Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
8 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
O มหาภารตะยุทธ .. บทที่ ๓-๔ .. O








อรชุน


Mantra Hare Krishna



กมลฉันท์ ๑๒
110100 - - - 110102
110102 - - - 110103

O ขณะการณะปรากฏ - - - ทรุบทสลดใจ
ลุนคระวอนไหว้ - - - ทิพะไท้ ธ บำบวง

O ชุลิขอพระโอรส - - - ประจุบทะทาบทวง
ชุลิเกศและเจตปวง - - - ประจุหน่วงและน้อมนำ

O ถิระราชะสืบสัน- - - - ตติวงศ์พระทรงธรรม
กิจวัตระล้วนสัม- - - - มะกะกรรมะบัตรพลี

O สิริเยาวะเอารส - - - สมะบทพระภูมี
นรชาติราศี - - - ดุษฎีก็เยี่ยมเยือน

O ศุภลักษณานุช - - - ก็พิสุทธิยิ่งเดือน
สิริใดจะได้เหมือน - - - นุชะเลื่อนตระกองขวัญ

O ธฤษฎ์ทยุมนาเอา- - - - รสะเยาวะราชันย์
บุตระผู้จะคู่ขวัญ - - - ปุระขันธสีมา

O พระธิดาพระ"เทราปที" - - - ฤ พจีจะพรรณนา
สิริโฉมประโลมตา - - - ขณะกายะรื่นฉม

O อุระเชิดตระหง่านชู - - - ดุจะรู้จะชวนชม
วรองคะคอดสม- - - - มุติพรหมะเสกสรรค์

O พระสะโพกก็แผ่ผาย - - - จะยะย้ายยะยั่วบรร-
ลุสุเนตรและเกศกัญ- - - - ญะประชันกะโฉมฟ้า

O นุชะโอษฐะอิ่มแย้ม - - - ดุจะแต้มกะชาด, นา-
สิกะตรงและโด่งภา- - - - วะจะว่าทิพาสรรค์

O สิริพักตระลักษณา - - - อุปมาพระเพ็ญจันทร์
ภพะไตระถ้วนนั้น - - - สิริขวัญะพันธนา

O อธิราชะหลายอง- - - - คะประสงคะกัญญา
อุระร้อนจะจรมา - - - นคราประนอมขวัญ

O ทรุบทะหมดอา- - - - ดุระภาวะสัมพันธ์
พิเคราะห์ความจะลามบรร- - - - ลุผจัญณรงค์รณ

O รัฐะสีมะปัญจาล- - - - ะผสานประชุมคน
เพาะสมรรถะหัดพล- - - - ะพหละเหี้ยมหาญ

O ริปุใดจะไขว่หา - - - พระธิดาพระโฉมคราญ
จะประยุทธะรำบาญ - - - ชิวะลาญะแหลกลง

O สรรพะป้อมและปราการ - - - สรรคะการณะมั่นคง
ทะนุล้อมถนอม-อง- - - - คะประสงคะหมายปอง

O รณะพ่ายเพราะผองปาณ- - - - ฑพะชาญและช่ำชอง
จะระยำลุซ้ำสอง - - - ฤจะปองมุป้องกัน

O อนุสนธิพรรณนา - - - พระธิดาวิลาวัณย์
ประจุโฉมประโลมขวัญ - - - อภินันทะใจชาย

O วรรณะเนื้อระเรื่อโล- - - - หิตะโศภิตาราย
ขณะเขินสะเทิ้นอาย - - - ก็ละลายหทัยหลง

O วรโฉมประโลมสา- - - - กละพาหะจำนง
สหะเลศะเภทพล - - - จระด้นประดังมา

O ขณะนั้นสกุลปาณ- - - - ฑพะชาติร่วมอา-
ศัยะอยู่กะพฤกษา - - - สมะภาวะทุกข์เข็ญ

O มติมวละชวนผ่าน - - - ลุสถานะร่มเย็น
ผละละพงพนาเห็น- - - - จะจรุงก็มุ่งเหนือ

O ภัตะปวงบ่ล่วงหาย - - - ประจุกายะจุนเจือ
ชิวะมวละล้วนเหลือ - - - มนะเพื่อจะเอื้อกัน

O ลุสุชละคงคา - - - สุตะภาวะก้องครัน
พละโถมกระโจมบรร- - - - ลุกระแทกกระทั้นเสียง

O พิศะล้วนกระบวนชน - - - จระร้นระรายเรียง
สุตะศัพทะคล้อยเคียง - - - เฉพาะเพียงประพิมพ์พาล

O พจนารถประกาศรู้ - - - จะลุสู่ ณ ปัญจาล
ผิวะโชคะโอฬาร - - - จะประสาระด้วยศรี

O จะประชุมสยุมพร - - - เฉพาะอร”เทราปที”
คุณะค่าและราศี - - - นิระมีเสมอเหมือน

O สุตะเรื่องก็เนื่องคิด - - - จะลุติดและตามเยือน
พิศะโฉมะยิ่งเดือน - - - ผิวะเลื่อนประโลมชม

O ขณะคิดคะนึงอยู่ - - - นิระรู้-ผละปรารมภ์-
ฤ-ทิพาจะพาสม - - - อภิรมยะรับรอง

O สรรพะสาระพันชน - - - ระดะปนกะหมายปอง
วรรณะต่างระหว่างผอง - - - จะประลองฉลองงาน



= บทที่๔ .. การสวยมพรพระนางเทราปที =
วังสัฏฐฉันท์ ๑๒
10100 - - - 1101012
10102 - - - 1101013

O ทรุบทพระช่วงชี้ - - - นยะมีประกอบประการ
ธนูกะผู้หาญ - - - พละดาลประดังและดึง

O ผิว์แรงบ่แกร่งไกร - - - ผิวะไม่คะเนคะนึง
ผิว์พลาดบ่อาจขึง - - - ก็จะถึงพิกลพิการ

O ประสงค์พระทรุบท - - - ดละกฏประเมินประมาณ
ดนูและผู้หาญ - - - รณะการณ์เฉลิมฉลอง

O และเพื่อจะเจือจุน - - - อรชุนะร่วมประลอง
เพราะเพื่อจะเอื้อผอง - - - จิตะพร้องสมัครสมาน

O ประการะเป้าแขวน - - - ดุจะแล่นกะลมละลาน
พะพลิ้วและปลิวปาน- - - - วิญญาณประคับประคอง

O ลุวันสยุมพร - - - อุปกรณะพร้อมประลอง
คละเคียงกะเสียงกลอง - - - ปะทุก้องปะรำพิธี

O สนามนะงามแต่ง - - - ระดะแหล่งเสมือนจะมี
กระโจมสลับสี - - - และรุจีระยับสยาย

O ณ กลางสนามใหญ่ - - - เฉพาะไท้และโฉมจะชาย-
สุเนตรและเลศผาย - - - นยะฉายประชันเผชิญ

O และสาวกำนัลใน - - - ดละไท้จริตเจริญ
ยะยั่วและหยอกเอิน - - - ดละเมินชม้อยชม้าย

O พฤฒาประดามี - - - ถิระที่จะมองสบาย
กษัตริย์และเจ้าชาย - - - พิศะโฉมประโลมหทัย

O ประดาประชาชน - - - มนะล้นภิรมย์กระไร
ชะเง้อชะแง้ไป - - - ก็เพราะใจสนุกสนาน

O และพราหมณะยามนี้ - - - ประลุที่พิธีประธาน
ลุกรรมะทำการ - - - อนุสนธิ์ทิวาสวรรค์

O และแล้วกระบวนราช - - - ยุรยาตระผ่านและบรร-
ลุเขตวิเศษสรร- - - - คะประชันเผชิญะชม

O อนงคะเทราปที - - - ประลุที่พิถีภิรมย์
เสาะเนตรพิเศษสม - - - บุรณาประชาสมัย

O เพราะปรางสอางอิ่ม - - - และเพราะยิ้มพิลาสพิไล
เพราะกระอ่อนไหว - - - ดุจะงวงพญาคชา

O เพราะเอวนะคอดยิ่ง - - - กละสิงหะในพนา
เลาะลัดเสาะภัตตา - - - ประจุร่าง ณ กลางสมัย

O ณ อัฒจันทร์รอบ - - - ดุจะนอบกะโฉมพิไล
กมละวนไหว - - - พิสมัยะดาประดัง

O กระนั้นสกุลปาณ- - - - ฑพะผ่านระแวดระวัง
เสาะแซกชำแรกบัง - - - ลุเลาะกลืนกะคลื่นประชา

O คุกูณฑ์จำรูญโรจน์ - - - รุจิโชติเนื่องคณา
เฉลิมฉลองคา- - - - รวะไท้ ณ ในสวรรค์

O เกราะกลองและฆ้องแตร - - - เสนาะแซ่จะชวนประชัน
ธฤษฏ์ทยุมน์นั้น - - - จระด้วยเทราปที

O และแล้วก็แว่วเสียง - - - นยะเพียงจะเริ่มพิธี
ลุฤกษะเบิกศรี - - - กรณีจะร่วมประลอง

O ธนูและผู้กล้า - - - สมะค่าประคับประคอง
ลุลอดตลอดผอง- - - - จักระพุ่งและปักมัจฉา

O ลุแทงและร่วงหล่น - - - ประลุผลกะนัยนา
อนงคะเทรา- - - - ปทีราชะมอบประทาน

O และกฎกำหนดอยู่ - - - เฉพาะผู้จะรณการณ์
สกุลและวงศ์วาน - - - เหมาะสถานะคู่ประคอง

O และแล้วก็เริ่มกา- - - - รณะภาวะรอบประลอง
กระวีกระวาดปอง - - - ธนุโก่งกระเหิมกระหาย

O ชะงักชะงันเงิ่น - - - ก็เพราะเกินตะเกียกตะกาย
พลังจะรั้งสาย - - - ดุจะคล้ายบ่อาจจะขืน

O กระย่องกระแย่งยุด - - - พละสุดจะกล้ำจะกลืน
กระยืดกระยาดยืน - - - ฤจะฝืนกะวาสนา

O กระชากกระชับฉุด - - - ศระหลุดกระแทกกะบา-
ทะเลือดชะโลมทา- - - - รุณะดาละคร่ำและครวญ

O กระป้อกระแป้ผู้ - - - สติรู้ประเมินประมวล
อุราก็เรรวน - - - นิระหวนจะร่วมประลอง

O กระมิดกระเมี้ยนหลบ - - - ขณะจบคะนึงคะนอง
กระเหี้ยนกระหือผอง- - - - คณะชนก็ปราศสลาย



สาลินีฉันท์ ๑๑
00000 - - - 100102
00002 - - - 100103
1 = ลหุ
0,2,3 = ครุ

O สักครู่กรรณจู่มา - - - คะเนการณะรอบกาย
คันศรยกง่ายดาย - - - และเหนี่ยวสายจะพุ่งศร

O เอกองค์ผู้นงนาฏ - - - ก็เผยวาทะเพื่อวอน-
บอกกรรณให้วางกร - - - และผันจรประจาคไป

O ด้วยวงศ์แห่งนงโพธ - - - บ่ปราโมทยะด้วยไม-
ตรีชนชั้นต่ำไร้- - - - สกุลศักดิอัครฐาน

O ตัวเจ้าด้วยเผ่าพันธุ์ - - - บ่ควรฝันประลองการณ์
ไร้ศักดิ์จักสืบสาน - - - เหมาะควรพาละเพียงพอ

O ควรหรือชนต่ำชั้น - - - เหมาะควรฉันทะเคลียคลอ
ควรเราจักเฝ้ารอ - - - ดนูผู้จะคู่ควร

O เจ็บยอกด้วยตอกย้ำ - - - และชอกช้ำเพราะคำนวล
เก็บกล้ำความกำสรวล - - - และใคร่ครวญสถานตน

O เหวี่ยงศรลงทุ่มทิ้ง - - - ถลาวิ่งลุหมู่ชน
เดือดดาลบรรสารผล - - - ะผจญะห้วงใจ

O ร้างผู้หาญมุ่งหมาย - - - และร้างชายจะชิงชัย
เงียบงันทั้งนั้น,ไร้- - - - สมรรถใดจะบันดล

O บัดนั้นจึงมีพราหมณ์ - - - สง่างาม ณ เบื้องชน
องอาจเยื้องยาตรตน - - - จะร่วมรณประลองการณ์

O คือหนึ่งปาณฑพผู้ - - - ถวิลอยู่กะรูปคราญ
คืออรชุนผู้หาญ - - - จะท้าทายจะเหนี่ยวศร

O ยกศรที่กลางดิน - - - ประทักษิณถวายกร
ยอเทพในอัมพร - - - และยกศรกระชับชู

O สอดศรสู่สายขึง - - - พระลองดึงและลองดู
น้าวสายใจหมายตรู - - - เพราะใจรู้ถวิลหา

O แล้วศรพลันพุ่งตรง - - - และปักลง ณ ตาปลา
ก่อนหล่นร่วงลงมา - - - กระจายภาวะเกลื่อนไป

O เสียงโห่ไชยโยร้อง - - - ก็กึกก้อง ณ ทันใด
องอาจสามารถไหน - - - จะอาจเปรียบและเทียบเขา

O ปี่แซ่พร้อมแตรสังข์ - - - ก็ยินดังมิใช่เบา
โครมครึกกลองศึกเคล้า - - - อุโฆษสรรพะรับกัน

O นงเยาว์ผู้งามโฉม - - - อุราโสมนัสครัน
สบพราหมณ์รูปงามพลัน- - - - เกษมสันตะรัญจวน

O คู่สร้างแต่ปางก่อน - - - ชิวามรณ์ก็จรจวน
สัญญารำลึกทวน - - - ก็แน่ชัดถนัดหมาย

O หัตถ์ชูมาลัยทอง - - - และเอื้อมคล้องกะคอชาย
ดวงเนตรเผยเลศฉาย - - - เสน่หาระรุมทรวง

O สี่หัตถ์เอื้อมกุมกัน - - - ผสานมั่นฤดีดวง
บุปผามาลัยพวง - - - ละหล่นสรวงประหนึ่งฝน

O หอมหวนอบอวลถิ่น - - - ระรวยรินประทิ่นปรน-
เปรอล่วงจากสรวงบน - - - ประโลมชนภิรมย์ใจ

O บัดนั้นในหมู่ชน - - - กุลาหละเร่งไป
หมายบั่นชีพพราหมณ์ให้ - - - ประลัยพร้อมกะโฉมคราญ

O เการพจึงสบใจ - - - ถลันใส่เพราะใจพาล
ปาณฑพสมทบการ- - - - ณะต่อต้านและร่วมตี

O อรชุนหมุนร่างพลัน - - - ประยุทธกรรณะทันที
สองร่างกลางยุทธี - - - ฤ อาจมี ฤ อาจหา

O โต้ตอบด้วยจำนรรจ์ - - - และโต้กันกะบรรดา-
อาวุธจนสุดภา- - - - วะกำลังจะสั่งสอน

O หวังให้เจ้าได้คิด - - - ขจัดมิจฉะตัดทอน
เหวี่ยงกรรณด้วยคันศร - - - พระวาดกระวุ่นวาย

O กรรทบกรรณจบพื้น - - - กมลตื่นสะอื้นอาย
จึงกรรณเจ้าขวัญหาย - - - ณรงค์พ่ายละอายชน

O รูปหนึ่งคือองค์กฤษณ์ - - - จะเปลื้องริษยาคน
ขุ่นเคืองเรื่องศรจน - - - กุลาหละวุ่นไป

O พร้องความว่าพราหมณ์นี้ - - - ประยุทธีและมีชัย
ถูกต้องครรลองใน - - - ประมวลบทะกฎเกณฑ์

O ได้นางเป็นของขวัญ - - - มิอาจกันมิอาจเบน-
เบี่ยงอ้างหมายสร้างเวร - - - ประทุษแกล้งจะแย่งศรี

O จึงเหล่าพวกปาณฑพ - - - ประชุมครบก็พลันลี-
ลาศเต้ากลับเหย้ามี - - - ณ ยามนั้น ณ ทันใด

O ถึงเหย้าแล้วเข้าห้อง - - - ก็พร่ำพร้องและบอกไป
มารดาข้าชิงชัย - - - ประลองได้อะไรมา

O จบความผู้มารดร - - - ประพจน์ย้อนกะลูกยา
แบ่งกันเถิดขวัญตา - - - เสมอหน้านะห้าคน

O ไม่ทันได้มองเห็น - - - ลำเพาเพ็ญพิสุทธิ์ยล
จึงหมองหมางต้องตน - - - เพราะเผลอสั่งประดังความ

O งามเอยงามรูปเยาว์ - - - กริยาเล่าก็แสนงาม
ชดช้อยก้าวคล้อยตาม - - - จะข่มข้ามไฉนไหว

O ทั้งห้าไม่สามารถ - - - จะชี้ขาดจะชี้ใคร
ควรคู่ด้วยตรูได้ - - - ก็ชี้ให้กะอรชุน

O อรชุนกลับหนุนพี่ - - - พระช่วงชี้จะแทนคุณ
หมายนวลจักเจือจุน - - - .และอุดหนุนพระเชษฐา

O พอดีฤๅษีวยาส - - - ลุโอกาสะผ่านมา
วอนท่านเล่าปัญหา - - - ประกอบเรื่อง ณ เบื้องหลัง

O ชาติก่อนรูปโฉมคราญ - - - อธิษฐานะยินดัง
พร้องพากย์วอนฝากฝัง - - - ทิวาช่วยอำนวยผล

O ขอสามีร่วมห้อง - - - ละครั้งร้องละครั้งคน
ครั้งนี้นับอีกหน - - - สวรรค์ดละพรั่งพร้อม

O สมถ้อยมารดาเขา - - - เถอะรูปเยาวะยินยอม
ร่วมห้าสามีน้อม - - - กมลหลอมสุขารมย์


จบบทที่ ๔



Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 13:18:17 น. 33 comments
Counter : 1712 Pageviews.

 
มาแอบอ่านและขอทำความรู้จักค่ะ





โดย: ป้าตุ้ย (amornsri ) วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:38:14 น.  

 


พี่กาย

สุขสันต์คืนวันอาทิตย์ค่ะ
พรุ่งนี้หยุดงาน พี่คงอยู่กรุงเทพ
ไปเที่ยวไหนหรือเปล่าคะ
นกเองก็กลับมาบ้านค่ะ
ไม่ได้ไปไหน มาดูแลสวนบ้าง..
มาอยู่แบบเงียบๆ ตามประสาชาวสวน
ก็มีความสุขดีนะคะ




โดย: ดวงใจพ่อ (Nok_Noah ) วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:59:15 น.  

 
คริคริ..ตามมาอ่าน..แม่เอื้องชอบอ่านมหาภารตะ.ที่เขียนเป็นร้อยกรองโดยอาจารย์ดร.ศักดิ์ศรี แย้มศักดิ์
เป็นที่สุดยอดมหากาพย์..เป็นชีวิตของมนุษย์จริงๆ
ไม่สบายใจจะกลับไปอ่านทุกครั้ง..สอนให้อดทน ย่อมรับ เมตตาให้โอกาส..สุดท้ายเหลืออดต้องประหัตประหารให้สิ้นไป..

วรรณกรรมอินเดียอ่านแล้วสุดยอดที่สุด
คุณสดายุเก่งจริงๆ..นับถือจริงๆค่ะ


โดย: แม่เอื้อง IP: 118.172.63.242 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:6:18:00 น.  

 
สวัสดีครับป้าตุ้ย....
ยินดีมากครับที่แวะมาทักทาย
บล็อคนี้...แฟนๆมีน้อยครับ
เพราะเขียนในสิ่งที่ไม่ค่อยมีคนสนใจ
แต่ด้วยความดันทุรัง...ก็พอใจ
อิๆๆ







นก...
พี่ไปเที่ยวมา
พาคนแก่ไปทำบุญไหว้พระ...
เมืองเก่าที่ใช้เวลาไม่เกินชั่วโมงก็ไปถึง
ตอนนี้ค่อยมีเวลามากขึ้น
เลยเขียนได้มากหน่อย...

ความสบายใจมีได้ทุกที่
หากเราเลือกที่จะเป็น...มันก็จะเป็น
ไม่พาใจไปสู่ความขัดแย้ง...
ก็ใช้ได้แล้ว....







แม่เอื้อง....
ยินดีต้อนรับครับ
เรื่องยาวชุดนี้...จะไม่เอาไปลงที่อื่น
คำมันยากไป...และใจมันยากขึ้น
อิๆๆๆ

อ้อ..ครับ
เพิ่งทราบนี่แหละครับว่ามีคนเอาไปเขียนเป็น
ร้อยกรองมาแล้ว....
หากถามผม...ผมว่าพุทธประวัติอ่านแล้วสบาย
ใจครับ....

ชอบสำนวนแปลที่มักเริ่มต้นด้วย
ดูกร..อานนท์............
อ่านแล้วเห็นภาพ

ผมยังธรรมดามากครับ
แค่เรียงคำตามฉันทลักษณ์....อิๆๆ









โดย: สดายุ IP: 124.120.110.76 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:26:13 น.  

 

"ความดันทุรัง.."

:)

หุหุ..มาตามอ่าน..เช่นเคย

รู้เรื่องมั่ง..ไม่รู้เรื่องมั่ง..แต่ก็ดันทุรังอ่านเหมือนกัน :)

น่าติดตามค่ะ

:)


โดย: times IP: 124.121.220.205 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:17:02 น.  

 
ครับคำฉันท์ศัพท์แสงเยอะ
ต้องคนชอบจริงๆล่ะถึงพออ่านได้
แต่คิดเสียว่า...เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น
ต้องรีบร้อนอะไร

มีเวลา..ไม่รู้จะทำอะไร..ค่อยมาอ่านก็ได้
คนเขียนไม่ได้ตังค์ คนอ่านก็ไม่ต้องจ่ายตังค์

อิๆๆ.....

เพิ่งได้ 1 ใน 4 เองนะนี่
เฮ้อ....


โดย: สดายุ... วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:38:05 น.  

 
o คือนกน้อย ลอยคว้าง อยู่กลางหาว
ตะกายดาว หมายอยู่ เป็นคู่หงษ์
โอ้..นิจจา นกเจ้า ผิดเผ่าพงศ์
แต่ยังคง เพรียกหา ประสาใจ

o ถึงเพลา ทินกร จักจรแล้ว
ไร้วี่แวว หงษ์ฟ้า เจ้าล้าไหม ?
ตัวก็เล็ก กระจิ๊ดริด อย่าคิดไกล
เขายิ่งใหญ่ ปักษา สง่างาม

o ถลาร่อน สู่ดิน ยังถิ่นตน
อกเกินทน ชํ้าชอก ดั่งตอกหนาม
สู้อุตสาห์ ไม่ลดละ ความพยายาม
เหิรติดตาม หัวใจ กลับไม่เจอ


(อารมณ์อยากเขียน...ทะมายยย
)


โดย: คีตะพัสตร์ วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:20:15 น.  

 
ว๊าาาาาา...ยังม่ายมาอีก

..เสื้อดํา..กางเกงขาว..บูติกนะเนี๊ยย..อิอิ..


โดย: คีตะพัสตร์ วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:50:49 น.  

 
อิๆๆ...
อารมณ์ไหนนี่...ไปเที่ยวอ่านอะไรมาอีกล่ะ
อาการนี้อีกล่ะ...น้อยใจใครกันหนอ

ใครเที่ยวไปย้อนอ่านเรื่องเก่าๆ...
จะมาหงุดหงิดน้อยใจพี่ไม่ได้นะ...ห้าม..!
แล้วไม่ต้องทำตาหมั่นไส้ใคร..ใส่จอคอมด้วย...อิๆๆ

๐ ใจเจ้าอยู่ที่ใคร..พี่ใคร่รู้
จักยังอยู่ดีไหม..พี่ใคร่ถาม
เกรงว่ากาลผ่านไป..หัวใจงาม-
จะข่มข้ามคำนึง..มีถึงกัน

๐ หากใจอยู่ด้วยดี..อย่างที่เห็น
ย่อมขับเค้นหวานล่วงสู่ทรวงขวัญ
ใจเจ้าเอย..สดับคำพี่รำพัน
เนื้อความกลั่นหวานล้น..เพื่อคนเดียว

๐ ใช่ปักษาสง่างาม..เช่นความว่า
เพียงพรรณาคำกรองให้มองเหลียว
ใจเอย..ยอม-ปลิดปลิวด้วยนิ้วเรียว
รอ-เจ้าเหนี่ยวเด็ดวาง..ไว้กลางมือ..!


พี่ชอบสี..ดำ-ขาว-เทา..
เพราะคิดว่ามันเท่ห์ดี...และหวังว่าบางคนคงชอบ
และไม่ต้องแอบทำส่ายหน้า..!
อิอิ


โดย: พี่กาย IP: 58.137.10.34 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:25:58 น.  

 
กมลฉันท์... ลหุคู่ที่วรรคคี่ ทำให้เสียงพลิ้วๆ
ผมว่า บทไหนใช้คำดีๆ อาจอ่านเพลินกว่า...
อินทรวิเชียร ในช่วงที่ดำเนินเรื่องธรรมดาๆ เสียอีกนะครับ
(อาจเป็นเพราะเห็นอินทรวิเชียรบ่อยจนเบื่อกระมัง)

แต่ถ้าเป็นอินทรวิเชียรวรรคทองแบบนี้ก็สู้ไม่ไหวครับ

ยอดมัวสลัวเมฆ.......รุจิเรขเรียงราย
เลื่อมเลื่อมศิลาลาย...ก็สลับระยับสี
ขาบแสงประภัสสร....นิลก้อนตระการดี
ขาวแม้นมณีมี.........รตรุ้งรำไพพรรณ
ทอแสงผสานสาย....สุริย์ฉายก็ฉายฉัน
เหลืองเรื่อุไรวรรณ -..ะวิจิตรจำรูญ
แง่งเงื้อมชะง่อนงาม..ก็วะวามวิไลปูน
ปนรัตนไพฑูร.........ยวิวิธอลงกรณ์

นี่สุดยอด... วสันตดิลกบางบทยังอาย อิอิ

และ... วังสัฏฐฉันท์... ฉันท์อันไพเราะดุจเสียงปี่
อันนี้ก็สนุกดีครับ มีสะบัดสะบิ้งตรงท้ายด้วย


โดย: ศารทูล IP: 61.7.170.204 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:29:12 น.  

 
๐ วรรณะเนื้อระเรื่อโล-.....หิตะโภคะรำบาย
พิศะเขินสะเทิ้นอาย........ฤจะวายนะอ่อนหวาน
๐ วรรณะเภทเศวตนวล.....ระอุอวล ณ ดวงมาน
นิละเนตรและเลศพาล.....ฤจะหว่านจะให้หวัง
๐ ขณะเนตรชะม้ายเหลือบ..อุระเกือบจะภินท์พัง
รติบ่วงก็หน่วงขัง............ฤจะยัง บ่ ยินยอม ? (นะใจ)

ใช่...
กมลฉันท์เขียนเน้นๆสักหน่อย...
พอสูสีกับวสันตดิลกเลยทีเดียว
อย่าว่าแต่อินทรวิเชียร...

เพราะจังหวะคำมันให้...และ
เพราะจังหวะใจมันเห็น

อิๆๆ




โดย: สดายุ... IP: 58.137.10.34 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:01:47 น.  

 
สวัสดี..คุณสดายุ..แม่เอื้องเขียนผิด มหาภารตะ.ที่เขียนเป็นร้อยกรองโดยอาจารย์ดร.ศักดิ์ศรี แย้มศักดิ์

แต่เป็นบทร้อยแก้วค่ะ..ส่วนที่เป้นบทละครคำฉันท์ได้แก่
มัทนะพาธา ศกุนตลา และกฤษณาสอนน้อง..ซึ้งเป็นเรื่องที่ดึงมาจากมหาภารตะ..

เขียนเก่งจริงๆ..ขอเข้ามาเป็นแฟนคลับอ่าน

ขออนุณาตเพลงผ้าด้วย..ขอแอบเป็นนักเรียนอีกคน


โดย: แม่เอื้อง IP: 118.172.93.135 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:58:55 น.  

 
สวัสดีครับแม่เอื้อง
ยินดีมากครับที่แวะมาอีก....
พูดถึงคำฉันท์หลายเรื่อง...คงชอบนะครับ
ดีจังที่ชอบเหมือนกัน...

เพราะเรื่องฉันท์นี่...คนส่วนมากไม่ค่อยรู้จักกัน
ที่มีพยายามพูดถึงก็มักจะไปเอาของเก่าเขามา
อ้างถึงกัน...ไม่ค่อยจะเขียนเองกันสักเท่าไร

แม่เอื้องชอบ..ลองเขียนดูสิครับ
ผมว่าไม่ยากนะครับ..

เคยบอกน้องๆว่า...
เนื้อหาเดียวกันเราเขียนได้ทุกฉันทลักษณ์

ไว้จะยืนยันให้ดูครับ....อิๆๆ


โดย: สดายุ IP: 125.27.83.73 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:40:38 น.  

 
มาอ่านเช่นเดิมคะ

ยิ้ม..


โดย: Jean IP: 79.79.136.130 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:32:08 น.  

 
กมลฉันท์ ๑๒
๐ วรรณะเนื้อระเรื่อโล-.....หิตะโภคะรำบาย
พิศะเขินสะเทิ้นอาย........ฤจะวายนะอ่อนหวาน
๐ วรรณะเภทเศวตนวล.....ระอุอวล ณ ดวงมาน
นิละเนตรและเลศพาล.....ฤจะหว่านจะให้หวัง
๐ ขณะเนตรชะม้ายเหลือบ..อุระเกือบจะภินท์พัง
รติบ่วงก็หน่วงขัง............ฤจะยัง บ่ ยินยอม


วสันตดิลกฉันท์ ๑๔
๐ พิศเนื้อระเรื่อขจิตะโล-....หิตะโภคะรำบาย
พิศเขินสะเทิ้นระอุละอาย...ฤจะวายนะอ่อนหวาน
๐ โดยเภทเศวตะวรรณะนวล..ระอุอวล ณ ดวงมาน
โดยเลศเพราะเนตระประสาร...ฤจะหว่านจะให้หวัง
๐ เมื่อชายชะม้ายนัยนะเหลือบ...อุระเกือบจะภินท์พัง
บ่วงรักจำหลักกละจะขัง...........ฤจะยังบ่ยินยอม

อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
๐ พิศเนื้อก็เรื่อโล-..........หิตะโภคะรำบาย
พิศเขินสะเทิ้นอาย..........ฤจะวายนะอ่อนหวาน
๐ วรรณสาวสกาวนวล......ระอุอวล ณ ดวงมาน
รอยเลศะเนตรพาล..........ฤจะหว่านจะให้หวัง
๐ เนตรชายชะม้ายเหลือบ..อุระเกือบจะภินท์พัง
บ่วงรักก็กักขัง................ฤจะยังบ่ยินยอม

โคลงสี ๔
๐ พิศเนื้อเห็นเนื้อเรื่อ.......เลือดสาย
เพ่งผ่านรอบเขินอาย........อ่านรู้
แต่เลศผ่านเนตรฉาย........โชนบอก ความนา
คือบ่วงรักแรงชู้...............ผูกล้อมประนอมถวิล

กลอน ๘
๐ พิศเนียนเนื้อเรื่อแกมเลือดแต้มแต่ง
เมื่อสำแดงความย้อน..แสนอ่อนหวาน
ตอบรับเจตจำนงแห่งนงคราญ
แล้วเผยผ่านแรงรักเข้ากักกุม


โดย: สดายุ IP: 125.27.83.73 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:39:56 น.  

 
สวัสดีพี่กายค่ะ....
หูยยย ดีจัง..มีไว้ให้ศึกษาเพียบเลย
ทําไมใจดีแบบนี้เนี๊ย..อิอิ..น่ารักที่ซู๊ดดด
..ขอบคุณนะคะ..คนเก่ง..
..คิดถึงนะคะ..


โดย: เพลงผ้า IP: 80.226.13.5 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:7:19:19 น.  

 
..สวัสดีแม่เอื้องด้วยค่ะ..
..ดีใจจังได้เจอกันที่นี่อีก..
..คิดถึงแม่เอื้องมากกกก..


โดย: เพลงผ้า IP: 80.226.13.5 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:7:22:40 น.  

 
๐ แม่โพสพขวัญข้าวของชาวไท
คุณอนันต์ยิ่งใหญ่แผ่ไพศาล
คือดวงจิตพิสุทธิ์ครั้งพุทธกาล
เกิดตํานานบวงขอสืบต่อมา

๐ เป็นมิ่งขวัญธัญญาหารบันดาลผล
ให้หลุดพ้นรสหิวของชิวหา
ได้ยังชีพเลี้ยงกายทุกชายคา
เปี่ยมศรัทธาฝังอยู่ด้วยรู้คุณ



พี่กาย..นี่บทเกริ่น ประกอบการรํา..
..บวงสรวงและเทิดทูน แม่โพสพ ค่ะ..
..ดูให้เพลงหน่อยน๊าา..ท่านกลอนเทพ..สดายุ..อิอิ
..แล้วอยากได้รางวัลอะไร..มาบอกนะคะ..คนเก่ง..
ขอบคุณค่ะ
คิดถึงน๊าา..


โดย: คีตะพัสตร์ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:16:24 น.  

 
สวัสดีค่ะจีนา...
ดีจริงที่แวะมา
นานแล้ว..ไม่แวะมาเยี่ยมพี่เลยนะคะ

บทนี้เป็นฉันท์ ไม่เข้าใจตรงไหน
ถามได้นะคะ...ไม่ต้องเกรงใจ

สบายดีนะคะ
พี่สบายดีเหมือนเดิมนะคะ






น้องเพลง...
แหม..ชมพี่จัง...จนตัวจะลอยอยู่แล้ว...อิๆๆ

เรื่องแม่โพสพ...พี่ก็ไม่มีพื้นความรู้เดิม
แต่ไปค้นได้มาดังนี้
v
v
v
แม่โพสพ ตามสารานุกรมไทย
ฉบับราชบัณฑิตตยสถาน
แปลว่า เทวดาประจำพืชพรรณธัญญาหารทั้งปวง
มวลมนุษยชาติเชื่อถือและกราบไหว้บูชามาตั้งแต่
ครั้งโบราณของชาวไทยและลาวและละแวก
ลุ่มน้ำเจ้าพระยา บูชาเพื่อขอความอุดมสมบูรณ์
ของพืชพรรณธัญชาติที่เพาะปลูกตามฤดูกาล

แม่โพสพเป็นสตรีเพศ ร่างงาม แต่งกายด้วย
ผ้าผ่อนแพรพรรณสมัยโบราณห่มสไบเฉียง
นุ่งผ้าจีบชายกรอม ลงมาถึงปลายหน้าแข้ง
ทรงเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ ตระการตา ไว้ผมยาว
สลวยประบ่า มีกระจังกรอบหน้า คล้ายมงกุฎ และ
จอนหูงอนชดช้อย มือข้างหนึ่งชู รวงข้าว ส่วนอีก
ข้างถือถุงโภคทรัพย์เต็มถุง ประทับนั่ง พับเพียบ
เรียบร้อยแบบแพนงเชิงอย่างไทยโบราณ


บทเชิญขวัญแม่โพสพ โบราณาจารย์ท่านว่าไว้ดังนี้

ศรี ศรี วันนี้เป็นวันเลิศลม
ข้าขอเชิญขวัญแม่พระโพสพ ในนา
จะเข้ามาอยู่ในยุ้งฉางวันนี้
ขวัญแม่อย่าหนีตื่นตกใจ
เมื่อลมพัดสะบัดใบใม้ร่วงหล่น
ขวัญแม่อย่าได้หนีจรดลเที่ยวหนี
อย่าได้หลงกินนรีร่ายรำ
ขวัญแม่อย่าได้ถลำในไพรพฤกษ์
แม้สัญจรอยู่ในห้วงลึกก็กลับมา
ขวัญแม่อย่าได้หลงชมสิงสาราสัตว์
แม้ถูกเขี้ยวตระหวัดอย่าตกใจ
แม้จะถูกไถคราด ถูกฟัดฟาดลงกลางดิน
ถูกขบกินเป็นอาหารมวลมนุษย์
ขวัญแม่อย่าได้รุดหน่ายหนี
จงอยู่เป็นศรีในยุ้งฉาง
ขอเชิญแม่นางชมบายศรี
ซึ่งมากมีทั้งคาวหวานสารพัด
เจ้าของได้จัดมาสังเวยบวงสรวง
ขอให้ลาภทั้งปวงเกษมสันต์
มีเงินทองอนันต์ยิ่งนัก
มีความรักมั่นคงสถาพร
พ้นจากความเดือดร้อนทั้งปวง
ไม่มีอุปสรรคมาขัดขวางทางเดิน
ขอให้มีแต่สรรเสริฐลาภยศ
มีลูกปรากฏเกียรติขจร
มีหมอนหนุนอุ่นใจไม่หน่ายหนี
ทั้งพาชีโคกระบือมากมาย
มีข้าทาสหญิงชายไว้ใช้สอย
มีข้าวร้อยเกวียนเต็มยุ้งฉาง
เป็นขุนนางปรากฏปรากฏยศลือชา
มีลูกยาเสียแต่วันนี้
ท่านจะเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี
ขอให้มีเมียสวยรวยทรัพย์
อย่าได้ยกอับหม่นหมอง
มีแก้วแหวนเงินทองเอนกอนันต์
มีสุขสันต์ทุกวันคืนด้วยเดชแห่งพระแม่โพสพ
เป็นที่เคารพของปวงประชาได้อาศัยเลี้ยงชีวาไม่หิวโหย
ได้กอบโกยซึ่งเงินทอง
สิ่งใดที่คะนองทำล่วงเกิน
เหมือนย่ำโดยบังเอิญไม่เจตนา
ขอให้แม่โพสพอย่าได้โกรธหน้าบึ้ง
ขอให้เป็นที่พึ่งของมวลมนุษย์สืบไปเทอญ


ส่วนบทที่ให้พี่ดู...
พี่ขอแก้เป็นดังนี้นะคะ

๐ แม่โพสพขวัญข้าวของชาวไทย
กอปรศรัทธายิ่งใหญ่แผ่ไพศาล
สืบเนื่องเป็นมิ่งขวัญช่วยบันดาล-
ธัญญาหารเพิ่มพูนสมบูรณ์มา

๐ ถึงฤดู..รอบเปลี่ยน..หมุนเวียนไป
อย่าดลให้ข้องขัดด้วยวรรษา
รวมสายน้ำผ่านผันเลี้ยงธัญญา-
เอื้อชีวาจุนเจือ..ผ่านเนื้อดิน

๐ ขวัญเอย..ขวัญข้าว
เม็ดเรียวยาวเนื่องนับ..เป็นทรัพย์สิน
จุนเจือความมั่งมี..เลี้ยงชีวิน
อยู่คู่ถิ่นคู่ครัว..หลายชั่วคน

๐ ขวัญเอย..ขวัญข้าว
รวงเหลืองพราวเต็มแหล่งทุกแห่งหน
เมื่อสิ้นฝนสู่หนาว..ลมผ่าวลน
เก็บพืชผลเพลิดเพลิน..แลกเงินทอง


โดย: พี่ IP: 58.137.10.34 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:38:28 น.  

 
ถ้ายังไม่ชอบใจ...ก็อย่าเพิ่งเอาไปนะ..
ต้องบอกพี่ว่าจะเอาเนื้อหาประมาณไหน
เพราะไม่ค่อยมีไอเดียเรื่องแบบนี้อะ


โดย: พี่ IP: 58.137.10.34 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:46:24 น.  

 
พี่กาย....ก้อเก่งจริงๆนี่..อิอิ
..ขอบคุณค่ะ...แต่อยากได้แค่..สองบท..ค่ะ..
..เพราะเกริ่นเสร็จ เด็กก้อจะออกมารําเลยค่ะ..



..ไม่มีคําคิดถึงอีกแร้ววววน๊าาา..


โดย: คีตะพัสตร์ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:39:51 น.  

 
โอ๊ะ..ตายจริง..
โทษอุกฤษ..

คิดถึงค่ะ...
คิดถึงเพลงคนนี้มากๆ

อย่ามัวแต่รำเพลินจนลืมทานข้างปลาล่ะ
อิๆๆ


โดย: พี่กาย IP: 58.137.10.34 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:36:08 น.  

 
เอ...คิดถึงแบบนี้..ประชดป่ะเนี๊ยย..
..เหมือนประชดนะ..อิอิ..

มาส่งข้าวหน่อยจิ..จะได้กิน


โดย: คีตะพัสตร์ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:55:24 น.  

 
น้องเพลง...
ไม่ได้ประชดค่ะ...ผู้ชายไม่ชอบประชดกัน
เก็บไว้ให้คุณผู้หญิงใช้กัน...

ทานข้าวแล้วหรือคะ
พี่เพิ่งทานเย็นเสร็จ...
อืม...อร่อย
อิๆๆ


โดย: สดายุ... วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:15:29 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


อรุณสวัสดิ์จ้ะ


โดย: Opey วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:5:08:07 น.  

 
มาแอบอ่านค่ะ


โดย: Moon~JulY วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:8:42:36 น.  

 
คุณ Opey
สวัสดีครับ...ยินดีครับที่แวะมาอีก
ผมขออนุญาติหลังจากเอาไปแล้ว
รูปแฟชั่นเกาหลีนะครับ...
แต่บอกชื่อบล็อคไว้แล้ว

ในบล็อค ...ผู้หญิง..ความงาม
ขอบคุณนะครับ





moon july
ไม่ต้องแอบครับ
มาเห็นๆเลยก็ได้
อิๆๆ


โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:09:01 น.  

 
ท่านสดายุครับ

ถ้าเราพิจารณา...
เศียร เปลี่ยนเป็น ศิระ
เจียร เปลี่ยนเป็น จิระ
เพียร เปลี่ยนเป็น พิระ (ไม่ได้พิมพ์ผิดครับ; พิริยะ นั่นอีกคำหนึ่ง)
มน"เทียร" เปลี่ยนเป็น มน"ทิระ" (เรืองรองพระมนทิรพิจิตรฯ)
พา"เหียร" เปลี่ยนเป็น พา"หิระ" (อัพภัณตรไพจิตรและพา- หิรภาคก็พึงชม)
เนียร เปลี่ยนเป็น นิระ (ทั้งคู่แปลว่าน้ำครับ)
เกษียร เปลี่ยนเป็น กษิระ
เสถียร เปลี่ยนเป็น สถิร
วิ"เชียร" เปลี่ยนเป็น ว"ชิระ" (ในที่นี้ ขอไม่สนใจ วะ ที่เปลี่ยนเป็น วิ นะครับ)

จะสรุปว่า
"ในการแต่งคำประพันธ์
เมื่อจำเป็น เช่น จนกับฉันทลัษณ์ หรืออะไรก็แล้วแต่
เราจะสามารถเปลี่ยนคำ เ-ียร เป็น -ิระ ได้"
ท่านคิดว่า ข้อสรุปนี้ถูกต้องไหมครับ?
(ผมคิดว่ามันน่าจะอยู่ใต้กฎเกณฑ์เดียวกันครับ
ในเมื่อมีคำ เ-ียร ที่เปลี่ยนเป็น -ิระ ได้มากมาย
คำ เ-ียร ที่เหลือ ก็น่าจะเปลี่ยนได้เหมือนกัน...
เรียกว่า การให้เหตุผลแบบอุปนัย ใช่ไหมเอ่ย?)

ที่จริง...
มี โ- เปลี่ยนเป็น -ุ (โอ เป็น อุ) อีกนะครับ
เช่น โลหิต เปลี่ยนเป็น ลุหิต
แต่อันหลังนี้ตัวอย่างมีไม่มาก...ผมยังไม่สรุปดีกว่าครับ
(แต่ท่านจะสรุปให้ก็ได้นะครับ
เพราะท่านอ่านมากกว่าผมมากมายนัก...
อาจเจอบ่อยจนแน่ใจแล้วก็เป็นได้ อิอิ)

ขอเน้นประเด็นข้างบนก่อนครับ


โดย: ศารทูล IP: 125.25.80.43 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:07:43 น.  

 
ท่านสดายุครับ

ถ้าเราพิจารณา...
เศียร เปลี่ยนเป็น ศิระ
เจียร เปลี่ยนเป็น จิระ
เพียร เปลี่ยนเป็น พิระ (ไม่ได้พิมพ์ผิดครับ; พิริยะ นั่นอีกคำหนึ่ง)
มน"เทียร" เปลี่ยนเป็น มน"ทิระ" (เรืองรองพระมนทิรพิจิตรฯ)
พา"เหียร" เปลี่ยนเป็น พา"หิระ" (อัพภัณตรไพจิตรและพา- หิรภาคก็พึงชม)
เนียร เปลี่ยนเป็น นิระ (ทั้งคู่แปลว่าน้ำครับ)
เกษียร เปลี่ยนเป็น กษิระ
เสถียร เปลี่ยนเป็น สถิร
วิ"เชียร" เปลี่ยนเป็น ว"ชิระ" (ในที่นี้ ขอไม่สนใจ วะ ที่เปลี่ยนเป็น วิ นะครับ)

จะสรุปว่า
"ในการแต่งคำประพันธ์
เมื่อจำเป็น เช่น จนกับฉันทลัษณ์ หรืออะไรก็แล้วแต่
เราจะสามารถเปลี่ยนคำ เ-ียร เป็น -ิระ ได้"
ท่านคิดว่า ข้อสรุปนี้ถูกต้องไหมครับ?
(ผมคิดว่ามันน่าจะอยู่ใต้กฎเกณฑ์เดียวกันครับ
ในเมื่อมีคำ เ-ียร ที่เปลี่ยนเป็น -ิระ ได้มากมาย
คำ เ-ียร ที่เหลือ ก็น่าจะเปลี่ยนได้เหมือนกัน...
เรียกว่า การให้เหตุผลแบบอุปนัย ใช่ไหมเอ่ย?)

ที่จริง...
มี โ- เปลี่ยนเป็น -ุ (โอ เป็น อุ) อีกนะครับ
เช่น โลหิต เปลี่ยนเป็น ลุหิต
แต่อันหลังนี้ตัวอย่างมีไม่มาก...ผมยังไม่สรุปดีกว่าครับ
(แต่ท่านจะสรุปให้ก็ได้นะครับ
เพราะท่านอ่านมากกว่าผมมากมายนัก...
อาจเจอบ่อยจนแน่ใจแล้วก็เป็นได้ อิอิ)

ขอเน้นประเด็นข้างบนก่อนครับ


โดย: ศารทูล IP: 125.25.80.43 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:08:43 น.  

 
ยังแวะมาปลื้มอยู่เรื่อยๆค่ะ
คนอะไรเก่งจริงๆ
ลำพังแค่อ่านร้อยแก้วก็อยากจะสลบอยู่แล้วค่ะ
หายากนะคะ คนที่เชี่ยวทั้งวิทย์ ชาญทั้งศิลป นี่น่ะ
คนแก่อ่านหนังสือไม่แตกอย่างแม่อ้วนๆอ่านแล้วก็เลยเป็นไก่ตาแตก เลยอิอิ
ขอแวะมาแอบปลื้มเรื่อยๆนะคะ




โดย: แม่อ้วนๆ IP: 124.121.32.27 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:30:07 น.  

 
คุณแม่อ้วนๆ
สวัสดีครับ...
อ่านแล้วจะลอย...อิๆๆ
เรื่องนี้เป็นเรื่องแขก...เขียนด้วยฉันท์ง่ายหน่อยครับ
เพราะชื่อคน หรือ ศัพท์แสงก็มาจากรากเหง้า
เดียวกัน คือ บาลี สันสกฤต

ผมก็เลยม่วนใหญ่

มาถึงจุดนี้...คิดว่าคงจบได้ไม่ยาก
แต่อาจช้าหน่อย...

ค่อยๆมาอ่านกันนะครับ
จะได้รู้เรื่องราวไปพร้อมๆกัน
ผมก็อ่านไปเขียนไป


โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:59:29 น.  

 
การเมืองซักบท....

๑.
๐ กรองฉันท์ประพันธ์ไว้....ก็เพราะใจนะจดจำ
ชีพผ่านประการสัม-..........ผัสะซ้ำก็หน่ายแสน
๐ ด้วยกาละผ่านล่วง.........สัตะปวงก็คลอนแคลน
มุขพลพหลแสน-.............ยะจะแม้นจะปราศหมาย
๐ ก่อนกาละนานเนิ่น........สรเสริญะรอบราย
พฤติต่ำสิทำลาย..............คุณะคลายซะทุกครั้ง
๐ แหกกฎระเบียบเบน.......จิตะเอนเพราะชอบชัง
เมินยุติธรรมสัง-...............คมะหยั่ง ณ ใจคน
๐ ปวงชาติอมาตย์ผู้..........สมะสู่กะชั้นชน
แนบเนื่องกะเรื่องผล-........ะประโยชน์และทรัพย์สิน
๐ ใช่ผู้จะรู้เรื่อง................ทะนุเมืองวิวัฒน์ภิญ-
โญมุ่งบำรุงจิน-................ตะประชาสุขารมย์


โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:07:34 น.  

 
๒.
๐ เกณฑ์กฎะปลดปลิด......อภิสิทธิสังคม
เขตขอบระบอบสม-..........บุรณาก็พร่าสูญ
๐ คุณค่าเพราะสามารถ.....จะผงาดและเพิ่มพูน
ด้วยธรรมะค้ำคูณ.............อนุกูละเอื้อหวัง
๐ เบี่ยงเบนกะเกณฑ์โทษ..จะอุโฆษะชิงชัง
ดลให้หทัยทั้ง-...............ปุระหลั่งสลดตาม
๐ ด้วยไทบ่ใช่ทาส..........จะพิฆาตะคุกคาม
ส่อเสียดและเหยียดหยาม..พฤติทรามก็สั่งสม
๐ ควรฤๅจะถือตัว.............เยาะและยั่วกะคารม
ควรฤๅจะถือสม-..............มุติห่มหทัยเขลา
๐ แต่เกิดกำเนิดร่าง..........มุหะสร้างก็รูปเงา
จึงเกิดกำเนิดเรา..............และก็เขาขนานกัน
๐ จึงเกิดกำเนิดรู้..............บทะผู้จะสัมพันธ์
จึงเกิดกำเนิดพัน-.............ธุมุหันตะทดแทน


โดย: สดายุ IP: 58.137.10.34 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:12:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O คำข้าว .. และใจคน .. O





O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำลง-
สู่บาตรเกื้อกูลสงฆ์ - - - สืบไว้-
รับบทบาทธำรง - - - ปวงหลัก ธรรมแฮ
กล่อมโลกเหนี่ยวรั้งให้ - - - ห่างไข้โศกเข็ญ ฯ

O วงพักตร์เมื่อน้อมสู่..ท่านผู้ขอ
นวลลออ..ผุดผ่องก็มองเห็น
อิริยาจับเลือก..เจ้า-เยือกเย็น
ล้อแววตาตอบเต้น..ไม่เว้นยาม
O มาทำบุญตักบาตรหนุนชาติภพ-
กลับบรรจบโลกสภาพจนวาบหวาม
จักฝ่าฝืนโลมลูบด้วยรูปนาม-
รูปกลับตามติดตาไม่ล้าเลย
O อิริยาจับช้อน ก็อ่อนช้อย
ชั่วแววตาเหลือบชม้อย..จึงค่อยเผย-
ความอ่อนโยนลึกล้ำ..ดั่งรำเพย-
ของลม-เย้ยยั่วชายให้หมายชม
O บัดนั้น..คือช่วงงามคุกคามโลก
กลบสร้อยโศกเบื้องหลังเคยสั่งสม-
จดวงรอบปรารถนาสู่อารมณ์
แฝงสายลมโชยอ่อนพัดย้อนไป
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพระ
ตอบภาวะศรัทธาที่อาศัย
แต่ละคำข้าวคด..กำหนดใจ-
ลดละให้อัตตานั้นล้าตัว
O คำข้าว..ช่อดอกไม้..ถวายพร้อม-
ความนอบน้อมนิ่มนวล..ออกยวนยั่ว-
ให้แววตาเหลือบเห็น - แล้วเต้นรัว-
สั่นทั้งหัวใจผู้..รับรู้งาม
O แขนเรียวรูปหยิบจับสำรับส่ง-
ให้หมู่สงฆ์ตามแถว, เมื่อแววหวาม-
ในอีกดวงตาพิศ..คอยติดตาม-
เหมือนสุดห้ามหักจิตเอาปลิดปลง
O ผมรวบเกล้า พรรณลออ..อยู่ล้อตา
เผยรูปรอยคุณค่า..ต่อหน้าสงฆ์
ใจนอบน้อม..คำขอ..และช่อบง-
กชงามสี, รูปทรง..สืบวงกรรม
O เหมือนรูปองค์ จบจิต..สัมฤทธิ์รู้-
ความนัยผู้ปรารมภ์ผ่านลมร่ำ
สบชำเลืองเหลือบชม้อย..เหมือนพลอย - บำ-
รุงใจคร่ำครวญชู้..ที่อยู่คอย
O มาบรรจบงดงาม ในยามเช้า
จนเปลี่ยวเหงาถึงบทต้องถดถอย-
ให้จันทร์ล่มลับดวงจนล่วงรอย
เหลือล่องลอยโชนช่วงเพียงดวงเดียว
O เช่นรูปกลางแววตา..เพ-ลานี้
เปล่งราศีผุดผ่องให้มองเหลียว
ละม่อมพักตร์ทั่วแดน, สองแขนเรียว-
ฤๅเปรียบเสี้ยวส่วนองค์..หน้าองค์พระ ?
O โอ งาม..ราวจะตามมาหยามเย้ย
ด้วยรูปเผยรออยู่..ไม่รู้ผละ
แววซ่อนยิ้มในตา - หรือภาวะ-
ตอบฉันทะนัยชู้..อย่างรู้เชิง ?
O โอ งาม..ราวบีบคั้นด้วยทัณฑ์โทษ-
พาหัวใจปราโมทย์..พลอยโลดเหลิง-
ไปกับยิ้มในตา, แววร่าเริง-
ในฝันเวิ้งว้างตอน..ก็ - ย้อนคืน
O ทิวแถวท่านผู้ขอ..ร่ำรออยู่-
เหมือนรอกู้กลับใจ..ช่วยให้ขืน-
ขัดอำนาจลึกล้ำ, ยอมกล้ำกลืน-
ข่มความรื่นรมย์ชู้..ให้รู้เกรง
O คงจะสายเกินการณ์ แล้วท่านเอ๋ย
เมื่อรูปเผยปรารมภ์..เข้าข่มเหง
ดูเถิดตาตอบตื่นแสนครื้นเครง-
เหมือน-คอยเร่งรอบชู้..ไม่รู้วาง
O คงจะสายเกินการณ์ แล้วท่านเอ๋ย
เมื่อตาเอ่ยเอื้อนความ..ออกตามขวาง-
ขับความเงียบเปล่าเปลี่ยวในเที่ยวทาง
ข่มความอ้างว้างเหงา..เมื่อเช้าวัน
O รูปแห่งธรรมเลือนบทไปหมดแล้ว
เหลือผ่องแผ้วรูปละม่อม..รายล้อมขวัญ
คงรูปรอ..ปักปลูกความผูกพัน
เพื่อร่วมบันทึกส่วนคร่ำครวญคอย
O เสียงธรรมเคยก้องอยู่ไม่รู้แล้ว
เพียงชั่วยามเคยแว่ว..เหลือแผ่วค่อย
โอ งาม..ราวจะแกล้งเข้าแฝงรอย-
จนสุดใจเคลื่อนคล้อย...จากรอยงาม !

O คำข้าวเจ้าคดน้อม - - - นำวาง
กำหนดจิตขีดทาง - - - ย่างเท้า
คำพระยกธรรมขวาง - - - ฝากคิด
กำหนดกรรมกล่อมเช้า - - - หากช้าเกินการณ์ !


Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.