค่ะ.. ฮิๆ



โดย: ดาวจ๋าคนซนๆค่ะ (satineesh ) วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:17:14:14 น.  

 
ท่านสดายุครับ...
วันนี้มี 2 คำถามครับ

1.ที่ท่านเคยกล่าวไว้ว่า ความเชื่อแบบพุทธปนพราหมณ์
มีมาตั้งแต่สมัยไตรภูมิพระร่วง...
ความหมายคือ "ไตรภูมิพระร่วง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความเชื่อดังกล่าว"
ท่านตั้งใจจะสื่อความแบบนี้หรือเปล่าครับ?

ผมสงสัยว่า ถ้าไตรภูมิพระร่วงเป็นปัจจัยสำคัญ...
แล้วชาวพุทธในแถบอื่นๆ เช่น ลาว พม่า โดยเฉพาะที่ไกลออกไปอย่างเนปาล
จะมีความเชื่อแบบเรา*...ที่อยู่ใต้อิทธิพลของไตรภูมิพระร่วง หรือเปล่าครับ?

*ความเชื่อแบบเรา หมายถึง
เชื่อนรก สวรรค์ ชาติหน้า (ชาติหน้าในภาษาโลก) ฯลฯ

2.ท่านมีความเห็นอย่างไรกับพุทธศาสนา "นิกาย" ต่างๆ ครับ?


โดย: ศารทูล IP: 125.25.248.163 วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:17:42:09 น.  

 
สวัสดีค่ะ


มาน้อมรับกรอง..ที่ท่านมอบให้ ด้วยขอบพระคุณยิ่งค่ะ



จันทรวารสิริสวัสดิ์-มานมนัสรมณีย์ค่ะพี่กาย


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:17:53:12 น.  

 
click to comment


โดย: ขวัญ (toyor ) วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:18:44:44 น.  

 
คุณคีตกานท์....
อ้อ...ครับเป็นครูสอนดนตรีไทยด้วย...
ทำผมแปลกใจมากครับ....แต่ดูลักษณะคุณ
ค่อนข้างใจเย็น...เป็นมิตรกับคน...และ
ไม่ปิดกั้นตัวเองมีโยนิโสมนสิการเต็ม...
ผมว่าหาไม่ค่อยง่ายในสังคมปัจจุบัน

เรื่องร้อยกรอง...ดูๆจะชอบโคลงนะครับ
เรื่องโคลงนั้นลองไปอ่านที่นี่ดูนะครับ...

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W7550071/W7550071.html

มีมือดีหลายคน...ในนั้น...
ยินดีที่แวะมาครับ....








ขวัญเจ้า....
น้องคนนี้ที่พี่เคยเห็นบนเวทีใช่ไหม...
เป็นนักร้องนำ...สวยค่ะ...น้องสุด
ก็แสดงว่าอายุน้อยที่สุด...

แล้วใครพี่สุดล่ะ...
ไม่ต้องตอบก็ได้นะ...คำถามนี้....อิๆๆๆ

มหาภารตะคงเขียนอีกนาน....
การรบมี 18 วัน..นี่ยังไม่ได้รบเลย
แวะมาอ่านนะคะ






ดาวจ๋า...
ค่ะ...เดี๋ยวพี่จะตามไปดูนะคะ
อิๆๆ....กลิ่นกลอนลอยมาถึงนี่เชียว....
เอิ๊กๆๆ






ศารทูล....
สำหรับสังคมไทยล่ะใช่....
แต่นั่นมันแค่ 800 ปีเท่านั้น...แต่เชื้อความคิด
มันมาจาก คัมภีร์วิสุทธิมรรค อีกต่อ...
คัมภีร์นี้...เขียนโดยพระพุทธโฆษาจารย์ ชาวลังกา
ประมาณกันว่า ท่านมีชีวิตอยู่ประมาณ พศ. 1500
คือเมื่อประมาณ 1000 ปีที่แล้ว....

ในการออกตัวก่อนอธิบาย ปฏิจจสมุปบาท
อันเป็นหลักธรรมแก่นแกนของศาสนาพุทธ....
ท่านบอกว่าอธิบายสืบเนื่องมาจาก"บุพาจารย์"
ที่อธิบายกันมาก่อนแล้ว....

ท่านพุทธทาสจึงประเมินว่า...มันอธิบายผิดกันมา
ตั้งแต่ประมาณ พศ.300 หลังสังคายนาครั้งที่ 3
ที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงองค์เป็นอุปถัมภ์
หรือประมาณ 2200 ปีที่ผ่านมา

เนื่องจากวิสุทธิมรรค อธิบาย วิญญาณแบบพราหมณ์
ที่ไม่มีในพระพุทธวจนะที่ใด...(คือวิญญาณแบบ
ที่ล่องลอยออกจากร่างหลังตายเข้าโลง..แล้ว
เที่ยวแสวงหาภพภูมิเสพกรรมดีกรรมชั่วเป็นตัวตน
เดิมเดียวท่องวัฏฏะสงสาร...ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่
ก็เชื่อกันเช่นนี้...ใช่ไหม..คือหลักอาตมัน..ปรมาตมัน
นั่นเอง....ไปหา..ภควัตคีตา มาอ่านดู...นั่นคือ
หลักปรัชญาของพราหมณ์ หรือ เดี๋ยวนี้เรียก ฮินดู)

แต่ที่พระพุทธเจ้าอธิบายมีแต่ วิญญาณ 6 เท่านั้น
คือจาก ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ....เกิด..ตั้งอยู่..ดับ
เมื่อกระทบ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์

ส่วนประเทศอื่น...
ตอบได้ว่า...เถรวาท...ทั้งปวงคือ พม่า ไทย ลาว เขมร
ลังกา...จะเชื่ออย่างเดียวกันหมด...เพราะรับคติ
มาจากลังกาทั้งนั้น...คือผ่านวิสุทธิมรรค
ไม่ใช่ผ่านไตรภูมิกถา...ไตรภูมิน่ะของไทยที่
สืบทอดแนวคิดจากวิสุทธิมรรคอีกต่อ

ส่วนมหายาน...อย่าง ธิเบต จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม
จะอีกแบบหนึ่ง แต่เชื่อในการวนเวียนเป้นตัวตนเดิมๆ
เหมือนกัน...โดยเฉพาะของธิเบต..องค์ประมุขของเขา
ก็มาจากแนวคิดนี้....


นิกาย...
เกิดจากการตีความคำสอนที่ต่างกัน...
เนื่องจากสติปัญญาที่จะวิเคราะห์วิจัยต่างกัน...
และมีในทุกศาสนา...

บ้างก็แยกกันโดยหลักการ...

บ้างก็แยกกันด้วยเรื่องวัตรปฏิบัติ...เช่น
โกนคิ้ว ไม่โกนคิ้ว อันเป็นเรื่องไร้สาระ

บ้างก็แยกกันด้วยอัตตาของคนตั้งนิกาย

คริสต์มี..โรมันแคทอลิค...โปรเตสแตนท์...
ออร์โธด๊อกซ์...มอร์มอน...สิทธิชนยุคสุดท้าย

พุทธมี...เถวรวาทหรือหินยาน...อาจาริยวาท
หรือมหายาน...วัชรยาน
เถรวาทไทยยังแบ่งเป็น...มหานิกาย กับ ธรรมยุต

อิสลามมี...ซุนนีย์...ชีอะห์

ฮินดูมี...ไวศณพ...ไศวะ...ศักติ..คณะพัทยะ...
สรภัทธะ...สมารธะ


พุทธเราแยกกันด้วยกันยึดมั่น...ถือมั่น
เถรวาท....นั้นเป็นหลักจารีตนิยมอนุรักษ์นิยม...เอา
พระพุทธวจนะ..พระไตรปิฎกเป็นหลักในการ
สืบทอดแนวคิด....หรือเอา wording เป็นตัวตั้ง
นั่นเอง

มหายาน...นั้นใช้หลัก Apply ตามการตีความของ
อาจารย์ชั้นหลังให้เข้ากับยุคสมัย...หรือเอาเจตนา
ของคำสอนเป็นตัวตั้ง...ประมาณ...

แมวสีอะไรก็ได้ (หรือวัตรปฏิบัติแบบไหนก็ได้...)
ขอให้จับหนูได้เป็นพอ (ขอให้พาใจหลุดพ้นจากทุกข์
ได้แล้วล่ะก็...เป็นใช้ได้..)


โดย: สดายุ... วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:19:11:01 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่กาย


แวะมาหาอย่างเคยทุกวัน ช่วงนี้พูจะได้พักไม่ต้องเครียดกับหนังสือหรือการอ่านฎีกา มีเวลาพักประมาณ 1 เดือนค่ะ สมัยหน้าจะเหลือกฎหมายแพ่งฯ ที่ต้องเก็บให้เรียบร้อย จะได้จบสักที คราวนี้ก็มุ่งมั่นกับการสอบตุลาการหรืออัยการ

ในการเรียนกฎหมายไม่ต้องจำทุกตัวอักษรค่ะพี่กาย แต่จะทำความเข้าใจกับสาระหลักของตัวบท ที่สำคัญคือ เราจะใช้ตัวบทนั้นมาวินิจฉัยกับกรณีอุทธาหรณ์ที่เป็นประเด็นปัญหาได้อย่างไร ถึงเวลาต้องใช้กฎหมายในชีวิตจริงๆ ก็จะเปิดตัวบทนะคะ พูเชื่อโดย sense ของตัวเองว่า หากพี่กายเรียนนิติศาสตร์ พี่กายจะเป็นนักกฎหมายที่เก่งมาก และคงเป็น..ท่าน..ไม่ว่าจะทางตุลาการหรืออัยการได้โดยไม่ยากเย็นอะไรเลย

ฝากสายลมโบกพริ้ว......ช่วยพา
พัดสู่ผู้ไกลตา.............รื่นล้ำ
ลมเย็นชื่อนำพา...........ส่งสุข
ปัดเป่าทุกข์กรายกล้ำ.....ดับร้อนผ่อนคลาย






โดย: พธู วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:20:35:52 น.  

 
น้องวิ....
ดูพูดเข้าสิ....มาเรียกท่านอะไรกะพี่
กลอนบทนี้สั้นไปหน่อย...
ไว้พี่จะเขียนใหม่ให้ยาวกว่านี้....

วันนี้ร้อนจัง....
ที่หอพัก...ไม่มีผ้าเย็นหอมๆอะ....แย่จัง
เฮ้อ...






ขวัญ....
บทนี้เขียนดีนะ....
จะเอาไปให้พวกเสื้อแดง...ที่ทำเนียบรึเปล่า
อิๆๆ.....

เขียนกลอนบนภาพสวยดีจริง....
อากาศร้อน...ดูแลตัวเองนะคะ





น้องพู....
อีกไม่นาน...นักกฎหมายจะมีบทบาทมากขึ้น
ในเมืองไทย...และจะเป็นอาชีพแถวหน้า
แทนที่หมอ หรือ วิศวะ....

เพราะสังคมจะมีพัฒนาการไปสู่ธรรมาภิบาล
จากการตื่นตัวทางการเมืองของคนในสังคม
ที่จะไม่ยอมให้...อำนาจนอกระบบมาข่มเหงได้อีก

และนักกฎหมายจะเป็นที่พึ่งพา
แบบในอเมริกา....เมืองของคนหัวหมอ...

ฟ้องกันได้แม้แต่ แมคโดนัลด์
ชงกาแฟมาเสิร์ฟร้อนเกินไป...ลวกปากแหม่มแก่ๆ
แกฟ้องจนชนะ...ได้เงินค่าเสียหาย...

ขอให้พูสำเร็จสมที่ตั้งใจนะคะ




โดย: พี่กาย (สดายุ... ) วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:21:08:47 น.  

 
พี่กายขา


ที่ตอบคุณศารทูล " บุพาจารย์ " คำเดียวกับ
" บุรพาจารย์ " รึเปล่าคะ


วิชอบเขียน " ธรรมยุติ " มากกว่า " ธรรมยุต " เพราะจะได้ไม่ลืมคำว่า " ธรรมยุติกนิกาย " ค่ะ

กะให้มาง่วงตอนอ่าน แต่ตายิ่งกลับสว่างค่ะ...

ก็เสียใจ ทำให้เพื่อนรัก เสียน้ำใจ-น้อยใจ ว่าจะวิ่งเข้า กองกูณฑะเปลวช่วง ของ กัณยกา เหล่าปาณฑพ.. แล้วเชียวค่ะ แต่กลัวจะไหม้ลามไปหมด เสียดายงานดีๆที่พี่อุตส่าห์...บรรจงจรสรจนา...เลยลากลับบ้านดีกว่าค่ะ...

สวัสดีตอนตี 1 ค่ะ


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:1:00:57 น.  

 
น้องวิ..เจ้าขา
ดีจริงมาตรวจศัพท์ให้พี่...

บุพ-, บุพพ- [บุบพะ-] ว. ก่อน, ทีแรก; เบื้องต้น,
เบื้องหน้า. (ป. ปุพฺพ; ส. ปูรฺว).
บุพกรรม น. กรรมที่ทําไว้แต่ปางก่อน.
(ป. ปุพฺพ + ส. กรฺมนฺ; ป. ปุพฺพกมฺม)
.
.
บุรพ- [บุระพะ-, บุบพะ-] ว. บุพ.
(ส. ปูรฺว; ป. ปุพฺพ).
บูรพ์, บูรพะ [บูน, บูระพะ] ว. บุพ.
.
.
เมื่อ ป. คือ ประโยค หรือ บาลี
และ ส. คือ สันสกฤต

คำนี้ใช้ได้เหมือนกันค่ะ...บุรพะ คือ บุพะ
บูรพา...ก็มาจากคำนี้...ทิศบูรพาคือทิศที่ตะวันขึ้นก่อน
หรือทิศตะวันออก นั่นเอง

อีกคำหนึ่ง.....
ธรรมยุต น. ชื่อพระสงฆ์นิกายหนึ่ง,
คู่กับมหานิกาย, ธรรมยุติกนิกาย ก็เรียก

ถ้าเป็นคำ ธรรมยุต....เฉยๆต้องไม่มีสระอิ นะคะ
แต่พอสนธิกับคำว่านิกาย...แล้วต้องมีคำเชื่อมค่ะ

วิ นอนดึกจัง....
ดาวจ๋าคงเข้าใจแล้วค่ะ...พี่อ่านทั้งสองคนแล้ว
จิตใจงดงามแบบดาวจ๋า...คงน้อยใจไม่นาน
นะคะ....




โดย: สดายุ... วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:6:55:20 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่กายขา


ขอบพระคุณบทกลอนอันงดงามค่ะ...

เห็นแต่มืดเวิ้งว้างทุกทางไป
ฟ้าสีทองอำไพ...ที่ไหนมี

.................................

ฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
.....................................

มันเป็นเพียงคำบอกเล่า
คอยเฝ้าไม่เป็นดังใจถวิล
ไม่เห็นสบสมอารมณ์จินต์
แค่ได้ยิน..ออกจากปาก..ฝากลมมา


ภุมวารสิริสวัสดิ์-มานมนัสสวัสดิ์สิริค่ะพี่กายขา



โดย: sirivinit 31 มีนาคม 2552 7:43:54 น.

--ไม่ได้ตั้งใจตรวจศัพท์อะไรหรอกค่ะ หาเรื่องคุย มันอับปัญญาไปหมดค่ะ...


โดย: sirivinit วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:8:24:08 น.  

 
น้องวิ..เจ้าขา
ฟังพี่บ่นสักหน่อย
กับบรรยากาศการเมืองตอนนี้นะคะ.......
.
.
เหตุการณ์บ้านเมือง...ทั้งการเมือง
และเศรษฐกิจ...เหมือนจะทำให้เราหมดหวัง
แต่เราคงหมดหวังไม่ได้...

พี่อยากเรียกว่ามันเป็น…”ระยะเปลี่ยนผ่าน”
เมื่อถึงจุดหนึ่ง...ความคิดกระแสหลักในสังคม
จะแตกขั้วชัดเจน...และหากจัดการไม่ดีจะสุ่มเสี่ยง
ต่อการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในสังคม

การเปลี่ยนผ่านนี้จะมีสาเหตุจากอะไรกันเล่า ?

การศึกษา..คนรุ่นใหม่มีมากขึ้น...หลากหลายขึ้น
แม้จะยังอ่อนแอและแข่งขันไม่ได้...แต่ก็ดีขึ้นกว่าเดิม

การสื่อสาร...ติดต่อ...เสพสื่อไม่อาจปิดกั้นคนได้อีกต่อไป

การกระจายความมั่งคั่ง...หากในระบบเดิมทำให้ผู้คนทุกข์ยาก
มีมากมายกว่าคนที่สุขสบาย...สังคมนั้นจะไปสู่การ
เปลี่ยนแปลงในที่สุด...โดยคนที่ทุกข์ยากเหล่านั้น

ความยุติธรรม...ที่ไม่มีในระดับที่จะยอมรับได้

การเมือง...ที่ไร้ทิศทางไม่มีอนาคตให้คนส่วนใหญ่วาดหวัง...
อยู่กันไปวันๆ...เล่นกับประเด็นตัวบุคคลมากกว่าหลักการ

เสื้อทั้งสองสีที่เล่นกันไม่เลิก
ก็ไม่มีประเด็นใหม่อะไรจะสร้างความหวังให้สังคม
ขึ้นมาได้....

ความขาดแคลนในวัตถุธรรมของผู้คนในสังคม
ทำให้เขาดิ้นรนจะมีไว้ครอบครองตอบสนอง
อัตวิสัย...จนเกิดทุจริตคอรัปชั่นกันทั่วไปในบ้านนี้เมืองนี้
เพื่อจะแสดงออกมาให้คนอื่นเห็นและยอมรับ...กับความมี
และความเป็นของตัวเอง...

เขาทำกันทุกอย่าง
ไม่สนใจแม้คุณธรรมจริยาธรรมพื้นฐานที่ควรมีในตน

นั่นคือความดิบเถื่อนของคนที่ขาดการอบรม
เชิงคุณธรรมอย่างรุนแรง....

ที่เขาต่อสู้กันทุกวันนี้ก็ล้วนประเด็น
คุณธรรมจริยธรรมที่ไม่มีในตนกันทั้งสองฝ่าย
.
.
แดดร้อน...ใจคนอย่าร้อนตามนะคะ
ขอผ้าเย็นด้วยค่ะ....อิๆๆๆ


โดย: พี่กาย (สดายุ... ) วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:9:08:14 น.  

 
สวัสดีครับ คุณสดายุ

วันนี้ ตราชูมาขออนุญาตยืมพื้นที่ในบล็อกคุณสดายุ เพื่อระลึกถึงบุคคลสำคัญท่านหนึ่งครับ

๓๑ มีนาคม วันคล้ายวันชาตกาล “ท่านกุหลาบ สายประดิษฐ์” ผู้ซึ่งโองการยูเนสโก ยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญระดับโลก น่าเสียดายนะครับ หลายคนรู้จัก “ข้างหลังภาพ” กรี๊ดกร๊าดกับละครเพลง (อันเรียกอย่างหรูหราด้วยคำฝรั่งว่า เดอะมิวสิเคิล) แต่ ในจำนวนเยาวชนรุ่นใหม่ที่ดูข้างหลังภาพ ซาบซึ้งกับหม่อมราชวงศ์กีรติและนพพร บางคนอาจไม่เคยอ่าน “แลไปข้างหน้า” นวนิยายที่แม้จะไม่จบ แต่ก็เปี่ยมพลังยิ่ง แหละจนบัดนี้ สิ่งที่ท่านศรีบูรพาหวัง ก็ยังปราศจากเค้า นั่นคือ เสรีภาพ ภราดรภาพ สมภาพ

น่าหดหู่อีกเช่นกัน ในบั้นปลายของชีวิต ท่านกุหลาบ สายประดิษฐ์ ไม่ได้กลับมาสิ้นใจบนแผ่นดินแม่ หาก ผมก็เชื่อว่า ดวงวิญญาณของท่านยังคงเฝ้าดูเมืองไทยอยู่ และคงเศร้าสลดไม่น้อยเลยเชียวครับ

ผมขอน้อมจิตคารวะถึงท่าน ด้วยงานชิ้นหนึ่งซึ่งเขียนไว้เมื่อปีก่อน ดังนี้ครับ

ดอกกุหลาบประดับใจ

ศรีเอยเอมอิ่มด้วย...............อันใด
อิ่มจากคิด, ลิขิตใจ...............จด อ้าง
ศรีเอยเหน็บหนาวไฉน...............นอนอนาถ
หนาวเรื่องแรมราร้าง...............นิราศรั้วรังเรือน

เป็นเหมือนทิพย์มิ่งไม้...............มาลี
บานผ่องยามปฐพี...............เพียบไข้
บานเผยท่ามกลางผี...............ผุดโผล่
คือ “กุหลาบ” บรรโลมไล้...............หล่อหล้าเฉลิมขวัญ

ยืนยันเหยียดหยัดแย้ง...............ประดิยุทธ์
กับหมู่มวล “มารมนุษย์”...............หนักหล้า
แข็งขันหมั่นเข็นขุด...............ความอสัตย์
ทุกที่สัจธรรมท้า...............ถั่งถ้อยทวงถาม

“สงครามชีวิต” ครั้ง...............คราขยาย
ลือชื่อ “ลูกผู้ชาย”...............เชี่ยว กร้าว
”ข้างหลังภาพ” หลากหลาย...............ละลานแผ่
เห็นรอบ เห็นรอยร้าว...............รั่วพื้นพสุนธรา

“แลไปข้างหน้า” เปี่ยม...............พลังปอง
ปองเพื่อปวงไทยผอง...............ผ่านเศร้า
ปองไทยเทียบเมืองทอง...............ทออร่าม
ลอกคราบมายาเคล้า...............เคลือบคลุ้มคลุมหน

ศรีเอยดลสุขเอื้อ...............อวยประชา
สมภพ “ศรีบูรพา”...............พ่างแก้ว
ศรีแดน “กุหลาบ” ระดา...............”สายประดิษฐ์”
ศรีประดับดวงใจแพร้ว...............แจ่มพริ้งไผทเสถียร

(เขียนไว้เพื่อบูชา “ท่านกุหลาบ สายประดิษฐ์” (ท่าน “ศรีบูรพา”) ในวันคล้ายวันชาตกาลของท่าน ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ครับผม


โดย: ตราชู IP: 203.156.141.26 วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:9:21:20 น.  

 
เพลินค่ะ ทั้งเรื่องราวและ comment


โดย: medkhanun วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:10:50:29 น.  

 
พี่กายขา


พูดออกมาแล้ว สบายไหมคะ...ดีค่ะ พูดออกมา อย่าให้มันค้างคาในหัวใจ..ฟ้าสีทองผ่องอำไพ..ในความฝันน่ะสิ

ตอนนี้ ฟ้ามืดครึ้มไปหมด เห็นทีว่าฝนกำลังจะตกค่ะ มันเศร้าจริงๆเลยค่ะจิตใจในตอนนี้...แม้แต่ฟ้ายังร้องไห้...



ภุมวารสวัสดิ์ครามืดมัว ฟ้าสลัวดูมืดมน


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:12:53:22 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ...

สบายดีนะคะ...

ไม่ได้มาทักทายเสียหลายวัน มัวแต่ไปรบอยู่กะเจ้าตัวป่วน...SLE

ตอนนี้รบชนะมันแล้วค่ะ เลยมีแรงมาอัพบล๊อกต่อ
แวะมาเยี่ยมคุณสดายุ ก็พอดีได้อ่านเรื่องราวมหาภารตะยุทธ

มีเสียงเพลงแขก ๆ ประกอบไพเราะดี...ค่ะ
ปอ ป้า ก็มีเพลงแนว ๆ นี้ อยู่เยอะเหมือนกัน
ชอบน้ำเสียงที่เค้าร้องและดนตรี เนื้อหาไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ...อิ อิ

ที่บล๊อกปอ ป้า กำลังท่องอินเดียพอดี แต่มะมีเพลงประกอบนะคะ...ทำไม่เป็นอ่ะ

ว่าง ๆ แวะไปเที่ยวด้วยกันสิ...คะ

ขณะที่พิมพ์อยู่นี้ ฝนตกหนักเลยค่ะ
ระยอง เป็นไงมั่งคะ ??....

ขอให้คุณสดายุ มีความสุขมาก ๆ ในทุกวัน...นะค



โดย: พรหมญาณี วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:13:04:10 น.  

 
ต่างคนต่างพูดพร่ำถึงคำ"รัก"
รักเสียจนต้องปกปักษ์ต้องหักหาญ
รักล้นใจไม่ต้องสนใครลนลาน
เหยียบย่ำจนชีพลาญตำนาน”รัก”


โดย: times IP: 58.181.136.90 วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:16:48:54 น.  

 
พี่ชาย...

พักหลัง ๆ มานี่ ฟางไม่ค่อยมีเวลาเท่าไรนัก
ฟางย้ายที่ทำงาน
ตาม....ท่านแม่..น่ะค่ะ
ท่านเกษียณอายุ...เลยขึ้นมาอยู่ทางเหนือ
แต่ก็..ไป..มา..
อือ..พี่ชาย..ฟางมีเรื่องราว..หลายอย่าง
ช่วงที่ไม่ได้แวะมาทักทาย..
ไว้มีโอกาส..ฟางจะเล่าให้ฟัง..นะคะ..

งานเขียน..ของพี่ชาย..
บอกได้คำเดียว..ว่าสุดยอดมาก..ค่ะ


โดย: ฟาง IP: 118.172.48.170 วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:22:08:25 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่กายขา


ขอให้เป็นวันพุธที่มีแต่ความสุขนะคะ

วันใหม่ของเดือนร้อน...ทำใจให้เย็นๆไว้นะคะคุณพี่ขา



พุธวารสิริวัฒน์-มานมนัสวัฒนสิริค่ะ


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:5:57:42 น.  

 
ตราชู....
สวัสดีครับ....
ครับคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นนักคิดนักเขียนรุ่นแรกๆ
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง...ที่มีผลงานไม่ค่อย
เป็นที่โปรดปรานของผู้กุมอำนาจรัฐเท่าใดนัก....
เช่นเดียวกับนายผี....จิตร ภูมิศักดิ์....เป็นลักษณะปฏิกิริยา
ต่ออำนาจรัฐ

สมัยนั้น....การวิพากย์วิจารณ์อำนาจรัฐเป็นเรื่องที่อ่อนไหว
มากและยากที่จะยอมรับได้.....เป็นสมัยที่ขุนศึกรุ่นเก่าโบราณเหล่านั้น
เถลิงอำนาจเผด็จการกันเต็มรูปแบบ....ทุจริตคอรัปชั่นกันมโหฬาร
จนสามารถสืบทอดความร่ำรวยมาจนชั้นลูกหลานรุ่นปัจจุบัน.....

สมัยนั้น....ข้อหาคอมมิวนิสต์...เป็นข้อหาที่ยัดเยียดให้คนได้โดยง่าย
หากนึกไม่ออกให้นึกถึง พม่า ในยุคปัจจุบัน....ว่าอำนาจรัฐภายใต้
ท๊อปบูททมิฬที่บริหารประเทศไม่เป็น....ชาวบ้านจะเป็นอย่างไร

ยินดีที่ตราชูแวะมาอีก......





เม็ดขนุน......
สบายดีนะ....ไม่ค่อยเห็นชื่อแวะมาเลย
ปิดเทอมแล้วสิ....อ้อ...เพิ่งไปเที่ยวมา





คุณวิ...ของพี่นี
เจ้าค่ะ....ตอนนี้คนเขียน...กลอนบทนี้
“เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ...ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”
เขาใส่เสื้อแดงเรียบร้อย....ทุนนิยมสามานย์ไงคะ
การโฟนอินของทักษิณครั้งนี้...ค่อนข้างก้าวร้าวและ
โอหังมาก....

ขณะที่เท้าเหยียบหัวรากหญ้าเชื่องๆ....
มือก็ดึงฟ้าต่ำ....พร้อมกันไป





พี่ปอป้า.....
ระยองฝนตกหนักครับเมื่อวานตอนบ่ายๆ.....
ซึ่งเป็นปกติของเมืองริมทะเล....ซึ่งทำให้คลายร้อนลงได้
มากทีเดียว.....

เพลงในบล็อค...เราใช้โค๊ดมาลงครับ...ตัวนี้จะลิงค์
ไปที่เวปที่เราฝากเพลงไว้....มันจะดังตราบเท่าที่
เวปฝากเพลงยัง active อยู่ครับ....

ลองให้น้องขวัญหาโค๊ดให้สิครับ....ขวัญเขารู้วิธีครับ
ขอบพระคุณในคำอวยพรครับ....
มีความสุขกับงานที่ทำนะครับ






Times.......
อืม....รักแถวๆหน้าทำเนียบคงเอานิยายอะไรไม่ได้
มันก็พูดกันไปสร้างภาพพจน์กันไป.....

โฆษณาชวนเชื่อนี่....มีทุกยุคทุกสมัย
ชอบฟังกันจริง....อิๆๆ






ฟางน้อย....
อ้าว....ย้ายไปอยู่ทางเหนือแล้วเหรอ
แสดงว่าคุณแม่เป็นคนทางนั้นสิ....แต่ก็ดีนะคะ
ทางเหนือน่าอยู่อาศัย

พี่ชอบไปเที่ยว....ไปทุกปี....
แล้วงานใหม่สนุกไหม....





โดย: สดายุ IP: 125.27.81.137 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:6:31:21 น.  

 
น้องวิเจ้าขา....
ค่ะไม่ร้อนค่ะ...เช้าวันพุธลมเย็นค่ะ...
สบายมาก...ไม่ร้อนเลย...เหมือนใจพี่

ตอนนี้จิตใจเยือกเย็น....
เพราะรู้ว่าบางสิ่งบางอย่างจะค่อยๆดำเนินไป
ภายใต้บริบทที่เหมาะสมตามจังหวะจะโคน

บางสิ่งบางอย่างนั้นไม่มีความรีบร้อนอะไรเลย
เหมือนจะมั่นใจ...และพอใจในความเป็นไป

วิ ก็ใจเย็นๆนะคะ....

พุธวารสิริวัฒน์-มานมนัสวัฒนสิริค่ะ


โดย: พี่กาย IP: 125.27.81.137 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:6:39:13 น.  

 
พี่สดายุคะ
ไม่เห็นชื่อ
ใช่ว่าจะไม่ได้แวะนะคะ
มาทุกวัน....


โดย: เม็ดขนุน IP: 118.172.66.238 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:7:10:42 น.  

 
อ้อ...เจ้าค่ะ..เม็ดขนุน
หน้านี้แช่นานแหละ....
จะเอาให้จบแน่นอน....

กำลังคิดว่าจะเขียน ฉันท์ละสัก 100บท
แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นฉันท์แบบอื่น....

เรื่องมันยาว....อิๆๆ


โดย: พี่ IP: 125.27.81.137 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:7:38:54 น.  

 


พี่กายคะ


"น้องชายพระนาม”กิจ-......ะกะ”ฤทธิเกริกไกร"
พู งง กับการอ่านออกเสียงบรรทัดนี้ค่ะ พี่กายช่วยกรุณากับเด็กน้อยที่ด้อยในเรื่องของภาษาด้วยเถิด แต่ในความเข้าใจของเรื่องราว ไม่มีปัญหาค่ะ พอจะแปลได้บ้าง เพียงแต่ศัพท์บางคำ ต้องหาคำแปลอยู่บ้างนะคะ

ช่วงนี้ พูพอจะมีเวลาในการอ่านฉันท์เรื่องนี้แล้ว อีกอย่างหนึ่งก็คือ ย้อนหลังไปอ่านเรื่องยาวอื่นๆ พูเล็ง..ห้องนิราศเรื่องยาวไว้แล้วค่ะ เคยเข้ามาอ่านอยู่บ้างนะคะ แต่คงต้องกลับไปอ่านให้ละเอียดอีกที ทั้ง นิราศห้วงกาล แห่งห้วง..มหรรณพ สองฝั่งฟ้า และรัตนโกสินทร์


พูไม่เคยลองเขียนบทพิโรธวาทังสักทีค่ะ ที่เขียนออกก็คงมาจากบทกลอนของพี่กายจุดประกายพร้อมกับความรู้สึกมั้งคะ ถ้าจะเขียน ก็คงได้สั้นๆ อย่างที่เขียนไปแค่นั้น


คงต้องพยายามมีความสุขกับวันพุธที่ท้องฟ้าเมืองไทยไม่ค่อยจะแจ่มใส โดยเฉพาะท้องฟ้าแถวหน้าทำเนียบค่ะ




โดย: พธู วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:14:42:09 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ...


เพิ่งปิดบัญชีเสร็จ เลยอู้งานแอบมาฟังเพลงไพเราะ..ที่นี่
ขออภัยหากทำให้รู้สึกว่า บ้านคุณสดายุ เป็นที่พักใจ
เหตุเพราะมาแล้ว รู้สึกสบายใจ...ค่ะ

ขออนุญาต ยกข้อความนี้ลงมาหน่อย...นะคะ

“เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ...ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”
เขาใส่เสื้อแดงเรียบร้อย....ทุนนิยมสามานย์ไงคะ
การโฟนอินของทักษิณครั้งนี้...ค่อนข้างก้าวร้าวและ
โอหังมาก....

น่าเบื่อ..นะคะ
คนทำมาหากินอย่างปอ ป้า...เซ็งจิงจิ๊งงง...

ว่าแล้วก็ขอส่งความสุข ความปรารถนาดี
ให้คุณสดายุ...ดีกว่า สบายใจกว่ากัน...เยอะเลย...อิ อิ

Photobucket


โดย: พรหมญาณี วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:15:44:49 น.  

 
น้องพู...
บาทที่ยกมานั้น....
...น้องชายพระนาม”กิจ-......ะกะ”ฤทธิเกริกไกร....

เนื่องจากอินทรวิเชียรฉันท์นั้น ที่ตำแหน่งหน้าของวรรคคู่
คือวรรค 2 กับวรรค 4 จะเป็นลหุคู่...คือลหุ2ตัวซ้อนกัน
และคำบาลีสันสกฤตนั้นจะเหมือนว่ามีเสียง สระอะ ประกอบ
ตัวอักษรอยู่ด้วยเสมอ....

เจ้าชายน้องพระมเหสีแห่งแคว้น วิราฏ นามว่า “กิจกะ”
อ่านว่า กิด-จะ-กะ...หรือ กิ-จะ-กะ ยังได้..หากต้องการลหุ3ตัว
เมื่อแยกอยู่คนละวรรค...เสียงตัว จะ ก็จะเอื้อนตามไปถึง
วรรคหลังเพื่อต้องการเอาลหุไปใช้ด้วยตัวหนึ่ง....

แต่เนื่องจากคำที่ท้ายวรรคหน้า...ต้องเป็น ครุ คือ กิจ
รูปตัวอักษรเลยต้องอยู่ที่วรรคหน้า...เอาไปวรรคหลังได้แต่เสียง
การพิมพ์ก็ต้องพิมพ์เต็มรูปก่อน คือ จะ...แล้วค่อยเอา จ ออก
ให้เหลือแต่สระ อะ เพราะหากพิมพ์แต่สระเลย
มันจะไม่ขึ้นให้เห็นค่ะ

เพราะฉะนั้น..หากเห็นตัวสระ...ะ...อยู่ลอยๆแบบนี้
แปลว่าต้องลากอักษรตัวสุดท้ายของวรรคหน้ามาประสมอ่าน
เสมอไป....
ตัวท้ายวรรคหน้าเป็น จ ก็จะอ่านว่า จะ
ตัวท้ายวรรคหน้าเป็น ก ก็จะอ่านว่า กะ
ตัวท้ายวรรคหน้าเป็น ส ก็จะอ่านว่า สะ

อีกอย่าง...
การที่มีสระท้ายคำ...แล้วไม่มีตัวการันต์
ต้องออกเสียงสระด้วยเสมอ...
เช่น....
ชาติ...ต้องอ่าน ชา-ติ
ธาตุ...ต้องอ่าน ธา-ตุ
วิเศษพิสดาร...ต้องอ่าน...วิ-เสด-สะ-พิ-สะ-ดาน

ไม่เข้าใจถามได้ตลอดนะคะ...พี่ยินดี



โดย: พี่กาย (สดายุ... ) วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:15:45:29 น.  

 
พี่ปอป้า....
ด้วยความยินดีครับ....
บ้านนี้ไม่มีอะไรรับแขก...นอกจากร้อยกรอง
ที่ค่อนข้างหลากหลายครับ....

ครับ....เหตุการณ์บ้านเมืองเป็นเรื่องของ
อำนาจ และ ผลประโยชน์...
ตอนที่ครองอำนาจรัฐ...ใครเรียกร้องให้ยุบสภา
เป็นไม่ฟัง....แต่พอไร้อำนาจต้องเป็นฝ่ายค้าน
อยากให้ยุบขึ้นมาล่ะทีนี้....

สภาผู้แทนก็ชุดเดิม...
ทั้งจำนวนและหน้าตา...แต่ผลประโยชน์
มันเปลี่ยนครับ...ได้บริหารงบประมาณ
กับไม่ได้บริหาร....มีแค่นี้เองครับ
ที่สู้กันเอาเป็นเอาตาย....

สรุปได้ว่า....
แย่งชิงวิวาทกันเพื่อเข้าไปบริหารเงินภาษี...
ที่คนรายได้เกินเดือนละ 15000 บาทและธุรกิจ
ทั้งหลายทั้งปวง...เขาต้องจ่ายเข้ากองกลาง....

เพียงแต่พูดให้มันซับซ้อนหรูหรา...
เป็นอุดมคติอุดมการณ์
เพื่อสังคม..ใหญ่โตกันไปเอง....

ผมมองได้แค่นั้นจริงๆ....

อ้าว...พาคุยเรื่องไม่เป็นเรื่องเสียแล้ว
ขออภัยครับ....อิๆๆๆ


โดย: สดายุ... IP: 125.27.92.65 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:18:49:38 น.  

 
พี่กายขา


สุขสบายดีไหมคะ
ทานมื้อเย็นแล้วหรือยังคะ
เมืองระยองยังอากาศร้อนไหมคะ

ตอนนี้ฟ้ามืดแล้วค่ะ ไม่มีหรอกฟ้าสีทองน่ะ มันเป็นภาพแห่งความฝันในหนังสือการ์ตูน จบเถอะนะคะ

กำลังจะร้องเพลงศรีกฤษณโกวินได้แล้วค่ะ เวลาอ่านฉันท์มันจะเผลอเป็นทำนองเพลงน่ะซีคะ


สายัณหสมัยพุธวาร-กมลมานสิริสวัสดิ์ค่ะพี่กาย


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:19:37:35 น.  

 
น้องวิ....
สุขสบายดีค่ะ...ร่างกายน่ะ...
เพิ่งทานมือ้เย็น...อาบน้ำอาบท่า
ระยองเริ่มกลับมาร้อนอีกครา...
ต้องเปิดแอร์แต่หัวค่ำ...

ค่ะ...จบแล้วค่ะ...ฟ้าสีทองน่ะ
ตอนนี้มีแต่ฟ้าสีชมพู...อิๆๆ

เพลงนี้เสียงผู้หญิงขึ้นเสียงสูงนะคะ...
แถมที่ระยองนี่เสียงเพลงขาดๆหายๆ...
เดี๋ยวดัง...เดี๋ยวดับ...สงสัยเนตเป้นเต่านะวันนี้

วิ ไปงานหนังสือมารึยังคะ


โดย: พี่กาย (สดายุ... ) วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:20:28:05 น.  

 
พี่กายขา


ขอลากลับบ้านแล้วค่ะ ขอบพระคุณมากนะคะ ที่กรุณาจรสรจนา ทิพยกวีจนล้นทิพยนิธิ วิก็มาเก็บ คำ และ ความ อันสุดวิเศษ ไประลึกถึงยามหลุบเปลือกตาลงค่ะ

ขอจงนอนหลับฝันดีในนิธีทิพย์นิรันดร์


ภุมวารสิริสวัสดิ์-โสมนัสสวัสดิ์วารค่ะพี่กายขา


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:21:19:16 น.  

 
พี่กายขา


กำลังจะกลับบ้าน พอดีได้ยินเสียงท่านเจ้าบ้านค่ะ ยังไม่ได้ไปค่ะ แต่หนังสือที่อยากได้ ก็สั่งซื้อมาแล้ว ไปแล้วเหนื่อยมาก คนเยอะค่ะ

วิมีกล่องพลาสติคแข็งแรง มีล้อลาก คันชักยาว มีคนช่วยลาก ยังเหนื่อยเลยค่ะ ที่จอดรถไกล แล้วแดดร้อนเปรี้ยงๆเลยค่ะ

ที่สะดวก คือพี่นี ไปดูที่บูธที่วิต้องการ แล้วโทร.กลับมาบอกว่าเขา PR หนังสืออะไร อยากได้อะไร พี่นีก็จัดการให้ค่ะ

ปีที่แล้ว นำรูปหลานไปทำแสตมป์ 20 แผ่น ดีว่ามีรูปที่ชอบแค่นั้น...ปีนี้ท่านผู้เฒ่าบ่นไว้ ว่าไม่ต้องทำแสตมป์อีกแล้ว เลยไม่อยากไปค่ะ....555 ..ที่จริง น่านำรูปคนด้านบนขวามือไปทำนะคะ... ยิ้มดีจัง...ลาละค่ะ


พุธวารรสิริสวัสดิ์-มานมนัสรมณีย์ค่ะพี่กายขา


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:21:34:40 น.  

 
ชื่นตา.กับภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงดนตรีกันค่ะ (ไม่มีภาพแบบนี้ที่ไหนนะคะ) ไปบล็อคขวัญกันค่ะ


โดย: ขวัญค่ะ (toyor ) วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:1:44:21 น.  

 
น้องวิ..เจ้าขา
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เขียนกลอนใหม่...เพราะกำลัง
ม่วนกับมหาภารตยุทธนี่แหละ....
กลัว แฟนๆ รอนาน...

อืม..พี่นีนี่เหมือนแก้วสารพัดนึกเลยนะวิ...อิๆๆ
ทำให้ได้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ...

ที่งานส่วนใหญ่
ก็จะเป็นวัยรุ่นล่ะที่เดินหาหนังสือที่ต้องการกัน
เขาจะจัดช่วงปิดเทอมพอดี....ครั้งต่อไปก็
เดือนตุลาคม...ปิดกลางเทอม...

และบู๊ทที่เด็กออกันแน่น..ก็ประเภทนิยาย
วัยรุ่นหวานแหวว....
คืองานขายหนังสือลดราคานั่นเอง...

นอนให้เต็มที่หน้าตาจะสดใสค่ะ....









ขวัญ...
ค่ะพี่ไปดูแล้ว....
พระองค์ท่านทรงดนตรีไทยมานานแล้วนะ
เท่าที่พี่ทราบ....
เป็นเจ้านายที่มีความเป็นไทยเต็มที่...น่าชื่นชมยิ่งนัก


โดย: พี่กาย IP: 125.27.92.65 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:2:42:46 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่กายขา


ไม่นอนดึกค่ะ ง่วงก็นอนเลย ขอบคุณที่กรุณามาเตือนค่ะ


คุรุวารสิริสวัสดิ์-มานมนัสสวัสดิ์สิริค่ะ



โดย: sirivinit วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:6:43:36 น.



สวัสดีค่ะพี่กายขา


ขอบพระคุณที่กรุณานำทิพยสมบัติอันมีมงคลมาฝากแต่เช้าค่ะ

พอสิ้นเสียงสาธุ บรรลุตน
ก็เหมือนป่นโมหะจนละลาย...

จริงด้วยค่ะ ต้องไม่มีโมหะ รวมทั้ง โลภะ โทษะ ด้วยค่ะ แต่กิเลสมากตัณหาเยอะ มีทุกอย่าง แถม ไม่อยากมี ไม่อยากเป็นด้วยนี่สิ มันแย่...รักษาสุขภาพนะคะ วันนี้พฤหัสแล้วค่ะ อีกวันเดียว ได้พักผ่อนแล้วค่ะ


คุรุวารสิริวัฒน์-โสมนัสสวัสดิ์วารค่ะพี่กายขา



โดย: sirivinit วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:7:06:07 น.



โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:7:38:47 น.  

 
พี่กายขา

ขอแจมนิดนึง...สมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ทรงนิพนธ์ไว้เมื่อครั้ง ทรงเป็นน้องใหม่คณะอักษรศาสตร์ ความว่า...

"...ฉันอยู่ในวัง ได้ยินเสียงสังข์เสียงแตร..เมื่อมาอยู่นอกวัง ก็ยังได้ยินเสียงสังข์เสียงแตร...เป็นสาเหตุหนึ่งที่ชอบดนตรีไทยมาก....."

วันนั้นทรงขับร้องเพลงลูกทุ่งหลายเพลงค่ะ...

ทรงโปรดให้อาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน สอนดนตรีไทย นอกจากอาจารย์มนตรี ตราโมทย์ค่ะ คุณหมอเพลินพิศ อมาตยกุล ก็ได้ร่วมงานคราทรงดนตรีไทยเป็นส่วนใหญ่...

ถาพพระองค์ท่านทรงสีซอทำจากกระป๋องน้ำมัน..งดงามนัก

ชาวบางคนฑี สมุทรสงคราม ต่างก็ดูแลบำรุงรักษาต้นมะพร้าวในสวนของตนเอง เพื่อความสมบูรณ์ของลูกมะพร้าว เพื่อจะได้ นำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย...เพื่อทำซอที่งดงาม นี่พูดถึงชาวบ้านนะคะ คนที่พร้อม ก็ทำซอ..งดงามประดับงา น้อมเกล้าฯถวายจำนวนหลายองค์ค่ะ...

เมื่อเป็นเด็กๆนั้น วิเป็นแฟนของ "แว่นแก้ว" ตามอ่านจากสตรีสาร..อย่างมีความสุข และซื้อบทพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่านที่ออกมา ตั้งแต่ กษัตริยานุสรณ์ และเกี่ยวกับเสด็จฯต่างประเทศตลอดเลยค่ะ ธ.ไทยพาณิชย์เป็นแม่งานใหญ่...

เคยอ่านจากสกุลไทยนานแล้ว พระองค์ท่านทรงให้สัมภาษณ์ว่า " เกิดมาชีวิตนี้ ทำเพื่อนตนเองสองอย่างคือเรียนหนังสือ กับกิน นอกนั้นทำเพื่อผู้อื่นทั้งสิ้น...."

คงเป็นเพราะเหตุนี้ จึงทรงแข่งกับพระสหายชาย วิจำชื่อไม่ได้แม่น ลงท้ายว่า...ชัย นามสกุลกรรณสูต ว่า " ใครจะน้ำหนัก 85 กิโลก่อนกัน.." ทรงน่ารักนักหนา วิมีเกร็ดเกี่ยวกับพระองค์ท่านมากมาย เล่าทั้งเดือนไม่จบ...แต่มันต้องทำงาน ที่พูด เพราะวันนี้

วันคล้ายวันพระราชสมภพค่ะ....ทรงพระเจริญ.


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:8:01:54 น.  

 
กลับมาอ่านดู เห็นว่า เขียนนามสกุล อาจารย์มนตรีผิด เกรงใจคุณญาณี... มาก เดี๋ยวเธอจะมาประท้วง


ขอประทานอภัยอาจารย์มนตรี ตราโมท ด้วยค่ะ


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:9:26:26 น.  

 
น้องวิ....
น่ารักจริง...มาเล่าอะไรให้อ่านเยอะแยะเลย

ค่ะ..เจ้านายพระองค์นี้ทรงเป็นที่รักของปวงชน
ก็เพราะทรงมีบุคคลิกที่เป็นกันเองและมีเมตตา
ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็ต้องพูดว่า ทรงมีจิตใจดีงาม

คนยิ่งมียศมีศักดิ์สูงส่ง...แต่กลับมามีวัตรปฏิบัติ
ที่เป็นสามัญมากขึ้นเท่าใด...จะยิ่งเป็นที่รักใคร่
ของคนทั่วไปมากขึ้นเท่านั้น....หมายความว่า
ไม่ทรงถือพระองค์

จิตใจที่เป็นมิตร และ มีเมตตาของชนชั้นสูง
มักเป็นที่ต้องการของชนทั่วไปทุกยุคทุกสมัย
เจ้านายพระองค์นี้ทรงดำเนินรอยตามพระชนก
และสมเด็จพระอัยยิกาได้อย่างดีเยี่ยม

ในบรรดาสายพระโลหิตของสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา
พระวัสสาอัยยิกาเจ้า กับรัชกาลที่ 5 ทั้งปวงที่เป็นสตรีนั้น...
สมเด็จพระเทพฯ ทรงโดดเด่นที่สุด ในพระจริยาวัตรและ
พระอิสริยะยศ

วิ มีเวลามาเล่าให้พี่อ่านอีกนะคะ...


โดย: พี่กาย IP: 58.137.10.34 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:9:37:23 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ....

เรื่องของโลภะ โทสะ โมหะ....นี่นะ
ถ้าคนไหนไม่รู้จักตัด เป็นอันได้ว่า " ร้อน " สถานเดียว

ปอ ป้า ชอบความหมายของคำที่เขียนไว้บนตาลปัตร ที่พระใช้สวดศพ..มากค่ะ

...ไปไม่กลับ..หลับไม่ตื่น..ฟื้นไม่มี..หนีไม่พ้น...

..ไปไม่กลับ..วัน เวลา และ อายุ
..หลับไม่ตื่น..กิเลส พระท่านว่าไม่มีแก่เฒ่า
..ฟื้นไม่มี..อบายมุข เกียจคร้าน ไม่ฟื้นแน่นอน
..หนีไม่พ้น..โลกธรรม 8

อ่ะ..พูดเรื่องพระสัทธรรมของพระพุทธองค์แล้ว คุยได้ทั้งวัน..
กะเด๋ว คุณสดายุ เบื่อแย่...ขออภัย

วันนี้เป็นวันพระ และ เป็นวันคล้ายวันประสูตรของพระเทพฯ ด้วย

ปอ ป้า เลยเอาพวงมาลัยมาฝาก
นำไปไหว้พระ และ ถวายพระพรพระเทพฯ

แบบว่า ปอ ยอ 1 พวง ใช้ได้ 2 วัตถุประสงค์...อิ อิ

ธรรมะสวัสดี..ค่ะ

Photobucket


Praying


โดย: พรหมญาณี วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:10:56:51 น.  

 
พี่กายขา


เวลาพักค่ะ มาอ่านจึงทราบอะไรดีๆ พี่กายนี่ช่างเป็นผู้รอบรู้จริงๆ วิละชอบนักคุยกับผู้รู้จริงนี่


แม้มิใช่สายพระโลหิตของพระองค์ท่าน หากแต่ได้ทรงชุบเลี้ยงมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงฝากฝัง อย่าง เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ที่สมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ทรงได้พระนาม "สิรินธร"มานั่นไงคะ มีพระจริยวัตรงดงามนัก นับง่ายๆ ก็เป็นพี่ของสมเด็จพระราชบิดานะคะ

ท่านทรงเป็น "แม่กลาง"ของพระราชสวามีตลอดพระชนม์ชีพ แต่ก็ทรงโศกเศร้าพระราชหฤทัยมาก ที่ทรงเห็น คนที่พระองค์ท่านทรงรัก..ต่างจากไปทีละองค์ ทีละพระองค์ จนข้อนพระอุระพระองค์เอง แล้วทรงพระกรรแสง ตรัสว่า..." ขอให้พระองค์ท่านทรงลืม อย่าได้ จำอะไรได้อีกเลย.." วิอ่านตั้งแต่เป็นเด็กน้อย ยังพลอยเศร้าไปด้วย

เดชะบุญ ที่เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคต พระราชชนนีพันปีหลวงทรงระลึกไม่ได้แล้ว...

พระองค์ท่าน ทรงเป็นเจ้านายที่เรียบง่าย ไม่โปรดหรูหราฟู่ฟ่า พระราชจริยวัตรนี้ ตกมาถึงสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงฯ พระผู้พึ่งผ่านสู่สวรรคาลัย และสมเด็จพระเทพรัตน์.ฯ...เจ้านายฉลาด ที่นั่งในหัวใจคนต้องเป็นดังนี้แหละค่ะ

ขนาด ร.6 ทอดพระเนตร พระธิดา อายุ 1 วันก่อนสวรรคต ยังทรงฝาก "ป้ากลาง"ของพระองค์ท่าน เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ ก็ไม่ทรงโปรดฟู่ฟ่า เห็นไหมคะ...

วิชอบพระนามสามพระองค์พี่น้องมาก

สุนันทากุมารีรัตน์-สว่างวัฒนา-เสาวภาผ่องศรี...

ร.4 ท่านทรงเป็น "โหรใหญ่" เมื่อผูกดวงพระชะตา พระราชโอรส และพระราชธิดานั้น ทรงให้พรด้วย วิก็ช่างลืมได้...แต่สว่างวัฒนา... จริงๆ คืออายุยืนยาวกว่าเจ้านายพระองค์ใดๆ ที่เป็นพระอัครมเหสี พระภรรยาเจ้า เจ้าจอม มเหสีเทวี ทั้งหลาย ทรงมีพระชนมายุยืนยาวถึง 93 พรรษาเศษ วิจำผสมกับญาติ (คุณทวด) จึงจำได้ค่ะ

พี่กายก็ทานกลางวันอิ่มแล้วนี่คะ..มีความสุขในวันทำงานกับเวลาที่ยังเหลือนี้นะคะ


สิริคุรุวารสวัสดิ์-โสมนัสสวัสดิ์วารสิริค่ะพี่กาย


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:11:55:54 น.  

 
พี่ปอป้าครับ...
ขอบคุณกับพวงมาลัยและการแวะมาเยี่ยมเยือน
ครับ...เรื่องธรรมะสำหรับผมแล้ว
ดูๆจริตจะชอบไปในทางปฏิเวธ ซะเป็นหลัก
ปฏิบัติ ไม่มีเลยมาหลายปีแล้ว...

ขณะที่...
สมถะภาวนา จะเหมาะกับผู้ที่มีความอดทน
ผมกลับมองตัวเองว่าน่าจะเหมาะกับ
วิปัสสนาภาวนามากกว่า....

ไหว้พระรูปบน
ด้วยมาลัยรูปล่างครับ...


๐ เห็นเขาเก็บดอกไม้ที่ปลายสวน
กลิ่นหอมหวนจับร้อยเป็นสร้อยสี
เรียงเป็นช่อมาลัย...บ่วงไมตรี
แทนไยดีส่งมอบ..รับตอบกัน

๐ มาลัยหอมจับต้องประคองถวาย-
องค์พระพร้อม-รำบายความหมายมั่น
ผ่านห้วงจิตใจลูกที่ผูกพัน
หวังยกธรรมารมณ์....พ้นหล่มดิน


โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:12:11:32 น.  

 
สังคีตประณีตเสียง..........เสนาะเพียงเพราะรำพัน-
ภาพงามและความฝัน.........นยะนั้นก็หนักหนา

ชอบท่อนนี้จังค่ะ
เพลงนี้เป็นเพลงบูชาพระกฤษณะใช่ไหมค่ะ

เพราะที่บ้านขวัญมีเพลงแนวนี้เยอะ
มีทุกพระองค์เลย ทั้งช้าทั้งเร็วมีหมด

วันนี้ตั้งแต่เช้าถวายของพระแล้วก็สวดมนต์(พระ)
จุดกำยาน เปิดเพลงถวายท่าน (เทพ)
อวยพรให้พี่กายมีความสุขมากๆด้วยนะคะ


โดย: ขวัญค่ะ IP: 125.24.152.48 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:12:29:02 น.  

 
น้องวิเจ้าขา...
อิๆๆ...มาเลย..ถ้าอย่างนี้คุยกันได้

สามพระองค์พี่น้องจากสายสกุล"สุจริตกุล"
กำเนิดแต่เจ้าจอมมารดาเปี่ยม..กับพระจอมเกล้า

พี่สาวองค์โต พระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์
หรือ พระนางเรือล่ม สิ้นพระชนม์เนื่องจากเรือ
พระที่นั่งล่ม ที่บริเวณบางปะอิน
พร้อมพระธิดาองค์น้อย ตั้งแต่พระชนม์ 21

องค์รอง พระนางสว่างวัฒนา หรือ พระพันวัสสา
อัยยิกาเจ้าในรัชกาลปัจจุบัน (สมเด็จย่าของในหลวง)
มีพระโอรสองค์โต คือ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ
พระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฏราชกุมารพระองค์แรก
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่หากไม่ทิวงคตเสียก่อนเมื่อ
พระชนมายุเพียง 27 ชันษา ก็จะขึ้นครองราชย์
เป็นรัชกาลที่ 6...เป็นพระเชษฐาในกรมหลวงสงขลาฯ
พระราชชนก

องค์เล็กสุดสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี
พระบรมราชินีนาถ พระมารดาของเจ้าฟ้าวชิราวุธ
ที่ต่อมาคือรัชกาลที่ 6 พระมงุฏเกล้าฯ
ทรงเป็นพระอัยยิกา(ย่า)ของสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์
.
.
เนื่องจากสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้ามีพระชนมายุ
ยืนยาวมาก 2405-2498 หากพี่จำไม่ผิด....จึงทรงผ่านเหตุการณ์หลากหลาย...ที่ทำให้ทรงโทมนัสพระทัย

1. พระพุทธเจ้าหลวง สวรรคต - พระสวามี
2. พระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ สิ้นพระชนม์ - พี่สาว
3. พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี สิ้นพระชนม์ - น้องสาว
4. เจ้าฟ้าวชิรุณหิศ สิ้นพระชนม์ - ลูกชาย
5. เจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์ สิ้นพระชนม์ - ลูกชาย
6. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล สิ้นพระชนม์ - หลานชาย

ซึ่งล้วนแต่เป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อพระองค์ทั้งสิ้น
จนกระทั่งในหลวงองค์ปัจจุบันขึ้นครองราชย์
และทรงมี"พระเจ้าเหลนเธอ" ให้ทรงเอ็นดู จึงช่วย
พลิกฟื้นพระหทัยขึ้นมาได้มาก...

เสียดายที่ไม่ได้เขียนชีวิตพระองค์ไว้ใน
"รัตนโกสินทร์"..ซึ่งตั้งใจไว้จะเขียนเรื่องราว
แต่เฉพาะของ"ฝ่ายหลัง" เท่านั้น


โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:12:37:25 น.  

 
พี่กายขา


ลืม... เจ้าฟ้าอิศริยาลงกรณ์ พระราชโอรสพระองค์ที่ 2 พระชนม์ 21 วัน กับ เจ้าฟ้าวิจิตรจิรประภา พระชนม์ 4 เดือนแล้วซีคะ...พระราชธิดาพระองค์แรก...

เจ้านาย ท่านก็ทุกข์เหมือนเรานี่แหละนะคะ...


คุรุวารสวัสดิ์สิริ -เจอนิธิขุมใหม่...สุขใจนัก


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:12:59:49 น.  

 


สวัสดีค่ะ

พูสไลด์อ่าน Comment ด้วยความซาบซึ้งและได้รับรู้ในสิ่งที่พี่กายและคุณวิคุยกัน ไม่มีสิ่งใดสุขใจไปกว่าเราได้อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภารขององค์พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีและพระราชวงศ์นะคะ สถาบันอันเทิดทูนไว้เหนือเกล้าฯ ยิ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ด้วยแล้ว พระองค์ทรงเป็นขวัญชัยประชาชาวไทย ด้วยทรงงามในพระจริยาวัตรมากมายเหลือเกิน

ขอมาร่วมพูดคุยด้วยกับพี่กายและคุณวิสักนิดนะคะ ด้วยความจงรักภักดีค่ะ




โดย: พธู วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:16:27:12 น.  

 
พี่กายขา

ขออนุญาตใช้ พ.ท.หน่อยนะคะ เน็ทวิเดี้ยง เปิดฟัง ศรีกฤษณโกวินไว้ ไม่งั้น อาจจะมาไม่ได้ค่ะ...วิไปบ้านคุณพูไม่ได้ค่ะ...ขอบคุณมากค่ะ



สวัสดีค่ะคุณพู


ยินดีค่ะ วิเองก็เคารพรักเทอดทูนพระองค์ท่านมากค่ะ พี่กายน่ะรู้รอบและรอบรู้ค่ะ มีอะไรดีๆเล่าให้พวกเราเด็กๆฟังเยอะเลยค่ะ

ขอบคุณที่มาบอกค่ะ



โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:17:29:24 น.


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:17:51:06 น.  

 
ขวัญเจ้า....
ขอบคุณค่ะ..ที่ไหว้พระสวดมนต์แล้วอวยพรให้พี่

ใช่ค่ะ..เพลงนี้เป็นเพลงบูชาพระกฤษณะ
พระกฤษณะแห่งกรุงทวารกา...หรือทวารดี...
อันตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของอินเดีย...ใกล้ๆ
ปากีสถานปัจจุบัน...แถวมุมไบ

พระองค์เป็นนารายณ์อวตารปางที่ ๘
เหมือนกับที่พระรามก็เป็นนารายณ์อวตารปาง
ที่เท่าไรก็จำไม่ได้แล้ว...

พระกฤษณะทำหน้าที่เป็นสารถีและเป็นกุนซือ
ให้อรชุน..ในการทำสงครามกับพวกเการพที่ทุ่ง
กุรุเกษตร เป็นเวลา 18 วัน....จนได้ชัยชนะ

มีไฟล์เพลงเป็น wma ก็ส่งมาบ้างเน้อ
อิๆๆ....จะได้เปิดเวลาเปลี่ยนภาคใหม่







น้องวิ....
พี่จำได้แต่พระองค์ที่สำคัญค่ะ...
วังสระปทุมของพระองค์ที่ปัจจุบันอยู่ด้านหลัง
ห้างพารากอน...ก็เป็นที่จัดพิธีสมรสระหว่าง
องค์ในหลวงกับพระนางบรมราชินี....

ว่ากันว่า...เมื่อสมัยรุ่นสาวนั้น
สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนามีพระสิริโฉม...
งามที่สุดในบรรดาพี่น้อง...ทั้งสามองค์

ว่าแล้ว...เดี๋ยวไปเอานิยาย...ร่มฉัตร
ของเจ๊ทม...ในงานหนังสืออีกสักเรื่อง....
วิ เคยอ่านรึยังคะ....








น้องพู....
ค่ะ...ใจพี่มันยังไม่ยอมรับให้ลูกหลานอาแปะอาซิ้ม
ขึ้นมาเป็นบุรุษเบอร์หนึ่ง หรือ สตรีหมายเลขหนึ่ง
อะไรเทือกนั้น....

ยังทำใจรับไม่ได้เมื่อนึกถึงรากเหง้าที่มา....
เป็นเพื่อนร่วมชาติกันน่ะดีแล้ว...อย่าเป็นมากกว่า
ที่ควรเป็นเลย...อิๆๆ

พี่ว่าของเราเงื่อนไขมันไม่เหมือนเพื่อนบ้าน
และคิดว่าอย่าไปเหมือนเลยจะดีกว่า...
อิๆๆ...



โดย: พี่กาย IP: 125.27.90.63 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:18:51:40 น.  

 
พี่กายขา

เคยอ่านร่มฉัตรค่ะ คล้ายสี่แผ่นดิน แต่แตกต่างในรายละเอียด แน่ละป้าทม เขียนได้ละเอียดกว่าคุณชายมาก นิยายสมัยเก่าของป้าทม ตั้งแต่เรื่องค่าของคนมาแล้ว จะต้องมี ราวโครเมี่ยม..รถชุบโครเมี่ยม...


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:19:40:42 น.  

 
คุณยายเคยเล่าให้ฟังว่า... ตั้งแต่วิยังไม่เกิด คุณยายเคยไปสบตาคุณยาย กับเจ้าชายโอริสสาวัฒนาเทวัญ แห่งบุระเนินฟ้า พระเอกของเจ้าหญิงพรรณพิลาสมาแล้ว ที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ แขวนอยู่ที่ผนัง ไม่แน่ใจว่าภาพนั้นเขียนโดยอ.จักรพันธ์หรือไม่ และป้าทม เคยห้อยล็อกเก็ตรูปเจ้าชายโอริสสาด้วย... ตอนนี้คงไม่ได้แขวนแล้วค่ะ


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:19:48:01 น.  

 
สมัยก่อน บ้านเราก็ไปวัดปทุมวนาราม เพราะคุ้นเคยกันกับท่านถาวร เจ้าอาวาส ที่มีพระเลขา หน้าหวาน นิ้วมือหยิบจับดอกไม้ดูดี พับดอกบัวสัตตบงกชได้งามนัก ที่พับซ้อนหลายชั้น พวกเราก็มาได้วิชาจากวัดนี้แหละค่ะ ที่เล่านี่ ผ่านมาสัก 15 ปีนะคะ

มีศาลาพระราชศรัทธา มีหลวงพ่อพระใส ตอนนั้น พล.ต.อ.วศิษฐ์ เดชกุญชร เป็นแม่งานสร้างศาลา พวกเรายังได้ไปทำบุญกันเลย สิงห์ดำชราทั้งสองคุ้นเคยกันดีกับท่านวศิษฐ์ค่ะ


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:19:54:27 น.  

 
อ่านมาแล้วจำได้ว่า ..เมื่อสมเด็จพระพันวสาฯ ทรงเจิมหน้าผาก ม.ร.ว.สิริกิติ์เสร็จแล้วนั้น ทรงมีรับสั่งให้ หันไปยิ้มกับประชาชน ที่เฝ้าแหนด้วยความจงรักภักดีอยู่ด้านล่างด้วยค่ะ...


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:20:00:40 น.  

 
น้องวิ....
โครเมียม..ก็แวววาวสินะ....
ผู้หญิงปกติก็มีความละเอียด..เนียน..กว่าชาย
อยู่แล้วเป็นปกติ....

เจ๊ทม...เขียนนิยายเป็นอาชีพ...
แม้ว่าบุคคลิกนางเอกที่สร้างขึ้นมา
จะดูเก็บกด..น่าอึดอัดอยู่บ้าง...ในนามปากกา..ทมยันตี

แต่สำหรับนามปากกา..ลักษณาวดี...
พี่กลับชอบนะ...นามปากกานี้หากินอยู่กับเทือกเขา
หิมาลัยอยู่ไม่รู้แล้ว...อิๆๆ....

ส่วนโรสลาเรน กับ กนกเรขา ไม่ค่อยได้อ่าน

ส่วนคุณชายท่านเขียนบทเข้าพระเข้านาง
ไม่ค่อยเก่ง...ไม่อ่อนหวานน้ำตาลหยดเท่าที่ควร...
ส่วนมากจะอ่านงานสารคดีของ
ท่านมากกว่า...พม่าเสียเมือง...ยิว...อะไรพวกนี้

ส่วนเจ้าชายโอริสสา...พี่ไม่รู้จักค่ะ....
ใครเหรอ...อยู่ในเรื่องอะไร...


โดย: พี่กาย IP: 125.27.90.63 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:20:12:03 น.  

 
-อยู่ในเรื่องในฝันค่ะ

-อ่านถกเขมรซีคะ มีตัวละคร ชื่อ นายโอยสลา คุณชายตั้งชื่อให้ครูอบ ไชยวสุ ภาคชื่อเขมรว่า "อบสเลด".ค่ะ..555

-หลังจากเปลี่ยนท่าพับเพียบ ตอนส่งตัว...คุณเปรมถามแม่พลอยว่า..ไปเที่ยวงานพระบาทหรือยัง....

-โรสลาเรน...นิยายชวนฝัน

-กนกเรขา...ท่องเที่ยว..ตลกค่ะ

ทั้ง 4 นามปากกา เป็นชื่อ นางในวรรณคดีทั้งนั้น...เข้าใจตั้งนะคะ

เน็ทไม่ดีค่ะ พิมพ์มากไม่ได้ค่ะ


โดย: วิค่ะ IP: 203.144.180.65 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:20:22:21 น.  

 
ผ่านมาสัก 15 ปี...วิ..ก็ตัวนิดเดียวสิ...
เพิ่ง ป2-3 เอง..ไปหัดกะเขาด้วยเหรอนี่...

อ้อ...ท่านผู้เฒ่าทั้งสองเป็นสิงห์ดำ...
แล้ว วิล่ะ..เหมือนกันใช่ไหม....
ส่วนพี่..สิงห์โกลด์...อิๆๆ


โดย: พี่กาย IP: 125.27.90.63 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:20:25:53 น.  

 
วันนี้เนตแย่มากใช่ไหมวิ...
ทั้งวันเลย...เฮ้อ


โดย: สดายุ... วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:20:47:15 น.  

 


พี่กายคะ

พูขอเอากลอนมาวางไว้ให้พี่กายช่วยดูให้นะคะ
พูเขียนกลอนน้อยมากค่ะ ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่
พูรบกวนนิดนะคะ พูจะได้เอาไปอัพบล็อกค่ะ

"ดังมาลีกลีบเผยรำเพยกลิ่น
หอมประทินรินลมไปลูบไล้
ให้ความหอมถึงผู้คนอยู่ไกล
เพื่อให้ใครคำนึงคอยซึ้งกัน

หอมแสนหอมมวลมาลีที่ในหล้า
ทุกทุกดอกกรุ่นกลิ่นมาพากล่อมขวัญ
ส่งสัมผัสสู่ใจใครคนนั้น
เพื่อต่อสายสัมพันธ์มั่นกลมเกลียว

มิให้ใจห่างหายกลายเป็นอื่น
ความหอมรื่นชื่นจิตจนแลเหลียว
เอื้ออาทรส่งสู่เพียงผู้เดียว
และผูกเกลียวสองใจมิให้คลาย

ทุกถ้อยคำนำทางวางดวงจิต
เป็นมิ่งมิตรเคียงไว้ให้มั่นหมาย
จิตเราสองอยู่เคียง..ห่างเพียงกาย
พร้อมสืบสายคงมั่นนิรันดร์กาล.."

กราบขอบพระคุณพี่กายไว้ ณ ที่นี้ค่ะ




โดย: พธู วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:21:11:38 น.  

 
น้องพู....
อ้อ...จะเอาไปอัพบล็อคเหรอ...

อ่านความโดยรวมทั้งบทแล้ว..ก็ถือว่าสื่อความได้
ค่อนข้างดี...พี่คงแก้ให้แต่คำ..จะคงความเดิมไว้ให้
เพราะถือว่าพูตั้งใจสื่อออกมาด้วยเนื้อหานี้แล้ว....
.
.
.
> ดังมาลีกลีบเผยรำเพยกลิ่น
...บาทแรกนี่เปิดดี

หอมประทิ่นรินลมไปลูบไล้
...ไม่อยากให้ลงเสียงตรียาว..ท้ายวรรคสองแบบนี้
> ลมร่ำรินเคล้าคลอ..เรียวช่อไหว

ให้ความหอมถึงผู้คนอยู่ไกล
...สระไอ..ทั้งหน้าทั้งหลังไม่ค่อยดี...
> หอบหอมฝ่า-หาวหน..สู่คนไกล

เพื่อให้ใครคำนึงคอยซึ้งกัน
> เหนี่ยวอาลัยคำนึง..จดถึงกัน

หอมแสนหอมมวลมาลีที่ในหล้า
> เกสรหอมกลิ่นอวล..โลกส่วนนี้

ทุกทุกดอกกรุ่นกลิ่นมาพากล่อมขวัญ
> เมื่อไยดีหอมอวล..เย้ายวนฝัน

ส่งสัมผัสสู่ใจใครคนนั้น
...ท้ายวรรคเสียงตรีแบบนี้ไม่งามค่ะ...
> คืออ่อนหวานซ่านย้ำลงสัมพันธ์

เพื่อต่อสายสัมพันธ์มั่นกลมเกลียว
> กล่อมเกลาขวัญปรารมภ์..ร่วมกลมเกลียว

มิให้ใจห่างหายกลายเป็นอื่น
> ป้องหัวใจแฝงเร้นกลายเป็นอื่น

ความหอมรื่นชื่นจิตจนแลเหลียว
> จึงตอบตื่นปรารถนาทุกครา-เหลียว

เอื้ออาทรส่งสู่เพียงผู้เดียว
> ความอาทรมอบสู่แต่ผู้เดียว

และผูกเกลียวสองใจมิให้คลาย
> เมื่อก้าวสู่ทางเที่ยว..ไม่เดียวดาย

ทุกถ้อยคำนำทางวางดวงจิต
> ทุกถ้อยคำล้ำล่วง..ทาบทวงสิทธิ์

เป็นมิ่งมิตรเคียงไว้ให้มั่นหมาย
> ครองดวงจิตบริสุทธิ์..เป็นจุดหมาย

จิตเราสองอยู่เคียง..ห่างเพียงกาย
> แนบชิดอยู่ด้วยใคร..ทั้งใจกาย

พร้อมสืบสายคงมั่นนิรันดร์กาล.."
> เมื่อเส้นสายใยนั้น..รัด-พันธนา


โดย: สดายุ... วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:22:33:45 น.  

 
๏ คะนึงพักตร์ประไพพิมพ์
ถนอมยิ้มผิว์แย้มยล
สลักศัพท์สดับสนธิ์
สนิทแนบมนานันท์

๏ บ่พบพานผสานนัยน์
บ่ต้องไอกระอวลคัน -
ธเพียงเพียรพิไรพรรณน์
ลุสิ้นคำจะรำพึง

๏ กมลกลกะศรศัก
ดิแหลมลักฉลักรึง (ศักดิ์ ในที่นี้ ใช้ในความหมาย หอก, หลาว ครับ)
ก็รูปเจ้าเฉลาตรึง -
อุรา, ยุด ฤ ฉุดไหว

๏ ประหนึ่งนาฏนิราศลา
พิมานฟ้านภาลัย
ประทับทรวง ณ ห้วงใจ
และโหมให้หทัยหรรษ์

๏ ระลึกไว้บ่เว้นวาร
ประจำจารบ่เว้นวัน
นิศาเนาจะเฝ้าฝัน
และกล่อม “ขวัญ” นิรันดร

ภุชงคประยาต ผมไม่ได้แต่งบ่อยนัก
จึงต้องทำแบบฝึกหัดมาส่งคุณครูสดายุครับ...อิอิ

หลบก่อนละครับ... รอชำแหละ...


โดย: ศารทูล IP: 125.25.224.161 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:23:26:23 น.  

 
ศารทูล....
เอามาพอดี...ผมกำลังจะเปลี่ยนฉันท์
เป็นภุชงปยาตพอดี....เพิ่งเขียนไปรอบเดียวเอง
ตั้งแต่ตอนนี้ไป จะเขียนฉันท์ละ 50-60 บทขึ้นไป
ไม่งั้นจะวนหลายรอบเกินไปกว่าจะจบเรื่อง

อ่านผ่านไปรอบหนึ่งแล้ว
อยากตั้งข้อสังเกตุแบบไม่ซีเรียสว่า
ฉันท์ตัวนี้...ลากลหุมาจากตัวหน้านี่
น่าจะรื่นหู...แปลว่าลหุโดด..พยายามลดเถอะ
ผมเองก็ยังทำไม่ได้ทั้งหมด...แต่พยายามลด
กันดีกว่า....

๏ คะนึงพักตระเพียงผู้-
นิราศสู่นครไกล
กวีบทะพจน์ไพ-
เราะด้วยใจประจงเขียน

๐ ถนอมนันทะเพื่อนาฏ
ประกอบภาษะเพ่งเพียร
เพราะห่างขวัญะเนื้อเนียน
ดนูเจียนจะขาดใจ



โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 3 เมษายน 2552 เวลา:10:26:36 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ...

สุดสัปดาห์นี้ได้หยุดถึง ๓ วัน แฮปปี้ไปเลย...
แต่ปอ ป้า มีโปรแกรมเดินสายวันอาทิตย์เต็มเหยียด
เริ่มตั้งแต่ตี ๕ ยัน ๓-๔ ทุ่มเลย...

วันอาทิตย์ จะไปทำพิธีสวดบูชานพเคราะห์ ให้น้องกัลยาณมิตร
เสร็จแล้วไปสอนน้อง ๆ สวดมนต์ " มหาสันติงหลวง "

การบุญใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์นี้
ปอ ป้า จะอธิษฐานจิตให้คุณสดายุ
และ เพื่อนบล๊อกทุกคนด้วย...ค่ะ
วันอาทิตย์ ส่งจิตถึงปอ ป้า รับพรด้วยกัน..นะคะ

พูดถึงเรื่องการปฏิบัติธรรม
ถ้าคุณสดายุ บอกว่าถนัดทางปฏิเวธมากกว่า
พร้อมทั้งเหมาะกับ วิปัสสนา ด้วยแล้ว
อันนี้คงจะจริตเดียวกันแล้วล่ะ..ค่ะ

เรื่องการปฏิบัตินั้น โดยส่วนตัวของปอป้า เอง
จะเป็นไปเพื่อการปลีกวิเวกลำพังคนเดียวเสียมากกว่า

วันนี้ปอ ป้า..
ขออนุญาตนำบทกลอนของท่านพุทธทาสผู้เป็นครูของเรา
มาฝากคุณสดายุ..นะคะ
แบบว่า แต่งเอง ไม่เป็น...อิ อิ

ลอยธรรมะมาลัย ลงสู่โลกอันเบียฬบีห์
แผ่ธรรมะรังษี ตามพระพุทธทรงประสงค์ฯ
มั่นหมายจะเสริมศาสน์ สถาปน์โลกให้อยู่ยง
บ่ลอยภัยพินาศ, คง เป็นโลกศุขสถาพร ฯ
หากแล้งพระธรรมญาณ อันธพาลกลีบร
จะครองโลกเป็นอากร ให้เลวลู่สู่เดรัจฉาน ฯ
จะทุกข์ทนทั้งคืนวัน พิฆาตกันบ่มีประมาณ
ด้วยเหตุอหังการ เข้าครองโลกวิโยคธรรม ฯ

บรรษัทพระพุทธองค์ จึ่งประสงค์ประกอบกรรม
ตามแนวพระธรรมนำ ให้โลกผองผ่องพ้นภัย ฯ
เผยแผ่พระธรรมทาน ให้ไพศาลพิชิตชัย
แปดหมื่นสี่พันนัย อุทิศทั่วทั้งปฐพี ฯ

บทกลอนนี้ เป็นเหมือนสิ่งเตือนใจปอ ป้า
ให้รู้หน้าที่ ที่จะต้องทำ แทนคุณของพระพุทธองค์
เคยทำมาแล้ว ตอนนี้ก็กำลังกระทำอยู่
อนาคตข้างหน้า ก็จะกระทำเช่นนี้ตลอดไป
จนกว่าจะสิ้นลมหายใจ....

ธรรมะ " สวัสดี "...ค่ะ


โดย: พรหมญาณี วันที่: 3 เมษายน 2552 เวลา:10:35:32 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ..
วันนี้แวะมาอ่านมหาภารตะตอนใหม่..
ตอนเเป็นเด็กเล็กๆแม่เอื้องจะกลัวแขกมาก..โตขึ้นมีเพื่อนเป็นแขกหลายคน..และชอบวรรณกรรมแขก..และดนตรีแขก..กลายเป็นงั้นไป

เดือนที่แล้วได้ไปซื้อหนังสือพระนางเรือล้มมาอ่าน ชีวิตมนุษย์นี้นะเหมือนเได้วางรูปแบบซ้ำรอยตลอดเลย....(และได้ทำบุญให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์นั้นด้วย..รวมทั้งการบริจาคโลหิตให้ด้วย)

คุณสดายุเคยอ่านเกี่ยวกับชนเผ่าโบราณสุเมเรียนไหมค่ะพวกเขานับถือดวงดาว และเก่งทางด้านดาราศาสตร์มากพวกเขา..พวกเขาได้พูดถึง "ยานมู" ที่มารับคนที่ถูกเลือกกลับบ้าน...จะคล้ายๆกับตอนสุดท้ายของมหาภารตที่พีน้องปาณฑพและนางเทราปตีเดินทางแสวงบุญ ณภูเขาสุเมรุ..สุดท้ายก็เหลือแต่องค์ยุธิษเฐียรเท่านั้นที่เดินสู่สวรรค์ชั้นดาวดีงส์ได้.....และการเสียชีวิตของพระนางเจ้าสุนันทาฯและราชธิดาที่สมเด็จพ่อร.5ได้สร้างอนุเสารีย์ทรงพีระมิดให้แม่ลูกได้อยู่ด้วยกัน(ที่น้ำตกพลิ้ว)....ทำให้แม่เอื้องเข้าใจถึงการได้กลับบ้านที่ไหนสักแห่งคล้ายๆกันหมดเลย

รวมทั้งเรื่องสงครามในทุ่งกุรุเกษตร..และเหตุการณ์การเลือกอยู่เหลือง-แดงในปัจจุปันอีก...

แม้แต่เหตุการณ์ที่นางสตี(ชาติก่อนที่จะกำเนิดเป็นพระแม่อุมาวตี)ทนต่อการที่บิดาตัวเอง(พระทักษะพรหมฤษีประชาบดี)ประนามองค์พระศิวะพระสามีต่อหน้าทวยเทพในวันเกิด..ทำให้นางอับอายทึ่งผมกระโดดเข้ากองไฟ...จะคล้ายกับความรุ้สึกนางเทราปตีถูกดึงผ้าสาหรี่
และจะคล้ายความรุ้สึกของเราที่โดนดูถูกในที่ประชุมหรือถูกเขาเอาเรื่องราวมาประจาน.....

ทำให้เราเข้าใจชีวิต..ทุกเรื่องราวบนโลกนี้ไม่ว่ากาลเวลาไหน...ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป้นไปตามลิขิตแห่งกรรม
และขอเข้าเรื่อง "ปฏิจจสมุปบาท"...แม่เอื้องคิดว่าเราจะพูดถึงเรื่องนี้ต้องเข้าใจ "เรื่องกฎธรรมชาติ " องค์พระสัมพุทธได้กล่าวถึงขอบเขตของกฎธรรมชาติถึงไหน....จากคำสอนเรื่องอจินไตย..ขอห้ามที่ไม่ควรคิดคือความคิดเรื่องเรื่องวิบากกรรม พุทธวิสัยของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย และเรื่องฌานวิสัยของผู้ได้ฌาน....ขอบเขตของกฏธรรมชาติในความนัยของพระพุทธองค์ครอบคลุมไปไกลมากทั้งสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น การอธิบายเรื่อง"ปฏิจจสมุปบาท"นั้นควรอธิบายในภาวะความเป็นปัจจุบันให้มากที่สุดตามที่พระพุทธทาสท่านนำมาอธิบายและสอนให้เข้าใจ...เพราะผู้คนมี "ปัญญาที่แตกต่างกัน "...

แม่เอื้องก็ยังไม่เก่ง..ฝึกเรียนรุ้สังเกต และพิจารณา..บนเหตุผลและในสิ่งที่ได้รู้สึกและมองเห็นด้วยตัวเอง

วันนี้ไปอ่านเรื่อง ทักษิณที่บล็อกโน้น voteให้ด้วยค่ะ
พวกทักษิณเขาเคยเป็นพี่เลี้ยงแม่เอื้องตอนเด็กเล็กๆพวกเขาคือพี่ที่น่ารักและโอบอ้อมอารีมาก...วงจร"ปฏิจจสมุปบาท" ได้อธิบายความเปลี่ยนแปลงตัวทักษิณได้เป็นอย่างดี...เหมือนบูเช็คเทียน เหมือนซูสีไทเฮาเลย...

และแม่เอื้องเชื่อความดีงามในความเป็นชาวพุทธ มีสยามเทวาธิราชคุ้มครอง มีพระเจ้าอยู่หัวที่สุดยอดและประเสริฐ...เพียงแต่พวกเราต้องอดทนสักระยะหนึ่ง ทักษิณต้องหมดสภาพเหมือนพวกทุรโยชน์ประเทศไทยต้องพบแสงสีทองผ่องอำไพได้ค่ะ..........

เห็นรูปนกสดายุทำให้คิดถึงเพลงกล่อมเด็ก..ร้องจนติดปาก "บุหรงกาก่า ดูอา กิส กิ ยา ดูอา ก่ากา...
และคุณสดายุเป็นคนที่มีความรู้มากมายเหมือนห้องสมุดเคลื่อนที่เลย...และชอบเพลงที่เปิดประกอบบล็อกโน้นด้วยค่ะ

ขอให้มีความสุข สุขภาพดีนะคะ


โดย: แม่เอื้อง IP: 118.172.90.138 วันที่: 3 เมษายน 2552 เวลา:12:14:40 น.  

 
ขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับภุชงค์ฯ นะครับ
คราวนี้ผมเปลี่ยนเป็นกลอนบ้างดีกว่า...กลอน ๖ ครับ

สงกรานต์-สรงกาฬ

๏ เสื้อแดงสำแดงเดชเดือด
สีเลือดส่อเลือดหลั่งไหล
ศึกหนักศึกนี้แนมนัย
เพื่อใคร? พวกใคร...คุ้นคุ้น?

๏ อกหมางอ้างหมิ่นอำมาตย์
"อวดนำอำนาจอาดหนุน!"
เพียงเอ่ยพลันอ้าวผ่าวอุณห์
ขยับเข้าขย่ม "ขุน" คลอนคลอน

๏ เสียงเฮเสียงโห่โหมฮึก
เหลี่ยมลึกล้วนเล่ห์หลอกหลอน
รุกร่ายคารมคมร้อน
ซับซ้อนซ่อนเสี้ยนแสบสันต์

๏ ประแกกกร้าวประกาศก้องเกริกกรุง
"รวมหมู่เรามุ่งมาดมั่น!"
"เรามากเรามาไล่มัน!"
ทุกวันทุกวารเวียนเวร

๏ สงกรานต์สรงกาฬเกรอะกอง
เอ้า! ลองเอาเลือดอาบเล่น
สงกรานต์เสร็จกรุงถึงเกณฑ์
ขึ้นเมรุมอดไหม้ม้วยมรณ์

สุขสันต์วันสงกรานต์...ล่วงหน้าครับ


โดย: ศารทูล IP: 125.25.41.90 วันที่: 3 เมษายน 2552 เวลา:14:46:24 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่กาย

พูขอบคุณมากนะคะสำหรับการไปเยี่ยมและแก้ไขคำในบทกลอนให้
พี่กายใจดีมาก สมแล้วนะคะที่น้องๆ หลายคนมาวนเวียนหา
และขอความช่วยเหลือ อีกทั้งยังได้ความรู้มากมายจากที่นี่
พร้อมกับได้รับสิ่งที่เป็นความสุขใจและจรรโลงใจ


วันนี้พูอัพบล็อกเป็นเรื่องข้อสอบกฎหมายพร้อมธงคำตอบก่อน
แล้วพรุ่งนี้ พูจะเอาบทกลอนที่พี่กายกรุณาแก้ไขคำให้
ไปอัพบล็อกนะคะ อ่านคำที่แก้ไข ปรับเปลี่ยนให้แล้ว
เพราะมาก..เพราะขึ้นอีกอักโขเลย กราบขอบคุณอีกครั้งค่ะ


วันนี้ไม่ได้อ่าน Comment คุณวิเลย แต่ก็ได้อ่านของปอ ป้า
และของแม่เอื้องแทน...ก็ยังคงได้รับสิ่งที่ดีดีเหมือนกันนะคะ




โดย: พธู วันที่: 3 เมษายน 2552 เวลา:14:48:47 น.  

 
สวัสดีครับพี่ปอป้า….
หยุดยาวสามวัน...มนุษย์เงินเดือนได้เฮ...
เทศกาลหยุดใกล้เข้ามา...นายจ้างไม่ค่อยได้งานครับ
เดือนเมษานี้....อิๆๆ

วันอาทิตย์ผมจะไปแถวมวกเหล็กครับ...
หาของกินอร่อยลิ้มชิมรสซะหน่อย....
พอดีว่ามีคนใจดีเขาอยากใช้เงิน...ก็เลยไม่อยากขัด
อย่างไรเสียต้องขอบคุณคุณพี่นะครับ
เรื่องพรที่จะมีให้ต่อกัน...จะเตรียมใจไว้รับครับ

ครับ...พูดเรื่องธรรมมากๆคนจะเข้าใจว่าผมเป็นชาววัด
ด้วยอีกคน...ดีครับที่คุณพี่สนใจงานท่านพุทธทาส
ที่มักตีความข้อธรรมเป็นเหตุเป็นผลและต้องจริตผมยิ่งนัก

หลายเรื่องในความเชื่อของคนปัจจุบัน..ที่ผมมองว่าเป็น
มิจฉาทิฐิ...หรือเป็นเรื่องเกินจำเป็นและรู้ด้วยตัวเองไม่ได้
แต่แปลกที่คนกลับเชื่อถือหมกมุ่นเป็นจริงเป็นจังเพียงเพราะการ
บอกเล่าจากคนอื่น....

เช่นเรื่องอดีตชาติของใครๆรวมทั้งของเจ้าตัวนั้นเอง....
บุญกรรม ทำแต่งไว้แต่ปางไหนนั้นเป็นเรื่อง...อจินไตย
รู้ไม่ได้ด้วยตนเอง....และไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรู้
(ใบไม้นอกกำมือ...นั่นเอง)…แต่ชอบ..อยากรู้กันเหลือเกิน
นะครับ....เท่าที่สังเกตุเห็น

เรื่องเช่นนี้..คนเป็นพระ..ต้องไม่สอนไม่ตอบคำถาม
ใดๆทั้งสิ้นครับ...เพราะคนที่ถามไม่อาจรู้ได้เลย....
พระเองก็ใช่จะมีอภิญญาหยั่งรู้ได้ซะที่ไหน....
พูดในสิ่งที่ไม่เคยรู้ด้วยตนเอง เอาแต่ความเชื่อมาพูดต่อ
ผมว่าคือ มุสาวาท ดีๆนี่เอง

มันขัดกับหลักกาลามสูตรโดยตรง....
ถามว่า กาลามสูตร นั้นใครตรัสไว้...มิใช่พระพุทธองค์ดอกหรือ
แล้วทำไมคนที่บอกว่านับถือศรัทธาพระพุทธองค์
จึงไม่เชื่อหลักที่พระองค์ตรัสไว้ให้ยึดถือปฏิบัติ....
แปลกดีไหมครับคนในสังคมนี้....
อิๆๆ







แม่เอื้อง......
สวัสดีครับ....มาได้จังหวะเลยครับ
ขอพูดต่อจากข้อความด้าบบนเลยอีกสักหน่อย
ขอบ่นให้ฟัง..อิๆๆ

“ความเชื่อ”...นี้เป็นความง่ายและไม่ต้องใช้ปัญญาขบคิด
ใคร่ครวญเชิงเหตุผลใดๆ....ต่อเรื่องราวใดๆทั้งนั้น

อันนี้เป็นความคิดของผมนะครับ
สังคมไทยนั้น...เป็นสังคมที่อยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่แรก
ก่อนประวัติศาสตร์จะจารึกเรื่องราวได้....ชนพื้นเมือง
ร่อนเร่ถึงกันทั้งภูมิภาค...พม่า มอญ ไทย ลาว เขมร
กะเหรี่ยง....และนับถือผี....

เมื่อพุทธ เผยแผ่เข้ามา..ก็ผสมปนเปไปกับความเชื่อถือ
ผีตามคติดั้งเดิม...ผลคือ เราไหว้ทุกอย่างที่เป็นรูปเคารพ
จนกระทั่งชั้นต่ำสุดทางปัญญานี่ถึงกับไปกราบไหว้
รังของสัตว์ชั้นต่ำคือจอมปลวก....ต้นไม้พวกกล้วยตานี....
อันห่างไกลมากกับ...มรรคมีองค์แปด...ที่ควรตระหนัก
และใส่ใจ....

ผมไม่ได้พูดเกินเลยครับ...ปัจจุบันยังมีปรากฎออกสื่อให้
ได้รับรู้อยู่เป็นระยะ....
เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าด้วยเหตุอันใดหนอ เขาถึงมีทิฐิแบบนั้น....

การศึกษาภาคบังคับที่ไม่พอเพียง สร้างวิจารณญาณในตนขึ้นมาได้?

การที่มีจริตในตนที่โน้มเอียงไปในทางที่จะเชื่อเรื่องแบบนั้น?

ศิษย์พระตถาคตอ่อนแอ..ล้มเหลว ที่จะยืนหยัดปฏิเสธแนวคิดที่
เป็นเปลือกกะพี้ในศาสนา- - ผมหมายถึงพิธีกรรมต่างๆ และ
ศรัทธางมงายทั้งหลาย....โดยตรง?

แม่เอื้องรู้ไหมครับว่า....บุญนิยม นี่มาจากแนวคิดที่ต้อง
การกระพือเรื่อง อดีตชาติ วิบากกรรม ให้ฟุ้งขึ้นเพื่อ
เหล่าสงฆ์จะเสพรับวัตถุธรรม จากศรัทธามืดมัวอย่างอิ่มเอม
และไม่เคยปฏิเสธการปรนเปรอนั้นๆ....

กุฏิพระติดแอร์ได้ไงครับ....
พระชั้นสมเด็จ หรือเจ้าสำนักทำไมต้องนั่งรถเบนซ์หรูหรา....
คนในสังคมยกมือไหว้อะไรกันครับ....

ถามได้ทุกเรื่องครับ.....
แม่เอื้องก็อย่าเครียดตามนะครับ.....
ผมแค่สงสัย...แต่ไม่ถึงกับเอาเป็นเอาตายกับบรรดา...นั้นหรอกครับ
อิๆๆ....


โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 3 เมษายน 2552 เวลา:15:46:37 น.  

 
ศารทูล....
อืม...ท่าทางโตขึ้นจะวิพากย์วิจารณ์สังคมได้เลย
เอางานเก่ามาเวียนกันวางหน่อย...

มีคนติงว่า...ใช้ภาษาแบบนี้
กลัวเสื้อแดงอ่านไม่เข้าใจ...ฮาๆๆ


แดง...ดักดาน

๐ ไม่มีหรอกฟ้าดินในจินตภาพ
เพียงรับทราบมธุรสแห่งพจน์เขา
ไม่มีหรอกอุดมการณ์ในม่านเงา
แต่โง่เขลาเมามัวเห็นทั่วไป..

๐ แว่วนั่น..คล้ายกึกก้อง..เสียงกลองร่ำ
พร้อมก้าวย่ำพสุธาที่อาศัย
เพื่อเป้าหมายสูงส่ง..เป็นธงไชย
ยึดเหนี่ยวใจหล่อหลอมให้พร้อมเพรียง

๐ สืบก้าวสู่จุดหมายที่ปลายทาง
แต่ละย่างล้วนแล้ว..คอยแว่วเสียง
จังหวะก้าวย่ำอยู่..ก็รู้เพียง-
แต่สำเนียงปลุกขวัญ..ที่พันธนา

๐ เส้นทางทอดคดเคี้ยวแสนเลี้ยวลด
คล้ายคลี่ขดม้วนกางอยู่ข้างหน้า
สำคัญหนอพจน์ปรุง..ดั่งรุ้งพา-
เจ็ดสีทอดพาดฟ้า..ราวท้าทาย

๐ พร้อมเสียงนำพันธะดังระทึก
เรียกสำนึก..ปองปรุงความมุ่งหมาย
จะกี่ย่างยกรู้..ล้วนสู่ปลาย
เฝ้าวกว่ายเวียนอยู่...ไม่รู้วัน

๐ จึงแผ่นพื้นพสุธาที่อาศัย
รองรับก้าวย่ำไป..ตามใฝ่ฝัน
อึกทึกความ..มี..เป็นไม่เว้นวัน
ตราลงขวัญตรึงอยู่ไม่รู้ล้าง

๐ จึงดวงใจ...สำนึก..พลอยฮึกเหิม
ด้วยพากย์เติมแต่งอยู่ไม่รู้สร่าง
ใบไม้ที่หล่นเห็นในเส้นทาง
เช่นภาพพจน์ว่อนวางเส้นทางจร

๐ เหยียบย่ำ..เสียงเกรียมกรอบอยู่รอบข้าง
หยิบจับอ้างหมายมุ่ง..เอาปรุงป้อน
อันใบไม้ร่วงวางในต่างตอน
เคยหรือย้อนนำใจ..คอยใคร่ครวญ

๐ ผ่านมืดหม่นจึงเห็นเชือกเส้นยาว
ค่อยจูงสาวก้าวนำ..เหล่ากำสรวล
แทนเสียงนกร้องคลอ...คือข้อตรวน-
ร้อยล่ามอย่างคู่ควร-หมู่มวลนั้น


โดย: สดายุ IP: 124.120.105.193 วันที่: 3 เมษายน 2552 เวลา:20:41:02 น.  

 
น้องพู....
มิเป็นไรค่ะ...พี่ยินดี...
ไม่ต้องเกรงใจ...ถ้ามีเวลาพี่ดูให้ได้ค่ะ...

น้องวิ...ไม่อยู่ค่ะ...
ไปทำธุระไกล...ประมาณอาทิตย์หนึ่งค่ะ
พี่ไม่แน่ใจว่าจะมีเวลาเข้าบล็อคมารึเปล่านะคะ...

ที่จริงลองสังเกตุดีๆว่าการเขียนกลอนนั้น
มันอยู่ที่การเลือกใช้คำ...
ในบริบทเนื้อหาเดียวกันแล้ว...การเลือกคำที่
เหมาะสม หรือ กระทั่งการลำดับเหตุการณ์
ด้วยถ้อยคำที่ต่างกันเพื่อให้ยังคงความหมายเดิม
เราสามารถทำได้...

เช่น...
เมื่อคำนึงใครอยู่ไม่รู้สิ้น.....
และ...
ฤๅจะสิ้นคำนึงใครหนึ่งนั้น....

ความหมายเดียวกัน
แต่จะเป็น active หรือ passive เท่านั้นเอง
บางครั้งเราต้องเปลี่ยนไปมาแบบนี้แหละ...


โดย: พี่กาย IP: 124.120.96.160 วันที่: 4 เมษายน 2552 เวลา:5:39:00 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ...

แม่เอื้องขอRe.นิดหนึ่งค่ะ "ศิษย์พระตถาคตอ่อนแอ..ล้มเหลว "
หากวันนี้พระพุทธเจ้ายืนอยู่ตรงนี้พระองค์ท่านคงตรัสว่า
" เสื่อมหนอ "
ตามกฎไตรลักษณ์..ทุกสิ่งล้วนไม่คงอยู่ ล้วนเปลี่ยนแปลง และไม่แน่นอน..

เห็นพระจันทร์ไหมค่ะ..มีข้างขึ้นและข้างแรม
ปัญญาหรืออวิชชา.ของคนหรือของกลุ่มคนก็ไม่ต่างจาก
พระจันทร์ข้างขึ้น..และพระจันทร์ข้างแรมคะ...

พระสงฆ์ดีๆ..และฆารวาสดีต้องช่วยกัน..

ทุกสิ่ง..ทุกอย่างเหมือนออกแบบด้วยกรรม..สักพักทุกอย่างคงดีขึ้นค่ะ

สองวันนี้ช่วยเพื่อนๆและน้องๆทอดผ้าป่านำเงินไปช่วยเด็กติดเชื้อเอดส์บ้านโฮมฮัท...อุทิศบุญกุศลให้กับทุกคนด้วยค่ะ


โดย: แม่เอื้อง IP: 118.172.94.219 วันที่: 5 เมษายน 2552 เวลา:0:27:50 น.  

 
สวัสดีครับแม่เอื้อง
อนุโมทนากับสิ่งที่ทำด้วยครับ...
ใช่...เงินที่ได้หากช่วยสังคมแบบนี้จะดีมากเลย...

สร้างกันทำไมนักหนาโบสถ์วิหาร....

ครับ...คงเป็นไปตามกฎไตรลักษณ์นะครับ
แม้แต่พรหมจรรย์พุทธก็ไม่พ้นไปได้...

จึงเห็นพระสงฆ์องคเจ้าไปเดินจงกรม
แสวงหาวิมุติภาวะแถวๆ สะพานเหล็ก คลองถม
กันบ่อยเหลือเกิน

ชอบกันเหลือเกินกับแหล่งอโคจรแบบนั้น...
พันทิป ก็เหมือนกัน

บ่นมากไปรึเปล่าครับผมนี่...อิๆๆ
สวัสดีครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 7 เมษายน 2552 เวลา:13:31:22 น.  

 
สวัสดี วันแดงเดือดค่ะ...คุณสดายุ

เมื่อ 2-3 อาทิตย์ก่อน แดงเดือดที่เมืองผู้ดี..
เค้ามี สกอร์ 4:1...

แต่วันนี้ แดงเดือด ที่บ้านเรา
ไม่รู้สกอร์ จะหัวหรือก้อย..อิ อิ

วันนี้ได้ไปออกกำลังกายกะคุณลูกชาย
ค่อยรู้สึก สดชื่น แจ่มใส...กะเค้าหน่อย

คุณสดายุ..หม่ำข้าวหรือยังคะ ??
ปอ ป้า กำลังหม่ำกระยาสาตร เจ้าอร่อย " ริน " แปดริ้ว
คุณสามี ซื้อมากฝาก..กะเด๋ว หม่ำเผื่อคุณสดายุ..ละกัน
....อิ อิ .... อาหย่อย....

แจ้งข่าวว่า..อินตะระเดีย ที่ถามหา..อัพแล้ว..ค่ะ
ฟังเพลงที่บ้านให้อิ่มหู ก่อนไปบ้านปอ ป้า..นะคะ

เพราะวันนี้ นู๋ดาว..คนส่งเพลงประจำบล๊อกปอ ป้า
เป็นเปื่อย..ยังไม่หาย เลยไม่มีเพลงเพราะ ๆ ให้ฟัง

เอาไว้คุณครูดาวจ๋า กลับมา
ปอ ป้าคงได้ฤกษ์ร่ำเรียนวิชาใส่เพลงลงบล๊อก..กะเค้ามั่ง
....ขออภัยในความไม่สะดวก....นะคะ



โชคดี มีความสุขในทุกวันดี ๆ ..นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 8 เมษายน 2552 เวลา:20:01:22 น.  

 
สวัสดีครับพี่ปอป้า....

จะแดงจะเหลือง...ผมก็ไม่โปรดสักฝ่าย
ผมคิดว่าเป็นเรื่องโวหารภาพพจน์ล้วนๆ

คนเรา..หากเป็นภาษาคอมพิวเตอร์เขาว่า
ตั้ง default ไว้เลย..ว่าห่วงภาพพจน์
โดยไม่ต้องสอน...ตัวนี้แหละคือ.."อัตตาตัวโต"

ภาพที่ต้องการให้คนมองเห็นมักสวยงามเกินจริง...
แปลว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริงทีเดียวนัก
และนั่นคือเจตนาเท็จ...จิตใจที่ตั้งอยู่บน
ภาพพจน์นิยม...ไปไม่ไกล...เมื่อมองผ่านแว่นตา
ของสัจจธรรม...และแทบไม่มีใครลอดผ่านไปได้
ยิ่งพระระดับสมเด็จ...ยิ่งเป็นกันหนัก...

การต่อสู้...เพียงเพื่อแย่งกันเข้าไปบริหารเงินภาษี
ของชนชั้นกลาง..สูง..ที่จ่ายเข้ากองกลางทุกปีปีละครั้งนั้น.....กลับไปใช้ภาษาเชิงอุดมคติ อุดมการณ์
ทางการปกครองจนสลับซับซ้อน...

มันเรื่องของผลประโยชน์ที่จะคอยใช้โมหะจริต
แอบ..เม้ม..งำ...เพื่อตัวเอง

ผมชอบที่มองโลกตามความเป็นจริง...
ไม่มองแง่ดีจนเกินไป...
ไม่มองแง่ร้ายจนเกินไป...
แต่มองว่า...คนที่ยังกอปรด้วยอัตตา...นั้นไม่เคยพอ
กับเงินทอง...หรือไม่ก็ชื่อเสียง...การยอมรับจาก
บุคคลที่สอง ที่สาม

และไม่ว่าจะพูดให้สวยงามยังไง...
เขาจะยังคงมีข้อตำหนิเสมอ...

ในทางการเมืองเราจึงไม่ควรมองอะไรเชิง
จินตนาการจนเกินไป...มันไม่มีใครดีจริงครับ
เลวมาก หรือ เลวน้อย เท่านั้น

พี่ปอป้า...แค่รู้เท่าทันมัน...แล้วอย่าไปเครียด
ระบบหากเป็นธรรม..มันจะอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง
แต่หากไม่ใช่...มันก็จะเปลี่ยนไปตามหลัก
อนิจจังอยู่ดี

เราศิษย์ตถาคต...ควรต้องเข้าใจประเด็นนี้นะครับ
มันเป็นเรื่องของเหตุและผล..ที่ตรงไปตรงมา
เสมอไป

ผมพูดยาวไปหน่อย...
กับวัน..แดงดักดาน..ที่ทำเป็นเดือด
อิๆๆ


โดย: สดายุ... วันที่: 8 เมษายน 2552 เวลา:20:58:26 น.  

 
เอ้า....

ท่านผู้มีเกียรติและเด็กๆที่เข้ามาอ่านทุกๆคน....
พฤติกรรมเยี่ยงนี้ไม่ควรกระทำนะคะ...

คลิกที่ Link ...."หัวขโมย" ขวามือล่างสุด
หรือ
.
.
.
//www.o2blog.com/myblog/blog.php?month=&year=&user=noonei789&page=&syear=&smonth=&sdate=&style=1&id=688


โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:8:37:05 น.  

 
นี่ก็ด้วย....

//www.o2blog.com/myblog/blog.php?month=&year=&user=noonei789&page=&syear=&smonth=&sdate=&style=1&id=686


โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:8:42:00 น.  

 
นี่ก็ด้วย....โอพระเจ้าจอร์จ...


//www.o2blog.com/myblog/blog.php?month=&year=&user=noonei789&page=&syear=&smonth=&sdate=&style=1&id=685


โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:8:44:00 น.  

 
เป็นชาววัดอีกด้วย....อืม


//www.o2blog.com/myblog/blog.php?month=&year=&user=noonei789&page=&syear=&smonth=&sdate=&style=1&id=689


โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:8:46:48 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่กาย

พี่ว่าโคลงยากกว่าฉันท์
แต่พูว่า ฉันท์ยากกว่าโคลงค่ะ
บางทีจะนึกคำ ครุ ลหุ ไม่ออก
ต้องคอยเปิดดูว่าคำไหนครุ ลหุ
เอาไว้จะลองสักครั้ง
คงไม่เกินความสามารถ
แต่..คงไม่เพราะเลย อิๆๆ

ตามเข้าไปบ้าน..หัวขโมย ตามลิงค์
คงชื่นชมบทประพันธ์ของพี่กายมากนะคะ
พูว่า..ใครที่เคยอ่านงานพี่กาย
เข้าไปพบเจอ ก็ทราบเองล่ะค่ะ






โดย: พธู IP: 125.27.141.134 วันที่: 15 เมษายน 2552 เวลา:7:05:15 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องพู....
ที่นึกคำไม่ออก...เพราะว่าเราไม่ค่อยได้นึก...อิๆๆ
ครุ หรือ ลหุ มันก็คำไทยที่พบเจอบ่อยๆบ้าง
ไม่ค่อยเจอบ้าง....แต่ถ้าไม่เขียนเลย
เราก็จะไม่มีเหตุให้ต้องหา ก็เลยนึกไม่ออก

เรื่องขโมยงาน....
พี่ทำให้ตามไปอ่านกันว่า...
บางครั้งคนเรา...พูดถึงธรรมน่ะ...อาจเป็นเพียง
โวหารสร้างภาพ...แต่จิตใจที่คิดจะเอาของคนอื่น
ไปแล้วทำเหมือนว่าเป็นของตัวเองนั้น...
มันเป็นพฤติกรรมด้านกลับค้านกับสิ่งที่เขียน

เราจึงตัดสินจากสิ่งที่เขา"ทำเหมือนว่า" มีอยู่
เป็นอยู่ไม่ได้....
เหมือนคนที่เอาอะไรมาให้เรามากๆ...วันหนึ่ง
มาขอให้เราทำอะไรให้บ้างคืนกลับ...แล้วเราทำให้
น้อยกว่าที่เขาคาดหวัง...เขาก็จะเคืองเพราะผิดหวัง
เขาหวังอะไร ?
เพราะเขาหวังว่า
เขา"ให้" แล้วต้อง"ให้คืน" เขาตอบ...
เป็นอัตตาที่ซ้อนลึกลงไปอีกชั้น...
จึงต้องระวัง...ไม่จำเป็นก็อย่าไปรับของของใครเลย

งานพี่ทั้งหมดไม่หวง...
จะเอาไปใช้ได้....แต่...
ต้องมาบอกไว้ ที่นี่ ให้คนรู้กันทั่วไป
และบอกว่าใครเป็นคนเขียน....

เท่านั้นเอง....
พูว่า...ยากไหมกับเงื่อนไขนี้..
อิๆๆ....

มีความสุขกับครอบครัว...นะคะ


โดย: พี่กาย IP: 124.120.92.236 วันที่: 15 เมษายน 2552 เวลา:11:07:04 น.  

 
ไม่ได้แวะมาอ่านนานแล้ว
บล็อคแห่งความดีงามและความสุข

ขอบคุณค่ะ


โดย: praongai IP: 58.137.129.220 วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:8:07:54 น.  

 
สวัสดีครับคุณ เพรางาย
ผมควรจะเรียกว่า...คุณอรุณรุ่ง
สบายดีนะครับ...หายเงียบไปนับนาน
ไร้ข่าวคราว....สบายดีนะครับ



โดย: สดายุ... วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:10:18:23 น.  

 
สวัสดีครับคุณ เพรางาย
ผมควรจะเรียกว่า...คุณอรุณรุ่ง
สบายดีนะครับ...หายเงียบไปนับนาน
ไร้ข่าวคราว....





โดย: สดายุ... วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:10:20:09 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ...

ปอ ป้า ไปค้นรูปมาได้แล้วค่ะ ถ่ายไว้ตั้งแต่ปี 2004 โน่น...

เลยรีบส่งมาให้ดู และอยากทราบความคิดเห็นของคุณสดายุด้วย..ค่ะ

ที่ใต้ภาพเขาเขียนไว้ว่า...

" พระพุทธสาทิสลักษณ์ เมื่อครั้งพระพุทธองค์เจริญพระชนมายุได้ ๔๑ ชันษา จากฝีมือของอัครสาวกของพระพุทธองค์ องค์หนึ่ง ซึ่งบัดนี้ได้เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติประเทศอังกฤษ ถือเป็นสมบัติที่สำคัญของชาวพุทธทั่วโลก "

Photobucket

น่าเสียดายที่ปอ ป้า หลงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
ไม่เช่นนั้น ตอนที่ลูกสาวเรียนอยู่ที่อังกฤษจะให้ไปดู
ให้สักหน่อยว่ามีจริงหรือเปล่า...

ก็แบบว่า พอนึกขึ้นมา มันก็คาใจอยู่อ่ะ...ค่ะ
ไม่ค่อยอยากจะเชื่อหรอกค่ะ
พอดีมาคุยกับคุณสดายุ เลยนึกขึ้นได้
ช่วยแชร์ความคิดเห็นหน่อย....นะคะ

ขอบคุณ...ค่ะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:11:34:49 น.  

 
พี่ปอป้า
ครับรูปนี้ผมเห็นในอินเตอร์เนตแล้วครับ
การวาดมีลักษณะของรูปวาดยุคสมัยใหม่

ขอฟันธงว่า...เป็นไปไม่ได้ครับ
รูปนี้เค้าโครงหน้าเป็นมองโกลอยด์
(คือพวกผิวเหลือง...ตาหยีเรียว...จมูกไม่โด่งมาก)
ระหว่างสองฟากฝั่งหิมาลัยนั้น
กั้นด้วยเทือกเขาสูง...

ในบริบทของชมพูทวีปสมัยพุทธกาล...
ไม่มีอินเดีย...ปากีสถาน...อัฟกานิสถาน...
บังคลาเทศ...ลังกา...เนปาล...พม่า...ไทย...
อันนี้มาแบ่งแยกกันภายหลังไม่ถึงพันปีมานี่เอง

สมัยเมื่อ 2600 ปีที่แล้วบริเวณนั้นเป็นอาณาเขต
กว้างใหญ่เป็นผืนเดียวเรียกชมพูทวีป...
แคชเมียร์ ปัจจุบัน คือ กัษมีระ สมัยนั้นอันเป็นที่ตั้ง
ของสำนักตักสิลาอันเลื่องชื่อ...

อารยันลงหลักปักฐานมาเป็นพันปีก่อนถึง
ยุคพุทธกาล....และไตรเภทแพร่หลายมานาน
หนักหนาแล้ว...

ภาพรวมนั้น...จะเป็นดังนี้
ชนเผ่าอารยันมีภูมิลำเนาเดิมแถบทะเลสาปแคสเปี้ยน
มาก่อนมีอาชีพเลี้ยงสัตว์...ต่อมาเกิดมีการอพยพ
ย้ายถิ่นฐานเป็นสองกลุ่มหลัก....

กลุ่มแรกไปทางยุโรป..ตั้งมั่นอยู่แถบยุโรปกลาง
คือ เยอรมัน...ออสเตรีย...สวิส รูปลักษณ์ก็ค่อยๆกลาย
เพราะได้รับแดดน้อย...คือตาจะเป็นสีฟ้าผมสีทอง
ผิวขาวจัด

กลุ่มที่สองลงใต้ไปที่ริมอ่าวเปอร์เชีย คืออิหร่านปัจจุบัน
พวกนี้ลงหลักปักฐานมีศาสนาบูชาไฟ โซโรแอสเตอร์
เป็นหลักยึดปฏิบัติ....

ในกลุ่มสองนี้...มีคนระดับมีความรู้มาก..ไม่พอใจ
ต่อสภาพถิ่นฐานที่อยู่อาศัย...ก็พากันอพยพต่อมา
ผ่านช่องแคบตรงแคชเมียร์เข้าสู่ลุ่มน้ำเชิงเขา
หิมพานต์ หรือ หิมาลัย...รบราฆ่าฟันกับชนพื้นเมือง
เดิมคือพวกมิลักขะ หรือ ทัสสยุ ซึ่งมีอาชีพทางเกษตรกรรมจนชนพื้นเมืองถอยร่นลงไปทางใต้
อันเป็นเค้าเงื่อนของ รามายณะ

ดินแดนส่วนเหนือจึงครอบครองด้วยอารยัน
อยู่ต่อมาอารยันกลุ่มนี้ก็แตกออกเป็นสองฝ่ายรบพุ่งกัน
อันเป็นเค้าเงื่อนของ มหาภารตะยุทธ

จากมหาภารตะยุทธถึงพุทธกาล กินเวลาประมาณ
1500-1800 ปี ซึ่งนานมาก ซึ่งไตรเภทและ
ปรัชญาพราหมณ์ของอารยันได้มีพัฒนาการ
ไปถึงอภิปรัชญาแล้ว...และเริ่มเกิดการโต้แย้ง
ในหลักคิดหลักปฏิบัติ...จนต้องมีการปฏิรูปคำสอน
กันเป็นการใหญ่เพื่อป้องการการเสื่อมทรามลงของ
หลักการ...เราเรียกยุคปฏิรูปคำสอนของพราหมณ์
นี้ว่า ยุค อุปนิษัท อันกินเวลาคร่อมพุทธกาล

จึงชนชาติมองโกลด์นั้นมีความเป็นไปได้น้อยมากที่
จะมีอำนาจครอบครองนครสักนครหนึ่ง แม้จะเป็น
นครเล็กก็ตาม...เพราะดินแดนแถบนั้น เป็นของอารยัน
คือฝรั่งผิวขาว
ตาสีฟ้า เขียว
ผมทอง หรือ แดง
ซึ่งลักษณะนี้ของพวกแคชเมียร์ และ พวกอิหร่าน
ยังมีให้เห็น...

การพยายามเสนอรูปร่างพระพุทธองค์ให้มีหน้าตา
ไปทาง จีน มองโกลด์นั้น ผมมองว่าเป็นภาวะ
ชาติพันธุ์นิยม มากกว่าอย่างอื่น โดยพวกมหายาน
ทางจีน ทิเบต เกาหลี ญี่ปุ่น

พี่ไปดูรูปที่ผมว่า น่าจะใกล้เคียงใน
บล็อค นารีปราโมช กระทู้ ฤๅเทียบความถวิล ดูครับ
ผมมีต้นฉบับขาวดำด้วยแต่มันใหญ่เกิน

ไปคุยต่อที่โน่นได้ครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:14:15:00 น.  

 
ทำไมถึงเรียกว่าชมพูทวีปคะ


โดย: medkhanun วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:11:21 น.  

 
ผมขออนุญาต นำฉันท์เห่เรือของท่านสดายุ
ไปไำว้ในเว็บของผมได้ไหมครับ?
(จะลงเครดิตไว้ให้ครับ)

ที่ขอเรื่องนี้... เพราะเป็นอีทิสังที่ผมชอบมากครับ...
อยากเอาไปอวดเพื่อนๆ
ว่าทำนองคลื่นกระทบฝั่งของอีทิสังของแท้น่ะ เป็นอย่างไร
อิอิ


โดย: ศารทูล IP: 125.25.237.157 วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:02:09 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
แวะมาต่อ


โดย: ขวัญค่ะ (toyor ) วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:48:00 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ...

ไม่ได้แวะมาเยี่ยมหลายวัน คุณสดายุ สบายดี..นะคะ

หยุดติดกัน ๓ วัน แล้วไม่มีกิจกรรมอะไรทำ
รู้สึกเนือย ๆ ยังไงไม่ทราบ...สุขภาพจิตไม่ค่อยจะผ่องใส...

นึกภาพว่าอีกหน่อยพออายุมากกว่านี้
ลูก ๆ ให้เกษียณจากงาน... แล้วอยู่เฉย ๆ
สงสัย..หงอยตายแน่ ๆ เลย...อิ อิ

พี่แวะมาเยี่ยม..และมาชวนไปดูภาพ " มายามหาวิหาร "
ที่ลุมพินีวัน-เนปาล เดี๋ยวนี้ได้จดทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว...ค่ะ

มีความสุขในทุกวันดี ๆ ...นะคะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:11:41 น.  

 
เม็ดขนุน...
เอ...คำถามนี้เคยถามตัวเองมานาน
แต่ยังไม่มีคำตอบจนเดี๋ยวนี้...ว่าทำไมถึงเรียก
ดินแดนนั้นว่า...ชมพูทวีป...

คนช่างสงสัยนี่...เขาว่ารอยหยักในสมอง
มีมากกว่าคนทั่วไป...อิๆๆ

ไว้จะถามผู้รู้ให้นะเจ้าคะ






ศารทูล....
เอาไปเถอะ...อีทิสังฉันท์เห่เรือบทนั้น
ต้องบอกที่มาที่ไปสักหน่อย...ว่า....
แปลงมาจากกาพย์ห่อโคลงเห่เรือของเจ้าฟ้ากุ้ง....
โดยไปอ่านความเห็นใน...จุดประกายวรรรกรรม
ในกรุงเทพธุรกิจสุดสัปดาห์เมื่อสามสี่ปีก่อน...

มีคนว่าเอากาพย์เห่เรือ
มาเขียนเป็นอีทิสัง ท่าทางจะท้าทายมาก

เลยเอาซะ....

คิดว่าเจ้าคนพูดมันยังไม่ได้ทำหรอก....จนป่านนี้
5555



โดย: สดายุ... วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:59:39 น.  

 
ขอบพระคุณที่อนุญาตครับ
เขียนที่มาไว้ตามที่ท่านบอกแล้วครับ

ปล.ที่ท่านว่า คนพูดคงยังไม่ได้ทำ...
เห็นจะจริงครับ


โดย: ศารทูล IP: 125.25.247.120 วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:35:13 น.  

 
ขวัญ...
ท่าทางจะช่างพูดเนอะ...
สงสัยต้องกินเยอะๆ...จะได้พูดน้อยๆหน่อย...55






พี่ปอป้า....
สวัสดีครับ....
ผมหยุดห้าวันครับ...อยู่ไม่ค่อยติดบ้าน
ไปโน่นมานี่ตลอด....

ครับไปอ่านที่บล็อคพี่มา....
วิหารพุทธมารดา...น่าไปชมมากครับ....
เสียดายที่เนปาลเป็นฮินดูมากกว่าพุทธ....
ไม่งั้นจะได้นักท่องเที่ยวมากกว่านี้....

มีความสุขกับวันทำงานครับ








ศารทูล....
อีทิสัง จะเขียนห้ดีต้องใจเย็นๆ....
เขียนแล้วทิ้งไว้...แล้วมาอ่านหม่...แล้วทิ้งไว้
แล้สมาอ่านใหม่....ทุกครั้งเราจะเจอข้อผิดพลาด
หรือหาที่ดีกว่ามาลงได้เสมอ...จนหาไม่ได้แล้ว
ค่อยนับว่าเป็นต้นฉบับจริงแล้วเอามาโพสต์



โดย: สดายุ... วันที่: 4 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:49:20 น.  

 
ไม่ได้มาอ่านบล๊อกพี่สดายุนาน
ดูคึกคักจังเลยค่ะ
แวะมาทักทาย สบายดีนะค่ะพี่


โดย: malijauna วันที่: 4 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:00:30 น.  

 
สวัสดีค่ะ...น้องหนูมาลี
พี่สบายดีค่ะ...กำลังเขียนฉันท์เรื่องยาว
สลับกับนารีปราโมชเป็นระยะ....

สบายดีนะคะ....
หายหน้าไปนับนาน...ชีวิตเป็นอยู่ดีอยู่หรือคะ


โดย: สดายุ... วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:44:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O คำข้าว .. และใจคน .. O





O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำลง-
สู่บาตรเกื้อกูลสงฆ์ - - - สืบไว้-
รับบทบาทธำรง - - - ปวงหลัก ธรรมแฮ
กล่อมโลกเหนี่ยวรั้งให้ - - - ห่างไข้โศกเข็ญ ฯ

O วงพักตร์เมื่อน้อมสู่..ท่านผู้ขอ
นวลลออ..ผุดผ่องก็มองเห็น
อิริยาจับเลือก..เจ้า-เยือกเย็น
ล้อแววตาตอบเต้น..ไม่เว้นยาม
O มาทำบุญตักบาตรหนุนชาติภพ-
กลับบรรจบโลกสภาพจนวาบหวาม
จักฝ่าฝืนโลมลูบด้วยรูปนาม-
รูปกลับตามติดตาไม่ล้าเลย
O อิริยาจับช้อน ก็อ่อนช้อย
ชั่วแววตาเหลือบชม้อย..จึงค่อยเผย-
ความอ่อนโยนลึกล้ำ..ดั่งรำเพย-
ของลม-เย้ยยั่วชายให้หมายชม
O บัดนั้น..คือช่วงงามคุกคามโลก
กลบสร้อยโศกเบื้องหลังเคยสั่งสม-
จดวงรอบปรารถนาสู่อารมณ์
แฝงสายลมโชยอ่อนพัดย้อนไป
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพระ
ตอบภาวะศรัทธาที่อาศัย
แต่ละคำข้าวคด..กำหนดใจ-
ลดละให้อัตตานั้นล้าตัว
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพร้อม-
ความนอบน้อมนิ่มนวล..ออกยวนยั่ว-
ให้แววตาเหลือบเห็น - แล้วเต้นรัว-
สั่นทั้งหัวใจผู้..รับรู้งาม
O แขนเรียวรูปหยิบจับสำรับส่ง-
ให้หมู่สงฆ์ตามแถว, เมื่อแววหวาม-
ในอีกดวงตาพิศ..คอยติดตาม-
เหมือนสุดห้ามหักจิตเอาปลิดปลง
O ผมรวบเกล้า พรรณลออ..อยู่ล้อตา
เผยรูปรอยคุณค่า..ต่อหน้าสงฆ์
ใจนอบน้อม..คำขอ..และช่อบง-
กชงามสี, รูปทรง..สืบวงกรรม
O เหมือนรูปองค์ จบจิต..สัมฤทธิ์รู้-
ความนัยผู้ปรารมภ์ผ่านลมร่ำ
สบชำเลืองเหลือบชม้อย..เหมือนพลอย - บำ-
รุงใจคร่ำครวญชู้..ที่อยู่คอย
O มาบรรจบงดงาม ในยามเช้า
จนเปลี่ยวเหงาถึงบทต้องถดถอย-
ให้จันทร์ล่มลับดวงจนล่วงรอย
เหลือล่องลอยโชนช่วงเพียงดวงเดียว
O เช่นรูปกลางแววตา..เพ-ลานี้
เปล่งราศีผุดผ่องให้มองเหลียว
ละม่อมพักตร์ทั่วแดน, สองแขนเรียว-
ฤๅเปรียบเสี้ยวส่วนองค์..หน้าองค์พระ ?
O โอ งาม..ราวจะตามมาหยามเย้ย
ด้วยรูปเผยรออยู่..ไม่รู้ผละ
แววซ่อนยิ้มในตา - หรือภาวะ-
ตอบฉันทะนัยชู้..อย่างรู้เชิง ?
O โอ งาม..ราวบีบคั้นด้วยทัณฑ์โทษ-
พาหัวใจปราโมทย์..พลอยโลดเหลิง-
ไปกับยิ้มในตา, แววร่าเริง-
ในฝันเวิ้งว้างตอน..ก็ - ย้อนคืน
O ทิวแถวท่านผู้ขอ..ร่ำรออยู่-
เหมือนรอกู้กลับใจ..ช่วยให้ขืน-
ขัดอำนาจลึกล้ำ, ยอมกล้ำกลืน-
ข่มความรื่นรมย์ชู้..ให้รู้เกรง
O คงจะสายเกินการณ์ แล้วท่านเอ๋ย
เมื่อรูปเผยปรารมภ์..เข้าข่มเหง
ดูเถิดตาตอบตื่นแสนครื้นเครง-
เหมือน-คอยเร่งรอบชู้..ไม่รู้วาง
O คงจะสายเกินการณ์ แล้วท่านเอ๋ย
เมื่อตาเอ่ยเอื้อนความ..ออกตามขวาง-
ขับความเงียบเปล่าเปลี่ยวในเที่ยวทาง
ข่มความอ้างว้างเหงา..เมื่อเช้าวัน
O รูปแห่งธรรมเลือนบทไปหมดแล้ว
เหลือผ่องแผ้วรูปละม่อม..รายล้อมขวัญ
คงรูปรอ..ปักปลูกความผูกพัน
เพื่อร่วมบันทึกส่วนคร่ำครวญคอย
O เสียงธรรมเคยก้องอยู่ไม่รู้แล้ว
เพียงชั่วยามเคยแว่ว..เหลือแผ่วค่อย
โอ งาม..ราวจะแกล้งเข้าแฝงรอย-
จนสุดใจเคลื่อนคล้อย...จากรอยงาม !

O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำวาง
กำหนดจิตขีดทาง - - - ย่างเท้า
คำพระยกธรรมขวาง - - - ฝากคิด
กำหนดกรรมกล่อมเช้า - - - หากช้าเกินการณ์ !


Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.