<<
เมษายน 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
18 เมษายน 2557

สงกรานต์เชียงใหม่ไหว้พระ (2557) วันแรก

  12-14 เม.ย. 57 (เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง)

ทริปนี้เกิดขึ้นได้จากน้อง(ลูกของอา)  ชวนไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงสงกรานต์ เพราะบรรดาน้อง ๆ เขาอยากไปเล่นน้ำสงกรานต์กันที่เชียงใหม่ เลยมาชวนครอบครัวเราไปเที่ยวด้วยกัน ซึ่งครอบครัวของอาไปกันหมดทั้งครอบครัว  อาและน้องเลยมาชวนพ่อกับแม่่่เราไปเที่ยวด้วยแต่พ่อปฏิเสธตลอดว่าไม่ไป แต่แม่ตอบรับทันที เพราะอยากไป เมื่อแม่อยากไปลูกเลยจัดให้ ทริปนี้จัดการเดินทางออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งนั่งเครื่อง และอีกส่วนหนึ่งขับรถขึ้นไป โดยมีรถตู้ของพี่ชาย (ลูกของลุง) ขึ้นไป 1 คัน และรถเก่งของครอบครัวอา 1 คัน และ รถเเก่งครอบครัวเราอีก 1 คัน  น้องเราเป็นคนจัดการหมด เราเป็นแค่ผู้ร่วมทริปเลยไม่ต้องอะไรมาก เพียงแต่ค่อยเตือนเสมอว่ารถพอนะ เพราะว่าพี่ที่เอารถตู้ขึ้นไปเขาไปกับครอบครัว แล้วเขาจะไปเที่ยวกับเราหรือเปล่า ถึงแม้ว่าจะพักโรงแรมเดียวกันก็ตาม น้องก็บอกว่าคุยกันแล้ว เมื่อคุยกันเราก็ไม่อะไร เพราะทริปนี้เราไม่ได้เป็นคนจัดก็ปล่อยไป 

ก่อนวันเดินทางหนึ่งอาทิตย์ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงใหม่หมด เพราะแม่เราป่วยกระทันหันต้องเข้าโรงพยาบาล เลยร่วมเดินทางไม่ได้ เลยต้องเปลี่ยนแผนใหม่ เปลี่ยนตัวผู้เดินทางโดยติดต่อกับสายการบินขอเปลี่ยนตัวคนเดินทาง  และเรามารู้อีกทีว่าพี่ที่ขับรถตู้เขาจะไปเที่่ยวของเขากับครอบครัวจะไม่ได้ร่วมเดินทางไปกับคณะเรา เราเลยปรับแผนการเดินทางใหม่ สรุปครอบครัวเราก็จะไม่ร่วมเดินทางด้วย 2 คนคือ แม่และพี่ชาย เมื่อพี่ชายไม่ได้ร่วมเดินทางไปก็ขาดรถไปหนึ่งคัน ก็เลยต้องหารถที่ใช้ระหว่างอยู่ที่เชียงใหม่ พี่ชายเราก็ติดต่อกับเพื่อนที่อยู่ทางเชียงใหม่และสอบถามเรื่องรถตู้ เพื่อนพี่ชายจัดการให้เบอร์โทรรถตู้มาให้ ติดต่อกันเรียบร้อยโอเค มีรถใช้ระหว่างเที่ยวแล้ว 

และเราก็ต้องมาเตรียมแผนการเดินทาง ต่าง ๆ ใหม่หมดเลย โดยทำแผนไว้คราว ๆ แล้วค่อยเอาแผนไปคุยกับคนขับรถตู้ เพราะเขาชำนาญทาง และพานักท่องเที่ยว เที่ยวบ่อย แผนของเราส่วนใหญ่ก็เน้นไปทางไหว้พระธาตุ ซะมากกว่า

ทุกอย่างพร้อม และแล้วก็ได้เวลาเดินทาง น้อง ๆ เขาจะขับรถเก่งขึ้นไปก่อนในวันที่ 11 เมย.57 (ไปกันล่วงหน้า 4 คน ) ส่วนที่เหลือ อีก 9 คนเดินทางโดยเครื่องบิน สายการบิน นกแอร์ โดยออกเดินทางตั้งแต่ 7.00 น. 





ถึงสนามบินเชียงใหม่ 8.10 น.


ถึงสนามบินรถตู้ก็มารอรับพวกเราอยู่แล้ว โดยไปถึงทางรถตู้ก็พาพวกเราไปทานข้าวเช้ากันก่อน โดยเราบอกว่ามาอยากทานข้าวซอย ทางรถตู้เลยจัดหาร้านให้เรียบร้อย เราจำชื่อร้านไม่ได้แล้วอะ รู้ว่ารสชาดใช้ได้อยู่เหมือนกัน คนขายก็ใจดี บริการดีชอบ ๆ  คนเชียงใหม่น่ารัก เริ่มประทับใจซะแล้ว



หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วก็ตระลุยไหว้พระกันเลยคะ วัดแรกที่เราแวะคือวัดพระสิงห์วรวิหาร วัดอยู่ไม่ไกลจากร้านที่เราทานข้าวสักเท่าไร วัดพระสิงห์วรวิหาร ตั้งอยู่ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นวัดสำคัญในประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดินล้านนามานับแต่อดีต พญาผายูกษัตริย์องค์ที่ 5 ในราชวงศ์มังรายโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้น ในปีพ.ศ. 1888 พร้อมทั้งสร้างพระเจดีย์สูง 24 ศอกองค์หนึ่ง เพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิของพญาคำฟู พระราชบิดา มีพระพุทธรูปที่สำคัญอยู่องค์หนึ่งคือพระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร

พระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์ถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีมะโรง (งูใหญ่) หากได้มานมัสการอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งแล้ว จะเป็นมงคลสูงสุดทำให้อายุมั่นขวัญยืน มีความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป



จากวัดพระสิงห์วรวิหาร เราก็ไปต่อที่วัดพระธาตุเจดีย์หลวงวิหาร นี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่พอดี ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมากษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย (พ.ศ.1913-1954) ต่อมาพระยาติโลกราชโปรดให้ช่างขยายเจดีย์ให้สูงและกว้างกว่าเดิม แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2024 และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานระหว่าง พ.ศ.2011-2091 นานถึง 80 ปี ต่อมาในสมัยพระนางจิระประภา ได้เกิดแผ่นดินไหวเมื่อปี พ.ศ. 2088 ทำให้ยอดเจดีย์หักโค่นลง ปัจจุบันเจดีย์มีความสูงคงเหลือ 40.8 เมตร ฐานกว้างด้านละ 60 เมตร

ในวัดเจีย์หลวงนี้ยังมี เสาอินทขิล หรือ เสาหลักเมือง สร้างขึ้นเมื่อครั้งพ่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 1839 ประดิษฐานอยู่ในวิหารจตุรมุขทรงไทยหลังเล็กๆ เสาอินทขิลนี้สร้างด้วยไม้ซุงต้นใหญ่ ฝังอยู่ใต้ดิน ทุกปีในวันแรม 12 ค่ำเดือน 8 (เหนือ) หรือประมาณเดือนพฤษภาคมจะมีงานเรียกว่า เข้าอินทขิล เป็นการฉลองหลักเมือง



ออกจากวัดก็แวะร้านกาแฟให้คุณน้องสาวเขาไปซื้อกาแฟหน่อย แวะร้านกาแฟวาวี สาขาอยู่ใกล้กับกาดกลางเวียง  ร้านกาแฟสาขานี้ เราไม่ค่อยชอบพนักงานบริการเท่าไร พูดจาไม่ค่อยดีอะ  

ซื้อกาแฟกันเสร็จแล้วก็ไปต่อที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,373 เมตร มีเนื้อที่โดยรอบพระตำหนักประมาณ 400 ไร่ แบ่งเป็นบริเวณที่ เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมประมาณ 200 ไร่  เสียค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท เวลาในการจำหน่ายบัตร 08.30 – 11.30 น., 13.00 - 15.30 น.  เปิดให้เข้าชมได้ ตั้งแต่ 8.30น. -16.30น.

ที่พระตำหนักอากาศดีมากเลย เราเดินกันไม่ทั่วด้วยเพราะต้องไปกันอีกหลายที่  





ลงพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ก็ไปแวะกันที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุดอยสุเทพนี้เป็นปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่นับตั้งแต่โบราณกาล นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาที่จังหวัดนี้จะต้องขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุกันทุกคน ถ้าหากใครไม่ได้ขึ้นไปนมัสการแล้ว ถือเสมือนว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่

ผู้ที่เดินทางมาสักการะที่วัดแห่งนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดนาคไป 300 ขั้น เพื่อไปยังวัด หรือใช้บริการรถกระเช้าขึ้น-ลงดอยสุเทพได้ ระหว่างเวลา 05.30-19.30 น.   พระธาตุดอยสุเทพเป็นพระธาตุประจำปีมะแม => ปีแพะ

ตอนขึ้นไปพระธาตุเราใช้บริการกระเช้า ซึ่งเสียค่าบริการคนละ 20 บาท ส่วนขาลงก็ลงกันทางบันไดนาค



ลงจากพระธาตุดอยสุเทพ รถตู้เราก็จะแยกย้ายกับรถของน้องสาว  น้องสาวจะเข้าที่พักก่อนเพราะบรรดาน้อง ๆ จะไปเล่นน้ำสงกรานต์ ส่วนรถตู้เราก็จะไปไหว้พระกันต่ออีก 2 วัดแล้วค่อยเข้าที่พัก

ที่แรกคนเราจะไปต่อที่วัดพระธาตุดอยคำ แต่คนขับแนะนำว่าวัดพระธาตุดอยคำค่อยไปในวันพรุ้งนี้เพราะเป็นเส้นทางเดียวที่จะไปดอยอินทนนท์ และคุณบอย (คนขับรถตู้) ก็ได้แนะนำวัดให้เราใหม่อีกวัด คือวัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม)  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองเชียงใหม่ และตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรืออยู่ในซอยหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่   และวัดอุโมงค์ก็เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมหนึ่งที่ในจังหวัดเชียงใหม่ด้วย



จากวัดอุโมงค์ ก็ไปต่อที่วัดสวนดอก  หรือวัดบุปผาราม ตั้งอยู่ที่ถนนสุเทพ ในเขตอำเภอเมือง พญากือนาทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1914 (ศักราชนี้ถือตามหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ของพระรัตนปัญญาเกตุ) เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถระสุมน ผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ในล้านนา

วัดนี้แต่เดิมเป็นพระราชอุทยานของกษัตริย์ล้านนาไทยสมัยแรกเริ่ม มีสถาปัตยกรรมสำคัญ คือ เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงกลม กู่บรรจุอัฐิเจ้าตระกูล ณ เชียงใหม่ และวิหารโถง นอกจากนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าเก้าตื้อ ซึ่งพญาเมืองแก้วโปรดให้หล่อขึ้น เป็นพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ ศิลปะล้านนาผสมกับศิลปะสุโขทัย

จากนั้น ก็กลับที่พัก เพราะบรรดาเด็ก ๆ เริ่มอยากจะกลับเข้าที่พักเพื่อจะไปเล่นน้ำสงกรานต์กันแล้ว เราเลยเข้าที่พักกันเลย เราพักกันที่ อิมม์ ท่าแพเชียงใหม่ (immThaphae Chang Mai) ตรงโรงแรมที่เราพักก็อยู่ติดกับสถานที่ เล่นน้ำสงกรานต์เลยละ 

ภาพบรรยากาศ สงกรานต์ในวันที่ 12 เม.ย. 57 (วันนี้คนยังน้อยอยู่ )





เด็ก ๆ พร้อมสำหรับออกไปเล่นน้ำสงกรานต์กันแล้ว


ช่วงเย็นที่เชียงใหม่ฝนตก และไฟฟ้าที่โรงแรมก็ดับด้วย แต่ดับไปช่วงละยะเวลาหนึ่ง  ตอนกลางคืนออกไปเดินเล่นถนนคนเดิน ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรมเลย เยอะดี เดินเพลินดี (ไม่มีรูปประกอบนะเพราะเดินดูของซื้อของเพลินจนไม่ได้ถ่ายรูป) หมดไปอีกหนึ่งวัน ....

----------------------------------------------
คืนแรกพักที่  

อิมม์ ท่าแพเชียงใหม่ (
immThaphae Chang Mai)   
17/1 ถนน คชสาร , ตำบลช้างคลาน ,เมือง , เชียงใหม่ , 50100, ปะรเทศไทย.
โทรศัพท์: +66 (0) 5328 39 99
โทรสาร: +66 (0) 5328 39 98








-----------------------------------------------------



Create Date : 18 เมษายน 2557
Last Update : 18 เมษายน 2557 16:24:07 น. 1 comments
Counter : 977 Pageviews.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 19 เมษายน 2557 เวลา:3:41:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

paerid
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Paerid Bloggang

[Add paerid's blog to your web]