Why are we dying to live while we are living to die?
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
10 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
The Time Traveler's Wife




The Time Traveler's Wife
by Audrey Niffenegger

ตอนแรกไม่ได้รู้ว่าเรื่องนี้เป็นหนังสือมาก่อน แต่พออ่านบทความเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ก็รู้ว่าเป็นหนังสือ เพราะไม่มีโอกาสได้ดูหนังเพราะเข้าฉายเพียงไม่กี่โรงและเพราะไม่มีเวลา ก็เลยเสาะแสวงหาหนังสือเล่มนี้ที่ (ตอนนั้น) หายากมากๆๆๆๆ มาอ่านได้สมใจ

เรื่องนี้เป็นเรื่องรักโรแมนติก แฟนตาซีของชายผู้สามารถเดินทางข้ามเวลาได้ กับหญิงสาวผู้ยึดมั่นในความรักที่มีให้ชายหนุ่มตั้งแต่วัยเด็ก

Henry ข้ามเวลาไปพบภรรยาในอนาคตของตัวเองตั้งแต่ Clare อายุีเพียง 6 ขวบ เรื่องราวเริ่มจากการพบกันครั้งแรกในปัจจุบันของทั้งสอง แล้วจึงย้อนไปสู่เวลาที่ Clare ได้เจอ Henry ตอนอายุ 6 ขวบแล้วเรื่องก็ค่อยๆเขยิบขึ้นมาสู่ปัจจุบัน
็ำื็ำื
Clare ได้เจอกับ Henry ครั้งแรกตอนที่เขาเดินทางข้ามเวลามาตอนอายุ 36 ตอนที่ Clare อายุเพียง 6 ขวบ ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง การมาแต่ละครั้งของ Henry นั้นทำให้ Clare ตื่นเต้นและมีความสุขมาก เรื่องราวดำเนินมาถึงตอนปัจจุบันที่ Clare ได้เจอกับ Henry ตอนเธออายุได้ 20 ปี Henry ที่มีแฟนอยู่แล้วก็ทิ้งแฟนเก่าอย่าง Ingrid ไปแต่งงานกับ Clare โดยไม่ลังเล ชีวิตคู่ของทั้งสองเต็มไปด้วยสิ่งที่ให้เรียนรู้มากมาย จนกระทั่งถึงวันที่ทั้งสองอยากจะมีลูก แต่แล้วก็พบว่าไม่สามารถมีลูกได้เพราะ Clare แท้งทุกครั้ง สาเหตุของการแท้งนั้นสันนิฐานว่ามาจากการที่ลูกได้รับยีนที่ทำให้เดินทางข้ามเวลาของ Henry ไป ทำให้ตัวอ่อนนั้นออกมาแล้วกลับเข้าไปในมดลูกของ Clare จนแท้งถึง 6 ครั้ง หลังจาก Henry ตัดสินใจไปทำหมั้นแล้ว Clare ก็ท้องกับ Henry ที่เดินทางข้ามเวลาจากอดีตมา และแล้วลูกสาวคนเดียวก็คลอดออกมาอย่างปลอดภัยพร้อมกับยีนที่ทำให้เธอสามารถเดินทางข้ามเวลาได้เช่นกัน

Henry รู้ตัวตั้งแต่ที่ลูกสาว Alba ยังไม่เกิดว่าตัวเองจะต้องตายตอนที่ Alba อายุประมาณ 5 ขวบ เรื่องราวดำิเินินไปถึงจุดจบโดยที่ทั้ง Clare และ Henry ต่างก็รู้ว่าความตายใกล้เข้ามาทุกที

แม้ว่า Henry จะตายไปแล้วก็ตาม ตัว Henry ในอดีตยังเดินทางข้ามเวลามาพบกับลูกสาวของเขา แต่น่าแปลกที่ไม่เคยมาเจอกับ Clare เลยจนกระทั่งเมื่อ Clare อายุ 82

.......................................................................................

เรื่องนี้อ่านแล้ววางไม่ลงจริงๆ แม้ว่าจะใช้เวลากับเล่มนี้นานไปหน่อยเพราะมีกิจที่ต้องทำหลายอย่าง แต่พอเอาเข้าจริงๆแล้วก็เป็นหนังสือที่สามารถดึงดูดคนอ่านที่ว่างๆให้ติดกับหนังสือได้ดีทีเดียว

การที่ผู้เขียนได้ใช้วิธีการเขียนที่ต่างไปจากที่เคยเห็น เป็นการบรรยายเรื่องราวโดย First person ที่สลับกันไประหว่าง Clare กับ Henry ซึ่งเป็นตัวเอกด้วยกันทั้งคู่ การใช้ Present tense ตลอดทั้งเรื่องทำให้รู้สึกว่ามันอยู่กับปัจจุบัน โดยที่เวลาที่ดำเนินไปเรื่อยๆนั้นเป็นเวลาปกติของ Clare เสียส่วนใหญ่ แม้โครงเรื่องจะดูไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ผู้เขียนก็สามารถทรอดแซกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่สามารถโยงร้อยเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องและน่าตื่นเต้นได้ทุกบททุกตอน ทั้งเรื่องของแฟนเก่าของ Henry อย่าง Ingrid ที่เป็นตัวประกอบก็ยังคงประกอบไปจนช่วงท้ายของเรื่อง เรื่องราวของลูกสาวของ Henry และ Clare ที่สามารถสานสายใยให้เ็ห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของชีิิวิตและความว่างของเวลาของคนเราได้ ผู้เขียนสามารถแทรกเหตุการณ์ต่างๆในเรื่องได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว คำพูดของตัวละครที่สะท้อนความจริง การกระทำ พฤติกรรมต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความจริงของชีวิตได้อย่างน่าทึ่ง

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกที่ทำให้ร้องไห้ได้แบบว่า้ร้องแล้วร้องอีก ผู้เขียนสามารถสร้างความสะเทือนใจในอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าอ่านอย่างยิ่งค่ะ

แต่มีที่ตินิดหน่อยคือตอนบางตอนที่ดู "โหด" และ "ล่อแหลม" เกินไปจริงๆ แต่มันก็ชีวิตคนที่แค่เอามาตีแผ่บนแผ่นกระดาษก็เท่านั้นเอง



อ่านเรื่องนี้แล้วเห็นคุณค่าของเวลาเยอะมากเลยค่ะ เห็นคุณค่าของคนใกล้ชิดที่ไม่รู้ว่าวันไหนจะอยู่หรือจะตาย สรุปก็ไม่พ้นคำที่ว่า "ทำวันนี้ให้ดีที่สุด"

Clare พูดคำว่า here and now บ่อยมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วเหมือน Gestalt Therapy ยังไงยังงั้นเลย อิอิ


Create Date : 10 ธันวาคม 2552
Last Update : 10 ธันวาคม 2552 13:05:39 น. 2 comments
Counter : 2467 Pageviews.

 
ต้องหามาอ่านบ้างแล้ว...
ขอบคุณน๊ะค่ะสำหรับกำลังใจที่มีให้


โดย: เหมียวน้อยจอมza@หมาป่าอิสระ วันที่: 13 ธันวาคม 2552 เวลา:21:44:59 น.  

 
ขอบคุณค่าา
หนังสือน่าอ่านมากเลยค่ะ แต่หนังสือที่ทำเป็นหนังด้วยแบบนี้ พออ่านไปซักพักเริ่มอดใจไม่ไหว แอบไปดูหนังก่อนทุกทีเลยค่ะ แล้วค่อยกลับมาอ่านต่อ


โดย: noonism วันที่: 17 ธันวาคม 2552 เวลา:23:17:14 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

LpDeeDa
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




การที่เราเอาหนังสือที่เราอ่านอยู่นั้นมาย่อลงใน blog ก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะมีคนอ่านมากมายหรอก แต่แค่เป็นการกระตุ้นตัวเองให้ตั้งใจอ่านเข้าไว้ และนึกเสมอว่ายังมีคนที่ยังรออ่านใน Blog อยู่ (หรือเปล่า)
Friends' blogs
[Add LpDeeDa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.