Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
3 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
O มหาภารตะยุทธ .. บทที่ ๒-๓ .. O










Mantra Hare Krishna



= บทที่๒ .. การประลองฝีมือ =
สัทธราฉันท์ ๒๑
0000102 - - - 1111112
0102 - - - 103

O ร่วมจิตศิษยาคณาจารย์
ศักยะรณะประทาน
ทำจะชำนาญ
สถานใด

O เพ่งผาดราชวงศ์พระองค์ไหน
สมรรถะพละจะไพ-
บูลยะลือไกล
ไผทแมน

O ชานกรุงทุ่งร้างพระวางแผน
สถิตะสมระแดน
ป้ายก็รายแขวน
ละแผ่นขึง

O แสงช่วงลมโหมกระโจมตึง
ธวัชะวตะระรึง
ปัดสะบัดผึง
และดึงผืน

O เสนาอำมาตยะยาตรยืน
กมละกละจะขืน
เยาวะกลับคืน
ชะรื่นลง

O นางในเจ้าชายก็หลายวงศ์
สถิตะพิศะณรงค์
ล้วนสำรวลองค์
พะวงชม

O สังข์แตรแซ่เสียงเจรียงรมย์
เสนาะผิวะทิพะพรหม-
พาหะอาคม
ปะพรมผอง

O นวลนางร่างน้อยชม้อยมอง
พิจิตระพัสตระฉลอง
เจือกะเนื้อทอง
ก็ผ่องพราย

O ชดช้อยรูปโฉมประโลมชาย
จริตะนุชะสยาย
ต้องกะมองหมาย
ละลายทรวง

O อาจารย์พราหมณ์นำกระทำบวง
ระบุหุตะทิพะสรวง
นิ่งสนิทดวง-
หทัยเสริญ

O สองวงษ์ราชย่ำพระดำเนิน
สมรรถะรณะประเมิน
ยั่วและหยอกเอิน
เผชิญกัน

O ช้างม้าขี่ขับกระหยับบรร-
ลุเฉพาะบทะประชัน
เปรียบก็เทียบทัน
บ่หวั่นไหว

O ยิงศรจรเข้า ณ เป้าไกล
ศักยะสมรรถะไพ-
บูลยะพูนไช-
ยะเดชา

O ล้วนเทียมเทียบทันพระปัญญา
ขจิตะศักยะอา-
รมณะบ่มภา-
วะชาติชน

O สองร่างเรี่ยวแรงพระแข่งรณ
อจละมนะผจญ
พลองกระบองดล
ประดังกัน

O กราดรบกลบเลือดดุเดือดครัน
มุทะลุอุระประจัน
ขุ่นและหุนหัน
บ่พรั่นพรึง

O โทรณาจารย์พราหมณะตามถึง
พิศะรณะก็ตะลึง
สั่งและรั้งดึง
บ่ขึ้งนา

O อรชุนรูปรองเกราะทองพา-
รัศมิจิระประภา
พร่างผกายวา-
ระครารณ

O แผลงสาย”วายวาสตร์”ผงาดผล
"อัคนิ".."วรุณะ"ดล
หมู่ธนูกล
คำรนเสียง

O เขาวัวกลวงแกนก็แขวนเรียง
สถิตะวฤกษ์เพียง-
วาตะพาเอียง
จะเบี่ยงหมาย

O สิบลูกลิ่วเข้า ณ เป้าปลาย
ขจระศระผกาย-
วาบประภาพสาย
ลุปลายทาง

O แปลบปลาบดาบวาดประภาสปาง-
สมัยะอัสนิกลาง-
ฟ้าวรรษาพร่าง
ระหว่างฝน

O เสียงโห่ร้องทึ่งก็อึงอล
ชยะศัพท์ก็ระคน
ทั่ว ณ ตัวตน
และหนทาง

O บัดนั้นร่างหนึ่งก็ถึงกลาง-
สมระ, กระก็กาง
คำบ่อำพราง
จะขอลอง

O ข้าหรือคือ"กรรณ"เพราะมั่นมอง
ศักยะสมรรถะผอง
เห็นบ่เป็นรอง
คระลองรณ

O สอบสวนความทั่วลุตัวตน
สกุละวรรณะระคน
ศักดิต่ำชน
บ่ควรการณ์

O ทุรโยชน์โปรดกรรณะบันดาล
อัคระยศะประทาน
“อังคะ”ผู้หาญ
กะการยุทธ

O ศึกผู้ชายชาติ ฤ อาจหยุด
สมรรถะรณะประทุษ
พาหะอาวุธ
ประดุจกัน

O กลั่นแกล้วแคล่วคล่องประลองฟัน
บุรุษะพละประชัน
เลิศเสมอบรร-
ลุการรณ

O มองกรรณแกล้วซึ้งก็หนึ่งคน
กัลยะพิเคราะห์เกราะกล
พิศะกุณฑล
ก็รู้การณ์

O คือลูกผูกปล่อยนทีธาร
ปฤถะรมยะพาน
ล่วงลุดวงมาน
สะท้านทรวง

O ล่วงภพจบย้ำเพราะคำบวง
อัญชลิทิวะสรวง
สาปและบาปปวง
ก็ล่วงร้าง




= บทที่๓ .. ปาณฑพเดินดง =
โตฎกฉันท์ ๑๒
110110 - - - 110112
110112 - - - 110113

O ขณะยุทธะประลอง - - - ผิวะมองระยะทาง
และกะนัยะระคาง - - - ระยะต่างก็ขยาย

O คุรุพราหมณะเตือน - - - นิระเลือนอธิบาย
สหะกรและสหาย - - - รณะด้วยปัญจาล

O คณะเการพะหลีก - - - จระปลีกคณะปาณ-
ฑพะพาหะทะยาน - - - ประลุผ่านปะทะพล

O ริปุสู้ประลุแทรก - - - ทัพะแตกปะทะกล
ทุรโยธนะชน - - - กุธะจละ ณ มาน

O ทรุบทะประจัญ - - - จิตะมั่นรณะการณ์
ทะนุป้องปัญจาล - - - อุปการะไผท

O ขณะปาณฑพะรบ - - - ก็ประสบชนะชัย
ทรุบทะก็ไร้ - - - พละไกระจะทาน

O และพหละกระบวน - - - นิระหวนปัญจาล
สิริองคะละลาญ - - - ยศะผ่านระดะดิน

O ทุรโยธนะพา - - - ริษยาระอุริน-
ระดะรูประดะจิน- - - - ตะฤสิ้นมุหะสาย

O ธฤตราษฎระหวาด - - - ยศะราชจะละลาย
กิติศัพทะขยาย - - - อภิปรายะจะฮือ

O หัสดินทระบรร- - - - ลุประจัญะประลือ
ทวิวงศะกระพือ - - - และกระเพื่อมกะระคาง

O ทวิเขตะบุรี - - - เฉพาะที่เฉพาะทาง
เฉพาะวงศะจะวาง - - - ระบุสร้างระบุสรร

O เฉพาะพวกเฉพาะผอง - - - ดละสองปุระพลัน
เพราะจะป้องเพราะจะกัน - - - เพราะประหวั่นฤดิพาล

O ปุระ"วารณวัต" - - - ถิระฉัตรเฉพาะปาณ-
ฑพะผู้บริบาล - - - ธรรมะสาระสนอง

O หัสดินปุระเกา- - - - รพะเถาก็จะครอง
ทุรโยธนะปอง - - - ก็สนองและเสนอ

O สรรคะการะพระมณ- - - - ฑิระดละจะเลอ
ก็เพราะจินตะเสมอ - - - รสะศิลปะสาย

O ธฤตราษฎร์พระประโมทย์ - - - ทุรโยธน์ฤจะคลาย-
ริษยาและอุบาย - - - เฉพาะหมายจะสมาน

O กรุณากรณี - - - จิตะมีบริการ
อนุญาติพระประทาน - - - ทุรโยธนะสรรค์

O พระประโมทยะแม้น - - - พละแสนยะประกัน
ทวิแคว้นสหพัน - - - ธะผจัญริปุสูญ

O ฤจะทันทุรโย- - - - ธนะโอษฐะประยูร
ฤจะรู้อนุกูล - - - นยะทูลจะมุสา

O พิเคราะห์ไหนนะจะมี - - - ดุษฎีก็เพราะอา-
ทระบุตรกรุณา - - - สรรคะภาระสนอง

O กิจะกรรมะประดา - - - พิเคราะห์หายนะตรอง
เหมาะอุบายะคระลอง - - - พิเคราะห์พ้องก็กระทำ

O ณ กำแพงตริและปอง..ดละช่องเพราะจะนำ-
ประจุอัคนิสัม- - - - ผัสะเชื้อปะทุไฟ

O ณ พระมณฑิระฐาน - - - ประจุป่านระอุไอ-
ปะทุเชื้อจะประลัย - - - ชิวะไหนนะจะพ้น

O ละรหัสกะ"ปุโรจน์" - - - สหะโฉดสหะชน
ประจุเลศประจุกล - - - คณะฉละประชัน

O ก็สำเร็จกิจะการณ์ - - - เพราะประหาระจะบรร-
ลุอรินทระ, พลัน- - - - ประจุนั้นปะทุเผา

O ทุรโยธนะรื่น - - - ขณะคลื่นสุขะเนา
ธฤตราษฎระเอา- - - - รสะเร้ามนะรอ

O คณะปาณฑพะบวง - - - ทิพะสรวงจิตะยอ-
กิติยศะละออ - - - ศิระย่ออภิวันท์

O ก็เพราะเตรียมอพยพ - - - ระยะสบจะประกัน
ระยะห่างก็จะคั่น - - - ยุติพันธะประดา

O ทุรบท ฤ จะลับ - - - นยะศัทพ์และประกา-
ศิตะข้อครหา - - - สุตะพาทุขะขวัญ

O ขณะทราบพระ"วิทูร" - - - ก็อดูรอุระครัน
นยะเรื่องทุระทัณ- - - - ฑะมหันตะจะมี

O เฉพาะปาณพะเพรียก - - - เพราะสำเนียกภัยะบี-
ฑะกะเตชะกลี - - - พจนียะประทาน


อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
10100 - - - 110102
10102 - - - 110103

O พระสั่งระวังภัย - - - เฉพาะไฟจะบันดาล
พระสั่งระวังพาล - - - จะประหาระชีพสูญ

O ณ ที่ประทับนั้น - - - ผิวะควันและเปลวกูณ-
ฑะฟุ้งและพลุ่งพูน - - - บ่-อดูรจะดับมัน

O กระนั้นอุโมงค์หนึ่ง - - - ทะลุถึงพนาวัล-
ยะเพื่อจะเอื้อขวัญ - - - และประกันจะปลอดภัย

O เพราะงำและอำพราง - - - ขณะสร้างและขุดไป
ระรัว ณ หัวใจ - - - เฉพาะภัยะมุ่งผลาญ

O สลดระทดครวญ - - - จิตะล้วนทมิฬมาร
อธรรมะบรรสาร - - - ทิฐิพาละแผดเผา

O ประทุษประดุจว่า - - - นิระภาวะบันเทา
ประทุษประดุจเงา- - - - ชิวะเฝ้าจะกลบฝัง

O ประการะใคร่ครวญ - - - นยะชวนจะชิงชัง
พระธรรมะสัจจัง - - - ยุติหยั่งและหลั่งหลอม

O ตริตรองก็ผองปาณ- - - - ฑพะมานะอดออม
ละถิ่นและยินยอม - - - สละพร้อมกะยศถา

O ประวิงประหวั่นเต- - - - ชะกะเล่หะบรรดา
ระแวดระวังกา- - - - ละประทุษะจุดเผา

O วิกฤตะฤทธิ์ฉล - - - ปะทุผล ฤ ผ่อนเพลา
เพราะชั่วและมัวเมา - - - ฤจะเกลาจะกลับหาย

O กระนั้นปฤถาชวน - - - ชนะล้วนลำบากกาย
ประจาคะภักษ์หมาย - - - จะฉลอง ณ เวียงวัง

O ฉะนั้นวนิพพก - - - กละอกจะยินดัง
กมลกรุณยัง - - - จะละหลั่งประโลมใจ

O อเนกอนันต์ทาน - - - ภัตะกาละผ่านไป
บำราศะร้างไกล - - - เฉพาะพราหมณีเหลือ

O เพราะเสพะโสมหอม - - - รสะหลอมก็จุนเจือ
นิทรากะหน่อเนื้อ - - - บุตระเชื้อนะห้าคน

O ณ รัตติกาลนั้น - - - รุจิจันทระอับจน
ปลาตะภาสพล - - - นภะบนก็หม่นหมอง

O วโยนะโผผ่าน - - - คคนานตะคลุมครอง
และวิชชุเรื่อรอง - - - ก็ผยองละแล่นสาย

O คะครื้น ณ ผืนฟ้า - - - ชุติมานะพร่าพราย
ระเนนและเอนปลาย - - - พรรณะส่ายเพราะลมวน

O ฉะนั้นนะผองปาณ- - - - ฑพะสานอุบายตน
กระนั้นนะผองพล - - - อนุสนธิร่วมแผน

O ลุเหย้าปุโรจน์พลัน - - - ก็กะกันบ่เกรงแกลน
พลุเพลิงระเริงแสนย์ - - - ก็ละแล่นละลามไหล

O ฉะนั้นสกุลปาณ- - - - ฑพะผ่านอุโมงค์ไป
ลุป่าพนาไพร - - - นิระภัยจะกรายล้อม

O ภิรมยะสมทรวง - - - ฤดิปวงก็สมยอม
จะร่วมจะหล่อหลอม - - - และก็พร้อมจะล่มพาล

O อรุณะเบิกฟ้า - - - สุริยาก็เบิกบาน
ปฐมทิวากาล - - - ก็สะท้านสะเทือนใจ

O เพราะเตชะโหมหา- - - - ยนะคร่าชิวาไป
และร่าง ณ กลางไฟ - - - ศพะไหม้และหมกเหม็น

O ตระโบมและโลมมน- - - - ฑิระป่นทะลายเป็น-
ประจักษ์พยานเห็น - - - ฤจะเร้นจะรอดผลาญ

O ประอระมรณ์มอด - - - ศพะทอดบุรุษชาญ
ลุวัฏฏะสงสาร - - - ยุติผ่านนะชอบ-ฉล

O ปุโรจนะบรรลัย - - - ศพะไหม้ตลอดตน
คละอยู่ก็หมู่ชน - - - อลวนและค้นหา

O เสาะเบญจะบุรุษ - - - และเสาะนุชกะซากคา
ก็พบประสบภา- - - - วะชิวาลุอาสัญ

O คระโหยละห้อยหา- - - - ยนะพาประจาคกัน
อดูระพูนขวัญ - - - คุณะนั้นจะเปรียบไหน

O ประโมทยะโฉดฉล - - - ทุรชนเขษมใจ
อรินทระสิ้นไป - - - อุปไมยะสิ้นขวาง

O ประจาคะพรากเมือง - - - จระเนื่องลุที่ทาง
ละห้อยคระโหยคราง - - - ขณะย่าง ณ ทางจร

O ปลาตพลังสิ้น - - - นิระจินตะกำจร
ละห้อยระโหยวอน - - - จะอุทธรณ์ก็ยากทำ

O เพราะภีมะทรงภาค - - - พละมากและกำยำ
เสนอสนองทำ- - - - นุพระมาตุและพี่น้อง

O พระหอบและหิ้วฝ่า - - - มรคาและครรลอง-
ลุแหล่งสถาน, มอง - - - ภัยะผองบ่เห็นมี

O คระไลก็หยุดลง - - - เพราะประสงคะอารี
นิทราประดาศรี- - - - กุละที่จะผ่อนขวัญ

O กระนั้นก็มีราก- - - - ษสะภาคะโหดครัน
ลุเล่หะโมหันต์ - - - กะอนุชะโน้มนำ-

O ประหัตประหารล่วง - - - มนุปวงเถอะช่วยทำ
อนงคะเนตรสัม- - - - ผัสะภีมะพึงใจ

O ระทึกสะท้อนทรวง - - - นยะล่วงลุห่วงใย
สะทกสะเทิ้นใน - - - พิสมัยะในองค์

O จำแลงและแปลงร่าง - - - เพราะขนางกะรูปทรง
ประโยคะมอบลง - - - เพราะประสงค์จะพาหนี

O สดับประโยคน้อง - - - กุธะผองก็พลุ่งพลี
ลุเลศและเจตศรี - - - กุธะพี่ ฤ อาจคลาย

O เหาะหาญทะยานตี - - - รณะภีมะวุ่นวาย
ลุฆาตะชาติหาย- - - - นะมลายชิวาลง

O ปฤถา ณ ครานั้น - - - ทะนุขวัญะร่วมวงศ์
สะใภ้นะพร้อมองค์ - - - เพราะประสงคะพร้อมใจ

O กำเนิด"ฆโฏตกจ" - - - พระอุรสะกลางไพร
ลุวาระลาไป - - - ระบุไว้จะกลับมา

O ประโยคะบ่งไป - - - ผิวะภัยะบีฑา
จะย้อนและทอนหา- - - - ยนะนั้น ณ ทันใด





Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 15 ธันวาคม 2563 7:18:57 น. 19 comments
Counter : 1125 Pageviews.

 
สวัสดีพี่กายค่ะ..
..ไม่ว่าบทไหน..อ่านแล้วก็คล้อยตามทุกบทเลย..
..เก่งจริงๆ..


โดย: คีตะพัสตร์ วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:27:59 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องเพลง....
เฮ้อ...ชื่นหัวจาย...กะคำชม
อิๆๆ

พี่พยายามเขียนให้หลากหลายฉันทลักษณ์
มากที่สุดเผื่อน้องๆคนไหนอยากเขียนบ้าง

คิดถึงนะคะ
คิดถึงพี่รึยัง คะ?

v
v
v
v


เห็นหนุ่มศารทูล..ว่าอยากอ่าน โตฎกฉันท์ ๑๒
อะนะ...ยังไม่ถึงบทพากย์ในเรื่อง
เอาบทการเมืองไปก่อนละกัน....หุหุ


โตฎกฉันท์ ๑๒
๐ เพราะระบอบและระบิล......กระจะจินตะประชา
ระยะกาละก็พา..................คุณะค่านะประเมิน

๐ เพราะระบอบและระเบียบ....ผิวะเปรียบก็จะเกิน
นยะคำสรเสริญ-.................เพราะเผชิญะประดา

๐ เพราะประสงคะจะรุก.........รณะทุกขะประชา
นยะข้อครหา.....................ฤจะว่ารึจะหวัง

๐ สุระกรรมทะนุเนื่อง...........ก็ประเทืองและประทัง
ทุขะชนเฉพาะยัง................กระแซะสั่งกระเสาะเสียง

๐ ปัญญ์ชนะประดา..............ดละวาทะเผดียง
พิเคราะห์เลศะก็เพียง...........อัตะเมียงจะลุหมาย

๐ สรรพะวาทะประการ..........ประลุผ่านจิตะกาย
นยะนั้นดุจะหมาย...............อธิบายะประชา

๐ ก็เพราะราชะระบอบ..........ถิระตอบระยะกา-
ละอดีตะสถา-....................ปนะกรอบจะประกัน

๐ อนุสนธิริปู.....................รณะสู้และผจัญ
มุขะพละถลัน....................นิระหวั่นชิวะปลง

๐ ขณะโลหิตะหลั่ง..............ศิระยังจะทนง
จิตะมั่นจะณรง-..................คะประสงค์อริวาย

๐ ขณะมึงน่ะฤรู้..................ขณะกูสละกาย
ขณะโคตระขาย.................ชิวะหมายทะนุเมือง

๐ เฉพาะภูษิตะชาด.............เฉพาะภาษะเมลือง
ขณะขุ่นขณะเคือง..............จะประเทืองฤประทุษ

๐ มหกรรมะธนา.................เสาะและหาเฉพาะฉุด-
จิตะด้อยคุณะวุฒิ................บริสุทธิ ฤ หมาย

๐ เพราะประสงคะประยุท-......ธะประดุจะระบาย
กิติศัพทะสยาย..................อภิปรายะกระพือ

๐ จะประลองมติชาติ............อภิวาทะระบือ
ชิ..!..ประเภทะกระบือ...........ก็กระเหิมจะณรงค์


โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:47:29 น.  

 
คิดถึงนะ..นะ..นะ..

พี่กาย..เมื่อวานเพลงอ่าน..ที่บทแรก..
..เห็นคอมเม้นสุดท้าย..ก็ยังรู้สึกแปลกๆ..
..แล้วตะกี้พึ่งกลับไปดูอีกรอบ..เห็นพี่กายเม้นตอบ..
..เลยรู้ว่าคืออะไร..(ไม่งั้นจะขอแจมซะหน่อย..อิอิ)..
..ช่างเหอะเนอะ..คุณค่าของคน อยู่ที่ผลของการกระทํา

..พี่กายอย่าสนใจเลยเนอะ..
..แล้วก็เขียน..กลอน..ฉันท์..ให้เพลงกับอีกหลายๆคน
..ได้อ่านต่อไปเรื่อยๆ..นะคะคนเก่ง..


โดย: เพลงผ้า IP: 80.226.13.229 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:27:53 น.  

 
น้องเพลง....
อ้อ...คนนั้นเขาคงมีความเข้าใจผิดบางอย่าง
เกี่ยวกับตัวพี่...และเกี่ยวกับตัวเขาเอง
เลยเขียนมาแบบนั้น....

คงต้องแนะนำให้ไปอ่านในบล็อค...ธรรม...
บทล่าสุด...เหนื่อยกับความคิดแบบนั้นจริง
ระบาดไปทั้งบ้านทั้งเมือง...

เฮ้อ...


เพลงอย่าไปสนใจเลยนะคะ
เรื่องไม่เป็นเรื่อง...อิๆๆ
มาลองเขียนฉันท์กับพี่ดีกว่านะคะ

คิดถึง...........


โดย: พี่กาย (สดายุ... ) วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:23:06 น.  

 
ค่ะพี่กาย..เพลงไม่สนใจหรอก..อิอิ

..แต่เขียนฉันท์..ยากจัง..เปลี่ยนเป็นเขียน.ฉัน-คุณ
ได้มะ..+555..ล้อเล่นๆ..ทําตาเขียวอีกแระ..

เดี๋ยวรอเขียน.."ใจไม่ยอมหมดหวัง"..สักบทก่อนค่ะ
แล้วก็คงต้องพึ่งพี่กาย..เป็นที่ปรึกษาให้หน่อย..
..กับบท..เกริ่นนํา..ระบําศรีโพสพ..อะค่ะ..
..พี่กายคงได้อ่านที่เพลงคุยกับคุณ..เกศสุริยง..ที่บล๊อค
เพลงแล้วใช้ป่ะคะ...(แต่คงไม่รีบเท่าไร)..
..หลังจากนั้นจะมาเรียน..ฉัน กับ คุณ..เอ้ยยย..มะช่ายย
..เขียนฉัีนท่์..อิอิ..

..งานยุ่งมะ..ค่อยๆทําน๊าา...ยิ้ม


โดย: เพลงผ้า IP: 80.226.13.229 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:05:01 น.  

 
ระบำศรีโพสพ...เป็นไงอะน้องเพลง
พี่ยังนึกไม่ออกเลย...อิๆๆ

แต่จะช่วยได้ก็คงเรื่องคำที่ใช้อะไรพวกนั้นแหละ
ด้วยความยินดีนะคะ...
อะไรที่พี่พอเป็นประโยชน์ได้บ้างก็บอกมา...
มิต้องเกรงใจ...

ยังไม่ได้สแกนภาพนางรำเลย
รอก่อนน้า


โดย: พี่กาย IP: 125.27.72.50 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:09:27 น.  

 
ขอบพระคุณสำหรับโตฎกฉันท์ครับ...
หาอ่านยากเหลือเกิน


โดย: ศารทูล IP: 113.53.12.57 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:48:36 น.  

 


สวัสดีค่ะ พี่สดายุ

มาอ่านบ่อยๆ ขอลงชื่อไว้มั่งค่ะ
แหะ แหะ






โดย: พธู วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:29:28 น.  

 
ศารทูล....
นี่เป็นโตฎกฉันท์ บทแรกในชีวิต
ดูๆจะใช้เขียนการเมืองได้ไม่เลว

ข้อติ...ก็มีว่า
จังหวะมันจะเหมือนกันไปทุกวรรค
จำนวนคำเท่ากันไปหมด

พออ่านแล้วมันออกจะเรื่อยๆไปนิดนึง

ส่วนข้อที่ว่า ฉันท์อะไรเหมาะกับ
เรื่องราวแบบไหน...คิดว่าอย่าไปใส่ใจเลย
มันไม่จริง...ทุกฉันทลักษณ์ เขียนได้ทุกเนื้อหา

เอา..วสันตดิลก..มาเขียนบทอีโรติคยังได้เลย
อิๆๆ

.
.
.
๑๙
๐ ท่ามหนาวนี้ ฤ จะรู้นะผู้วรรณะประภา
อุ่นนั้นจะปันภา-........ระรึง
๐ หนาวอาวรณ์ขณะใดก็ใครล่ะจะคะนึง
คอยอุ่นละมุนซึ้ง.......ผสาน
๐ กี่ผวยผืนผิวะห่มจะข่มกะทรมาน
เนื้ออุ่นจะอุ่นนาน........ไฉน
๐ กี่ผวยนิ่ม ฤ จะล้อมถนอมวรรณะประไพ
เร้ารุมอุสุมไอ-.........อุรา
๐ มอบคำนึงเถอะนะเจ้าและเฝ้าถวิละหา
เผยรอยและถ้อยวา-......ทะแล







สวัสดีครับคุณพธู
ไม่ค่อยเห็นชื่อเลย...
ครับ..มีความเห็นต่อสิ่งที่เขียน
ก็เชิญได้ตามสบายครับ...ไม่ต้องเกรงใจ
เรื่องนี้คงลากยาวกันจนจบล่ะครับ

กลัวหยุดแล้ว เครื่องจะดับ....อิๆๆ



โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:27:23 น.  

 
เอาสัททุลมาแลกโตฎกครับ...

...โรฮินญา...

สัททุลวิกกีฬิตฉันท์
๏ โอ้อกเอ๋ย...ธรณีมิมีละฤสถาน
อันทวยจะอาจทาน.........บเห็น
๏ โอ้อกเอ๋ย...ขณะนี้มิมีนระจะเอ็น
ดูเอื้อกรุณเป็น...............สุธาร
๏ โอ้อกเอ๋ย...ก็เพราะแผก ณ พงศดลดาล
ภัยโศกพิโยคพาน..........สะพรึง
๏ โอ้อกเอ๋ย...ดนุนี่ฤมีภพจะพึง
พำนักและสำนึง.............สถิต
๏ โอ้อกเอ๋ย...เฉพาะผองสุภาพะอภิสิทธิ์
ครองหมดจรดทิศ -.........ะมวล
๏ โอ้อกเอ๋ย...ขณะเขาน่ะเสาวนะสำรวล
เราหรือคระหึมครวญ.......คระคราง
๏ โอ้อกเอ๋ย...นระเมิลก็เมินมนะก็หมาง
กีดกันก็กั้นกลาง...........นิกร
๏ ลาแล้วลา...รหุฐานพิมานทิพะนคร
อันปวงอมรเอม............อุรา
๏ ไปเถิดผอง...ผิวะห้วงมหรรณพะจะพา
สู่มัจจุราชา.................ก็เชิญ

.....................................


โดย: ศารทูล IP: 117.47.146.125 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:30:54 น.  

 


พี่คะ...


ตามมาอ่านเช่นเดิมค่ะ
ช่วงนี้มีปัญหาเรื่องสายตา
คงทำงานหน้าคอมฯ มากไป
นกใช้วิธี print เอาไปอ่านค่ะ

พี่สบายดีนะคะ





โดย: ดวงใจพ่อ (Nok_Noah ) วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:07:07 น.  

 
มาตามอ่าน และ ชื่นชมค่ะ :)


โดย: times IP: 124.120.215.70 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:19:35 น.  

 
คิดถึงๆๆๆๆๆๆ....
..พี่กาย..ทําไมเพลงนอนเยอะจัง..
..ตอบหน่อย..อิอิ..ง่วงอีกแระ...


โดย: คีตะพัสตร์ วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:1:24:41 น.  

 
ศารทูล...

การซ้ำคำหน้า...ไม่ควรใช้หลายบทเกินจนเฝือ
อย่างมากเป็นการเน้น...สัก 4-5 ประเด็นก็พอ
คือ..ค่อยๆไล่ความเข้มข้นของประเด็นทุกข์ยาก
หรือความแร้นแค้น...ของผู้คน

๐ โอ้เวรกรรม..ปุระไหนก็ไม่กรุณะคน
ชีพช้ำจะจำนนน....ชะตา
๐ โอ้เวรหนอ..ชิวะนี้ฤที่ทุขะคณา
บาปทำระยำมา....ไฉน
.
.
จนถึงจุดที่ทนไม่ได้อีกต่อไป...เราก็เปลี่ยน
theme หน้าบทใหม่...

๐ เอาเวยกู...ผิวะใครจะไร้หทัยะหนุน
เมตตาและการุณ....กระไร
๐ อย่าอาวรณ์...ชิพิตาจะล้าฤจะประลัย
เจตนี้จะชี้ไป.....สวรรค์
.
.

เหมือนที่นายผีใช้ใน..เราชนะแล้วแม่จ๋า
เป็นการเน้นเรื่องมากกว่าการเล่นคำ

หรือบทแรกเริ่มสามคำ
บทต่อมาคงแต่คำหน้า
อะไรประมาณนี้

เวลาเขียนก็ให้นึกว่า...ตัวเองเป็นโรฮินญา
ซะหน่อย

พวกนี้สมัยก่อนเราเรียกพวก...ยะไข่
เป็นพวกโจรสลัด...แม้แต่พม่าเองก็ปวดเศียร
เวียนเกล้ามานาน...ปราบไม่อยู่
จนมายึดได้ในสมัย พระเจ้าอลองพญา
คนที่มารบกับไทยแล้วปืนแตกใส่จนตาย
ระหว่างทางขากลับพม่า...ก่อนกรุงศรีฯ
แตกครั้งที่สอง

ลองนึกถึงลำน้ำที่ทอดลึกเข้าไปในแผ่นดิน
ในระหว่างช่องเขาสูงทั้งสองฝั่ง
พวกนี้จะอาศัยอยู่ตามถ้ำระหว่างภูเขา
สองฝั่งแม่น้ำ...ที่เหมือนป้อมปราการชั้นดี
พอถึงช่วงทำงานก็จะออกเรือไปปล้น
เรือทั่วไป





นก...
อ้อ..เหรอ...ใช้สายตามากก็ธรรมดา
กลัวต้องใส่แว่นเป็นแม่แก่กันเป็นแถวๆ
เหมือนที่บางคนกลัวอยู่...อิๆๆๆ

บทพากย์ฉันท์นี้...ต้องนับว่าเป็นฉบับร่าง
พี่อาจมีแก้ไขสอดแทรกต่อเติมหากเห็นว่า
ความมันกระโดดไม่ต่อเนื่อง...เพื่อให้อ่าน
แล้วเข้าใจมากขึ้น

เหมือนช่วง โตฎก บทนี้ก็แทรกกลางเข้าไปใหม่
หลายบท...

ค่อยๆอ่านกันไป





กาลเวลา.....
ยินดีครับที่แวะมาอีก....
คู่หูหายไปไหนล่ะ...อิๆๆ






น้องเพลง....
คนนอนมาก..หน้าตาจะบวมฉึ่ง
เดี๋ยวไม่สวยน้า

แสดงว่ามีเวลาเยอะ....
งั้นมาช่วยพี่เขียนฉันท์สิ
หาคำมาลงตามตำแหน่งเท่านั้นเอง
อิๆๆ

นอนมาก...ก็คิดถึงพี่มากสิ...




โดย: สดายุ... วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:58:03 น.  

 
คิดถึงเพลงนะคะ


โดย: สดายุ... วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:02:51 น.  

 
พี่กายย..ทําไรอยู่น๊าาา...
สี่ทุ่มครึ่งแระ..คงยังไม่นอน..เขียนอยู่แน่ๆ
อะงั้นไม่กวนแระ...
..คิดถึงค่ะ..



โดย: เพลงผ้า IP: 80.226.14.239 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:36:43 น.  

 
น้องเพลง....
สวัสดีนะคะ....วันหยุดพี่นอนดึก
กำลังเขียนเรื่องนี้ติดพัน...

ม่วนขนาด...อิๆๆ

คิดถึงนะค้า...
ลองเขียนให้พี่ดูสักบท...ฉันท์อะไรก็ได้
ถ้ามีเวลานะ...


โดย: พี่กาย IP: 124.120.98.235 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:21:54 น.  

 
พี่กาย...เพลงขอบคุณมากมายนะคะ..
จะรอดูน๊าา..ขอโทษด้วยนะคะ..มาขอบคุณช้าาา..
แต่คิดถึงตลอดนะคะ


อยากเขียนนะคะ...แต่..ขอฉันท์ที่ง่ายที่สุดก่อนได้ป่ะคะ
..อิอิ...แร้วอันไหนดีอ่า..


โดย: เพลงผ้า IP: 80.226.12.173 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:5:52:23 น.  

 
น้องเพลง...หากเขียนกาพย์ยานี ๑๑ ได้
ก็ลองอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ได้เลย...

เขียนกาพย์มาลองดูสัก 2-3 บทสิ
แล้วพี่จะแปลงให้ดูเป็นฉันท์

คิดถึงตลอด...ก็ใช้ได้แล้ว
จะได้มีแรงเขียนต่อ....อิอิ


โดย: พี่ IP: 124.121.229.83 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:6:17:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O คำข้าว .. และใจคน .. O





O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำลง-
สู่บาตรเกื้อกูลสงฆ์ - - - สืบไว้-
รับบทบาทธำรง - - - ปวงหลัก ธรรมแฮ
กล่อมโลกเหนี่ยวรั้งให้ - - - ห่างไข้โศกเข็ญ ฯ

O วงพักตร์เมื่อน้อมสู่..ท่านผู้ขอ
นวลลออ..ผุดผ่องก็มองเห็น
อิริยาจับเลือก..เจ้า-เยือกเย็น
ล้อแววตาตอบเต้น..ไม่เว้นยาม
O มาทำบุญตักบาตรหนุนชาติภพ-
กลับบรรจบโลกสภาพจนวาบหวาม
จักฝ่าฝืนโลมลูบด้วยรูปนาม-
รูปกลับตามติดตาไม่ล้าเลย
O อิริยาจับช้อน ก็อ่อนช้อย
ชั่วแววตาเหลือบชม้อย..จึงค่อยเผย-
ความอ่อนโยนลึกล้ำ..ดั่งรำเพย-
ของลม-เย้ยยั่วชายให้หมายชม
O บัดนั้น..คือช่วงงามคุกคามโลก
กลบสร้อยโศกเบื้องหลังเคยสั่งสม-
จดวงรอบปรารถนาสู่อารมณ์
แฝงสายลมโชยอ่อนพัดย้อนไป
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพระ
ตอบภาวะศรัทธาที่อาศัย
แต่ละคำข้าวคด..กำหนดใจ-
ลดละให้อัตตานั้นล้าตัว
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพร้อม-
ความนอบน้อมนิ่มนวล..ออกยวนยั่ว-
ให้แววตาเหลือบเห็น - แล้วเต้นรัว-
สั่นทั้งหัวใจผู้..รับรู้งาม
O แขนเรียวรูปหยิบจับสำรับส่ง-
ให้หมู่สงฆ์ตามแถว, เมื่อแววหวาม-
ในอีกดวงตาพิศ..คอยติดตาม-
เหมือนสุดห้ามหักจิตเอาปลิดปลง
O ผมรวบเกล้า พรรณลออ..อยู่ล้อตา
เผยรูปรอยคุณค่า..ต่อหน้าสงฆ์
ใจนอบน้อม..คำขอ..และช่อบง-
กชงามสี, รูปทรง..สืบวงกรรม
O เหมือนรูปองค์ จบจิต..สัมฤทธิ์รู้-
ความนัยผู้ปรารมภ์ผ่านลมร่ำ
สบชำเลืองเหลือบชม้อย..เหมือนพลอย - บำ-
รุงใจคร่ำครวญชู้..ที่อยู่คอย
O มาบรรจบงดงาม ในยามเช้า
จนเปลี่ยวเหงาถึงบทต้องถดถอย-
ให้จันทร์ล่มลับดวงจนล่วงรอย
เหลือล่องลอยโชนช่วงเพียงดวงเดียว
O เช่นรูปกลางแววตา..เพ-ลานี้
เปล่งราศีผุดผ่องให้มองเหลียว
ละม่อมพักตร์ทั่วแดน, สองแขนเรียว-
ฤๅเปรียบเสี้ยวส่วนองค์..หน้าองค์พระ ?
O โอ งาม..ราวจะตามมาหยามเย้ย
ด้วยรูปเผยรออยู่..ไม่รู้ผละ
แววซ่อนยิ้มในตา - หรือภาวะ-
ตอบฉันทะนัยชู้..อย่างรู้เชิง ?
O โอ งาม..ราวบีบคั้นด้วยทัณฑ์โทษ-
พาหัวใจปราโมทย์..พลอยโลดเหลิง-
ไปกับยิ้มในตา, แววร่าเริง-
ในฝันเวิ้งว้างตอน..ก็ - ย้อนคืน
O ทิวแถวท่านผู้ขอ..ร่ำรออยู่-
เหมือนรอกู้กลับใจ..ช่วยให้ขืน-
ขัดอำนาจลึกล้ำ, ยอมกล้ำกลืน-
ข่มความรื่นรมย์ชู้..ให้รู้เกรง
O คงจะสายเกินการณ์ แล้วท่านเอ๋ย
เมื่อรูปเผยปรารมภ์..เข้าข่มเหง
ดูเถิดตาตอบตื่นแสนครื้นเครง-
เหมือน-คอยเร่งรอบชู้..ไม่รู้วาง
O คงจะสายเกินการณ์ แล้วท่านเอ๋ย
เมื่อตาเอ่ยเอื้อนความ..ออกตามขวาง-
ขับความเงียบเปล่าเปลี่ยวในเที่ยวทาง
ข่มความอ้างว้างเหงา..เมื่อเช้าวัน
O รูปแห่งธรรมเลือนบทไปหมดแล้ว
เหลือผ่องแผ้วรูปละม่อม..รายล้อมขวัญ
คงรูปรอ..ปักปลูกความผูกพัน
เพื่อร่วมบันทึกส่วนคร่ำครวญคอย
O เสียงธรรมเคยก้องอยู่ไม่รู้แล้ว
เพียงชั่วยามเคยแว่ว..เหลือแผ่วค่อย
โอ งาม..ราวจะแกล้งเข้าแฝงรอย-
จนสุดใจเคลื่อนคล้อย...จากรอยงาม !

O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำวาง
กำหนดจิตขีดทาง - - - ย่างเท้า
คำพระยกธรรมขวาง - - - ฝากคิด
กำหนดกรรมกล่อมเช้า - - - หากช้าเกินการณ์ !


Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.