สทท.แถลงข่าวสถานการณ์ท่องเที่ยวไทย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวไตรมาสที่ 4/2562



เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 14 มกราคม 2563 นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)
เป็นประธานในการแถลงข่าวสถานการณ์ท่องเที่ยวไทย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวไตรมาส 4/2562
ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.),
สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)
และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
ร่วมมือร่วมใจกันหาข้อมูลและข้อเท็จจริง
โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อคาดการณ์ถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต





โดยมีผุ้ร่วมแถลงข่าวดังนี้
1.นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร
ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)
2.นายคมสรรค์ วิจิตรวิกรม
โฆษกสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)
3.นายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ (สทน.)
4.ดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร
สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.)
5.นางกัลญาณี อัสนี
สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA)
6.นายสุจินต์ เจียรจิตเลิศ
สมาคมโรงแรมไทย (THA.)
7.นายวิชิต ประกอบโกศล
สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA)
8.รศ.ผกากรอง เทพรักษ์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย



นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร
ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)
เปิดเผยว่า
จริงๆ แล้วดัชนีความเชื่อมั่นนี้เราสอบถามจากกลุ่มที่เคยสอบถามที่เคยทำกันอยู่
เวลานี้พอเราสอบถามไปยังลูกค้าเก่าๆ หรือผู้ประกอบการเก่าๆ ตอนนี้ตกจริงๆ
เนื่องจากนักท่องเที่ยวเปลี่ยนพฤติกรรมการท่องเที่ยว
เพราะฉะนั้นการสอบถามในในไตรมาสต่อไป
เราจะต้องเริ่มสอบถามว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเราเขาไปเที่ยวที่ไหน
ไปใช้จ่ายอะไร แล้วตรงไหนที่ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น
วันนี้เราสอบถามดัชนีเอาจากตัวเก่าพอถามผู้ประกอบการเก่าๆ มันก็ตกแน่นอนครับ
OVER SUPPLY เอย มีเปิดแหล่งใหม่ๆ เยอะแยะมากมาย
และในขณะเดียวกันสิ่งที่ได้บวกขึ้นมาเรายังไม่ได้สอบถามเลย
อย่างเมืองรอง วันนี้เมืองหลักแน่นอนล่ะมัน OVER SUPPLY ไปแล้ว
วันนี้ที่กระจายไปสู่เมืองรองโดยไปสู่ชุมชนอยู่ตรงไหน
ท่านจะเห็นตัวเลขแล้วล่ะว่ามาจากไหนแล้วไปใช้จ่ายกันอยู่ที่ไหน

ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นห่วงมากที่สุดจะเป็นเรื่องของการเมืองมากที่สุด
ถ้าการเมืองสงบนิ่งปัญหาก็จะน้อย
ปัจจัยต่อมาก็จะห่วงเรื่องโรคไข้หวัดที่เกิดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน อันนี้ต้องป้องกันให้ดีดี
เศรษฐกิจการค้าก็ต้องหนีไม่พ้นสภาวะเศรษฐกิจต่างๆ สาเหตุมาจากสหรัฐอเมริกากับจีน
หรือแม้กระทั่งเกิดสงครามปัญหาการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน
สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยทั้งสิ้น
สิ่งที่เหนือทั้งหมดจะเห็นกราฟ 10 ปีที่มาเที่ยวเมืองไทยกราฟขึ้นตลอด
ในขณะที่ปีที่ผ่านมาปี 2562 แรกๆ เราก็ห่วงอย่างมากตัวเลขดัชนีและจากผู้ประกอบการ
ตัวเลขไม่ค่อยดีเลย
แต่พอนำตัวเลขจาก ต.ม. นำตัวเลขมาจากทุกที่กราฟโตขึ้นจริงๆ
ถ้ามานักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทยแล้วพวกเขาไปเที่ยวที่ไหนล่ะ
รอบหน้าเราก็ต้องเดินใหม่ล่ะ

ช่วงตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้นะครับไม่ต้องห่วงเพราะนักท่องเที่ยวที่จะมาท่องเที่ยวในไทยนั้น
เขาแพลนตั้งโปรแกรมว่าจะมาเที่ยวไทยคงเปลี่ยนไม่ได้มากันอยู่แล้ว
อย่างตรุษจีที่เมืองจีนเขาจะหยุด 10 วัน เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้ํออกมาเที่ยวนอกประเทศแน่นอน
เพราะว่าถ้าเที่ยวภายในประเทศเขานักท่องเที่ยวจะแน่นมาก
สิ่งที่นักท่องเที่ยวจีนสมัยใหม่ที่ต้องการที่เขาชื่นชอบก็คือการอยู่เงียบๆ ไม่ต้องการแน่นๆ
ประเทศจีนเองก็ยังแบ่งออกเป็นสองเกรด
สังเกตว่านักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพจริงๆ เขาจะไม่ใช้เวลาเยอะในการตื่นเช้า
อาจจะตื่นสายแล้วก็หาที่กิน
การไปช้อปปิ้งก็หาเฉพาะส่วนตัว
สำหรับแหล่งท่องเที่ยนที่ไหนที่เขาชอบเขาจะใช้เวลานานๆ ไม่เหมือนเมื่อก่อนผ่านแล้วก็ชะโงกแล้วกลับ

สำหรับ Visa on Arrival จริงๆ แล้วเราเรียกร้องให้ Free Visa ด้วยซ้ำ
ไม่ใช่ Visa on Arrival : (VoA)
แต่ว่าก็คงจะลำบากเพราะกระทรวงต่างประเทศจะให้เป็น VoA ต่อ
สิ่งที่เราต้องการก็คือ VoA ของจีน
จริงๆ แล้วจีนเข้ามา 3-4 ครั้งเขาก็สะดวก
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะมาเที่ยวก็เลยทำที่นี่ไปเลย
สำหรับอินเดีย นักท่องเที่ยวแห่กันเข้ามาเมืองไทยเพราะ Visa Ponff
แต่ที่เป็นห่วงคือต้องประกาศก่อนให้รับรู้ว่าเราจะต่อไปเท่าไหร่

ทั้งนี้ผู้ประกอบการคาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาส 1/2563 จะดีขึ้นจากปัจจุบัน
เนื่องจากการขยายระยะเวลามาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า
ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival : VoA)
ยังเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ในไตรมาสที่1/2563 เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและมีวันหยุดเทศกาลที่สำคัญหลายเทศกาล
ในการสำรวจในไตรมาสที่ 4/2562 พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติ10.30 ล้านคน
เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.08 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ส่วนในไตรมาสที่ 1/2563 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 11.02 ล้านคน
เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.08 จากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สทท.จึงขอเสนอให้ภาครัฐจัดระเบียบของธุรกิจโรงแรมและที่พักอาศัยให้ทันสมัยเข้ากับสภาวะปัจจุบัน
มีการส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว
ในการแข่งขันในด้านต่างๆ
เช่น การพัฒนาทักษะบุคลากร การลงทุน
และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว
ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ Responsible Tourism อย่างเป็นรูปธรรม
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและยั่งยืน
สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว
ในการส่งเสริมการตลาดเพื่อเจาะตลาดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม
สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว
ในการนำกลยุทธ์การส่งเสริมด้านราคามาปรับใช้เพื่อส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว
และสร้างแรงจูงใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย
และสร้างความเชื่อมั่นในด้านภาพลักษณ์ความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ

ในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวทั้งภายในจังหวัด ภายในภูมิภาค และภายในประเทศ
ใช้สื่อสังคมออนไลน์หรือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี
เป็นเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มลูกค้า
เช่น มีเว็บเพจของร้าน/สถานประกอบการ เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อ
และการเข้าถึงซึ่งข้อมูลของสถานประกอบการ
การปรับปรุงระบบการจ่ายเงินแบบออนไลน์
สถานประกอบการควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมของโลกอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน



นายคมสรรค์ วิจิตรวิกรม
โฆษกสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)
เปิดเผยว่า
ทางสภาได้แต่งตั้งผมขึ้นมาเป็นโฆษกฯ
โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า
จะทำอย่างไรให้กับชุมชนกับ SME และผู้ประกอบการที่มีพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ
แต่ยังเข้าไม่ถึงตัวสภาฯ หรือยังไม่มีการเชื่อมโยงกัน
หน้าที่ของโฆษกก็คือจะไปทำให้พวกเขารู้จักเรามากขึ้น
และทำให้การเชื่อมโยงพื้นที่ท่องเที่ยว เรื่องของสินค้า
ประชาสัมพันธ์หากมีพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่นำมาเสนอทางเราก็จะรับพิจารณา
ในอนาคตที่เราวางแผนกัน

สินค้าของชุมชนมีทุกหน่วยงานที่ทำ ตอนนี้เรามีเวทีซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 16-19 มกราคม 2563
Agent ต่างประเทศ หรือสำนักท่องเที่ยวต่างประเทศฟิลิปปินส์-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย-ญี่ปุ่นมาออกบูท
เขาก็จะเห็นว่าชุมชนเรามีอะไร มีการซื้อขายกันได้มีการเชื่อมโยงกันได้
เราก็เลยต้องทำงานในเชิงรุกมากขึ้นเพื่อมีเวทีให้กับพวกเขา

สำหรับงานวันที่ 16-19 มกราคม 2563 ที่จะมีขึ้นที่อิมแพคเมืองทองธานี
อยากให้ทุกคนมาดู
ในส่วนของ กทม. ปีนี้ก็เข้ามาร่วมกับเรา สำนักวัฒนธรรม กทม. ก็มาร่วมออกบูท
เราเพิ่งได้รางวัลจากยูเนสโก้ในเรื่องของสปา
เพราะว่าการนวดก็เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเหมือนกัน
เราก็จะมีการจำลองการนวด มี StartUp นั่นก็คือหน้าที่โฆษกก็นำมาเชื่อมโยงกันภายในงาน



นายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์
นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ (สทน.)
เปิดเผยว่า
วันนี้มาแถลงข่าวของไตรมาส 4/2562 ก็มาสรุปในสถานการณ์ "ไทยเที่ยวไทย"
ในปี 2562 ไตรมาสสุดท้ายภาครัฐก็มากระตุ้นเรื่องการท่องเที่ยว ให้คนไทยเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น
สำหรับเรื่องของต่างประเทศ โดยเฉพาะ Inbound ที่มียอดตกไปในไตรมาสที่ 4
ภาครัฐจึงหันมาสนับสนุนคนไทยเที่ยวเมืองไทย มีโครงการต่างๆ อาทิ
โครงการชิมช้อปใช้ โครงการ 100 บาทเที่ยวทั่วไทย โครงการเที่ยวไทยวันธรรมดาช็อคโลก
เพราะในไตรมาสที่ 1 ไตรมาสที่ 2 ไตรมาสที่ 3 ค่อนข้างซบเซาคนไม่ออกมาเที่ยว
แต่พอไตรมาสที่ 4 ที่ภาครัฐมากระตุ้นทำให้คนออกมาเที่ยวทำให้การท่องเที่ยวดีขึ้น
แต่ถ้าถามว่าปีที่แล้วดีกว่าไหม ก็ยังไม่ดีกว่า
ก็อยากจะฝากภาครัฐว่าในปี 2563 ไม่ว่าจะเป็นไตรมาสไหนก็ตาม
อยากให้ภาครัฐช่วยส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวเมืองไทยมากขึ้นโดยอาจจะมีมาตรการต่อเนื่อง
ผมมองว่าการที่ส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวไทยมากขึ้น
จะเป็นการปูความแข็งแรงให้กับการท่องเที่ยวของไทยเราเองเป็นฐานรากเลย
เพราะฉะนั้นอยากให้ภาครัฐส่งเสริมทั้งปีและนี่คืออยากจะฝากให้ภาครัฐ

ส่วนสำหรับนักท่องเที่ยวไทยเอง
อยากให้ออกมาท่องเที่ยวเมืองไทยเพราะยังมีอะไรที่สวยงามอีกมากมายทุกภาคเลย
เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย
เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานรากอยากให้นักท่องเที่ยวช่วยกันเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น

สำหรับงานวันที่ 16 มกราคม 2563 ที่อิมแพคเมืองทองธานี
เป็นงานเทศกาลอีกงานหนึ่งเป็นการท่องเที่ยวโดยผู้ประกอบการของไทยเอง
ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่พักรีสอร์ท ร้านอาหาร บริษัททัวร์จะมารวมตัวกันอย่างมากมาย
ก็อยากจะเชิญชวนไปที่อิมแพคเมืองทองธานีกันในวันที่ 16-19 มกราคม 2563
เป็นงานครั้งที่ 26 จะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่อยากให้คนไทยไปจับจ่ายใช้สอยกันครับ
ที่สำคัญแจกรถยนต์ 3 คัน



นายวิชิต ประกอบโกศล
นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA)
เปิดเผยว่า
ในเรื่อง Inbound ค่าเงินบาทของเราแข็งตัวเยอะเป็นพิเศษ เพิ่มขึ้น 10 %
ประสบผลสำเร็จอยู่พอสมควรโดยตัวเลขอยู่ที่ตลาดอาเซียน
โดยอันดับ 1 เป็นอินเดีย เติบโต 26 %
ฟิลิปปินส์ เติบโต 15.76 %
ไตหวัน เติบโต 15.55 %
สปก.ลาว เติบโต 11.40%
อินโดรนีเซีย เติบโต 10.08%
ญี่ปุ่น เติบโต 9.03%

สำหรับการสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการในไตรมาสที่ 4 ปี 2562 นี้
เป็นผลการสำรวจในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม
และคาดการณ์ดัชนีความเชื่อมั่นในไตรมาสที่ 1/2563
สืบเนื่องจากเศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการค้าระหว่างประเทศที่ชะลอตัว
อันเนื่องมาจากนโยบายกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น
ซึ่งเป็นผลพวงของปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนนั้นยังคงยืดเยื้อ
ส่งผลกระทบต่อการผลิต การส่งออก และการลงทุน
นอกจากนี้จากการที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีมาตรการระงับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP)
กับประเทศไทย
ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวเพิ่มขึ้นประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนยังคงแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลต่อการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
โดยเฉพาะชาวต่างชาติแถบภูมิภาคยุโรปและอเมริกา

ส่วนไตรมาสที่ 1/2563 คาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นเท่ากับ 94
เป็นการคาดการณ์ที่ดีขึ้นจากไตรมาสนี้แต่ยังต่ำกว่าระดับปกติ
โดยในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวทั้งต่างชาติจำนวน 39.62 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.78
จากปี 2561สร้างรายได้จำนวน 1.93 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.87
จากปี 2561 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการมีความกังวลพบว่า
ผู้ประกอบการมีความกังวลเกี่ยวกับจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงมากที่สุด
รองลงมากังวลเกี่ยวกับนโยบายทางการเมือง
และระดับการแข่งขันธุรกิจที่รุนแรงมากขึ้นตามลำดับ



นางกัลญาณี อัสนี
สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA)
เปิดเผยว่า
ปลายปี 2562 รัฐบาลออกมาตรการชิมช้อปใช้ ปี 2563 คาดว่ามีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น 5%
ณ ตอนนี้ยอดบุ๊กกิ้งไม่ค่อยเยอะสักเท่าไหร่
ปัจจัยที่ทำให้คนไทยไปเที่ยวเมืองนอกประเทศก็เพราะว่าค่าเงินบาทแข็งตัว
อีกทั้งองค์กรท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาจัดท่องเที่ยวในเมืองรองมากขึ้น
ทางด้านการแข่งขัน : ราคาจะเป็นตัวกระตุ้นเป็นกลยุทธ์ในการออกไปเที่ยว
เพราะค่อนข้างถูกและน่าไปเที่ยว



นายสุจินต์ เจียรจิตเลิศ
สมาคมโรงแรมไทย (THA.)
เปิดเผยว่า
ผลกระทบจากปีที่ผ่านมาในเรื่อง Inbound ประเทศจีนยังเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ที่เข้ามาเที่ยว
รองลงมาคือมาเลเซีย และอินเดีย
เพราะพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป โดยการจองฝ่านออนไลน์มากขึ้นซี่งควบคุมยาก
รายรับประมาณ 1.2 ล้านล้านบาทจะมาจากโรงแรมที่พักรีสอร์ทโดยเย้นพักเมืองรองมากขึ้น



ดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร
สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.)
เปิดเผยว่า
รถขนส่งภาครถโดยสารมีจำนวนทั้งหมด 8 หมื่นคัน
แยกเป็นรถบัส 4 หมื่นคัน
ที่เหลือก็จะเป็นยานพาหนะสำหรับรถบัสรถโดยสารน่าจะถึงจุดเปลี่ยนไป

ในส่ววนของความผันแปร ได้แก่
1.ภาวะเงินบาทแข็งตัว
2. น้ำมันขึ้นราคา ทุกวันนี้สถานภาพของรถทัวร์ค่อนข้างฝีืด
เพราะทิศทางการท่องเที่ยวจะไปเป็นครอบครัวไปเป็นกรุ๊ป



รศ.ผกากรอง เทพรักษ์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
เปิดเผยว่า
สถานการณ์ทั่วไป มาจากปัจจัยภายนอก-สงครามการค้า-สงครามตะวันออกกลาง
ส่วนปัจจัยภายใน ได้แก่
1.ราคาสินค้าเกษตรลดลง
2.หนี้สินครัวเรือน
3.การส่งออกหดตัว โดยได้รับข้อมูลจากออนไลน์

โครงการชิม ช็อป ใช้ ส่งผลดีแก่ผู้ประกอบการเป็นอย่างดี 3 ช่วง คือ
ช่วงปีใหม่-ช่วงตรุษจีน-ช่วงสงการนต์
และนักท่องเที่ยวนิยมเข้าวัดมากกว่าสิ่งอื่นใด ร้อยละ 65 %
1. เที่ยวปีใหม่ 91 %
2. ตรุษจีน 93 %
3. วาเลนไทน์ 75 %
4. มาฆะบูชา 100 %




 

Create Date : 15 มกราคม 2563
6 comments
Last Update : 15 มกราคม 2563 3:49:04 น.
Counter : 223 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnewyorknurse, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณkatoy, คุณJinnyTent, คุณวลีลักษณา, คุณMax Bulliboo, คุณhaiku, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณกะว่าก๋า, คุณSweet_pills, คุณSai Eeuu

 

เจิมๆๆ
มาเก็บข้อมูล

 

โดย: katoy 15 มกราคม 2563 6:39:39 น.  

 

ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่บ้านนะคะ

 

โดย: JinnyTent 15 มกราคม 2563 12:46:39 น.  

 

สวัสดีจ้า ข้อมูลแน่นดีเหมาะสำหรับคนไกลบ้านแบบ ป้า ฮ่าๆๆๆ อ่ะไว้แวะมาหาใหม่จ้ะ

 

โดย: Max Bulliboo 16 มกราคม 2563 0:14:42 น.  

 

ถ้าข้อมูลแบบเรียลไทม์
ตรุษจีนปีนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวจีนแล้วล่ะครับ
ที่เชียงใหม่ก็เงียบเลย
เหลือแต่นักทอ่งเที่ยวจีนที่ยังตกค้างอยู่
แต่หลังวันที่ 24 ที่ผ่านมา
ไม่มีเที่ยวบินจากจีนเข้ามา
ปีนี้น่าจะไม่มีไฮซีซั่นแล้ว
ทางภาครัฐและ ททท.
คงต้องปรับแผนกันใหม่หมดจริงๆครับ
แต่เท่าที่ผมคุยกับผู้ประกอบการ
ทุกคนบอกตรงกันว่าเหนื่อยหนักแน่นอนครับ
หลังจากปีที่แล้วก็แย่ต่อเนื่องมาโดยตลอดครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 27 มกราคม 2563 20:03:41 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 28 มกราคม 2563 6:49:53 น.  

 

สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยปีนี้ได้รับผลกระทบค่อนข้างเยอะ
ขอให้บ้านเราผ่านวิกฤตตรงนี้ไปได้ค่ะ

สวัสดียามเช้า
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ

 

โดย: Sweet_pills 3 กุมภาพันธ์ 2563 6:29:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


นกสีเทา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Group Blog
 
<<
มกราคม 2563
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
15 มกราคม 2563
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นกสีเทา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.