Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
5 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
O มหาภารตะยุทธ .. บทที่.๙.๓ .. O




เพลง .. ShriKrisshnaGovind




กลางสมรภูมิรบเช้าวันที่ ๑๒.



= บทที่๙ .. สงครามที่ทุ่งกุรุเกษตร ๑๘ วัน =
วสันตดิลกฉันท์ ๑๔
00101110 - - - 110102
00101112 - - - 110103
1 = ลหุ
0,2,3 = ครุ


O ไหนเลยจะเผยจักระกระบวน
เฉพาะส่วนนะรู้ทัน
ทางออก-จะออก .. พยุหะนั้น
อภิมัณยุ .. ไป่รู้

O เริ่มการณ์ทะยานจระผจัญ
อภิมัณยุเหลียวดู
ยิ้มเยื้อนพระเบือนพักตระจะบู-
ชิตะผู้พระทรงธรรม์

O วงจักรก็ผลักพละกระบวน
ตละส่วนก็สัมพันธ์
ท่ามกลางธุมางคะ .. อภิมัณ-
ยุถลันและโถมแทง

O ลิ่วร่างมล้างชิวะอริน-
ทระดิ้นกะเลือดแดง
ฟันฟาดพิฆาต .. ริปุแสยง-
และระย่อจะต่อกร

O ทัพธรรมะบุตระกระนั้น
นิระบรรลุตามตอน
ไป่รู้จะสู่..มรรคะสมร
ทะลุจักระติดตาม

O สุดหักกะจักรพยุหะพล
นิระผล .. พยายาม
หากเยาวราชนิระจะคร้าม
ทะลุข้ามประหัตเขา

O โดดเดี่ยว ณ กลางอริริปู
เฉพาะรู้จะล่มเกา-
รพ .. ฝ่ากะอาวุธะระเร้า
จิตะเยาวะเยือกเย็น

O ด้วยทัพคชา .. ชยัทรถ
สหะบทะบำเพ็ญ
ช่องว่างระหว่างพยุหะ-เห็น-
ระยะเว้นก็เลือนหาย

O จักรเคลื่อนเขยื้อนสหะพลัง
นิระหวังจะทำลาย
ศัตรูก็กรูแสยะสยาย
ตละหมายก็ชีวา

O กรรณ, กฤตะว-รมันะ, โท-
รณะ, อัศวถามา
ร่วมการณ์ผสานพละ ,กฤปา-
พฤหัสะพล .. พลัน-

O หกผู้เพราะรู้ .. พละผชุม
ก็ระรุมและฟาดฟัน
เปลี่ยนหน้าและอาวุธะกระทั้น
พะกระทบกระแทกถึง

O หอกเยาวะพุ่งพละสะบัด
พฤหัสะล้มตึง
อกแยกเกราะแตก .. ศระก็-ตรึง-
อุระหนึ่ง .. นะเมื่อนั้น

O คล้อยหลังและบัง .. กรรณะก็เล็ง
ศระเพ่งและปล่อยพลัน-
พุ่งแทรกกระแทกธนุกระทั้น
อภิมัณยุ .. สิ้นศร

O ศรโทรณา .. ทะลุและฆ่า-
อัศวา ลุ ม้วยมรณ์
ทั้งสารถี .. รถะสมร
ชิวะรอนปลาตลบ

O ดาบโล่ .. จะโผปะทะทะลวง
ก็ละร่วงเพราะบรรจบ-
ด้วยศระโทรณะกระทบ
พะสยบและทำลาย

O โล่บัง, เกราะ-พังนิระจะป้อง
ภยะผองระรอบกาย
ล้อรถะยกเฉพาะจะหมาย
มุ มลายอรินทร์ตน-

O ต้องศระว่อนปะทะปะทัง
ยุติหวังจะดิ้นรน
ฟันฝ่าคฑา .. ปะทะผจญ
พละตนก็ร่อยหรอ

O ต่อสู้กะหมู่สถุละชาติ
ก็อนาถะเพียบพอ-
ใจนี้บ่มีระยะจะรอ
กุธะโหมจะโทรมหาย

O แล้วบุตระผู้ฉละเพราะชาติ
ทุศศาสนะรำบาย-
พลองฟาดพิฆาตศิระสลาย
ชิวะชายก็มอดมรณ์

O สัญญาณสะท้านสุตะระงม
ฤจะข่มกะอาวรณ์
ใจพ่อนะรอสุริยะย้อน
จะสมระด้วยทราม

O คร่ำครวญะล้วน .. บทะเทวษ
ดละเจตนาตาม
แรงแค้นจะแม้นอัคนิลาม-
อุระร้อนบ่ผ่อนหาย

O อาดูระพูน .. พระอรชุน
มติหนุนจะทำลาย-
โฉดฉละป่นชิวะมลาย
พระกระหายกระเหิมรณ

O สิบสามอรุณ .. พละทะแกล้ว
ระดะแถวพลังพล
พร้อมเพรียงจะเคียงรณะผจญ
อรชุน .. พระฮึกหาญ

O คำขาดจะฆาต .. ชยัทรถ
สหะบทะร่วมลาญ-
ลูกชายมลาย, เถอะจะประหาร
เฉพาะกาละวันนี้

O ใจชาย .. กระหายทะลุทะลวง
นิระห่วงจะปราณี
เร่งรุดจะกุดศิระก-ลี
อัปรีย์บ่อาจคง

O ผ่านโผลุโทรณะทะยาน
รณะการณะจำนง
เห็นว่าจะพาผละละประสงค์
อรชุนะหมุนหนี

O ค้อมกายถวายอัญชลิต
สุจริตะใจมี
ขอผ่านจะลาญชนะก-ลี
เฉพาะที่จะบรรลัย

O ผ่านพ้นเสาะค้น .. ชยัทรถ
ฉละคด .. ก็หวั่นใจ
สายัณหะพลันรพิพิไล
บทะใกล้จะพรากสรวง

O หลังกาละลาญ .. ชยัทรถ
รพิบทจะดับดวง
คมศระชอนทะลุทะลวง
ชิวะล่วงปลาตร้าง

O เหลือบเห็นก็เป็นชยัทรถ
ฉละคด ณ ท่ามกลาง-
หมู่พลพหลระกะและขวาง
พิศะพลางทะยานหา

O ครั้งนั้นพระกรรณะก็ประสง-
คะณรงคะบ่งมา
หวังหน่วงและถ่วงสุริยะกา-
ละระยับจะดับแสง

O จึงฤทธิ์พระกฤษณะประจักษ์
ดละจักระบัง .. แปลง-
เปลี่ยนวันลุคืน .. ศระจะแผลง
ทะลุแทงกลีชน

O ดับดวงก็ดวงสุริยะแสง
รุจิแดงก็ดับดล
ดับเพื่อจะเอื้อประหัตะฉล-
ขณะล้นกะยินดี

O เผยร่างบ่พรางก็เพราะผยอง
รพิล่อง .. จะยังชี-
วาตม์อยู่เพราะรู้สัตยะ .. มี
อรชุนบ่คืนคำ




อรชุนยิงศรตัดหัวท้าวชยัทรถจนขาดกระเด็น...ตามสัตย์ปฏิญาณหลัง ชยัทรถ เป็นตัวการสำคัญขวางไม่ให้พวกปาณฑพฝ่าเข้าไปช่วย อภิมัณยุ ในกระบวนจักรพยุหะได้...จนเป็นเหตุให้อภิมัณยุถูกรุมสังหารอย่างทารุณ...โดยพระกฤษณะใช้จักรสุทัศน์บังดวงตะวันไว้ชั่วขณะจนชยัทรถคิดว่าตะวันตกดินไปแล้ว...จึงลำพองเผยตัวออกมาจากมวลทหารที่รายล้อมอยู่.



O จนจักระเคลื่อนระยะผละล่วง-
รุจิสรวงก็สาดลำ-
แสงเรื่อจะเพื่อศระจะนำ-
ศิระฉละปลิวหวือ

O ก่อนอัสดงคตะวิถี
ศพะมีก็ด้วยมือ-
มุ่งมั่นจะบั่นฉละ..และคือ-
จะระบือกำแหงรณ

O คลั่งแค้นละแล่นกุธะตะโบม
พิษะโหมอุราคน
แจ้งสิ้นอรินทระอนุสน-
ธิทิพาประหัตผลาญ

O โมโหเพราะโทรณะเสมือน
นิระเคลื่อนจะขวางการ-
ที่อ-รชุนจระทะยาน
มุประหารชยัทรถ

O ก้องสัญญาณสุตะประดัง
นิระฟังกะเกณฑ์..กฎ
ฉลโฉดพิโรธ .. ก็ทุรยศ
จระรถะตามตี

O สองทัพขยับปะทะประหาร
คณะพาละบัตรพลี-
แกล้วลาญ .. เพราะปาณฑพะนะบี-
ฑะขยี้สิยับเยิน

O พาโลกะโทรณะเยาะหยาม
ฉละทรามะก้ำเกิน
กล่าวหาเพราะวาระพะเผชิญ
สิเผอิญจะเป็นใจ

O ให้อ-รชุนทะลุทะลวง
จระล่วงจะเพื่อไป
ตามฆาตชยัทรถะประลัย
ระบุนัยะกล่าวหา

O ควรหรือจะคือมุขะพหล
มุผจญะบีฑา
เข้าผลาญกะปาณฑพะและพา-
คณะเราประสบชัย

O เพียงกรรณกระนั้นสินะจะควร
รณะล้วนก็แกร่งไกร
อาจพาพลาสมรรถะไพ-
บุลยามุพร่าผลาญ

O พราหมณ์เฒ่าก็เศร้านยะประดา
ศิษยานะบันดาล
จึงครูเพราะรู้นิสัยะพาล
พจนารถะตอบทูล

O ตราบชีวะนี้นิระประลัย
นิระใดจะอาดูร
ปาณฑพจะลบศพะจะพูน
ธรณินทระหนักหนา

O จอมทัพสำหรับรณะประยุทธ
ชิวะสุดสิจึงมา-
เอาคืนบ่ฝืนสมรรถะภา-
ระประการะสิ้นไป

O สิบสี่อรุณสุริยะส่อง
รุจิรองระเรื่อไพ-
จิตรภาพกระหนาบศพะประลัย
ทุขะ-ไห้ ฤ อาจเห็น

O ช้างม้าพลา .. ขณะณรง-
คะจะคงกะลำเค็ญ
แดงโร่ก็โลหิตะกระเซ็น
ระดะเส้นบ่เร้นสาย

O มุ่งมาดเพาะอาชวะประภาพ
พิษะบาปก็รำบาย
โลมอกและยกทุขะสยาย
จะมลายนะง่ายหรือ

O จับยึดประพฤติบทะจริต
นิรมิตะด้วยมือ
ชั่วดีจะมีชนะประลือ
ระบุชื่อประทับนาม

O รากษสะผู้บุตระพระภี-
มะขยี้ประหัตทราม
ใหญ่โตฆโฏตกจะ .. บ่ขาม-
จะณรงคะต่อตี

O แหลกยับก็ทัพะทุรโยธน์
เพราะฆโฏตกราวี
ห้ำหั่นและบั่นชิวะก-ลี
นิระที่จะต่อกร

O จวบกรรณะพลันจระประจบ
ปะทะรบและราญรอน
หอกโมกขศักดิ์ .. เฉพาะสมร
ก็สะท้อนผกายแสง

O อวยอิทธิฤทธิ์ปะทะทะลวง
ทะลุทรวงเพราะทิ่มแทง
แทรกคมก็ข่มจิตะแสยง
และสยองกะบรรลัย

O รากษสะผู้บุตระพระภี-
มะก็ชีวะล่วงไป
ล้มร่าง ณ กลางรณะสมัย-
ะกระทบและทับพล-

O แกล้วหนึ่งอักเษาหิณีประดัง-
มรณังนะรุมลน
ด้านพราหมณะโทรณะผจญ
ทรุบทะเพื่อนแค้น

O สองเฒ่าทะยานปะทะกะอา-
วุธะกล้าบ่เกรงแกลน
ห้ำหั่นผจัญสมรรถะแสน-
ยะจะแม้นจะยอมวาย

O จอมรัฐวิราฏะทรนง
กุธะบ่งพระรำบาย
เผ่นโผพะโตมระ .. ณ ปลาย-
ทะลุกายะวายชนม์

O สิ้นวันและบรรลัยะอดูร
ดุจะพูนจะเพิ่มพล
หยุดรบสงบระยะผจญ
ฤจะพ้นกะแผดเผา

O เสียพ่อ .. จะรอ-ธฤษ์ฏทยุม-
นะ-ก็ทุมนัสเนา
ลำดับสำหรับประอระ .. เทรา-
ปทีเจ้าจะเศร้า-ศัลย์

O ดาวลับสำหรับอรุณะภาส
ยุรยาตระสัมพันธ์
นกกาถลาจระจะบรร-
ลุพิถี ณ ที่จร

O สองทัพกระหยับพละทะแกล้ว
ตละแนวและแถวตอน
เพียงเพื่อจะเอื้อรณะสมร
ชิวะรอนและลาญลบ

O ฤๅแค้นจะแม้นธฤษ์ฏยุมน์
กุธะรุมบ่รู้จบ
ร่วมภีมะปรี่จระจะรบ
จะประกบและร่วมแรง-

O ล่มชีพะโทรณะทะลวง
ฤดิดวงพระสำแดง
โถมเชือดดุเดือดนิระแสยง
ฤทธิ์แผลงก็พอผลาญ

O แยบคายอุบายรหัสะเลศ
ระบุเหตุจะรำบาญ-
บ่อนศึก .. ผนึกมุสะผสาน
รณะการณะเพื่อชัย

O จึงธรรมบุตรพระก็ประกาศ
พจนารถะก้องไป
อัศวัต-(ะ)ถามั-น- ะประลัย
ระบุนัยะเลศกล

O พลัน-พราหมณะโทรณะก็หยุด-
รณะยุทธะบัดดล
ดาบปล่อยละห้อยจิตะผจญ-
ทุขะทนและหม่นหมอง

O ฤๅแค้นจะแม้นธฤษ์ฏยุมน์
กุธะขุมนะครอบครอง-
ใจผู้เพราะรู้บทะสนอง
ก็ผยองสะบั้นเศียร

O ชีพพราหมณะยามศิระละร่าง
บทะต่างก็ตัดเตียน
แกล้วกลั่นเพราะบรรลัยะ .. ก็เวียน-
พละทิ้งและชิงถอย

O สมในฤทัยะทุรโยธน์
ฉละโฉดนะเฝ้าคอย
จอมทัพสำหรับรณะ .. ก็พลอย-
เหมาะจะมอบประทานกรรณ

O กุมหัตถ์และตรัสะพจนารถ
อริราชจะควรบรร-
ลัยล่องคระลองมรรคะสวรรค์
เพราะผจัญผจญเรา

O หวังท่านจะผลาญอริริปู
ชยะสู่สกุลเกา-
รพ..เติมกระเหิมรณะกะเอา-
รสะปาณฑุทั้งมวล

O ท่านปู่พระภีษมะณรง-
คะประสงคะเรรวน
เต็มเมตตะเหตุรณะกระบวน-
ตละล้วนบ่มุ่งผลาญ

O อาทระผ่อนพละจะรณ
บ่ผจญผจัญ .. ปาณ-
ฑพเพื่อจะเอื้อชิพิตะหลาน
ชิวะลาญก็ยินดี

O ท่านโทรณานิระประสงค์
จะณรงคะราวี-
ล้างผลาญกะปาณฑพะ .. เพราะมี-
จิตะธีระอาวรณ์

O เพื่อนเอย .. บ่เฉยจะลุทะลวง
อริปวง ลุ มอดมรณ์
นำทัพกระหยับปะทะสมร-
ะประหัตะสิ้นพลัน

O อย่าช้าเถอะพาพละทะแกล้ว
ประลุแนวและโรมรัน
ศรดาบวะวาบ .. ชิพิตะบรร-
ลัยะร่วงและซบดิน

O สิบหกอรุณสุริยะดวง
ก็ยะยวงจะเพื่อยิน-
เสียงหัตประหารชิวะอริน-
ทระสิ้นบ่อาจทรง

O รถกรรณะผันจระทะยาน
ทะลุผ่านเพราะจำนง-
ล้างผลาญะปาณฑพะประสง-
คะจะปลงชิวาเสีย

O ต้านต่อกะอ-รชุนะผู้-
นิระรู้จะผ่อนเพลีย
เลือดคาว .. ระราว-รสะพเยีย
ระอุกลิ่นระรินรม

O สองรถะบดพละกระแทก
ศระแหวกผกายพรม-
พร่างสู่ศัตรู .. ระยะระดม
ก็ระงมบ่เงียบเสียง

O ตราบกาละผ่านลุอัสดง-
คตะรงคะคล้อยเคียง-
ฉาบฟ้าวลาหกะ .. และเพียง-
สุตะเสียงวิหคเหิน

O สัญญาณสะท้าน .. พละพหล
ยุติรณะดำเนิน
กลับค่ายละลายกุธะ, ประเมิน-
ผละยุทธะแห่งวัน

O ค่ำคืนทะมื่นทรรศนะภาพ
ฉละบาปก็สัมพันธ์
ปรึกษาประการะจะผจัญ
กละกรรณจะบัญชา

O อ้างสัญญะกรรณประหัตะปาณ-
ฑพะลาญะชีวา
กรรณรับสำหรับจะเสาะและหา-
อรชุนะดวลศร

O ไม่เขาก็เราประลุประลัย
ชิวะไหนจะอาวรณ์
เท่าเกียรติยศ .. ชยะสมร
ผิวะมรณ์จะยังหมาย

O สิบเจ็ดทิวาจระประจบ
ระกะศพะเรียงราย
พันแสงจะแจ้งชยุติฉาย
วตะสายก็ผ่านริ้ว

O เกริกก้องผยองพละสมรรถ-
และธวัชะปัดปลิว
เนื่องแนวก็แถว..คณะและทิว-
พฤกษะพุ่ม ณ เบื้องหลัง

O จึงกรรณถวัลยะประมุข-
ทัพะรุกจะเพื่อยัง-
เกียรติ์, ศักดิ์ฉลักคุณะประนัง
ตละครั้ง ฤ อาจขืน

O โยธีก็ปรี่ปะทะผจัญ
เพราะมุหันธะหยัดยืน-
โลมอก .. จะยกดุจะจะฝืน-
อัตะตื่น ณ ในตน

O ธรรมบุตระรุดทะลุทะลวง
กรรณะล่วงประลองรณ
เหนี่ยวศระลิ่วปะทะสกนธ์
ทะลุหล่นลุหิตไหล

O เซซวนเพราะส่วนศระประทุษ
ธรรมะบุตระปราชัย-
ปวดร้าวระราวบทะประลัย
จะลุฝ่าและบ่าลง

O จึงพลพหล .. ระดะและฉุด
ธรรมบุตระป้ององค์
กลับค่ายและหมายผละละณรง-
คะจะพักและรักษา

O จึงอ-รชุนกุธะละลาน
พระผสานพระกฤษณ์พา-
รถศึกเสาะค้นกรรณะจะท้า-
รณะยุทธะด้วยศร

O กึ่งกลางระหว่างรณะสถาน
ผิวะผ่านก็ม้วยมรณ์
พบกรรณก็พลันบทะสมร
ระบุตอนระเบิดตาม

O เหนี่ยวสาย .. พระร่ายอัคนิศาสตร์
จะพิฆาตะดับทราม
กรรณไหวและใช้พิรุณะลาม-
พะขจายกะสายฝน

O สายศรพระอ-รชุนะขาด
พระประกาศะหยุดรณ-
หลังเปลี่ยนจะเวียนปะทะผจญ
รณยุทธะต่อไป

O ตามกฏขนบ .. รณะจะยึด
และประพฤตินานไกล-
ผ่อนผัน, สิ-กรรณจิตะไฉน-
บ่สดับและกลับเฉย

O ไป่นบขนบ .. รณะประการ
บทะพาละรำเพย
ศรศรีก็ปรี่จระจะเย้ย-
เยาะและยั่ว ณ บัดดล

O เสียงสายธนูวิชัยะนั้น
ก็กระทั้นกระแทกตน
เมื่อกรรณะน้าวศระผจญ
เสนาะล้นกระแสเสียง

O คานธีวะสายศระก็ตึง
ขณะดึงก็ลู่ .. เพียง-
ชั่วคาบก็วาบจระประเดียง-
สุตะเพียงจะพร่าผลาญ

O คือศรพระอ-รชุนะนั้น
ขณะสั่นก็กังวาน
สรรค์เสียงผสมดุจะจะขาน-
พิเราะจังหวะพาทย์เพลง

O จิตกรรณะพลันดุจะจะพิศ-
ะพระกฤษณ์ บ่ แกลนเกรง-
พุ่งศระจระอลเวง
จะประทุษพระกฤษณ์นั้น

O บันดลพระอ-รชุนะโชติ-
กุธะโฉดเพราะชั่วครัน
เยี่ยงไรไฉนศระจะบรร-
ลุประหัตะสารถี

O จึงศรพระอ-รชุนะวาบ
ก็ประภาพอำนาจมี
ครืนครั่นสนั่นกะปฐพี
ลุขยี้จะสังหาร

O แกล้วกลั่น .. ผจัญกะสัปยุทธ
ก็ประดุจะซมซาน
ฮือหลบ .. ตระหนกอุระสะท้าน-
ฤจะทานกะต่อตี

O จึงกรรณะเหนี่ยวศระทะยาน
ปะทะต้านกะฤทธี
คลุมร่างระหว่างศระพิถี
จระบีฑะทิ่มแทง

O บัดนี้พิถีรณะประยุท-
ธะประดุจะสำแดง
ดวลศรสะท้อนศักยะแฝง-
ดลแผลงจะผกผัน

O ศร-นาคะศาสตระ-ระราว-
ระยะน้าวจะสัมพันธ์
ด้วยฤทธิจิตมุหะผจัญ
ขณะกรรณะเหนี่ยวสาย

O ศรรุดประดุจอสนิบาต
จะพิฆาตะทำลาย
เปลวร้อน .. เพราะร้อน-อัคนิผาย-
พละพลุ่งจะเผาผลาญ

O บัดดลพระกฤษณะ .. พระพา-
อัศวานะหมอบคลาน
รถทรง-ลุลงปถวิ .. ดาล-
ระยะฐานกระแทกดิน

O จึง-นาคะศาสตระ-ทะยาน
จระผ่านลุไพรินทร์
ครอบเกศพระอ-รชุนะภิน-
ทนะสิ้นบ่เสียบเศียร

O บ่ายคล้อยทะยอยระยะตะวัน
ดุจะผันเพราะพากเพียร
พื้นดินก็สิ้นภวะเสถียร-
บทะเปลี่ยนลุโคลนตม




กรรณะลงจากรถศึกเพื่อจะไปแก้ไขล้อรถจากการติดหล่มโคลน.



O รถกรรณะพลันดุจะเขยื้อน
ระยะเคลื่อนและล้อจม
เกินขับขยับ .. พละระดม-
อัศวาจะฝ่าพ้น

O บัดนั้นพระกรรณะก็ประภาษ
พจนารถะหยุดรณ
หวังจับขยับรถะผจญ-
ระยะโคลนนะชั่วยาม

O สิ้นเสียงก็เสียงกฤษณะเย้ย
นยะเอ่ยพระเหยียดทราม
ครั้งอ-รชุนสิเยาะและหยาม
ศระตามประหัตเขา

O เหยียดเย้ยจะเผยสริระผู้
คละระดู .. สิดูเบา
ปราดปรี่และคลี่พัสตระเทรา-
ปทีเยาวะหยาบหยาม

O รุมล้อมบ่ยอมปะทะผจัญ
อภิมัณยุ .. ด้วยทราม-
ห่อหุ้มก็รุมหัตะ .. จะขาม-
คุณะธรรมบ่เห็นมี




กรรณะลงไปเข็นล้อรถศึกที่ติดหล่มโคลน..พร้อมกับขอพักการรบชั่วคราวโดยอ้างถึงคุณธรรมนักรบ...ในขณะที่เมื่อตอนอรชุนสายธนูคานธีวะขาดนั้นก็ได้ขอกรรณะพักรบแต่ กรรณะไม่สนใจระดมยิงสายธนูที่อรชุนกำลังขึงใหม่ขาดครั้งแล้วครั้งเล่าถึง 4-5 ครั้ง....พระกฤษณะจึงกล่าวเยาะเย้ยพฤติกรรมของกรรณะย้อนรวมไปถึงครั้งสนับสนุนการกระทำของทุรโยธน์ที่ให้ทุศศาสน์จับตัวพระนางเทราปทีมาเปลื้องผ้าต่อธารกำนัล...รวมทั้งการรุมสังหารอภิมัณยุโดยไม่ยอมออกไปสู้ตัวต่อตัวตามที่อภิมัณยุท้าทายแต่อย่างใด.



O แล้วอ-รชุน-ก-ระ-ก็ตรึง
ศระขึงจะราวี
เล็งปลายจะหมายชิวะก-ลี
หัตะชีวะเลวทราม

O วิชชาประดา .. กรรณะระลึก
ขณะนึกก็ลืมความ
ใจวาบเพราะสาปลิขิตะพรหามณ์
ฤทธิ์ลาม ฤ ห้ามไหว

O ศรลิ่วปะปลิวระยะทะยาน
ขณะผ่านก็เพียงไพ-
รินทร์นั้นสะบั้นศิระประลัย
ณ สมัยณรงค์นั้น

O อำพน ณ บนนภะโพยม
ดุจะโทรมประภาสพลัน
ด้วยโศกพิโยค .. พระสุริยัน
ปิตุเรศเทวษล้น

O หรุบแสงแสดงบทะสลด
พระอุรสะวายชนม์
ครึ้มฟ้าวลาหกะสถล-
พิศะหม่นและมัวหมอง






Create Date : 05 สิงหาคม 2552
Last Update : 11 มกราคม 2564 8:12:41 น. 29 comments
Counter : 1580 Pageviews.

 
da...
"GOD" is an ignorance


โดย: สดายุ... วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:22:34:39 น.  

 
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ


โดย: sirivinit วันที่: 6 สิงหาคม 2552 เวลา:0:51:15 น.  

 
วันนี้ อภิมัณยุ..วันก่อนอิราวัต
ชอบชื่อตัวละครค่ะ

ถ้าเป็น "ท่านอิรานุวัต" ก็พระเอกเรื่องชุมทางรัก
ของ ก.สุรางคนางค์เลยทีเดียว เคยอ่านไหมคะ
"ท่านอาก้อง กับ นิธิวดี"

แฮ่ม...ชอบจังเล้ย..."พระเอก"...รุ่นคุณอาเนี่ย...


โดย: sirivinit วันที่: 6 สิงหาคม 2552 เวลา:9:15:35 น.  

 
ชอบอ่านอินทรวิเชียรฉันท์ค่ะ
อ่านแล้วเป็นจังหวะจะโคน เพราะดีค่ะ


โดย: medkhanun วันที่: 6 สิงหาคม 2552 เวลา:9:27:04 น.  

 
ปีย่า....
สวัสดีค่ะ...หายไปหลายวันเลยนะคะ

อภิมัณยุ...มีความแกร่งกล้าสามารถมากทางการรบ
เพราะพระกฤษณะสอนมาแต่เยาว์วัย...
สำหรับกับพี่แล้ว...แม้บทบาทจะไม่มากนักในเรื่อง
แต่เป็นที่จดจำระดับแกนนำทีเดียว..มากกว่าพี่น้อง
คู่แฝด..นกุล สหเทพ เสียอีก...

ด้วยวัยเพียง 16 ยังมีพระนางอุตตราและลูกในท้อง
วัยแค่ 6 เดือนที่ไม่มีโอกาสเห็นหน้าพ่อ...ที่จะเสียใจ
นอกจากพระนางสุภัทราและอรชุน บุพการีทั้งคู่

เรื่องชุมทางรัก ไม่เคยอ่านค่ะ
แต่เห็นด้วยค่ะว่า...พระเอกรุ่นคุณอานี่ มีเสน่ห์
แบบใน รัศมีแข ของพนมเทียนไงคะ






เม็ดขนุน....
ก็นะ....อินทรวิเชียรคำน้อยจังหวะเดินเร็ว
กระแทกกระทั้นไปสักหน่อย....

ส่วนวสันตดิลกนี่....มันอ่อนช้อยละเมียดละไม
ในความรู้สึก...จังหวะงดงามอยู่ที่ สามลหุ ท้ายวรรคคี่

ช่อฟ้าก็เฟื้อยกละจะฟัด...ดละฟากฑิฆัมพร
บราลีพิไลพิศะบวร.........นภสูลสล้างลอย

นึกถึงช่อฟ้าวัดร่องขุนดูสิ




โดย: สดายุ... วันที่: 6 สิงหาคม 2552 เวลา:10:06:45 น.  

 


พูตามมาอ่านมหาภารตะยุทธก่อน
แล้วค่อยตามไปหน้านารีปราโมชค่ะ
อยู่ตอนที่ ๙ จนจบเลยมั้งคะนี่

พูไปอ่านเจอมาจาไหน จำไม่ได้แล้วค่ะ
ว่า..ทุรโยธน์ คือร่างทรงของกาลี
ใช่หรือเปล่าคะ พี่กาย








โดย: พธู วันที่: 6 สิงหาคม 2552 เวลา:14:39:32 น.  

 
น้องพู....

พี่ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้นะ....
เรื่องทุรโยธน์คือเจ้าแม่กาลี....
รู้แต่ว่าตอนเกิดนั้น....หมาเห่าหอนรับกันทั้งเมือง
นั่นคือ...ความชั่วร้ายเลวทราม...ได้ถือกำเนิดขึ้น
แล้วในพื้นพิภพ....

จะต่างกับการกำเนิดของมหาบุรุษมากมาย


โดย: สดายุ... วันที่: 6 สิงหาคม 2552 เวลา:17:02:14 น.  

 
สวัสดีครับ คุณ สดายุ

ลูกสาวผมชอบ อภิมันยุมาก

ตอนอ่านหนังสือ ถึงตอนนี้ลูกผมร้องไห้เลยครับ

แล้วจะเอาตอนนี้ไปให้แกอ่านด้วย

เห็นภาพได้ชัดเจนกว่า

ขอบคุณนะครับ

ธรรมเทพ


โดย: ธรรมเทพ IP: 125.24.187.4 วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:5:16:37 น.  

 
สวัสดีคะคุณพี่

หนูมาสายไปหน่อย แต่ก็ไม่สายไปใช่ไหม
ทันได้อ่านอยู่ ถึงแม้จะช้าไปหน่อยก็ตาม
พี่แต่งเก่งจริงๆ ชมจากใจเลยนะเนี่ยะ...
เอาเป็นว่าอ่านไม่จบ เดี๋ยวค่อยมาอ่านต่อ
ช่วงนี้...ยุ่งๆอยู่หลายอย่าง มันไม่ค่อยลงตัว
เรื่องเรียนต่อด้วยอีก


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:20:50:17 น.  

 
กลับมารายงานตัวแล้วค่ะ ไม่กล้าไปนาน
เดี๋ยวพี่จะลืมซะเปล่า ๆ ว่ากันว่า ยิ่งตัวเลข
อายุเพิ่มขึ้น ยิ่งลืมง่าย 555

เป็นตามคาดค่ะ อัลไม่เหลือเวลาไว้ชอปปิ้ง
ส่วนตัว แต่ก็ไม่เป็นไร เรื่องเที่ยวเรื่องเล็ก
ไว้คราวหน้าก็ได้...

วันนั้นตอนขากลับจาก กทม นะพี่ แท็กซี่
ขึ้นทางด่วนกลับสุวรรณภูมิ... อีกฝั่งนึงมี
อุบัติเหตุ รถตกทางด่วนแถว ๆ โรงแรม
Radisson ทำเอารถติดเป็นกิโลแน่ะ...
นึกแล้วก็หวาดเสียว ทางด่วนสูงขนาดนั้น
เฮ้อ... ไม่รู้คนขับเป็นไงมั่ง

อีกอย่างหนึ่ง ตอนนี้เริ่มรู้สึกแล้วว่า การบิน
ไทยรักคุณเท่าฟ้า จริง ๆ... เปรียบเทียบกับ
ที่ผ่าน ๆ มา ตอนนี้บริการดีขึ้นเยอะเลยค่ะ
จากความรู้สึกที่ติดลบ ตอนนี้มาอยู่ที่ศูนย์
เอาไว้ดีแบบเสมอต้นเสมอปลาย ค่อยเพิ่ม
เป็นบวก <<เรื่องมากเนอะ ..ขำตัวเอง..



อืม... มหาภารตะยุทธมีให้อ่านต่ออีกแล้ว
แต่น่าจะยาวกว่านี้นะคะ (น้าน... กล้าบ่น
คนเขียนซะงั้น เดี๋ยวไม่เขียนต่อล่ะยุ่งเลย)
..อมยิ้ม..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:22:10:13 น.  

 
สวัสดีครับคุณธรรมเทพ.....
ครับ...อภิมัณยุมีบุคคลิกที่น่าจะเป็น hero ของสาวน้อย
ทั้งหลายได้....กล้าหาญ...เก่ง...ไม่กลัวตาย...และไม่เคยสิ้นหวัง
แม้นจะโดนรุมโดยหมาหมู่...ยังทรนงและท้าทาย ยิ่งนัก

ตอนคุณ วีระ ธีรภัทร เล่าใน VCD เป็นแผ่นที่ 25 ถึงกับทำให้คนฟัง
รู้สึกโศกเศร้าไปด้วย.....





บุปผา.....
ที่นี่ไม่มีก่อนมีหลัง....ใครใคร่มาก็มา...เชิญอ่านกันตามสบาย
เขียนตามเรื่องราวที่เขาแต่งไว้แล้วไม่ใช่เรื่องยากอะไร....
ส่วนการเดินตามฉันทลักษณ์นั้นก็เป็นความท้าทาย...สิ่งที่คน
เขาว่ายากเท่านั้นเอง......

หากไม่มัวเขียนเล่นหัวไร้สาระ....เอาเวลามาฝึกฝนให้เป็นเรื่อง
เป็นราวก็คงเขียนได้ทุกคน....อยู่ที่ใจ....หากมันเล็กนิดเดียว
ก็คงทำงานใหญ่ไม่ได้......ในทุกเรื่อง

เรียนต่อสินะ....สำหรับเด็กสมัยนี้....ช่วงที่งานการหายาก
แต่ปริญญาโทนี่ เรียนเพื่อรู้ล่ะนะ....ไม่มีองค์กรเอกชนไหนจะ
ให้วุฒิปรับเงินเดือนแต่อย่างใด






อัล.....
พี่เหรอจะลืมน้องได้....
ไม่ลืมหรอกรู้จักมานานกว่าใคร..ทุกคน....ตั้งแต่เป็นสาวคาวบอย
อยู่เท็กซัส....555

เรื่องการจราจรในกรุงเทพเป็นเรื่องแก้ปัญหาไม่รู้จบ....
มาจะว่าให้ฟัง.....
ไทยเราเป็นประเทศยากจน....แปลว่าทำมาหารับประทานได้น้อย
แต่เที่ยวซื้อเขานะมาก...เงินกองกลาง(ภาษี) ถึงเหลือน้อย
ก็เล่นเอาพื้นที่ปลูกข้าว....ขณะที่ญี่ปุ่นเอาพื้นที่สร้างโรงงานรถยนต์
พื้นที่เท่ากัน...ญี่ปุ่นได้คนทำงานในพื้นที่นั้นหลายพันคน...ขณะนาข้าว
มีคนใช้ประโยชนืได้ไม่ถึง 50 คน แถมมูลค่าจากพื้นที่ที่สามารถ
สร้างเม็ดเงินได้ก็น้อยกว่ามากมาย.....

เงินสะสมจากการค้าขายกับประเทศต่างๆ....ญี่ปุ่นขายมากแต่ไม่ค่อยซื้อ
ใคร...เพราะใช้แต่ของที่ตัวเองทำกันทั้งประเทศ...ก็ได้เปรียบดุลย์
การค้าไปทั้งโลก....เงินก็เหลือ...ก็สร้างสาธารณูปโภคได้มากมาย

รถไฟใต้ดิน...ใช้เงินมาก....แต่แก้ปัญหาระบบขนคนขนาดใหญ่
ได้ดีที่สุด....จึงเป็นที่นิยมกันทั่วโลก....ประเทศร่ำรวย (G7) เมือง
ใหญ่ทุกเมืองเขามีกันหมด.....จึงไม่มีปัญหาการจราจรเหมือนกรุงเทพ

เงินสำหรับก่อสร้างเป็นปัญหาใหญ่ของไทย.....
ต้องกู้เขามา..แม้ดอกเบี้ยจะถูกก็ยังต้องจ่ายเยอะอยู่ดีเพราะจำนวนเงิน
มันมหาศาล....แถมมีพวกเปรต เห็บ หมัด ปลิง คอยแทะคอยดูดอีก
เงินจากการขายข้าวของพวกชาวนา(เสื้อแดง)....ก็ถูกสมุนบริวารรอบ
ตัวนายใหญ่ (เสื้อแดง) เม้มไว้จ่ายตอนหาเสียงอีก.....

รวมทั้งระบบเจ้าขุนมูลนาย..อำมาตย์ที่ทำงานไม่เป็นเรื่อง แต่มีกริยา
ท่าทางสวยงาม...แม้จะสมองขี้เลื่อยแค่ไหนก็อุปถัมภ์ค้ำชูกันขึ้นมา
บริหารแผ่นดิน....แล้วไทยก็ไปไม่พ้นความจนสักที กี่ปีแล้วล่ะ
ตั้งแต่ พวกกินเมืองที่มียศ..จอมพล..หน้าชื่อทั้งหลายนั่งเมืองโน่นแหละ

ระบบอุปถัมภ์....เป็นสาเหตุของความยากจน.ของชาติไทย
และเป็นสาเหตุของรถติดในกรุงเทพ.....เชื่อไหม.....555

เพราะเราได้คุณชายลูกหลานผู้ดีมาทำงานรับใช้ปวงชนผู้ทุกข์ยาก
จะลุยน้ำลุยไฟตักสินใจเด็ดขาดแบบ...มหาห้าขันจำลอง...คงหายาก

ครั้งนั้น...โครงการ..ลาวาลิน...ล้มภายใต้การเล่นแร่แปรธาตุของ
วีระ ลูกนายหนู....สมัยมุขอำมาตย์เป็นนายก ประมาณปี 2527-2528
จนล้มคว่ำไม่เป็นท่า....ตามนัยยะแห่งการเรียกรับผลประโยชน์จนฝรั่ง
แคนาดาถอยทัพและโครงการล้ม.......แล้วจะมานำอุดมการณ์เพื่อคนจน
เอาตอนนี้....ทุด

แล้ว กทม เสนอตัวมาทำ เปลี่ยนจากใต้ดินเป็นบนดิน...ที่จะเอาใต้ดิน
ของสวนลุมเป็นที่จอดรถจนคัดค้านกันระงมทั้งเมือง (ตามประสา...ชาติ
ที่ชอบแห่ตามกัน...จนไปลงตัวที่หมอชิต...แล้วไม่มีมลพิษอะไรอย่างที่กลัว
อย่างน้อยก็ไม่มีข่าวทำนองนี้ออกมาเลย....รถไฟฟ้ามันไม่มีควันไอเสีย
พวกประท้วงมันทั้งหลายจะรู้หรือไม่หนอ......แต่-เชื่องเชื่อน่ะแน่นอน)

แล้ววันนี้รถไฟฟ้าสายสั้นๆก็เปิดให้ คนกรุง ใช้มาสักพักแล้ว.....
ปัญหาของเราคือ....หากไม่ทำงานอิงภาพพจน์มากนักอย่างที่พวก
Elite เมืองไทยเสพติดกันแล้วล่ะก็.....เราคงมีรถไฟฟ้าจะใต้ดินบนดิน
เอาทั้งนั้น....ให้วิ่งกันลมแอร์โกรกสะดือกันมากกว่านี้แล้วล่ะ

5555

จบข่าว



โดย: สดายุ... วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:9:35:33 น.  

 
สวัสดีค่ะท่านผู้ประกาศข่าว


กำลังเคลิ้มๆจะหลับมิหลับแหล่ มีสายด่วนให้มาฟังข่าว..
จะอึ๋ย...ท่านไฟแรงแซงโค้งเลยนะคะ...

สบายดีแล้วซีนะคะ ได้อ่านข่าวอย่างช่ำใจ
คนฟังข่าว..บางคนคงช้ำใจ..แทบจะด่าวดิ้นแดยันละค่ะ

ถนอมเนื้อถนอมตัวไว้นะคะ เผื่อจะมีราชรถมาเกย...
ไปเป็นเสนาบ่ดี...555

ชอบตรงนี้ค่ะ..

๐ ดาวลับสำหรับอรุณะภาส
ยุรยาตระสัมพันธ์
นกกาถลาจระจะบรร-
ลุพิถี ณ ที่จร


อีกทวิยาม...อรุณะภาสจึ่งจะยุรยาตรมาเยือน
อ่านฉันท์แล้ว ฟังข่าวแล้ว...
ควรแคล้วไคลคลา..
ขอลาไปเยี่ยมที่บรรจถรณ์บริบวรณ์
ก่อนนา...พี่ยาเฮย...


สิริโสรวารวรสวัสดิ์-มานมนัสรมณีย์ค่ะ


โดย: sirivinit วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:11:58:10 น.  

 
เป็นคำพูดที่น่าเก็บไปคิดเป็นอย่างยิ่ง
ขอบคุณมากๆนะคะคุณพี่


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:13:35:12 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องปีย่า.....
อ้อ...ถึงขนาดมีคนส่งข่าวไปบอกเลยเชียว...อิๆๆ
ฝากความระลึกถึงคนส่งข่าวด้วยนะคะ....

หลักใหญ่ใจความคือ...พักนี้ดูหนังเกาหลีบ่อย
ทั้งหนังโบราณ และ หนังสมัยใหม่....
ในหนังสมัยใหม่ก็จะถ่ายให้เห็นถึงบ้านเมือง
ถนนหนทาง ระบบการจราจรรถเมล์ รถไฟฟ้า...
แล้วนึกเปรียบกับไทยเรา....

สมัยหนึ่งเกาหลีและไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา
เหมือนกัน...เขาเคยส่งคนมาดูงานที่เมืองไทย
ดูการ.."ลงแขก"...เกี่ยวข้าวในนา..และรู้สึกชื่นชม
ในความสามัคคีของคนที่มาช่วยกัน...

เขากลับไปเมืองเขา..และคงเอาสิ่งดีๆไปประยุกต์ใช้
เขาเป็นประเทศที่ถูกคุกคามด้วยสงครามกับอีกฝ่าย
คือพวกเสื้อแดงที่อยู่ทางเหนือ....555

(หลังสงครามโลกและล้มล้างระบบกษัตริย์ลูกหลาน
ของ กษัตริย์..มูยุลที่กำลังฉายทางช่อง 3 และสถาปนา
ระบบสาธารณะรัฐแบบสังคมนิยมที่นิยมมาร์ค(อภิ)ซิส
อันไม่อาจยอมรับระบบการปกครองดั้งเดิมแบบสืบทอด
ทางสายเลือดได้....

จึงปราบดาภิเษกราชวงศ์ขึ้นมาใหม่..คนแรกทรง
พระนาม..คิม อิลซุง..เมื่อตาย...คิมจองอิล
ราชบุตรชายเป็นใหญ่ต่อ...ตอนนี้..ราชนัดดาลูก
คนรองของพ่อผมหยิก..กำลังทำการ promote อยู่...
-แทรกเชิงอรรถ..พอสังเขป...นี่คืออุดมการณ์
สังคมนิยม...ที่ฝ่ายเสื้อแดงนิยมนะคะ)

ทีนี้พวกเสื้อสีเงินทางด้านใต้มองว่าเงินเท่านั้นจะทำให้
ท้องอิ่ม ก็เลยลอกเลียนวิธีหาเงินแบบ เพื่อนบ้าน
ญี่ปุ่น เอาเพื่อนที่เคยเป็นนายปกครองมาหลายชั่วคน
เป็น role model ที่จะวางยุทธศาสตร์ประเทศ...และ
"เขาทำได้"....เพราะคนเขาจริงจังไม่แพ้ญี่ปุ่น...
ชาตินิยม...ไม่งมงาย...ไม่ขายชาติ...ไม่เป็นทาส
นายเงิน...ทำผิดจะออกมาขอโทษประชน...ทั้งสอง
ประเทศจะเหมือนกัน...คือนักการเมืองหน้าบาง

นักการเมืองรักชาติ...ไม่ทำผิดต่อชาติ...
ไม่แก้นโยบายเกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติ เพื่อ
ผลประโยชน์ของตัว...(แล้วยังมีฝูงกระบือยกย่อง
เดินตาม)

เกาหลีจึงพัฒนาแซงหน้าไทยไปลิบลับ
พวกผู้นำขี้โกงอย่าง ชุนดูวาน โรแตวู ถึงขั้นติดคุก
แล้วสารภาพบาป..ใส่ชุดนักโทษเป็นข่าวออกทีวี

ของเรานักโทษกลับเป็นวีรบุรุษ...บินว่อนไปมาทั่วโลก
ให้ทีมอำมาตย์อ่อนแอ...มองตาปริบๆ...

อีกทั้งแค่ ผบช.ตำรวจคนเดียวยังไม่กล้าทำอะไร
เพราะมีพี่ชายเป็น รมว กลาโหมในรัฐบาล...จึงต้อง
กล้อมแกล้มกันไปแบบนี้...บังคับพักร้อน...ปลดไม่ได้
จะเกษียณอยู่แล้ว....สิ้นกันยานี้...จะได้รักษาหน้าตา
เกียรติยศชื่อเสียงเอาไว้ได้....

เป็นการแก้ปัญหาแบบไทยๆ....ระบบอุปถัมภ์ค้ำชูแบบนี้
กี่ชาติก็พัฒนาไปไม่ได้...







บุปผา....

จะทำอะไรก็แล้วแต่...ให้ซื่อสัตย์กับความคิดตัวเอง
แล้วจะไม่ต้องคอยสร้างภาพลวงโลกเหมือนคนไทย
ทั่วไป...เพราะมันจะเหนื่อยมากกว่าเนื้องานจริงที่
ควรจะได้หลายเท่านัก...และเปล่าประโยชน์...

ความคิดเห็นของคนอื่นที่เป็นอคตินั้น...เปรียบดัง
ผายลมอันมีกลิ่นคละคลุ้ง....อย่าไปเอานิยายอะไร
มันมากนัก....555....


โดย: สดายุ... วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:19:24:29 น.  

 
มานั่งอ่านความคิดเห็นแบบเงียบ ๆ ค่ะ ..ยิ้ม..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:21:32:35 น.  

 
อัล....
พี่ก็บ่นไปเรื่อยเปื่อย....อย่าได้ถือสาเด็ดขาด...55

ไม่มีความจำเพาะอันเหมาะส่วน
จะคู่ควรหยิบยก..สาธกให้-
เป็นตัวอย่างปฏิบัติให้ชัดไป
เพื่อแก้ไขเปลี่ยนผ่าน..แปลงบ้านเมือง

มีแต่ใจปัจเจกชน..ละคนนั้น
ร่วมสร้างสรรค์เจือจุน..คอยหนุนเนื่อง
การศึกษาบำรุงให้รุ่งเรือง
ความเชื่อเชื่องขับข่มให้ล้มล้า

กฎเกณฑ์และกฏหมายทั้งหลายแหล่
ใช่เพียงแค่สืบสาว..เมื่อกล่าวหา
แต่เพื่อป้องยุติธรรม..ให้ค้ำคา-
สังคมแห่งปัญญา..ทุกคราไป

บัลลังก์อันเลิศหรูแห่งผู้พิพากษ์
จำต้องฝากความเชื่อ...ทุกเมื่อได้
เมื่อทำผิด..ฤๅต้องดูหน้าผู้ใด
ตัดสินให้รู้ชัดในบัดดล

การเมืองทุจริต..คนจิตชั่ว
ก็ลากตัวแห่ประจาน..สันดานฉล
พาโคตรเหง้าโกงกินเสพสินบน
ให้ดิ้นรนตอบรับ..ความอับอาย

อิๆๆ




โดย: สดายุ... วันที่: 9 สิงหาคม 2552 เวลา:11:48:52 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ...

ไม่ได้แวะมาเยี่ยมเสียหลายวัน..เปื่อยค่ะ เปื่อย..อิ อิ

วันนี้ขอแวะมาทักทายก่อน ไว้ค่อยตามมาอ่านทีหลัง..นะคะ

หวังว่าคุณสดายุ คงจะสบายดี...นะคะ

พี่ระลึกถึงเสมอ...ค่ะ


โดย: พรหมญาณี วันที่: 9 สิงหาคม 2552 เวลา:21:08:53 น.  

 
" ๐ กรรณ, กฤตะว-รมันะ, โท-
รณะ, อัศวถามา
ร่วมการณ์ผสานพละ ,กฤปา-
พฤหัสะพล..พลัน- "

บทนี้วางศัพท์ลหุได้โหดมากครับท่าน


โดย: ศารทูล IP: 118.172.144.83 วันที่: 9 สิงหาคม 2552 เวลา:22:31:31 น.  

 
สายสวัสดิ์จันทรวารค่ะท่านผู้ประกาศข่าว


ท่านตอบงวดนี้ มันยิ่งหนักหนาสาหัสนะคะ
ระวังตอนออกไปทัศนาพาราสาวัตถีแล้วจะเมื่อยเท้านะคะ

เพราะต้องเดินเขย่ง กระโดดข้าม..ตลอดทาง
หนีกองเลือด...ที่คนมากระอักไว้น่ะซีคะ...

ใจเย็นๆนะคะ บ้านเราฝนตกทุกวันไม่ใช่หรือ...
บ่นไป...มันก็ลอยไปกับสายลมค่ะ
นักกวนเมืองนั้น...เขาเลือกฟังเฉพาะที่...
ไพเราะเสนาะโสตเท่านั้นค่ะ

สู้มาอ่านฉันท์ที่เขียนเอง..อย่างมีความสุขดีกว่าค่ะ
มันมืด...ไม่นานก็จะสว่าง...อีกไม่นาน..ฟ้าก็จะสว่างค่ะ


๐ ตราบกาละผ่านลุอัสดง-
คตะรงคะคล้อยเคียง-
ฉาบฟ้าวลาหกะ..และเพียง-
จะประเดียงวิหคเหิน


รบกันแทบตาย...รบไปซะ...
เป็นวิหคเหินลมดีกว่าค่ะ..
เหินชมอย่างเดียว...เพราะการจิกกินซากศพนั้น
หน้าที่ของพี่เหยี่ยวเค้าค่ะ...


สิริสวัสดิ์จันทรวาร-กมลมานเจิดจ้าโชนฉายค่ะ


โดย: sirivinit วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:8:05:44 น.  

 
สวัสดีครับ....

พี่พรหมญาณี.....
ผมสบายดีครับ...ตามอัตสภาพ...
ไปโน่นมานี่...ทำโน่นทำนี่...ไม่ค่อยว่างครับ...
ดูแลสุขภาพนะครับ...จะได้แข็งแรง....แวะมาอ่านได้บ่อยๆ
อิๆๆ





ศารทูล.....
ที่จริงคำที่อ่านออกเสียง....ออ....เราจับเป็นครุ ได้เลยนะ
อ-รชุน.......ออ-ระ-ชุน...
กฤตว-รมัน....กริด-ตะ-วอ-ระ-มัน

ทีนี้เวลาตกตำแหน่งลหุ....ก็จะอ่าน....อะระชุน
และ กริดตะวะระมัน

ชื่อตัวละคอนเป็นสิ่งที่เว้นจังหวะได้ยาก....จึงต้องยักเยื้อง
อ่านเอา....เป็นการอนุโลม...

รวมทั้งการอ่านแบบควบกล้ำ.....เท-รา-ปะ-ที....ก็อ่านได้
หรือ.... เ(ทร)า-ปะ-ที....อย่างหลังนี้แขกต้นตำหรับเขาอ่านกัน

กฤปาจารย์.....อ่าน...กริ-ปา-จาน....และจะไม่อ่าน..... กะ-ริ-ปา-จาน

ตัว ฤ จะอ่านเป็นสระอิ...ตามคำที่เราใช้กันบ่อยๆ....เช่น
ทฤษฎี....ทริ-สะ-ดี
กฤษฎา....กริ-สะ-ดา
ฤทธิ์....ริด
สฤษฎ์....สะ-หริด

แต่บางคำอ่านเป็นสระ อึ....เช่น..
พฤติกรรม...อ่าน...พรึ-ติ-กำ
นฤมิต....อ่าน...นะ-รึ-มิด
ฤดี....อ่าน...รึ-ดี
ฤดู....อ่าน....รึ-ดู

จับยัดในบทเดียวทั้ง 6 คน ให้มันเยอะๆ....ความจะเดินดี
ม่วนหลาย...555






น้องปีย่า.....
ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงเป็นใยพี่....
เรื่องการเมืองที่พี่เขียน....พวกการเมืองตัวจริงเขาคงไม่มาอ่าน
หรอก....นอกจากพวกลิ่วล้อที่จะอาจผ่านตากันบ้าง

ความศรัทธาที่คนมีให้คนด้วยกัน...เป็นเรื่องจนปัญญาที่จะ
แก้ไขค่ะ....เพราะการมองประเด็นของเรื่องหนึ่งๆจะต่างกันไป
ตามองค์ความรู้ที่มีในตน....
ตามภาวะแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อจิตใจ....
ตามผลประโยชน์แห่งตนที่จับยึด และ เสพรับอยู่....
ตามอคติชอบชังจากจริตแห่งตนที่สั่งสมนอนก้นอยู่ในจิตใจ....

คนชอบกินรสหวาน
คนชอบกินรสเค็ม
คนชอบกินรสเปรี้ยว
หากเราถามว่าเกิดจากอะไร....คงตอบยากใช่ไหม....
ทำไมคนไม่ชอบเหมือนกันล่ะคะ....ใช่ไหม

ยิ่งในระดับนามธรรมที่เราเรียกว่า...อุดมการณ์ แห่งชีวิตยิ่ง
ยากต่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน....และมันเป็นไปไม่ได้
เราทำได้เพียงแต่ว่า...ทุกคนต้องถือหลักการแห่งเหตุผล

เช่น...นิทานเรื่องหนึ่ง....มีว่า.....

เงินภาษี...เป็นของส่วนรวมและต้องใช้เพื่อส่วนรวมเท่านั้น
และการจะมิบเม้มเป็นของส่วนตนนั้นคือ....ผิด...ทำไม่ได้

การมีรายได้จากการทำงาน...ค้าขาย....จะต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่ง
เข้ากองกลาง เรียกว่า ภาษี และทุกคนที่มีรายได้ตามเกณฑ์
ต้องแบ่ง...และส่งเข้าส่วนกลาง....ปิดบังซุกซ่อนไม่ได้...

สิทธิบางประการต้องเป็นของรัฐคือเป็นของส่วนรวมหรือของ
ประชาชนทุกคนนั่นเอง แต่รัฐะถือสิทธิ์ในนามประชาชนทุกคน
เช่นสิทธิใน...
คลื่นวิทยุ
คลื่นโทรทัศน์
คลื่นโทรศัพท์ มือถือ
เมื่อรัฐไม่มีศักยภาพกำลังคนจะทำเองก็สามารถให้เช่าสิทธิ์แก่เอกชน ตามระยะ
เวลาที่กำหนดตกลงร่วมกัน....เหมือนการเซ้งที่เดินสร้างตึกแถวค้าขายทั่วไป
เอกชนก็ทำในนามของรัฐอีกที...เอกชนสามารถหารายได้และคืนส่วนแบ่ง
ผลประโยชน์ให้รัฐตามข้อตกลงตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ....

หากเอกชนนั้นทำจนร่ำรวยแล้วเข้ามาสู่การเมืองจนได้อำนาจทางการเมือง
เอกชนคนนั้นก็เปลี่ยนสถานภาพเป็นตัวแทนของรัฐตัวแทนของประชาชน
เมื่อกลายเป็นบุคคลคนเดียวกันคือ ทำการค้าในนามรัฐ และเป็นตัวรัฐเสียเอง
แล้วเกิดมีการแก้ไขข้อตกลงเริ่มต้น....ย่อมเป็นการทุจริต แน่นอน...เพราะเป็นเรื่อง
ผลประโยชน์ตนกับผลประโยชน์ส่วนรวมทับซ้อนกัน....ในประเทศที่มีเรื่อง
ทุจริตคอรัปชั่นน้อยจึงห้ามเรื่อง..ผลประโยชน์ทับซ้อนนี้...อย่างเด็ดขาด
และไทยเราก็เอาอย่างเขามาใช้......เพราะพยายามป้องกันการทุจริตทำมาหากิน
บนอำนาจการเมืองของนักการเมืองไทย

แต่ผลประโยชน์มันไม่เข้าใครออกใคร...ไว้ใจใครไม่ได้....
เมื่อกฎหมายห้ามการถือครอง....ก็ต้องผ่องถ่ายไปให้คนอื่นถือแทนแบบ
ตัวแทนหรือนอมินี....

เมื่อเป็นกรณีกันเอกชนคนนั้นในอีกบทบาทก็เป็น
ตัวแทนรัฐด้วยก็ยอมรับการตัดสินพิพากษาด้วยดีว่า...”ไม่เจตนา”.....
ไปแบบฉิวเฉียด....7 ต่อ 8 และสมมุติว่าอำนาจการเมืองไม่อยู่
ในมือตอนนั้นจะเป็นอย่างไร....?
จะแปลว่าอย่างไร ? กับเสียงที่โผล่มาจนชนะ 1 เสียงนั้น

ครั้งนั้นระบบตุลาการใต้อำนาจการเมืองของเขา..”เชื่อถือได้”....และ
หน่วยงานที่ทำเรื่องฟ้องร้องก็ไม่เคยยื่นขอพระราชทานอภัยโทษที่
กล่าวหาคนผิดพลาดแต่อย่างใด....555

คนเรา...พอถูกตัดสินให้ได้ประโยชน์....ผู้พิพากษาระบบตุลาการ
ก็มีความเห็นว่าเที่ยงธรรมดีอยู่.....
แต่พอถูกตัดสินให้เสียผลประโยชน์....ทีนี้ผู้พิพากษาระบบตุลาการ
กลับไม่มีความเที่ยงธรรมแล้ว....

จิตใจที่ตะแบงเช่นนี้....มันไม่คู่ควรต่อภาวะผู้นำเลยแม้แต่น้อย

แปลว่าอะไร.....คนคนนี้ไม่ถือหลักเหตุผล
และมีคนหนุนหลังคนไม่ถือเหตุผลมากมายในสังคมนี้....
มันจะไม่มีทางจบแน่นอน.....สำหรับความไร้เหตุผลเช่นนี้หาก
ปล่อยให้มันคาราคาซัง.....

สมัยหนึ่ง.....กองโจรปาเลสไตน์จับตัวประกันชาวยิวไปลง
ที่สนามบิน เอนเทปเบ้ ในเอธิโอเปีย....ยิวส่งหน่วย มอร์สสารต
บินเงียบเข้าไปเด็ดหัวกองโจรและเอาตัวประกันกลับบ้านปลอดภัย


อ้อ ดูไบ...ประเทศเล็กนิดเดียว...และเป็นประเทศมุสลิม
คนมุสลิมสัก 4-5 คนจากสามจังหวัดภาคใต้จากรณีตากใบ...
น่าจะเดินทางเข้าออกไม่ยากนัก.....ใช่ไหมคะ

เหนี่ยวถลาลม....พี่ชอบเรื่องนี้ค่ะ

มีความสุขกับการพักผ่อนนะคะ



โดย: สดายุ... วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:10:20:55 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่กาย

ยังคงมาการอ่านฉันท์ของพี่เสมอๆ
แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยกับหลายๆ เรื่องค่ะ

คำว่า"ผลประโยชน์"เป็นคำที่หอมหวานนี่คะ
ไม่ว่าจะชนชั้นใด สัมมาอาชีพใด ต่างก็
อยากที่ไขว่คว้าไอ้เจ้าผลประโยชน์กันทั้งนั้น

การกอบโกยผลประโยชน์ กับคนที่บอกว่า
ตัวเองมาจากประชาชน โดยประชาชน
และเพื่อประชาชน ...ไหลลงสู่ประชาชน
ได้มากแค่ไหนเชียวคะ แค่ข่าวคราวไปทำธุรกิจ
ทั้งเหมืองเพชร ทั้งหวย ...น่าจะตอบคำถามก่อนว่า
เงินที่นำไปลงทุนเอามาจากไหน เหตุใดจึงมีเงินทุน
มากมายขนาดนี้ เป็นเรื่องแปลกนะคะ

๐ ไม่เขาก็เราประลุประลัย
ชิวะไหนจะอาวรณ์
เท่าเกียรติยศ..ชยะสมร
จะลุมรณ์จะยังหมาย

นึกถึงคนที่ทำทุกอย่าง เพื่อรักษาหน้าตาน่ะค่ะ



โดย: พธู วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:11:21:29 น.  

 
พี่คะ อย่าเขียนยากนักสิคะ จีนอ่านใช้เวลานาน อิอิ

ยิ้ม..


โดย: Jean IP: 88.105.166.30 วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:14:40:22 น.  

 
ดูแลสุขภาพด้วยเน้อจ้า
อย่าโหมจนอ่อนปวกเปียก
กินน้ำบูดูกับลูกเนียง ลูกเหรียง สะตอไหม
แถมปลาทูทอดร้อนให้ด้วยจ๊ะ


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:17:15:24 น.  

 
พู....

เป็นเรื่องธรรมดาของสงครามภาพพจน์...
ที่มักจะเอาประชาชนมาเป็นโล่บังกาย....

คำว่า...ประชานิยม...แปลว่า...
ทำให้ประชานิยมตัวเอง..โดย
เอาเงินส่วนกลางมาสนับสนุนการกระทำ

หรือ..
ทำให้ประชานิยมการได้อะไรง่ายๆ...ประมาณ
ของแจกของฟรีของแถมจากเงินส่วนกลาง....

ฟังวิธีชงประเด็นของ โพลวันนี้ดูสิ....อิๆๆ
ปัญญาของคนตั้งคำถามมีแค่นี้จริงๆๆ....

เดี๋ยวมาว่าต่อ....


โดย: สดายุ... วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:17:42:00 น.  

 
จีนา....

สวัสดีค่ะ...นานทีเดียวที่ไม่ได้มาทักทายพี่
สบายดีนะคะ

ฉันท์มหาภารตะนี้...ศัพท์แสงคำบาลีสันสกฤต
ค่อนข้างเยอะ...ไทยแท้ๆยังแปลไม่ค่อยออก
เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจหากจีนต้องใช้เวลา
ทำความเข้าใจนานกว่าคนไทยแท้อื่นๆ...

แต่มันจำเป็นต้องใช้...ก็เขียนเรื่องแขก..
จึงต้องใช้คำแขก....ถามคุณยายสิคะ..ท่านคงรู้เรื่องดี





บุปผา....
อาหารใต้พวกนั้น...พี่ชอบเวลาไปเที่ยวทางใต้
อยู่กรุงเทพไม่ค่อยได้ทาน...
น้ำบูดูน่ะ...เฉพาะใต้ตอนล่างล่ะมั๊ง
ทางใต้ตอนบนแถวสุราษฎร์ ชุมพร ใช้น้ำปลา
แบบทางภาคกลางนี่แหละ....

โตป่านนี้แล้ว...ทำอะไรเป็นมั่งนี่...555



โดย: สดายุ... วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:19:26:38 น.  

 
คือที่นั่งอ่านเงียบ ๆ น่ะ อัลจุกเล็ก ๆ กับ
..ระบบอุปถัมภ์..ที่พี่พูดถึงน่ะแหละ...

จริง ๆ ก็เป็นเรื่องเล็ก ๆ ของร้านเล็ก ๆ
นะคะ... แต่ก็นะ อัลไปรับ..เด็กฝาก..
เข้าทำงาน แล้วก็รู้สึกว่า ทำงานสู้เด็กที่
ตั้งใจหางานเองไม่ได้จนต้อง จุด จุด จุด
ไปตามระเบียบ

แถมยังไม่พอ อัลก็ริอ่านฝากงานให้เด็ก
อีกด้วย จนเป็นเรื่องเป็นราวให้เสียเส้น
เพราะน้องเขาเบี้ยวไม่ยอมไปทำซะงั้น
ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกก็เห็นตั้งใจดีอยู่หรอก

เลยคิดต่อว่า นี่ขนาดส่วนเล็กของสังคม
ยังวุ่นวายได้ขนาดนี้ แล้วองค์กรใหญ่ ๆ
ที่มีแต่เรื่องแบบนี้ จะพัฒนาไปถึงไหน

ส่วนอัลเอง เลิกแล้วค่ะ ไม่กล้าทำอีกแล้ว
เข็ดสุด ๆ ..บรื๋อ..



คุยเสร็จก็อ่านมหาภารตะยุทธต่อ ..ยิ้ม..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:22:32:12 น.  

 
อัล....
อ้อ...มีเรื่องเช่นนี้...รับทราบเจ้าค่ะ....555

ที่จริงเรื่องเด็กเส้นเด็กฝาก...เป็นเรื่องน่าอายสำหรับ
ประเทศที่ปกครองด้วยระบบธรรมาภิบาล...ที่ตรงข้าม
กับระบบอุปถัมภ์....

และแม้จะไม่อาจชี้กราดไปได้ทั้งหมดว่า...เด็กเส้น
เด็กฝากไร้ความสามารถก็ตาม...เพราะคนเก่งก็มี..

แต่ก็แสดงให้เห็นถึงจิตใจการเอารัดเอาเปรียบสังคม
อย่างหนึ่ง...ไม่ยอมแข่งขันกันอย่างยุติธรรม
ยิ่งหากเป็นหน่วยงานของรัฐที่กิน
ภาษีคนไทยด้วยแล้ว...เป็นเรื่องน่าประนาม...

แต่หาก
เป็นองค์กรเอกชน หรือ องค์กรสากลระหว่างประเทศ...
ก็ไปว่าเขาไม่ได้เพราะไม่ใช่เงินกองกลางที่จ่ายเป็น
เงินตอบแทน...เหมือนกับเจ้าของบริษัทอยากรับ
ลูกหลานเพื่อนๆเข้าทำงาน...เราที่เป็นคนนอกก็
ไม่อาจไปว่าเขาได้...เพราะเงินเขาใช่ไหม...

องค์กรใหญ่ๆอย่างการบินไทย...จะเป็นตัวอย่าง
ที่เห็นได้ชัด...มันเส้นสายกันตั้งแต่เด็กถูพื้นยัน
บอร์ดผู้บริหารเลย....

ในระดับรัฐบาล...ก็เหมือนกัน....
ในเมื่อช่วงเลือกตั้ง...เจ้าสัวท่านจ่ายเงินช่วยเหลือ
พรรคการเมือง...เมื่อพรรคเป็นรัฐบาลก็ต้องให้ลูกหลาน
นายเงินเป็นรัฐมนตรีเป็นธรรมดา....ถึงแม้จะฝีมือ
ระดับ ดิวิชั่น 4 ก็ตาม....

นายเงินนั้นมีหลากหลายประเภท....
นายบ่อนการพนัน...นักค้าของเถื่อน...นักค้ายาเสพติด
และลูกหลานผู้มีอิทธิพล....ของท้องถิ่น...
ประเทศเราจึงมี ลูกหลาน เมีย พี่ น้อง พ่อ ของคน
พวกนี้มาบริหารประเทศ...ประเทศถึงไปไหนไม่รอด

และโครงสร้างส่วนบนเอง
ก็ทำอะไรไม่ได้กับวงจรอุบาทว์เหล่านี้..ก็เกี๊ยเซี๊ย
ทุลักทุเลกันมาตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง
โน่นแล้ว....

บางครั้งคนที่เป็น"มหาบุรุษ"...อาจจำเป็นต้องนำการ
เปลี่ยนแปลงมาสู่ชาติของตนอย่างถอนรากถอนโคน
เสียเองนะพี่ว่า...





โดย: สดายุ... วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:7:12:59 น.  

 
เรื่องธรรมดาโลกค่ะ...

อย่าไปคาดหวังอะไรนักเลยค่ะ...


การบินไทย...รักคุณเท่าฟ้า...
คุณน่ะ มิใช่คนผมดำค่ะ...

ญาติเดินทางคนเดียวในขณะไม่ค่อยสบายด้วยความจำเป็น
เมื่อเธอมาเอื้อนเอ่ย ว่า ต้องการชาหรือกาแฟคะนั้น...
คำตอบ คือ ขอน้ำอุ่นค่ะ..

เมื่อขอครั้งที่สอง ระยะห่างกันนะคะ
เธอปล่อยพิกุลร่วงมาว่า...กระติกอยู่ตรงนั้น..
แล้วก็ผายมือไป... ดีที่ไม่ชี้ ไม่งั้นละเป็นเรื่อง...

เงินเรามีค่า...เลือกซื้อบริการที่พึงพอใจได้ค่ะ


โดย: sirivinit วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:17:41:58 น.  

 
อ้าวมาเขียนอยู่นี่เอง....อิๆๆ

ค่ะ...หากเสียเงินแล้วบริการไม่ดี
พนักงานคนนั้น..ก็ถือว่ามีเวรมีกรรมที่มาเจอพี่
เพราะคำว่า..เกรงใจ..สำหรับพี่จะไม่มีในกรณีเช่นนั้น
การประจานต่อหน้าผู้คนนี่...แก้ความจองหอง
และไม่รู้หน้าที่ได้ดีนัก...

สำหรับพวกห่วงหน้าตา...
ต้องจัดการด้วยการทำให้อาย...

อิๆๆ....

ปีย่าอย่ามาเอาวิธีของคนใจโหดแบบพี่
ไปใช้นะคะ...พี่สงวนลิขสิทธิ์


โดย: สดายุ... วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:23:01:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O คำข้าว .. และใจคน .. O





O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำลง-
สู่บาตรเกื้อกูลสงฆ์ - - - สืบไว้-
รับบทบาทธำรง - - - ปวงหลัก ธรรมแฮ
กล่อมโลกเหนี่ยวรั้งให้ - - - ห่างไข้โศกเข็ญ ฯ

O วงพักตร์เมื่อน้อมสู่..ท่านผู้ขอ
นวลลออ..ผุดผ่องก็มองเห็น
อิริยาจับเลือก..เจ้า-เยือกเย็น
ล้อแววตาตอบเต้น..ไม่เว้นยาม
O มาทำบุญตักบาตรหนุนชาติภพ-
กลับบรรจบโลกสภาพจนวาบหวาม
จักฝ่าฝืนโลมลูบด้วยรูปนาม-
รูปกลับตามติดตาไม่ล้าเลย
O อิริยาจับช้อน ก็อ่อนช้อย
ชั่วแววตาเหลือบชม้อย..จึงค่อยเผย-
ความอ่อนโยนลึกล้ำ..ดั่งรำเพย-
ของลม-เย้ยยั่วชายให้หมายชม
O บัดนั้น..คือช่วงงามคุกคามโลก
กลบสร้อยโศกเบื้องหลังเคยสั่งสม-
จดวงรอบปรารถนาสู่อารมณ์
แฝงสายลมโชยอ่อนพัดย้อนไป
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพระ
ตอบภาวะศรัทธาที่อาศัย
แต่ละคำข้าวคด..กำหนดใจ-
ลดละให้อัตตานั้นล้าตัว
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพร้อม-
ความนอบน้อมนิ่มนวล..ออกยวนยั่ว-
ให้แววตาเหลือบเห็น - แล้วเต้นรัว-
สั่นทั้งหัวใจผู้..รับรู้งาม
O แขนเรียวรูปหยิบจับสำรับส่ง-
ให้หมู่สงฆ์ตามแถว, เมื่อแววหวาม-
ในอีกดวงตาพิศ..คอยติดตาม-
เหมือนสุดห้ามหักจิตเอาปลิดปลง
O ผมรวบเกล้า พรรณลออ..อยู่ล้อตา
เผยรูปรอยคุณค่า..ต่อหน้าสงฆ์
ใจนอบน้อม..คำขอ..และช่อบง-
กชงามสี, รูปทรง..สืบวงกรรม
O เหมือนรูปองค์ จบจิต..สัมฤทธิ์รู้-
ความนัยผู้ปรารมภ์ผ่านลมร่ำ
สบชำเลืองเหลือบชม้อย..เหมือนพลอย - บำ-
รุงใจคร่ำครวญชู้..ที่อยู่คอย
O มาบรรจบงดงาม ในยามเช้า
จนเปลี่ยวเหงาถึงบทต้องถดถอย-
ให้จันทร์ล่มลับดวงจนล่วงรอย
เหลือล่องลอยโชนช่วงเพียงดวงเดียว
O เช่นรูปกลางแววตา..เพ-ลานี้
เปล่งราศีผุดผ่องให้มองเหลียว
ละม่อมพักตร์ทั่วแดน, สองแขนเรียว-
ฤๅเปรียบเสี้ยวส่วนองค์..หน้าองค์พระ ?
O โอ งาม..ราวจะตามมาหยามเย้ย
ด้วยรูปเผยรออยู่..ไม่รู้ผละ
แววซ่อนยิ้มในตา - หรือภาวะ-
ตอบฉันทะนัยชู้..อย่างรู้เชิง ?
O โอ งาม..ราวบีบคั้นด้วยทัณฑ์โทษ-
พาหัวใจปราโมทย์..พลอยโลดเหลิง-
ไปกับยิ้มในตา, แววร่าเริง-
ในฝันเวิ้งว้างตอน..ก็ - ย้อนคืน
O ทิวแถวท่านผู้ขอ..ร่ำรออยู่-
เหมือนรอกู้กลับใจ..ช่วยให้ขืน-
ขัดอำนาจลึกล้ำ, ยอมกล้ำกลืน-
ข่มความรื่นรมย์ชู้..ให้รู้เกรง
O คงจะสายเกินการณ์ แล้วท่านเอ๋ย
เมื่อรูปเผยปรารมภ์..เข้าข่มเหง
ดูเถิดตาตอบตื่นแสนครื้นเครง-
เหมือน-คอยเร่งรอบชู้..ไม่รู้วาง
O คงจะสายเกินการณ์ แล้วท่านเอ๋ย
เมื่อตาเอ่ยเอื้อนความ..ออกตามขวาง-
ขับความเงียบเปล่าเปลี่ยวในเที่ยวทาง
ข่มความอ้างว้างเหงา..เมื่อเช้าวัน
O รูปแห่งธรรมเลือนบทไปหมดแล้ว
เหลือผ่องแผ้วรูปละม่อม..รายล้อมขวัญ
คงรูปรอ..ปักปลูกความผูกพัน
เพื่อร่วมบันทึกส่วนคร่ำครวญคอย
O เสียงธรรมเคยก้องอยู่ไม่รู้แล้ว
เพียงชั่วยามเคยแว่ว..เหลือแผ่วค่อย
โอ งาม..ราวจะแกล้งเข้าแฝงรอย-
จนสุดใจเคลื่อนคล้อย...จากรอยงาม !

O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำวาง
กำหนดจิตขีดทาง - - - ย่างเท้า
คำพระยกธรรมขวาง - - - ฝากคิด
กำหนดกรรมกล่อมเช้า - - - หากช้าเกินการณ์ !


Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.